Share

บทที่ 3

Author: ดอกไนเจลล่า
เธอพูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว ทั้งอึดอัดแน่นหน้าอก ได้แต่วิ่งออกไปด้านนอกด้วยความโกรธเต็มอก

กลุ่มคนที่เคยมายืนล้อมวงดูเรื่องสนุกอยู่ด้านนอกหายไปหมดแล้ว เพราะซือเจ๋อนำบอดี้การ์ดหลายคนมาจัดการเคลียร์พื้นที่จนโล่ง

เขายืนอยู่ข้างรถเบนท์ลีย์สีดำคันนั้น ก้มหน้าลงต่ำด้วยสีหน้าเรียบเฉย

ถังหนิงใช้แรงทั้งหมดที่มีเพื่อเค้นเสียงพูดกับเขา เส้นเอ็นบนลำคอเกร็งกระตุกเบา ๆ “เฉินเยี่ยนเหิง คุณยืนทำอะไรอยู่ข้างนอก! ไหนตกลงกันว่าจะมาหย่ากันไง? เข้าไปสิ!”

“ถังหนิง เธอเป็นคนอ้อนวอนขอให้ฉันแต่งงานด้วยเอง ความจำเสื่อมไปแล้วหรือไง?” วินาทีที่เขาเงยหน้าขึ้น สายตาก็คุมโทนสุขุมและคมกริบ “เธอกอดฉัน แล้วบอกกับฉันเองว่า ต่อให้ฉันจะไม่รักเธอ ขอแค่ได้อยู่เคียงข้างฉัน ได้มองดูฉัน รอฉันไปตลอดชีวิต เธอก็ยินยอมพร้อมใจ”

“มันไม่นับแล้ว!” แผ่นอกของเธอกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง น้ำเสียงแหบแห้ง “ทุกอย่างมันไม่นับอีกต่อไปแล้ว!”

เธอรู้สึกสะเทือนใจ ปวดระบมเจ็บลึก ราวกับมีบาดแผลขนาดใหญ่ถูกกรีดออก เลือดสด ๆ ไหลทะลักไม่หยุด

ตั้งแต่จำความได้ เธอก็วิ่งตามหลังเขามาโดยตลอด

เฉินเยี่ยนเหิงโตกว่าเธอหกปี ผู้ใหญ่ในบ้านสั่งให้เธอเรียกเขาว่าพี่ชาย

แต่เธอไม่เคยเรียกเขาว่าพี่ชายเลยสักครั้ง เธอเรียกเขาว่าเฉินเยี่ยนเหิง พอคึกคะนองหรืออยากเย้าหยอกก็จะเรียกว่า เยี่ยนเหิงหรือเสี่ยวเหิง

เฉินเยี่ยนเหิงในฐานะผู้ทายาทผู้สืบทอดตระกูลเฉิน มีภาระด้านการเรียนมากมาย แม้อายุยังน้อยแต่กลับสุขุมและเป็นผู้ใหญ่ มีพรสวรรค์และเฉลียวฉลาดเกินวัย เป็น “ลูกบ้านอื่น” ในสายตาของผู้ใหญ่เสมอ

เวลาเธอทำโจทย์ไม่ได้ก็มาหาเขา ทะเลาะกับพ่อแม่ก็มาหาเขา เงินไม่พอใช้ก็มาหาเขา หรือต่อให้ก่อเรื่องใหญ่โตแค่ไหน ก็มาหาเขาได้เสมอ

ช่วงวัยรุ่น เธอต่อต้านคนที่บ้านด้วยการทะเลาะ แล้วหนีออกนอกประเทศไปคนเดียว

เฉินเยี่ยนเหิงตามหาเธอเจอ พาเธอไปเล่นกิจกรรมสุดเหวี่ยงทุกอย่างที่ตื่นเต้นท้าทายจนครบ

ช่วงเวลาในต่างแดนครั้งนั้น ทั้งสองคนมักจะนอนอยู่บนดาดฟ้าของเรือยอชต์ หันหน้าเข้าหาท้องฟ้ากว้างใหญ่ รับลมทะเล ฟังเสียงคลื่น เธอตั้งคำถามที่ไร้เดียงสา แปลกประหลาด หรือแม้กระทั่งมืดมนนับไม่ถ้วน จนแม้แต่ตัวเธอเองยังรู้สึกรำคาญ

ทว่าเขากลับอดทนและใส่ใจ คุยเรื่องที่เธออยากคุยทั้งหมด น้ำเสียงทุ้มต่ำที่อ่อนโยนเหมือนท้องทะเลโอบกอดเธอไว้

เธอเคยคิดว่าเฉินเยี่ยนเหิงเป็นแค่นักเรียนดีเด่นที่ทุ่มเททั้งกายและใจให้กับการเรียนการศึกษาอย่างที่พวกผู้ใหญ่พูดกัน

แต่ในช่วงเวลานั้น เขากลับอยู่ร่วมบ้า ร่วมสนุกไปกับเธอ ทั้งแข่งขันเรือยอชต์ แข่งรถ ท่องเที่ยวผจญภัยในป่า กระโดดร่มยิงปืน เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่เขาเป็นคนสอนเธอทั้งสิ้น

ไม่ว่าจะในวัยเด็ก วัยรุ่น หรือช่วงวัยเยาว์

เขาคือคนที่เธอยกย่องที่สุดเสมอมา

เธอคิดไปเองว่าเธอได้เห็นเฉินเยี่ยนเหิงในมุมที่คนอื่นไม่เคยเห็น

เธอคิดไปเองว่าต่างฝ่ายต่างเป็นสิ่งพิเศษเพียงหนึ่งเดียวของกันและกัน

ดังนั้นเธอถึงได้พูดคำว่า ยินยอมรอเขาไปตลอดชีวิต ออกมา

แต่ในตอนนี้ เขากลับเปลี่ยนไปแล้ว

ในเมื่อคนเปลี่ยนไปแล้ว คำสัญญาพวกนั้นยังต้องรักษาไว้อีกหรือ

“เฉินเยี่ยนเหิง” เธอเอ่ยชื่อเขาอย่างจริงจัง แล้วพึมพำถามออกไป “เมื่อคืนนี้ คุณได้ตามหาฉันบ้างไหม? คุณเคยเป็นห่วงฉันบ้างหรือเปล่า?”

เขาลดสายตามองลงมาที่เธอ ในแววตาไม่มีโทสะใด ๆ มีเพียงความสงบเยือกเย็นจนน่ากลัว “เธอผลักซ่งจือแล้วหนีไปโดยไม่มีคำขอโทษสักคำ โทรศัพท์ก็ติดต่อไม่ได้ เธอยังจะให้ฉันไปตามหาเธออีกเหรอ? ถังหนิง เธออายุยี่สิบสี่แล้ว ไม่ใช่สี่ขวบ”

“คุณคิดว่าฉันผลักซ่งจือ? คุณคิดว่าฉันจะไปผลักคนพิการเหรอ? ในสายตาของคุณ ฉันเป็นคนแบบนั้นเหรอ?” เสียงของเธอเบาหวิวราวกับจะไร้เสียง ความรู้สึกหมดแรงและไร้กำลังกัดกินไปทั่วร่าง

“แล้วเธอจะให้ฉันคิดยังไง? ซ่งจือเป็นคนที่มีศักดิ์ศรีสูงขนาดนั้น เธอจะแกล้งทำเป็นล้มลงในที่ที่มีคนพลุกพล่าน จนขาเทียมหลุดกระเด็นออกไป มันเป็นไปได้เหรอ?” เขาพยายามสะกดอารมณ์โกรธไว้อย่างสุดความสามารถ “ฉันรู้ว่าเธอไม่ได้ตั้งใจจะผลักเธอหรอก เธอแค่ใช้อารมณ์นำหน้า ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น คิดแค่ว่าจะระบายออกยังไง”

เธออ้าปากค้าง ถอนหายใจยาว หมดแรงที่จะอธิบาย และไม่อยากอธิบายอีกต่อไปแล้ว

“ใช่ ฉันมันเป็นคนใจดำและเห็นแก่ตัวขนาดนั้นแหละ งั้นคุณก็รีบหย่ากับฉันซะสิ บ่ายโมงสำนักงานเปิดทำการ วันนี้ฉันจะเฝ้าอยู่ที่นี่ รับรองเลยว่าวันนี้คุณจะได้หย่ากับคนใจดำและเห็นแก่ตัวอย่างฉันแน่นอน!”

เฉินเยี่ยนเหิงจ้องมองเธอ โทสะที่กดข่มไว้จนถึงขีดสุด พุ่งพรวดออกมาอย่างสมบูรณ์ มีเพียงสติที่เหลืออยู่บอกเขาว่า ตอนนี้ห้ามเอ่ยปากพูดอะไรเด็ดขาด

เขากำข้อมือเธอแน่น แล้วลากร่างเธอเข้าไปในรถ

“ปล่อยฉันนะ!” แรงของเธอเมื่ออยู่ต่อหน้าเขาก็ไม่ต่างอะไรกับลูกแกะที่รอวันถูกเชือด

ประตูรถปิดลงเสียงดัง “โครม”

ถังหนิงมองเห็นเด็กน้อยที่กำลังตั้งใจทำการบ้านอยู่อย่างเงียบ ๆ ภายในรถ

วินาทีนั้น สติที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดในสมองพลันพังทลายลงจนหมดสิ้น ใบหน้าของเธอแดงก่ำ ดวงตาทั้งสองข้างจ้องมองเฉินเยี่ยนเหิงด้วยความโกรธแค้น “คุณยังเป็นคนอยู่ไหม! คุณยังกล้าให้ฉันเห็นหน้าเขาอีกเหรอ! คุณเชื่อไหมว่าตอนนี้ฉันสามารถฆ่าเขาได้เลย!”

เด็กน้อยราวกับฟังไม่ออกถึงความโกรธของผู้ใหญ่ และฟังถ้อยคำที่เปี่ยมไปด้วยอารมณ์เหล่านั้นไม่เข้าใจ ยังคงก้มหน้าทำส่งการบ้านอย่างสงบเงียบ

เฉินเยี่ยนเหิงหลับตาลงครู่หนึ่ง เมื่อลืมตาขึ้นมา ลมหายใจก็หนักอึ้งขึ้น “เธออยากหย่า ก็ได้ แต่ไม่มีทางหย่าในสภาพแบบนี้เด็ดขาด เธออยากให้คนนอกนินทาว่ายังไง? ตระกูลเฉินทารุณกรรมเธอเหรอ?”

เธอก้มหน้าลง ความโกรธแค้นที่พุ่งเสียดฟ้าคล้ายจะมลายกลายเป็นน้ำแข็งที่ไม่มีใครแยแส

ถึงขนาดนี้แล้ว สิ่งที่เขาสนใจมากกว่าก็ยังคงเป็นชื่อเสียงของตระกูลเฉินของเขาอยู่ดี

เธอได้ยินเขาสั่งคนขับรถให้ออกรถด้วยน้ำเสียงเย็นชา แล้วสั่งให้ซือเจ๋อโทรหาป้าแม่บ้าน เตรียมยาฆ่าเชื้อและเสื้อผ้าของถังหนิงไว้

ป้าแม่บ้านชะงักไป “แต่ว่า ที่บ้านไม่มีเสื้อผ้าของคุณผู้หญิงเหลืออยู่แล้วนะคะ”

เฉินเยี่ยนเหิงทอดสายตาไป ก่อนหยุดชะงักอยู่ที่ร่างของเธอ

ถังหนิงเอ่ย “ฉันให้เพื่อนช่วยขนของออกไปหมดแล้วค่ะ”

เธอสั่งให้คนขับรถหยุดรถ ริมฝีปากที่แห้งผากเค้นรอยยิ้มออกมาพลางมองเขา “ฉันจะแต่งตัวให้... คู่ควรกับเกียรติของตระกูลเฉินของคุณ แล้วค่อยไปหย่าค่ะ”

เมื่อก่อน ไม่ว่าจะทะเลาะอาละวาดกันแค่ไหน ก็ไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นเลย

คล้ายกับว่ามีบางสิ่งบางอย่างกำลังเปลี่ยนแปลงไป

“แล้วแต่เธอ” น้ำเสียงของเขาราบเรียบไร้ระลอกคลื่น นัยน์ตาแฝงรอยยิ้มเยาะเย้ยบาง ๆ “ถ้าเธอลงจากรถตอนนี้ พรุ่งนี้ข่าวหน้าหนึ่งของวงการบันเทิงจะเป็นยังไง?”

ถังหนิงเงยหน้าขึ้น มองเห็นรถที่ขับตามหลังมาติด ๆ ผ่านกระจกมองหลัง พวกนักข่าวมีวิธีเต้าข่าวสารพัดรูปแบบ ผลักคนคนนั้นเข้าสู่พายุแห่งกระแสความคิดเห็น จนตกเป็นเป้าของเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากผู้คน

แน่นอนว่า สิ่งที่เฉินเยี่ยนเหิงแคร์คือหน้าตาของตระกูลเฉิน ไม่ใช่ตัวเธอ

ครึ่งชั่วโมงต่อมา ถังหนิงเดินตามเขากลับมายังบ้านที่ทั้งสองคนอาศัยอยู่ด้วยกันเป็นประจำ

เรือนหอของทั้งคู่อยู่ในหมู่บ้านจัดสรรระดับหรูแถบวงแหวนรอบที่ห้า ซึ่งเคยอยู่แค่ในคืนวันแต่งงานเท่านั้น พอวันรุ่งขึ้น เฉินเยี่ยนเหิงก็ย้ายไปอยู่ที่เพนท์เฮ้าส์ขนาดใหญ่ใจกลางเมืองเพียงลำพัง

เธอตัดใจแยกกันอยู่กับเขาไม่ได้ จึงกระเสือกกระสนตามมาด้วย แม้ว่าเธอจะชอบความสงบและอิสระของหมู่บ้านจัดสรรมากกว่าก็ตาม

นับตั้งแต่เธอย้ายมาอยู่ที่นี่ เขามักจะทำงานล่วงเวลาจนกลับดึก บางครั้งถึงขั้นไม่กลับมาเลยด้วยซ้ำ แม้กระทั่งเรื่องบนเตียง ทุกครั้งก็เป็นเธอที่เป็นฝ่ายรุกก่อนเสมอ

เขาเป็นคนเก็บซ่อนอารมณ์ ทำอะไรมีเหตุผล และเธอก็ชินชาเสียแล้ว ขอแค่มอบความอ่อนโยน ให้เธอสักน้อยนิด ก็เพียงพอที่จะทำให้เธอหลงมัวเมาจนโงหัวไม่ขึ้น

“เสื้อผ้า เดี๋ยวผู้ช่วยจะเอามาส่งให้” พอพูดจบ เขาก็เดินเข้าห้องหนังสือไป โดยมีเด็กคนนั้นเดินตามหลังเขาไป ทั้งสองคนดูราวกับเป็นพ่อลูกกันจริง ๆ

เธอจ้องมองแผ่นหลังของคนร่างใหญ่และร่างเล็ก ดวงตาพลันรู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมา

ไม่นาน ผู้ช่วยก็นำเสื้อผ้ามาส่ง โดยมีซ่งจือเดินตามหลังมาด้วย

ซ่งจือเอ่ยปากอธิบายก่อน “ฉันมารับเสี่ยวอันน่ะ”

ถังหนิงรับเสื้อผ้ามา แล้วใช้อำนาจในฐานะนายหญิงของบ้านเป็นครั้งสุดท้าย “ฉันไม่ชอบให้ผู้หญิงแปลกหน้าเข้ามาในบ้าน”

สีหน้าของซ่งจือดูย่ำแย่ขึ้นมาทันที แต่เพียงครู่เดียว ก็กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว “ผู้ช่วยเจียง รบกวนช่วยพาเด็กออกมาให้ฉันหน่อยนะคะ” เธอยื่นรูปถ่ายสองสามใบไปให้ “รูปถ่ายล้างออกมาแล้ว ฝากเอาไปให้เขาด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ”

ตอนที่เจียงเหวินรับรูปถ่ายมา รูปถ่ายปึกนั้นก็บังเอิญร่วงตกลงบนพื้น

มีรูปสองสามใบร่วงลงไปตรงปลายเท้าของถังหนิง

ในรูปถ่าย เฉินเยี่ยนเหิงในวัยที่หนุ่มกว่านี้ไม่กี่ปีสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว ดวงตาที่ทอดต่ำลงจับจ้องทารกน้อยในห่อผ้าอย่างอ่อนโยน

การเก็บซ่อนอารมณ์และความเย็นชาที่เขามีอยู่เสมอหายไปสิ้น ในดวงตาฉายแววความอ่อนโยนที่ยากจะปิดมิด

คนที่มีเหตุผลจนเกือบจะเย็นชาคนหนึ่ง กับเด็กที่ไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกับเขา เพียงเพราะเป็นลูกที่เกิดจากหญิงสาวผู้เป็นรักแท้ ถึงกับยอมปฏิบัติเหมือนเป็นลูกแท้ ๆ ของตัวเองได้เลยเหรอ?

เป็นไปได้ยังไง

ทว่ารูปถ่ายใบนี้ให้คำตอบกับถังหนิงแล้ว

เด็กคนนั้นอายุหกขวบ แต่เธอและเฉินเยี่ยนเหิงเพิ่งจะแต่งงานกันมาได้แค่สี่ปี...

เสียงวิ้ง ๆ ในหูดังแหลมพุ่งเข้าใส่สมองของเธอ ทันใดนั้น ร่างกายของเธอก็สั่นสะท้านไปทั้งตัว อยากจะร้องไห้แต่กลับร้องไม่ออก ถึงขั้นคลื่นไส้ตามกลไกร่างกาย ความรู้สึกอึดอัดจนหายใจไม่ออกแทบจะกลืนกินเธอเข้าไป

เศษเสี้ยวความทรงจำมากมายพุ่งเข้ามาในหัวของเธอ

สี่ปีมานี้ ทำไมเขาถึงกลับบ้านดึกขนาดนั้น ทำไมถึงยุ่งอยู่ตลอดเวลา ทำไมถึงไม่อยากมีลูก

เมื่อคิดถึงภาพเมื่อครู่นี้ ที่เธอทำเป็นวางท่าไม่ยอมให้ซ่งจือเข้ามา ซ่งจือก็คงกำลังแอบหัวเราะเยาะอยู่ในใจสินะ

โง่จริง เธอเฝ้าประคองชีวิตแต่งงานที่เหลือเพียงเปลือกนอก แถมยังเต็มเปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง บนโลกนี้คงไม่มีใครโง่ไปกว่าเธออีกแล้ว

แต่ยังดีที่ อีกไม่นานเธอก็จะหลุดพ้นได้แล้ว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 100

    เจียงหนานนึกขึ้นมาได้กะทันหัน “จริงสิ ฉันเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตอนที่เซ็นสัญญาเสร็จแล้วกลับมาคราวก่อน ฉันโดนคนสะกดรอยตามน่ะ”ถังหนิงตกใจ “ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”“เมื่อวานตอนที่ฉันไปซูเปอร์มาร์เก็ต มีคนแอบตามฉันมา ตอนแรกฉันนึกว่าเป็นคนอื่นส่งมาซะอีก แต่พอจับตัวได้แล้วเค้นถามดูถึงได้รู้ว่าเป็นคนของซ่งจือ”ตอนนั้นเจียงหนานตกใจกลัวแทบแย่ เพราะกลัวว่าเป็นคนผู้นั้น แต่พอรู้ว่าเป็นฝีมือของซ่งจือกลับทำให้เธอรู้สึกโล่งใจขึ้นมาซะอย่างนั้นถังหนิงเอ่ยขึ้น “เธอคงจะส่งคนไปตามสะกดรอยหลิงชีมากกว่า”เธอรู้สึกผิดนิด ๆ ที่ดึงเจียงหนานเข้ามาช่วยตัวเองเซ็นสัญญา “ช่วงนี้เธออย่าเพิ่งออกไปไหนเลยนะ ถ้าต้องการอะไรก็บอกฉันได้เลย”เจียงหนานพยักหน้ารับ พร้อมกับรู้สึกว่าช่วงนี้ตัวเองเผลอเปิดเผยตัวตนมากเกินไปจริง ๆ เมื่อตกดึก ถังหนิงกลับมาถึงอู๋ถงจินอ้าน เธอตั้งใจจะขึ้นไปหาเส้นผมของเฉินเยี่ยนเหิงบนเตียงนอน ทว่าผ้าปูที่นอนทั้งหมดกลับถูกเปลี่ยนเป็นชุดใหม่หมดจด สะอาดสะอ้านไร้ร่องรอยเมื่อเป็นเช่นนี้ ดูก็รู้ทันทีว่าเป็นฝีมือของแม่บ้านชาวฟิลิปปินส์อย่าง มารี ที่เป็นคนทำความสะอาด มารีเป็นคนนิสัยอ่อนโยน ขยันขันแข็งและอ

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 99

    ถังหนิงรู้สึกว่าข้อมือข้างนั้นเปื้อนจนสกปรกไปหมด เธอหยิบกระดาษทิชชูขึ้นมาเช็ดถูซ้ำ ๆ อย่างไม่หยุดหย่อนจู่ ๆ ก็มีเสียงคุ้นเคยดังแว่วมาจากด้านข้าง “เธอนี่เอง”เธอเงยหน้าขึ้น ร่างกายชะงักไปเล็กน้อย เว่ยเฉิง คนสกุลเว่ยผู้นั้นเองเว่ยเฉิงเอ่ยขึ้นว่า “ครั้งก่อนฉันล่วงเกินไปหน่อย ไม่รู้ว่าคุณมีความสัมพันธ์กับคุณชายเซี่ย ต้องขอโทษด้วยจริง ๆ ”ถังหนิงเห็นท่าทีนอบน้อมถ่อมตนราวกับคนยอมจำนนของเขาแล้วก็ได้แต่รู้สึกขบขันท่าทีของเว่ยเฉิงสุภาพเรียบร้อยและเต็มไปด้วยความอ่อนน้อม “เธอมาร่วมงานเลี้ยงเหรอ? เข้าไปข้างในด้วยกันสิ พอดีฉันว่าจะเข้าไปขอโทษคุณชายเซี่ยต่อหน้าสักหน่อย”ถังหนิงส่ายหน้า “ไม่ล่ะ ฉันจะกลับแล้ว”เธอไม่อยากพูดอะไรเพิ่มแม้แต่ประโยคเดียว เดินเลี่ยงออกมาทันทีชายหนุ่มจ้องมองแผ่นหลังได้สัดส่วนของเธอด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็นและนึกเสียดายจนต้องมองตามซ้ำหลายครั้งพูดตามตรงแล้ว ผู้หญิงหน้าตาและรูปร่างระดับนี้ หากไม่ได้ลองสักครั้งถือเป็นความน่าเสียดายของชีวิตแท้ ๆ น่าเสียดายนักที่ดันมีคนหนุนหลังอยู่เบื้องหลัง เมื่อครู่เซี่ยหยุนจงเพิ่งจะเอ่ยปากตักเตือนไปหมาด ๆ อีกไม่นานเขาก็กำลังจะได้เล

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 98

    เขานั้นแทบจะไม่เคยโกรธเรื่องใดเลย ยกเว้นก็แต่เรื่องที่เกี่ยวกับซ่งจือเขามองไปยังเซี่ยจิงเมี่ยว ก่อนจะเงยหน้าขึ้นกวาดสายตามองเรียบ ๆ ไปยังชีสวี่ ทว่าแทบไม่ต้องเดาเลย ก็สามารถรู้ได้ทันทีว่าการกระทำของเซี่ยจิงเมี่ยวนี้เป็นสิ่งที่ชีสวี่สอนมาแม้ว่าเด็กคนนี้จะมีนิสัยถอดแบบมาจากเขา แต่ถึงอย่างไรก็ยังเป็นเด็ก จะกล้าสาดน้ำใส่ผู้เป็นพ่อที่ยังไม่ค่อยคุ้นเคยกันได้อย่างไรเขากำลังเดินเข้าไปพร้อมกับยกมือขึ้นชีสวี่ดึงเซี่ยจิงเมี่ยวเข้าไปปกป้องไว้ในอ้อมแขนทันที พร้อมกับกอดเอาไว้แน่นริมฝีปากของเซี่ยหยุนจงยังคงประดับรอยยิ้มจาง ๆ ฝ่ามือที่วางลงไปบนศีรษะเล็กของเซี่ยจิงเมี่ยวนั้นแผ่วเบา “ใช้ได้ สมแล้วที่เป็นลูกสาวฉัน ถึงกับรู้จักการทำความดีผดุงความยุติธรรมเชียวนะ”หางตาและแววตาของเขาเปี่ยมไปด้วยความเย่อหยิ่ง เขาจ้องมองชีสวี่พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “กลับไปค่อยเคลียร์บัญชีกับเธอ”ถังหนิงก้าวเข้ามาขวางปกป้องเซี่ยจิงเมี่ยวเอาไว้เช่นกันเธอจ้องมองเซี่ยหยุนจง “คุณชายเซี่ย คุณรีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะค่ะ เดี๋ยวจะไม่สบายเอา”“ผมไม่ได้เป็นคนป่วยง่ายขนาดนั้นหรอก เรื่องสุขภาพร่างกายเนี่ย เธอเป็นห่วงผ

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 97

    ถังหนิงเพิ่งกินมูสช็อกโกแลตหมดไป ใช้กระดาษทิชชูเช็ดปากเสร็จก็ตั้งใจจะไปเข้าห้องน้ำเพื่อเติมลิปสติกร่างสูงใหญ่ที่อยู่ด้านข้างทาบทับเงาลงมา เธอเงยหน้าขึ้นมอง เห็นว่าเป็นเซี่ยหยุนจง ก็รีบถอยหลังหลีกเลี่ยงไปด้านข้างทันทีเธอไม่อยากเผชิญหน้ากับคนสติไม่ดีโดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังจากคืนนั้นรอยกัดตรงท้ายทอยนั่นชวนให้อึดอัดสะอิดสะเอียนสิ้นดี“จะหลบทำไมกันล่ะครับคุณนายเฉิน ฉันยังไม่ได้แตะต้องปลายเส้นผมของเธอสักเส้นเลยนะ”การเคลื่อนไหวของถังหนิงชะงักไปครู่หนึ่ง เธอเงยหน้าจ้องมองเขาเขม็ง “นายไม่ได้แตะต้องปลายเส้นผมฉันสักเส้นงั้นเหรอ?”เธอแค่นเสียงหัวเราะออกมา “เซี่ยหยุนจง คุณทำอะไรลงไปบ้างในใจย่อมรู้ดีแก่ใจ”เซี่ยหยุนจงโน้มตัวลงเล็กน้อย “เธอคงไม่ได้เอาเรื่องที่เฉินเยี่ยนเหิงทำกับเธอมาลงที่ฉันหรอกนะ”เธอชะงักไป หัวคิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อย “คุณหมายความว่ายังไง”เขายักไหล่ “ไม่ได้หมายความว่ายังไง”เขาถือแก้วเหล้าขึ้นมาชนกับแก้วในมือของถังหนิง สายตามองไปยังฝั่งของเฉินเยี่ยนเหิง เมื่อเห็นว่าเฉินเยี่ยนเหิงหันมองมา เขาก็เอียงศีรษะไปทางด้านของถังหนิงแล้วเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งถังหนิงวางแก้วลง

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 96

    มองตามแนวสายตาคู่นั้นผ่านฝูงชนไป ทางฝั่งนั้นก็คือบริเวณที่ถังหนิงกำลังยืนอยู่พอดีเขาขมวดคิ้วมุ่น หันไปถามเฮ่อเจียหลี่ว่า “วันนั้นนายยังทำอะไรอีกนอกจากเรื่องของซ่งจือ”เฮ่อเจียหลี่ทำหน้าอึมครึมพร้อมกับขมวดคิ้ว “ฉันจะไปทำอะไรได้เล่า ไม่ได้ทำอะไรเลยอยู่ ๆ พี่เฉินก็โกรธขึ้นมาซะอย่างนั้น”จ้าวหมิงฟู่หันไปมองคนอื่น ๆ กลุ่มคนเหล่านั้นต่างมึนงงเช่นกัน “วันนั้นเฮ่อเจียหลี่ไม่ได้ทำอะไรจริง ๆ นะ แค่ถังหนิงพูดใส่ร้ายขึ้นมาประโยคหนึ่งว่าเฮ่อเจียหลี่ชอบซ่งจือแล้วจะแย่งคนแข่งกับพี่เฉิน หลังจากนั้นเฮ่อเจียหลี่ดันไปโดนตัวซ่งจือเข้าโดยไม่ได้ตั้งใจ พี่เฉินก็โกรธแล้วลงมือชกขึ้นมาทันทีเลย”แววตาของจ้าวหมิงฟู่หม่นลงเล็กน้อย ในใจมีความรู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่างว่า เฉินเยี่ยนเหิงกับถังหนิงอาจไม่ได้มีความสัมพันธ์กันเพียงแค่ผิวเผินอย่างที่เห็นภายนอกท่าทีที่ต้องการหย่าร้างของถังหนิงนั้นเขารู้ดีอยู่แก่ใจ การที่เรื่องยืดเยื้อมาจนถึงตอนนี้ เป็นเพราะเฉินเยี่ยนเหิงไม่ยอมหย่าต่างหากเพราะเหตุใดกันนะเฮ่อเจียหลี่ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ชะงักไปกะทันหัน ราวกับนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขาก็ขมวดคิ้วด้วยความไม่อยากจะเชื่อ “

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 95

    ในวันงานเลี้ยงวันเกิดของซ่งจือ ถังหนิงสวมชุดเดรสยาวกำมะหยี่สีแดงสดโดดเด่นสะดุดตาโดยไม่มีความเกรงใจใด ๆ ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าสู่ภายในห้องจัดเลี้ยงก็ดึงดูดสายตาของผู้คนนับไม่ถ้วนจนกลายเป็นจุดสนใจราวกับเป็นตัวเอกของงานถังหนิงกวาดสายตามองรอบ ๆ อย่างไม่ใส่ใจนัก เมื่อเห็นบรรดาผู้ทรงอิทธิพลระดับแถวหน้าในวงการที่มาร่วมงานกันอย่างพร้อมหน้า ในใจก็แค่นเสียงหัวเราะเยาะออกมาเบา ๆ เฉินเยี่ยนเหิงทุ่มเทปูทางสู่สวรงสวรรค์เอาไว้ เพื่อผลักดันให้เธอบินขึ้นสู่ที่สูงเธอก้าวเดินเข้าไปอย่างสง่างาม กลุ่มคนที่นำโดยเฮ่อเจียหลี่จ้องมองมาที่เธอด้วยแววตาเย็นชาและรังเกียจทว่าครั้งนี้เฮ่อเจียหลี่กลับรู้จักสำรวม ไม่ได้พุ่งเข้ามาต่อว่าเธอทันทีที่เดินเข้ามาเหมือนแต่ก่อน เพียงแต่แววตาของเขาได้แสดงความเกลียดชังออกมาอย่างชัดเจนแล้วเธอทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ หยิบไวน์แดงแก้วหนึ่งมาจากมือของพนักงานเสิร์ฟแล้วยกขึ้นจิบเบา ๆ บริเวณใจกลางห้องจัดเลี้ยง ซ่งจือสวมชุดเดรสผ้าซาตินสีเรียบ ยืนพูดคุยกับบรรดาผู้ทรงอิทธิพลด้วยท่าทีเป็นกันเองเฉินเยี่ยนเหิงยืนเคียงข้างกายของเธอ หากมองดูจากภาพนี้แล้ว ทั้งสองคนช่างดูเหมาะสมกันราวกับกิ่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status