Share

ภาพในความฝัน

last update Petsa ng paglalathala: 2026-09-25 21:00:15

บรื้น...

เสียงเครื่องยนต์สัญญาณไฟเขียวดังขึ้น ดึงริชากลับมาจากภาพความทรงจำในอดีต รถยนต์ของเอิร์ธเคลื่อนตัวเลี้ยวเข้าสู่ทางเข้าคอนโดมิเนียมหรูของเธอพอดี

เสียงเพลงในวิทยุค่อยๆ จบลง พร้อมกับรถที่จอดสนิทตรงลานจอดรถใต้อาคาร เอิร์ธดับเครื่องยนต์ ทิ้งตัวพิงเบาะด้วยท่าทางอ่อนล้าอย่างถึงที่สุด ดวงตาคู่คมปรือลงราวกับไม่อาจประคองสติไว้ได้อีกต่อไป ความเครียดและแอลกอฮอล์ที่สะสมมาตลอดวันผสมกับความเหนื่อยล้าดึงพลังงานของเขาไปจนหมด

"เอิร์ธ... ไหวไหม ขับรถกลับบ้านเองไหวหรือเปล่า" ริชาหันไปถามด้วยความห่วงใยเมื่อเห็นท่าทางของเขา

เอิร์ธค่อยๆ ลืมตาขึ้นมองเธอ น้ำเสียงทุ้มนุ่มพร่าสั่นและแหบแห้ง "ไม่ไหวว่ะริชา... หัวง่วงจนหมุนไปหมดเลย ขอ... ขอขึ้นไปนั่งพักบนห้องเธอสักแป๊บได้ไหม ขอนอนพักสายตาหน่อย เดี๋ยวดีขึ้นแล้วจะรีบขับรถกลับ"

ริชานิ่งชะงักไปชั่วครู่ หัวใจกระตุกไหวด้วยความสับสน แต่เมื่อเห็นสีหน้าโรยแรงของชายหนุ่มที่เธอรักหมดหัวใจ หน้าที่ของ 'สายลมที่หวังดี' ก็ทำให้เธอไม่อาจปฏิเสธเขาได้ลง

"อืม... ขึ้นไปพักข้างบนก่อนสิ"

ริชาประคองเอิร์ธขึ้นลิฟต์มาจนถึงห้องพักของเธอ บรรยากาศภายในห้องสว่างไสวด้วยแสงไฟนวลตา กลิ่นหอมอ่อนๆ ประจำตัวของริชาอบอวลอยู่ทั่วห้อง เอิร์ธเดินทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาตัวยาวในห้องรับแขกทันทีที่มาถึง แต่เพียงไม่กี่นาทีต่อมา ด้วยความเพลียและเหน็ดเหนื่อย เขาก็หลับลึกไปทั้งชุดทำงาน

ริชายืนมองร่างสูงที่นอนหลับตาพริ้มอยู่บนโซฟา เธอยิ้มบางๆ อย่างอ่อนโยน ก่อนจะค่อยๆ ถอดรองเท้า ปลดเนคไท และคว้าผ้าห่มผืนนุ่มมาคลุมกายให้เขา มือเรียวเล็กยื่นไปเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมารอบหน้าผากของเขาอย่างเบามือ... ความรู้สึกมากมายที่ถูกสะกดข่มไว้ตลอดสิบปี ค่อยๆ เอ่อล้นออกมาในความเงียบยามค่ำคืน

ริชาทอดตัวลงนอนเคียงข้างเขาบนพื้นที่ข้างโซฟา แขนเรียวเล็กยื่นไปโอบกอดแผ่นหลังกว้างของเอิร์ธไว้หลวมๆ ซบใบหน้าลงกับอกแกล้มกลิ่นน้ำหอมสปอร์ตที่เธอรักและคุ้นเคยมาครึ่งชีวิต

ลมหายใจเข้าออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอของเอิร์ธ ดึงให้ริชาเคลิ้มหลับและจมดิ่งลงสู่ 'ภวังค์แห่งความฝัน' อันแสนงดงาม...

ในห้วงความฝันนั้น... ภาพของลูกปัดกลับไม่มีอยู่อีกต่อไป ตัวจริงข้างกายเอิร์ธคือเธอ — ริชา

ในฝัน... เธอเห็นตัวเองสวมชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ทอดทอยาว รอยยิ้มงดงามเต็มไปด้วยความสุขประกายระยับยามที่เดินควงแขนเอิร์ธในชุดสูทเจ้าบ่าวสุดหล่อเหลา ท่ามกลางเสียงยินดีของเพื่อนพ้อง ภาพตัดสลับไปยังบ้านหลังเล็กๆ อบอุ่นสไตล์คอทเทจที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันสวยงาม รายล้อมไปด้วยแปลงดอกไม้สีสดใสและสายลมเย็นที่พัดโชยเบาๆ

ที่นั่น... มีเสียงหัวเราะสดใสของเด็กๆ วิ่งเล่นกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา เอิร์ธในบทบาทคุณพ่อกำลังดีดกีตาร์ร้องเพลงให้ลูกๆ และเธอฟัง รอยยิ้มของเขาเต็มไปด้วยความรัก ความภาคภูมิใจ และคำว่า 'ครอบครัว' ที่สมบูรณ์แบบที่สุด... โดยมีเธอเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวในชีวิตของเขา

ทว่าท่ามกลางความฝันอันแสนหวานนั้น สัมผัสอุ่นร้อนจากโลกความเป็นจริงก็แทรกซึมเข้ามา

ในความเงียบงันยามดึก เอิร์ธที่นอนหลับสนิทอยู่ข้างกายพลันขยับตัว เอิร์ธพลิกตัวกลับมากอดริชาไว้แนบอก วงแขนแข็งแกร่งของเขาโอบรัดร่างบางเข้าหาตัวโดยสัญชาตญาณ ราวกับกำลังไขว่คว้าหาที่พึ่งพิงและไออุ่นในคืนที่หัวใจกำลังเหนื่อยล้า หัวใจของริชากระตุกวูบ ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อใบหน้าของเธอแนบชิดอยู่กับแผงอกกว้าง ได้ยินเสียงหัวใจของเขาเต้นเป็นจังหวะอยู่ใกล้แค่เอื้อม กลิ่นหอมสปอร์ตผสมกับความอบอุ่นจากอ้อมกอดนั้นทำให้เส้นแบ่งระหว่างความฝันกับความจริงเลือนรางลงจนแทบแยกไม่ออก

ริชาไม่ได้ขยับหนี เธอยอมปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งลงไปในอ้อมกอดนั้นอย่างอ่อนล้าและยอมจำนน ปล่อยให้ความจริงอันเจ็บปวดถูกพับเก็บไว้ชั่วคราว ก่อนที่สติที่เหลืออยู่จะค่อยๆ ดับวูบลง แล้วทั้งคู่ก็หลับไป ในอ้อมกอดที่อบอุ่นแต่แสนเปราะบาง... ใต้เงาของสายลมที่หวังดี ซึ่งไม่เคยคิดจะพัดหนีหายไปไหนตลอดค่ำคืนนี้

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • สายลม...ที่หวังดี   เงา ในเงา

    ตลอดทั้งวันภายในห้องทำงานแอร์เย็นเฉียบของบริษัทเอกชนแห่งใหญ่ เสียงแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ที่ดังระเบงเซ็งแซ่ไม่ได้เข้าสู่หัวสมองของริชาเลยแม้แต่น้อย หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เปิดเอกสารรายงานค้างไว้ยังคงนิ่งสนิทอยู่ที่หน้าเดิมมาเกือบสามชั่วโมงริชานั่งเหม่อมองออกไปนอกกระจกใสบานใหญ่ สายตามองหยดน้ำฝนที่ยังคงเกาะแพรวพราวบนกระจกด้วยความรู้สึกหนักอึ้งในอก สมองของเธอว้าวุ่นและสับสนจนไม่อาจตั้งสมาธิกับสิ่งใดได้ในหัวใจของเธอตอนนี้... เหมือนกำลังถูกดึงรั้งด้วยโซ่ล่ามสองเส้นที่พาเธอไปคนละทิศทางใจหนึ่ง... บอกให้เธอยอมรับความจริงอันแสนเจ็บปวดว่า ถึงเวลาที่จะต้องจบความสัมพันธ์ ความรู้สึก และการเป็น 'สถานีพักใจ' ให้กับเอิร์ธอย่างจริงจังเสียที ข่าวเรื่องการแต่งงานของเขากับลูกปัดคือเส้นชัยที่เตือนว่าเวลาของเธอหมดลงแล้วอย่างเป็นทางการแต่อีกใจหนึ่ง... ก็กังวลถึงเรื่องของเมษ แฟนหนุ่มคนปัจจุบันที่เธอเพิ่งทิ้งรอยแผลและความแคลงใจไว้ให้เขาเมื่อเช้านี้ เธอรู้ดีว่าเมษเป็นคนดีและมอบควา

  • สายลม...ที่หวังดี   เศษของหัวใจ

    บรรยากาศยามเช้าหลังจากที่เอิร์ธเพิ่งก้าวออกจากห้องไปได้ไม่นาน ยังคงทิ้งร่องรอยของไออุ่นและความขมขื่นไว้ในความรู้สึกของริชา เธออยู่ในชุดทำงานเรียบร้อย ทว่าก่อนที่เธอจะได้ก้าวไปหยิบเครื่องสำอาง เสียงสัญญาณกระดิ่งหน้าห้องก็ดังขึ้นขัดจังหวะอ๊อด... อ๊อด...รัวและถี่กระชั้น... บอกถึงอารมณ์ของผู้ที่ยืนรออยู่ด้านนอกได้อย่างชัดเจนริชาขมวดคิ้วเล็กน้อย เดินตรงไปเปิดประตู และทันทีที่บานประตูเปิดออก ร่างสูงของ เมษ — ปรเมษฐ์ ชายหนุ่มในชุดทำงานเนี๊ยบกริบ ก็ก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าตึงเครียด นัยน์ตาคู่คมเต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธและความค้างคาใจเมษคือแฟนคนปัจจุบันของริชา เขาเป็นสถาปนิกหนุ่มบุคลิกอบอุ่น สุภาพ และคอยดูแลใส่ใจเธอเป็นอย่างดีตลอดระยะเวลาสองปีที่คบหากันมา แต่ในเช้าวันนี้ ความอบอุ่นเหล่านั้นกลับถูกแทนที่ด้วยรังสีแห่งความระแวง"เมษ... มาได้ยังไงคะ ทำไมไม่โทรบอกก่อน" ริชาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ"โทรเหรอครับ?" เมษหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงประชดประชัน เขาชูโทรศัพท์มือถือขึ้นตรงหน้าเธอ "ผมโทรหาริชาตั้งแต่เมื่อคืนเป็นสิบๆ สาย แล้วเมื่อเช้าก็โทรอีก แต่โทรยังไงก็ไม่ติด

  • สายลม...ที่หวังดี   อ้อมกอดอันคุ้นเคย

    แสงแดดยามเช้าลอดผ่านผ้าม่านโปร่งสีขาวเข้ามาตกกระทบทีปลายโซฟา เสียงสายฝนด้านนอกซาลงจนเหลือเพียงเสียงหยดน้ำร่วงกราวจากขอบหน้าต่างเอิร์ธค่อยๆ รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาจากความฝัน ความล้าที่เคยหนักอึ้งในหัวเมื่อคืนเบาบางลงไปมาก แต่สิ่งที่ทำให้เขาต้องชะงักนิ่ง... คือสัมผัส นุ่มนวลและไออุ่นที่กอดรัดอยู่ข้างกายเขาลืมตาขึ้นมอง ภาพตรงหน้าคือ ริชา ที่กำลังนอนหลับตาพริ้มอยู่ในอ้อมกอดของเขา ใบหน้าหวานยามไร้เครื่องสำอางดูหมดจดและเปราะบาง วงแขนหนาของเขายังคงตระกองกอดร่างบางไว้แนบอกอย่างถือสิทธิ์ โดยที่ศีรษะของเธอซบลงตรงแผงอกของเขาพอดีหัวใจของเอิร์ธกระตุกวูบ... ความรู้สึกอบอุ่นแปลกๆ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมานานแล่นผ่านเข้ามาในอก มันเป็นความรู้สึกสงบ ปลอดภัย และผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก ชายหนุ่มนอนนิ่งอยู่อย่างนั้น ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวเพราะกลัวว่าเสียงลมหายใจจะไปปลุกคนที่กำลังหลับสนิท สายตาคมคายจดจ้องมองใบหน้าของริชาในระยะใกล้ ร่องรอยความล้าใต้ตาของเธอทำให้เขารู้สึกผิดขึ้นมาจับใจ

  • สายลม...ที่หวังดี   ภาพในความฝัน

    บรื้น...เสียงเครื่องยนต์สัญญาณไฟเขียวดังขึ้น ดึงริชากลับมาจากภาพความทรงจำในอดีต รถยนต์ของเอิร์ธเคลื่อนตัวเลี้ยวเข้าสู่ทางเข้าคอนโดมิเนียมหรูของเธอพอดีเสียงเพลงในวิทยุค่อยๆ จบลง พร้อมกับรถที่จอดสนิทตรงลานจอดรถใต้อาคาร เอิร์ธดับเครื่องยนต์ ทิ้งตัวพิงเบาะด้วยท่าทางอ่อนล้าอย่างถึงที่สุด ดวงตาคู่คมปรือลงราวกับไม่อาจประคองสติไว้ได้อีกต่อไป ความเครียดและแอลกอฮอล์ที่สะสมมาตลอดวันผสมกับความเหนื่อยล้าดึงพลังงานของเขาไปจนหมด"เอิร์ธ... ไหวไหม ขับรถกลับบ้านเองไหวหรือเปล่า" ริชาหันไปถามด้วยความห่วงใยเมื่อเห็นท่าทางของเขาเอิร์ธค่อยๆ ลืมตาขึ้นมองเธอ น้ำเสียงทุ้มนุ่มพร่าสั่นและแหบแห้ง "ไม่ไหวว่ะริชา... หัวง่วงจนหมุนไปหมดเลย ขอ... ขอขึ้นไปนั่งพักบนห้องเธอสักแป๊บได้ไหม ขอนอนพักสายตาหน่อย เดี๋ยวดีขึ้นแล้วจะรีบขับรถกลับ"ริชานิ่งชะงักไปชั่วครู่ หัวใจกระตุกไหวด้วยความสับสน แต่เมื่อเห็นสีหน้าโรยแรงของชายหนุ่มที่เธอรักหมดหัวใจ หน้าที่ขอ

  • สายลม...ที่หวังดี   ทำนองที่ซ่อนความในใจ

    เสียงสายฝนที่พัดกระหน่ำเริ่มซาลงเหลือเพียงหยาดน้ำพร่างพรม กระทบกระจกหน้ารถ SUV สีดำที่กำลังเคลื่อนตัวไปตามถนนยามค่ำคืน หลังจากมื้ออาหารที่กรุ่นไปด้วยความทรงจำอันขมขื่นจบลง เอิร์ธรับหน้าที่ขับรถมาส่งริชาที่คอนโดมิเนียมของเธอความเงียบปกคลุมภายในห้องโดยสาร มีเพียงเสียงเครื่องยนต์และลมแอร์พัดเบาๆ ริชานั่งเหม่อมองไฟถนนสีส้มที่ส่องกระทบละอองน้ำบนกระจกเป็นระยะ ในหัวยังคงวนเวียนอยู่กับคำว่า 'แต่งงาน' ที่เอิร์ธเพิ่งพูดออกมาจังหวะที่รถจอดติดสัญญาณไฟแดงตรงสี่แยก เอิร์ธก็ยื่นมือไปเปิดวิทยุเพื่อลายความเงียบ ท่วงทำนองเสียงกีตาร์โปร่งอันคุ้นเคยดังคลอขึ้นมาเบาๆ ผ่านลำโพงคุณภาพดี... มันคือเสียงอินโทรโน้ตเพลงเก่าสไตล์อคูสติกที่เรียบง่าย แต่มีพลังพุ่งตรงเข้ามากระแทกใจของริชาอย่างจังทั้งเอิร์ธและริชาต่างชะงักไปพร้อมกัน"เพลงนี้นี่หว่า..." เอิร์ธพึมพำออกมาเบาๆ เผลอยิ้มออกมาที่มุมปาก สายตามองตรงไปยังไฟแดงข้างหน้าด้วยความถวิลหาอดีต "จำได้ไหมริชา เพลงนี้แหละ... เพล

  • สายลม...ที่หวังดี   ความจริง

    กลิ่นน้ำซุปหอมกรุ่นปะทะพริกเผาร้อนๆ ลอยอบอวลแข่งกับสายฝนที่ยังคงกระหน่ำลงมาด้านนอกร้านก๋วยเตี๋ยวต้มยำตรอกเก่า บรรยากาศภายในร้านไฟสีเหลืองนวลยังคงอบอุ่นเหมือนเมื่อสิบปีก่อน ทว่าสิ่งที่ต่างออกไปในค่ำคืนนี้ คือโต๊ะไม้ตัวยาวริมสุดไร้ซึ่งเสียงหัวเราะเฮฮาของกลุ่มเพื่อนสมัยมัธยม ไร้ซึ่งรอยยิ้มหวานสดใสของดาวโรงเรียนที่เคยนั่งอยู่โต๊ะข้างๆตรงนี้... มีเพียง เอิร์ธ ในชุดสูททำงานที่หลุดลุ่ย กับ ริชา ที่นั่งอยู่ข้างกายเขาเหมือนในวันวาน"ก๋วยเตี๋ยวต้มยำได้แล้วจ้า!" เสียงแม่ค้าวัยกลางคนเอ่ยทักทายอย่างเป็นกันเอง พร้อมกับวางชามก๋วยเตี๋ยวสองชามลงบนโต๊ะไม้ชามแรกของเอิร์ธเป็นต้มยำกุ้งน้ำข้นสีส้มสดจัดจ้านเต็มไปด้วยพริกผัด ส่วนอีกชามที่ถูกดันมาวางตรงหน้าของริชา คือต้มยำน้ำใสสีเหลืองทอง ควันพวยพุ่งขึ้นมาไร้ร่องรอยของพริกป่นแม้แต่เม็ดเดียว และไร้ซึ่งคราบน้ำมันของกระเทียมเจียว"ต้มยำน้ำใส ไม่ใส่พริก ไม่ใส่กระเทียมเจียว ตามที่สั่งจ้ะพ่อหนุ่ม" แม่ค้ายิ้มให้เอิร์ธก่อนจะเดินกลับไปที่หน้าเตาริชามมองชามก๋วยเตี๋ยวตรงหน้าด้วยความรู้สึกจุกแน่นในอก สิบปีผ่านไป... จากเด็กหนุ่มมัธยมปลาย สู่ชายหนุ่มวัยทำงานในวัยยี่สิบห

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status