LOGINแสงแดดยามเช้าลอดผ่านผ้าม่านโปร่งสีขาวเข้ามาตกกระทบทีปลายโซฟา เสียงสายฝนด้านนอกซาลงจนเหลือเพียงเสียงหยดน้ำร่วงกราวจากขอบหน้าต่าง
เอิร์ธค่อยๆ รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาจากความฝัน ความล้าที่เคยหนักอึ้งในหัวเมื่อคืนเบาบางลงไปมาก แต่สิ่งที่ทำให้เขาต้องชะงักนิ่ง... คือสัมผัส นุ่มนวลและไออุ่นที่กอดรัดอยู่ข้างกาย
เขาลืมตาขึ้นมอง ภาพตรงหน้าคือ ริชา ที่กำลังนอนหลับตาพริ้มอยู่ในอ้อมกอดของเขา ใบหน้าหวานยามไร้เครื่องสำอางดูหมดจดและเปราะบาง วงแขนหนาของเขายังคงตระกองกอดร่างบางไว้แนบอกอย่างถือสิทธิ์ โดยที่ศีรษะของเธอซบลงตรงแผงอกของเขาพอดี
หัวใจของเอิร์ธกระตุกวูบ... ความรู้สึกอบอุ่นแปลกๆ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมานานแล่นผ่านเข้ามาในอก มันเป็นความรู้สึกสงบ ปลอดภัย และผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก ชายหนุ่มนอนนิ่งอยู่อย่างนั้น ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวเพราะกลัวว่าเสียงลมหายใจจะไปปลุกคนที่กำลังหลับสนิท สายตาคมคายจดจ้องมองใบหน้าของริชาในระยะใกล้ ร่องรอยความล้าใต้ตาของเธอทำให้เขารู้สึกผิดขึ้นมาจับใจ
นี่เรา... ทำอะไรลงไปวะ เอิร์ธคิดในใจ แต่กระนั้น มือหนากลับไม่ได้คลายอ้อมกอดออกในทันที
จนกระทั่งริชาเริ่มขยับตัวเบาๆ นัยน์ตาสุกใสค่อยๆ ปรือขึ้นมาสบเข้ากับดวงตาคู่คมของเอิร์ธที่กำลังมองอยู่ก่อนแล้ว ความชิดใกล้ในระดับที่ได้ยินเสียงหัวใจของกันและกัน ทำให้ริชาชะงักกึก แก้มเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อขึ้นมาทันที
"เอิร์ธ..." ริชาเอ่ยเสียงพร่าเบา ก่อนจะรีบยันตัวถอยห่างออกมาด้วยความตกใจ "ขอโทษทีนะเอิร์ธ... เรา... เราไม่รู้ว่าหลับไปตอนไหน"
"เชี่ย... ไม่ใช่ๆ ริชา ฉันต่างหากต้องขอโทษ" เอิร์ธรีบลุกขึ้นนั่ง ชักแขนกลับด้วยท่าทางทำตัวไม่ถูก ความอบอุ่นเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความประหม่าและความเกรงใจ "ฉันมานอนรบกวนเธอทั้งคืนเลย ขอโทษทีนะ พอดีเมื่อคืนมันง่วงจนวูบไปจริงๆ"
ทั้งสองคนแยกออกจากกัน เว้นระยะห่างระหว่างกันบนโซฟา บรรยากาศในห้องรับแขกในคอนโดกลายเป็นความเงียบกระอักกระอ่วน เอิร์ธยกมือขึ้นขยี้ผมตัวเอง แก้เขิน ก่อนจะมองนาฬิกาบนผนัง
"เอ่อ... เช้าแล้ว ฉันขอตัวกลับก่อนดีกว่า จะได้รีบกลับไปอาบน้ำเตรียมตัวทำงานด้วย" เอิร์ธลุกขึ้นยืน จัดเสื้อเชิ้ตที่ยับยู่ยี่ให้เข้าที่ "ขอบใจมากนะริชา สำหรับเรื่องเมื่อคืน... ถ้าไม่ได้เธอ ฉันคงแย่แน่ๆ"
"อืม... ขับรถดีๆ นะเอิร์ธ" ริชายิ้มบางๆ ลุกขึ้นไปส่งเขาที่ประตูห้อง
เอิร์ธหันมาระบายยิ้มให้เธออีกครั้ง แววตาของเขาเต็มไปด้วยความซาบซึ้งใจ ก่อนจะก้าวเดินออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมสปอร์ตจางๆ และไออุ่นบนโซฟาที่ค่อยๆ เย็นชืดลง
เสียงประตูห้องปิดลงพร้อมกับความเงียบสงบที่ตักตวงกลับเข้ามา
ริชาเดินกลับมานั่งลงบนโซฟาตัวเดิม ยกเข่าขึ้นมากอดไว้ ซบใบหน้าลงกับฝ่ามือ ไออุ่นจากอ้อมกอดของเอิร์ธเมื่อเช้ายังคงหลงเหลืออยู่บนผิวเนื้อ... แต่มันกลับยิ่งตอกย้ำให้เธอจมดิ่งลงสู่อดีตอีกครั้ง
ภาพเหตุการณ์เมื่อครู่... มันช่างเหมือนกับเหตุการณ์ในวัยเยาว์สมัยเรียนมหาวิทยาลัยปี 1 ไม่มีผิดเพี้ยน
ย้อนกลับไปในฤดูฝน สมัยชั้นปีที่ 1
หลังจากจบ ม.6 เอิร์ธและริชาสอบติดมหาวิทยาลัยคนละแห่ง แม้จะเรียนคนละสถาบันและอยู่คนละฝั่งเมือง แต่ความสัมพันธ์ในฐานะ 'เพื่อนสนิท' ก็ไม่ได้ห่างหายไปไหน ริชาเช่าคอนโดมิเนียมเล็กๆ แถวมหาวิทยาลัยของเธอเพื่อความสะดวกในการเดินทาง
ในคืนวันศุกร์คืนหนึ่ง ฝนตกหนักเหมือนอย่างในค่ำคืนนี้ เสียงออดหน้าห้องของริชาดังขึ้นกลางดึก เมื่อเธอเปิดประตูออก ก็พบกับ เอิร์ธ ในชุดนักศึกษาที่เปียกปอนไปครึ่งตัว ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยสดใสบัดนี้หมองหม่นและเต็มไปด้วยรอยแผลทางจิตใจ
"ริชา... ขอเราอยู่ด้วยคนดิ" น้ำเสียงของเอิร์ธสั่นพร่า
คืนนั้น... เอิร์ธเล่าให้ฟังทั้งน้ำตาว่าเขาทะเลาะกับลูกปัดอย่างหนัก เรื่องระยะห่างและความไม่เข้าใจกันในชีวิตมหาวิทยาลัย เอิร์ธขับรถข้ามเมืองมาหาเธอเพราะไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร ริชาคอยหาผ้าเช็ดตัว ชงนมอุ่นๆ ให้ และนั่งฟังเขาเปิดอกระบายความเจ็บปวดอยู่ข้างๆ
ด้วยความเหนื่อยล้า เอิร์ธทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาในห้องรับแขก และในคืนนั้น... เขาก็พลั้งหลับไปโดยมีริชาคอยนั่งเฝ้าอยู่ข้างๆ
จนกระทั่งรุ่งเช้า... ภาพที่ริชาตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองนอนฟุบอยู่ข้างโซฟา โดยมีมือหนาของเอิร์ธเอื้อมลงมากุมมือเธอไว้แน่นตลอดทั้งคืน มันเคยทำให้หัวใจของเด็กสาวปี 1 พองโตด้วยความหวัง แอบคิดไปเองว่าในยามที่เขาเจ็บปวด เธอนี่แหละคือคนที่เขาสุดท้ายจะเลือก
ทว่า... ในเย็นวันเดียวกันนั้นเอง หลังจากที่เอิร์ธได้พักใจจนเต็มอิ่ม เขาก็ดื่มน้ำซุปที่เธอต้มให้ ยิ้มขอบคุณเธออย่างจริงใจ แล้วพูดประโยคที่ทำลายความฝันของเธอจนหมดสิ้น
"ขอบใจมากนะริชา พอได้มาพักที่ห้องเธอ ได้คุยกับเธอแล้วฉันมีแรงขึ้นเยอะเลย... เดี๋ยวเย็นนี้ฉันจะเอาดอกไม้ไปง้อลูกปัดที่คณะแล้วว่ะ"
แล้วเขาก็เดินจากไป... เดินกลับไปหาคนที่ครองหัวใจของเขาจริงๆ โดยทิ้งให้ริชานั่งมองห้องพักที่ว่างเปล่าพร้อมกับเศษซากหัวใจที่แหลกสลายเพียงลำพัง
ริชาลืมตาขึ้นในปัจจุบัน ถอนหายใจออกมาเบาๆ ท่ามกลางความเงียบของห้องพัก
สิบปีผ่านไป... จากปี 1 สู่ชีวิตวัยทำงาน ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลยสักนิด
เอิร์ธยังคงวิ่งมาหาเธอในวันที่เจ็บปวด ยังคงมาใช้อ้อมกอดและพื้นที่ตรงนี้เป็น 'สถานีพักใจ' ยามที่ทะเลาะกับลูกปัด และเธอก็ยังคงเป็น 'สายลม' ซื่อบื้อก้อนเดิมที่ยอมเปิดประตูรับเขาเข้ามา ซับน้ำตาให้เขา แล้วมองเขาเดินกลับไปหาผู้หญิงคนเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า
กอดเมื่อเช้ามันอบอุ่น... แต่มันคือกอดของคนที่กำลังเคว้งคว้าง ไม่ใช่อ้อมกอดของคนที่รักเธอ
ริชายิ้มเยาะให้กับความอ่อนแอของตัวเอง เธอปัดคราบน้ำตาจางๆ ออกจากแก้ม ลุกขึ้นเดินเข้าห้องน้ำเพื่อจัดการตัวเองเตรียมตัวไปทำงาน
เวลาของสายลมก้อนนี้ใกล้จะหมดลงแล้วจริงๆ... และคราวนี้ เมื่อเขาก้าวเดินออกไปพร้อมกับข่าวดีเรื่องงานแต่งงาน เธอจะไม่อยู่เป็นสถานีพักใจให้เขาอีกต่อไปแล้ว
ตลอดทั้งวันภายในห้องทำงานแอร์เย็นเฉียบของบริษัทเอกชนแห่งใหญ่ เสียงแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ที่ดังระเบงเซ็งแซ่ไม่ได้เข้าสู่หัวสมองของริชาเลยแม้แต่น้อย หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เปิดเอกสารรายงานค้างไว้ยังคงนิ่งสนิทอยู่ที่หน้าเดิมมาเกือบสามชั่วโมงริชานั่งเหม่อมองออกไปนอกกระจกใสบานใหญ่ สายตามองหยดน้ำฝนที่ยังคงเกาะแพรวพราวบนกระจกด้วยความรู้สึกหนักอึ้งในอก สมองของเธอว้าวุ่นและสับสนจนไม่อาจตั้งสมาธิกับสิ่งใดได้ในหัวใจของเธอตอนนี้... เหมือนกำลังถูกดึงรั้งด้วยโซ่ล่ามสองเส้นที่พาเธอไปคนละทิศทางใจหนึ่ง... บอกให้เธอยอมรับความจริงอันแสนเจ็บปวดว่า ถึงเวลาที่จะต้องจบความสัมพันธ์ ความรู้สึก และการเป็น 'สถานีพักใจ' ให้กับเอิร์ธอย่างจริงจังเสียที ข่าวเรื่องการแต่งงานของเขากับลูกปัดคือเส้นชัยที่เตือนว่าเวลาของเธอหมดลงแล้วอย่างเป็นทางการแต่อีกใจหนึ่ง... ก็กังวลถึงเรื่องของเมษ แฟนหนุ่มคนปัจจุบันที่เธอเพิ่งทิ้งรอยแผลและความแคลงใจไว้ให้เขาเมื่อเช้านี้ เธอรู้ดีว่าเมษเป็นคนดีและมอบควา
บรรยากาศยามเช้าหลังจากที่เอิร์ธเพิ่งก้าวออกจากห้องไปได้ไม่นาน ยังคงทิ้งร่องรอยของไออุ่นและความขมขื่นไว้ในความรู้สึกของริชา เธออยู่ในชุดทำงานเรียบร้อย ทว่าก่อนที่เธอจะได้ก้าวไปหยิบเครื่องสำอาง เสียงสัญญาณกระดิ่งหน้าห้องก็ดังขึ้นขัดจังหวะอ๊อด... อ๊อด...รัวและถี่กระชั้น... บอกถึงอารมณ์ของผู้ที่ยืนรออยู่ด้านนอกได้อย่างชัดเจนริชาขมวดคิ้วเล็กน้อย เดินตรงไปเปิดประตู และทันทีที่บานประตูเปิดออก ร่างสูงของ เมษ — ปรเมษฐ์ ชายหนุ่มในชุดทำงานเนี๊ยบกริบ ก็ก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าตึงเครียด นัยน์ตาคู่คมเต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธและความค้างคาใจเมษคือแฟนคนปัจจุบันของริชา เขาเป็นสถาปนิกหนุ่มบุคลิกอบอุ่น สุภาพ และคอยดูแลใส่ใจเธอเป็นอย่างดีตลอดระยะเวลาสองปีที่คบหากันมา แต่ในเช้าวันนี้ ความอบอุ่นเหล่านั้นกลับถูกแทนที่ด้วยรังสีแห่งความระแวง"เมษ... มาได้ยังไงคะ ทำไมไม่โทรบอกก่อน" ริชาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ"โทรเหรอครับ?" เมษหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงประชดประชัน เขาชูโทรศัพท์มือถือขึ้นตรงหน้าเธอ "ผมโทรหาริชาตั้งแต่เมื่อคืนเป็นสิบๆ สาย แล้วเมื่อเช้าก็โทรอีก แต่โทรยังไงก็ไม่ติด
แสงแดดยามเช้าลอดผ่านผ้าม่านโปร่งสีขาวเข้ามาตกกระทบทีปลายโซฟา เสียงสายฝนด้านนอกซาลงจนเหลือเพียงเสียงหยดน้ำร่วงกราวจากขอบหน้าต่างเอิร์ธค่อยๆ รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาจากความฝัน ความล้าที่เคยหนักอึ้งในหัวเมื่อคืนเบาบางลงไปมาก แต่สิ่งที่ทำให้เขาต้องชะงักนิ่ง... คือสัมผัส นุ่มนวลและไออุ่นที่กอดรัดอยู่ข้างกายเขาลืมตาขึ้นมอง ภาพตรงหน้าคือ ริชา ที่กำลังนอนหลับตาพริ้มอยู่ในอ้อมกอดของเขา ใบหน้าหวานยามไร้เครื่องสำอางดูหมดจดและเปราะบาง วงแขนหนาของเขายังคงตระกองกอดร่างบางไว้แนบอกอย่างถือสิทธิ์ โดยที่ศีรษะของเธอซบลงตรงแผงอกของเขาพอดีหัวใจของเอิร์ธกระตุกวูบ... ความรู้สึกอบอุ่นแปลกๆ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมานานแล่นผ่านเข้ามาในอก มันเป็นความรู้สึกสงบ ปลอดภัย และผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก ชายหนุ่มนอนนิ่งอยู่อย่างนั้น ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวเพราะกลัวว่าเสียงลมหายใจจะไปปลุกคนที่กำลังหลับสนิท สายตาคมคายจดจ้องมองใบหน้าของริชาในระยะใกล้ ร่องรอยความล้าใต้ตาของเธอทำให้เขารู้สึกผิดขึ้นมาจับใจ
บรื้น...เสียงเครื่องยนต์สัญญาณไฟเขียวดังขึ้น ดึงริชากลับมาจากภาพความทรงจำในอดีต รถยนต์ของเอิร์ธเคลื่อนตัวเลี้ยวเข้าสู่ทางเข้าคอนโดมิเนียมหรูของเธอพอดีเสียงเพลงในวิทยุค่อยๆ จบลง พร้อมกับรถที่จอดสนิทตรงลานจอดรถใต้อาคาร เอิร์ธดับเครื่องยนต์ ทิ้งตัวพิงเบาะด้วยท่าทางอ่อนล้าอย่างถึงที่สุด ดวงตาคู่คมปรือลงราวกับไม่อาจประคองสติไว้ได้อีกต่อไป ความเครียดและแอลกอฮอล์ที่สะสมมาตลอดวันผสมกับความเหนื่อยล้าดึงพลังงานของเขาไปจนหมด"เอิร์ธ... ไหวไหม ขับรถกลับบ้านเองไหวหรือเปล่า" ริชาหันไปถามด้วยความห่วงใยเมื่อเห็นท่าทางของเขาเอิร์ธค่อยๆ ลืมตาขึ้นมองเธอ น้ำเสียงทุ้มนุ่มพร่าสั่นและแหบแห้ง "ไม่ไหวว่ะริชา... หัวง่วงจนหมุนไปหมดเลย ขอ... ขอขึ้นไปนั่งพักบนห้องเธอสักแป๊บได้ไหม ขอนอนพักสายตาหน่อย เดี๋ยวดีขึ้นแล้วจะรีบขับรถกลับ"ริชานิ่งชะงักไปชั่วครู่ หัวใจกระตุกไหวด้วยความสับสน แต่เมื่อเห็นสีหน้าโรยแรงของชายหนุ่มที่เธอรักหมดหัวใจ หน้าที่ขอ
เสียงสายฝนที่พัดกระหน่ำเริ่มซาลงเหลือเพียงหยาดน้ำพร่างพรม กระทบกระจกหน้ารถ SUV สีดำที่กำลังเคลื่อนตัวไปตามถนนยามค่ำคืน หลังจากมื้ออาหารที่กรุ่นไปด้วยความทรงจำอันขมขื่นจบลง เอิร์ธรับหน้าที่ขับรถมาส่งริชาที่คอนโดมิเนียมของเธอความเงียบปกคลุมภายในห้องโดยสาร มีเพียงเสียงเครื่องยนต์และลมแอร์พัดเบาๆ ริชานั่งเหม่อมองไฟถนนสีส้มที่ส่องกระทบละอองน้ำบนกระจกเป็นระยะ ในหัวยังคงวนเวียนอยู่กับคำว่า 'แต่งงาน' ที่เอิร์ธเพิ่งพูดออกมาจังหวะที่รถจอดติดสัญญาณไฟแดงตรงสี่แยก เอิร์ธก็ยื่นมือไปเปิดวิทยุเพื่อลายความเงียบ ท่วงทำนองเสียงกีตาร์โปร่งอันคุ้นเคยดังคลอขึ้นมาเบาๆ ผ่านลำโพงคุณภาพดี... มันคือเสียงอินโทรโน้ตเพลงเก่าสไตล์อคูสติกที่เรียบง่าย แต่มีพลังพุ่งตรงเข้ามากระแทกใจของริชาอย่างจังทั้งเอิร์ธและริชาต่างชะงักไปพร้อมกัน"เพลงนี้นี่หว่า..." เอิร์ธพึมพำออกมาเบาๆ เผลอยิ้มออกมาที่มุมปาก สายตามองตรงไปยังไฟแดงข้างหน้าด้วยความถวิลหาอดีต "จำได้ไหมริชา เพลงนี้แหละ... เพล
กลิ่นน้ำซุปหอมกรุ่นปะทะพริกเผาร้อนๆ ลอยอบอวลแข่งกับสายฝนที่ยังคงกระหน่ำลงมาด้านนอกร้านก๋วยเตี๋ยวต้มยำตรอกเก่า บรรยากาศภายในร้านไฟสีเหลืองนวลยังคงอบอุ่นเหมือนเมื่อสิบปีก่อน ทว่าสิ่งที่ต่างออกไปในค่ำคืนนี้ คือโต๊ะไม้ตัวยาวริมสุดไร้ซึ่งเสียงหัวเราะเฮฮาของกลุ่มเพื่อนสมัยมัธยม ไร้ซึ่งรอยยิ้มหวานสดใสของดาวโรงเรียนที่เคยนั่งอยู่โต๊ะข้างๆตรงนี้... มีเพียง เอิร์ธ ในชุดสูททำงานที่หลุดลุ่ย กับ ริชา ที่นั่งอยู่ข้างกายเขาเหมือนในวันวาน"ก๋วยเตี๋ยวต้มยำได้แล้วจ้า!" เสียงแม่ค้าวัยกลางคนเอ่ยทักทายอย่างเป็นกันเอง พร้อมกับวางชามก๋วยเตี๋ยวสองชามลงบนโต๊ะไม้ชามแรกของเอิร์ธเป็นต้มยำกุ้งน้ำข้นสีส้มสดจัดจ้านเต็มไปด้วยพริกผัด ส่วนอีกชามที่ถูกดันมาวางตรงหน้าของริชา คือต้มยำน้ำใสสีเหลืองทอง ควันพวยพุ่งขึ้นมาไร้ร่องรอยของพริกป่นแม้แต่เม็ดเดียว และไร้ซึ่งคราบน้ำมันของกระเทียมเจียว"ต้มยำน้ำใส ไม่ใส่พริก ไม่ใส่กระเทียมเจียว ตามที่สั่งจ้ะพ่อหนุ่ม" แม่ค้ายิ้มให้เอิร์ธก่อนจะเดินกลับไปที่หน้าเตาริชามมองชามก๋วยเตี๋ยวตรงหน้าด้วยความรู้สึกจุกแน่นในอก สิบปีผ่านไป... จากเด็กหนุ่มมัธยมปลาย สู่ชายหนุ่มวัยทำงานในวัยยี่สิบห







