Home / รักโบราณ / สายลับจับอ๋องใหญ่ / บทที่ 4 บุรุษผู้สวมหน้ากาก

Share

บทที่ 4 บุรุษผู้สวมหน้ากาก

last update Last Updated: 2026-01-26 17:32:01

            ช่วงขาที่ดูยาวกว่าคนทั่วไปของเขายื่นออกมาเลยโต๊ะมาก เหลียงเจินซินเห็นแล้วได้แต่นึกทึ่งในใจ

‘บุรุษผู้นี้ท่าทางคงสูงมากทีเดียว มือก็ใหญ่กว่ามือคนทั่วไปที่ข้าเคยเห็นด้วย’

เขาลูบมือใหญ่เลื่อนขึ้นลงที่ปลายกระบี่ มุมที่เขานั่งแสงน้อยกว่าที่ส่วนอื่นของห้อง นักสืบซินพยายามจะมองหน้าบุรุษผู้นั้นให้ชัด นางจึงคลานไปข้างหน้าอีกหน่อยเพื่อให้ส่วนศีรษะของตนเลยตู้ไปอีกนิด

            พลันเขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เหลียงเจินซินถึงกับอ้าปากค้าง ร่างของเขาสูงใหญ่กว่าที่นางคาดไว้ กระบี่ที่เขาเช็ดอยู่นั่นก็ยาวกว่ากระบี่ของคนทั่วไป ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือเขาสวมหน้ากากใบหน้าอสูรเอาไว้ ทั้งยังกวัดแกว่งกระบี่ในท่าสังหารอย่างฮึกเหิม

‘ถ้าเขาจับได้ข้าแย่แน่ ต้องรีบออกไปแล้ว’

            นางคลานถอยหลังโดยมิได้นึกว่าตนเองเริ่มลนลานเพราะรู้สึกกลัวบุรุษผู้นั้นจับใจ เท้าของนางไปชนเก้าอี้หัวโล้นตัวหนึ่งที่วางตำราไว้หลายเล่ม เพราะนางเป็นผู้มีสัมผัสที่ว่องไวจึงได้หันไปจับขาเก้าอี้ไว้ได้ทัน อีกมือก็ตะปบตำราเล่มบนสุดเอาไว้

‘เฮ้อ! เกือบไม่ทัน’

นางรีบเผ่นแผล็วออกจากเรือนนั้นด้วยความเร็วสูง

            เมื่อมือปราบไป๋น้อยเห็นญาติผู้น้องกระโดดลงมายืนต่อหน้าก็รีบดึงมือนางให้หลบออกไป ครั้นพ้นจากถนนสายนั้นแล้วจึงได้เอ่ยขึ้น

“ข้าพลาดไปแล้ว! เมื่อกี้เห็นชายชุดดำสองคนผลุบหายเข้าไปในคฤหาสน์ เคลื่อนที่ว่องไวนัก พวกเขากระโจนไปมาคล้ายสำรวจรอบๆ ดีนะที่เจ้าออกมาก่อน”

            “เจ้าแน่ใจหรือว่าพวกเขามิใช่คนร้ายหรือนักฆ่า”

            “ข้าว่าพวกเขาเหมือนคนของเจ้าของคฤหาสน์มากกว่า มิได้มีท่าทีลนลานหวาดกลัวสักนิด ข้าประเมินดูแล้ววิทยายุทธ์ของพวกเขาดูทีไม่ธรรมดาเลย”

            “เออ...เสี่ยวเหวิน ข้าเจอคนในคฤหาสน์ผู้หนึ่งดูดุร้ายน่ากลัวมากทีเดียว”

            “แล้วคนที่ข้าให้เจ้าไปตามสืบเล่า  ได้ความว่าอย่างไร”

            “เขาเป็นบ่าวที่นี่นั่นล่ะ แต่ข้าไปเจอคนสวมหน้ากากอสูรก่อน”

            “หน้ากากอสูร!”

            “ใช่! เขาตัวสูงใหญ่กว่าทุกคนในชีวิตที่ข้าเคยเจอ กระบี่ก็ใหญ่และยาวมาก ท่าทางที่เขาใช้กระบี่ยิ่งดุร้าย”

            “นี่เจ้าไปเจอเขาที่ใดกัน”

            “ในเรือนด้านหลังห้องโถง”

            ได้ยินเช่นนั้นไป๋ฉิงเหวินก็โมโหจนควันออกหู “นี่ นี่เจ้าไม่ฟังคำข้าเลยหรือ  ข้าให้เจ้าตามไปดูพฤติกรรมของเจ้าบ่าวรับใช้คนนั้น มิใช่ให้ไปตามดูคนในเรือนนั้นเสียหน่อย หากเจ้าอสูรนั่นเกิดฆ่าหรือทำร้ายเจ้าขึ้นมาข้าจะไปรับหน้ากับท่านพ่อท่านแม่เจ้าอย่างไรได้ ”

            “โอ๊ะๆ เสี่ยวเหวิน ข้าขอโทษ ข้าได้ยินเสียงเขาตอนอยู่หน้าเรือนมันช่างดูมีพลังและน่าเกรงขามนัก ข้าจึงนึกอยากจะเห็นหน้าคนผู้นี้สักหน่อย”

            “ซินเอ๋อร์ ข้าขอเตือนเจ้าไว้เลย หากมีคราวหน้าอีกล่ะก็ ข้าจะไม่พาเจ้าออกมาสืบคดีด้วยแล้ว!”

            “เอาล่ะๆ ข้าจะไม่ทำเช่นนี้อีก” นักสืบซินรีบยกมือไหว้ญาติผู้พี่ประหลกๆ ฝ่ายนั้นจึงค่อยคลายใบหน้าที่บึ้งตึง แต่ยังไม่วายยกนิ้วขึ้นชี้หน้านาง

            “เจ้าสัญญาแล้วนะ อย่าให้มีคราวหน้า”

            “ข้าสัญญาๆ”

            จินเสวี่ยหลงลดกระบี่ที่เพิ่งเช็ดเสร็จลงเก็บใส่ฝัก ถอดหน้ากากที่องครักษ์ซ่งนำมาให้วางไว้บนโต๊ะ ใบหน้าคมเข้มดูเคร่งเครียดเล็กน้อย เดิมทีเขามิได้คิดจะมาเมืองเป่าจูโดยพลการเช่นนี้ ยังมิได้แจ้งให้ท่านพ่อท่านแม่ทราบก็ต้องเร่งออกเดินทางตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ดีที่คนในเมืองนี้ยังมิเคยมีผู้ใดได้เห็นใบหน้าเขาอย่างแท้จริง ครั้งก่อนที่จะเดินเรือไปแคว้นผิงกับแคว้นเหลียงระหว่างทางไปขึ้นเรือเขาก็สวมหน้ากากไว้ตลอด ยิ่งตอนที่พวกขุนนางท้องถิ่นมาเข้าเฝ้าทุกคนได้เห็นเพียงหน้ากากอันนี้แทนใบหน้าเขา นี่คือที่มาของฉายาอ๋องอสูร”

            “ท่านอ๋อง พระกระยาหารค่ำเตรียมเรียบร้อยแล้วพ่ะย่ะค่ะ ”

            “เดี๋ยวข้าไป” อ๋องใหญ่เดินเข้าไปสำรวจหน้าต่างด้านหลังห้องหนังสือเพราะบ่าวมักจะลืมปิดอยู่บ่อยๆ ทำให้ฝนสาดเข้ามาจนต้องขยับตู้หนังสือออกให้ไกลจากหน้าต่างบานนี้ เก้าอี้ที่เขาวางไว้เมื่อตอนบ่ายขยับไปจากเดิมพอสมควร หนังสือที่กองอยู่บนโต๊ะก็เลื่อนไปขอบจนหมิ่นเหม่

‘มีคนแอบลอบเข้ามางั้นหรือ  ฝีมือคงไม่เบาสินะ ขนาดข้ายังไม่รู้ตัว’

เขาส่งองครักษ์เงาทั้งสองออกไปลอบสังเกตการณ์ที่ศาลาว่าการทำให้ขาดคนคอยเฝ้าระวังพวกตีนแมว

            ชายหนุ่มมองเห็นเชือกถักลวดลายแปลกตาตกอยู่ที่พื้น เขาจึงก้มลงหยิบขึ้นมาดู ขนาดเส้นหนาพอสมควร เขาลองเอามาทาบกับข้อมือของตน ปมที่ขาดนั้นทำให้รู้ว่าข้อมือของคนใส่มีขนาดเล็ก

            “จิงเทียน เจ๋อเล่ย มีคนลอบบุกรุกห้องอักษรของข้า”

            “แต่บ่ายนี้หม่อมฉันเดินรอบเรือนไปแล้วรอบหนึ่ง มิพบสิ่งผิดปกติ พ่ะย่ะค่ะ ”

            “เช่นนั้นคนผู้นี้คงมีฝีมือมิใช่น้อย มือเท้าเบาและเงียบกริบ ขนาดเขาเข้ามาใกล้ข้าแล้วข้ายังมิรู้ตัว ครั้งหน้าคงปล่อยให้องครักษ์เงาห่างกายข้ามิได้เสียแล้ว” สีหน้าของท่านอ๋องอึมครึมลง

หลังจากคดีกบฏพระปิตุลาแล้ว เขามิเคยคิดว่าตนเองจะมีคนคิดลอบฆ่าอีก

‘ข้าคงต้องหาเจ้าของเชือกถักเส้นนี้ให้เจอ มันผู้นี้คงจะคอยติดตามข้าอยู่เป็นแน่ หากเป็นคนของสำนักมืออสูรก็คงจะลงมือไปแล้ว แต่มาเพียงดูลาดเลาแค่นี้ จะเป็นฝีมือคนสำนักใดกัน’

            “ฮัด ฮัดเช้ย!” เหลียงเจินซินจามออกมาเต็มแรงจนแสบจมูกและคอ “ผู้ใดแอบนินทาข้ากันนะ ”

            “คุณชายน้อย ไม่ว่าผู้ใดก็ล้วนแต่รู้จักท่านกันทั้งนั้น แล้วจะเดาว่าเป็นใครดี ” กัวเหมยฮวาสาวใช้ส่วนตัวยื่นผ้าเช็ดหน้ามาให้คุณหนู

นางมักจะเรียกคุณหนูของนางว่าคุณชายน้อยเช่นเดียวกับชาวเมืองเป่าจู คราแรกที่เรียกขานคุณหนูเช่นนั้นนางเคยโดนนายท่านลงโทษสั่งโบยไปสามครั้ง ครั้นนายท่านพบว่าคนทั้งเมืองก็เรียกคุณหนูเช่นเดียวกับนาง ครั้งต่อมาที่นางเรียกอีกจึงมิได้ถูกลงโทษ

            “วันนี้ท่านไปที่ใดมาหรือเจ้าคะ  เสื้อผ้าจึงเปื้อนฝุ่นเยอะแยะเช่นนี้” สาวใช้เก็บเสื้อผ้าที่นางถอดไว้บนพื้นขึ้นมาสำรวจ

ชุดของนายน้อยของนางล้วนเป็นชุดคล้ายบุรุษทั้งสิ้นยกเว้นเพียงเอี๊ยมและกางเกงขาสั้นตัวในที่ดูเป็นอิสสตรี ช่วงเข่ากลับเปื้อนฝุ่นเป็นคราบคล้ายนายน้อยไปคลานเล่นในห้องที่ทำความสะอาดไม่ดีนัก

            เหลียงเจินซินที่นั่งแช่อยู่ในอ่างอาบอุ่นหัวเราะคิกคัก “ข้าไปคฤหาสน์อสูรมาน่ะสิ มันตัวใหญ่ใบหน้าดุร้าย ซ้ำยังมีไอสังหารอยู่รอบตัว”

            “คุณชายน้อยพูดจริงหรือเจ้าคะ ”

            “เจ้าเคยเห็นข้าโกหกด้วยหรือ” นางทำทีเคร่งขรึมเพื่อข่มขวัญสาวใช้

            “บ่อยไปเจ้าคะ โดยเฉพาะกับท่านเจ้าเมือง” เหมยฮวากลับรู้ทัน

            “ปัดโธ่! เหมยฮวา เรื่องนี้ข้าพูดจริง ข้าเห็นแค่นั้นก็กลัวจนลนลานต้องรีบถอยหนีออกมาแทบไม่ทัน”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สายลับจับอ๋องใหญ่   บทที่ 169 เปิดหน้าท่านอ๋อง(ตอนจบ)

    พิธีอภิเษกสมรสขององค์รัชทายาทแห่งแคว้นจินจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ยิ่งกว่าครั้งที่องค์หญิงจินเฟิ่งเข้าพิธีกับจวิ้นอ๋องแห่งแคว้นหมิง ขบวนแห่ไปรับเจ้าสาวที่ยาวเหยียดจนสุดถนน คนทั้งเมืองที่มายืนชะเง้อชะแง้รอดู เสียงดนตรีที่ดังไปทั้งเมืองล้วนแล้วแต่สร้างความครึกครื้นคึกคัก ร้านรวงต่างพร้อมใจกันประดับโคมไฟสีแดงและ ผ้าแดงเพื่อร่วมแสดงความยินดีกับท่านอ๋องใหญ่ องค์ชายจินเสวี่ยหลงทรงถอดหน้ากากต่อหน้าราษฎรเป็นครั้งแรก รูปร่างสูงใหญ่งามสง่าใบหน้าคมคายในชุดเจ้าบ่าวสีแดงสดบนหลังม้าศึกตัวใหญ่ ทุกคนต่าง ชี้ชวนกันชื่นชม “ไหนว่าท่านอ๋องใหญ่อัปลักษณ์อย่างไรเล่า ดูซิ...รูปลักษณ์อย่างนี้ราวกับเทพเซียนจากบนสวรรค์ก็ว่าได้” “ใช่ๆ ไม่เคยคิดเลยว่าที่ทรงสวมหน้ากากปิดบังเอาไว้กลับกลายเป็นใบหน้าหล่อเหลาเยี่ยงนี้” “นับเป็นวาสนาที่ได้เห็นท่านอ๋องทรงถอดหน้ากาก” เสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสองข้างทางดังขรม องครักษ์ซ่งกับองครักษ์หร่วนยิ้มอย่างปลาบปลื้มในตัวองค์ชายจินเสวี่ยหลงที่ตนเองติดตามมานานปี ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง ท่านอ๋องทรงยอมถอดหน้ากากมาสู้หน้าผู้คนเสียที!

  • สายลับจับอ๋องใหญ่   บทที่ 168 นอนกับเสด็จป้า

    “เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ” ร่างใหญ่ก้มลงกระซิบข้างหู เหลียงเจินซินเงยหน้าขึ้นมองอย่างเหนื่อยอ่อน “หม่อมฉันแค่เหนื่อยมากเพคะ ตอนนี้ง่วงมากอยากจะหลับนานๆ” ท่านอ๋องถึงกับสะดุ้ง ใบหน้าของนางซีดเผือดแขนขาอ่อนเปลี้ยอยู่ในอ้อมกอดของพระองค์ “ซินเอ๋อร์ เจ้าอย่าหลับนะ มองหน้าข้าไว้!” น้ำเสียงตื่นตระหนกของ ท่านอ๋องทำให้เหลียงเจินซินไม่กล้าหลับตาลงอีก นางเกรงว่าเขาจะกังวล เหลียงเจินซินยกมือขึ้นลูบใบหน้าของท่านอ๋องเบาๆ เสียงของนางเริ่มกระท่อนกระแท่นเพราะความเหนื่อยอ่อน “ท่านอ๋อง หม่อมฉันแค่ง่วงจริงๆ นะเพคะ” “ไม่ได้ๆ เจ้าอย่าหลับตาเด็ดขาด” ท่านอ๋องจุมพิตที่นางผาก สันจมูก และแก้มซ้ายขวาของนางเพื่อหวังให้หญิงคนรักยังมีสติ...หากว่านางหลับตาลงแล้ว พระองค์เกรงว่านางจะไม่ลืมตาขึ้นอีก “หากเจ้าไม่ตื่นขึ้นมาอีกเล่า ข้าจะอยู่อย่างไร ” น้ำเสียงสั่นเครือและดวงตาแดงก่ำที่น้ำตาจวนจะหยาดหยดนั้นทำเอาเหลียงเจินซินต้องพยายามอย่างสุดกำลังที่จะไม่หลับตาลง “ท่านอ๋องเพคะ หม่อมฉันแค่เหนื่อยและง่วงจริงๆ นะเพคะ” “ไม่ได้ๆ เจ้าต้องมองหน้าข้าเอาไว

  • สายลับจับอ๋องใหญ่   บทที่ 167 ซินเอ๋อร์หมดแรง

    เหลียงเจินซินกระโจนไปขวางหน้ากลุ่มของลู่เย่เอาไว้ ตรอกแห่งนั้นกว้างพอที่บุรุษจะยืนเรียงหน้าได้สักแปดคน นางสวมชุดคุณชายสีดำ สะพายกระเป๋าพาดทแยงตามไหล่ข้างหนึ่ง ใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นดูแล้วไม่เหมือนกับจอมยุทธ์ผู้อาจหาญ ยังไม่มีผู้ใดตามมาทัน หากนางไม่ขวางไว้ล่ะก็ เจ้าคนแซ่ลู่กำลังจะไปถึงรถม้าที่จอดอยู่เบื้องหน้าไม่ไกลนัก เหลียงเจินซินตัดสินใจกระโดดลงไปขวางคนกลุ่มนั้น ลู่เย่ขมวดคิ้วเขาไม่เคยเห็นคุณชายน้อยผู้นี้มาก่อน นี่เป็นการประจันหน้ากันครั้งแรก “เจ้าเป็นผู้ใด บังอาจมาขวางทางข้า” “ข้าเป็นคนของทางการ ได้รับมอบหมายให้มาจับกุมเจ้า” “ฮ่าๆ คุณชายน้อยไปเล่นที่อื่น ยามนี้ต่อให้พญายมก็มิอาจขวางทางข้าได้ ถอยไป!” “ในเมื่อเจ้ารู้ว่าข้าเป็นคุณชายน้อยเช่นนั้นก็ดี...จำได้ด้วยว่าข้าแซ่เหลียง” เหลียงเจินซินกล่าวจบก็กดจุดบนใบหน้าอย่างรวดเร็ว นางกางแขนสองข้างออกกว้าง พลันควันดำก็พวยพุ่งออกจากแขนเสื้อของนาง คนทั้งหมดเห็นเหตุการณ์ตรงหน้าก็พลันชะงัก เป็นเจิ้งตั้นอี้ที่นึกขึ้นได้ “ปีศาจแมวดำ! มันคือปีศาจแมวดำ!” เหลียงเจินซินใบหน้าถมึง

  • สายลับจับอ๋องใหญ่   บทที่ 166 เร่งกลับเมืองหลวง

    ท่านอ๋องใหญ่ยิ่งตรวจตรายิ่งรู้สึกถึงความผิดปกติ นักฆ่าที่อยู่ในเรือนนี้มีจำนวนไม่มากอย่างทีทรงคาดไว้ ซ้ำยังไม่เห็นลู่เย่ที่เป็นเจ้าของเรือนตัวจริง ช่างน่าแปลกนัก! “ท่านน้าหรือว่าพวกเราจะถูกหลอกเสียแล้ว” แม่ทัพจินหลี่หมิงหันมามองหน้าหลานชาย “ข้าก็คิดเช่นเจ้า! บางทีลู่เย่อาจจะยอมทิ้งเรือนนี้แล้วหนีไปที่อื่นโดยทิ้งเหยื่อเล็กน้อยไว้ล่อพวกเรา” “เช่นนี้แล้ว...ลูเย่คิดจะหนีไปที่ใด ” “หรือว่าจะเป็น....” สองน้าหลานจึงสั่งการสั่งการให้คนทั้งหมดเตรียมตัวกลับเข้าอำเภอหลี่ เมื่อเดินทางออกมาถึงชายป่าสนพันหมู่ ไป๋ฉิงเหวินที่รออยู่ก็รีบรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นในทันที “สือกุ้ยอินน่ะหรือ ที่ตามคนพวกนั้นไป” “พ่ะย่ะค่ะ ตอนนี้นางอยู่เมืองหลวงแล้ว ที่สำคัญวันพรุ่งนี้ก็เป็นวันประหาร ใต้เท้าลู่ ตุลาการเหลียงเกรงว่าลู่เย่จะบุกชิงตัวประกันจึงได้สั่งให้กราบทูลท่านอ๋องให้รีบเสด็จกลับเมืองหลวงพ่ะย่ะค่ะ” แม่ทัพจินหลี่หมิงรีบตบบ่าหลานชาย “พวกเราต้องเร่งเดินทางกันแล้ว ไม่เช่นนั้นอาจไม่ทัน” “ขอรับ!” ทหารกลุ่มใหญ่จึงเ

  • สายลับจับอ๋องใหญ่   บทที่ 165 ประหารใต้เท้าลู่

    ตุลาการเหลียงที่นั่งฟังอยู่เริ่มปริวิตก ท่านพ่อกับท่านแม่ของพวกเขาเดินทางจากเมืองเป่าจูมายังเมืองหลวงเพื่อรอพิธีอภิเษกสมรสของน้องสาวกับท่านอ๋องใหญ่ ยามนี้กลับมีนักฆ่าปะปนอยู่กับชาวบ้าน เห็นทีเขาต้องเตือนให้ท่านทั้งสองระวังตัวและเพิ่มคนคุ้มภัยอีกด้วย “ข้าจะไปว่าจ้างคนของสำนักคุ้มภัยมาดูแลท่านพ่อกับท่านแม่เพิ่มก่อน และเลยขอเข้าเฝ้าฮ่องเต้ พวกเจ้าสองคนจัดการหาข่าวด้วย ระวังอย่าให้เอิกเกริกคนจนแตกตื่นก็แล้วกัน ” “ไม่ต้องห่วง ข้าจะเร่งมือสืบโดยเร็วที่สุด” เมื่อพี่ชายของนางออกจากคฤหาสน์ เหลียงเจินซินก็หาชุดบุรุษให้สือกุ้ยอิน นางหยิบเอาชุดที่ดูเหมือนชาวบ้านทั่วไปเช่นนี้จึงจะเหมาะกับการเป็นสายสืบ “เจ้าเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ สวมชุดนั้นเจ้าดูสะดุดตาคนมากเกินไป” สือกุ้ยอิน ก้มลงมองชุดสตรีแสนงดงามของตนเองก็พยักหน้าหงึกหงัก “เราคงต้องติดต่อผู้คนมากหน้าหลายตา ลบเครื่องสำอางบนหน้าเจ้าออกไปด้วย แต่งเหมือนบุรุษสักหน่อยอย่าให้คนอื่นผิดสังเกต” ลู่เย่ซ่อนอยู่ในจวนสกุลลู่เพียงคืนเดียวก็หลบออกไปพักที่อื่น คนของสือกุ้ยอินที่เฝ้าอยู่ไม่เห็นพวกเขาออกไปทางใด

  • สายลับจับอ๋องใหญ่   บทที่ 164 ปีศาจแมวดำ

    “เทพแมว หากทำได้เช่นนั้นมิใช่ปีศาจแมวดำแล้วหรือ ” ลู่เย่ฟังเรื่องพิสดารนี้จากคนของตนมาหลายปาก หากจะคิดว่าพวกเขาโกหกแล้วร่องรอยแมวข่วนเต็มใบหน้าของคนเฝ้าเวรยามทั้งหลายจะมาจากที่ใด พวกเขาล้วนยืนยันว่าต้องเผชิญหน้ากับแมวดำดุร้ายหลายร้อยตัว“เกิดมาข้าก็เพิ่งจะเคยเห็นเป็นครั้งแรกขอรับ...ปีศาจที่เรียกแมวดำออกมาได้เช่นนี้ไม่เคยได้ยินผู้ใดกล่าวถึงมาก่อน ข้างกายองค์ชายน้อยช่างมีคนที่น่ากลัวยิ่งนัก”“หรือว่าพวกเขาคือองครักษ์เงาแห่งแคว้นหมิงที่เล่าลือกัน ” เจิ้งตั้นอี้นึกถึงเรื่องที่ได้ยินมาว่าจวิ้นอ๋องบิดาขององค์ชายฝาแฝดมีองครักษ์เงาติดตามดูแลอยู่จำนวนหนึ่ง มิเคยมีคนรู้ว่าหน้าตาพวกเขาเป็นเช่นใดและอยู่อย่างไร รู้เพียงว่าไม่อาจมีคนเข้าใกล้จวิ้นอ๋องจากแคว้นหมิงผู้นั้นได้ ภายหลังจากอภิเษกสมรสกับองค์หญิงจินเฟิ่ง จวิ้นอ๋องได้มอบองครักษ์เงาให้กับท่านอ๋องใหญ่เพื่อแสดงความจงรักภักดี และน่าจะแบ่งคนพวกนั้นไว้คอยดูแลองค์ชายน้อยด้วย “จริงสิคุณชาย บิดาขององค์ชายน้อยคือจวิ้นอ๋องผู้มีองครักษ์เงาคอยดูแล เป็นไปได้ว่าย่อมจะแบ่งมาดูแลบุตรชายทั้งสองด้วย” “ร้ายกาจยิ่งนัก ข้าคิดเพียงว่าพ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status