Share

สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ
สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ
Author: ดอกไนเจลล่า

บทที่ 1

Author: ดอกไนเจลล่า
แต่งงานกับเฉินเยี่ยนเหิงมาสี่ปี เธอรักเขาอย่างลึกซึ้งและบ้าคลั่ง ในขณะที่เขากลับสงบนิ่งและเฉยชา

คนในวงสังคมต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า คุณหนูใหญ่ตระกูลถังชาตินี้คงไม่มีวันแยกจากคุณชายเฉินได้อีกแล้ว

เธอเองก็เคยคิดเช่นนั้นเหมือนกัน

จนกระทั่งวันที่เธอพาเด็กในอุปการะมากินอาหารที่ภัตตาคาร

เธอบังเอิญได้ยินเพื่อนของเฉินเยี่ยนเหิงเอ่ยหยอกล้อขึ้นว่า “ฉันก็ว่าอยู่ ทำไมพี่ถึงให้ถังหนิงรับเด็กคนนั้นเป็นเด็กในอุปการะ ที่แท้แม่ของเด็กก็คือซ่งจือนี่เอง พี่เยี่ยน พี่นี่ รักมั่นคงจริง ๆ เลยนะ ตอนนั้นซ่งจือทิ้งพี่ไปแต่งงานมีลูกแท้ ๆ แต่พี่กลับไม่โกรธแค้นเลยสักนิด?”

“จะแค้นอะไรล่ะ คนเค้าเป็นข้อยกเว้นเพียงหนึ่งเดียวของพี่เยี่ยนนะ”

“เอาจริง ถังหนิงที่ไม่มีความรู้และความสามารถแบบนั้น มีอะไรคู่ควรกับพี่เยี่ยนบ้าง? ตอนนั้นแม่แท้ ๆ ของเธอเพิ่งตาย แม่เลี้ยงก็อุ้มท้องย้ายเข้ามาอยู่ในบ้าน พ่อเธอก็ลำเอียงสุด ๆ ถ้าไม่ได้พี่เยี่ยนช่วยไว้ เธอจะเชิดหน้าชูตาได้เหมือนทุกวันนี้เหรอ?”

“แต่ถ้าจะหย่าจริง ๆ ถังหนิงคงไม่ยอมหรอก เธอรักพี่เยี่ยนขนาดนั้น ต่อให้ตายยังไงก็ไม่มีวันหย่าแน่นอน”

ชายหนุ่มที่นั่งอยู่หัวโต๊ะคีบบุหรี่ไว้ระหว่างปลายนิ้ว ท่ามกลางควันบุหรี่ที่คละคลุ้ง แววตาของเขามีความเหนื่อยหน่ายและห่างเหินซ่อนอยู่ เขากวาดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเฉยเมย เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้น ริมฝีปากก็เค้นยิ้มเยาะออกมา โดยไม่ได้กล่าวคำใด

สูทสีดำตัดเย็บอย่างประณีตรับกับไหล่กว้างและเอวคอด เสริมให้ออร่าที่เปล่งออกมาดูน่าเกรงขาม ปกเสื้อเชิ้ตคลายออกเล็กน้อย ช่วยลดความคร่ำครึ ทว่าเพิ่มความมีอำนาจเหนือกว่าอย่างไม่จงใจขึ้นมาหลายส่วน เค้าโครงใบหน้าคมคาย สันกรามคมกริบ ริมฝีปากบาง เพียงแค่นั่งอยู่ตรงนั้น เขาก็แผ่ประกายความเย่อหยิ่งของผู้ที่อยู่เหนือกว่าและการเป็นผู้กุมอำนาจโดยธรรมชาติ

นอกห้องส่วนตัว ถังหนิงกำลูกบิดประตูไว้แน่น พลางแอบมองผ่านช่องแคบ ๆ ของประตู หลังมือขาวซีดปรากฏเส้นเลือดปูดนูนขึ้นมา

โลกทั้งใบคล้ายจะพังทลายลงมาในพริบตา ในหัวว่างเปล่าไปหมด ที่แท้การถูกบดขยี้ความรักจนแหลกสลาย มันคือความรู้สึกอึดอัดจนหายใจไม่ออกเช่นนี้นี่เอง

มันเหมือนถูกคว้านหัวใจออกไป เจ็บปวดลึกถึงกระดูก

ซ่งจือ... คือแม่ของเด็กชายที่อยู่ข้างกายเธอ

เนื่องจากขาขวาตั้งแต่ช่วงน่องลงไปถูกตัดทิ้ง หล่อนตัวคนเดียวต้องกระเตงลูกไปทำงานด้วย

เมื่อหนึ่งปีก่อน เธอและเฉินเยี่ยนเหิงได้อุปการะลูกชายของซ่งจือ ซึ่งเป็นเด็กอัจฉริยะที่มีความบกพร่องทางการรับรู้ทางอารมณ์

เดิมทีสองแม่ลูกคู่นี้อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกล แต่เฉินเยี่ยนเหิงเสนอว่าเมือง A มีทรัพยากรทางการศึกษาและการรักษาที่ดีกว่า จึงรับเด็กคนนั้นมาเรียนที่นี่

เธอจึงต้องวิ่งวุ่นหาทั้งโรงเรียนและที่พักเพื่อให้ทั้งสองคนตั้งหลัก

ยิ่งหวนคิดถึงรายละเอียดในอดีตซ้ำแล้วซ้ำเล่า เธอยิ่งรู้สึกว่าตัวเองน่าขำและน่าเวทนาเหลือเกิน

เธออยากมีลูก แต่เขามักจะบอกว่าไม่รีบ

ที่แท้เขาก็แค่ไม่รีบที่จะมีกับเธอต่างหาก

เธอบอกว่าจะเปลี่ยนขาเทียมที่แพงขึ้นให้ซ่งจือ เขาก็เสนอตัวจัดการให้เอง

ที่แท้ไม่ได้ใส่ใจเธอเลยสักนิด แต่กำลังใส่ใจซ่งจือต่างหาก

การแต่งงานกับเธอ ก็แค่อยากประชดซ่งจือเท่านั้น

การมีอยู่ของเธอ มันคือเรื่องน่าขำเรื่องหนึ่ง

เธอผลักประตูเปิดเข้าไป

ใบหน้าที่เคยสดใสและเจิดจรัสก้มต่ำจมอยู่ในเงามืด แฝงไปด้วยความเย็นชาและโดดเดี่ยว

สายตาของคนกลุ่มหนึ่งมองขึ้นมาจากด้านล่าง ก่อนจะหยุดอยู่ที่ร่างของถังหนิง

มีทั้งความประหลาดใจ ลนลาน มึนงง แต่ส่วนใหญ่กลับเป็นสายตาที่เมินเฉย เย็นชา กระทั่งรังเกียจ

แต่มีเพียงคนคนหนึ่งเท่านั้นที่ยังคงสงบนิ่ง เพียงปรายตามองเธอแวบหนึ่ง

ถังหนิงสบตากับเขา พยายามจะค้นหาความผิดปกติสักนิดจากแววตานั้น

ทว่ากลับไม่มีเลย ราวกับเขามั่นใจอย่างยิ่งว่า ต่อให้เธอจะได้ยินเรื่องที่เขานอกใจเข้าเต็มสองหู เธอก็ไม่มีทางไปจากเขาอยู่ดี

และที่นี่ก็ไม่มีใครสักคนที่จะช่วยพูดแทนเธอ

เธอไม่เคยหลอมรวมเข้าไปในวงสังคมของเขาได้เลย สังคมของเขาคือศูนย์รวมของเหล่าบุคคลชั้นนำในแวดวงธุรกิจและอัจฉริยะมากหน้าหลายตา ส่วนเธอเป็นคนไม่เอาไหน ดีแต่เที่ยวเล่นกินดื่มไปวัน ๆ จึงไม่มีหัวข้อสนทนาร่วมกับพวกเขาแม้แต่น้อย

แม้กระทั่งการเข้าใกล้ของเธอ ก็ยังถูกมองว่าเป็นการฉุดระดับของพวกเขาให้ต่ำลงมา ดังนั้นทุกคนจึงไม่ต้อนรับเธอ

ตามนิสัยเดิมของเธอ เธอควรจะอาละวาดพังข้าวของที่นี่ให้สิ้นซาก ทำเรื่องราวให้ครึกโครมจนคนรู้กันทั้งเมือง

แต่เธอไม่ได้ทำเช่นนั้น กลับสงบนิ่งยิ่งกว่าเวลาปกติเสียอีก

ในที่สุดเธอก็เรียนรู้คำพูดที่เฉินเยี่ยนเหิงเคยพูดกับเธอได้เสียที

ถังหนิง โตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นหน่อย อย่าปล่อยให้อารมณ์มาจูงจมูกอยู่ตลอดเวลา

“พี่หนิง พี่มาแล้วเหรอ นั่งสิ” ใครบางคนเอ่ยขึ้น ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ที่หน้าประตู ซ่งจือเดินเข้ามาเสิร์ฟอาหารอีกครั้ง เธอยกจานแก้วซาชิมิที่มีขนาดใหญ่กว่าหัวของเธอ ในนั้นมีน้ำแข็งใสพูนสูง จนทำให้ข้อมือของเธอกดต่ำลง พลางเม้มริมฝีปากแน่น

คนที่มีไหวพริบรีบลุกขึ้นช่วยเธอจัดวางอาหาร และถือโอกาสดึงเธอนั่งลง

ซ่งจือนั่งลงตรงเก้าอี้ว่างตัวเดียวพอดี ซึ่งอยู่ข้างกายของเฉินเยี่ยนเหิง

ส่วนถังหนิงยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยวราวกับเป็นคนนอก

“เสี่ยวจือ เธอจะทำงานหนักขนาดนี้ไปทำไม พี่เยี่ยนไม่ได้ไม่ให้เงินเธอซะหน่อย”

“งานนี้ก็ดีออกค่ะ ได้หาเงินด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง ฉันไม่รู้สึกว่าลำบากอะไรเลย...” ซ่งจือเอ่ยเน้นถ้อยคำชัดเจน ไม่ยอมเผยความอ่อนแอออกมาแม้แต่น้อย

พนักงานบริการเข็นเค้กขนาดใหญ่สิบกว่าชั้นเข้ามาจากนอกประตู นั่นคือเค้กที่ถังหนิงลงมือทำด้วยตัวเอง

ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เธอต้องซ้อมเต้นระบำของคณะและเตรียมงานแสดงตั้งแต่เช้าจรดค่ำ และยังเจียดเวลาช่วงกินข้าวไปเรียนทำเค้กกับเชฟขนม

ทั้งหมดนี้ก็เพื่อวันครบรอบวันแต่งงานสี่ปี

เธอซ่อนแหวนวงหนึ่งไว้ข้างในเค้ก

เฉินเยี่ยนเหิงไม่ได้สวมแหวนมานานแล้ว เขาบอกว่าทำหายโดยไม่ตั้งใจ เธอจึงบินไปต่างประเทศเพื่อตามหานักออกแบบที่เคยสั่งทำแหวนวงนั้น ให้ช่วยทำแหวนที่เหมือนกันเปี๊ยบขึ้นมาใหม่อีกวง

“พี่เยี่ยน พี่ยังสั่งเค้กให้เสี่ยวจือด้วยเหรอ?”

ทุกคนมองซ่งจือด้วยรอยยิ้มเปี่ยมสุข “เสี่ยวจือ ยินดีต้อนรับกลับมานะ!”

ถังหนิงหันไปมองเฉินเยี่ยนเหิง และเห็นเขายกแก้วขึ้นพร้อมกับทุกคน โดยไม่ได้ใส่ใจถึงที่มาของเค้กเลยสักนิด

เค้กชิ้นแรกถูกยื่นให้ซ่งจือ บนรอยตัดของเค้กสะท้อนประกายระยิบระยับ เธอมองดูแหวนที่โผล่พ้นออกมาจากเนื้อเค้กด้วยความประหลาดใจ “นี่มัน...”

คนทั้งห้องพลันเฮฮาขึ้นมาทันที

“แหวนนี่ ขอแต่งงานเหรอ!”

“แต่งเลย แต่งเลย แต่งเลย!...”

“จูบเลย!”

“โครม!” เสียงดังสนั่น หอคอยเค้กพังทลายลงสู่พื้น

สถานที่ที่เคยหรูหรางดงามพลันตกอยู่ในความโกลาหลทันที

“ถังหนิง! เธอทำอะไรน่ะ! เธอเป็นบ้าไปแล้วเหรอ!” สายตาของทุกคนหันมามองถังหนิง โดยไม่คิดจะซ่อนความโกรธแค้นและโมโหเอาไว้เลย

เธอถอดแหวนแต่งงานออกจากนิ้วนาง แล้วขว้างมันเข้าไปในกองเค้กท่ามกลางสายตาอันตกตะลึงและประหลาดใจของทุกคน

เธอสวมมันมาสี่ปี บนนิ้วนางปรากฏรอยลึกที่ไม่รู้ว่าจะจางหายไปเมื่อไร แต่เมื่อไม่มีแหวนแล้ว สักวันรอยนี้ก็คงจะหายไปตามกาลเวลา

“เฉินเยี่ยนเหิง ไม่ต้องฉลองวันครบรอบแต่งงานแล้วล่ะ เราหย่ากันเถอะ” เธอรู้สึกถึงความว่างเปล่าระหว่างนิ้ว ลำคอแห้งผาก

ทุกคนต่างทำท่าทางราวกับเห็นจนชินตา ถังหนิงมักจะหาเรื่องโวยวายว่าจะหย่าอยู่บ่อย ๆ แต่ผ่านไปไม่นานเธอก็จะกลับมาง้อขอคืนดีเอง การหย่าครั้งนี้ไม่มีทางเกิดขึ้นจริงหรอก

“ตื่นมาแล้วอย่าเสียใจทีหลังละกัน” น้ำเสียงของเขาราบเรียบและผ่อนคลาย “พูดแล้วคำไหนคำนั้น พรุ่งนี้อย่ามาทำเป็นงอแงออดอ้อนกับฉันล่ะ”

“คุณวางใจได้เลย มันจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว”

พวกเขาไม่รู้เลยว่า ครั้งนี้ถังหนิงเอาจริง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 30

    คุณหญิงย่าหลุบตาลง น้ำเสียงพลันแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาและหนักแน่น “ดังนั้นหนูเปลี่ยนไปแล้วใช่ไหม? ไม่ได้รักเยี่ยนเหิงแล้วงั้นเหรอ?”ปลายนิ้วของถังหนิงเกร็งขึ้นมาทันที ในใจอยากจะโพล่งออกไปใจจะขาดว่า ใช่ หนูไม่ได้รักเขาอีกต่อไปแล้วทว่าตอนนี้ยังพูดคำนั้นออกไปไม่ได้ เธอจึงยิ้มบาง ๆ “คุณย่าคะ หนูรักเยี่ยนเหิงมากแค่ไหน คุณย่าไม่รู้จริง ๆ เหรอคะ? หนูชอบวิ่งไล่ตามหลังเขามาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วนะคะ”เฉินเยี่ยนเหิงช้อนสายตาขึ้นมองเธอ นิ่งชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะก้มหน้ารับประทานอาหารเช้าต่ออย่างไม่เร่งรีบ“ไม่ถูกต้อง” สายตาของคุณหญิงย่ากวาดมองไปยังซอกคอขาวสะอาดของเธอเมื่อก่อนเวลาทั้งคู่นอนที่บ้านต้นตระกูล เช้าวันถัดมาบนคอของถังหนิงมักจะมีร่องรอยคลุมเครือฝากไว้เสมอดังนั้นคุณหญิงย่าจึงรู้ดีแก่ใจว่า เมื่อคืนนี้ระหว่างคนทั้งสอง ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อยเมื่อก่อนขอแค่มีท่านคอยหนุนหลัง ถังหนิงเป็นต้องหาทางคลอเคลียเยี่ยนเหิงอยู่ตลอดเวลาและตราบใดที่ท่านอยู่ตรงนั้น เยี่ยนเหิงก็ไม่มีทางปฏิเสธการที่เมื่อคืนทั้งคู่ไม่ได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกัน จึงมีเพียงเหตุผลเดียวเท่านั้น คือถังหนิงเป็นฝ่ายที่

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 29

    ทว่าเธอกลับไม่มีทางที่จะอาบน้ำล้างหน้าแปรงฟันได้เลยเพราะเสื้อผ้าทั้งหมดของเธอถูกขนออกไปหมดแล้ว ในห้องแต่งตัวจึงเหลือเพียงข้าวของของเฉินเยี่ยนเหิงเท่านั้นเฉินเยี่ยนเหิงอาบน้ำเสร็จเดินออกมา เห็นเธอนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง เอาแต่จ้องมองหน้าจอโทรศัพท์ทั้งที่ยังไม่ได้ล้างเครื่องสำอางออกเสียด้วยซ้ำเขาเดินกลับเข้าไปในห้องแต่งตัวอีกครั้ง หยิบเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกมาตัวหนึ่งแล้วโยนไปให้เธอถังหนิงถูกเสื้อคลุมคลุมศีรษะจนมิด ทำให้เธองุนงงไปชั่วขณะ เธอดึงเสื้อเชิ้ตที่มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของไม้สนลงมา จึงค่อยเข้าใจเจตนาของเฉินเยี่ยนเหิง คือเขาต้องการให้เธอใส่เสื้อผ้าของเขาหลังจากอาบน้ำล้างหน้าเสร็จถังหนิงโยนเสื้อตัวนั้นกลับไปด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ไม่ต้องหรอก ฉันนั่งเล่นอีกสักพัก รอคุณย่าหลับแล้วจะออกไปนอนห้องรับรอง”เฉินเยี่ยนเหิงจ้องมองเธอ ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “คุณย่าสั่งให้ป้าแม่บ้านล็อคห้องรับรองไว้หมดแล้ว”ถังหนิงสูดหายใจเข้าลึก ดูท่าคุณหญิงย่าคงมองออกว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองคนดูไม่ค่อยปกติ จึงจงใจเตรียมทางหนีทีไล่เอาไว้แบบนี้ทว่าเรื่องบนเตียงพรรค์นี้ คนที่มีความต้องการ ต่อให้ลำบากแค

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 28

    ทว่าในเวลานี้ ต่อให้คุณย่าจะเกิดความระแคงใจ เธอก็ไม่สามารถทำใจขยับเข้าไปใกล้ชิดกับเฉินเยี่ยนเหิงได้อีกแล้วสายตาเรียบเฉยของเฉินเยี่ยนเหิงมองไปทางเธอ เมื่อเห็นว่าเธอไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ เขาจึงเบือนสายตากลับมาอย่างเงียบเชียบ “คุณย่าครับ พวกเราแต่งงานกันมาสี่ปีแล้วนะครับ”คุณหญิงย่าเค้นหัวเราะในลำคอ “แค่สี่ปีก็หมดโปรซะแล้วเหรอ เสี่ยวหนิงยังสาวขนาดนี้ ย่อมชอบบรรยากาศแบบวัยรุ่นเป็นธรรมดา แกก็ไม่รู้จักให้ความร่วมมือกันบ้างเลย ระวังเธอจะไปคว้าหนุ่มคนใหม่แล้วทิ้งแกเอานะ”น้ำเสียงของชายหนุ่มทุ้มต่ำและสุขุม “เธอไม่ทำแบบนั้นหรอกครับ”ถังหนิงพยายามสะกดกลั้นความหงุดหงิด ก่อนเอ่ยขัดขึ้น “คุณย่าคะ หนูว่าฟ้าเริ่มมืดเหมือนฝนจะตกแล้ว พวกเราขึ้นข้างบนกันเถอะค่ะ”คุณหญิงย่าเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มมืดครึ้ม “ได้สิ ขึ้นข้างบนกัน”ทว่าขณะเดินเข้าลิฟต์ ช่างบังเอิญเหลือเกินที่ดันเจอกับซ่งจือเข้าพอดี เธอสวมชุดผู้ป่วยอยู่ใต้เสื้อคลุม บนหลังมือยังมีเข็มน้ำเกลือเสียบ ดูเหมือนเพิ่งจะให้น้ำเกลือเสร็จแล้วเดินออกมาสีหน้าของคุณหญิงย่าเคร่งขรึมลงทันที แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าซ่งจือยังมีประโยชน์อยู่ จึงไม่ได้แสดงท่าที

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 27

    ตระกูลของคุณหญิงย่าเป็นแพทย์แผนจีน แม้ท่านจะไม่ได้สืบทอดวิชาต่อ แต่เรื่องการจับชีพจรก็พอทำเป็นอยู่บ้างชีพจรเป็นปกติ ไม่มีสิ่งใดพิเศษคุณหญิงย่าปล่อยมือออกอย่างผิดหวัง แล้วนั่งลงบนเก้าอี้ข้างโต๊ะอาหาร “พวกแกกำลังเตรียมตัวมีลูกกันอยู่ใช่ไหม?”เฉินเยี่ยนเหิงตอบเสียงเรียบ “ครับ”คุณหญิงย่าถอนหายใจยาว “ถ้าเตรียมตัวจะมีลูกตั้งแต่แต่งงานป่านนี้ลูกคงเข้าโรงเรียนอนุบาลไปแล้ว แกเนี่ยเป็นคนรู้ความไปเสียทุกเรื่อง เสียก็แต่เรื่องนี้นั่นแหละ... แล้วก็เรื่องของซ่งจือแม่นั่นอีก”เมื่อเอ่ยถึงซ่งจือ คุณหญิงย่าก็หันไปมองถังหนิง พลางเอ่ยอธิบาย“เสี่ยวหนิง หนูอย่าคิดมากเลยนะ ย่าถามเยี่ยนเหิงดูแล้ว เขากับซ่งจือไม่ได้มีอะไรกัน ร่างกายแม่นั่นพิการ แถมเมื่อก่อนพวกเขาก็เคยรู้จักกันมาตั้งนาน ก็เลยช่วยเหลือแค่นิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้น”สีหน้าของคุณหญิงย่าเริ่มจริงจังขึ้น น้ำเสียงก็หนักแน่นขึ้นตาม“อีกอย่าง โครงการปัญญาประดิษฐ์ที่บริษัทกำลังทุ่มทุนเป็นพิเศษอยู่นั้น ซ่งจือก็ถือเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ ตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยก็คว้ารางวัลในประเทศมาไม่น้อย... อีกไม่นานก็ใกล้จะถึงงานนิทรรศการวิจัยทางเทคโนโลยีแ

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 26

    คุณหญิงย่าหันมามองเธอ “เสี่ยวหนิง บอกย่ามาสิว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ พูดมาให้ชัด ๆ”สายตาของชายหนุ่มทอดมองมา คิ้วเข้มคมคายเหนือเบ้าตาที่ลึกเล็กน้อย ดวงตาดำขลับล้ำลึกราวกับบ่อน้ำลึก ถังหนิงเดาออกได้ไม่ยากว่าสายตานั้นหมายความว่าอย่างไรเขากำลังขู่เธอ ขู่ว่าหากเธอกล้าพูดความจริง เรื่องการผ่าตัดของคุณยายก็อย่าหวังเลยว่าจะผ่านไปได้ด้วยดีเธอยกมุมปากยิ้มหยัน ก่อนจะเอ่ยว่า “คุณย่าคะ หนูเป็นคนขอถอนตัวออกมาเองค่ะ ตอนนี้หนูเข้าร่วมกับคณะใหม่แล้ว คุณย่าไม่ต้องเป็นห่วงหนูหรอกนะคะ”คุณหญิงย่าขบฟันแน่น จ้องมองซ่งจือตาไม่กะพริบ “ถึงอย่างนั้น ฉันก็ไม่อนุญาตให้ผู้หญิงคนนี้มาผยองในพื้นที่ที่ตระกูลเฉินของเราลงทุนไว้หรอกนะ เยี่ยนเหิง แกโทรไปสั่งให้ไล่ออกเดี๋ยวนี้เลย”ซ่งจือช้อนสายตามองเฉินเยี่ยนเหิงด้วยดวงตาแดงก่ำแผ่นหลังหนากว้างของเฉินเยี่ยนเหิงบดบังตัวเธอไว้ “คุณย่าครับ เรื่องของเธอตัดสินใจเรียบร้อยแล้ว แล้วการแสดงก็จะมีขึ้นในเร็ว ๆ นี้ รายชื่อถูกส่งขึ้นไปหมดแล้ว เปลี่ยนตัวไม่ทันครับ”ถังหนิงหลุดหัวเราะเยาะในใจตอนนั้นรายชื่อของเธอถูกส่งขึ้นไปแล้วเหมือนกัน เขายังเปลี่ยนออกได้ แต่กับซ่งจือกลับเป

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 25

    คุณหญิงย่าฟังออกว่าคำพูดของทั้งสองคนแฝงการกระทบกระทั่งกันอยู่ และรู้อยู่แล้วว่าเฉินเยี่ยนเหิงเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สุดของศูนย์ศิลปะ การที่ถังหนิงจู่ ๆ ก็เลิกทำ เขาก็ต้องรู้อย่างแน่นอน “มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่...”เฉินฝูเซิงเอ่ยขึ้น “ไม่ใช่ว่าเปลี่ยนงานใหม่หรอกเหรอ”คุณหญิงย่าขมวดคิ้ว “เปลี่ยนงานอะไร?”ถังหนิงอธิบาย “แค่ไปลงทุนกับคณะแต้นรำของรุ่นพี่ที่รู้จักน่ะค่ะ”คุณหญิงย่ายิ่งไม่เข้าใจหนักกว่าเดิม “รุ่นพี่? ผู้ชายเหรอ?”เมื่อก่อนถังหนิงเป็นคนรู้จักกาลเทศะเสมอ และคอยรักษาระยะห่างจากเพศตรงข้ามอย่างเหมาะสม ซึ่งนั่นก็เป็นเหตุผลที่คุณหญิงย่าวางใจปล่อยให้เธอไปทำงานในสถานที่ปะปนไปด้วยผู้คนหลากหลายประเภทเช่นนั้นท่านรู้ดีว่าถังหนิงรักเฉินเยี่ยนเหิงมากขนาดไหนทว่าตอนนี้เธอกลับแยกไม่ออกว่าอะไรสำคัญอะไรไม่สำคัญ ถึงขั้นไปร่วมมือทำธุรกิจกับผู้ชายคนอื่น“แล้วงานที่ศูนย์ศิลปะของหนูล่ะ?”เฉินเยี่ยนเหิงเอ่ยขัด “คุณย่าครับ เรื่องพวกนี้คุณย่าไม่ต้องไปยุ่งหรอกครับ”“หนูโดนไล่ออกค่ะ” ถังหนิงเปิดปากพูดตรง ๆในตอนนั้นเอง เงาร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นที่ประตู คน ๆ นั้นก็คือซ่งจือเธอสวมชุดผู้ป่วยไ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status