แชร์

บทที่ 7

ผู้เขียน: เสิ่นหนานอิน
ฉันรีบยื่นมืออีกข้างออกไป คว้ามือสีดำเหมือนถ่านของยายแก่ไว้ด้วยความเป็นห่วง แล้วพูดอย่างสงสารจับใจ

“แม่คะ ทำไมผิวแห้งขนาดนี้เลย เมื่อคืนฉันเพิ่งทำมาส์กแตงกวาใช้เองไปชุดหนึ่ง เอามาให้แม่ลองดีไหมคะ”

ยายแก่ที่กำลังด่ากราดอยู่ชะงักไป ก่อนจะพูดตะกุกตะกัก

“อะ…กะ ก็ได้…”

เห็นไหมล่ะ ผู้หญิงที่ไหนจะไม่รักสวยรักงาม

พอเห็นว่าฉันยกกะละมังแตงกวาออกมาจริง ๆ แล้วเริ่มพอกหน้าให้แม่สามี ทางฝั่งพ่อสามีก็เริ่มไม่พอใจ

“ยายแก่เอ๊ย แกไม่ใช่เหรอที่บอกว่าจะหลอกหลอนลูกสะใภ้ใหม่ให้เต็มที่”

ฉันหันไปมองบอสใหญ่ไร้หัวนิ่ง ๆ ก่อนจะเบะปาก “อ้าว แบบนี้แปลว่าคุณเคยมีเมียเก่าสินะ”

ชายคนนั้นหน้ามืดทันที ร่างกายแผ่ไอสีดำออกมาเข้มข้น มือหนึ่งคว้าหัวกะโหลกของแม่ตัวเองแล้วบิดออกทันที

ช่างเป็นความกตัญญูที่น่าชื่นชมเสียจริง ๆ

เขาหันมายิ้มให้ฉัน มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย สีหน้าดูเหมือนจะน้อยใจ

“ไม่มีหรอก ยังไม่ทันได้เข้าบ้านก็ถูกซือซือฆ่าหมดแล้ว”

ยายแก่ทำหน้ากระอักกระอ่วน รีบใส่หัวกลับเข้าที่ พลางตบแตงกวาบนหน้าเบา ๆ แล้วจ้องคุณตาด้วยสายตาเย็นยะเยือก

“ตาแก่ตายซาก พูดมากจริง ไปทำกับข้าวไป”

คุณตาปิดปากเงียบทันที ก่อนจะลากถุงหนังงู พร้อมทั้งไส้ที่ห้อยอยู่ตรงท้อง เดินมุ่งหน้าไปทางห้องครัว

ตรงที่เขาเดินผ่าน ทำให้พื้นกลายเป็นสีแดงฉานอีกครั้ง

ซือซือลุกจากพื้นขึ้นมาอย่างสุภาพ แล้วแสดงจุดยืนอย่างชัดเจน

“คุณย่าคะ ขอโทษนะคะ หนูคิดว่าอาหารฝีมือคุณปู่นี่มัน…กินไม่ค่อยได้ งั้นไม่ต้อง…”

ยังพูดไม่ทันจบ คุณตาก็ล้วงท้องตัวเอง ก่อนจะเหวี่ยงไส้ออกมาจากห้องครัว ม้วนซือซือเข้าไปในครัวอย่างรวดเร็ว

คุณตาหัวเราะเสียงแหลม “หลานรัก มาช่วยคุณปู่ทำกับข้าวเถอะ”

ฉันมองไส้ที่เกลื่อนพื้น ก่อนจะกลับเข้าห้องไปหาเข็มกับด้าย “เฮ้อ เสื้อไหมพรมของพ่อขาดขนาดนี้ ทำไมไม่ซ่อมบ้างนะ”

พอคุณตาทำกับข้าวเสร็จ ฉันก็หาเข็มกับด้ายเจอพอดี

ฉันช่วยจัดอาหารขึ้นโต๊ะอย่างขยันขันแข็ง แล้วดึงแขนคุณตาไว้ “พ่อคะ เดี๋ยวหนูช่วยซ่อมเสื้อให้ไหมคะ ดูสิ ลากไหมพรมไปทั่วพื้นแบบนี้ก็ลำบาก แถมไหมพรมยังสีตกอีก เมื่อวานหนูเพิ่งถูพื้นเองนะ”

อสูรลี้ลับทั้ง 4 มองหน้ากันไปมา

ฝั่งคอมเมนต์ก็เหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง

"วุ่นวายมาตั้งนาน ที่แท้หนิงเนี่ยนไม่ได้ใจกล้าหรือจิตแข็งอะไรหรอก แต่เธอตาบอดงั้นเหรอ"

"ไม่ใช่นะ ดูจากการเคลื่อนไหว เธอยังเดินได้ตรงอยู่ ฉันเดาว่าน่าจะสายตาสั้นขั้นรุนแรงมากกว่า"

“ขอยกย่องเธอเป็น ‘หนิงเสิน’ เปิดเส้นทางผ่านด่านแบบที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนเลย"

"ดูเงียบ ๆ ไปเถอะ ฉันว่าจริง ๆ แล้วเธอฉลาดมาก"

ข้อความนี้เพิ่งลอยผ่านไป ฉันก็จับไส้ของตาแก่ขึ้นมาเริ่มเย็บทันที

เพราะคำนึงถึงมารยาทระหว่างพ่อผัวกับลูกสะใภ้ ฉันเลยนั่งห่างจากเขาพอสมควร

ดังนั้นฉันจึงไม่เคยเห็นชัดเลยว่าเป็นอะไร รู้แค่ว่ามันชุ่มแฉะ เลยบ่นออกมา

“ทำไมไหมพรมยังเปียกอยู่เลยล่ะคะพ่อ เมื่อกี้ล้างผักแล้วเผลอทำตกอ่างน้ำหรือเปล่า”

คุณตาดูจะทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน ก่อนจะตอบเสียงแห้ง ๆ

“อะ…น่าจะ…น่าจะใช่มั้ง”

พอฉันเย็บท้องของเขาเสร็จ ทุกคนก็มานั่งรอบโต๊ะอย่างกลมเกลียวแบบกระอักกระอ่วน เพื่อเตรียมกินข้าว

เมื่อฉันเห็นว่าไม่มีใครขยับ ฉันก็ทำตัวคุ้นเคย โดยการคีบ “ตีนไก่” ขึ้นมา 1 ชิ้น

พอเห็นฉันกำลังจะเอาเข้าปาก อสูรลี้ลับทั้ง 4 ก็มองฉันด้วยสีหน้าชั่วร้ายพร้อมกัน

“ลูกสะใภ้แสนดี นี่คือของสดที่พ่อเธอเอาขึ้นมาจากชั้นล่าง ๆ วันนี้นะ เพิ่งตายเมื่อคืน ยังสด ๆ ทั้งนั้นเลย”
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • สายตาพล่าล่าเกมผี   บทที่ 17

    ฟางหย่วนพังทลายลงกะทันหัน ตะโกนลั่นอย่างเสียสติว่า“หัวใจแห่งความสุขบ้าอะไรกัน นั่นมันก็แค่หัวใจของคนเป็นไม่ใช่เหรอ? ฉันก็มีเหมือนกัน ”เขาไม่กล้าลงมือกับพวกประหลาด จึงฉวยจังหวะที่ซูเสี่ยวโม่ไม่ทันระวัง โยนร่างทั้งร่างของเธอไปยังประตูของตัวเองโดยตรงแม่กุญแจดอกหนึ่งบนประตูของฟางหย่วนแปรเปลี่ยนเป็นอสูรหัวโตทันที และกลืนซูเสี่ยวโม่ที่กำลังกรีดร้องเข้าไปในคำเดียวทั้งเนื้อทั้งกระดูก ถูกกินจนเกลี้ยงฉันยังไม่ทันได้ห้ามเลยด้วยซ้ำฟางหย่วนหันสายตาคลุ้มคลั่งมาทางฉัน ราวกับคิดจะโยนฉันเข้าไปด้วย เพราะเขาต้องเปิดแม่กุญแจถึงสองดอกซือซือหัวเราะเยาะเบา ๆ กระโปรงขาวขยายใหญ่ไม่สิ้นสุด กลายเป็นเครื่องบดเนื้อมีชีวิต แล้วงับฟางหย่วนเข้าไปในคำเดียวไม่นานนัก เศษเนื้อสีแดงก็ปลิวว่อนเต็มฟ้า เลือดสดย้อมกระโปรงขาวจนกลายเป็นสีแดงฉานซือซือพึมพำกับเศษเนื้อที่ปลิวฟุ้งทั่วอากาศว่า “เดิมทีก่อนที่แม่จะจากไป หนูตั้งใจจะเป็นเด็กดีนะ แต่น่าเสียดายที่คุณดันอยากตายเอง”จากนั้น เธอก็เงยหน้ากลมน่ารักขึ้น ยื่นแขนขาวเนียนออกมา ควักหัวใจของตัวเองอย่างรวดเร็ว แล้วขว้างไปยังแม่กุญแจดอกที่สองบนประตูของฉัน“แม่ ซือซ

  • สายตาพล่าล่าเกมผี   บทที่ 16

    "พรุ่งนี้จะได้เป็นพยานประวัติศาสตร์แล้ว 'บ้านสุขสันต์' เคลียร์ครั้งแรก"แต่พอคิดว่าจะต้องจากไป ฉันกลับไม่ได้รู้สึกดีใจอย่างที่จินตนาการไว้เลยตอน 4 ทุ่ม 4 “ผู้พิทักษ์” ใหญ่พาฉันมาถึงชั้น 1 กำแพงลานชั้น 1 ที่เดิมทีแน่นหนาราวกำแพงทองแดงผนังเหล็ก ตอนนี้กลับเห็นชัดว่ามีประตูสีดำโบราณเปิดอยู่สามบานบนประตูแต่ละบานแขวนแม่กุญแจจำนวนไม่เท่ากันของฉันแขวนไว้ 4 ดอก ของนักศึกษาหญิงแขวนไว้ 1 ดอก ของโค้ชฟิตเนสแขวนไว้ 2 ดอกฉันเริ่มเดาอะไรบางอย่างออกแล้วบนประตูมีชื่อผู้เล่นเขียนไว้ ใต้ชื่อยังมีค่าความสยองกำกับอยู่ของฉัน "หนิงเนี่ยน ค่าความสยอง 0"ของนักศึกษาหญิง "ซูเสี่ยวโม่ ค่าความสยอง 99.9"ของโค้ชฟิตเนส "ฟางหย่วน ค่าความสยอง 90"อีก 2 คนมองฉันอย่างตกตะลึง เหมือนไม่เข้าใจว่าฉันทำได้ยังไงนี่มัน…พวกประหลาดนี้ก็น่ารัก แถมยังอ่อนโยนขนาดนี้ มีอะไรให้กลัวกัน เสียงกลไกดังขึ้นอีกครั้ง น้ำเสียงแฝงความสะใจเล็กน้อย"ขอถามผู้เล่นทุกท่าน ต้องการ ‘ป้อนกุญแจ’ เพื่อเปิดประตูต่างโลกหรือไม่”"จำกัดเวลาเฉพาะก่อนเที่ยงคืนคืนนี้ ทุกท่านยังมีเวลาอีกหนึ่งชั่วโมง มิฉะนั้นจะหลงหายในดันเจี้ยนนี้ตล

  • สายตาพล่าล่าเกมผี   บทที่ 15

    คุณย่าดำเสียชีวิตจากเหตุไฟไหม้ในชุมชน ทั้งที่ลูกชายรู้ดีว่าต้องใช้ถังดับเพลิงและอุปกรณ์ดับเพลิงอย่างไร แต่เพราะหัวจ่ายน้ำดับเพลิงไม่มีน้ำ เขาจึงได้แต่ยืนมองแม่ของตัวเองถูกไฟเผาตายทั้งเป็นต่อหน้าต่อตาบอสใหญ่ไร้หัว เป็นลูกชายแท้ ๆ ของสมาชิกองค์กรขนาดใหญ่ เรียนเก่ง ผลการเรียนยอดเยี่ยม จบจากมหาวิทยาลัยชื่อดังกว่าจะหนีออกมาจากครอบครัวเดิมได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่พ่อแม่ของเขากลับถูกล้างสมอง ได้ยินมาว่ากินไขกระดูกสมองของลูกชายแท้ ๆ จะทำให้อมตะ ดังนั้น พออาศัยจังหวะที่ลูกชายเผลอ 2 สามีภรรยาก็ใช้มีดทื่อฟันหัวลูกชายขาด แล้วลงมือทุบกระดูกเพื่อควักไขกระดูกออกมาจริง ๆและการที่ฉันได้กลับมาพบพวกเขาอีกครั้งที่นี่ ได้มารวมตัวกันเป็นครอบครัวประหลาด ๆ ที่ทั้งแปลกทั้งฝืนใจ บางที… อาจไม่ใช่เรื่องบังเอิญก็ได้ความจริงแล้ว ก่อนวันที่ฉันประสบอุบัติเหตุรถชนหนึ่งวัน ฉันเพิ่งได้รับเงินเดือน กระโดดดึ๋ง ๆ เดินผ่านสุสานแห่งหนึ่งไม่รู้เพราะอะไร จู่ ๆ ก็เกิดความคิดประหลาดขึ้นมา ฉันเลยแวะร้านดอกไม้ใกล้ ๆ ซื้อดอกไม้ 4 ช่อ สุ่มเลือกหลุมศพสี่หลุมที่อยู่ติดกัน แล้วนำไปมอบให้กับผู้ล่วงลับฉันจำได้ว่า ชื่อบนแผ่นป้าย

  • สายตาพล่าล่าเกมผี   บทที่ 14

    การทำให้ผู้เล่นรอดชีวิตให้ได้มากที่สุดจนถึงวันที่ 4 จริง ๆ แล้ว ไม่จำเป็นต้องพึ่งแผนการแกล้งเป็นเพื่อนบ้านเพื่อให้ได้การ์ดเยี่ยมเยียนครบทุกใบเพราะไม่ใช่ผู้เล่นทุกคนจะโชคดีเหมือนฉัน ที่สามารถมีไอเท็มโจมตีรุนแรงมากพอจะข่มขวัญพวกประหลาดได้ตั้งแต่แรก แม้แต่หนังสือพิมพ์ชั้นล่างก็ไม่เคยเห็น จึงไม่อาจโน้มน้าวพวกประหลาดได้ในเชิงจิตใจดังนั้น ยังมีอีกหนึ่งวิธีคือการแย่งชิงและการกลืนกินตั้งแต่วันที่ 4 เป็นต้นไป ขอแค่ผู้เล่นคนหนึ่งฆ่าผู้เล่นอีกคน ผู้เล่นที่ฆ่าสำเร็จก็จะได้รับการ์ดเยี่ยมเยียนของประหลาดในชั้นของผู้เล่นที่ตายไปและยังได้รับสืบทอดการ์ดเยี่ยมเยียนทั้งหมดที่มีอยู่อีกด้วยเพราะงั้น มันก็เหมือนกับการเลี้ยงหมูขอแค่ผู้เล่นคนหนึ่งขุนผู้เล่นอีกคนให้อ้วน จากนั้นเมื่อเขาอ่อนแอกว่าก็มาฆ่าเพื่อให้ได้การ์ดทั้งหมดและพวกเราทุกคน ก็คือหมูที่พี่หงกับพี่จวิ้นเลี้ยงไว้ฉันดันกลายเป็นราชาหมูไปโดยไม่ตั้งใจถุย ๆพูดกันตรง ๆ ภายใต้กฎของเกมสยองขวัญนี้ อนุญาตและสนับสนุนให้ฆ่าฟันกันเองแค่เพราะครั้งนี้ พี่หงกับพี่จวิ้นมองคนผิดไปฉันปลดเสื้อคลุมออก เผยให้เห็นชุดเดรสยาวสีแดง แล้วหยิบมีดทำครัวขอ

  • สายตาพล่าล่าเกมผี   บทที่ 13

    ฉันเองก็มาถึงชั้น 10 แล้วเหมือนกัน
ตอนนี้ ในมือฉันเก็บการ์ดเยี่ยมเยียนไว้กองโตแล้วจริง ๆ ตั้งแต่ชั้น 20 ลงมา บอสก็ไม่ได้น่ากลัวเท่าไรแล้ว ฉันยังเจอผู้เล่นที่รอดชีวิตอีกสองคนด้วย!แต่พวกเขาก็ไม่กล้าต่อกรกับฉัน
แน่นอนว่า ก็ไม่ถึงตาพวกเขามาช่วยฉันผ่านด่านเพื่อนบ้านเพราะเพื่อนบ้านพวกนี้ทั้งเป็นมิตร แถมยังน่ารัก เปิดประตูเอง แล้วยื่นการ์ดเยี่ยมเยียนมาใส่มือฉันเองด้วยซ้ำ!หลังจากนั้น พวกเขาก็เดินไปเยี่ยมเพื่อนบ้านห้องอื่น ๆ พร้อมกับฉัน เราลงมาทีละชั้น จนมาถึงชั้น 10คอมเมนต์ "ชั้น 30 มีมหาเทพสี่องค์จ้องอยู่ ใครจะกล้าไม่ให้ล่ะ"พวกเราสามคนเพิ่งมาถึงชั้น 10 ก็เห็นสัตว์ประหลาดร่างมนุษย์หัวสุนัข สูงสองเมตร ยืนอยู่กลางโถงทางเดินประตูห้องเปิดอ้ากว้าง ข้างในเต็มไปด้วยกองกระดูกสีขาวซีดของผู้เล่นสัตว์ประหลาดร่างมนุษย์หัวสุนัขยื่นการ์ดเยี่ยมเยียนมาสามใบให้พวกเราฉันอ้าปาก กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง สัตว์ประหลาดร่างมนุษย์หัวสุนัขกลับหันมาทางฉันทันที ก่อนจะก้มตัวลงเล็กน้อยถึงฉันจะสายตาสั้นมาก แต่ก็ยังมองเห็นเศษเนื้อที่ติดอยู่ระหว่างเขี้ยวของมันได้ชัดเจน แม้กระทั่งนิ้วมือมนุษย์ที่ยังคาอยู่

  • สายตาพล่าล่าเกมผี   บทที่ 12

    "ที่นี่ไม่มีสังคมใด ๆ มีเพียงความเป็นกับความตายเท่านั้น ดังนั้น ที่นี่เธอจะใส่เสื้อผ้าแบบไหนก็ได้ จะหน้าสดก็ได้ จะแต่งหน้าจัดก็ได้ รอพวกมันตายแล้วถ้าบังเอิญมาที่นี่ เธอก็สามารถทรมานพวกมันได้อย่างบ้าคลั่ง”
"แน่นอนว่า ฉันคิดว่า คนพวกนั้น ต่อให้ตายไปแล้ว ก็ไม่สมควรได้รับโอกาสฟื้นคืนชีพอีกครั้ง"เมื่อฟังฉันเล่าต่อ เด็กสาวก็แสยะยิ้มกว้าง
เธอค่อย ๆ ชักอาวุธออกมาจากด้านหลัง เป็นแส้ 9 ข้อคู่แบบวงแหวน ดวงตาฉายแววกระหายเลือด
นั่นคืออาวุธของตัวละคร 2D ที่เด็กสาวคอสเพลย์อยู่"ได้เลยค่ะ พี่สาว ฉันจะเป็นตัวของตัวเอง”
"หากวันหนึ่งพวกมันมาจริง ๆ และต้องตายด้วยอาวุธของเทพเจ้าที่พวกมันเคารพบูชา นั่นจะเป็นเกียรติของพวกมันมาก"แบบนี้สิ ถึงจะสมกับบอสชั้นที่ 28ฉันมาถึงชั้นที่ 27ความประหลาดของชั้นนี้ คือหญิงออฟฟิศคนหนึ่ง สวมชุดยูนิฟอร์ม แต่งหน้า และใส่ผ้ากันเปื้อน ดูไม่เข้ากันเอาเสียเลย
ในมือของเธอยังจูงเด็กชายตัวเล็ก ๆ ที่ร่างกายถูกบดขยี้จนแหลกถึงฉันจะไม่อ่านหนังสือพิมพ์ ฉันก็รู้ว่าพวกเขาเป็นใครในตอนนั้น เด็กชายคนนี้ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่โรงเรียน แม่ของเขารีบไปโรงเรียนทั้งที่ยังใส่

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status