แชร์

บทที่ 6

ผู้เขียน: เสิ่นหนานอิน
ทั้งสองคนไม่รู้ว่าไปเจออะไรมาบ้าง ค่าความสยองพุ่งตรงถึง 100 แล้วก็หายไปเลย

จู่ ๆ ฉันก็ได้รับข้อความแชตส่วนตัวจากพี่หง

"หนิงเนี่ยน เธอเป็นยังไงบ้าง เมื่อวานฉันมัวแต่ปะทะกับอสูรลี้ลับชั้น 2 เลยไม่มีเวลามาบอกเธอ ช่วง 3 วันแรก เธอต้องรีบจัดการ ‘สมาชิกในครอบครัว’ ของตัวเองให้ได้ ฉันเคยดูไลฟ์ของหมิงเสินมาก่อน นี่คือข้อมูลที่ฉันรู้นะ ถือว่าเป็นการชดเชยให้เธอแล้วกัน โทษฉันเองที่ไม่ได้บอกกติกาการเลือกห้องล่วงหน้า เลยทำให้เธอต้องมาอยู่ชั้น 30"

นอกจากนั้น พี่หงยังให้คำแนะนำกับผู้เล่นใหม่หลายคนในกลุ่ม ส่วนพี่จวิ้นก็โผล่มาด่าเป็นพัก ๆ

"จะไปบอกพวกผู้เล่นใหม่ทำไม ฉันว่ามันจะใจดีเกินไปแล้ว ช่วยพวกเขาไปก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับพวกเราหรอก"

พี่หงจึงพิมพ์ปลอบใจกลับไป

"กว่าจะได้รู้จักกันมันไม่ง่าย อย่าคิดเล็กคิดน้อยแบบนั้นเลย"

ผลคือ ผู้เล่นที่รอดชีวิตอยู่ต่างก็ซาบซึ้งใจพี่หงกันยกใหญ่

ผู้เล่นเก่า 2 คนนี้ ชวนให้น่าสนใจจริง ๆ

ฉันยิ้มบาง ๆ เอาหน้าแนบจอแล้วตอบพี่หงกลับไป

"ฉันสบายดี ขอบคุณที่เป็นห่วงนะ"

บอสใหญ่ไร้หัว มือข้างหนึ่งหิ้วหัวของตัวเอง อีกมือหนึ่งหิ้วซือซือที่สวมชุดกระโปรงสีขาว กำลังยก ‘ดัมเบล’ อยู่

พอเห็นฉันกอดมือถือไว้ เขาก็เหมือนจะรู้อะไรบางอย่าง จึงคิ้วขมวดนิด ๆ

“อย่าไปพึ่งพากันมากเกินไป…”

ยังพูดไม่ทันจบ เขาก็เอามือกุมอกแล้วล้มลงไปทันที

ซือซือทำหน้าบึ้งด้วยความกังวล ก่อนจะรีบเข้าไปพยุงเขาไว้

ฉันเองก็พุ่งเข้าไปอย่างรวดเร็ว เพื่อใช้ร่างกายรับเขาไว้

กลไกของดันเจียนจำกัดไม่ให้ NPC เปิดเผยข้อมูลการผ่านด่านที่ชัดเจนแก่ผู้เล่น

เสียงฝีเท้าดัง “ตึง ตึง ตึง” มาจากนอกประตู ทุกก้าวเหมือนเหยียบลงบนเส้นประสาทของฉัน จนแก้วหูสั่นสะเทือน

ซือซือรีบพุ่งเข้ามากอดฉัน พยายามจะใช้ก้นดันบอสใหญ่ไร้หัวที่นอนอยู่ในอ้อมแขนฉันออกไป

“แม่คะ ปู่กับย่ากลับมาจากบ้านเกิดแล้ว ไม่ต้องกลัวนะ”

ชายคนนั้นไม่ยอมแพ้ นอนนิ่งไม่ขยับ หลังลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็รีบดึงมือฉันไว้ หน้าแดง แล้วพูดซ้ำอีกครั้ง

“ไม่ต้องกลัว”

บอสใหญ่ที่ใสซื่อขนาดนี้ ช่างน่าเอ็นดูจริง ๆ

ไม่กลัวหรอก ยังไงฉันก็มองเห็นไม่ชัดอยู่แล้ว พอมองอะไรไม่ชัดก็คิดซะว่าเป็นคนปกติไปหมด

แถมยังตั้งตารอ NPC ใหม่ ๆ จะได้มาช่วยให้ผ่านด่านเร็วขึ้นด้วยซ้ำ

ดูท่าจะเป็นคุณปู่คุณย่าที่สุขภาพ ‘แข็งแรง’ เอามาก ๆ เลยนะ

ตอนที่กุญแจหมุนอยู่ในรูกุญแจนั้น แชตของช่องไลฟ์ก็เริ่มปะทะกันอย่างดุเดือด

"จู่ ๆ ก็เริ่มตั้งตารอปู่ไส้ยักษ์กับย่าดำ ฉันไม่เชื่อหรอกว่าจะไม่มีใครจัดการหนิงเนี่ยนได้"

“เมนต์บนนี่คิดอะไรอยู่ ถ้าผู้เล่นใหม่ผ่านด่านแรกได้ ก็เป็นประสบการณ์ล้ำค่าสำหรับพวกเราที่มาทีหลังไม่ใช่เหรอ"

เสียง “เอี๊ยด” ดังขึ้น ประตูถูกเปิดออก

อสูรลี้ลับสองตนเดินเข้ามา พวกเขาหลังค่อมเล็กน้อย เหมือนแบกถุงหนังงูขนาดใหญ่สองใบไว้บนหลัง

พอเห็นบอสใหญ่ไร้หัวล้มอยู่บนพื้น ยายแก่ก็ร้องกรี๊ดแล้วพุ่งเข้ามาทันที ก่อนจะผลักฉันออกไปอย่างแรง พร้อมด่าทอด้วยความโกรธ

“นังผู้หญิงใจดำ แกกล้าทำร้ายลูกชายฉันได้ยังไง ฉันจะเอาชีวิตแก”

วิญญาณร้ายทวงชีวิต ฉันถูกกลุ่มควันสีดำห่อหุ้มเอาไว้ทั้งเรือนร่าง

พอเข้าไปใกล้ขึ้น ฉันถึงได้เห็นชัดว่า คุณยายผอมแห้งอย่างที่สุด ราวกับเหลือแค่โครงกระดูกแล้วใช้เสื้อผ้าค้ำร่างเอาไว้เท่านั้น

ผมไม่มีเหลือแม้แต่เส้นเดียว ใบหน้าบิดเบี้ยวจนแทบดูไม่ออก เห็นชัดเจนเพียงปากที่อ้าและหุบอยู่ตลอดเวลา

ผิวที่โผล่ออกมาด้านนอกไหม้ดำทั้งหมด เหมือนถ่านไม้ที่เพิ่งออกจากเตา

ถ้าไม่อาศัยการฟังเสียง ฉันคงแยกไม่ออกเลยว่าเธอเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • สายตาพล่าล่าเกมผี   บทที่ 17

    ฟางหย่วนพังทลายลงกะทันหัน ตะโกนลั่นอย่างเสียสติว่า“หัวใจแห่งความสุขบ้าอะไรกัน นั่นมันก็แค่หัวใจของคนเป็นไม่ใช่เหรอ? ฉันก็มีเหมือนกัน ”เขาไม่กล้าลงมือกับพวกประหลาด จึงฉวยจังหวะที่ซูเสี่ยวโม่ไม่ทันระวัง โยนร่างทั้งร่างของเธอไปยังประตูของตัวเองโดยตรงแม่กุญแจดอกหนึ่งบนประตูของฟางหย่วนแปรเปลี่ยนเป็นอสูรหัวโตทันที และกลืนซูเสี่ยวโม่ที่กำลังกรีดร้องเข้าไปในคำเดียวทั้งเนื้อทั้งกระดูก ถูกกินจนเกลี้ยงฉันยังไม่ทันได้ห้ามเลยด้วยซ้ำฟางหย่วนหันสายตาคลุ้มคลั่งมาทางฉัน ราวกับคิดจะโยนฉันเข้าไปด้วย เพราะเขาต้องเปิดแม่กุญแจถึงสองดอกซือซือหัวเราะเยาะเบา ๆ กระโปรงขาวขยายใหญ่ไม่สิ้นสุด กลายเป็นเครื่องบดเนื้อมีชีวิต แล้วงับฟางหย่วนเข้าไปในคำเดียวไม่นานนัก เศษเนื้อสีแดงก็ปลิวว่อนเต็มฟ้า เลือดสดย้อมกระโปรงขาวจนกลายเป็นสีแดงฉานซือซือพึมพำกับเศษเนื้อที่ปลิวฟุ้งทั่วอากาศว่า “เดิมทีก่อนที่แม่จะจากไป หนูตั้งใจจะเป็นเด็กดีนะ แต่น่าเสียดายที่คุณดันอยากตายเอง”จากนั้น เธอก็เงยหน้ากลมน่ารักขึ้น ยื่นแขนขาวเนียนออกมา ควักหัวใจของตัวเองอย่างรวดเร็ว แล้วขว้างไปยังแม่กุญแจดอกที่สองบนประตูของฉัน“แม่ ซือซ

  • สายตาพล่าล่าเกมผี   บทที่ 16

    "พรุ่งนี้จะได้เป็นพยานประวัติศาสตร์แล้ว 'บ้านสุขสันต์' เคลียร์ครั้งแรก"แต่พอคิดว่าจะต้องจากไป ฉันกลับไม่ได้รู้สึกดีใจอย่างที่จินตนาการไว้เลยตอน 4 ทุ่ม 4 “ผู้พิทักษ์” ใหญ่พาฉันมาถึงชั้น 1 กำแพงลานชั้น 1 ที่เดิมทีแน่นหนาราวกำแพงทองแดงผนังเหล็ก ตอนนี้กลับเห็นชัดว่ามีประตูสีดำโบราณเปิดอยู่สามบานบนประตูแต่ละบานแขวนแม่กุญแจจำนวนไม่เท่ากันของฉันแขวนไว้ 4 ดอก ของนักศึกษาหญิงแขวนไว้ 1 ดอก ของโค้ชฟิตเนสแขวนไว้ 2 ดอกฉันเริ่มเดาอะไรบางอย่างออกแล้วบนประตูมีชื่อผู้เล่นเขียนไว้ ใต้ชื่อยังมีค่าความสยองกำกับอยู่ของฉัน "หนิงเนี่ยน ค่าความสยอง 0"ของนักศึกษาหญิง "ซูเสี่ยวโม่ ค่าความสยอง 99.9"ของโค้ชฟิตเนส "ฟางหย่วน ค่าความสยอง 90"อีก 2 คนมองฉันอย่างตกตะลึง เหมือนไม่เข้าใจว่าฉันทำได้ยังไงนี่มัน…พวกประหลาดนี้ก็น่ารัก แถมยังอ่อนโยนขนาดนี้ มีอะไรให้กลัวกัน เสียงกลไกดังขึ้นอีกครั้ง น้ำเสียงแฝงความสะใจเล็กน้อย"ขอถามผู้เล่นทุกท่าน ต้องการ ‘ป้อนกุญแจ’ เพื่อเปิดประตูต่างโลกหรือไม่”"จำกัดเวลาเฉพาะก่อนเที่ยงคืนคืนนี้ ทุกท่านยังมีเวลาอีกหนึ่งชั่วโมง มิฉะนั้นจะหลงหายในดันเจี้ยนนี้ตล

  • สายตาพล่าล่าเกมผี   บทที่ 15

    คุณย่าดำเสียชีวิตจากเหตุไฟไหม้ในชุมชน ทั้งที่ลูกชายรู้ดีว่าต้องใช้ถังดับเพลิงและอุปกรณ์ดับเพลิงอย่างไร แต่เพราะหัวจ่ายน้ำดับเพลิงไม่มีน้ำ เขาจึงได้แต่ยืนมองแม่ของตัวเองถูกไฟเผาตายทั้งเป็นต่อหน้าต่อตาบอสใหญ่ไร้หัว เป็นลูกชายแท้ ๆ ของสมาชิกองค์กรขนาดใหญ่ เรียนเก่ง ผลการเรียนยอดเยี่ยม จบจากมหาวิทยาลัยชื่อดังกว่าจะหนีออกมาจากครอบครัวเดิมได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่พ่อแม่ของเขากลับถูกล้างสมอง ได้ยินมาว่ากินไขกระดูกสมองของลูกชายแท้ ๆ จะทำให้อมตะ ดังนั้น พออาศัยจังหวะที่ลูกชายเผลอ 2 สามีภรรยาก็ใช้มีดทื่อฟันหัวลูกชายขาด แล้วลงมือทุบกระดูกเพื่อควักไขกระดูกออกมาจริง ๆและการที่ฉันได้กลับมาพบพวกเขาอีกครั้งที่นี่ ได้มารวมตัวกันเป็นครอบครัวประหลาด ๆ ที่ทั้งแปลกทั้งฝืนใจ บางที… อาจไม่ใช่เรื่องบังเอิญก็ได้ความจริงแล้ว ก่อนวันที่ฉันประสบอุบัติเหตุรถชนหนึ่งวัน ฉันเพิ่งได้รับเงินเดือน กระโดดดึ๋ง ๆ เดินผ่านสุสานแห่งหนึ่งไม่รู้เพราะอะไร จู่ ๆ ก็เกิดความคิดประหลาดขึ้นมา ฉันเลยแวะร้านดอกไม้ใกล้ ๆ ซื้อดอกไม้ 4 ช่อ สุ่มเลือกหลุมศพสี่หลุมที่อยู่ติดกัน แล้วนำไปมอบให้กับผู้ล่วงลับฉันจำได้ว่า ชื่อบนแผ่นป้าย

  • สายตาพล่าล่าเกมผี   บทที่ 14

    การทำให้ผู้เล่นรอดชีวิตให้ได้มากที่สุดจนถึงวันที่ 4 จริง ๆ แล้ว ไม่จำเป็นต้องพึ่งแผนการแกล้งเป็นเพื่อนบ้านเพื่อให้ได้การ์ดเยี่ยมเยียนครบทุกใบเพราะไม่ใช่ผู้เล่นทุกคนจะโชคดีเหมือนฉัน ที่สามารถมีไอเท็มโจมตีรุนแรงมากพอจะข่มขวัญพวกประหลาดได้ตั้งแต่แรก แม้แต่หนังสือพิมพ์ชั้นล่างก็ไม่เคยเห็น จึงไม่อาจโน้มน้าวพวกประหลาดได้ในเชิงจิตใจดังนั้น ยังมีอีกหนึ่งวิธีคือการแย่งชิงและการกลืนกินตั้งแต่วันที่ 4 เป็นต้นไป ขอแค่ผู้เล่นคนหนึ่งฆ่าผู้เล่นอีกคน ผู้เล่นที่ฆ่าสำเร็จก็จะได้รับการ์ดเยี่ยมเยียนของประหลาดในชั้นของผู้เล่นที่ตายไปและยังได้รับสืบทอดการ์ดเยี่ยมเยียนทั้งหมดที่มีอยู่อีกด้วยเพราะงั้น มันก็เหมือนกับการเลี้ยงหมูขอแค่ผู้เล่นคนหนึ่งขุนผู้เล่นอีกคนให้อ้วน จากนั้นเมื่อเขาอ่อนแอกว่าก็มาฆ่าเพื่อให้ได้การ์ดทั้งหมดและพวกเราทุกคน ก็คือหมูที่พี่หงกับพี่จวิ้นเลี้ยงไว้ฉันดันกลายเป็นราชาหมูไปโดยไม่ตั้งใจถุย ๆพูดกันตรง ๆ ภายใต้กฎของเกมสยองขวัญนี้ อนุญาตและสนับสนุนให้ฆ่าฟันกันเองแค่เพราะครั้งนี้ พี่หงกับพี่จวิ้นมองคนผิดไปฉันปลดเสื้อคลุมออก เผยให้เห็นชุดเดรสยาวสีแดง แล้วหยิบมีดทำครัวขอ

  • สายตาพล่าล่าเกมผี   บทที่ 13

    ฉันเองก็มาถึงชั้น 10 แล้วเหมือนกัน
ตอนนี้ ในมือฉันเก็บการ์ดเยี่ยมเยียนไว้กองโตแล้วจริง ๆ ตั้งแต่ชั้น 20 ลงมา บอสก็ไม่ได้น่ากลัวเท่าไรแล้ว ฉันยังเจอผู้เล่นที่รอดชีวิตอีกสองคนด้วย!แต่พวกเขาก็ไม่กล้าต่อกรกับฉัน
แน่นอนว่า ก็ไม่ถึงตาพวกเขามาช่วยฉันผ่านด่านเพื่อนบ้านเพราะเพื่อนบ้านพวกนี้ทั้งเป็นมิตร แถมยังน่ารัก เปิดประตูเอง แล้วยื่นการ์ดเยี่ยมเยียนมาใส่มือฉันเองด้วยซ้ำ!หลังจากนั้น พวกเขาก็เดินไปเยี่ยมเพื่อนบ้านห้องอื่น ๆ พร้อมกับฉัน เราลงมาทีละชั้น จนมาถึงชั้น 10คอมเมนต์ "ชั้น 30 มีมหาเทพสี่องค์จ้องอยู่ ใครจะกล้าไม่ให้ล่ะ"พวกเราสามคนเพิ่งมาถึงชั้น 10 ก็เห็นสัตว์ประหลาดร่างมนุษย์หัวสุนัข สูงสองเมตร ยืนอยู่กลางโถงทางเดินประตูห้องเปิดอ้ากว้าง ข้างในเต็มไปด้วยกองกระดูกสีขาวซีดของผู้เล่นสัตว์ประหลาดร่างมนุษย์หัวสุนัขยื่นการ์ดเยี่ยมเยียนมาสามใบให้พวกเราฉันอ้าปาก กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง สัตว์ประหลาดร่างมนุษย์หัวสุนัขกลับหันมาทางฉันทันที ก่อนจะก้มตัวลงเล็กน้อยถึงฉันจะสายตาสั้นมาก แต่ก็ยังมองเห็นเศษเนื้อที่ติดอยู่ระหว่างเขี้ยวของมันได้ชัดเจน แม้กระทั่งนิ้วมือมนุษย์ที่ยังคาอยู่

  • สายตาพล่าล่าเกมผี   บทที่ 12

    "ที่นี่ไม่มีสังคมใด ๆ มีเพียงความเป็นกับความตายเท่านั้น ดังนั้น ที่นี่เธอจะใส่เสื้อผ้าแบบไหนก็ได้ จะหน้าสดก็ได้ จะแต่งหน้าจัดก็ได้ รอพวกมันตายแล้วถ้าบังเอิญมาที่นี่ เธอก็สามารถทรมานพวกมันได้อย่างบ้าคลั่ง”
"แน่นอนว่า ฉันคิดว่า คนพวกนั้น ต่อให้ตายไปแล้ว ก็ไม่สมควรได้รับโอกาสฟื้นคืนชีพอีกครั้ง"เมื่อฟังฉันเล่าต่อ เด็กสาวก็แสยะยิ้มกว้าง
เธอค่อย ๆ ชักอาวุธออกมาจากด้านหลัง เป็นแส้ 9 ข้อคู่แบบวงแหวน ดวงตาฉายแววกระหายเลือด
นั่นคืออาวุธของตัวละคร 2D ที่เด็กสาวคอสเพลย์อยู่"ได้เลยค่ะ พี่สาว ฉันจะเป็นตัวของตัวเอง”
"หากวันหนึ่งพวกมันมาจริง ๆ และต้องตายด้วยอาวุธของเทพเจ้าที่พวกมันเคารพบูชา นั่นจะเป็นเกียรติของพวกมันมาก"แบบนี้สิ ถึงจะสมกับบอสชั้นที่ 28ฉันมาถึงชั้นที่ 27ความประหลาดของชั้นนี้ คือหญิงออฟฟิศคนหนึ่ง สวมชุดยูนิฟอร์ม แต่งหน้า และใส่ผ้ากันเปื้อน ดูไม่เข้ากันเอาเสียเลย
ในมือของเธอยังจูงเด็กชายตัวเล็ก ๆ ที่ร่างกายถูกบดขยี้จนแหลกถึงฉันจะไม่อ่านหนังสือพิมพ์ ฉันก็รู้ว่าพวกเขาเป็นใครในตอนนั้น เด็กชายคนนี้ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่โรงเรียน แม่ของเขารีบไปโรงเรียนทั้งที่ยังใส่

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status