Share

บทที่ 2

Author: ดอกไนเจลล่า
ตอนที่ถังหนิงเดินออกมาจากภัตตาคาร น้ำตาก็เอ่อล้นขึ้นมาจนภาพตรงหน้าพร่ามัวไปหมด

เงาร่างหนึ่งวิ่งตามหลังเธอออกมา พร้อมกับยื่นมือมารั้งตัวเธอไว้

ซ่งจือเอ่ยด้วยสายตาเฉียบคม “เธอคิดว่าฉันเป็นมือที่สามเหรอ? ฉันจะบอกให้นะ ฉันกับเฉินเยี่ยนเหิงพวกเราบริสุทธิ์ใจต่อกัน เงินที่เขาให้ฉันมา ฉันไม่เคยใช้เลยสักบาทเดียว”

“ฉันไม่ได้ตาบอด และก็ไม่ได้หูหนวกด้วย” เธอสะบัดมือซ่งจือออกอย่างแรง

ทันใดนั้น รถตู้คันหนึ่งก็เบรกกะทันหัน หยุดชะงักตรงด้านหลังของถังหนิง

“อ๊า—” เสียงร้องตกใจของเธอยังไม่ทันได้เปล่งออกไปไกล

ชายร่างกำยำสองคนที่คลุมศีรษะมิดชิดก็เข้าประชิดตัวถังหนิงในชั่วพริบตา พวกเขาปิดปากพร้อมกับหิ้วปีกเธอ แล้วลากเธอยัดเข้าไปในรถ

เพียงชั่วพริบตา ร่างของถังหนิงก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย

ซ่งจือยืนชะงักอึ้งอยู่กับที่ ร่างกายโอนเอนเล็กน้อย ก่อนจะล้มลงกระแทกกับพื้นอันเย็นยะเยือกอย่างแรง ส่งผลให้ข้อศอกของเธอกระแทกเข้ากับขั้นบันได

รอจนกระทั่งคนในภัตตาคารเดินออกมาตามหาเธอ ถึงพบว่าเธอล้มลงกองอยู่กับพื้นอย่างน่าเวทนา

คนสองคนรีบเข้าไปประคองเธอขึ้นมา พอเห็นว่าข้อศอกของเธอถลอกจนเนื้อหลุดเป็นแผ่นใหญ่ แถมขาเทียมยังหลุดกระเด็นออกไป ก็โกรธจัดจนอกแทบระเบิด “ถังหนิงเป็นคนผลักเธอใช่ไหม? ผู้หญิงใจร้ายคนนี้ ทั้งเมือง A ไม่มีใครจะอวดดีและกร่างได้เท่ายัยนี่อีกแล้ว!”

อีกคนก็เดือดดาลไม่แพ้กัน อารมณ์โมโหพุ่งขึ้นหัว “แล้วหล่อนล่ะ! ผลักเธอแล้วก็หนีไปเลยเหรอ? ต้องให้ยัยนั่นมาขอโทษเธอให้ได้! มันจะเกินไปแล้วนะ!”

ริมฝีปากของซ่งจือสั่นระริก “ธะ เธอ...”

“หล่อนข่มขู่เธอเหรอ? ไม่ต้องกลัวนะ ยังมีพวกเราอยู่! พวกเราอยู่ข้างเธอแน่นอน”

“เธอ...” ซ่งจือกะพริบตา กลั้นน้ำตาเอาไว้ แล้วส่ายหน้าเบา ๆ “ไม่เป็นไรค่ะ กลับกันเถอะ ฉันยังต้องทำงานต่อ”

“เสี่ยวจือ เธอเนี่ยจิตใจดีเกินไปแล้ว! ยัยนั่นทำกับเธอขนาดนี้ เธอกลับไม่ทำอะไรเลยสักนิด ก็ไม่แปลกหรอกที่หล่อนจะครองใจพี่เยี่ยนไม่ได้ จิตใจชั่วร้ายถึงขนาดนี้ แม้แต่เส้นผมเส้นเดียวของเธอก็ยังเทียบไม่ได้เลย”

ทั้งสองคนช่วยกันประคองเธอขึ้นมา พลางส่งเสียงโวยวายขณะเดินกลับเข้าไป แล้วเล่าเรื่องนี้ให้เฉินเยี่ยนเหิงฟัง

เขาคีบอาหารใส่จานให้เด็กที่อยู่ข้างกาย มองดูเด็กน้อยเคี้ยวและกลืนลงไป ถึงค่อยเอ่ยว่า “โทรหาถังหนิง”

เขาพูดไม่มาก ทว่าสีหน้าลุ่มลึกเหมือนแท่งหมึกจีนที่แช่อยู่ในน้ำ

ซ่งจือขมวดคิ้ว “...ช่างมันเถอะค่ะ ฉันไม่เป็นไร”

“เสี่ยวจือ เธออย่าไปสงสารถังหนิงเลย ต้องรอให้ยัยนั่นทำเธอเข้าโรงพยาบาลก่อนหรือไงถึงจะเรียกว่าเป็นอะไร?” สายโทรศัพท์ถูกกดโทรออกไปแล้ว ราวกับกลัวว่าหากช้าไปแม้เพียงวินาทีเดียว จะไม่ทันได้เอาเรื่องถังหนิง

“ตู๊ดตู๊ดตู๊ด...” เสียงสัญญาณดังจนกระทั่งตัดสายไปเอง “ยัยนั่นต้องละอายใจจนไม่กล้ารับสายแน่ ๆ!”

ซ่งจือหลุบตาลง ผมหน้าม้าที่ยาวเกินไปบดบังแววตาเอาไว้ มือที่ซุกอยู่ในแขนเสื้อสั่นเทาเล็กน้อย

เธอแอบชำเลืองมองไปที่ชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนเก้าอี้

เขากำลังมองดูเด็กน้อยกินอาหาร และคีบกระดูกซี่โครงให้อีกชิ้น แผ่นหลังเหยียดตรงแต่ไม่เกร็ง ท่วงท่าการเคลื่อนไหวเชื่องช้าทว่ามั่นคง ทุกการกระทำดูเด็ดขาดและมีขอบเขต

เธอเม้มริมฝีปาก เค้นรอยยิ้มออกมา แล้วเดินไปอีกฝั่งของเด็ก “เสี่ยวอัน อร่อยไหมครับ รีบขอบคุณคุณลุงเร็ว”

เด็กน้อยที่ก้มหน้าก้มตากินข้าวมาตลอดเงยหน้าขึ้น และกลอกตาไปมา แล้วเอ่ยเสียงใส “ขอบคุณครับคุณพ่อ”

มือที่ถือตะเกียบอยู่ของเฉินเยี่ยนเหิงชะงักไปครู่หนึ่ง พร้อมกับปรายตามองไปด้วยสายตาเรียบเฉย ภายใต้รูปลักษณ์ภายนอกที่สงบนิ่ง คล้ายซ่อนบางสิ่งเอาไว้ เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงค่อนข้างทุ้มต่ำ “กินเยอะ ๆ นะ”

เพื่อนสนิทที่อยู่ข้าง ๆ เห็นดังนั้นก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้ “พี่เยี่ยน นี่สิถึงจะเรียกว่าครอบครัวสามคนพ่อแม่ลูก! ถังหนิงทำพี่เสียเวลามาสี่ปี พรุ่งนี้เช้าพอสำนักงานเขตเปิดก็ไปหย่าเลยนะ อย่าปล่อยยืดเยื้ออีกเลย”

ช่วงสายของวันถัดมา ณ หน้าสำนักงานเขต

ภายในรถ ผู้ช่วยที่นั่งอยู่ตรงเบาะนั่งข้างคนขับ กดโทรศัพท์แล้วก็ตัดสายซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเขาต้องหันกลับไปมองด้านหลังด้วยความจนใจ “ติดต่อคุณผู้หญิงไม่ได้เลยครับ”

ซ่งจือแอบมองเฉินเยี่ยนเหิงแวบหนึ่ง เมื่อเห็นเขานิ่งเงียบ จึงยื่นมือไปลูบศีรษะเด็กน้อยที่นั่งอยู่ตรงกลาง พลางเอ่ยปากอย่างระมัดระวัง “เธออาจจะยังนอนไม่ตื่นมั้งคะ”

เขากวาดสายตามองนาฬิกาข้อมือ พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ไปส่งเธอทำงานก่อน”

เมื่อถึงภัตตาคาร หลังจากซ่งจือลงจากรถ เธอก็ยัดอมยิ้มให้ลูกหนึ่งไม้ และลูบแก้มเล็ก ๆ ด้วยความเอ็นดู “วันนี้อยู่กับ... คุณลุงเฉิน ต้องเป็นเด็กดีนะจ๊ะ แม่เลิกงานแล้วจะไปรับ”

เด็กน้อยพยักหน้า แล้วก้มหน้าก้มตาตั้งใจแกะอมยิ้ม ท่าทางเฉยชานี้ ดูไปแล้วมีความคล้ายคลึงกับชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้าง ๆ อยู่บ้าง

เมื่อกลับมาถึงหน้าสำนักงานเขตอีกครั้ง ก็มีรถสปอร์ตจอดเพิ่มอยู่อีกหลายคัน นอกจากกลุ่มคนจากภัตตาคารเมื่อคืนที่ตามมาแล้ว ยังมีคนอื่น ๆ ที่ได้ยินข่าวก็ตามมาด้วย คนที่เฝ้ารอให้ถังหนิงกับเฉินเยี่ยนเหิงหย่ากันมีไม่ใช่น้อย

ถังหนิงเป็นคนโด่งดังและอวดดีในวงสังคม ทำอะไรเอาแต่ใจตัวเอง และมักจะมีเฉินเยี่ยนเหิงคอยตามเช็ดตามล้างให้อยู่เสมอ

การหย่าร้างหมายถึงทั้งสองคนตัดขาดกัน และเฉินเยี่ยนเหิงจะไม่ปกป้องเธออีกต่อไป

และนั่นก็หมายความว่า เหล่าหมาป่าที่ห่มหนังแกะทั้งหลาย จะได้เผยเขี้ยวเล็บออกมาเสียที

ซือเจ๋อลองโทรหาเธอเป็นครั้งสุดท้าย แต่ก็ยังคงติดต่อไม่ได้เช่นเดิม

เฉินเยี่ยนเหิงนั่งอยู่ภายในรถ บนโต๊ะตรงหน้ามีโน้ตบุ๊กวางอยู่ เขาจัดการอีเมลงานเสร็จเรียบร้อย แล้วถือโอกาสหมุนเปิดฝาขวดน้ำแร่ให้เด็กน้อย ราวกับความวุ่นวายภายนอกทั้งหมดไม่เกี่ยวข้องกับเขาแม้แต่น้อย

ซือเจ๋อขมวดคิ้ว “คุณถังคงไม่ได้เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรอกนะครับ? เมื่อก่อน ต่อให้โกรธแค่ไหน ก็ไม่เคยไม่รับสายของคุณเลย”

ถังหนิงรู้ดีว่าสายของซือเจ๋อหมายถึงเฉินเยี่ยนเหิงเป็นคนตามหาเธอ

เมื่อก่อนต่อให้งอนแค่ไหน อย่างมากก็แค่ยอมรับสายแต่ไม่ยอมพูดเท่านั้น

เฉินเยี่ยนเหิงเพิ่งจัดการงานเสร็จ เขาคลายเนกไทออก ก่อนจะพาดมันไว้บนพนักเบาะนั่งอย่างไม่ใส่ใจ

เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและมั่นคง ไร้ซึ่งคลื่นอารมณ์ใด ๆ แต่ทุกคำกลับหนักอึ้งในใจคน “เล่นกับเธอมาทั้งเช้า พอแล้ว กลับบริษัท”

จู่ ๆ กระจกรถก็ถูกเคาะเบา ๆ พร้อมปรากฏเงาร่างสตรีในชุดสีแดงสดขึ้น

คนที่ชอบใส่เสื้อผ้าสีฉูดฉาดสะดุดตาแบบนี้ และเป็นคนที่เขาจดจำได้แม่นยำที่สุด นั่นก็คือถังหนิง

ซือเจ๋ออดไม่ได้ที่จะเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง

ถังหนิงมาแล้ว

แต่เธอดูแปลกไปนิดหน่อย ไม่สิ ต้องเรียกว่า ยับเยินต่างหาก

เธอไม่ได้สวมรองเท้า เท้าทั้งสองข้างที่ทาเล็บสีแดงเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบโคลนและฝุ่นผง ทั้งยังมีรอยถลอกหลายแห่ง รวมถึงรอยฟกช้ำและข้อเท้าแพลงจนเขียวบวม

ผมเผ้าก็ยุ่งเหยิง เครื่องสำอางบนใบหน้าเลอะเทอะไปหมด

เธอเหมือนคนที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมดเพื่อมาถึงสถานที่แห่งนี้ เพียงเพื่อที่จะหย่ากับเฉินเยี่ยนเหิงเท่านั้น

พอซือเจ๋อหันกลับไปก็พบว่าเฉินเยี่ยนเหิงเปิดประตูรถเดินออกไปแล้ว

เขาเดินเข้ามาด้วยไอเย็นเฉียบเต็มร่าง ก่อนจะหยุดห่างจากถังหนิงเพียงครึ่งก้าว แม้ไม่ได้ขยับเข้าใกล้ แต่กลับแผ่แรงกดดันออกมาโดยธรรมชาติ เขากวาดสายตามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า “เธอไปเหลวไหลที่ไหนมาอีก”

ริมฝีปากของถังหนิงเค้นรอยยิ้มบาง ๆ “ใช่แล้วค่ะ ไปเหลวไหลมา เหลวไหลเสร็จแล้ว ก็พอดีกลับมาหย่า”

เขาใช้นิ้วมือกดตรงกลางระหว่างคิ้วเบา ๆ ท่าทางเชื่องช้าเหมือนเป็นการสะกดกลั้นอารมณ์ บรรยากาศรอบตัวลดต่ำคล้ายถูกมือที่มองไม่เห็นกดทับลงมาอีกชั้น

“ถังหนิง อย่าเอาเรื่องหย่ามาทดสอบขีดจำกัดของฉันซ้ำ ๆ” เสียงของเขาทุ้มพร่ายิ่งกว่าปกติ แต่กลับชัดเจนและหนักแน่น “นี่เป็นครั้งสุดท้าย”

ถังหนิงรู้จักเขาดี ตอนนี้เขากำลังโกรธ

ถ้าเป็นเมื่อก่อน ถังหนิงคงจะยอมประนีประนอมอย่างไม่ลังเล เพียงเพื่อเขาจะได้อารมณ์ดี

แต่ในตอนนี้ เธอเมินเฉยต่อโทสะของเขา หมุนตัวเดินเข้าไปในสำนักงานเขต

เหลือเวลาอีกเพียงหนึ่งนาที เจ้าหน้าที่ก็เตรียมตัวจะเลิกงานแล้ว

ถังหนิงพยักหน้าแสดงการขอโทษ “ขอโทษด้วยนะคะ ที่ต้องรบกวนพวกคุณ”

เจ้าหน้าที่กลับลงนั่งอีกครั้ง พอเงยหน้ามองเห็นเธอก็ถึงกับชะงักไป

ก่อนหน้านี้ถังหนิงเคยเป็นนักเต้นนำและเคยออกรายการโทรทัศน์ ทั้งยังเคยโด่งดังอยู่ช่วงหนึ่ง ความประณีตและงามเลิศจนหาที่เปรียบไม่ได้ มันช่างแตกต่างจากสภาพที่ยับเยินและมอมแมมในตอนนี้อย่างสิ้นเชิง

เจ้าหน้าที่กระแอมไอเบา ๆ “ฝ่ายชายล่ะครับ?”

เธอขมวดคิ้วพลางมองออกไปด้านนอก ปรากฏว่า... เฉินเยี่ยนเหิงไม่ได้เดินตามเข้ามา

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 30

    คุณหญิงย่าหลุบตาลง น้ำเสียงพลันแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาและหนักแน่น “ดังนั้นหนูเปลี่ยนไปแล้วใช่ไหม? ไม่ได้รักเยี่ยนเหิงแล้วงั้นเหรอ?”ปลายนิ้วของถังหนิงเกร็งขึ้นมาทันที ในใจอยากจะโพล่งออกไปใจจะขาดว่า ใช่ หนูไม่ได้รักเขาอีกต่อไปแล้วทว่าตอนนี้ยังพูดคำนั้นออกไปไม่ได้ เธอจึงยิ้มบาง ๆ “คุณย่าคะ หนูรักเยี่ยนเหิงมากแค่ไหน คุณย่าไม่รู้จริง ๆ เหรอคะ? หนูชอบวิ่งไล่ตามหลังเขามาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วนะคะ”เฉินเยี่ยนเหิงช้อนสายตาขึ้นมองเธอ นิ่งชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะก้มหน้ารับประทานอาหารเช้าต่ออย่างไม่เร่งรีบ“ไม่ถูกต้อง” สายตาของคุณหญิงย่ากวาดมองไปยังซอกคอขาวสะอาดของเธอเมื่อก่อนเวลาทั้งคู่นอนที่บ้านต้นตระกูล เช้าวันถัดมาบนคอของถังหนิงมักจะมีร่องรอยคลุมเครือฝากไว้เสมอดังนั้นคุณหญิงย่าจึงรู้ดีแก่ใจว่า เมื่อคืนนี้ระหว่างคนทั้งสอง ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อยเมื่อก่อนขอแค่มีท่านคอยหนุนหลัง ถังหนิงเป็นต้องหาทางคลอเคลียเยี่ยนเหิงอยู่ตลอดเวลาและตราบใดที่ท่านอยู่ตรงนั้น เยี่ยนเหิงก็ไม่มีทางปฏิเสธการที่เมื่อคืนทั้งคู่ไม่ได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกัน จึงมีเพียงเหตุผลเดียวเท่านั้น คือถังหนิงเป็นฝ่ายที่

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 29

    ทว่าเธอกลับไม่มีทางที่จะอาบน้ำล้างหน้าแปรงฟันได้เลยเพราะเสื้อผ้าทั้งหมดของเธอถูกขนออกไปหมดแล้ว ในห้องแต่งตัวจึงเหลือเพียงข้าวของของเฉินเยี่ยนเหิงเท่านั้นเฉินเยี่ยนเหิงอาบน้ำเสร็จเดินออกมา เห็นเธอนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง เอาแต่จ้องมองหน้าจอโทรศัพท์ทั้งที่ยังไม่ได้ล้างเครื่องสำอางออกเสียด้วยซ้ำเขาเดินกลับเข้าไปในห้องแต่งตัวอีกครั้ง หยิบเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกมาตัวหนึ่งแล้วโยนไปให้เธอถังหนิงถูกเสื้อคลุมคลุมศีรษะจนมิด ทำให้เธองุนงงไปชั่วขณะ เธอดึงเสื้อเชิ้ตที่มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของไม้สนลงมา จึงค่อยเข้าใจเจตนาของเฉินเยี่ยนเหิง คือเขาต้องการให้เธอใส่เสื้อผ้าของเขาหลังจากอาบน้ำล้างหน้าเสร็จถังหนิงโยนเสื้อตัวนั้นกลับไปด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ไม่ต้องหรอก ฉันนั่งเล่นอีกสักพัก รอคุณย่าหลับแล้วจะออกไปนอนห้องรับรอง”เฉินเยี่ยนเหิงจ้องมองเธอ ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “คุณย่าสั่งให้ป้าแม่บ้านล็อคห้องรับรองไว้หมดแล้ว”ถังหนิงสูดหายใจเข้าลึก ดูท่าคุณหญิงย่าคงมองออกว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองคนดูไม่ค่อยปกติ จึงจงใจเตรียมทางหนีทีไล่เอาไว้แบบนี้ทว่าเรื่องบนเตียงพรรค์นี้ คนที่มีความต้องการ ต่อให้ลำบากแค

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 28

    ทว่าในเวลานี้ ต่อให้คุณย่าจะเกิดความระแคงใจ เธอก็ไม่สามารถทำใจขยับเข้าไปใกล้ชิดกับเฉินเยี่ยนเหิงได้อีกแล้วสายตาเรียบเฉยของเฉินเยี่ยนเหิงมองไปทางเธอ เมื่อเห็นว่าเธอไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ เขาจึงเบือนสายตากลับมาอย่างเงียบเชียบ “คุณย่าครับ พวกเราแต่งงานกันมาสี่ปีแล้วนะครับ”คุณหญิงย่าเค้นหัวเราะในลำคอ “แค่สี่ปีก็หมดโปรซะแล้วเหรอ เสี่ยวหนิงยังสาวขนาดนี้ ย่อมชอบบรรยากาศแบบวัยรุ่นเป็นธรรมดา แกก็ไม่รู้จักให้ความร่วมมือกันบ้างเลย ระวังเธอจะไปคว้าหนุ่มคนใหม่แล้วทิ้งแกเอานะ”น้ำเสียงของชายหนุ่มทุ้มต่ำและสุขุม “เธอไม่ทำแบบนั้นหรอกครับ”ถังหนิงพยายามสะกดกลั้นความหงุดหงิด ก่อนเอ่ยขัดขึ้น “คุณย่าคะ หนูว่าฟ้าเริ่มมืดเหมือนฝนจะตกแล้ว พวกเราขึ้นข้างบนกันเถอะค่ะ”คุณหญิงย่าเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มมืดครึ้ม “ได้สิ ขึ้นข้างบนกัน”ทว่าขณะเดินเข้าลิฟต์ ช่างบังเอิญเหลือเกินที่ดันเจอกับซ่งจือเข้าพอดี เธอสวมชุดผู้ป่วยอยู่ใต้เสื้อคลุม บนหลังมือยังมีเข็มน้ำเกลือเสียบ ดูเหมือนเพิ่งจะให้น้ำเกลือเสร็จแล้วเดินออกมาสีหน้าของคุณหญิงย่าเคร่งขรึมลงทันที แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าซ่งจือยังมีประโยชน์อยู่ จึงไม่ได้แสดงท่าที

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 27

    ตระกูลของคุณหญิงย่าเป็นแพทย์แผนจีน แม้ท่านจะไม่ได้สืบทอดวิชาต่อ แต่เรื่องการจับชีพจรก็พอทำเป็นอยู่บ้างชีพจรเป็นปกติ ไม่มีสิ่งใดพิเศษคุณหญิงย่าปล่อยมือออกอย่างผิดหวัง แล้วนั่งลงบนเก้าอี้ข้างโต๊ะอาหาร “พวกแกกำลังเตรียมตัวมีลูกกันอยู่ใช่ไหม?”เฉินเยี่ยนเหิงตอบเสียงเรียบ “ครับ”คุณหญิงย่าถอนหายใจยาว “ถ้าเตรียมตัวจะมีลูกตั้งแต่แต่งงานป่านนี้ลูกคงเข้าโรงเรียนอนุบาลไปแล้ว แกเนี่ยเป็นคนรู้ความไปเสียทุกเรื่อง เสียก็แต่เรื่องนี้นั่นแหละ... แล้วก็เรื่องของซ่งจือแม่นั่นอีก”เมื่อเอ่ยถึงซ่งจือ คุณหญิงย่าก็หันไปมองถังหนิง พลางเอ่ยอธิบาย“เสี่ยวหนิง หนูอย่าคิดมากเลยนะ ย่าถามเยี่ยนเหิงดูแล้ว เขากับซ่งจือไม่ได้มีอะไรกัน ร่างกายแม่นั่นพิการ แถมเมื่อก่อนพวกเขาก็เคยรู้จักกันมาตั้งนาน ก็เลยช่วยเหลือแค่นิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้น”สีหน้าของคุณหญิงย่าเริ่มจริงจังขึ้น น้ำเสียงก็หนักแน่นขึ้นตาม“อีกอย่าง โครงการปัญญาประดิษฐ์ที่บริษัทกำลังทุ่มทุนเป็นพิเศษอยู่นั้น ซ่งจือก็ถือเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ ตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยก็คว้ารางวัลในประเทศมาไม่น้อย... อีกไม่นานก็ใกล้จะถึงงานนิทรรศการวิจัยทางเทคโนโลยีแ

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 26

    คุณหญิงย่าหันมามองเธอ “เสี่ยวหนิง บอกย่ามาสิว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ พูดมาให้ชัด ๆ”สายตาของชายหนุ่มทอดมองมา คิ้วเข้มคมคายเหนือเบ้าตาที่ลึกเล็กน้อย ดวงตาดำขลับล้ำลึกราวกับบ่อน้ำลึก ถังหนิงเดาออกได้ไม่ยากว่าสายตานั้นหมายความว่าอย่างไรเขากำลังขู่เธอ ขู่ว่าหากเธอกล้าพูดความจริง เรื่องการผ่าตัดของคุณยายก็อย่าหวังเลยว่าจะผ่านไปได้ด้วยดีเธอยกมุมปากยิ้มหยัน ก่อนจะเอ่ยว่า “คุณย่าคะ หนูเป็นคนขอถอนตัวออกมาเองค่ะ ตอนนี้หนูเข้าร่วมกับคณะใหม่แล้ว คุณย่าไม่ต้องเป็นห่วงหนูหรอกนะคะ”คุณหญิงย่าขบฟันแน่น จ้องมองซ่งจือตาไม่กะพริบ “ถึงอย่างนั้น ฉันก็ไม่อนุญาตให้ผู้หญิงคนนี้มาผยองในพื้นที่ที่ตระกูลเฉินของเราลงทุนไว้หรอกนะ เยี่ยนเหิง แกโทรไปสั่งให้ไล่ออกเดี๋ยวนี้เลย”ซ่งจือช้อนสายตามองเฉินเยี่ยนเหิงด้วยดวงตาแดงก่ำแผ่นหลังหนากว้างของเฉินเยี่ยนเหิงบดบังตัวเธอไว้ “คุณย่าครับ เรื่องของเธอตัดสินใจเรียบร้อยแล้ว แล้วการแสดงก็จะมีขึ้นในเร็ว ๆ นี้ รายชื่อถูกส่งขึ้นไปหมดแล้ว เปลี่ยนตัวไม่ทันครับ”ถังหนิงหลุดหัวเราะเยาะในใจตอนนั้นรายชื่อของเธอถูกส่งขึ้นไปแล้วเหมือนกัน เขายังเปลี่ยนออกได้ แต่กับซ่งจือกลับเป

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 25

    คุณหญิงย่าฟังออกว่าคำพูดของทั้งสองคนแฝงการกระทบกระทั่งกันอยู่ และรู้อยู่แล้วว่าเฉินเยี่ยนเหิงเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สุดของศูนย์ศิลปะ การที่ถังหนิงจู่ ๆ ก็เลิกทำ เขาก็ต้องรู้อย่างแน่นอน “มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่...”เฉินฝูเซิงเอ่ยขึ้น “ไม่ใช่ว่าเปลี่ยนงานใหม่หรอกเหรอ”คุณหญิงย่าขมวดคิ้ว “เปลี่ยนงานอะไร?”ถังหนิงอธิบาย “แค่ไปลงทุนกับคณะแต้นรำของรุ่นพี่ที่รู้จักน่ะค่ะ”คุณหญิงย่ายิ่งไม่เข้าใจหนักกว่าเดิม “รุ่นพี่? ผู้ชายเหรอ?”เมื่อก่อนถังหนิงเป็นคนรู้จักกาลเทศะเสมอ และคอยรักษาระยะห่างจากเพศตรงข้ามอย่างเหมาะสม ซึ่งนั่นก็เป็นเหตุผลที่คุณหญิงย่าวางใจปล่อยให้เธอไปทำงานในสถานที่ปะปนไปด้วยผู้คนหลากหลายประเภทเช่นนั้นท่านรู้ดีว่าถังหนิงรักเฉินเยี่ยนเหิงมากขนาดไหนทว่าตอนนี้เธอกลับแยกไม่ออกว่าอะไรสำคัญอะไรไม่สำคัญ ถึงขั้นไปร่วมมือทำธุรกิจกับผู้ชายคนอื่น“แล้วงานที่ศูนย์ศิลปะของหนูล่ะ?”เฉินเยี่ยนเหิงเอ่ยขัด “คุณย่าครับ เรื่องพวกนี้คุณย่าไม่ต้องไปยุ่งหรอกครับ”“หนูโดนไล่ออกค่ะ” ถังหนิงเปิดปากพูดตรง ๆในตอนนั้นเอง เงาร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นที่ประตู คน ๆ นั้นก็คือซ่งจือเธอสวมชุดผู้ป่วยไ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status