Share

บทที่ 4

Author: ดอกไนเจลล่า
ผู้ช่วยรีบก้มลงเก็บรูปถ่ายอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินผ่านเธอเข้าไปในห้องเพื่อนำตัวซ่งอวี้อันออกมา

ซ่งอวี้อันสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวเล็ก กางเกงเอี๊ยม กอดสมุดการบ้านไว้ในอ้อมอก ใบหน้าอ่อนเยาว์ที่มีเนื้อแก้มยุ้ยเต็มไปด้วยความเฉยชาและสงบนิ่ง

ครั้งแรกที่เธอได้พบกับเด็กคนนี้ เธอเพียงรู้สึกว่าเด็กคนนี้หน้าตาน่ารักราวกับตุ๊กตากระเบื้องแกะสลัก นิสัยเย็นชาคล้ายกับเฉินเยี่ยนเหิงอย่างยิ่ง ในใจจึงเกิดความรู้สึกเอ็นดูและสนิทสนมขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

ทว่าวันนี้เมื่อได้มองดูอีกครั้ง ในใจกลับรู้สึกเย็นเฉียบ ร่างกายชุ่มไปด้วยเหงื่อกาฬ เมื่อเผชิญกับเรื่องสะเทือนใจอย่างหนัก จู่ ๆ เธอพลันปวดศีรษะอย่างรุนแรงจนยากจะทนทาน ร่างของเธอเซไปชนเข้ากับตู้วางของข้างผนังเข้าอย่างจัง

“โครม——เพล้ง!”

แจกันดอกไม้ถูกชนหล่นลงกับพื้น เกิดเสียงแหลมบาดหูในช่วงสั้น ๆ ก่อนจะแตกกระจายกลายเป็นเศษเล็ก ๆ นับไม่ถ้วนกระเด็นไปทั่ว

เสียงแตกสลายที่แหลมสูงและกะทันหันราวกับเข็มเล่มหนึ่ง ที่ทิ่มแทงเข้าสู่เส้นประสาทอย่างรุนแรง

ซ่งอวี้อันชะงักแข็งค้างไปทันที สมุดการบ้านหลุดมือร่วงลงพื้นดัง “แป๊ก”

เขายกมือขึ้นอุดหูทั้งตัวสั่นเทิ้ม ใบหน้าแดงก่ำ และหายใจกระหืดกระหอบ

“เสี่ยวอัน!” ซ่งจือส่งเสียงกรีดร้อง พร้อมโถมตัวเข้าไปโอบกอดซ่งอวี้อันไว้ “ถังหนิง เด็กทำอะไรผิด!”

“ฮือ... ฮือ——” ซ่งอวี้อันขดตัวสั่นเทาอยู่บนพื้น ร้องไห้โวยวายอย่างสุดเสียง

“ถังหนิง จะอาละวาดก็ควรรู้จักขอบเขตบ้าง!” เฉินเยี่ยนเหิงช้อนตัวเด็กขึ้นมา น้ำเสียงราวกับใบมีดที่อาบน้ำแข็งฟาดฟันเข้าใส่เธอ “เธอรู้ทั้งรู้ว่าเสี่ยวอันทนฟังเสียงแก้วแตกไม่ได้”

เธอยืนแข็งค้างอยู่กับที่ คล้ายเท้าถูกตอกตะปูไว้ ร่างกายหนาวสะท้านไปทั้งตัว

ทุกคนต่างรุมล้อมอยู่รอบตัวเด็ก รีบร้อนอุ้มเด็กมุ่งหน้าไปโรงพยาบาล

เธอมองดูแผ่นหลังอันรีบร้อนและลนลานของเฉินเยี่ยนเหิง แล้วรู้สึกแปลกหน้านัก เขาเองก็มีเวลาที่ร้อนรนกับเขาด้วย เพียงแต่ไม่ใช่เพื่อตัวเธอ

เศษกระเบื้องแตกข้างเท้ามีคราบเลือดติดอยู่ บนเรียวขามีบาดแผลหลายแห่งกำลังมีเลือดไหลซึม แต่เขาไม่ทันได้สังเกตเห็นเธอเลย

ในอดีต ต่อให้ท่าทีของเขาจะเย็นชาเพียงใด เขาก็ยังคงดูแลและปกป้องให้เธอปลอดภัยเสมอ

ครั้งหนึ่งตอนที่เธอจับได้ว่าพ่อนอกใจแม่ จึงประท้วงด้วยการอดอาหาร เฉินเยี่ยนเหิงแอบปีนหน้าต่างเข้ามาในห้องของเธอ เพื่อนำอาหารมาส่งให้เธอ “คนอื่นทำผิด แล้วทำไมต้องอดอาหารด้วย? เซ่อซ่าจริง ๆ”

เพราะการมาของเขา ความเศร้าในใจจึงมลายหายไปชั่วครู่ ในตอนนั้นเธอมีความสุขมาก คนที่มีเหตุผลอย่างเฉินเยี่ยนเหิง ถึงกับยอมแอบปีนหน้าต่างมาส่งข้าวให้เธอ เขาดีกับเธอจริง ๆ

แต่ในตอนนี้ เขาไม่เห็นบาดแผลของเธออีกต่อไปแล้ว

ก็ดีเหมือนกัน ในเมื่อเขาเย็นชาถึงเพียงนี้ งั้นการหย่าร้างคงเป็นเรื่องง่ายดายแล้วล่ะ

เธอเก็บซ่อนความน้อยเนื้อต่ำใจและความเวทนาในใจเอาไว้ แล้วเดินผ่านบ้านอันว่างเปล่าเข้าไปในห้องนอน จากนั้นเปลี่ยนเสื้อผ้าที่สะอาดสะอ้านด้วยความสงบและอดทน จัดแต่งทรงผม เช็ดทำความสะอาดผิวหนัง และติดพลาสเตอร์ยา

หลังจากจัดการตัวเองเสร็จเรียบร้อย ก็ใกล้จะบ่ายสองโมงแล้ว ขณะที่เธอกำลังจะเรียกรถแท็กซี่ไปรอเฉินเยี่ยนเหิงที่สำนักงานเขต

อีกฝ่ายก็โทรศัพท์เข้ามาหาเอง

เธอกดรับสาย “ฉันกำลังเดินทางไปค่ะ”

“มาที่โรงพยาบาล เลขห้องส่งให้แล้ว” ฝั่งนั้นพูดเสริมขึ้นมาประโยคหนึ่ง “ยายของเธออยู่ที่โรงพยาบาล”

เธอกระวนกระวายอยากจะถามอะไรต่อ แต่อีกฝ่ายก็ตัดสายทิ้งไปเสียแล้ว

เมื่อรีบเร่งมาถึงโรงพยาบาล เธอก็ตามหาห้องพักผู้ป่วย 1202 จนเจอทั้งเหงื่อไหลท่วมหัว

เธอยืนอยู่หน้าประตู ได้ยินเสียงที่ดังมาจากข้างใน

“ห้ามโทรบอกหนิงหนิงนะ! ฉันมีชีวิตอยู่มาจนป่านนี้ก็พอแล้ว” เสียงของคุณยายแหบพร่าเจือด้วยความชราภาพ ไม่รู้ว่าโรคร้ายได้สร้างความทรมานให้แก่ท่านมากเพียงใด

คุณตาถอนหายใจด้วยความเศร้า “ถ้าฉันมีทางเลือกอื่น ฉันก็ไม่อยากให้หนิงหนิงต้องลดศักดิ์ศรีไปอ้อนวอนตระกูลเฉินหรอก แต่ตอนนี้ คนที่จะมีโอกาสช่วยเธอได้มากที่สุดก็คือหมออู๋คนนั้น และคนเดียวที่จะเชิญเขามารักษาได้ ก็คือต้องไปขอความช่วยเหลือจากตระกูลเฉิน”

“ไม่ต้องพูดถึงเรื่องนี้อีก! หนิงหนิงอยู่ในตระกูลเฉินตัวคนเดียว ไม่รู้ต้องแบกรับความลำบากมากแค่ไหน อย่างน้อยฉันก็ต้องไม่เป็นตัวถ่วง!”

มือของเธอสั่นเทา ไม่กล้าเดินเข้าไป

หลังจากไปพบแพทย์เจ้าของไข้เพื่อสอบถามอาการ ถึงได้รู้ว่าคุณยายตรวจพบว่ามะเร็งปอดระยะสุดท้ายเมื่อหนึ่งเดือนก่อน

คุณตาขายบ้านที่ทั้งสองคนใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันในวัยเกษียณ เพื่อนำเงินมาจ่ายค่ายารักษาเฉพาะทางที่เข็มหนึ่งมีราคาหลายหมื่นบาท แต่ค่ารักษาพยาบาลอันสูงลิ่วก็ยังคงเป็นเหมือนบ่อที่ไร้ก้นบึ้ง คุณยายไม่ได้บอกกล่าวลูกหลานในบ้าน และตั้งใจจะนอนรอความตาย

ถังหนิงสัมผัสได้เพียงความรู้สึกผิดที่พุ่งเข้าใส่หน้าอย่างจัง

เธอเอาแต่วิ่งวุ่นอยู่รอบตัวเฉินเยี่ยนเหิง แม้กระทั่งญาติผู้ใหญ่ป่วยหนักนอนอยู่บนเตียงก็ยังไม่รู้เรื่อง

หลังจากแม่เสียชีวิต เธอก็ถูกตระกูลถังรังเกียจ เป็นคุณตาคุณยายที่ยืนกรานจะรับเธอกลับมาเลี้ยงดูที่บ้าน จนถึงขั้นยอมแบกรับแรงกดดันจากการต้องตัดขาดกับลูกชายของตัวเอง

นับแต่นั้นมา เธอจึงปักใจเชื่อว่าครอบครัวของเธอมีเพียงยาย ตา และเฉินเยี่ยนเหิงเท่านั้น

“อาการป่วยของคุณยายซับซ้อนมาก เพราะท่านอายุมากแล้วด้วย ตอนนี้ต้องใช้วิธีรักษาด้วยการทานยาประคับประคองไปก่อนสามเดือน หลังจากสามเดือนค่อยทำการผ่าตัด ซึ่งแพทย์ที่มีโอกาสผ่าตัดสำเร็จสูงสุดในด้านนี้ก็คือคุณหมออู๋เหลียง หมอเคยช่วยติดต่อคุณหมออู๋ให้คุณยายแล้ว แต่ตอนนี้อีกฝ่ายไม่รับผ่าตัดแล้ว จึงปฏิเสธ”

อู๋เหลียงเติบโตมาจากสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้า เป็นอัจฉริยะทางการแพทย์ มีนิสัยสันโดษ ความสัมพันธ์เพียงหนึ่งเดียวที่มีก็คือเฉินฝูเซิง ซึ่งก็คือพ่อของเฉินเยี่ยนเหิง

และยังเป็นคนที่ต่อต้านการที่เฉินเยี่ยนเหิงจะแต่งงานกับถังหนิงมากที่สุดในตอนนั้นด้วย

แต่งงานมาสี่ปี เธอแทบจะไม่เคยพบหน้าเฉินฝูเซิงเลย

“ฝั่งคุณหมออู๋ฉันจัดการเองค่ะ” เธอเขียนเบอร์โทรศัพท์ของตัวเองลงไป “หากคุณยายฉันมีอาการอะไร โปรดติดต่อฉันด้วยนะคะ ส่วนค่ายา... รบกวนช่วยบอกพวกท่านว่าค่ายาครั้งต่อไปมีส่วนลด ส่วนที่เหลือฉันจะเป็นคนจ่ายเองค่ะ อ้อ แล้วก็อย่าบอกพวกท่านนะคะว่าฉันมา”

ถังหนิงผลักประตูเดินออกมา ก่อนจะเดินฝ่าฝูงชนที่พลุกพล่านไป เธอมองเห็นร่างสูงใหญ่ของใครคนหนึ่งอยู่ไกลออกไป

เฉินเยี่ยนเหิงกำลังจูงมือซ่งอวี้อันที่เริ่มสงบลง ยืนนิ่งอยู่หน้าลิฟต์ เสื้อเชิ้ตสีขาวกางเกงสีดำ เส้นไหล่คมเหยียดตรง เผยความสงบมั่นคงและความสูงศักดิ์เฉพาะตัวของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ บรรยากาศรอบตัวช่วยแยกความวุ่นวายรอบข้างออกโดยอัตโนมัติ

ยามสายตาทอดมองไปยังร่างใหญ่และร่างเล็กข้างกาย โทสะในแววตาก็มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความอ่อนโยนและสงบนิ่ง ปลายนิ้วจับข้อมือเด็กไว้หลวม ๆ การกระทำทั้งยับยั้งชั่งใจและนุ่มนวลพอดี

ซ่งจือขอบตาแดงระเรื่อ ค่อย ๆ เช็ดเหงื่อซึมให้เด็กอย่างเบามือ ผมยาวสีดำคลับถูกรวบไว้หลวม ๆ หลังศีรษะ ปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้ม แฝงความงดงามละมุนละไมที่เปี่ยมไปด้วยบุคลิกของหนอนหนังสือผู้ทรงภูมิ แม้ขอบตาจะแดงก่ำ แต่กลับไม่เห็นความออดอ้อนออเซาะแม้แต่น้อย ในทางกลับกันกลับทำให้คนรู้สึกว่าสะอาดและเข้มแข็ง

ซ่งอวี้อันที่ถูกเธอปกป้องอยู่ข้างหน้า ไร้ซึ่งสีหน้าใด ๆ ท่าทางบุคลิกของเด็กโตสุดคูล ดูน่ารักเป็นพิเศษ

คนทั้งสามประกอบกันเป็นทัศนียภาพที่สะดุดตา

รอบข้างมีสายตาอิจฉาริษยามากมายจ้องมองไปยัง “ครอบครัวสามคนพ่อแม่ลูก” ที่มีหน้าตาโดดเด่นและมีบรรยากาศอบอุ่นกลมเกลียวกัน

เธอเป็นฝ่ายเดินเข้าไปหาพวกเขา

โถงทางเดินของโรงพยาบาลอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อลอยฟ่อง ชวนให้อึดอัดจนหายใจไม่ออก

เมื่อเดินเข้าไปใกล้ ถึงได้พบว่าเสื้อเชิ้ตของเขาไม่ได้เรียบกริบเหมือนยามปกติ คาดว่ารอยยับย่นนั้นคงเกิดจากตอนที่อุ้มเด็ก

เขาเป็นโรคกลัวความสกปรกและโรคย้ำคิดย้ำทำ นอกจากบนเตียงแล้ว ถังหนิงยากที่จะเข้าใกล้เขาได้ การจับมือหรือสวมกอดล้วนไม่ได้ทั้งสิ้น และเธอก็ยอมตามใจเขาทุกอย่างมาโดยตลอด

หัวใจเจ็บจี๊ดขึ้นมาอีกครั้ง เธอถอนหายใจยาว “ตอนนี้คุณมีเวลาไปหย่าแล้วใช่ไหม”

สีหน้าของเขาเคร่งขรึมลง เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “มีเวลา”

ตอนขึ้นรถ “ครอบครัวสามคนพ่อแม่ลูก” ขึ้นรถของเฉินเยี่ยนเหิงไปพร้อมกัน ส่วนถังหนิงเรียกรถแท็กซี่แยกไปต่างหาก

เมื่อรับรู้ถึงการกระทำนี้ของเธอ เฉินเยี่ยนเหิงก็ไม่ได้พูดอะไรมาก

เมื่อถึงหน้าสำนักงานเขต มีเพียงเฉินเยี่ยนเหิงคนเดียวที่เดินลงมาจากรถ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 100

    เจียงหนานนึกขึ้นมาได้กะทันหัน “จริงสิ ฉันเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตอนที่เซ็นสัญญาเสร็จแล้วกลับมาคราวก่อน ฉันโดนคนสะกดรอยตามน่ะ”ถังหนิงตกใจ “ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”“เมื่อวานตอนที่ฉันไปซูเปอร์มาร์เก็ต มีคนแอบตามฉันมา ตอนแรกฉันนึกว่าเป็นคนอื่นส่งมาซะอีก แต่พอจับตัวได้แล้วเค้นถามดูถึงได้รู้ว่าเป็นคนของซ่งจือ”ตอนนั้นเจียงหนานตกใจกลัวแทบแย่ เพราะกลัวว่าเป็นคนผู้นั้น แต่พอรู้ว่าเป็นฝีมือของซ่งจือกลับทำให้เธอรู้สึกโล่งใจขึ้นมาซะอย่างนั้นถังหนิงเอ่ยขึ้น “เธอคงจะส่งคนไปตามสะกดรอยหลิงชีมากกว่า”เธอรู้สึกผิดนิด ๆ ที่ดึงเจียงหนานเข้ามาช่วยตัวเองเซ็นสัญญา “ช่วงนี้เธออย่าเพิ่งออกไปไหนเลยนะ ถ้าต้องการอะไรก็บอกฉันได้เลย”เจียงหนานพยักหน้ารับ พร้อมกับรู้สึกว่าช่วงนี้ตัวเองเผลอเปิดเผยตัวตนมากเกินไปจริง ๆ เมื่อตกดึก ถังหนิงกลับมาถึงอู๋ถงจินอ้าน เธอตั้งใจจะขึ้นไปหาเส้นผมของเฉินเยี่ยนเหิงบนเตียงนอน ทว่าผ้าปูที่นอนทั้งหมดกลับถูกเปลี่ยนเป็นชุดใหม่หมดจด สะอาดสะอ้านไร้ร่องรอยเมื่อเป็นเช่นนี้ ดูก็รู้ทันทีว่าเป็นฝีมือของแม่บ้านชาวฟิลิปปินส์อย่าง มารี ที่เป็นคนทำความสะอาด มารีเป็นคนนิสัยอ่อนโยน ขยันขันแข็งและอ

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 99

    ถังหนิงรู้สึกว่าข้อมือข้างนั้นเปื้อนจนสกปรกไปหมด เธอหยิบกระดาษทิชชูขึ้นมาเช็ดถูซ้ำ ๆ อย่างไม่หยุดหย่อนจู่ ๆ ก็มีเสียงคุ้นเคยดังแว่วมาจากด้านข้าง “เธอนี่เอง”เธอเงยหน้าขึ้น ร่างกายชะงักไปเล็กน้อย เว่ยเฉิง คนสกุลเว่ยผู้นั้นเองเว่ยเฉิงเอ่ยขึ้นว่า “ครั้งก่อนฉันล่วงเกินไปหน่อย ไม่รู้ว่าคุณมีความสัมพันธ์กับคุณชายเซี่ย ต้องขอโทษด้วยจริง ๆ ”ถังหนิงเห็นท่าทีนอบน้อมถ่อมตนราวกับคนยอมจำนนของเขาแล้วก็ได้แต่รู้สึกขบขันท่าทีของเว่ยเฉิงสุภาพเรียบร้อยและเต็มไปด้วยความอ่อนน้อม “เธอมาร่วมงานเลี้ยงเหรอ? เข้าไปข้างในด้วยกันสิ พอดีฉันว่าจะเข้าไปขอโทษคุณชายเซี่ยต่อหน้าสักหน่อย”ถังหนิงส่ายหน้า “ไม่ล่ะ ฉันจะกลับแล้ว”เธอไม่อยากพูดอะไรเพิ่มแม้แต่ประโยคเดียว เดินเลี่ยงออกมาทันทีชายหนุ่มจ้องมองแผ่นหลังได้สัดส่วนของเธอด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็นและนึกเสียดายจนต้องมองตามซ้ำหลายครั้งพูดตามตรงแล้ว ผู้หญิงหน้าตาและรูปร่างระดับนี้ หากไม่ได้ลองสักครั้งถือเป็นความน่าเสียดายของชีวิตแท้ ๆ น่าเสียดายนักที่ดันมีคนหนุนหลังอยู่เบื้องหลัง เมื่อครู่เซี่ยหยุนจงเพิ่งจะเอ่ยปากตักเตือนไปหมาด ๆ อีกไม่นานเขาก็กำลังจะได้เล

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 98

    เขานั้นแทบจะไม่เคยโกรธเรื่องใดเลย ยกเว้นก็แต่เรื่องที่เกี่ยวกับซ่งจือเขามองไปยังเซี่ยจิงเมี่ยว ก่อนจะเงยหน้าขึ้นกวาดสายตามองเรียบ ๆ ไปยังชีสวี่ ทว่าแทบไม่ต้องเดาเลย ก็สามารถรู้ได้ทันทีว่าการกระทำของเซี่ยจิงเมี่ยวนี้เป็นสิ่งที่ชีสวี่สอนมาแม้ว่าเด็กคนนี้จะมีนิสัยถอดแบบมาจากเขา แต่ถึงอย่างไรก็ยังเป็นเด็ก จะกล้าสาดน้ำใส่ผู้เป็นพ่อที่ยังไม่ค่อยคุ้นเคยกันได้อย่างไรเขากำลังเดินเข้าไปพร้อมกับยกมือขึ้นชีสวี่ดึงเซี่ยจิงเมี่ยวเข้าไปปกป้องไว้ในอ้อมแขนทันที พร้อมกับกอดเอาไว้แน่นริมฝีปากของเซี่ยหยุนจงยังคงประดับรอยยิ้มจาง ๆ ฝ่ามือที่วางลงไปบนศีรษะเล็กของเซี่ยจิงเมี่ยวนั้นแผ่วเบา “ใช้ได้ สมแล้วที่เป็นลูกสาวฉัน ถึงกับรู้จักการทำความดีผดุงความยุติธรรมเชียวนะ”หางตาและแววตาของเขาเปี่ยมไปด้วยความเย่อหยิ่ง เขาจ้องมองชีสวี่พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “กลับไปค่อยเคลียร์บัญชีกับเธอ”ถังหนิงก้าวเข้ามาขวางปกป้องเซี่ยจิงเมี่ยวเอาไว้เช่นกันเธอจ้องมองเซี่ยหยุนจง “คุณชายเซี่ย คุณรีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะค่ะ เดี๋ยวจะไม่สบายเอา”“ผมไม่ได้เป็นคนป่วยง่ายขนาดนั้นหรอก เรื่องสุขภาพร่างกายเนี่ย เธอเป็นห่วงผ

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 97

    ถังหนิงเพิ่งกินมูสช็อกโกแลตหมดไป ใช้กระดาษทิชชูเช็ดปากเสร็จก็ตั้งใจจะไปเข้าห้องน้ำเพื่อเติมลิปสติกร่างสูงใหญ่ที่อยู่ด้านข้างทาบทับเงาลงมา เธอเงยหน้าขึ้นมอง เห็นว่าเป็นเซี่ยหยุนจง ก็รีบถอยหลังหลีกเลี่ยงไปด้านข้างทันทีเธอไม่อยากเผชิญหน้ากับคนสติไม่ดีโดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังจากคืนนั้นรอยกัดตรงท้ายทอยนั่นชวนให้อึดอัดสะอิดสะเอียนสิ้นดี“จะหลบทำไมกันล่ะครับคุณนายเฉิน ฉันยังไม่ได้แตะต้องปลายเส้นผมของเธอสักเส้นเลยนะ”การเคลื่อนไหวของถังหนิงชะงักไปครู่หนึ่ง เธอเงยหน้าจ้องมองเขาเขม็ง “นายไม่ได้แตะต้องปลายเส้นผมฉันสักเส้นงั้นเหรอ?”เธอแค่นเสียงหัวเราะออกมา “เซี่ยหยุนจง คุณทำอะไรลงไปบ้างในใจย่อมรู้ดีแก่ใจ”เซี่ยหยุนจงโน้มตัวลงเล็กน้อย “เธอคงไม่ได้เอาเรื่องที่เฉินเยี่ยนเหิงทำกับเธอมาลงที่ฉันหรอกนะ”เธอชะงักไป หัวคิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อย “คุณหมายความว่ายังไง”เขายักไหล่ “ไม่ได้หมายความว่ายังไง”เขาถือแก้วเหล้าขึ้นมาชนกับแก้วในมือของถังหนิง สายตามองไปยังฝั่งของเฉินเยี่ยนเหิง เมื่อเห็นว่าเฉินเยี่ยนเหิงหันมองมา เขาก็เอียงศีรษะไปทางด้านของถังหนิงแล้วเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งถังหนิงวางแก้วลง

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 96

    มองตามแนวสายตาคู่นั้นผ่านฝูงชนไป ทางฝั่งนั้นก็คือบริเวณที่ถังหนิงกำลังยืนอยู่พอดีเขาขมวดคิ้วมุ่น หันไปถามเฮ่อเจียหลี่ว่า “วันนั้นนายยังทำอะไรอีกนอกจากเรื่องของซ่งจือ”เฮ่อเจียหลี่ทำหน้าอึมครึมพร้อมกับขมวดคิ้ว “ฉันจะไปทำอะไรได้เล่า ไม่ได้ทำอะไรเลยอยู่ ๆ พี่เฉินก็โกรธขึ้นมาซะอย่างนั้น”จ้าวหมิงฟู่หันไปมองคนอื่น ๆ กลุ่มคนเหล่านั้นต่างมึนงงเช่นกัน “วันนั้นเฮ่อเจียหลี่ไม่ได้ทำอะไรจริง ๆ นะ แค่ถังหนิงพูดใส่ร้ายขึ้นมาประโยคหนึ่งว่าเฮ่อเจียหลี่ชอบซ่งจือแล้วจะแย่งคนแข่งกับพี่เฉิน หลังจากนั้นเฮ่อเจียหลี่ดันไปโดนตัวซ่งจือเข้าโดยไม่ได้ตั้งใจ พี่เฉินก็โกรธแล้วลงมือชกขึ้นมาทันทีเลย”แววตาของจ้าวหมิงฟู่หม่นลงเล็กน้อย ในใจมีความรู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่างว่า เฉินเยี่ยนเหิงกับถังหนิงอาจไม่ได้มีความสัมพันธ์กันเพียงแค่ผิวเผินอย่างที่เห็นภายนอกท่าทีที่ต้องการหย่าร้างของถังหนิงนั้นเขารู้ดีอยู่แก่ใจ การที่เรื่องยืดเยื้อมาจนถึงตอนนี้ เป็นเพราะเฉินเยี่ยนเหิงไม่ยอมหย่าต่างหากเพราะเหตุใดกันนะเฮ่อเจียหลี่ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ชะงักไปกะทันหัน ราวกับนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขาก็ขมวดคิ้วด้วยความไม่อยากจะเชื่อ “

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 95

    ในวันงานเลี้ยงวันเกิดของซ่งจือ ถังหนิงสวมชุดเดรสยาวกำมะหยี่สีแดงสดโดดเด่นสะดุดตาโดยไม่มีความเกรงใจใด ๆ ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าสู่ภายในห้องจัดเลี้ยงก็ดึงดูดสายตาของผู้คนนับไม่ถ้วนจนกลายเป็นจุดสนใจราวกับเป็นตัวเอกของงานถังหนิงกวาดสายตามองรอบ ๆ อย่างไม่ใส่ใจนัก เมื่อเห็นบรรดาผู้ทรงอิทธิพลระดับแถวหน้าในวงการที่มาร่วมงานกันอย่างพร้อมหน้า ในใจก็แค่นเสียงหัวเราะเยาะออกมาเบา ๆ เฉินเยี่ยนเหิงทุ่มเทปูทางสู่สวรงสวรรค์เอาไว้ เพื่อผลักดันให้เธอบินขึ้นสู่ที่สูงเธอก้าวเดินเข้าไปอย่างสง่างาม กลุ่มคนที่นำโดยเฮ่อเจียหลี่จ้องมองมาที่เธอด้วยแววตาเย็นชาและรังเกียจทว่าครั้งนี้เฮ่อเจียหลี่กลับรู้จักสำรวม ไม่ได้พุ่งเข้ามาต่อว่าเธอทันทีที่เดินเข้ามาเหมือนแต่ก่อน เพียงแต่แววตาของเขาได้แสดงความเกลียดชังออกมาอย่างชัดเจนแล้วเธอทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ หยิบไวน์แดงแก้วหนึ่งมาจากมือของพนักงานเสิร์ฟแล้วยกขึ้นจิบเบา ๆ บริเวณใจกลางห้องจัดเลี้ยง ซ่งจือสวมชุดเดรสผ้าซาตินสีเรียบ ยืนพูดคุยกับบรรดาผู้ทรงอิทธิพลด้วยท่าทีเป็นกันเองเฉินเยี่ยนเหิงยืนเคียงข้างกายของเธอ หากมองดูจากภาพนี้แล้ว ทั้งสองคนช่างดูเหมาะสมกันราวกับกิ่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status