แชร์

บทที่ 2

ผู้เขียน: ดอกไนเจลล่า
ตอนที่ถังหนิงเดินออกมาจากภัตตาคาร น้ำตาก็เอ่อล้นขึ้นมาจนภาพตรงหน้าพร่ามัวไปหมด

เงาร่างหนึ่งวิ่งตามหลังเธอออกมา พร้อมกับยื่นมือมารั้งตัวเธอไว้

ซ่งจือเอ่ยด้วยสายตาเฉียบคม “เธอคิดว่าฉันเป็นมือที่สามเหรอ? ฉันจะบอกให้นะ ฉันกับเฉินเยี่ยนเหิงพวกเราบริสุทธิ์ใจต่อกัน เงินที่เขาให้ฉันมา ฉันไม่เคยใช้เลยสักบาทเดียว”

“ฉันไม่ได้ตาบอด และก็ไม่ได้หูหนวกด้วย” เธอสะบัดมือซ่งจือออกอย่างแรง

ทันใดนั้น รถตู้คันหนึ่งก็เบรกกะทันหัน หยุดชะงักตรงด้านหลังของถังหนิง

“อ๊า—” เสียงร้องตกใจของเธอยังไม่ทันได้เปล่งออกไปไกล

ชายร่างกำยำสองคนที่คลุมศีรษะมิดชิดก็เข้าประชิดตัวถังหนิงในชั่วพริบตา พวกเขาปิดปากพร้อมกับหิ้วปีกเธอ แล้วลากเธอยัดเข้าไปในรถ

เพียงชั่วพริบตา ร่างของถังหนิงก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย

ซ่งจือยืนชะงักอึ้งอยู่กับที่ ร่างกายโอนเอนเล็กน้อย ก่อนจะล้มลงกระแทกกับพื้นอันเย็นยะเยือกอย่างแรง ส่งผลให้ข้อศอกของเธอกระแทกเข้ากับขั้นบันได

รอจนกระทั่งคนในภัตตาคารเดินออกมาตามหาเธอ ถึงพบว่าเธอล้มลงกองอยู่กับพื้นอย่างน่าเวทนา

คนสองคนรีบเข้าไปประคองเธอขึ้นมา พอเห็นว่าข้อศอกของเธอถลอกจนเนื้อหลุดเป็นแผ่นใหญ่ แถมขาเทียมยังหลุดกระเด็นออกไป ก็โกรธจัดจนอกแทบระเบิด “ถังหนิงเป็นคนผลักเธอใช่ไหม? ผู้หญิงใจร้ายคนนี้ ทั้งเมือง A ไม่มีใครจะอวดดีและกร่างได้เท่ายัยนี่อีกแล้ว!”

อีกคนก็เดือดดาลไม่แพ้กัน อารมณ์โมโหพุ่งขึ้นหัว “แล้วหล่อนล่ะ! ผลักเธอแล้วก็หนีไปเลยเหรอ? ต้องให้ยัยนั่นมาขอโทษเธอให้ได้! มันจะเกินไปแล้วนะ!”

ริมฝีปากของซ่งจือสั่นระริก “ธะ เธอ...”

“หล่อนข่มขู่เธอเหรอ? ไม่ต้องกลัวนะ ยังมีพวกเราอยู่! พวกเราอยู่ข้างเธอแน่นอน”

“เธอ...” ซ่งจือกะพริบตา กลั้นน้ำตาเอาไว้ แล้วส่ายหน้าเบา ๆ “ไม่เป็นไรค่ะ กลับกันเถอะ ฉันยังต้องทำงานต่อ”

“เสี่ยวจือ เธอเนี่ยจิตใจดีเกินไปแล้ว! ยัยนั่นทำกับเธอขนาดนี้ เธอกลับไม่ทำอะไรเลยสักนิด ก็ไม่แปลกหรอกที่หล่อนจะครองใจพี่เยี่ยนไม่ได้ จิตใจชั่วร้ายถึงขนาดนี้ แม้แต่เส้นผมเส้นเดียวของเธอก็ยังเทียบไม่ได้เลย”

ทั้งสองคนช่วยกันประคองเธอขึ้นมา พลางส่งเสียงโวยวายขณะเดินกลับเข้าไป แล้วเล่าเรื่องนี้ให้เฉินเยี่ยนเหิงฟัง

เขาคีบอาหารใส่จานให้เด็กที่อยู่ข้างกาย มองดูเด็กน้อยเคี้ยวและกลืนลงไป ถึงค่อยเอ่ยว่า “โทรหาถังหนิง”

เขาพูดไม่มาก ทว่าสีหน้าลุ่มลึกเหมือนแท่งหมึกจีนที่แช่อยู่ในน้ำ

ซ่งจือขมวดคิ้ว “...ช่างมันเถอะค่ะ ฉันไม่เป็นไร”

“เสี่ยวจือ เธออย่าไปสงสารถังหนิงเลย ต้องรอให้ยัยนั่นทำเธอเข้าโรงพยาบาลก่อนหรือไงถึงจะเรียกว่าเป็นอะไร?” สายโทรศัพท์ถูกกดโทรออกไปแล้ว ราวกับกลัวว่าหากช้าไปแม้เพียงวินาทีเดียว จะไม่ทันได้เอาเรื่องถังหนิง

“ตู๊ดตู๊ดตู๊ด...” เสียงสัญญาณดังจนกระทั่งตัดสายไปเอง “ยัยนั่นต้องละอายใจจนไม่กล้ารับสายแน่ ๆ!”

ซ่งจือหลุบตาลง ผมหน้าม้าที่ยาวเกินไปบดบังแววตาเอาไว้ มือที่ซุกอยู่ในแขนเสื้อสั่นเทาเล็กน้อย

เธอแอบชำเลืองมองไปที่ชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนเก้าอี้

เขากำลังมองดูเด็กน้อยกินอาหาร และคีบกระดูกซี่โครงให้อีกชิ้น แผ่นหลังเหยียดตรงแต่ไม่เกร็ง ท่วงท่าการเคลื่อนไหวเชื่องช้าทว่ามั่นคง ทุกการกระทำดูเด็ดขาดและมีขอบเขต

เธอเม้มริมฝีปาก เค้นรอยยิ้มออกมา แล้วเดินไปอีกฝั่งของเด็ก “เสี่ยวอัน อร่อยไหมครับ รีบขอบคุณคุณลุงเร็ว”

เด็กน้อยที่ก้มหน้าก้มตากินข้าวมาตลอดเงยหน้าขึ้น และกลอกตาไปมา แล้วเอ่ยเสียงใส “ขอบคุณครับคุณพ่อ”

มือที่ถือตะเกียบอยู่ของเฉินเยี่ยนเหิงชะงักไปครู่หนึ่ง พร้อมกับปรายตามองไปด้วยสายตาเรียบเฉย ภายใต้รูปลักษณ์ภายนอกที่สงบนิ่ง คล้ายซ่อนบางสิ่งเอาไว้ เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงค่อนข้างทุ้มต่ำ “กินเยอะ ๆ นะ”

เพื่อนสนิทที่อยู่ข้าง ๆ เห็นดังนั้นก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้ “พี่เยี่ยน นี่สิถึงจะเรียกว่าครอบครัวสามคนพ่อแม่ลูก! ถังหนิงทำพี่เสียเวลามาสี่ปี พรุ่งนี้เช้าพอสำนักงานเขตเปิดก็ไปหย่าเลยนะ อย่าปล่อยยืดเยื้ออีกเลย”

ช่วงสายของวันถัดมา ณ หน้าสำนักงานเขต

ภายในรถ ผู้ช่วยที่นั่งอยู่ตรงเบาะนั่งข้างคนขับ กดโทรศัพท์แล้วก็ตัดสายซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเขาต้องหันกลับไปมองด้านหลังด้วยความจนใจ “ติดต่อคุณผู้หญิงไม่ได้เลยครับ”

ซ่งจือแอบมองเฉินเยี่ยนเหิงแวบหนึ่ง เมื่อเห็นเขานิ่งเงียบ จึงยื่นมือไปลูบศีรษะเด็กน้อยที่นั่งอยู่ตรงกลาง พลางเอ่ยปากอย่างระมัดระวัง “เธออาจจะยังนอนไม่ตื่นมั้งคะ”

เขากวาดสายตามองนาฬิกาข้อมือ พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ไปส่งเธอทำงานก่อน”

เมื่อถึงภัตตาคาร หลังจากซ่งจือลงจากรถ เธอก็ยัดอมยิ้มให้ลูกหนึ่งไม้ และลูบแก้มเล็ก ๆ ด้วยความเอ็นดู “วันนี้อยู่กับ... คุณลุงเฉิน ต้องเป็นเด็กดีนะจ๊ะ แม่เลิกงานแล้วจะไปรับ”

เด็กน้อยพยักหน้า แล้วก้มหน้าก้มตาตั้งใจแกะอมยิ้ม ท่าทางเฉยชานี้ ดูไปแล้วมีความคล้ายคลึงกับชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้าง ๆ อยู่บ้าง

เมื่อกลับมาถึงหน้าสำนักงานเขตอีกครั้ง ก็มีรถสปอร์ตจอดเพิ่มอยู่อีกหลายคัน นอกจากกลุ่มคนจากภัตตาคารเมื่อคืนที่ตามมาแล้ว ยังมีคนอื่น ๆ ที่ได้ยินข่าวก็ตามมาด้วย คนที่เฝ้ารอให้ถังหนิงกับเฉินเยี่ยนเหิงหย่ากันมีไม่ใช่น้อย

ถังหนิงเป็นคนโด่งดังและอวดดีในวงสังคม ทำอะไรเอาแต่ใจตัวเอง และมักจะมีเฉินเยี่ยนเหิงคอยตามเช็ดตามล้างให้อยู่เสมอ

การหย่าร้างหมายถึงทั้งสองคนตัดขาดกัน และเฉินเยี่ยนเหิงจะไม่ปกป้องเธออีกต่อไป

และนั่นก็หมายความว่า เหล่าหมาป่าที่ห่มหนังแกะทั้งหลาย จะได้เผยเขี้ยวเล็บออกมาเสียที

ซือเจ๋อลองโทรหาเธอเป็นครั้งสุดท้าย แต่ก็ยังคงติดต่อไม่ได้เช่นเดิม

เฉินเยี่ยนเหิงนั่งอยู่ภายในรถ บนโต๊ะตรงหน้ามีโน้ตบุ๊กวางอยู่ เขาจัดการอีเมลงานเสร็จเรียบร้อย แล้วถือโอกาสหมุนเปิดฝาขวดน้ำแร่ให้เด็กน้อย ราวกับความวุ่นวายภายนอกทั้งหมดไม่เกี่ยวข้องกับเขาแม้แต่น้อย

ซือเจ๋อขมวดคิ้ว “คุณถังคงไม่ได้เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรอกนะครับ? เมื่อก่อน ต่อให้โกรธแค่ไหน ก็ไม่เคยไม่รับสายของคุณเลย”

ถังหนิงรู้ดีว่าสายของซือเจ๋อหมายถึงเฉินเยี่ยนเหิงเป็นคนตามหาเธอ

เมื่อก่อนต่อให้งอนแค่ไหน อย่างมากก็แค่ยอมรับสายแต่ไม่ยอมพูดเท่านั้น

เฉินเยี่ยนเหิงเพิ่งจัดการงานเสร็จ เขาคลายเนกไทออก ก่อนจะพาดมันไว้บนพนักเบาะนั่งอย่างไม่ใส่ใจ

เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและมั่นคง ไร้ซึ่งคลื่นอารมณ์ใด ๆ แต่ทุกคำกลับหนักอึ้งในใจคน “เล่นกับเธอมาทั้งเช้า พอแล้ว กลับบริษัท”

จู่ ๆ กระจกรถก็ถูกเคาะเบา ๆ พร้อมปรากฏเงาร่างสตรีในชุดสีแดงสดขึ้น

คนที่ชอบใส่เสื้อผ้าสีฉูดฉาดสะดุดตาแบบนี้ และเป็นคนที่เขาจดจำได้แม่นยำที่สุด นั่นก็คือถังหนิง

ซือเจ๋ออดไม่ได้ที่จะเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง

ถังหนิงมาแล้ว

แต่เธอดูแปลกไปนิดหน่อย ไม่สิ ต้องเรียกว่า ยับเยินต่างหาก

เธอไม่ได้สวมรองเท้า เท้าทั้งสองข้างที่ทาเล็บสีแดงเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบโคลนและฝุ่นผง ทั้งยังมีรอยถลอกหลายแห่ง รวมถึงรอยฟกช้ำและข้อเท้าแพลงจนเขียวบวม

ผมเผ้าก็ยุ่งเหยิง เครื่องสำอางบนใบหน้าเลอะเทอะไปหมด

เธอเหมือนคนที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมดเพื่อมาถึงสถานที่แห่งนี้ เพียงเพื่อที่จะหย่ากับเฉินเยี่ยนเหิงเท่านั้น

พอซือเจ๋อหันกลับไปก็พบว่าเฉินเยี่ยนเหิงเปิดประตูรถเดินออกไปแล้ว

เขาเดินเข้ามาด้วยไอเย็นเฉียบเต็มร่าง ก่อนจะหยุดห่างจากถังหนิงเพียงครึ่งก้าว แม้ไม่ได้ขยับเข้าใกล้ แต่กลับแผ่แรงกดดันออกมาโดยธรรมชาติ เขากวาดสายตามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า “เธอไปเหลวไหลที่ไหนมาอีก”

ริมฝีปากของถังหนิงเค้นรอยยิ้มบาง ๆ “ใช่แล้วค่ะ ไปเหลวไหลมา เหลวไหลเสร็จแล้ว ก็พอดีกลับมาหย่า”

เขาใช้นิ้วมือกดตรงกลางระหว่างคิ้วเบา ๆ ท่าทางเชื่องช้าเหมือนเป็นการสะกดกลั้นอารมณ์ บรรยากาศรอบตัวลดต่ำคล้ายถูกมือที่มองไม่เห็นกดทับลงมาอีกชั้น

“ถังหนิง อย่าเอาเรื่องหย่ามาทดสอบขีดจำกัดของฉันซ้ำ ๆ” เสียงของเขาทุ้มพร่ายิ่งกว่าปกติ แต่กลับชัดเจนและหนักแน่น “นี่เป็นครั้งสุดท้าย”

ถังหนิงรู้จักเขาดี ตอนนี้เขากำลังโกรธ

ถ้าเป็นเมื่อก่อน ถังหนิงคงจะยอมประนีประนอมอย่างไม่ลังเล เพียงเพื่อเขาจะได้อารมณ์ดี

แต่ในตอนนี้ เธอเมินเฉยต่อโทสะของเขา หมุนตัวเดินเข้าไปในสำนักงานเขต

เหลือเวลาอีกเพียงหนึ่งนาที เจ้าหน้าที่ก็เตรียมตัวจะเลิกงานแล้ว

ถังหนิงพยักหน้าแสดงการขอโทษ “ขอโทษด้วยนะคะ ที่ต้องรบกวนพวกคุณ”

เจ้าหน้าที่กลับลงนั่งอีกครั้ง พอเงยหน้ามองเห็นเธอก็ถึงกับชะงักไป

ก่อนหน้านี้ถังหนิงเคยเป็นนักเต้นนำและเคยออกรายการโทรทัศน์ ทั้งยังเคยโด่งดังอยู่ช่วงหนึ่ง ความประณีตและงามเลิศจนหาที่เปรียบไม่ได้ มันช่างแตกต่างจากสภาพที่ยับเยินและมอมแมมในตอนนี้อย่างสิ้นเชิง

เจ้าหน้าที่กระแอมไอเบา ๆ “ฝ่ายชายล่ะครับ?”

เธอขมวดคิ้วพลางมองออกไปด้านนอก ปรากฏว่า... เฉินเยี่ยนเหิงไม่ได้เดินตามเข้ามา

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 100

    เจียงหนานนึกขึ้นมาได้กะทันหัน “จริงสิ ฉันเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตอนที่เซ็นสัญญาเสร็จแล้วกลับมาคราวก่อน ฉันโดนคนสะกดรอยตามน่ะ”ถังหนิงตกใจ “ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”“เมื่อวานตอนที่ฉันไปซูเปอร์มาร์เก็ต มีคนแอบตามฉันมา ตอนแรกฉันนึกว่าเป็นคนอื่นส่งมาซะอีก แต่พอจับตัวได้แล้วเค้นถามดูถึงได้รู้ว่าเป็นคนของซ่งจือ”ตอนนั้นเจียงหนานตกใจกลัวแทบแย่ เพราะกลัวว่าเป็นคนผู้นั้น แต่พอรู้ว่าเป็นฝีมือของซ่งจือกลับทำให้เธอรู้สึกโล่งใจขึ้นมาซะอย่างนั้นถังหนิงเอ่ยขึ้น “เธอคงจะส่งคนไปตามสะกดรอยหลิงชีมากกว่า”เธอรู้สึกผิดนิด ๆ ที่ดึงเจียงหนานเข้ามาช่วยตัวเองเซ็นสัญญา “ช่วงนี้เธออย่าเพิ่งออกไปไหนเลยนะ ถ้าต้องการอะไรก็บอกฉันได้เลย”เจียงหนานพยักหน้ารับ พร้อมกับรู้สึกว่าช่วงนี้ตัวเองเผลอเปิดเผยตัวตนมากเกินไปจริง ๆ เมื่อตกดึก ถังหนิงกลับมาถึงอู๋ถงจินอ้าน เธอตั้งใจจะขึ้นไปหาเส้นผมของเฉินเยี่ยนเหิงบนเตียงนอน ทว่าผ้าปูที่นอนทั้งหมดกลับถูกเปลี่ยนเป็นชุดใหม่หมดจด สะอาดสะอ้านไร้ร่องรอยเมื่อเป็นเช่นนี้ ดูก็รู้ทันทีว่าเป็นฝีมือของแม่บ้านชาวฟิลิปปินส์อย่าง มารี ที่เป็นคนทำความสะอาด มารีเป็นคนนิสัยอ่อนโยน ขยันขันแข็งและอ

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 99

    ถังหนิงรู้สึกว่าข้อมือข้างนั้นเปื้อนจนสกปรกไปหมด เธอหยิบกระดาษทิชชูขึ้นมาเช็ดถูซ้ำ ๆ อย่างไม่หยุดหย่อนจู่ ๆ ก็มีเสียงคุ้นเคยดังแว่วมาจากด้านข้าง “เธอนี่เอง”เธอเงยหน้าขึ้น ร่างกายชะงักไปเล็กน้อย เว่ยเฉิง คนสกุลเว่ยผู้นั้นเองเว่ยเฉิงเอ่ยขึ้นว่า “ครั้งก่อนฉันล่วงเกินไปหน่อย ไม่รู้ว่าคุณมีความสัมพันธ์กับคุณชายเซี่ย ต้องขอโทษด้วยจริง ๆ ”ถังหนิงเห็นท่าทีนอบน้อมถ่อมตนราวกับคนยอมจำนนของเขาแล้วก็ได้แต่รู้สึกขบขันท่าทีของเว่ยเฉิงสุภาพเรียบร้อยและเต็มไปด้วยความอ่อนน้อม “เธอมาร่วมงานเลี้ยงเหรอ? เข้าไปข้างในด้วยกันสิ พอดีฉันว่าจะเข้าไปขอโทษคุณชายเซี่ยต่อหน้าสักหน่อย”ถังหนิงส่ายหน้า “ไม่ล่ะ ฉันจะกลับแล้ว”เธอไม่อยากพูดอะไรเพิ่มแม้แต่ประโยคเดียว เดินเลี่ยงออกมาทันทีชายหนุ่มจ้องมองแผ่นหลังได้สัดส่วนของเธอด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็นและนึกเสียดายจนต้องมองตามซ้ำหลายครั้งพูดตามตรงแล้ว ผู้หญิงหน้าตาและรูปร่างระดับนี้ หากไม่ได้ลองสักครั้งถือเป็นความน่าเสียดายของชีวิตแท้ ๆ น่าเสียดายนักที่ดันมีคนหนุนหลังอยู่เบื้องหลัง เมื่อครู่เซี่ยหยุนจงเพิ่งจะเอ่ยปากตักเตือนไปหมาด ๆ อีกไม่นานเขาก็กำลังจะได้เล

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 98

    เขานั้นแทบจะไม่เคยโกรธเรื่องใดเลย ยกเว้นก็แต่เรื่องที่เกี่ยวกับซ่งจือเขามองไปยังเซี่ยจิงเมี่ยว ก่อนจะเงยหน้าขึ้นกวาดสายตามองเรียบ ๆ ไปยังชีสวี่ ทว่าแทบไม่ต้องเดาเลย ก็สามารถรู้ได้ทันทีว่าการกระทำของเซี่ยจิงเมี่ยวนี้เป็นสิ่งที่ชีสวี่สอนมาแม้ว่าเด็กคนนี้จะมีนิสัยถอดแบบมาจากเขา แต่ถึงอย่างไรก็ยังเป็นเด็ก จะกล้าสาดน้ำใส่ผู้เป็นพ่อที่ยังไม่ค่อยคุ้นเคยกันได้อย่างไรเขากำลังเดินเข้าไปพร้อมกับยกมือขึ้นชีสวี่ดึงเซี่ยจิงเมี่ยวเข้าไปปกป้องไว้ในอ้อมแขนทันที พร้อมกับกอดเอาไว้แน่นริมฝีปากของเซี่ยหยุนจงยังคงประดับรอยยิ้มจาง ๆ ฝ่ามือที่วางลงไปบนศีรษะเล็กของเซี่ยจิงเมี่ยวนั้นแผ่วเบา “ใช้ได้ สมแล้วที่เป็นลูกสาวฉัน ถึงกับรู้จักการทำความดีผดุงความยุติธรรมเชียวนะ”หางตาและแววตาของเขาเปี่ยมไปด้วยความเย่อหยิ่ง เขาจ้องมองชีสวี่พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “กลับไปค่อยเคลียร์บัญชีกับเธอ”ถังหนิงก้าวเข้ามาขวางปกป้องเซี่ยจิงเมี่ยวเอาไว้เช่นกันเธอจ้องมองเซี่ยหยุนจง “คุณชายเซี่ย คุณรีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะค่ะ เดี๋ยวจะไม่สบายเอา”“ผมไม่ได้เป็นคนป่วยง่ายขนาดนั้นหรอก เรื่องสุขภาพร่างกายเนี่ย เธอเป็นห่วงผ

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 97

    ถังหนิงเพิ่งกินมูสช็อกโกแลตหมดไป ใช้กระดาษทิชชูเช็ดปากเสร็จก็ตั้งใจจะไปเข้าห้องน้ำเพื่อเติมลิปสติกร่างสูงใหญ่ที่อยู่ด้านข้างทาบทับเงาลงมา เธอเงยหน้าขึ้นมอง เห็นว่าเป็นเซี่ยหยุนจง ก็รีบถอยหลังหลีกเลี่ยงไปด้านข้างทันทีเธอไม่อยากเผชิญหน้ากับคนสติไม่ดีโดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังจากคืนนั้นรอยกัดตรงท้ายทอยนั่นชวนให้อึดอัดสะอิดสะเอียนสิ้นดี“จะหลบทำไมกันล่ะครับคุณนายเฉิน ฉันยังไม่ได้แตะต้องปลายเส้นผมของเธอสักเส้นเลยนะ”การเคลื่อนไหวของถังหนิงชะงักไปครู่หนึ่ง เธอเงยหน้าจ้องมองเขาเขม็ง “นายไม่ได้แตะต้องปลายเส้นผมฉันสักเส้นงั้นเหรอ?”เธอแค่นเสียงหัวเราะออกมา “เซี่ยหยุนจง คุณทำอะไรลงไปบ้างในใจย่อมรู้ดีแก่ใจ”เซี่ยหยุนจงโน้มตัวลงเล็กน้อย “เธอคงไม่ได้เอาเรื่องที่เฉินเยี่ยนเหิงทำกับเธอมาลงที่ฉันหรอกนะ”เธอชะงักไป หัวคิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อย “คุณหมายความว่ายังไง”เขายักไหล่ “ไม่ได้หมายความว่ายังไง”เขาถือแก้วเหล้าขึ้นมาชนกับแก้วในมือของถังหนิง สายตามองไปยังฝั่งของเฉินเยี่ยนเหิง เมื่อเห็นว่าเฉินเยี่ยนเหิงหันมองมา เขาก็เอียงศีรษะไปทางด้านของถังหนิงแล้วเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งถังหนิงวางแก้วลง

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 96

    มองตามแนวสายตาคู่นั้นผ่านฝูงชนไป ทางฝั่งนั้นก็คือบริเวณที่ถังหนิงกำลังยืนอยู่พอดีเขาขมวดคิ้วมุ่น หันไปถามเฮ่อเจียหลี่ว่า “วันนั้นนายยังทำอะไรอีกนอกจากเรื่องของซ่งจือ”เฮ่อเจียหลี่ทำหน้าอึมครึมพร้อมกับขมวดคิ้ว “ฉันจะไปทำอะไรได้เล่า ไม่ได้ทำอะไรเลยอยู่ ๆ พี่เฉินก็โกรธขึ้นมาซะอย่างนั้น”จ้าวหมิงฟู่หันไปมองคนอื่น ๆ กลุ่มคนเหล่านั้นต่างมึนงงเช่นกัน “วันนั้นเฮ่อเจียหลี่ไม่ได้ทำอะไรจริง ๆ นะ แค่ถังหนิงพูดใส่ร้ายขึ้นมาประโยคหนึ่งว่าเฮ่อเจียหลี่ชอบซ่งจือแล้วจะแย่งคนแข่งกับพี่เฉิน หลังจากนั้นเฮ่อเจียหลี่ดันไปโดนตัวซ่งจือเข้าโดยไม่ได้ตั้งใจ พี่เฉินก็โกรธแล้วลงมือชกขึ้นมาทันทีเลย”แววตาของจ้าวหมิงฟู่หม่นลงเล็กน้อย ในใจมีความรู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่างว่า เฉินเยี่ยนเหิงกับถังหนิงอาจไม่ได้มีความสัมพันธ์กันเพียงแค่ผิวเผินอย่างที่เห็นภายนอกท่าทีที่ต้องการหย่าร้างของถังหนิงนั้นเขารู้ดีอยู่แก่ใจ การที่เรื่องยืดเยื้อมาจนถึงตอนนี้ เป็นเพราะเฉินเยี่ยนเหิงไม่ยอมหย่าต่างหากเพราะเหตุใดกันนะเฮ่อเจียหลี่ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ชะงักไปกะทันหัน ราวกับนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขาก็ขมวดคิ้วด้วยความไม่อยากจะเชื่อ “

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 95

    ในวันงานเลี้ยงวันเกิดของซ่งจือ ถังหนิงสวมชุดเดรสยาวกำมะหยี่สีแดงสดโดดเด่นสะดุดตาโดยไม่มีความเกรงใจใด ๆ ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าสู่ภายในห้องจัดเลี้ยงก็ดึงดูดสายตาของผู้คนนับไม่ถ้วนจนกลายเป็นจุดสนใจราวกับเป็นตัวเอกของงานถังหนิงกวาดสายตามองรอบ ๆ อย่างไม่ใส่ใจนัก เมื่อเห็นบรรดาผู้ทรงอิทธิพลระดับแถวหน้าในวงการที่มาร่วมงานกันอย่างพร้อมหน้า ในใจก็แค่นเสียงหัวเราะเยาะออกมาเบา ๆ เฉินเยี่ยนเหิงทุ่มเทปูทางสู่สวรงสวรรค์เอาไว้ เพื่อผลักดันให้เธอบินขึ้นสู่ที่สูงเธอก้าวเดินเข้าไปอย่างสง่างาม กลุ่มคนที่นำโดยเฮ่อเจียหลี่จ้องมองมาที่เธอด้วยแววตาเย็นชาและรังเกียจทว่าครั้งนี้เฮ่อเจียหลี่กลับรู้จักสำรวม ไม่ได้พุ่งเข้ามาต่อว่าเธอทันทีที่เดินเข้ามาเหมือนแต่ก่อน เพียงแต่แววตาของเขาได้แสดงความเกลียดชังออกมาอย่างชัดเจนแล้วเธอทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ หยิบไวน์แดงแก้วหนึ่งมาจากมือของพนักงานเสิร์ฟแล้วยกขึ้นจิบเบา ๆ บริเวณใจกลางห้องจัดเลี้ยง ซ่งจือสวมชุดเดรสผ้าซาตินสีเรียบ ยืนพูดคุยกับบรรดาผู้ทรงอิทธิพลด้วยท่าทีเป็นกันเองเฉินเยี่ยนเหิงยืนเคียงข้างกายของเธอ หากมองดูจากภาพนี้แล้ว ทั้งสองคนช่างดูเหมาะสมกันราวกับกิ่

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status