Compartilhar

บทที่ 3

Autor: ดอกไนเจลล่า
เธอพูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว ทั้งอึดอัดแน่นหน้าอก ได้แต่วิ่งออกไปด้านนอกด้วยความโกรธเต็มอก

กลุ่มคนที่เคยมายืนล้อมวงดูเรื่องสนุกอยู่ด้านนอกหายไปหมดแล้ว เพราะซือเจ๋อนำบอดี้การ์ดหลายคนมาจัดการเคลียร์พื้นที่จนโล่ง

เขายืนอยู่ข้างรถเบนท์ลีย์สีดำคันนั้น ก้มหน้าลงต่ำด้วยสีหน้าเรียบเฉย

ถังหนิงใช้แรงทั้งหมดที่มีเพื่อเค้นเสียงพูดกับเขา เส้นเอ็นบนลำคอเกร็งกระตุกเบา ๆ “เฉินเยี่ยนเหิง คุณยืนทำอะไรอยู่ข้างนอก! ไหนตกลงกันว่าจะมาหย่ากันไง? เข้าไปสิ!”

“ถังหนิง เธอเป็นคนอ้อนวอนขอให้ฉันแต่งงานด้วยเอง ความจำเสื่อมไปแล้วหรือไง?” วินาทีที่เขาเงยหน้าขึ้น สายตาก็คุมโทนสุขุมและคมกริบ “เธอกอดฉัน แล้วบอกกับฉันเองว่า ต่อให้ฉันจะไม่รักเธอ ขอแค่ได้อยู่เคียงข้างฉัน ได้มองดูฉัน รอฉันไปตลอดชีวิต เธอก็ยินยอมพร้อมใจ”

“มันไม่นับแล้ว!” แผ่นอกของเธอกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง น้ำเสียงแหบแห้ง “ทุกอย่างมันไม่นับอีกต่อไปแล้ว!”

เธอรู้สึกสะเทือนใจ ปวดระบมเจ็บลึก ราวกับมีบาดแผลขนาดใหญ่ถูกกรีดออก เลือดสด ๆ ไหลทะลักไม่หยุด

ตั้งแต่จำความได้ เธอก็วิ่งตามหลังเขามาโดยตลอด

เฉินเยี่ยนเหิงโตกว่าเธอหกปี ผู้ใหญ่ในบ้านสั่งให้เธอเรียกเขาว่าพี่ชาย

แต่เธอไม่เคยเรียกเขาว่าพี่ชายเลยสักครั้ง เธอเรียกเขาว่าเฉินเยี่ยนเหิง พอคึกคะนองหรืออยากเย้าหยอกก็จะเรียกว่า เยี่ยนเหิงหรือเสี่ยวเหิง

เฉินเยี่ยนเหิงในฐานะผู้ทายาทผู้สืบทอดตระกูลเฉิน มีภาระด้านการเรียนมากมาย แม้อายุยังน้อยแต่กลับสุขุมและเป็นผู้ใหญ่ มีพรสวรรค์และเฉลียวฉลาดเกินวัย เป็น “ลูกบ้านอื่น” ในสายตาของผู้ใหญ่เสมอ

เวลาเธอทำโจทย์ไม่ได้ก็มาหาเขา ทะเลาะกับพ่อแม่ก็มาหาเขา เงินไม่พอใช้ก็มาหาเขา หรือต่อให้ก่อเรื่องใหญ่โตแค่ไหน ก็มาหาเขาได้เสมอ

ช่วงวัยรุ่น เธอต่อต้านคนที่บ้านด้วยการทะเลาะ แล้วหนีออกนอกประเทศไปคนเดียว

เฉินเยี่ยนเหิงตามหาเธอเจอ พาเธอไปเล่นกิจกรรมสุดเหวี่ยงทุกอย่างที่ตื่นเต้นท้าทายจนครบ

ช่วงเวลาในต่างแดนครั้งนั้น ทั้งสองคนมักจะนอนอยู่บนดาดฟ้าของเรือยอชต์ หันหน้าเข้าหาท้องฟ้ากว้างใหญ่ รับลมทะเล ฟังเสียงคลื่น เธอตั้งคำถามที่ไร้เดียงสา แปลกประหลาด หรือแม้กระทั่งมืดมนนับไม่ถ้วน จนแม้แต่ตัวเธอเองยังรู้สึกรำคาญ

ทว่าเขากลับอดทนและใส่ใจ คุยเรื่องที่เธออยากคุยทั้งหมด น้ำเสียงทุ้มต่ำที่อ่อนโยนเหมือนท้องทะเลโอบกอดเธอไว้

เธอเคยคิดว่าเฉินเยี่ยนเหิงเป็นแค่นักเรียนดีเด่นที่ทุ่มเททั้งกายและใจให้กับการเรียนการศึกษาอย่างที่พวกผู้ใหญ่พูดกัน

แต่ในช่วงเวลานั้น เขากลับอยู่ร่วมบ้า ร่วมสนุกไปกับเธอ ทั้งแข่งขันเรือยอชต์ แข่งรถ ท่องเที่ยวผจญภัยในป่า กระโดดร่มยิงปืน เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่เขาเป็นคนสอนเธอทั้งสิ้น

ไม่ว่าจะในวัยเด็ก วัยรุ่น หรือช่วงวัยเยาว์

เขาคือคนที่เธอยกย่องที่สุดเสมอมา

เธอคิดไปเองว่าเธอได้เห็นเฉินเยี่ยนเหิงในมุมที่คนอื่นไม่เคยเห็น

เธอคิดไปเองว่าต่างฝ่ายต่างเป็นสิ่งพิเศษเพียงหนึ่งเดียวของกันและกัน

ดังนั้นเธอถึงได้พูดคำว่า ยินยอมรอเขาไปตลอดชีวิต ออกมา

แต่ในตอนนี้ เขากลับเปลี่ยนไปแล้ว

ในเมื่อคนเปลี่ยนไปแล้ว คำสัญญาพวกนั้นยังต้องรักษาไว้อีกหรือ

“เฉินเยี่ยนเหิง” เธอเอ่ยชื่อเขาอย่างจริงจัง แล้วพึมพำถามออกไป “เมื่อคืนนี้ คุณได้ตามหาฉันบ้างไหม? คุณเคยเป็นห่วงฉันบ้างหรือเปล่า?”

เขาลดสายตามองลงมาที่เธอ ในแววตาไม่มีโทสะใด ๆ มีเพียงความสงบเยือกเย็นจนน่ากลัว “เธอผลักซ่งจือแล้วหนีไปโดยไม่มีคำขอโทษสักคำ โทรศัพท์ก็ติดต่อไม่ได้ เธอยังจะให้ฉันไปตามหาเธออีกเหรอ? ถังหนิง เธออายุยี่สิบสี่แล้ว ไม่ใช่สี่ขวบ”

“คุณคิดว่าฉันผลักซ่งจือ? คุณคิดว่าฉันจะไปผลักคนพิการเหรอ? ในสายตาของคุณ ฉันเป็นคนแบบนั้นเหรอ?” เสียงของเธอเบาหวิวราวกับจะไร้เสียง ความรู้สึกหมดแรงและไร้กำลังกัดกินไปทั่วร่าง

“แล้วเธอจะให้ฉันคิดยังไง? ซ่งจือเป็นคนที่มีศักดิ์ศรีสูงขนาดนั้น เธอจะแกล้งทำเป็นล้มลงในที่ที่มีคนพลุกพล่าน จนขาเทียมหลุดกระเด็นออกไป มันเป็นไปได้เหรอ?” เขาพยายามสะกดอารมณ์โกรธไว้อย่างสุดความสามารถ “ฉันรู้ว่าเธอไม่ได้ตั้งใจจะผลักเธอหรอก เธอแค่ใช้อารมณ์นำหน้า ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น คิดแค่ว่าจะระบายออกยังไง”

เธออ้าปากค้าง ถอนหายใจยาว หมดแรงที่จะอธิบาย และไม่อยากอธิบายอีกต่อไปแล้ว

“ใช่ ฉันมันเป็นคนใจดำและเห็นแก่ตัวขนาดนั้นแหละ งั้นคุณก็รีบหย่ากับฉันซะสิ บ่ายโมงสำนักงานเปิดทำการ วันนี้ฉันจะเฝ้าอยู่ที่นี่ รับรองเลยว่าวันนี้คุณจะได้หย่ากับคนใจดำและเห็นแก่ตัวอย่างฉันแน่นอน!”

เฉินเยี่ยนเหิงจ้องมองเธอ โทสะที่กดข่มไว้จนถึงขีดสุด พุ่งพรวดออกมาอย่างสมบูรณ์ มีเพียงสติที่เหลืออยู่บอกเขาว่า ตอนนี้ห้ามเอ่ยปากพูดอะไรเด็ดขาด

เขากำข้อมือเธอแน่น แล้วลากร่างเธอเข้าไปในรถ

“ปล่อยฉันนะ!” แรงของเธอเมื่ออยู่ต่อหน้าเขาก็ไม่ต่างอะไรกับลูกแกะที่รอวันถูกเชือด

ประตูรถปิดลงเสียงดัง “โครม”

ถังหนิงมองเห็นเด็กน้อยที่กำลังตั้งใจทำการบ้านอยู่อย่างเงียบ ๆ ภายในรถ

วินาทีนั้น สติที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดในสมองพลันพังทลายลงจนหมดสิ้น ใบหน้าของเธอแดงก่ำ ดวงตาทั้งสองข้างจ้องมองเฉินเยี่ยนเหิงด้วยความโกรธแค้น “คุณยังเป็นคนอยู่ไหม! คุณยังกล้าให้ฉันเห็นหน้าเขาอีกเหรอ! คุณเชื่อไหมว่าตอนนี้ฉันสามารถฆ่าเขาได้เลย!”

เด็กน้อยราวกับฟังไม่ออกถึงความโกรธของผู้ใหญ่ และฟังถ้อยคำที่เปี่ยมไปด้วยอารมณ์เหล่านั้นไม่เข้าใจ ยังคงก้มหน้าทำส่งการบ้านอย่างสงบเงียบ

เฉินเยี่ยนเหิงหลับตาลงครู่หนึ่ง เมื่อลืมตาขึ้นมา ลมหายใจก็หนักอึ้งขึ้น “เธออยากหย่า ก็ได้ แต่ไม่มีทางหย่าในสภาพแบบนี้เด็ดขาด เธออยากให้คนนอกนินทาว่ายังไง? ตระกูลเฉินทารุณกรรมเธอเหรอ?”

เธอก้มหน้าลง ความโกรธแค้นที่พุ่งเสียดฟ้าคล้ายจะมลายกลายเป็นน้ำแข็งที่ไม่มีใครแยแส

ถึงขนาดนี้แล้ว สิ่งที่เขาสนใจมากกว่าก็ยังคงเป็นชื่อเสียงของตระกูลเฉินของเขาอยู่ดี

เธอได้ยินเขาสั่งคนขับรถให้ออกรถด้วยน้ำเสียงเย็นชา แล้วสั่งให้ซือเจ๋อโทรหาป้าแม่บ้าน เตรียมยาฆ่าเชื้อและเสื้อผ้าของถังหนิงไว้

ป้าแม่บ้านชะงักไป “แต่ว่า ที่บ้านไม่มีเสื้อผ้าของคุณผู้หญิงเหลืออยู่แล้วนะคะ”

เฉินเยี่ยนเหิงทอดสายตาไป ก่อนหยุดชะงักอยู่ที่ร่างของเธอ

ถังหนิงเอ่ย “ฉันให้เพื่อนช่วยขนของออกไปหมดแล้วค่ะ”

เธอสั่งให้คนขับรถหยุดรถ ริมฝีปากที่แห้งผากเค้นรอยยิ้มออกมาพลางมองเขา “ฉันจะแต่งตัวให้... คู่ควรกับเกียรติของตระกูลเฉินของคุณ แล้วค่อยไปหย่าค่ะ”

เมื่อก่อน ไม่ว่าจะทะเลาะอาละวาดกันแค่ไหน ก็ไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นเลย

คล้ายกับว่ามีบางสิ่งบางอย่างกำลังเปลี่ยนแปลงไป

“แล้วแต่เธอ” น้ำเสียงของเขาราบเรียบไร้ระลอกคลื่น นัยน์ตาแฝงรอยยิ้มเยาะเย้ยบาง ๆ “ถ้าเธอลงจากรถตอนนี้ พรุ่งนี้ข่าวหน้าหนึ่งของวงการบันเทิงจะเป็นยังไง?”

ถังหนิงเงยหน้าขึ้น มองเห็นรถที่ขับตามหลังมาติด ๆ ผ่านกระจกมองหลัง พวกนักข่าวมีวิธีเต้าข่าวสารพัดรูปแบบ ผลักคนคนนั้นเข้าสู่พายุแห่งกระแสความคิดเห็น จนตกเป็นเป้าของเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากผู้คน

แน่นอนว่า สิ่งที่เฉินเยี่ยนเหิงแคร์คือหน้าตาของตระกูลเฉิน ไม่ใช่ตัวเธอ

ครึ่งชั่วโมงต่อมา ถังหนิงเดินตามเขากลับมายังบ้านที่ทั้งสองคนอาศัยอยู่ด้วยกันเป็นประจำ

เรือนหอของทั้งคู่อยู่ในหมู่บ้านจัดสรรระดับหรูแถบวงแหวนรอบที่ห้า ซึ่งเคยอยู่แค่ในคืนวันแต่งงานเท่านั้น พอวันรุ่งขึ้น เฉินเยี่ยนเหิงก็ย้ายไปอยู่ที่เพนท์เฮ้าส์ขนาดใหญ่ใจกลางเมืองเพียงลำพัง

เธอตัดใจแยกกันอยู่กับเขาไม่ได้ จึงกระเสือกกระสนตามมาด้วย แม้ว่าเธอจะชอบความสงบและอิสระของหมู่บ้านจัดสรรมากกว่าก็ตาม

นับตั้งแต่เธอย้ายมาอยู่ที่นี่ เขามักจะทำงานล่วงเวลาจนกลับดึก บางครั้งถึงขั้นไม่กลับมาเลยด้วยซ้ำ แม้กระทั่งเรื่องบนเตียง ทุกครั้งก็เป็นเธอที่เป็นฝ่ายรุกก่อนเสมอ

เขาเป็นคนเก็บซ่อนอารมณ์ ทำอะไรมีเหตุผล และเธอก็ชินชาเสียแล้ว ขอแค่มอบความอ่อนโยน ให้เธอสักน้อยนิด ก็เพียงพอที่จะทำให้เธอหลงมัวเมาจนโงหัวไม่ขึ้น

“เสื้อผ้า เดี๋ยวผู้ช่วยจะเอามาส่งให้” พอพูดจบ เขาก็เดินเข้าห้องหนังสือไป โดยมีเด็กคนนั้นเดินตามหลังเขาไป ทั้งสองคนดูราวกับเป็นพ่อลูกกันจริง ๆ

เธอจ้องมองแผ่นหลังของคนร่างใหญ่และร่างเล็ก ดวงตาพลันรู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมา

ไม่นาน ผู้ช่วยก็นำเสื้อผ้ามาส่ง โดยมีซ่งจือเดินตามหลังมาด้วย

ซ่งจือเอ่ยปากอธิบายก่อน “ฉันมารับเสี่ยวอันน่ะ”

ถังหนิงรับเสื้อผ้ามา แล้วใช้อำนาจในฐานะนายหญิงของบ้านเป็นครั้งสุดท้าย “ฉันไม่ชอบให้ผู้หญิงแปลกหน้าเข้ามาในบ้าน”

สีหน้าของซ่งจือดูย่ำแย่ขึ้นมาทันที แต่เพียงครู่เดียว ก็กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว “ผู้ช่วยเจียง รบกวนช่วยพาเด็กออกมาให้ฉันหน่อยนะคะ” เธอยื่นรูปถ่ายสองสามใบไปให้ “รูปถ่ายล้างออกมาแล้ว ฝากเอาไปให้เขาด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ”

ตอนที่เจียงเหวินรับรูปถ่ายมา รูปถ่ายปึกนั้นก็บังเอิญร่วงตกลงบนพื้น

มีรูปสองสามใบร่วงลงไปตรงปลายเท้าของถังหนิง

ในรูปถ่าย เฉินเยี่ยนเหิงในวัยที่หนุ่มกว่านี้ไม่กี่ปีสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว ดวงตาที่ทอดต่ำลงจับจ้องทารกน้อยในห่อผ้าอย่างอ่อนโยน

การเก็บซ่อนอารมณ์และความเย็นชาที่เขามีอยู่เสมอหายไปสิ้น ในดวงตาฉายแววความอ่อนโยนที่ยากจะปิดมิด

คนที่มีเหตุผลจนเกือบจะเย็นชาคนหนึ่ง กับเด็กที่ไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกับเขา เพียงเพราะเป็นลูกที่เกิดจากหญิงสาวผู้เป็นรักแท้ ถึงกับยอมปฏิบัติเหมือนเป็นลูกแท้ ๆ ของตัวเองได้เลยเหรอ?

เป็นไปได้ยังไง

ทว่ารูปถ่ายใบนี้ให้คำตอบกับถังหนิงแล้ว

เด็กคนนั้นอายุหกขวบ แต่เธอและเฉินเยี่ยนเหิงเพิ่งจะแต่งงานกันมาได้แค่สี่ปี...

เสียงวิ้ง ๆ ในหูดังแหลมพุ่งเข้าใส่สมองของเธอ ทันใดนั้น ร่างกายของเธอก็สั่นสะท้านไปทั้งตัว อยากจะร้องไห้แต่กลับร้องไม่ออก ถึงขั้นคลื่นไส้ตามกลไกร่างกาย ความรู้สึกอึดอัดจนหายใจไม่ออกแทบจะกลืนกินเธอเข้าไป

เศษเสี้ยวความทรงจำมากมายพุ่งเข้ามาในหัวของเธอ

สี่ปีมานี้ ทำไมเขาถึงกลับบ้านดึกขนาดนั้น ทำไมถึงยุ่งอยู่ตลอดเวลา ทำไมถึงไม่อยากมีลูก

เมื่อคิดถึงภาพเมื่อครู่นี้ ที่เธอทำเป็นวางท่าไม่ยอมให้ซ่งจือเข้ามา ซ่งจือก็คงกำลังแอบหัวเราะเยาะอยู่ในใจสินะ

โง่จริง เธอเฝ้าประคองชีวิตแต่งงานที่เหลือเพียงเปลือกนอก แถมยังเต็มเปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง บนโลกนี้คงไม่มีใครโง่ไปกว่าเธออีกแล้ว

แต่ยังดีที่ อีกไม่นานเธอก็จะหลุดพ้นได้แล้ว

Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 30

    คุณหญิงย่าหลุบตาลง น้ำเสียงพลันแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาและหนักแน่น “ดังนั้นหนูเปลี่ยนไปแล้วใช่ไหม? ไม่ได้รักเยี่ยนเหิงแล้วงั้นเหรอ?”ปลายนิ้วของถังหนิงเกร็งขึ้นมาทันที ในใจอยากจะโพล่งออกไปใจจะขาดว่า ใช่ หนูไม่ได้รักเขาอีกต่อไปแล้วทว่าตอนนี้ยังพูดคำนั้นออกไปไม่ได้ เธอจึงยิ้มบาง ๆ “คุณย่าคะ หนูรักเยี่ยนเหิงมากแค่ไหน คุณย่าไม่รู้จริง ๆ เหรอคะ? หนูชอบวิ่งไล่ตามหลังเขามาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วนะคะ”เฉินเยี่ยนเหิงช้อนสายตาขึ้นมองเธอ นิ่งชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะก้มหน้ารับประทานอาหารเช้าต่ออย่างไม่เร่งรีบ“ไม่ถูกต้อง” สายตาของคุณหญิงย่ากวาดมองไปยังซอกคอขาวสะอาดของเธอเมื่อก่อนเวลาทั้งคู่นอนที่บ้านต้นตระกูล เช้าวันถัดมาบนคอของถังหนิงมักจะมีร่องรอยคลุมเครือฝากไว้เสมอดังนั้นคุณหญิงย่าจึงรู้ดีแก่ใจว่า เมื่อคืนนี้ระหว่างคนทั้งสอง ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อยเมื่อก่อนขอแค่มีท่านคอยหนุนหลัง ถังหนิงเป็นต้องหาทางคลอเคลียเยี่ยนเหิงอยู่ตลอดเวลาและตราบใดที่ท่านอยู่ตรงนั้น เยี่ยนเหิงก็ไม่มีทางปฏิเสธการที่เมื่อคืนทั้งคู่ไม่ได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกัน จึงมีเพียงเหตุผลเดียวเท่านั้น คือถังหนิงเป็นฝ่ายที่

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 29

    ทว่าเธอกลับไม่มีทางที่จะอาบน้ำล้างหน้าแปรงฟันได้เลยเพราะเสื้อผ้าทั้งหมดของเธอถูกขนออกไปหมดแล้ว ในห้องแต่งตัวจึงเหลือเพียงข้าวของของเฉินเยี่ยนเหิงเท่านั้นเฉินเยี่ยนเหิงอาบน้ำเสร็จเดินออกมา เห็นเธอนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง เอาแต่จ้องมองหน้าจอโทรศัพท์ทั้งที่ยังไม่ได้ล้างเครื่องสำอางออกเสียด้วยซ้ำเขาเดินกลับเข้าไปในห้องแต่งตัวอีกครั้ง หยิบเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกมาตัวหนึ่งแล้วโยนไปให้เธอถังหนิงถูกเสื้อคลุมคลุมศีรษะจนมิด ทำให้เธองุนงงไปชั่วขณะ เธอดึงเสื้อเชิ้ตที่มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของไม้สนลงมา จึงค่อยเข้าใจเจตนาของเฉินเยี่ยนเหิง คือเขาต้องการให้เธอใส่เสื้อผ้าของเขาหลังจากอาบน้ำล้างหน้าเสร็จถังหนิงโยนเสื้อตัวนั้นกลับไปด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ไม่ต้องหรอก ฉันนั่งเล่นอีกสักพัก รอคุณย่าหลับแล้วจะออกไปนอนห้องรับรอง”เฉินเยี่ยนเหิงจ้องมองเธอ ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “คุณย่าสั่งให้ป้าแม่บ้านล็อคห้องรับรองไว้หมดแล้ว”ถังหนิงสูดหายใจเข้าลึก ดูท่าคุณหญิงย่าคงมองออกว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองคนดูไม่ค่อยปกติ จึงจงใจเตรียมทางหนีทีไล่เอาไว้แบบนี้ทว่าเรื่องบนเตียงพรรค์นี้ คนที่มีความต้องการ ต่อให้ลำบากแค

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 28

    ทว่าในเวลานี้ ต่อให้คุณย่าจะเกิดความระแคงใจ เธอก็ไม่สามารถทำใจขยับเข้าไปใกล้ชิดกับเฉินเยี่ยนเหิงได้อีกแล้วสายตาเรียบเฉยของเฉินเยี่ยนเหิงมองไปทางเธอ เมื่อเห็นว่าเธอไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ เขาจึงเบือนสายตากลับมาอย่างเงียบเชียบ “คุณย่าครับ พวกเราแต่งงานกันมาสี่ปีแล้วนะครับ”คุณหญิงย่าเค้นหัวเราะในลำคอ “แค่สี่ปีก็หมดโปรซะแล้วเหรอ เสี่ยวหนิงยังสาวขนาดนี้ ย่อมชอบบรรยากาศแบบวัยรุ่นเป็นธรรมดา แกก็ไม่รู้จักให้ความร่วมมือกันบ้างเลย ระวังเธอจะไปคว้าหนุ่มคนใหม่แล้วทิ้งแกเอานะ”น้ำเสียงของชายหนุ่มทุ้มต่ำและสุขุม “เธอไม่ทำแบบนั้นหรอกครับ”ถังหนิงพยายามสะกดกลั้นความหงุดหงิด ก่อนเอ่ยขัดขึ้น “คุณย่าคะ หนูว่าฟ้าเริ่มมืดเหมือนฝนจะตกแล้ว พวกเราขึ้นข้างบนกันเถอะค่ะ”คุณหญิงย่าเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มมืดครึ้ม “ได้สิ ขึ้นข้างบนกัน”ทว่าขณะเดินเข้าลิฟต์ ช่างบังเอิญเหลือเกินที่ดันเจอกับซ่งจือเข้าพอดี เธอสวมชุดผู้ป่วยอยู่ใต้เสื้อคลุม บนหลังมือยังมีเข็มน้ำเกลือเสียบ ดูเหมือนเพิ่งจะให้น้ำเกลือเสร็จแล้วเดินออกมาสีหน้าของคุณหญิงย่าเคร่งขรึมลงทันที แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าซ่งจือยังมีประโยชน์อยู่ จึงไม่ได้แสดงท่าที

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 27

    ตระกูลของคุณหญิงย่าเป็นแพทย์แผนจีน แม้ท่านจะไม่ได้สืบทอดวิชาต่อ แต่เรื่องการจับชีพจรก็พอทำเป็นอยู่บ้างชีพจรเป็นปกติ ไม่มีสิ่งใดพิเศษคุณหญิงย่าปล่อยมือออกอย่างผิดหวัง แล้วนั่งลงบนเก้าอี้ข้างโต๊ะอาหาร “พวกแกกำลังเตรียมตัวมีลูกกันอยู่ใช่ไหม?”เฉินเยี่ยนเหิงตอบเสียงเรียบ “ครับ”คุณหญิงย่าถอนหายใจยาว “ถ้าเตรียมตัวจะมีลูกตั้งแต่แต่งงานป่านนี้ลูกคงเข้าโรงเรียนอนุบาลไปแล้ว แกเนี่ยเป็นคนรู้ความไปเสียทุกเรื่อง เสียก็แต่เรื่องนี้นั่นแหละ... แล้วก็เรื่องของซ่งจือแม่นั่นอีก”เมื่อเอ่ยถึงซ่งจือ คุณหญิงย่าก็หันไปมองถังหนิง พลางเอ่ยอธิบาย“เสี่ยวหนิง หนูอย่าคิดมากเลยนะ ย่าถามเยี่ยนเหิงดูแล้ว เขากับซ่งจือไม่ได้มีอะไรกัน ร่างกายแม่นั่นพิการ แถมเมื่อก่อนพวกเขาก็เคยรู้จักกันมาตั้งนาน ก็เลยช่วยเหลือแค่นิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้น”สีหน้าของคุณหญิงย่าเริ่มจริงจังขึ้น น้ำเสียงก็หนักแน่นขึ้นตาม“อีกอย่าง โครงการปัญญาประดิษฐ์ที่บริษัทกำลังทุ่มทุนเป็นพิเศษอยู่นั้น ซ่งจือก็ถือเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ ตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยก็คว้ารางวัลในประเทศมาไม่น้อย... อีกไม่นานก็ใกล้จะถึงงานนิทรรศการวิจัยทางเทคโนโลยีแ

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 26

    คุณหญิงย่าหันมามองเธอ “เสี่ยวหนิง บอกย่ามาสิว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ พูดมาให้ชัด ๆ”สายตาของชายหนุ่มทอดมองมา คิ้วเข้มคมคายเหนือเบ้าตาที่ลึกเล็กน้อย ดวงตาดำขลับล้ำลึกราวกับบ่อน้ำลึก ถังหนิงเดาออกได้ไม่ยากว่าสายตานั้นหมายความว่าอย่างไรเขากำลังขู่เธอ ขู่ว่าหากเธอกล้าพูดความจริง เรื่องการผ่าตัดของคุณยายก็อย่าหวังเลยว่าจะผ่านไปได้ด้วยดีเธอยกมุมปากยิ้มหยัน ก่อนจะเอ่ยว่า “คุณย่าคะ หนูเป็นคนขอถอนตัวออกมาเองค่ะ ตอนนี้หนูเข้าร่วมกับคณะใหม่แล้ว คุณย่าไม่ต้องเป็นห่วงหนูหรอกนะคะ”คุณหญิงย่าขบฟันแน่น จ้องมองซ่งจือตาไม่กะพริบ “ถึงอย่างนั้น ฉันก็ไม่อนุญาตให้ผู้หญิงคนนี้มาผยองในพื้นที่ที่ตระกูลเฉินของเราลงทุนไว้หรอกนะ เยี่ยนเหิง แกโทรไปสั่งให้ไล่ออกเดี๋ยวนี้เลย”ซ่งจือช้อนสายตามองเฉินเยี่ยนเหิงด้วยดวงตาแดงก่ำแผ่นหลังหนากว้างของเฉินเยี่ยนเหิงบดบังตัวเธอไว้ “คุณย่าครับ เรื่องของเธอตัดสินใจเรียบร้อยแล้ว แล้วการแสดงก็จะมีขึ้นในเร็ว ๆ นี้ รายชื่อถูกส่งขึ้นไปหมดแล้ว เปลี่ยนตัวไม่ทันครับ”ถังหนิงหลุดหัวเราะเยาะในใจตอนนั้นรายชื่อของเธอถูกส่งขึ้นไปแล้วเหมือนกัน เขายังเปลี่ยนออกได้ แต่กับซ่งจือกลับเป

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 25

    คุณหญิงย่าฟังออกว่าคำพูดของทั้งสองคนแฝงการกระทบกระทั่งกันอยู่ และรู้อยู่แล้วว่าเฉินเยี่ยนเหิงเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สุดของศูนย์ศิลปะ การที่ถังหนิงจู่ ๆ ก็เลิกทำ เขาก็ต้องรู้อย่างแน่นอน “มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่...”เฉินฝูเซิงเอ่ยขึ้น “ไม่ใช่ว่าเปลี่ยนงานใหม่หรอกเหรอ”คุณหญิงย่าขมวดคิ้ว “เปลี่ยนงานอะไร?”ถังหนิงอธิบาย “แค่ไปลงทุนกับคณะแต้นรำของรุ่นพี่ที่รู้จักน่ะค่ะ”คุณหญิงย่ายิ่งไม่เข้าใจหนักกว่าเดิม “รุ่นพี่? ผู้ชายเหรอ?”เมื่อก่อนถังหนิงเป็นคนรู้จักกาลเทศะเสมอ และคอยรักษาระยะห่างจากเพศตรงข้ามอย่างเหมาะสม ซึ่งนั่นก็เป็นเหตุผลที่คุณหญิงย่าวางใจปล่อยให้เธอไปทำงานในสถานที่ปะปนไปด้วยผู้คนหลากหลายประเภทเช่นนั้นท่านรู้ดีว่าถังหนิงรักเฉินเยี่ยนเหิงมากขนาดไหนทว่าตอนนี้เธอกลับแยกไม่ออกว่าอะไรสำคัญอะไรไม่สำคัญ ถึงขั้นไปร่วมมือทำธุรกิจกับผู้ชายคนอื่น“แล้วงานที่ศูนย์ศิลปะของหนูล่ะ?”เฉินเยี่ยนเหิงเอ่ยขัด “คุณย่าครับ เรื่องพวกนี้คุณย่าไม่ต้องไปยุ่งหรอกครับ”“หนูโดนไล่ออกค่ะ” ถังหนิงเปิดปากพูดตรง ๆในตอนนั้นเอง เงาร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นที่ประตู คน ๆ นั้นก็คือซ่งจือเธอสวมชุดผู้ป่วยไ

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status