Masukภายในห้องนอนที่อบอวลด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ เมขลานั่งอยู่บนเตียงกว้าง โดยมีเด็กหญิงสองคนนั่งตาแป๋วฟังเรื่องราวในอดีตอย่างตั้งใจ 'มายด์' ลูกสาวของเธอกับวายุ และ 'มิ้นท์' ลูกสาวของเมฆินทร์กับจารวี ทั้งคู่หน้าตาละไมคล้ายกันราวกับฝาแฝด จนใครต่อใครมักจะทักผิดอยู่เสมอ“ว้าว... โรแมนติกจังเลยค่ะคุณแม่ แล้วตอนนั้
ค่ำคืนวันเพ็ญ... ณ ลานกลางหมู่บ้านชาวบ้านทุกคนต่างพากันจัดเตรียมงานฉลองครั้งยิ่งใหญ่ กลิ่นควันไฟและเสียงกลองดนตรีพื้นเมืองดังระงมไปทั่วหุบเขาเพื่อแสดงความยินดีกับ ‘ลูกเขยและลูกสาว’ ของหมู่บ้าน พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ถูกจัดขึ้นอย่างประณีตตรงกลางลานมี ‘หมูดำ’ ตัวใหญ่ที่ผ่านการคัดเลือกมาอย่างดีเพื่อใช้ใ
“เมย์? เป็นอะไร...”ยังไม่ทันที่วายุจะถามจบ ร่างเล็กก็โผพรวดลงจากเตียงโดยไม่สนใจอาภรณ์ที่หลุดลุ่ย เธอถลาไปที่ถังน้ำมุมห้องแล้วโก่งคออ้วกออกมาอย่างหนัก ราวกับจะขย้อนทุกอย่างในร่างกายออกมา“อ้วก! แหวะ... แค่กๆ!”วายุหน้าถอดสี รีบถลาเข้าไปประคองร่างที่สั่นเทาของเธอไว้ มือหนาลูบหลังให้ด้วยความตกใจระคนเป
“หึ... สู้ไหวไหมคะพี่วา?” เธอหัวเราะในลำคออย่างผู้ชนะ“แกล้งพี่เหรอเมขลา! งั้นพี่ไม่ปราณีแล้วนะ!”เขาจัดการจับเรียวขาคู่สวยให้ฉีกอ้าออกกว้าง ก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปซุกไซ้กลางกายสาว ลิ้นสากระรัวบดเบียดไปที่จุดอ่อนไหว กระดกลิ้นรัวถี่เข้าใส่ร่องรักที่แสนคับแคบอย่างบ้าคลั่ง“อ๊ะ! อร๊ายยย... พี่วา!”มือเล็ก
พูดจบ เขาก็รวบตัวเธอลงไปบนที่นอน ก่อนจะตามไปทบทวน ‘บทเรียน’ ที่ว่านั้นอย่างนุ่มนวลและหนักหน่วงในเวลาเดียวกัน... “พี่ขอปราบเด็กดื้อก่อนแล้วกันนะครับ”วายุไม่ปล่อยให้คนตัวเล็กได้ประท้วงต่อ เขาโน้มใบหน้าลงกดจูบที่กลีบปากอิ่มอย่างหนักหน่วงและดูดดื่ม ปลายลิ้นร้อนแทรกซึมเข้าหาความหวานที่เขาแสนโหยหาเนิ่นน
หลายวันต่อมา...แสงแดดอ่อนๆ ยามสายส่องผ่านช่องหน้าต่างเรือนไม้ กลิ่นหอมของดอกไม้ป่าโชยมาตามลม ผสมกับกลิ่นดินและพืชผักสีเขียวขจีที่วายุตั้งใจปลูกไว้รอบบ้าน บรรยากาศเงียบสงบจนได้ยินเสียงหัวใจของคนสองคนที่นั่งอิงแอบกันอยู่“พี่วาตัดสินใจดีแล้วเหรอคะ เรื่องที่จะลาออก?” เมขลาเอ่ยถามขณะเอนซบไหล่หนา“ครับ.
“เพราะอะไรคะ...” เมขลาถามอย่างตั้งใจวายุมองไปที่เท้าของเมขลา “พี่ว่าคงไม่ใช่เรื่องแค่นั้นมั้ง”“เรื่องอะไรคะ”“เมย์คงจำไม่ได้... ว่าเมย์กับไอ้เมฆทำให้ชีวิตมันต้องกระเด็นออกจากรีสอร์ทที่เป็นเหมือนวิมานของมัน แถมเมย์ยัง...”“ยังอะไรคะ!”“เมย์... ไปเตะเสยปลายคางมันจนสลบอีก!” วายุแทบไม่อยากเชื่อว่าต้อง
วายุและธนาติดตามเสียงร้องจนมาถึงกระท่อมร้างแห่งหนึ่งที่ชายป่า ทั้งคู่เห็นชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งกำลังพยายามลากเด็กชายตัวเล็ก ๆ เข้าไปในกระท่อมวายุไม่ลังเล เขาพุ่งเข้าจู่โจมอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด ธนากับอี้ฝานที่ตามมาทันช่วยกันเข้าจัดการ ส่วนคนที่เหลือได้แต่หนีไปก่อน วายุไม่เสียเวลาไล่ตามเพราะเป้าหมายหลั
“ไม่ใช่แค่มึงที่เครียด ตอนนี้กูก็เครียด! ถ้าไอ้เมฆมันรู้ว่ากูรู้ มันก็ต้องเล่นงานกูเหมือนกัน แล้วมึงจะให้กูทำยังไง? มันก็เป็นเพื่อนกูเหมือนกัน มึงเคยคิดไหมว่าคนกลางอย่างกูจะลำบากใจที่ต้องมารับรู้เรื่องแบบนี้ กูไม่น่ามารับรู้เลย รู้อย่างนี้กูไม่มาซะดีกว่า ถ้ากูไม่เป็นห่วงมึงกับเมย์ ไหนจะริสาที่ห่วงเพ
บรรยากาศยามเช้าที่แสนสดใส แสงแดดอ่อน ๆ สาดส่องกระทบแปลงผัก เมขลานั่งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ มือเล็ก ๆ ของเธอกำลังเด็ดดอกหญ้าและยอดผักอ่อน ๆ ขึ้นมาถือไว้ราวกับเด็กน้อยที่ไม่รู้ประสา ใบหน้าของเธอดูบริสุทธิ์ผุดผ่องเสียงหวานที่คุ้นเคยดังขึ้นด้านหลัง “ทำอะไรอยู่ยัยเมย์... นี่ชาอุ่น ๆ ดื่มซะหน่อยนะ” ริสาเดิ







