Share

บทที่ 7

last update Terakhir Diperbarui: 2025-12-22 21:54:39

กิจกรรมยามเย็นของชนเผ่า

เมื่อกลับถึงบ้านไม้ เสี่ยวป้อก็จัดการตากผ้าที่เหลือให้เรียบร้อย และรอเวลาช่วงพลบค่ำด้วยความตื่นเต้น

“พี่วา พี่เมย์... เย็นนี้ที่ลานกลางหมู่บ้านมีงานนะ” เสี่ยวป้อพูดอย่างกระตือรือร้น “เป็นงานประจำเดือนของเรา จะมีทั้งการละเล่นพื้นบ้าน และการเต้นรำรอบกองไฟ พี่ทั้งสองคนแต่งชุดของหมู่บ้านอยู่แล้ว ไปเที่ยวกันนะครับ”

เมขลาหันไปมองวายุอย่างลังเล แต่ความเบื่อหน่ายและความอยากรู้อยากเห็นในวิถีชีวิตที่ไม่เคยเห็นมาก่อนก็ทำให้เธอพยักหน้าอย่างเงียบ ๆ วายุเองก็ไม่มีทางเลือก เขาจำเป็นต้องพาเมขลาออกไปพบปะผู้คนเพื่อเป็นการแสดงออกว่าพวกเขาไม่ได้มีพิรุธใด ๆ ตามแผนที่เขาสร้างไว้

ลานละเล่นรอบกองไฟ

เมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ลานกว้างกลางหมู่บ้านลาหู่ (มูเซอดำ) ก็สว่างไสวด้วยแสงไฟจากกองไฟขนาดใหญ่ เสียงดนตรีจากเครื่องดนตรีพื้นบ้านที่ทำจากไม้ไผ่และเครื่องเคาะดังขึ้นอย่างคึกคัก ผู้คนในหมู่บ้านรวมตัวกันอย่างอบอุ่น ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต่างแต่งกายด้วยชุดชนเผ่าสีสันสดใสที่ตกแต่งด้วยเครื่องเงินและลูกปัด

เสี่ยวป้อนำทั้งสองไปยืนอยู่ที่มุมหนึ่งของลาน เพื่อสังเกตการณ์กิจกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้น

เมขลาที่แต่งชุดชนเผ่าสีดำเข้มตัดกับเครื่องเงินสวยงาม เผลอมองวายุที่สวมชุดของจ๋ายอย่างไม่คุ้นชิน ชุดพื้นเมืองที่เน้นช่วงไหล่ ทำให้เห็นร่องรอยบาดแผลของเขาชัดเจนกว่าปกติ แต่ในขณะเดียวกัน... รูปร่างที่สูงสง่าของเขาก็ถูกขับให้โดดเด่นขึ้นมาอย่างน่ามอง

“พี่วายุ... แผลพี่... ไม่เป็นไรแน่นะคะ” เมขลาถามด้วยน้ำเสียงเบาที่สุด

วายุหันมาสบตากับเธอ แววตาของเขายังคงมีความรู้สึกผิดและเขินอายปะปนอยู่ เขาพยายามยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยนที่สุด

“ไม่เป็นไรครับ...”

ใบหน้าของเมขลาขึ้นสีแดงก่ำอีกครั้ง เธอรีบเปลี่ยนเรื่องทันที “งานดูสนุกจังเลยค่ะ... แต่... พวกเขาเต้นแบบนี้ทุกคืนเหรอ?”

“ไม่ทุกคืนหรอกครับ” เสี่ยวป้อแทรกขึ้น “นี่เป็นช่วงเทศกาลเก็บเกี่ยว เลยมีงานรื่นเริงบ่อยหน่อยครับ”

จังหวะที่เสียงดนตรีเร่งเร้าขึ้นเรื่อย ๆ ชายหญิงชาวลาหู่กลุ่มหนึ่งก็เริ่มจับมือกันเต้นเป็นวงกลมรอบกองไฟอย่างสนุกสนาน ซึ่งเป็นรูปแบบการเต้นรำที่เรียกว่า "เต้นจะคึ"

ในขณะที่ทั้งสามกำลังยืนดูอยู่นั้น ชายหนุ่มชาวบ้านคนหนึ่งที่กำลังเต้นรำอยู่ก็เดินเข้ามาหาพวกเขา และทำท่าทางเชิญชวนอย่างเป็นมิตรให้เข้าร่วมวง

เสี่ยวป้อรีบคว้าแขนเมขลาทันที “พี่เมย์มาทางนี้! สนุกนะ!”

เมขลาถูกดึงเข้าไปร่วมวงอย่างไม่ทันตั้งตัว ทำให้เธอต้องยืนอยู่ข้างเสี่ยวป้อ และถูกคั่นกลางระหว่างเสี่ยวป้อกับหญิงชาวบ้านคนอื่น ๆ แต่แล้ว... วายุก็ถูกดึงเข้ามาในวงด้วยเช่นกัน

ตามธรรมเนียมของชนเผ่า การเต้นรำจะจับคู่สลับกันไป

มือของวายุสัมผัสเข้ากับมือของเมขลาอย่างเลี่ยงไม่ได้ ความอุ่นร้อนของฝ่ามือที่ประสานกันไม่ได้มาจากกองไฟเท่านั้น แต่มาจากความตื่นเต้นที่ก่อตัวขึ้นในตัวของทั้งคู่ ยิ่งดนตรีเร่งเร้าให้จังหวะเร็วขึ้น ทั้งคู่ก็ต้องเหวี่ยงแขนและเคลื่อนไหวตามจังหวะไปพร้อมกันอย่างใกล้ชิด

วายุมองใบหน้าเมขลาที่ยิ้มออกมาด้วยความสนุกสนานและไร้เดียงสาอย่างแท้จริง แววตาของเขาอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ความใกล้ชิดที่ถูกบังคับในที่สาธารณะภายใต้แสงไฟที่อบอุ่นนี้... ทำให้ความผูกพันที่เคยเป็นเส้นบาง ๆ ในใจของพวกเขาเริ่มชัดเจนและร้อนแรงขึ้นมาอย่างแท้จริง

เมื่อจังหวะเพลงเต้นรำค่อย ๆ ช้าลงจนหยุดลงในที่สุด เมขลาและวายุก็รีบปล่อยมือออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับถูกไฟลวก ทั้งคู่ยืนหอบเล็กน้อยด้วยความสนุกที่เพิ่งจะเกิดขึ้น แต่ความเขินอายเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่ลำธารก็ยังคงค้างอยู่ในบรรยากาศ

จังหวะนั้นเอง ชายสูงวัยผู้เป็นที่เคารพนับถือของหมู่บ้าน ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า "อาวู่" (หมอประจำหมู่บ้านพ่อของอี้ฝาน) พร้อมด้วยคำปอง ก็เดินตรงเข้ามาหาพวกเขา

“พ่ออาวู่บอกว่า เห็นพวกลูกสองคนมีเรื่องให้ต้องหวาดกลัว แถมยังมีแผลมาด้วย” คำปองอธิบายด้วยสีหน้าจริงจัง “เราเลยต้องทำพิธีผูกข้อมือรับขวัญให้เสียหน่อย ขวัญหนูจะได้อยู่กับเนื้อกับตัว ไม่ต้องตกใจกลัวอะไรรอบ ๆ ตัวอีก”

เมขลาและวายุไม่มีทางปฏิเสธ ทั้งคู่นั่งลงกับพื้นตามที่คำปองเชิญชวนอย่างสงบ

หมออาวู่เริ่มสวดมนต์ทำพิธีด้วยภาษาท้องถิ่นอย่างเคร่งขรึม มีไข่ต้มและข้าวปลาอาหารวางอยู่เบื้องหน้าเพื่อเป็นการเชิญขวัญ จากนั้นคำปองก็หยิบด้ายสายสิญจน์สีขาวสะอาดตามาถือไว้

“วายุ... เมขลา...” คำปองเรียกชื่อพวกเขาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน “ยื่นแขนมาให้แม่”

ทั้งคู่ยื่นข้อมือข้างที่ไม่ได้บาดเจ็บออกไป คำปองบรรจงนำด้ายสายสิญจน์มาพันรอบข้อมือของวายุ ก่อนจะนำด้ายอีกเส้นมาผูกที่ข้อมือของเมขลา

ในขณะที่มือของคำปองกำลังผูกปมที่ข้อมือของเมขลาอยู่นั้น เธอก็พูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นกว่าเดิม...

“พิธีผูกข้อมือนี้ไม่ได้แค่รับขวัญนะลูก แต่พ่ออาวู่และทุกคนตั้งใจผูกข้อมือให้พวกลูกเป็นผัวเป็นเมียกันอย่างเป็นทางการต่อหน้าผีบ้านผีเรือนของที่นี่ด้วย”

ดวงตาของวายุเบิกกว้างด้วยความตกใจอย่างที่สุด! คำโกหกเล็ก ๆ เพื่อเอาตัวรอดของเขาในวันนั้น บัดนี้ได้กลายเป็นพิธีศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อของชนเผ่าเรียบร้อยแล้ว

คำปองจับข้อมือที่ถูกผูกด้ายของทั้งคู่มาวางซ้อนกัน พร้อมกับย้ำว่า “นับแต่นี้ไป ขวัญทั้งสองคนจะผูกติดกันไว้ ไม่ว่าหนูจะไปที่ใดก็จะมีอีกคนอยู่ด้วยเสมอ และเมื่อผูกกันแล้ว... ผีบ้านผีเรือนของเราก็จะไม่มีทางมาเอาโทษ เพราะถือว่าพวกหนูเป็นของกันและกันโดยสมบูรณ์แล้วนะลูก”

วายุมองด้ายสายสิญจน์บนข้อมือของตัวเอง แล้วมองไปยังเมขลาที่นั่งตัวแข็งทื่ออยู่ข้าง ๆ ใบหน้าของเธอตอนนี้ไม่เหลือร่องรอยความขบขันหรือความอับอายอีกต่อไปแล้ว มีเพียงความสับสนและแววตาที่สั่นไหวอย่างรุนแรง

ด้ายสายสิญจน์สีขาวเส้นเล็ก ๆ นั้น... บัดนี้ได้กลายเป็นพันธนาการศักดิ์สิทธิ์ที่ผูกทั้งสองคนให้เป็น 'สามีภรรยา' กันโดยสมบูรณ์ในหมู่บ้านแห่งนี้แล้ว

ทันทีที่พิธีผูกข้อมือเสร็จสิ้นลง อาวู่ (หมอยา) คำปอง และจ๋าย ก็ส่งรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเมตตาให้แก่ 'คู่บ่าวสาว' คู่ใหม่ และสัญญาณให้ชาวบ้านเริ่มการเฉลิมฉลองอย่างเต็มที่ วายุและเมขลาถูกจัดให้นั่งอยู่ท่ามกลางวงที่เต็มไปด้วยความรื่นเริง ความรู้สึกที่วุ่นวายทำให้ทั้งคู่รู้สึกอึดอัดกับมือที่ถูกผูกสายสิญจน์อยู่ใกล้กัน

ไม่นานนัก เหล้าข้าวหมักสีขุ่นก็ถูกนำมาเสิร์ฟ จ๋ายเป็นคนแรกที่ยกถ้วยขึ้นอวยพร

“วายุ... เมขลา... ยินดีด้วยนะที่ได้เป็นผัวเมียกันแล้ว” จ๋ายกล่าวอย่างอบอุ่น “ที่นี่เราถือเรื่องผีบ้านผีเรือน การผูกกันแบบนี้ทำให้ขวัญของพวกลูกสงบลงได้ ดื่มฉลองให้ขวัญดีนะลูก”

วายุรับถ้วยมาดื่มอย่างไม่ลังเล

ในสมองของวายุ : มาเลยจะเหล้าแบบไหน เราลองมาหมดแล้ว ตั้งแต่เปิดไนท์คลับ เขาแทบจะลองมาครบทุดแขนง

เมขลาที่รู้สึกเกรงใจก็จิบตามไปเล็กน้อย แต่เหล้าหมักของชนเผ่านั้นรุนแรงกว่าที่ทั้งคู่คาดไว้มากนัก

วายุถูกชาวบ้านรุมเชิญดื่มอย่างต่อเนื่องเพื่ออวยพร และเขาก็รับดื่มทุกจอกเพื่อรักษามารยาท แม้ร่างกายจะบาดเจ็บอยู่ก็ตาม ใบหน้าของเขาเริ่มแดงก่ำ ดวงตาเริ่มปรือลง และความพยายามควบคุมสติเริ่มล้มเหลว

ส่วนเมขลาด้วยความเกรงใจและต้องการสวมบทบาท 'ภรรยา' ที่ดี ก็พยายามจิบตามไปบ้าง แต่สำหรับร่างกายที่ไม่เคยดื่มเหล้าหมักมาก่อน เพียงแค่ไม่กี่จิบก็ทำให้แก้มของเธความรู้สึกสับสน ความอับอายที่ลำธาร และความตื่นเต้นกับสถานะใหม่ก็เริ่มถูกฤทธิ์ของเหล้าปลุกให้ปั่นป่วนในใจ

วายุหันมามองเธอ ดวงตาที่เต็มไปด้วยความมึนเมานั้นมีประกายวูบไหว เขาเอื้อมมือที่ถูกผูกสายสิญจน์ไปกุมมือเธอไว้แน่น

“ไม่เป็นไรหรอกเมย์... พี่... พี่คอแข็ง” วายุพึมพำเสียงอ้อแอ้ “ตัว... ตัวเมย์ร้อนจัง...”

เมื่อเห็นว่าทั้งคู่เริ่มอ่อนระทวยเต็มที่ จ๋ายจึงส่งสัญญาณให้คำปอง

“พอแล้วลูก! พ่ออาวู่บอกว่าขวัญเข้าที่แล้ว” จ๋ายกล่าวด้วยรอยยิ้มที่เข้าใจโลก “พวกลูกไปพักผ่อนเถอะ คืนนี้เป็นคืนสำคัญ”

ก่อนที่เมขลาจะได้โต้แย้ง ร่างของวายุที่ทรุดตัวลงเล็กน้อยก็ถูกอี้ฝานและจ๋ายเข้ามาร่วมพยุงไว้ทันที คำปองจูงมือเมขลาที่เดินเซ ๆ เล็กน้อยออกจากลานละเล่นอย่างอ่อนโยน

ทั้งสี่คนมุ่งหน้าไปยังกระท่อมเล็ก ๆ ที่เดิมเป็นห้องนอนของคำปองและเสี่ยวป้อ ซึ่งบัดนี้ถูกจัดเตรียมไว้เป็น "ห้องหอ" อย่างเร่งด่วน ผืนผ้าปูถูกเปลี่ยนให้สะอาด มีโคมไฟน้ำมันจุดไว้สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและโรแมนติก

จ๋ายและอี้ฝานช่วยกันพยุงวายุเข้าไปในห้องหอและวางเขาลงบนฟูกอย่างระมัดระวัง

“พักผ่อนซะนะลูก” จ๋ายตบไหล่วายุเบา ๆ อย่างเอ็นดู “คืนนี้เป็นคืนของพวกลูกแล้ว”

คำปองเดินเข้าไปหาเมขลาที่ยืนมองวายุอยู่ด้วยความสับสน เธอจัดเสื้อผ้าและผมของเมขลาให้เข้าที่เล็กน้อย

“ยินดีด้วยนะลูก เป็นผัวเมียกันแล้ว” คำปองกระซิบอย่างมีความหมาย ก่อนที่จ๋ายจะปิดประตูลงอย่างแผ่วเบา โดยทิ้งให้วายุที่เมามายและเมขลาที่มึนงงอยู่ด้วยกันในความมืดสลัว

วายุล้มตัวลงนอนบนฟูกอย่างหมดสภาพ แต่สัญชาตญาณกลับทำให้เขาไม่ยอมปล่อยมือจากเมขลา ดวงตาที่ปิดไม่สนิทของเขายังคงจ้องมองเมขลาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนาที่ไม่อาจซ่อนได้อีกต่อไป ส่วนเมขลายืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางห้องหอที่ไม่คาดคิด... คืนที่เริ่มต้นจากคำโกหก ถูกจบลงด้วยแรงอารมณ์ที่ถูกจุดชนวนด้วยเหล้าหมักพื้นบ้านอย่างสมบูรณ์...จริง ๆ เหรอ?
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สายลมรักเมขลา   บทที่ 103

    ภายในห้องนอนที่อบอวลด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ เมขลานั่งอยู่บนเตียงกว้าง โดยมีเด็กหญิงสองคนนั่งตาแป๋วฟังเรื่องราวในอดีตอย่างตั้งใจ 'มายด์' ลูกสาวของเธอกับวายุ และ 'มิ้นท์' ลูกสาวของเมฆินทร์กับจารวี ทั้งคู่หน้าตาละไมคล้ายกันราวกับฝาแฝด จนใครต่อใครมักจะทักผิดอยู่เสมอ“ว้าว... โรแมนติกจังเลยค่ะคุณแม่ แล้วตอนนั้

  • สายลมรักเมขลา   บทที่ 102

    ค่ำคืนวันเพ็ญ... ณ ลานกลางหมู่บ้านชาวบ้านทุกคนต่างพากันจัดเตรียมงานฉลองครั้งยิ่งใหญ่ กลิ่นควันไฟและเสียงกลองดนตรีพื้นเมืองดังระงมไปทั่วหุบเขาเพื่อแสดงความยินดีกับ ‘ลูกเขยและลูกสาว’ ของหมู่บ้าน พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ถูกจัดขึ้นอย่างประณีตตรงกลางลานมี ‘หมูดำ’ ตัวใหญ่ที่ผ่านการคัดเลือกมาอย่างดีเพื่อใช้ใ

  • สายลมรักเมขลา   บทที่ 101

    “เมย์? เป็นอะไร...”ยังไม่ทันที่วายุจะถามจบ ร่างเล็กก็โผพรวดลงจากเตียงโดยไม่สนใจอาภรณ์ที่หลุดลุ่ย เธอถลาไปที่ถังน้ำมุมห้องแล้วโก่งคออ้วกออกมาอย่างหนัก ราวกับจะขย้อนทุกอย่างในร่างกายออกมา“อ้วก! แหวะ... แค่กๆ!”วายุหน้าถอดสี รีบถลาเข้าไปประคองร่างที่สั่นเทาของเธอไว้ มือหนาลูบหลังให้ด้วยความตกใจระคนเป

  • สายลมรักเมขลา   บทที่ 100

    “หึ... สู้ไหวไหมคะพี่วา?” เธอหัวเราะในลำคออย่างผู้ชนะ“แกล้งพี่เหรอเมขลา! งั้นพี่ไม่ปราณีแล้วนะ!”เขาจัดการจับเรียวขาคู่สวยให้ฉีกอ้าออกกว้าง ก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปซุกไซ้กลางกายสาว ลิ้นสากระรัวบดเบียดไปที่จุดอ่อนไหว กระดกลิ้นรัวถี่เข้าใส่ร่องรักที่แสนคับแคบอย่างบ้าคลั่ง“อ๊ะ! อร๊ายยย... พี่วา!”มือเล็ก

  • สายลมรักเมขลา   บทที่ 99

    พูดจบ เขาก็รวบตัวเธอลงไปบนที่นอน ก่อนจะตามไปทบทวน ‘บทเรียน’ ที่ว่านั้นอย่างนุ่มนวลและหนักหน่วงในเวลาเดียวกัน... “พี่ขอปราบเด็กดื้อก่อนแล้วกันนะครับ”วายุไม่ปล่อยให้คนตัวเล็กได้ประท้วงต่อ เขาโน้มใบหน้าลงกดจูบที่กลีบปากอิ่มอย่างหนักหน่วงและดูดดื่ม ปลายลิ้นร้อนแทรกซึมเข้าหาความหวานที่เขาแสนโหยหาเนิ่นน

  • สายลมรักเมขลา   บทที่ 98

    หลายวันต่อมา...แสงแดดอ่อนๆ ยามสายส่องผ่านช่องหน้าต่างเรือนไม้ กลิ่นหอมของดอกไม้ป่าโชยมาตามลม ผสมกับกลิ่นดินและพืชผักสีเขียวขจีที่วายุตั้งใจปลูกไว้รอบบ้าน บรรยากาศเงียบสงบจนได้ยินเสียงหัวใจของคนสองคนที่นั่งอิงแอบกันอยู่“พี่วาตัดสินใจดีแล้วเหรอคะ เรื่องที่จะลาออก?” เมขลาเอ่ยถามขณะเอนซบไหล่หนา“ครับ.

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status