Share

บทที่ 4

Author: ดอกไนเจลล่า
ผู้ช่วยรีบก้มลงเก็บรูปถ่ายอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินผ่านเธอเข้าไปในห้องเพื่อนำตัวซ่งอวี้อันออกมา

ซ่งอวี้อันสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวเล็ก กางเกงเอี๊ยม กอดสมุดการบ้านไว้ในอ้อมอก ใบหน้าอ่อนเยาว์ที่มีเนื้อแก้มยุ้ยเต็มไปด้วยความเฉยชาและสงบนิ่ง

ครั้งแรกที่เธอได้พบกับเด็กคนนี้ เธอเพียงรู้สึกว่าเด็กคนนี้หน้าตาน่ารักราวกับตุ๊กตากระเบื้องแกะสลัก นิสัยเย็นชาคล้ายกับเฉินเยี่ยนเหิงอย่างยิ่ง ในใจจึงเกิดความรู้สึกเอ็นดูและสนิทสนมขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

ทว่าวันนี้เมื่อได้มองดูอีกครั้ง ในใจกลับรู้สึกเย็นเฉียบ ร่างกายชุ่มไปด้วยเหงื่อกาฬ เมื่อเผชิญกับเรื่องสะเทือนใจอย่างหนัก จู่ ๆ เธอพลันปวดศีรษะอย่างรุนแรงจนยากจะทนทาน ร่างของเธอเซไปชนเข้ากับตู้วางของข้างผนังเข้าอย่างจัง

“โครม——เพล้ง!”

แจกันดอกไม้ถูกชนหล่นลงกับพื้น เกิดเสียงแหลมบาดหูในช่วงสั้น ๆ ก่อนจะแตกกระจายกลายเป็นเศษเล็ก ๆ นับไม่ถ้วนกระเด็นไปทั่ว

เสียงแตกสลายที่แหลมสูงและกะทันหันราวกับเข็มเล่มหนึ่ง ที่ทิ่มแทงเข้าสู่เส้นประสาทอย่างรุนแรง

ซ่งอวี้อันชะงักแข็งค้างไปทันที สมุดการบ้านหลุดมือร่วงลงพื้นดัง “แป๊ก”

เขายกมือขึ้นอุดหูทั้งตัวสั่นเทิ้ม ใบหน้าแดงก่ำ และหายใจกระหืดกระหอบ

“เสี่ยวอัน!” ซ่งจือส่งเสียงกรีดร้อง พร้อมโถมตัวเข้าไปโอบกอดซ่งอวี้อันไว้ “ถังหนิง เด็กทำอะไรผิด!”

“ฮือ... ฮือ——” ซ่งอวี้อันขดตัวสั่นเทาอยู่บนพื้น ร้องไห้โวยวายอย่างสุดเสียง

“ถังหนิง จะอาละวาดก็ควรรู้จักขอบเขตบ้าง!” เฉินเยี่ยนเหิงช้อนตัวเด็กขึ้นมา น้ำเสียงราวกับใบมีดที่อาบน้ำแข็งฟาดฟันเข้าใส่เธอ “เธอรู้ทั้งรู้ว่าเสี่ยวอันทนฟังเสียงแก้วแตกไม่ได้”

เธอยืนแข็งค้างอยู่กับที่ คล้ายเท้าถูกตอกตะปูไว้ ร่างกายหนาวสะท้านไปทั้งตัว

ทุกคนต่างรุมล้อมอยู่รอบตัวเด็ก รีบร้อนอุ้มเด็กมุ่งหน้าไปโรงพยาบาล

เธอมองดูแผ่นหลังอันรีบร้อนและลนลานของเฉินเยี่ยนเหิง แล้วรู้สึกแปลกหน้านัก เขาเองก็มีเวลาที่ร้อนรนกับเขาด้วย เพียงแต่ไม่ใช่เพื่อตัวเธอ

เศษกระเบื้องแตกข้างเท้ามีคราบเลือดติดอยู่ บนเรียวขามีบาดแผลหลายแห่งกำลังมีเลือดไหลซึม แต่เขาไม่ทันได้สังเกตเห็นเธอเลย

ในอดีต ต่อให้ท่าทีของเขาจะเย็นชาเพียงใด เขาก็ยังคงดูแลและปกป้องให้เธอปลอดภัยเสมอ

ครั้งหนึ่งตอนที่เธอจับได้ว่าพ่อนอกใจแม่ จึงประท้วงด้วยการอดอาหาร เฉินเยี่ยนเหิงแอบปีนหน้าต่างเข้ามาในห้องของเธอ เพื่อนำอาหารมาส่งให้เธอ “คนอื่นทำผิด แล้วทำไมต้องอดอาหารด้วย? เซ่อซ่าจริง ๆ”

เพราะการมาของเขา ความเศร้าในใจจึงมลายหายไปชั่วครู่ ในตอนนั้นเธอมีความสุขมาก คนที่มีเหตุผลอย่างเฉินเยี่ยนเหิง ถึงกับยอมแอบปีนหน้าต่างมาส่งข้าวให้เธอ เขาดีกับเธอจริง ๆ

แต่ในตอนนี้ เขาไม่เห็นบาดแผลของเธออีกต่อไปแล้ว

ก็ดีเหมือนกัน ในเมื่อเขาเย็นชาถึงเพียงนี้ งั้นการหย่าร้างคงเป็นเรื่องง่ายดายแล้วล่ะ

เธอเก็บซ่อนความน้อยเนื้อต่ำใจและความเวทนาในใจเอาไว้ แล้วเดินผ่านบ้านอันว่างเปล่าเข้าไปในห้องนอน จากนั้นเปลี่ยนเสื้อผ้าที่สะอาดสะอ้านด้วยความสงบและอดทน จัดแต่งทรงผม เช็ดทำความสะอาดผิวหนัง และติดพลาสเตอร์ยา

หลังจากจัดการตัวเองเสร็จเรียบร้อย ก็ใกล้จะบ่ายสองโมงแล้ว ขณะที่เธอกำลังจะเรียกรถแท็กซี่ไปรอเฉินเยี่ยนเหิงที่สำนักงานเขต

อีกฝ่ายก็โทรศัพท์เข้ามาหาเอง

เธอกดรับสาย “ฉันกำลังเดินทางไปค่ะ”

“มาที่โรงพยาบาล เลขห้องส่งให้แล้ว” ฝั่งนั้นพูดเสริมขึ้นมาประโยคหนึ่ง “ยายของเธออยู่ที่โรงพยาบาล”

เธอกระวนกระวายอยากจะถามอะไรต่อ แต่อีกฝ่ายก็ตัดสายทิ้งไปเสียแล้ว

เมื่อรีบเร่งมาถึงโรงพยาบาล เธอก็ตามหาห้องพักผู้ป่วย 1202 จนเจอทั้งเหงื่อไหลท่วมหัว

เธอยืนอยู่หน้าประตู ได้ยินเสียงที่ดังมาจากข้างใน

“ห้ามโทรบอกหนิงหนิงนะ! ฉันมีชีวิตอยู่มาจนป่านนี้ก็พอแล้ว” เสียงของคุณยายแหบพร่าเจือด้วยความชราภาพ ไม่รู้ว่าโรคร้ายได้สร้างความทรมานให้แก่ท่านมากเพียงใด

คุณตาถอนหายใจด้วยความเศร้า “ถ้าฉันมีทางเลือกอื่น ฉันก็ไม่อยากให้หนิงหนิงต้องลดศักดิ์ศรีไปอ้อนวอนตระกูลเฉินหรอก แต่ตอนนี้ คนที่จะมีโอกาสช่วยเธอได้มากที่สุดก็คือหมออู๋คนนั้น และคนเดียวที่จะเชิญเขามารักษาได้ ก็คือต้องไปขอความช่วยเหลือจากตระกูลเฉิน”

“ไม่ต้องพูดถึงเรื่องนี้อีก! หนิงหนิงอยู่ในตระกูลเฉินตัวคนเดียว ไม่รู้ต้องแบกรับความลำบากมากแค่ไหน อย่างน้อยฉันก็ต้องไม่เป็นตัวถ่วง!”

มือของเธอสั่นเทา ไม่กล้าเดินเข้าไป

หลังจากไปพบแพทย์เจ้าของไข้เพื่อสอบถามอาการ ถึงได้รู้ว่าคุณยายตรวจพบว่ามะเร็งปอดระยะสุดท้ายเมื่อหนึ่งเดือนก่อน

คุณตาขายบ้านที่ทั้งสองคนใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันในวัยเกษียณ เพื่อนำเงินมาจ่ายค่ายารักษาเฉพาะทางที่เข็มหนึ่งมีราคาหลายหมื่นบาท แต่ค่ารักษาพยาบาลอันสูงลิ่วก็ยังคงเป็นเหมือนบ่อที่ไร้ก้นบึ้ง คุณยายไม่ได้บอกกล่าวลูกหลานในบ้าน และตั้งใจจะนอนรอความตาย

ถังหนิงสัมผัสได้เพียงความรู้สึกผิดที่พุ่งเข้าใส่หน้าอย่างจัง

เธอเอาแต่วิ่งวุ่นอยู่รอบตัวเฉินเยี่ยนเหิง แม้กระทั่งญาติผู้ใหญ่ป่วยหนักนอนอยู่บนเตียงก็ยังไม่รู้เรื่อง

หลังจากแม่เสียชีวิต เธอก็ถูกตระกูลถังรังเกียจ เป็นคุณตาคุณยายที่ยืนกรานจะรับเธอกลับมาเลี้ยงดูที่บ้าน จนถึงขั้นยอมแบกรับแรงกดดันจากการต้องตัดขาดกับลูกชายของตัวเอง

นับแต่นั้นมา เธอจึงปักใจเชื่อว่าครอบครัวของเธอมีเพียงยาย ตา และเฉินเยี่ยนเหิงเท่านั้น

“อาการป่วยของคุณยายซับซ้อนมาก เพราะท่านอายุมากแล้วด้วย ตอนนี้ต้องใช้วิธีรักษาด้วยการทานยาประคับประคองไปก่อนสามเดือน หลังจากสามเดือนค่อยทำการผ่าตัด ซึ่งแพทย์ที่มีโอกาสผ่าตัดสำเร็จสูงสุดในด้านนี้ก็คือคุณหมออู๋เหลียง หมอเคยช่วยติดต่อคุณหมออู๋ให้คุณยายแล้ว แต่ตอนนี้อีกฝ่ายไม่รับผ่าตัดแล้ว จึงปฏิเสธ”

อู๋เหลียงเติบโตมาจากสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้า เป็นอัจฉริยะทางการแพทย์ มีนิสัยสันโดษ ความสัมพันธ์เพียงหนึ่งเดียวที่มีก็คือเฉินฝูเซิง ซึ่งก็คือพ่อของเฉินเยี่ยนเหิง

และยังเป็นคนที่ต่อต้านการที่เฉินเยี่ยนเหิงจะแต่งงานกับถังหนิงมากที่สุดในตอนนั้นด้วย

แต่งงานมาสี่ปี เธอแทบจะไม่เคยพบหน้าเฉินฝูเซิงเลย

“ฝั่งคุณหมออู๋ฉันจัดการเองค่ะ” เธอเขียนเบอร์โทรศัพท์ของตัวเองลงไป “หากคุณยายฉันมีอาการอะไร โปรดติดต่อฉันด้วยนะคะ ส่วนค่ายา... รบกวนช่วยบอกพวกท่านว่าค่ายาครั้งต่อไปมีส่วนลด ส่วนที่เหลือฉันจะเป็นคนจ่ายเองค่ะ อ้อ แล้วก็อย่าบอกพวกท่านนะคะว่าฉันมา”

ถังหนิงผลักประตูเดินออกมา ก่อนจะเดินฝ่าฝูงชนที่พลุกพล่านไป เธอมองเห็นร่างสูงใหญ่ของใครคนหนึ่งอยู่ไกลออกไป

เฉินเยี่ยนเหิงกำลังจูงมือซ่งอวี้อันที่เริ่มสงบลง ยืนนิ่งอยู่หน้าลิฟต์ เสื้อเชิ้ตสีขาวกางเกงสีดำ เส้นไหล่คมเหยียดตรง เผยความสงบมั่นคงและความสูงศักดิ์เฉพาะตัวของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ บรรยากาศรอบตัวช่วยแยกความวุ่นวายรอบข้างออกโดยอัตโนมัติ

ยามสายตาทอดมองไปยังร่างใหญ่และร่างเล็กข้างกาย โทสะในแววตาก็มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความอ่อนโยนและสงบนิ่ง ปลายนิ้วจับข้อมือเด็กไว้หลวม ๆ การกระทำทั้งยับยั้งชั่งใจและนุ่มนวลพอดี

ซ่งจือขอบตาแดงระเรื่อ ค่อย ๆ เช็ดเหงื่อซึมให้เด็กอย่างเบามือ ผมยาวสีดำคลับถูกรวบไว้หลวม ๆ หลังศีรษะ ปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้ม แฝงความงดงามละมุนละไมที่เปี่ยมไปด้วยบุคลิกของหนอนหนังสือผู้ทรงภูมิ แม้ขอบตาจะแดงก่ำ แต่กลับไม่เห็นความออดอ้อนออเซาะแม้แต่น้อย ในทางกลับกันกลับทำให้คนรู้สึกว่าสะอาดและเข้มแข็ง

ซ่งอวี้อันที่ถูกเธอปกป้องอยู่ข้างหน้า ไร้ซึ่งสีหน้าใด ๆ ท่าทางบุคลิกของเด็กโตสุดคูล ดูน่ารักเป็นพิเศษ

คนทั้งสามประกอบกันเป็นทัศนียภาพที่สะดุดตา

รอบข้างมีสายตาอิจฉาริษยามากมายจ้องมองไปยัง “ครอบครัวสามคนพ่อแม่ลูก” ที่มีหน้าตาโดดเด่นและมีบรรยากาศอบอุ่นกลมเกลียวกัน

เธอเป็นฝ่ายเดินเข้าไปหาพวกเขา

โถงทางเดินของโรงพยาบาลอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อลอยฟ่อง ชวนให้อึดอัดจนหายใจไม่ออก

เมื่อเดินเข้าไปใกล้ ถึงได้พบว่าเสื้อเชิ้ตของเขาไม่ได้เรียบกริบเหมือนยามปกติ คาดว่ารอยยับย่นนั้นคงเกิดจากตอนที่อุ้มเด็ก

เขาเป็นโรคกลัวความสกปรกและโรคย้ำคิดย้ำทำ นอกจากบนเตียงแล้ว ถังหนิงยากที่จะเข้าใกล้เขาได้ การจับมือหรือสวมกอดล้วนไม่ได้ทั้งสิ้น และเธอก็ยอมตามใจเขาทุกอย่างมาโดยตลอด

หัวใจเจ็บจี๊ดขึ้นมาอีกครั้ง เธอถอนหายใจยาว “ตอนนี้คุณมีเวลาไปหย่าแล้วใช่ไหม”

สีหน้าของเขาเคร่งขรึมลง เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “มีเวลา”

ตอนขึ้นรถ “ครอบครัวสามคนพ่อแม่ลูก” ขึ้นรถของเฉินเยี่ยนเหิงไปพร้อมกัน ส่วนถังหนิงเรียกรถแท็กซี่แยกไปต่างหาก

เมื่อรับรู้ถึงการกระทำนี้ของเธอ เฉินเยี่ยนเหิงก็ไม่ได้พูดอะไรมาก

เมื่อถึงหน้าสำนักงานเขต มีเพียงเฉินเยี่ยนเหิงคนเดียวที่เดินลงมาจากรถ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 30

    คุณหญิงย่าหลุบตาลง น้ำเสียงพลันแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาและหนักแน่น “ดังนั้นหนูเปลี่ยนไปแล้วใช่ไหม? ไม่ได้รักเยี่ยนเหิงแล้วงั้นเหรอ?”ปลายนิ้วของถังหนิงเกร็งขึ้นมาทันที ในใจอยากจะโพล่งออกไปใจจะขาดว่า ใช่ หนูไม่ได้รักเขาอีกต่อไปแล้วทว่าตอนนี้ยังพูดคำนั้นออกไปไม่ได้ เธอจึงยิ้มบาง ๆ “คุณย่าคะ หนูรักเยี่ยนเหิงมากแค่ไหน คุณย่าไม่รู้จริง ๆ เหรอคะ? หนูชอบวิ่งไล่ตามหลังเขามาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วนะคะ”เฉินเยี่ยนเหิงช้อนสายตาขึ้นมองเธอ นิ่งชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะก้มหน้ารับประทานอาหารเช้าต่ออย่างไม่เร่งรีบ“ไม่ถูกต้อง” สายตาของคุณหญิงย่ากวาดมองไปยังซอกคอขาวสะอาดของเธอเมื่อก่อนเวลาทั้งคู่นอนที่บ้านต้นตระกูล เช้าวันถัดมาบนคอของถังหนิงมักจะมีร่องรอยคลุมเครือฝากไว้เสมอดังนั้นคุณหญิงย่าจึงรู้ดีแก่ใจว่า เมื่อคืนนี้ระหว่างคนทั้งสอง ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อยเมื่อก่อนขอแค่มีท่านคอยหนุนหลัง ถังหนิงเป็นต้องหาทางคลอเคลียเยี่ยนเหิงอยู่ตลอดเวลาและตราบใดที่ท่านอยู่ตรงนั้น เยี่ยนเหิงก็ไม่มีทางปฏิเสธการที่เมื่อคืนทั้งคู่ไม่ได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกัน จึงมีเพียงเหตุผลเดียวเท่านั้น คือถังหนิงเป็นฝ่ายที่

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 29

    ทว่าเธอกลับไม่มีทางที่จะอาบน้ำล้างหน้าแปรงฟันได้เลยเพราะเสื้อผ้าทั้งหมดของเธอถูกขนออกไปหมดแล้ว ในห้องแต่งตัวจึงเหลือเพียงข้าวของของเฉินเยี่ยนเหิงเท่านั้นเฉินเยี่ยนเหิงอาบน้ำเสร็จเดินออกมา เห็นเธอนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง เอาแต่จ้องมองหน้าจอโทรศัพท์ทั้งที่ยังไม่ได้ล้างเครื่องสำอางออกเสียด้วยซ้ำเขาเดินกลับเข้าไปในห้องแต่งตัวอีกครั้ง หยิบเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกมาตัวหนึ่งแล้วโยนไปให้เธอถังหนิงถูกเสื้อคลุมคลุมศีรษะจนมิด ทำให้เธองุนงงไปชั่วขณะ เธอดึงเสื้อเชิ้ตที่มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของไม้สนลงมา จึงค่อยเข้าใจเจตนาของเฉินเยี่ยนเหิง คือเขาต้องการให้เธอใส่เสื้อผ้าของเขาหลังจากอาบน้ำล้างหน้าเสร็จถังหนิงโยนเสื้อตัวนั้นกลับไปด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ไม่ต้องหรอก ฉันนั่งเล่นอีกสักพัก รอคุณย่าหลับแล้วจะออกไปนอนห้องรับรอง”เฉินเยี่ยนเหิงจ้องมองเธอ ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “คุณย่าสั่งให้ป้าแม่บ้านล็อคห้องรับรองไว้หมดแล้ว”ถังหนิงสูดหายใจเข้าลึก ดูท่าคุณหญิงย่าคงมองออกว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองคนดูไม่ค่อยปกติ จึงจงใจเตรียมทางหนีทีไล่เอาไว้แบบนี้ทว่าเรื่องบนเตียงพรรค์นี้ คนที่มีความต้องการ ต่อให้ลำบากแค

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 28

    ทว่าในเวลานี้ ต่อให้คุณย่าจะเกิดความระแคงใจ เธอก็ไม่สามารถทำใจขยับเข้าไปใกล้ชิดกับเฉินเยี่ยนเหิงได้อีกแล้วสายตาเรียบเฉยของเฉินเยี่ยนเหิงมองไปทางเธอ เมื่อเห็นว่าเธอไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ เขาจึงเบือนสายตากลับมาอย่างเงียบเชียบ “คุณย่าครับ พวกเราแต่งงานกันมาสี่ปีแล้วนะครับ”คุณหญิงย่าเค้นหัวเราะในลำคอ “แค่สี่ปีก็หมดโปรซะแล้วเหรอ เสี่ยวหนิงยังสาวขนาดนี้ ย่อมชอบบรรยากาศแบบวัยรุ่นเป็นธรรมดา แกก็ไม่รู้จักให้ความร่วมมือกันบ้างเลย ระวังเธอจะไปคว้าหนุ่มคนใหม่แล้วทิ้งแกเอานะ”น้ำเสียงของชายหนุ่มทุ้มต่ำและสุขุม “เธอไม่ทำแบบนั้นหรอกครับ”ถังหนิงพยายามสะกดกลั้นความหงุดหงิด ก่อนเอ่ยขัดขึ้น “คุณย่าคะ หนูว่าฟ้าเริ่มมืดเหมือนฝนจะตกแล้ว พวกเราขึ้นข้างบนกันเถอะค่ะ”คุณหญิงย่าเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มมืดครึ้ม “ได้สิ ขึ้นข้างบนกัน”ทว่าขณะเดินเข้าลิฟต์ ช่างบังเอิญเหลือเกินที่ดันเจอกับซ่งจือเข้าพอดี เธอสวมชุดผู้ป่วยอยู่ใต้เสื้อคลุม บนหลังมือยังมีเข็มน้ำเกลือเสียบ ดูเหมือนเพิ่งจะให้น้ำเกลือเสร็จแล้วเดินออกมาสีหน้าของคุณหญิงย่าเคร่งขรึมลงทันที แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าซ่งจือยังมีประโยชน์อยู่ จึงไม่ได้แสดงท่าที

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 27

    ตระกูลของคุณหญิงย่าเป็นแพทย์แผนจีน แม้ท่านจะไม่ได้สืบทอดวิชาต่อ แต่เรื่องการจับชีพจรก็พอทำเป็นอยู่บ้างชีพจรเป็นปกติ ไม่มีสิ่งใดพิเศษคุณหญิงย่าปล่อยมือออกอย่างผิดหวัง แล้วนั่งลงบนเก้าอี้ข้างโต๊ะอาหาร “พวกแกกำลังเตรียมตัวมีลูกกันอยู่ใช่ไหม?”เฉินเยี่ยนเหิงตอบเสียงเรียบ “ครับ”คุณหญิงย่าถอนหายใจยาว “ถ้าเตรียมตัวจะมีลูกตั้งแต่แต่งงานป่านนี้ลูกคงเข้าโรงเรียนอนุบาลไปแล้ว แกเนี่ยเป็นคนรู้ความไปเสียทุกเรื่อง เสียก็แต่เรื่องนี้นั่นแหละ... แล้วก็เรื่องของซ่งจือแม่นั่นอีก”เมื่อเอ่ยถึงซ่งจือ คุณหญิงย่าก็หันไปมองถังหนิง พลางเอ่ยอธิบาย“เสี่ยวหนิง หนูอย่าคิดมากเลยนะ ย่าถามเยี่ยนเหิงดูแล้ว เขากับซ่งจือไม่ได้มีอะไรกัน ร่างกายแม่นั่นพิการ แถมเมื่อก่อนพวกเขาก็เคยรู้จักกันมาตั้งนาน ก็เลยช่วยเหลือแค่นิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้น”สีหน้าของคุณหญิงย่าเริ่มจริงจังขึ้น น้ำเสียงก็หนักแน่นขึ้นตาม“อีกอย่าง โครงการปัญญาประดิษฐ์ที่บริษัทกำลังทุ่มทุนเป็นพิเศษอยู่นั้น ซ่งจือก็ถือเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ ตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยก็คว้ารางวัลในประเทศมาไม่น้อย... อีกไม่นานก็ใกล้จะถึงงานนิทรรศการวิจัยทางเทคโนโลยีแ

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 26

    คุณหญิงย่าหันมามองเธอ “เสี่ยวหนิง บอกย่ามาสิว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ พูดมาให้ชัด ๆ”สายตาของชายหนุ่มทอดมองมา คิ้วเข้มคมคายเหนือเบ้าตาที่ลึกเล็กน้อย ดวงตาดำขลับล้ำลึกราวกับบ่อน้ำลึก ถังหนิงเดาออกได้ไม่ยากว่าสายตานั้นหมายความว่าอย่างไรเขากำลังขู่เธอ ขู่ว่าหากเธอกล้าพูดความจริง เรื่องการผ่าตัดของคุณยายก็อย่าหวังเลยว่าจะผ่านไปได้ด้วยดีเธอยกมุมปากยิ้มหยัน ก่อนจะเอ่ยว่า “คุณย่าคะ หนูเป็นคนขอถอนตัวออกมาเองค่ะ ตอนนี้หนูเข้าร่วมกับคณะใหม่แล้ว คุณย่าไม่ต้องเป็นห่วงหนูหรอกนะคะ”คุณหญิงย่าขบฟันแน่น จ้องมองซ่งจือตาไม่กะพริบ “ถึงอย่างนั้น ฉันก็ไม่อนุญาตให้ผู้หญิงคนนี้มาผยองในพื้นที่ที่ตระกูลเฉินของเราลงทุนไว้หรอกนะ เยี่ยนเหิง แกโทรไปสั่งให้ไล่ออกเดี๋ยวนี้เลย”ซ่งจือช้อนสายตามองเฉินเยี่ยนเหิงด้วยดวงตาแดงก่ำแผ่นหลังหนากว้างของเฉินเยี่ยนเหิงบดบังตัวเธอไว้ “คุณย่าครับ เรื่องของเธอตัดสินใจเรียบร้อยแล้ว แล้วการแสดงก็จะมีขึ้นในเร็ว ๆ นี้ รายชื่อถูกส่งขึ้นไปหมดแล้ว เปลี่ยนตัวไม่ทันครับ”ถังหนิงหลุดหัวเราะเยาะในใจตอนนั้นรายชื่อของเธอถูกส่งขึ้นไปแล้วเหมือนกัน เขายังเปลี่ยนออกได้ แต่กับซ่งจือกลับเป

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 25

    คุณหญิงย่าฟังออกว่าคำพูดของทั้งสองคนแฝงการกระทบกระทั่งกันอยู่ และรู้อยู่แล้วว่าเฉินเยี่ยนเหิงเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สุดของศูนย์ศิลปะ การที่ถังหนิงจู่ ๆ ก็เลิกทำ เขาก็ต้องรู้อย่างแน่นอน “มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่...”เฉินฝูเซิงเอ่ยขึ้น “ไม่ใช่ว่าเปลี่ยนงานใหม่หรอกเหรอ”คุณหญิงย่าขมวดคิ้ว “เปลี่ยนงานอะไร?”ถังหนิงอธิบาย “แค่ไปลงทุนกับคณะแต้นรำของรุ่นพี่ที่รู้จักน่ะค่ะ”คุณหญิงย่ายิ่งไม่เข้าใจหนักกว่าเดิม “รุ่นพี่? ผู้ชายเหรอ?”เมื่อก่อนถังหนิงเป็นคนรู้จักกาลเทศะเสมอ และคอยรักษาระยะห่างจากเพศตรงข้ามอย่างเหมาะสม ซึ่งนั่นก็เป็นเหตุผลที่คุณหญิงย่าวางใจปล่อยให้เธอไปทำงานในสถานที่ปะปนไปด้วยผู้คนหลากหลายประเภทเช่นนั้นท่านรู้ดีว่าถังหนิงรักเฉินเยี่ยนเหิงมากขนาดไหนทว่าตอนนี้เธอกลับแยกไม่ออกว่าอะไรสำคัญอะไรไม่สำคัญ ถึงขั้นไปร่วมมือทำธุรกิจกับผู้ชายคนอื่น“แล้วงานที่ศูนย์ศิลปะของหนูล่ะ?”เฉินเยี่ยนเหิงเอ่ยขัด “คุณย่าครับ เรื่องพวกนี้คุณย่าไม่ต้องไปยุ่งหรอกครับ”“หนูโดนไล่ออกค่ะ” ถังหนิงเปิดปากพูดตรง ๆในตอนนั้นเอง เงาร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นที่ประตู คน ๆ นั้นก็คือซ่งจือเธอสวมชุดผู้ป่วยไ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status