Share

สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ
สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ
Author: ดอกไนเจลล่า

บทที่ 1

Author: ดอกไนเจลล่า
แต่งงานกับเฉินเยี่ยนเหิงมาสี่ปี เธอรักเขาอย่างลึกซึ้งและบ้าคลั่ง ในขณะที่เขากลับสงบนิ่งและเฉยชา

คนในวงสังคมต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า คุณหนูใหญ่ตระกูลถังชาตินี้คงไม่มีวันแยกจากคุณชายเฉินได้อีกแล้ว

เธอเองก็เคยคิดเช่นนั้นเหมือนกัน

จนกระทั่งวันที่เธอพาเด็กในอุปการะมากินอาหารที่ภัตตาคาร

เธอบังเอิญได้ยินเพื่อนของเฉินเยี่ยนเหิงเอ่ยหยอกล้อขึ้นว่า “ฉันก็ว่าอยู่ ทำไมพี่ถึงให้ถังหนิงรับเด็กคนนั้นเป็นเด็กในอุปการะ ที่แท้แม่ของเด็กก็คือซ่งจือนี่เอง พี่เยี่ยน พี่นี่ รักมั่นคงจริง ๆ เลยนะ ตอนนั้นซ่งจือทิ้งพี่ไปแต่งงานมีลูกแท้ ๆ แต่พี่กลับไม่โกรธแค้นเลยสักนิด?”

“จะแค้นอะไรล่ะ คนเค้าเป็นข้อยกเว้นเพียงหนึ่งเดียวของพี่เยี่ยนนะ”

“เอาจริง ถังหนิงที่ไม่มีความรู้และความสามารถแบบนั้น มีอะไรคู่ควรกับพี่เยี่ยนบ้าง? ตอนนั้นแม่แท้ ๆ ของเธอเพิ่งตาย แม่เลี้ยงก็อุ้มท้องย้ายเข้ามาอยู่ในบ้าน พ่อเธอก็ลำเอียงสุด ๆ ถ้าไม่ได้พี่เยี่ยนช่วยไว้ เธอจะเชิดหน้าชูตาได้เหมือนทุกวันนี้เหรอ?”

“แต่ถ้าจะหย่าจริง ๆ ถังหนิงคงไม่ยอมหรอก เธอรักพี่เยี่ยนขนาดนั้น ต่อให้ตายยังไงก็ไม่มีวันหย่าแน่นอน”

ชายหนุ่มที่นั่งอยู่หัวโต๊ะคีบบุหรี่ไว้ระหว่างปลายนิ้ว ท่ามกลางควันบุหรี่ที่คละคลุ้ง แววตาของเขามีความเหนื่อยหน่ายและห่างเหินซ่อนอยู่ เขากวาดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเฉยเมย เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้น ริมฝีปากก็เค้นยิ้มเยาะออกมา โดยไม่ได้กล่าวคำใด

สูทสีดำตัดเย็บอย่างประณีตรับกับไหล่กว้างและเอวคอด เสริมให้ออร่าที่เปล่งออกมาดูน่าเกรงขาม ปกเสื้อเชิ้ตคลายออกเล็กน้อย ช่วยลดความคร่ำครึ ทว่าเพิ่มความมีอำนาจเหนือกว่าอย่างไม่จงใจขึ้นมาหลายส่วน เค้าโครงใบหน้าคมคาย สันกรามคมกริบ ริมฝีปากบาง เพียงแค่นั่งอยู่ตรงนั้น เขาก็แผ่ประกายความเย่อหยิ่งของผู้ที่อยู่เหนือกว่าและการเป็นผู้กุมอำนาจโดยธรรมชาติ

นอกห้องส่วนตัว ถังหนิงกำลูกบิดประตูไว้แน่น พลางแอบมองผ่านช่องแคบ ๆ ของประตู หลังมือขาวซีดปรากฏเส้นเลือดปูดนูนขึ้นมา

โลกทั้งใบคล้ายจะพังทลายลงมาในพริบตา ในหัวว่างเปล่าไปหมด ที่แท้การถูกบดขยี้ความรักจนแหลกสลาย มันคือความรู้สึกอึดอัดจนหายใจไม่ออกเช่นนี้นี่เอง

มันเหมือนถูกคว้านหัวใจออกไป เจ็บปวดลึกถึงกระดูก

ซ่งจือ... คือแม่ของเด็กชายที่อยู่ข้างกายเธอ

เนื่องจากขาขวาตั้งแต่ช่วงน่องลงไปถูกตัดทิ้ง หล่อนตัวคนเดียวต้องกระเตงลูกไปทำงานด้วย

เมื่อหนึ่งปีก่อน เธอและเฉินเยี่ยนเหิงได้อุปการะลูกชายของซ่งจือ ซึ่งเป็นเด็กอัจฉริยะที่มีความบกพร่องทางการรับรู้ทางอารมณ์

เดิมทีสองแม่ลูกคู่นี้อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกล แต่เฉินเยี่ยนเหิงเสนอว่าเมือง A มีทรัพยากรทางการศึกษาและการรักษาที่ดีกว่า จึงรับเด็กคนนั้นมาเรียนที่นี่

เธอจึงต้องวิ่งวุ่นหาทั้งโรงเรียนและที่พักเพื่อให้ทั้งสองคนตั้งหลัก

ยิ่งหวนคิดถึงรายละเอียดในอดีตซ้ำแล้วซ้ำเล่า เธอยิ่งรู้สึกว่าตัวเองน่าขำและน่าเวทนาเหลือเกิน

เธออยากมีลูก แต่เขามักจะบอกว่าไม่รีบ

ที่แท้เขาก็แค่ไม่รีบที่จะมีกับเธอต่างหาก

เธอบอกว่าจะเปลี่ยนขาเทียมที่แพงขึ้นให้ซ่งจือ เขาก็เสนอตัวจัดการให้เอง

ที่แท้ไม่ได้ใส่ใจเธอเลยสักนิด แต่กำลังใส่ใจซ่งจือต่างหาก

การแต่งงานกับเธอ ก็แค่อยากประชดซ่งจือเท่านั้น

การมีอยู่ของเธอ มันคือเรื่องน่าขำเรื่องหนึ่ง

เธอผลักประตูเปิดเข้าไป

ใบหน้าที่เคยสดใสและเจิดจรัสก้มต่ำจมอยู่ในเงามืด แฝงไปด้วยความเย็นชาและโดดเดี่ยว

สายตาของคนกลุ่มหนึ่งมองขึ้นมาจากด้านล่าง ก่อนจะหยุดอยู่ที่ร่างของถังหนิง

มีทั้งความประหลาดใจ ลนลาน มึนงง แต่ส่วนใหญ่กลับเป็นสายตาที่เมินเฉย เย็นชา กระทั่งรังเกียจ

แต่มีเพียงคนคนหนึ่งเท่านั้นที่ยังคงสงบนิ่ง เพียงปรายตามองเธอแวบหนึ่ง

ถังหนิงสบตากับเขา พยายามจะค้นหาความผิดปกติสักนิดจากแววตานั้น

ทว่ากลับไม่มีเลย ราวกับเขามั่นใจอย่างยิ่งว่า ต่อให้เธอจะได้ยินเรื่องที่เขานอกใจเข้าเต็มสองหู เธอก็ไม่มีทางไปจากเขาอยู่ดี

และที่นี่ก็ไม่มีใครสักคนที่จะช่วยพูดแทนเธอ

เธอไม่เคยหลอมรวมเข้าไปในวงสังคมของเขาได้เลย สังคมของเขาคือศูนย์รวมของเหล่าบุคคลชั้นนำในแวดวงธุรกิจและอัจฉริยะมากหน้าหลายตา ส่วนเธอเป็นคนไม่เอาไหน ดีแต่เที่ยวเล่นกินดื่มไปวัน ๆ จึงไม่มีหัวข้อสนทนาร่วมกับพวกเขาแม้แต่น้อย

แม้กระทั่งการเข้าใกล้ของเธอ ก็ยังถูกมองว่าเป็นการฉุดระดับของพวกเขาให้ต่ำลงมา ดังนั้นทุกคนจึงไม่ต้อนรับเธอ

ตามนิสัยเดิมของเธอ เธอควรจะอาละวาดพังข้าวของที่นี่ให้สิ้นซาก ทำเรื่องราวให้ครึกโครมจนคนรู้กันทั้งเมือง

แต่เธอไม่ได้ทำเช่นนั้น กลับสงบนิ่งยิ่งกว่าเวลาปกติเสียอีก

ในที่สุดเธอก็เรียนรู้คำพูดที่เฉินเยี่ยนเหิงเคยพูดกับเธอได้เสียที

ถังหนิง โตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นหน่อย อย่าปล่อยให้อารมณ์มาจูงจมูกอยู่ตลอดเวลา

“พี่หนิง พี่มาแล้วเหรอ นั่งสิ” ใครบางคนเอ่ยขึ้น ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ที่หน้าประตู ซ่งจือเดินเข้ามาเสิร์ฟอาหารอีกครั้ง เธอยกจานแก้วซาชิมิที่มีขนาดใหญ่กว่าหัวของเธอ ในนั้นมีน้ำแข็งใสพูนสูง จนทำให้ข้อมือของเธอกดต่ำลง พลางเม้มริมฝีปากแน่น

คนที่มีไหวพริบรีบลุกขึ้นช่วยเธอจัดวางอาหาร และถือโอกาสดึงเธอนั่งลง

ซ่งจือนั่งลงตรงเก้าอี้ว่างตัวเดียวพอดี ซึ่งอยู่ข้างกายของเฉินเยี่ยนเหิง

ส่วนถังหนิงยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยวราวกับเป็นคนนอก

“เสี่ยวจือ เธอจะทำงานหนักขนาดนี้ไปทำไม พี่เยี่ยนไม่ได้ไม่ให้เงินเธอซะหน่อย”

“งานนี้ก็ดีออกค่ะ ได้หาเงินด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง ฉันไม่รู้สึกว่าลำบากอะไรเลย...” ซ่งจือเอ่ยเน้นถ้อยคำชัดเจน ไม่ยอมเผยความอ่อนแอออกมาแม้แต่น้อย

พนักงานบริการเข็นเค้กขนาดใหญ่สิบกว่าชั้นเข้ามาจากนอกประตู นั่นคือเค้กที่ถังหนิงลงมือทำด้วยตัวเอง

ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เธอต้องซ้อมเต้นระบำของคณะและเตรียมงานแสดงตั้งแต่เช้าจรดค่ำ และยังเจียดเวลาช่วงกินข้าวไปเรียนทำเค้กกับเชฟขนม

ทั้งหมดนี้ก็เพื่อวันครบรอบวันแต่งงานสี่ปี

เธอซ่อนแหวนวงหนึ่งไว้ข้างในเค้ก

เฉินเยี่ยนเหิงไม่ได้สวมแหวนมานานแล้ว เขาบอกว่าทำหายโดยไม่ตั้งใจ เธอจึงบินไปต่างประเทศเพื่อตามหานักออกแบบที่เคยสั่งทำแหวนวงนั้น ให้ช่วยทำแหวนที่เหมือนกันเปี๊ยบขึ้นมาใหม่อีกวง

“พี่เยี่ยน พี่ยังสั่งเค้กให้เสี่ยวจือด้วยเหรอ?”

ทุกคนมองซ่งจือด้วยรอยยิ้มเปี่ยมสุข “เสี่ยวจือ ยินดีต้อนรับกลับมานะ!”

ถังหนิงหันไปมองเฉินเยี่ยนเหิง และเห็นเขายกแก้วขึ้นพร้อมกับทุกคน โดยไม่ได้ใส่ใจถึงที่มาของเค้กเลยสักนิด

เค้กชิ้นแรกถูกยื่นให้ซ่งจือ บนรอยตัดของเค้กสะท้อนประกายระยิบระยับ เธอมองดูแหวนที่โผล่พ้นออกมาจากเนื้อเค้กด้วยความประหลาดใจ “นี่มัน...”

คนทั้งห้องพลันเฮฮาขึ้นมาทันที

“แหวนนี่ ขอแต่งงานเหรอ!”

“แต่งเลย แต่งเลย แต่งเลย!...”

“จูบเลย!”

“โครม!” เสียงดังสนั่น หอคอยเค้กพังทลายลงสู่พื้น

สถานที่ที่เคยหรูหรางดงามพลันตกอยู่ในความโกลาหลทันที

“ถังหนิง! เธอทำอะไรน่ะ! เธอเป็นบ้าไปแล้วเหรอ!” สายตาของทุกคนหันมามองถังหนิง โดยไม่คิดจะซ่อนความโกรธแค้นและโมโหเอาไว้เลย

เธอถอดแหวนแต่งงานออกจากนิ้วนาง แล้วขว้างมันเข้าไปในกองเค้กท่ามกลางสายตาอันตกตะลึงและประหลาดใจของทุกคน

เธอสวมมันมาสี่ปี บนนิ้วนางปรากฏรอยลึกที่ไม่รู้ว่าจะจางหายไปเมื่อไร แต่เมื่อไม่มีแหวนแล้ว สักวันรอยนี้ก็คงจะหายไปตามกาลเวลา

“เฉินเยี่ยนเหิง ไม่ต้องฉลองวันครบรอบแต่งงานแล้วล่ะ เราหย่ากันเถอะ” เธอรู้สึกถึงความว่างเปล่าระหว่างนิ้ว ลำคอแห้งผาก

ทุกคนต่างทำท่าทางราวกับเห็นจนชินตา ถังหนิงมักจะหาเรื่องโวยวายว่าจะหย่าอยู่บ่อย ๆ แต่ผ่านไปไม่นานเธอก็จะกลับมาง้อขอคืนดีเอง การหย่าครั้งนี้ไม่มีทางเกิดขึ้นจริงหรอก

“ตื่นมาแล้วอย่าเสียใจทีหลังละกัน” น้ำเสียงของเขาราบเรียบและผ่อนคลาย “พูดแล้วคำไหนคำนั้น พรุ่งนี้อย่ามาทำเป็นงอแงออดอ้อนกับฉันล่ะ”

“คุณวางใจได้เลย มันจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว”

พวกเขาไม่รู้เลยว่า ครั้งนี้ถังหนิงเอาจริง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 100

    เจียงหนานนึกขึ้นมาได้กะทันหัน “จริงสิ ฉันเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตอนที่เซ็นสัญญาเสร็จแล้วกลับมาคราวก่อน ฉันโดนคนสะกดรอยตามน่ะ”ถังหนิงตกใจ “ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”“เมื่อวานตอนที่ฉันไปซูเปอร์มาร์เก็ต มีคนแอบตามฉันมา ตอนแรกฉันนึกว่าเป็นคนอื่นส่งมาซะอีก แต่พอจับตัวได้แล้วเค้นถามดูถึงได้รู้ว่าเป็นคนของซ่งจือ”ตอนนั้นเจียงหนานตกใจกลัวแทบแย่ เพราะกลัวว่าเป็นคนผู้นั้น แต่พอรู้ว่าเป็นฝีมือของซ่งจือกลับทำให้เธอรู้สึกโล่งใจขึ้นมาซะอย่างนั้นถังหนิงเอ่ยขึ้น “เธอคงจะส่งคนไปตามสะกดรอยหลิงชีมากกว่า”เธอรู้สึกผิดนิด ๆ ที่ดึงเจียงหนานเข้ามาช่วยตัวเองเซ็นสัญญา “ช่วงนี้เธออย่าเพิ่งออกไปไหนเลยนะ ถ้าต้องการอะไรก็บอกฉันได้เลย”เจียงหนานพยักหน้ารับ พร้อมกับรู้สึกว่าช่วงนี้ตัวเองเผลอเปิดเผยตัวตนมากเกินไปจริง ๆ เมื่อตกดึก ถังหนิงกลับมาถึงอู๋ถงจินอ้าน เธอตั้งใจจะขึ้นไปหาเส้นผมของเฉินเยี่ยนเหิงบนเตียงนอน ทว่าผ้าปูที่นอนทั้งหมดกลับถูกเปลี่ยนเป็นชุดใหม่หมดจด สะอาดสะอ้านไร้ร่องรอยเมื่อเป็นเช่นนี้ ดูก็รู้ทันทีว่าเป็นฝีมือของแม่บ้านชาวฟิลิปปินส์อย่าง มารี ที่เป็นคนทำความสะอาด มารีเป็นคนนิสัยอ่อนโยน ขยันขันแข็งและอ

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 99

    ถังหนิงรู้สึกว่าข้อมือข้างนั้นเปื้อนจนสกปรกไปหมด เธอหยิบกระดาษทิชชูขึ้นมาเช็ดถูซ้ำ ๆ อย่างไม่หยุดหย่อนจู่ ๆ ก็มีเสียงคุ้นเคยดังแว่วมาจากด้านข้าง “เธอนี่เอง”เธอเงยหน้าขึ้น ร่างกายชะงักไปเล็กน้อย เว่ยเฉิง คนสกุลเว่ยผู้นั้นเองเว่ยเฉิงเอ่ยขึ้นว่า “ครั้งก่อนฉันล่วงเกินไปหน่อย ไม่รู้ว่าคุณมีความสัมพันธ์กับคุณชายเซี่ย ต้องขอโทษด้วยจริง ๆ ”ถังหนิงเห็นท่าทีนอบน้อมถ่อมตนราวกับคนยอมจำนนของเขาแล้วก็ได้แต่รู้สึกขบขันท่าทีของเว่ยเฉิงสุภาพเรียบร้อยและเต็มไปด้วยความอ่อนน้อม “เธอมาร่วมงานเลี้ยงเหรอ? เข้าไปข้างในด้วยกันสิ พอดีฉันว่าจะเข้าไปขอโทษคุณชายเซี่ยต่อหน้าสักหน่อย”ถังหนิงส่ายหน้า “ไม่ล่ะ ฉันจะกลับแล้ว”เธอไม่อยากพูดอะไรเพิ่มแม้แต่ประโยคเดียว เดินเลี่ยงออกมาทันทีชายหนุ่มจ้องมองแผ่นหลังได้สัดส่วนของเธอด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็นและนึกเสียดายจนต้องมองตามซ้ำหลายครั้งพูดตามตรงแล้ว ผู้หญิงหน้าตาและรูปร่างระดับนี้ หากไม่ได้ลองสักครั้งถือเป็นความน่าเสียดายของชีวิตแท้ ๆ น่าเสียดายนักที่ดันมีคนหนุนหลังอยู่เบื้องหลัง เมื่อครู่เซี่ยหยุนจงเพิ่งจะเอ่ยปากตักเตือนไปหมาด ๆ อีกไม่นานเขาก็กำลังจะได้เล

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 98

    เขานั้นแทบจะไม่เคยโกรธเรื่องใดเลย ยกเว้นก็แต่เรื่องที่เกี่ยวกับซ่งจือเขามองไปยังเซี่ยจิงเมี่ยว ก่อนจะเงยหน้าขึ้นกวาดสายตามองเรียบ ๆ ไปยังชีสวี่ ทว่าแทบไม่ต้องเดาเลย ก็สามารถรู้ได้ทันทีว่าการกระทำของเซี่ยจิงเมี่ยวนี้เป็นสิ่งที่ชีสวี่สอนมาแม้ว่าเด็กคนนี้จะมีนิสัยถอดแบบมาจากเขา แต่ถึงอย่างไรก็ยังเป็นเด็ก จะกล้าสาดน้ำใส่ผู้เป็นพ่อที่ยังไม่ค่อยคุ้นเคยกันได้อย่างไรเขากำลังเดินเข้าไปพร้อมกับยกมือขึ้นชีสวี่ดึงเซี่ยจิงเมี่ยวเข้าไปปกป้องไว้ในอ้อมแขนทันที พร้อมกับกอดเอาไว้แน่นริมฝีปากของเซี่ยหยุนจงยังคงประดับรอยยิ้มจาง ๆ ฝ่ามือที่วางลงไปบนศีรษะเล็กของเซี่ยจิงเมี่ยวนั้นแผ่วเบา “ใช้ได้ สมแล้วที่เป็นลูกสาวฉัน ถึงกับรู้จักการทำความดีผดุงความยุติธรรมเชียวนะ”หางตาและแววตาของเขาเปี่ยมไปด้วยความเย่อหยิ่ง เขาจ้องมองชีสวี่พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “กลับไปค่อยเคลียร์บัญชีกับเธอ”ถังหนิงก้าวเข้ามาขวางปกป้องเซี่ยจิงเมี่ยวเอาไว้เช่นกันเธอจ้องมองเซี่ยหยุนจง “คุณชายเซี่ย คุณรีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะค่ะ เดี๋ยวจะไม่สบายเอา”“ผมไม่ได้เป็นคนป่วยง่ายขนาดนั้นหรอก เรื่องสุขภาพร่างกายเนี่ย เธอเป็นห่วงผ

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 97

    ถังหนิงเพิ่งกินมูสช็อกโกแลตหมดไป ใช้กระดาษทิชชูเช็ดปากเสร็จก็ตั้งใจจะไปเข้าห้องน้ำเพื่อเติมลิปสติกร่างสูงใหญ่ที่อยู่ด้านข้างทาบทับเงาลงมา เธอเงยหน้าขึ้นมอง เห็นว่าเป็นเซี่ยหยุนจง ก็รีบถอยหลังหลีกเลี่ยงไปด้านข้างทันทีเธอไม่อยากเผชิญหน้ากับคนสติไม่ดีโดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังจากคืนนั้นรอยกัดตรงท้ายทอยนั่นชวนให้อึดอัดสะอิดสะเอียนสิ้นดี“จะหลบทำไมกันล่ะครับคุณนายเฉิน ฉันยังไม่ได้แตะต้องปลายเส้นผมของเธอสักเส้นเลยนะ”การเคลื่อนไหวของถังหนิงชะงักไปครู่หนึ่ง เธอเงยหน้าจ้องมองเขาเขม็ง “นายไม่ได้แตะต้องปลายเส้นผมฉันสักเส้นงั้นเหรอ?”เธอแค่นเสียงหัวเราะออกมา “เซี่ยหยุนจง คุณทำอะไรลงไปบ้างในใจย่อมรู้ดีแก่ใจ”เซี่ยหยุนจงโน้มตัวลงเล็กน้อย “เธอคงไม่ได้เอาเรื่องที่เฉินเยี่ยนเหิงทำกับเธอมาลงที่ฉันหรอกนะ”เธอชะงักไป หัวคิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อย “คุณหมายความว่ายังไง”เขายักไหล่ “ไม่ได้หมายความว่ายังไง”เขาถือแก้วเหล้าขึ้นมาชนกับแก้วในมือของถังหนิง สายตามองไปยังฝั่งของเฉินเยี่ยนเหิง เมื่อเห็นว่าเฉินเยี่ยนเหิงหันมองมา เขาก็เอียงศีรษะไปทางด้านของถังหนิงแล้วเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งถังหนิงวางแก้วลง

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 96

    มองตามแนวสายตาคู่นั้นผ่านฝูงชนไป ทางฝั่งนั้นก็คือบริเวณที่ถังหนิงกำลังยืนอยู่พอดีเขาขมวดคิ้วมุ่น หันไปถามเฮ่อเจียหลี่ว่า “วันนั้นนายยังทำอะไรอีกนอกจากเรื่องของซ่งจือ”เฮ่อเจียหลี่ทำหน้าอึมครึมพร้อมกับขมวดคิ้ว “ฉันจะไปทำอะไรได้เล่า ไม่ได้ทำอะไรเลยอยู่ ๆ พี่เฉินก็โกรธขึ้นมาซะอย่างนั้น”จ้าวหมิงฟู่หันไปมองคนอื่น ๆ กลุ่มคนเหล่านั้นต่างมึนงงเช่นกัน “วันนั้นเฮ่อเจียหลี่ไม่ได้ทำอะไรจริง ๆ นะ แค่ถังหนิงพูดใส่ร้ายขึ้นมาประโยคหนึ่งว่าเฮ่อเจียหลี่ชอบซ่งจือแล้วจะแย่งคนแข่งกับพี่เฉิน หลังจากนั้นเฮ่อเจียหลี่ดันไปโดนตัวซ่งจือเข้าโดยไม่ได้ตั้งใจ พี่เฉินก็โกรธแล้วลงมือชกขึ้นมาทันทีเลย”แววตาของจ้าวหมิงฟู่หม่นลงเล็กน้อย ในใจมีความรู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่างว่า เฉินเยี่ยนเหิงกับถังหนิงอาจไม่ได้มีความสัมพันธ์กันเพียงแค่ผิวเผินอย่างที่เห็นภายนอกท่าทีที่ต้องการหย่าร้างของถังหนิงนั้นเขารู้ดีอยู่แก่ใจ การที่เรื่องยืดเยื้อมาจนถึงตอนนี้ เป็นเพราะเฉินเยี่ยนเหิงไม่ยอมหย่าต่างหากเพราะเหตุใดกันนะเฮ่อเจียหลี่ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ชะงักไปกะทันหัน ราวกับนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขาก็ขมวดคิ้วด้วยความไม่อยากจะเชื่อ “

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 95

    ในวันงานเลี้ยงวันเกิดของซ่งจือ ถังหนิงสวมชุดเดรสยาวกำมะหยี่สีแดงสดโดดเด่นสะดุดตาโดยไม่มีความเกรงใจใด ๆ ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าสู่ภายในห้องจัดเลี้ยงก็ดึงดูดสายตาของผู้คนนับไม่ถ้วนจนกลายเป็นจุดสนใจราวกับเป็นตัวเอกของงานถังหนิงกวาดสายตามองรอบ ๆ อย่างไม่ใส่ใจนัก เมื่อเห็นบรรดาผู้ทรงอิทธิพลระดับแถวหน้าในวงการที่มาร่วมงานกันอย่างพร้อมหน้า ในใจก็แค่นเสียงหัวเราะเยาะออกมาเบา ๆ เฉินเยี่ยนเหิงทุ่มเทปูทางสู่สวรงสวรรค์เอาไว้ เพื่อผลักดันให้เธอบินขึ้นสู่ที่สูงเธอก้าวเดินเข้าไปอย่างสง่างาม กลุ่มคนที่นำโดยเฮ่อเจียหลี่จ้องมองมาที่เธอด้วยแววตาเย็นชาและรังเกียจทว่าครั้งนี้เฮ่อเจียหลี่กลับรู้จักสำรวม ไม่ได้พุ่งเข้ามาต่อว่าเธอทันทีที่เดินเข้ามาเหมือนแต่ก่อน เพียงแต่แววตาของเขาได้แสดงความเกลียดชังออกมาอย่างชัดเจนแล้วเธอทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ หยิบไวน์แดงแก้วหนึ่งมาจากมือของพนักงานเสิร์ฟแล้วยกขึ้นจิบเบา ๆ บริเวณใจกลางห้องจัดเลี้ยง ซ่งจือสวมชุดเดรสผ้าซาตินสีเรียบ ยืนพูดคุยกับบรรดาผู้ทรงอิทธิพลด้วยท่าทีเป็นกันเองเฉินเยี่ยนเหิงยืนเคียงข้างกายของเธอ หากมองดูจากภาพนี้แล้ว ทั้งสองคนช่างดูเหมาะสมกันราวกับกิ่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status