Se connecterพฤกษ์กอดอกมองเจ้าสาวยิ้มๆ เขากวาดสายตามองสำรวจเรือนร่างอรชรภายใต้ชุดแต่งงานแสนสวย ถ้าเป็นเวลาปกติเธอคงหาอะไรทิ่มตาเขาเสีย แต่เวลานี้เธอมองไม่เห็นเป็นโอกาสให้เขาได้มองเต็มๆ ตา
ภายใต้รูปร่างอรชรนั้นเขารู้ดีว่าเธอมีสัดส่วนอวบอิ่มเต็มไม้เต็มมือ เขาเผลอไผลสัมผัสเสียหลายครั้งโดยไม่ให้เธอรู้ตัวขณะโอบประคองดูแลเธอไม่ห่าง แฟนของเธอมองตาเป็นมัน เขาดูแวบเดียวก็รู้ว่าหมอนั่นไม่จริงใจเท่าไหร่ แถมไม่ใช่คนดีนัก แต่อาศัยว่ารูปหล่อป้อเก่ง ทำตัวแสนสุภาพ ทุกคนเลยหลงรูปกายภายนอก แม้กระทั่งเจ้าสาวคนสวยของเขา
“คนอื่นก็ได้ ใครก็ได้ที่ไม่ใช่คุณ”
“ทุกคนเค้าเหนื่อยกับงาน หัดเกรงใจเขาบ้างเถอะ อีกอย่างเจ้าสาวกับเจ้าบ่าวอยู่ในหอแบบนี้ ไม่มีใครกล้าเข้ามากวนหรอก” เขาพูดเสียงเนิบนาบก่อนจะเดินไปทรุดนั่งใกล้ๆ กับเจ้าหล่อน “ให้พี่แกะให้นะคะ” พฤกษ์อ้อนเสียงหวาน กระซิบที่ริมหูเสียงนุ่ม
“เอ๊ะ!” ที่เธอทำเสียงในลำคอเพราะคำลงท้ายประโยคของเขา ไม่น่าเชื่อว่าผู้ชายที่ดูนิ่งๆ เฉยๆ จะพูดไพเราะอ่อนโยนเช่นนี้ แต่เธอกลับติดตาบุคลิกของคนเฉยๆ ไม่สนใจอะไรนอกจากความคิดตัวเองเป็นใหญ่เสียมากกว่า
“เราอยู่กันแค่สองคนจะให้ใครแกะให้ น้องนิ่มมองไม่เห็นเดี๋ยวก็เจ็บเวลาดึงกิ๊บออกจากผม มันจะรั้งผมขึ้นมาด้วย ดูสิเค้าฉีดสเปรย์เสียแข็งขนาดนี้”
คนพูดไม่พูดเปล่า เขาลงมือแกะผมให้เธออย่างเบามือ นิ่มอนงค์ทำท่าจะค้านแต่เงียบเสียเพราะพอมาคิดดู เป็นจริงอย่างที่เขาว่า คงไม่มีใครมานั่งแกะผมให้เจ้าสาวในห้องหอโดยที่มีเจ้าบ่าวนั่งอยู่ด้วย อีกทั้งเขาไม่ได้กลั่นแกล้งหรือทำให้เธอเจ็บ แต่แกะให้อย่างเบามือเสียจนไม่รู้สึก กลับเพลินไปเสีย คราแรกที่เกร็งๆ กลับถูกแทนที่ด้วยการผ่อนคลายแล้วก็หันซ้ายหันขวาให้เขาแกะให้จนเสร็จตามแต่เขาจะสั่ง
“แกะผมเสร็จแล้ว ต่อไปก็ถอดชุดเตรียมไปอาบน้ำกัน” น้ำเสียงของเขายังเรียบเรื่อยไม่บ่งบอกอารมณ์อันใด
แต่คนฟังถึงกับสะดุ้ง ถอยหนีไปด้านหลัง มือสะเปะสะปะเพราะมองไม่เห็น แต่พยายามหาทางหนีให้กับตัวเอง
“หยุดนะ คิดลามกอะไรของคุณ ฉันไม่ให้คุณถอดชุดให้หรอกนะ”
“จะนอนทั้งชุดนี้น่ะเหรอ” พฤกษ์กอดอกมองเจ้าสาวคนสวยที่ผวาเดินเปะปะไปทั่วห้อง เขาเดินเข้าหากลัวเธอจะไปชนอะไรเข้า
“ปล่อยนะ”
“พี่ถามว่าเธอจะนอนชุดนี้นะเหรอ ไม่เหนียวตัวแย่หรือไง หน้าก็ยังไม่ได้ล้าง”
“ฉันอาย อย่ามาจับฉันแก้ผ้านะ คนลามก” เธอโพล่งออกไปในที่สุด ได้ยินเสียงหัวเราะของเขาตามติดมาก็กระทืบเท้าเร่าๆ ขัดใจที่ตามองไม่เห็นอะไร ถ้ามองเห็นจะได้ประทุษร้ายเขาได้บ้างไม่มากก็น้อย
“ทำตัวเหมือนเด็กถูกขัดใจ ไม่พอใจก็กระทืบเท้าเร่าๆ” เขาพูดหยอก จำได้ว่าตอนเด็กๆ ก่อนเธอจะเดินทางไปอยู่กับน้าสาว มักมีอาการเช่นนี้กับเขา ถ้าถูกขัดใจก็กระทืบเท้าร้องไห้โฮฟ้องพ่อว่าเขาไม่ตามใจ แต่เขานึกเอ็นดูมากกว่าจะรำคาญเพราะเกิดมาเป็นลูกคนเดียวไม่มีพี่น้อง อยากมีเพื่อนเล่นบ้างในวัยเด็ก แม้โตขึ้นนิ่มอนงค์ยังเหมือนตอนเด็กๆ ไม่พอใจหรือถูกขัดใจเป็นไม่ได้
“ถ้าจะบอกว่าไม่ต้องอายก็พูดง่ายไป แต่จริงๆ น้องนิ่มมองไม่เห็นนะคะ แค่ให้พี่ถอดชุดให้คงไม่ทำให้อายเท่าไหร่หรอก”
“แต่ฉันอาย ฉันไม่ได้หน้าหนาเหมือนคุณนี่”
“เรียกพี่ว่าพี่พฤกษ์ค่ะคนดี ไม่งั้นพี่จะจูบเธอให้ขาดใจเลย” เขาแกล้งขู่โอบกอดรัดร่างอรชรมาไว้ในวงแขน
“อย่าทำอะไรบ้าๆ นะ”
“อันนี้ไม่ได้เรียกทำอะไรบ้าๆ นะคะ เป็นสามีภรรยากันก็ต้องเมคเลิฟกันอยู่แล้ว ไม่งั้นจะดำรงเผ่าพันธุ์ได้ยังไง จะเอาทายาทที่ไหนสืบสกุล”
“ใครอยากดำรงเผ่าพันธุ์มีทายาทสืบสกุลกับคุณ อื้อ...” เธอถูกจูบปิดปากเสียเมื่อพูดไม่ถูกใจ
“เรียกพี่พฤกษ์ครับคนดี ไม่งั้นพี่จะปล้ำเธอทั้งยังไม่อาบน้ำ”
“อย่ามาขู่นะ”
“ไม่ได้ขู่ครับ แต่พี่เอาจริง” น้ำเสียงของเขาจริงจังแต่อ่อนโยน จนเธอสะบัดร้อนสะบัดหนาว
“สัญญาได้ไหมว่าจะไม่ทำอะไร... นิ่ม” นิ่มอนงค์เสียอ่อย เธออยากกระทืบเท้าเร่าๆ นัก แต่กลัวโดนเขาล้อเอาอีก เลยได้แค่คิด
อะไรๆ ที่คิดไว้ ไม่เป็นอย่างที่คิดสักอย่าง เธอต้องทำตามความต้องการของเขาอย่างขัดไม่ได้ มันแย่เสียยิ่งกว่าแย่ ความคิดที่ว่าจะอาละวาดถูกพับเก็บเพราะถ้าอาละวาดแล้วเขาหน้ามืดขืนใจเธอขึ้นมาด้วยความโมโห เธอคงทนไม่ได้เป็นแน่ ยิ่งเธอมองไม่เห็นยิ่งเสียเปรียบ
คิดไปคิดมาอยากย้อนเวลากลับไปนัก ถ้าทำได้เธอจะไม่ใช้อารมณ์ชั่ววูบอยากเอาชนะ แต่งงานกับเขาเด็ดขาด
“มาครับ พี่ถอดชุดให้” พฤกษ์จูงมือเธอมาที่เตียง
นิ่มอนงค์เดินตามเขาต้อยๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถ้าพูดให้ถูกคือทำใจได้บางส่วน จะอาละวาดหรือให้ใครมาช่วยถอดชุดก็ดูจะกระไรอยู่
..ป่านนี้ทุกคนคงเหนื่อยอาบน้ำเข้านอนกันหมดแล้ว
“อุ๊ย!” กายบางสะดุ้งเมื่อซิบถูกรูดลงไปถึงแผ่นหลัง เขาเบามือมากจนเธอไม่รู้สึก รู้ตัวอีกทีตอนที่นิ้วเขาสัมผัสกับหลังเนียน
นิ่มอนงค์แทบกลั้นหายใจเมื่อเขาดึงชุดลงไปถึงเอวคอด ใบหน้านวลซับสีเลือดทันตาเห็น
“ยกสะโพกหน่อยครับ พี่ว่ายืนดีกว่า” เขาพูดเองตอบเอง จับเธอยืนแล้วดึงชุดออกทางปลายเท้า
หาใช่นิ่มอนงค์ที่หายใจติดขัดแทบสะดุด พฤกษ์เองก็ถึงกับเลียริมฝีปากที่แห้งผาก กลืนน้ำลายติดกันหลายครั้งด้วยความรู้สึกที่ปะทุขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
“อย่ามองนะคะ” แม้ตาจะมองไม่เห็นแต่เธอรู้สึกได้ว่าเขาคงกำลังจ้องมองเธออยู่ นิ่มอนงค์หันหลังให้เขายกมือขึ้นกอดอกอัตโนมัติ
แต่นั่นเป็นการโชว์แผ่นหลังเนียนให้เขาได้เห็นเต็มๆ
พฤกษ์รู้สึกหายใจไม่ออกเมื่อลากสายตามองสะโพกผายงอนงามที่ห่อหุ้มด้วยกางเกงในสีอ่อนหวาน เขาทันได้เห็นช่วงบนที่เปลือยเปล่า อกอวบของเธอตั้งเต้างดงาม ยอดอกสีชมพูจางๆ น่าดูดกลืน ไหนจะหน้าท้องแบนราบที่เขาเดินอ้อมมาดูจากด้านข้างเพราะเธอหันหลังหนีเขาไปที่เตียง เขาก็เดินมาดูได้โดยที่เธอมัวแต่อาย
“เดี๋ยวพี่เช็ดเครื่องสำอางให้นะคะ” พฤกษ์ถอนใจหนักหน่วง เขาหยิบเสื้อคลุมมาสวมทับให้หญิงสาว กายบางสะท้านเมื่อเขาแตะต้องสัมผัสชิดใกล้ ลมหายใจที่เป่ารดอยู่ข้างแก้มทำให้เธอรู้สึกร้อนวูบวาบไม่เป็นตัวของตัวเอง
มือบางรีบกระชับเสื้อคลุมเอาไว้ในทันทีที่เขาสวมให้ อย่างน้อยเธอไม่ต้องอับอายเกินไปนัก นึกอยากเห็นว่าตอนนี้สายตาของเขาเป็นเช่นไร เมื่อเห็นเธอในสภาพเปลือยเปล่าเหลือแต่กางเกงในติดสะโพกไว้แค่นี้
เป็นอีกครั้งที่นิ่มอนงค์นึกแปลกใจในการกระทำของเจ้าบ่าวตัวเอง เขาเช็ดคราบเครื่องสำอางออกให้เธอจนหมดจด แถมยังเบามืออย่างไม่น่าเชื่อ
“เสร็จแล้วไปอาบน้ำได้แล้ว” เขากระซิบบอก
ทำให้เธอสะดุ้งโหยง เผลอใจลอยนึกชมเขาอยู่ในใจ
..ไม่ๆๆๆ เขาแต่งงานกับเธอเพื่ออยากได้สมบัติหรอกน่ะ อย่าไปใจอ่อนกับเขาเด็ดขาด
“มะ... ไม่อาบ” เธอรีบบอกเมื่อได้สติ
“อยากนอนเหนียวก็ตามใจ แต่พี่ไม่ชอบนอนกับคนตัวเหม็นสกปรก น้ำไม่อาบหรอกนะ” พฤกษ์ก้มลงกระซิบบอก
นิ่มอนงค์เบี่ยงหน้าหนี แม้ตาจะมองไม่เห็นแต่หัวใจเธอกลับเต้นแรงกับสัมผัสเพียงเล็กน้อยของเขา
เสียงที่เงียบหายไปทำให้นิ่มอนงค์เริ่มละล้าละลัง เธอมองไม่เห็น และไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี จะนอนอยู่บนเตียงก็กลัวโดนเขาลวนลาม เหนือสิ่งอื่นใดเธอไม่อยากนอนเหม็นเน่าเหนียวตัวอยู่บนเตียงแบบนี้อย่างที่เขาบอก
“ฉันอยากอาบน้ำ” เสียงที่เงียบหายไปนานทำให้เธอรู้สึกกลัว เลยใจกล้าตะโกนออกไป
พฤกษ์ที่ยังไม่ได้ไปไหน เขาแค่เตรียมชุดให้เธอและตัวเองเดินกลับมานั่งบนเตียงอีกครั้ง นิ่มอนงค์สะดุ้งเมื่อสัมผัสได้ว่าเตียงยุบ
“นิ่มอยากอาบน้ำ” พฤกษ์ทวนคำ เขาอยากให้เธอพูดจาหวานๆ ออดอ้อน
“คะ” นิ่มอนงค์งุนงงงเผลอเลิกคิ้วเข้าหากัน
“พี่พฤกษ์คะ นิ่มอยากให้พี่พฤกษ์อาบน้ำให้ค่ะ” เขากระซิบข้างหู
นิ่มอนงค์ตาโตเมื่อเริ่มเข้าใจว่าเขาต้องการอะไร
นิ่มอาจสงสัยว่าทำไมพี่พฤกษ์ถึงเพิ่งนำจดหมายฉบับนี้มาให้นิ่มอ่านตอนนี้ พ่อไม่ใช่ผู้วิเศษที่จะคาดการณ์อนาคตข้างหน้าได้ แต่พ่อรู้ดีว่าสิ่งที่พ่อทำลงไป นั่นคือการบังคับให้ลูกแต่งงานกับพี่พฤกษ์ ทำให้ลูกไม่พร้อมที่จะอ่านจดหมายฉบับนี้ในตอนนั้น เพราะทันทีที่ลูกอ่าน ลูกก็จะไม่เข้าใจในสิ่งที่พ่อทำและยิ่งไม่เชื่อในสิ่งที่พ่อกำลังจะบอกกล่าว หรือบางครั้งอาจจะหาว่าพ่อเอ่ยชมสามีของลูกอย่างไร้เหตุผล เพราะลูกยังไม่ได้เรียนรู้และสัมผัสกับพี่พฤกษ์อย่างแท้จริงนิ่มอนงค์ลูกรัก จงจำเอาไว้ว่าถึงหนูจะเกิดจากความผิดพลาด แต่วินาทีแรกที่พ่อเห็นหน้าหนู พ่อรักหนูสุดหัวใจ ก้อนเนื้อด้านซ้ายที่เรียกว่าหัวใจของพ่อ ผูกสมัครรักใคร่ลูกสาวคนแรกของพ่ออย่างแน่นแฟ้น พ่อไม่ใช่คนดีนัก ในชีวิตเคยทำอะไรผิดพลาดลงไปมาก โดยเฉพาะกับแม่ของหนู แต่พ่อยอมรับว่าพ่อรักแม่นารถลดาของหนูจากใจจริง หลังจากใช้ชีวิตร่วมกัน การตัดสินใจของพ่ออาจจะทำให้หนูโกรธและเกลียดพ่อเหลือเกินที่บีบบังคับให้หนูต้องแต่งงานกับพฤกษ์ แต่นี่เป็นสิ่งเดียวที่พ่อคิดว่าจะทำเพื่อหนูได้ตอนนี้ลูกคงรู้ความจริงแล้วว่าทรัพย์สมบัติทั้งหมดที่ลูกเห็นอยู่ ไม่ใช่ของพ่ออีกต่อไป ล
พฤกษ์หัวเราะร่วน เวลาแอลกอฮอล์เข้าสู่กระแสเลือด เขาจะกลายเป็นผู้ชายยิ้มง่าย หัวเราะง่ายนิ่มอนงค์ค้อนตีแขนเขา เพียะหนึ่ง“นิ่มเพิ่งรู้ว่าคุณเดชชอบคุณเดือน”“ไอ้เดชมันชอบเดือนมานานแล้ว แต่เดือนใจแข็ง”“คุณเดือนชอบพี่พฤกษ์แทน”“ก็ใช่มั้ง แต่ไอ้เดชมันไม่หึงพี่นะ แต่หึงเดือน พักหลังเหมือนเดือนจะไม่ยอมเข้าใกล้ มันทนไม่ไหวก็เลยจับปล้ำเลย จริงๆ ตอนแรกก็ไม่กล้า”“หมายความว่ายังไงคะ” นิ่มอนงค์ถามอย่างสงสัย“พี่ยุให้มันปล้ำเองละ”“พี่พฤกษ์นี่นะเหรอคะยุคุณเดช ตายแล้ว!” นิ่มอนงค์ยกมือทาบอกไม่อยากจะเชื่อ“เค้ามาว่านิ่มก่อนทำไม พี่เลยหมั่นไส้ให้เจ้าเดชปล้ำเสียเลย”“เอ๊ะ! ยังไงคะ นิ่มไม่เข้าใจ”“พี่รู้ก่อนที่นิ่มจะเล่าเสียอีกว่าเดือนว่าอะไรนิ่มบ้าง”“ไม่เห็นพี่พฤกษ์เคยบอก แต่พี่พฤกษ์รู้ได้ยังไงคะ หรือใครบอก”“ชบาบอกแล้วก็...”“แล้วก็อะไรคะ ลีลาเยอะจัง เล่ามาให้ไวสิคะ” นิ่มอนงค์ค้อนควัก“วันนั้นก่อนนิ่มคลอด พี่กลับมาทันได้ยินที่เดือนพูดทุกประโยค โมโหชะมัด ถ้าไม่เพราะคิดว่าเจ้าเดชมันมีใจให้เดือนประดับอยู่ พี่จะจับหล่อนโยนออกไปเลย”“ผู้ชายชอบใช้กำลังจริงเชียว รังแกเพศที่อ่อนแอกว่า จริงๆ นิ่มสงสารคุณเดื
“ทำไมเร็วจังเลยคะ”“พี่ใจร้อนอยากนอนกอดเมียทุกคืน” เขากระซิบบอกเธออมยิ้มก่อนจะหอมแก้มเขาฟอดใหญ่ ก่อนที่บทรักอ่อนหวานจะบังเกิดขึ้น แพรพิลาศหลับพริ้มไปด้วยความสุขอยู่ในอ้อมแขนแข็งแรงของชายคนรัก ครั้งนี้เธอรู้สึกว่ามีความสุขมากที่สุด...ข่าวการแต่งงานของยศวินกับแพรพิลาศทำให้นิ่มอนงค์รู้สึกประหลาดใจและหนักใจในคราแรกเมื่อแพรพิลาศเปิดปากเล่าเรื่องราวทุกอย่างให้ฟังเธอจึงเบาใจ เพราะเธอกลัวเพื่อนสาวจะโดนผู้ชายไม่ดีหลอกเอา แต่พอทราบเรื่องราวความเป็นมาเป็นไปของยศวินเธอกลับรู้สึกสงสารเห็นใจ อีกทั้งยศวินยังยอมเอ่ยปากขอโทษเธอที่ทำให้เธอบาดหมางกับสามี ปรับความเข้าใจกันดีแล้วจึงสบายใจกันทุกฝ่ายนิ่มอนงค์กับพฤกษ์บินไปร่วมงานแต่งของคนทั้งสองด้วย พฤกษ์นั้นกะจะไม่ไปในคราแรกเพราะไม่ชอบหน้ายศวิน แต่เพราะภรรยาต้องเดินทางคนเดียวเขาเลยไม่อยากปล่อยไป จะไม่ให้ไปก็กระไรเพราะแพรพิลาศนั้นเติบโตมากับนิ่มอนงค์ ทั้งสองผูกพันกันมากกว่าเพื่อน ดังนั้นจึงขัดใจภรรยาไม่ได้ยศวินเป็นทายาทเจ้าของโรงแรมและรีสอร์ทของภูเก็ต งานเลี้ยงจึงทั้งหรูหราและยิ่งใหญ่สมฐานะนายหัวปักษ์ใต้แพรพิลาศจัดห้องพักหรูให้นิ่มอนงค์และพฤกษ์หลังจากพ
“อุ๊ย! จะได้เล่าไหมล่ะคะ” แพรพิลาศร้องเบาๆ เมื่อถูกอุ้มขึ้นสู่อ้อมแขน เขาพาเธอไปอาบน้ำจริงๆ แต่ทำกิจกรรมอย่างอื่นด้วย กว่าจะได้ออกจากห้องน้ำ เช็ดเนื้อเช็ดตัวสวมใส่ชุดนอน แทบจะหลับคาเตียง“ง่วงแล้วเหรอ” เอ่ยถามอย่างเอ็นดู“รอฟังอยู่ค่ะ” เธออมยิ้มให้เขา กอดเขาหลวมๆ ซบที่อกกว้างอย่างอ้อนๆ“พ่อพี่เป็นคนจริงจังกับงาน ติดจะเคร่งขรึมแล้วก็เข้มงวด”แพรพิลาศเห็นด้วยอย่างยิ่ง เธอนิ่งฟังให้เขาเล่าต่อ“แม่พี่มีชู้ ลักลอบได้เสียกับผู้ชายคนหนึ่ง พ่อจับได้แม่ก็เลยโดนพ่อทำร้าย ตอนนั้นพี่รักแม่มาก พอพ่อกับแม่เลิกกัน แม่เลยขอเลี้ยงดูพี่และพี่ตามแม่มาอยู่กรุงเทพฯ แม่เรียกค่าเลี้ยงดูจากพ่อทุกเดือน เงินพวกนั้นก็เอามาปรนเปรอสามีใหม่”“แม่พี่ยศอยู่ไหนคะตอนนี้”“ตายแล้ว”เสียงของเขาดูเศร้าจนเธอต้องเอื้อมมือไปบีบ“แพรเสียใจด้วยนะคะ”“มันนานมากแล้ว ผู้ชายคนนั้น หมายถึงสามีใหม่แม่ เขาไม่ใช่คนดีอะไร เขาหลอกเงินแม่ เขาหาเรื่องทุบตีพี่ด้วย แล้วก็โยนความผิดให้พี่เป็นเด็กก้าวร้าว แม่หลงสามีใหม่มากลงโทษพี่แบบไม่มีเหตุผล”แพรพิลาศกอดเขากระชับขึ้น รับรู้ถึงบาดแผลในจิตใจและรอยร้าวที่หยั่งลึก น้ำเสียงของเขาดูสั่นพร่าหดหู
“กล้าทำแบบนี้กับฉันเหรอ อย่าลืมสิว่าแกเป็นลูกหนี้” สุนทรโกรธจนหนวดกระตุกที่อีกฝ่ายมาหยามได้ถึงขนาดนี้“อย่ายุ่งกับผู้หญิงคนนี้อีก” ยศวินกดเสียงต่ำดวงตาแข็งกร้าว“ทำไมเหรอ คิดจะหวงเอาขึ้นมาตอนนี้หรือไง แกบอกเองว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้มีความหมายอะไร ใช้แล้วก็เบื่อเขี่ยทิ้งอย่างเดียว ที่เธอมาช่วยแกเพราะว่าเธอหลงรักเลยยอมทุกอย่าง แกแทบไม่เห็นความสำคัญของหล่อนเลย ฮ่าๆๆๆ” สุนทรพูดแล้วหัวเราะน่าเกลียดเมื่อเห็นแพรพิลาศหน้าซีดเผือดแพรพิลาศเหลือบสายตามองยศวินแล้วให้ปวดใจ ถ้าเขาพูดแบบนั้นจริงๆ เธอคงเป็นได้แค่เศษดินไร้ค่าสินะ“ฉันจะหาเงินมาคืนทุกบาททุกสตางค์ ห้ามยุ่งกับเธออีก”“น้ำหน้าอย่างแกจะหาเงินที่ไหนมาคืนฉันวะ เอาตัวให้รอดก่อนเถอะ”“บอกให้ลูกน้องของเสี่ยถอยไปด้วย ถ้าไม่อยากมีเรื่อง”“ทำไมวะ แกจะทำอะไรฉัน”“ถ้าฉันไม่ออกไปภายในสิบนาทีหลังจากนี้ ตำรวจจะแห่มาถล่มบ่อนเสี่ย”“กล้าเหรอ” แม้จะถามกลับไป แต่น้ำเสียงลังเล“ผมรู้ว่าเสี่ยเส้นใหญ่ แต่คงไม่อยากเสี่ยง”“ปล่อยมันไป แต่ถ้าพรุ่งนี้ไม่เอาเงินมาจ่าย แกเหลือแต่ชื่อแน่” เสี่ยสุนทรไม่ได้เกรงกลัวอะไร แต่ยังไม่อยากมีเรื่องเดือดร้อนตอนนี้ ไม่แน่ใจว่ายศ
“เจ้าเล่ห์ที่สุด ร้ายกาจมากพี่พฤกษ์” นิ่มอนงค์ตาโต ผงกศีรษะมองสามี ผู้ชายอ่อนโยนที่ดูแลเธอตอนตาบอด คิดได้สับซับซ้อนขนาดนี้เชียวเหรอ“เวลานิ่มอยากเอาชนะ นิ่มก็จะแสดงความรู้สึกทั้งหมดออกมา โดยที่พี่ไม่ต้องคาดคั้น พี่ไม่ชอบหรอกนะ ให้นิ่มมาหน่อมแน้มไม่เป็นตัวของตัวเองเพื่อเอาใจพี่”“พี่พฤกษ์ก็เลยยั่วให้นิ่มโกรธ ชิส์! นิ่มเองตอนแรกจะมาง้อพูดดีๆ พอโดนพี่พฤกษ์ว่าใส่ นิ่มเลยโมโหบ้าง”“ไม่ดีหรือไงจะได้เปิดเผยความรู้สึกออกมาให้หมด ไม่ต้องมามัวกระมิดกระเมี้ยนหรือปั้นแต่งให้ดูดีแต่ไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริง เราเป็นสามีภรรยากันแล้วก็ให้รู้ไส้รู้พุงกันไปเลย จะมามัวเก็บกักความรู้สึกหรือพฤติกรรมอยู่ทำไม เหมือนนิ่มชอบร้อนแรงพี่ก็จัดให้ไง ทุกคืนเลย ฮ่าๆๆๆ โอ๊ย!”พูดแล้วโดนหยิกเข้าให้จนเนื้อแทบเขียว นิ่มอนงค์ค้อนควักให้กับความเจ้าเล่ห์ของสามี แต่นึกทึ่งในความฉลาดเฉลียวในความคิดของเขานัก ในที่สุดเธอก็เงียบเสียงโต้เถียงอันใดพฤกษ์รู้ดีว่าภรรยากำลังยอมจำนนและคิดทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมา...ชีวิตมันก็เป็นแบบนี้ บางครั้งมีเรื่องไม่เข้าใจกันบ้าง ขอแค่หันหน้าเข้าหากัน ปัญหาทุกอย่างก็จะคลี่คลายไปในทางที่ดีแพรพิลาศกำม
“ยั่วพี่อยู่ไม่ใช่เหรอ จะสนองให้สักทีสองที เผื่อจะหาย”“หยาบคายร้ายกาจ” นิ่มอนงค์หน้าแดงไม่คิดว่าเขาจะพูดตรงๆ แบบนี้“ตรงไหนที่ว่าหยาบคายร้ายกาจ แม่คนช่างยั่ว” พฤกษ์กระชากผ้าเช็ดตัวที่หลุดอยู่ใต้ร่างเธอทิ้งไปข้างเตียง“ยั่วขึ้นด้วยเหรอคะ” เธอย่นจมูกโอบรอบคอเขาไว้ ไม่ได้หวั่นเกรงสายตาดุปนกระหายของเข
ชิส์! ทำเป็นไม่สน เดี๋ยวเถอะ“พี่พฤกษ์คะ ลูกกินอิ่มแล้วนะคะ”“อะไรของเธอนี่ รำคาญจริงเชียว พี่จะนอน” เขาพลิกหนีไปอีกด้านเหมือนรำคาญเธออย่างที่สุด..ทำเป็นใจแข็งไปเถอะนิ่มอนงค์เข่นเขี้ยว“พี่พฤกษ์ขา... ลืมตาขึ้นมาพูดกันก่อนสิคะ” เธอยังคลานไปคุกเข่าตรงหน้าเขาอีกด้าน..ตื้อเท่านั้นที่ครองโลก“อะไร น่
เดี๋ยวเจอพ่อเลี้ยงไม่ดีข่มเหงขึ้นมาจะทำยังไง”นิ่มอนงค์อ้าปากค้างตาโตอีกครั้ง เขาคิดได้เป็นตุเป็นตะ“นิ่มไม่เคยคิดจะหาสามีใหม่ บอกแล้วไง ไม่เชื่อกันหรือไง”“รู้สึกยังไงบ้างล่ะ เวลาคนอื่นไม่เชื่อ”“นี่พี่พฤกษ์จะเอาคืนนิ่มเหรอ”“เปล่า พี่ก็แค่เปิดทางให้เธอ”“นิ่มไม่ยอมแพ้หรอก นิ่มรักพี่พฤกษ์ นิ่มจะอย
หัวใจที่โหยหาของเธอรู้สึกเต้นไม่เป็นส่ำ เหมือนทำตัวไม่ถูกเมื่อเห็นความห่างเหินของเขาที่ปรากฏชัดในความรู้สึกและสายตาแอบลอบสังเกตชัดๆ อีกครั้ง จึงเห็นว่าเขาผอมลงกว่าแต่ก่อน ไรหนวดเคราขึ้นเต็มใบหน้าเหมือนไม่ได้สนใจดูแล เมื่อมองใกล้ๆ จึงเห็นว่าเขาดูอิดโรยนักตอนที่เธอตาบอด เธอได้แต่นึกจินตนาการถึงตอนท







