Accueil / รักโบราณ / สายลับจับอ๋องใหญ่ / บทที่ 5 ตรวจตราเรือใหญ่

Partager

บทที่ 5 ตรวจตราเรือใหญ่

last update Date de publication: 2026-01-26 17:32:20

            ร่างสูงใหญ่ที่ดูโดดเด่นกว่าทุกคนเดินนำหน้าเข้ามาในอู่ต่อเรือตามด้วยขบวนชายฉกรรจ์ที่แต่งกายดูน่าเกรงขามถือกระบี่ติดมือมาทุกคน นายช่างและช่างที่ทำงานง่วงกันอยู่ล้วนหันไปมองขบวนคนเหล่านั้นแล้วทำหน้าเลิ่กลั่ก

ไต้กงเรือที่ยืนอยู่หน้าสุดรีบเดินเข้ามาต้อนรับ “ข้าน้อยคารวะคุณชายใหญ่”

            ไต้กงไฉช่างล่างเห็นหน้ากากที่คุณชายใหญ่ใส่มาก็จำได้ รวมทั้งองครักษ์ที่ติดตามคุณชายใหญ่ล้วนเป็นคนคุ้นหน้า เขาเป็นคนเดียวในอู่ต่อเรือแห่งนี้ที่รู้ฐานะที่แท้จริงคุณชายใหญ่ ซึ่งต้องระมัดระวังความปลอดภัยเป็นพิเศษ คราวก่อนที่เขาติดตามคุณชายใหญ่ล่องเรือไปแคว้นเหลียนกับแคว้นผิงก็ได้รู้ว่านอกจากคุณชายใหญ่จะเป็นผู้มีวิทยายุทธ์สูงส่งแล้ว ยังเป็นคนดุมากจนไม่กล้ามีผู้เข้าใกล้โดยง่าย

            หน้ากากที่สวมใส่ในคราวล่องเรือเป็นหน้ากากรูปอสูรเห็นแล้วดูดุร้ายยิ่งนัก ทว่าคราวนี้เป็นหน้ากากที่ดูไม่ดูโหดเหมือนครั้งก่อนทำให้เขารู้สึกสบายใจขึ้น

‘น่าแปลกที่คุณชายใหญ่ไม่เคยถอดหน้ากากให้ผู้ใดเห็นเลย หรือว่าจะมีใบหน้าอัปลักษณ์เสียจนไม่ต้องการให้ผู้ใดได้เห็น’

            “ซ่อมแซมเรือที่ครั้งก่อนถูกลอบยิงเสร็จหรือยัง”

            “ยังขอรับ! เสียหายหนักนัก คงต้องใช้ระยะอีกสักพัก”

            “อืม....โจรสลัดพวกนั้นร้ายกาจเสียจริง หากแคว้นเหลียนยังไม่คิดจะจัดการปัญหานี้อย่างจริงจังล่ะก็เห็นทีเราอาจจะต้องจัดเตรียมอาวุธให้เรียบร้อยก่อนออกเดินเรือคราวหน้า

            “คุณชายใหญ่ได้ส่งจดหมายไปแคว้นเหลียนหรือยังขอรับ ” ไต้กงหมายถึงพระราชสาส์นที่ทรงต้องการส่งไปขอความช่วยเหลือจากแคว้นเหลียนให้กำจัดโจรสลัดในน่านน้ำบริเวณใกล้ทางเข้าเมืองเป่าจู

            “ข้าให้ท่านพ่อส่งไปแล้ว หวังว่าจะได้รับคำตอบโดยเร็ววัน”

            ไต้กงเรียกให้ฉงจินเค่อนายช่างใหญ่ประจำอู่มารายงานความคืบหน้าในการซ่อมแซมเรือที่ถูกปืนใหญ่ยิงในคราวนั้น ท่านอ๋องใหญ่ภายใต้หน้ากากยังรู้สึกเจ็บแค้นที่โจรสลัดพวกนั้นคล้ายจะรู้ว่าพระองค์ประทับอยู่เรือลำใด ภายหลังจึงมารู้ว่าเกิดเหตุกบฏโดยพระปิตุลา เคราะห์ดีที่เหตุการณ์นั้นสงบลงได้เพราะน้องเขยของเขา

จวิ้นอ๋องจากแคว้นหมิงมีส่วนช่วยให้ยืมกองทัพเข้ามาช่วยระงับเหตุ แม้การยืมกองทัพของแคว้นอื่นจะเป็นเรื่องไม่ควรเพราะอาจเป็นชนวนในการชักศึกเข้าบ้าน จึงต้องไตร่ตรองให้รอบคอบ

            “คุณชายใหญ่ขอรับ เชิญทางนี้ ข้าน้อยอยากให้ท่านได้ชมปืนใหญ่ที่เพิ่งติดตั้งใหม่อานุภาพดีกว่ารุ่นเดิมที่เราใช้มากนัก เพิ่งส่งมาจากแคว้นเหลียนเมื่อเดือนก่อน”

            คุณชายใหญ่พยักหน้าแล้วเดินตามฉงจินเค่อไป องครักษ์ซ่งและองครักษ์หร่วนคอยสอดส่องซ้ายขวาเพราะเหล่าคนงานในอู่ต่อเรือแห่งนี้มีหลายคนที่พวกเขาไม่คุ้นหน้าจำนวนมาก

ฉงจินเค่อชี้ให้คุณชายใหญ่ชมปืนใหญ่บางส่วนที่ติดตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว

            “อืม...ดี! หากเสร็จสมบูรณ์เราคงจะต้องล่องเรือออกไปลองทดสอบประสิทธิภาพกันสักหน่อย” คุณชายใหญ่พยักหน้าให้รู้ว่าพึงพอใจ

            “ขอรับ ข้าน้อยจะเตรียมคนไว้ให้พร้อม”

            “อีกไม่นานที่นี่จะมีค่ายทหารเกิดขึ้นใหม่ เพราะแคว้นเรามีเรือรบแล้วจะขาดทหารที่จะมารบทางทะเลไปไม่ได้”

            นายช่างจงได้ยินเช่นนั้นก็ยินดีเป็นอย่างยิ่ง หากมีกองทัพเรือขึ้นในแคว้นจินจริงเขาก็ย่อมกลายเป็นนายช่างต่อเรืออันดับหนึ่ง คราวนี้ชื่อเสียงของเขาจะต้องเลื่องลือไปทั่วคาบสมุทร ไต้กงไฉที่เดินตามมาสมทบได้ยินดังนั้นก็หูผึ่ง

            “คุณชายใหญ่ขอรับ แสดงว่าที่ท่านมาครั้งนี้ก็เพื่อเตรียมการเรื่องค่ายทหารหรือขอรับ”

            “ใช่! ข้าได้รับมอบหมายให้มาดูที่ดินจัดสร้างค่ายทหารเรือ พวกเจ้ามีที่ดินบริเวณใดจะแนะนำบ้างหรือไม่ ”

            “ข้าน้อยว่าคุณชายใหญ่จะไปสอบถามท่านเจ้าเมืองดูนะขอรับ เพราะท่านผู้นี้กว้างขวางและรู้จักพื้นที่ดีกว่าทุกคน” ไต้กงไฉเห็นว่าเจ้าเมืองเหลียงเป็นผู้ใจซื่อมือสะอาด รู้จักผู้คนกว้างขวางหลายระดับ เหมาะที่จะให้คำปรึกษาที่สำคัญระดับแคว้น

            “อืม...เห็นทีข้าจะต้องเชิญเจ้าเมืองเป่าจูไปคุยกับข้าเสียหน่อย” จินเสวี่ยหลงไม่อยากจะไปปรากฏตัวที่จวนของเจ้าเมืองเพราะเกรงจะมีผู้พบเห็นตนมากไป เขาคงต้องทำเหมือนคราวก่อนคือให้คนไปเชิญเจ้าเมืองเหลียงผู้นั้นไปพบที่คฤหาสน์เงียบๆ เพื่อป้องกันมิให้ตัวตนของเขาถูกเปิดเผย

            ท่านอ๋องใหญ่ให้องครักษ์ซ่งนำตราส่วนพระองค์ไปยืนยันกับเจ้าเมืองเป่าจู ครั้นเหลียงฮุ่ยฟู่เห็นตราประจำตัวองค์ชายใหญ่ก็รีบตามองค์รักษ์ซ่งออกไปพร้อมผู้ติดตามอีกสองคนโดยมิได้บอกกล่าวสิ่งใดแก่ฮูหยินของตน

            “ซินเอ๋อร์เจ้ามาก็ดีแล้ว ท่านพ่อของเจ้าหายออกจากจวนไปไม่ได้บอกแม่เลยว่าจะไปที่ใด  ถามพวกองครักษ์ที่จวนก็ไม่มีผู้ใดรู้เห็น บอกเพียงว่ามีคนผู้หนึ่งมาถามแล้วก็ออกไปด้วยกัน เจ้ากับเสี่ยวเหวินช่วยไปตามหาให้แม่หน่อยเถิด”

            เหลียงเจินซินได้ยินดังนั้นก็ดีใจยิ่ง น้อยครั้งที่แม่ของนางจะบอกให้นางออกไปนอกจวนด้วยตนเอง “เช่นนั้นบ่ายนี้ข้าไม่ต้องเรียนท่องโคลงกลอนแล้วใช่หรือไม่”

            “เอาเถอะๆ แม่จะบอกอาจารย์เจ้าให้กลับไปก่อน”

ไป๋ฮูหยินโบกไม้โบกมือไล่ลูกสาวให้ออกไปตามหาสามี นางกังวลใจนักเมื่อได้ยินว่าคนที่มาเชิญสามีออกไปเป็นชายร่างใหญ่รูปร่างน่ากลัวแถมยังถือกระบี่มาอีกด้วย

            “ขอบคุณท่านแม่ ข้าจะไปตามเสี่ยวเหวินเดี๋ยวนี้เลย”

            ไป๋ฮูหยินมองตามบุตรสาวที่แต่งกายเป็นชายวิ่งออกไปนอกจวนอย่างกลุ้มใจนิดๆ ปีนี้เหลียงเจินซินอายุสิบหกปีแล้ว นางเลยวัยปักปิ่นมาเล็กน้อยแต่เพราะความกระโดกกระเดกจนกระเดียดจะกลายเป็นบุรุษทำให้คนทั้งเมืองเรียกบุตรสาวของนางว่า ‘นายน้อยเหลียง’ หรือไม่ก็ ‘คุณชายน้อยเหลียง’ ซินเอ๋อร์ของนางเพราะเรียนวิชาแมวเก้าชีวิตจึงชอบแต่งกายอย่างบุรุษตั้งแต่อายุยังน้อย

ช่วงหนึ่งที่สามีของนางโมโหเพราะอยากให้บุตรสาวแต่งกายอย่างสตรี ไป๋ฮูหยินจึงไปวัดแล้วเอาแผ่นกระดาษกลับมาหนึ่งแผ่นอ้างว่าเจอกับหมอดูตาบอดที่ดูแม่นยำมาจากเมืองหลวง ทำนายทายทักว่าบุตรสาวของตนจำต้องแต่งกายอย่างบุรุษ

“ท่านพี่ หมอดูบอกกับข้าว่าดวงของซินเอ๋อร์นั้นในช่วงเยาว์วัย หากนางแต่งกายเป็นบุรุษจะวาสนาดีในเรื่องคู่ครองและแคล้วคลาดจากอันตรายทุกสิ่ง ท่านดูสิ! นี่คือสิ่งที่หมอดูท่านนั้นเขียนไว้ให้ข้าก่อนจากไป”

เมื่อเจ้าเมืองเหลียงได้อ่านกระดาษแผ่นนั้นที่เต็มไปด้วยลวดลายยันต์และคำทำนายจึงเลิกบ่นเรื่องที่บุตรสาวแต่งกายเป็นบุรุษ แต่ก็ยังต้องปวดหัวกับเรื่องทะโมนของนาง ดีที่ซินเอ๋อร์เป็นหัวไวเรียนรู้ได้เร็วไม่ว่าจะบังคับให้นางเรียนสิ่งใด แม้ว่านางจะไม่ชอบแต่เรียนรู้ไปสักพักกลับทำได้ดียิ่ง

‘ซินเอ๋อร์เอ๋ย! แม่ก็หวังว่าสักวันเจ้าจะพบบุรุษที่ทำใจรับได้ที่เจ้าเป็นเช่นนี้ บุตรสาวที่แปลกประหลาดของข้า บุรุษเช่นใดหนอจะพึงใจเจ้า ’

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • สายลับจับอ๋องใหญ่   บทที่ 169 เปิดหน้าท่านอ๋อง(ตอนจบ)

    พิธีอภิเษกสมรสขององค์รัชทายาทแห่งแคว้นจินจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ยิ่งกว่าครั้งที่องค์หญิงจินเฟิ่งเข้าพิธีกับจวิ้นอ๋องแห่งแคว้นหมิง ขบวนแห่ไปรับเจ้าสาวที่ยาวเหยียดจนสุดถนน คนทั้งเมืองที่มายืนชะเง้อชะแง้รอดู เสียงดนตรีที่ดังไปทั้งเมืองล้วนแล้วแต่สร้างความครึกครื้นคึกคัก ร้านรวงต่างพร้อมใจกันประดับโคมไฟสีแดงและ ผ้าแดงเพื่อร่วมแสดงความยินดีกับท่านอ๋องใหญ่ องค์ชายจินเสวี่ยหลงทรงถอดหน้ากากต่อหน้าราษฎรเป็นครั้งแรก รูปร่างสูงใหญ่งามสง่าใบหน้าคมคายในชุดเจ้าบ่าวสีแดงสดบนหลังม้าศึกตัวใหญ่ ทุกคนต่าง ชี้ชวนกันชื่นชม “ไหนว่าท่านอ๋องใหญ่อัปลักษณ์อย่างไรเล่า ดูซิ...รูปลักษณ์อย่างนี้ราวกับเทพเซียนจากบนสวรรค์ก็ว่าได้” “ใช่ๆ ไม่เคยคิดเลยว่าที่ทรงสวมหน้ากากปิดบังเอาไว้กลับกลายเป็นใบหน้าหล่อเหลาเยี่ยงนี้” “นับเป็นวาสนาที่ได้เห็นท่านอ๋องทรงถอดหน้ากาก” เสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสองข้างทางดังขรม องครักษ์ซ่งกับองครักษ์หร่วนยิ้มอย่างปลาบปลื้มในตัวองค์ชายจินเสวี่ยหลงที่ตนเองติดตามมานานปี ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง ท่านอ๋องทรงยอมถอดหน้ากากมาสู้หน้าผู้คนเสียที!

  • สายลับจับอ๋องใหญ่   บทที่ 168 นอนกับเสด็จป้า

    “เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ” ร่างใหญ่ก้มลงกระซิบข้างหู เหลียงเจินซินเงยหน้าขึ้นมองอย่างเหนื่อยอ่อน “หม่อมฉันแค่เหนื่อยมากเพคะ ตอนนี้ง่วงมากอยากจะหลับนานๆ” ท่านอ๋องถึงกับสะดุ้ง ใบหน้าของนางซีดเผือดแขนขาอ่อนเปลี้ยอยู่ในอ้อมกอดของพระองค์ “ซินเอ๋อร์ เจ้าอย่าหลับนะ มองหน้าข้าไว้!” น้ำเสียงตื่นตระหนกของ ท่านอ๋องทำให้เหลียงเจินซินไม่กล้าหลับตาลงอีก นางเกรงว่าเขาจะกังวล เหลียงเจินซินยกมือขึ้นลูบใบหน้าของท่านอ๋องเบาๆ เสียงของนางเริ่มกระท่อนกระแท่นเพราะความเหนื่อยอ่อน “ท่านอ๋อง หม่อมฉันแค่ง่วงจริงๆ นะเพคะ” “ไม่ได้ๆ เจ้าอย่าหลับตาเด็ดขาด” ท่านอ๋องจุมพิตที่นางผาก สันจมูก และแก้มซ้ายขวาของนางเพื่อหวังให้หญิงคนรักยังมีสติ...หากว่านางหลับตาลงแล้ว พระองค์เกรงว่านางจะไม่ลืมตาขึ้นอีก “หากเจ้าไม่ตื่นขึ้นมาอีกเล่า ข้าจะอยู่อย่างไร ” น้ำเสียงสั่นเครือและดวงตาแดงก่ำที่น้ำตาจวนจะหยาดหยดนั้นทำเอาเหลียงเจินซินต้องพยายามอย่างสุดกำลังที่จะไม่หลับตาลง “ท่านอ๋องเพคะ หม่อมฉันแค่เหนื่อยและง่วงจริงๆ นะเพคะ” “ไม่ได้ๆ เจ้าต้องมองหน้าข้าเอาไว

  • สายลับจับอ๋องใหญ่   บทที่ 167 ซินเอ๋อร์หมดแรง

    เหลียงเจินซินกระโจนไปขวางหน้ากลุ่มของลู่เย่เอาไว้ ตรอกแห่งนั้นกว้างพอที่บุรุษจะยืนเรียงหน้าได้สักแปดคน นางสวมชุดคุณชายสีดำ สะพายกระเป๋าพาดทแยงตามไหล่ข้างหนึ่ง ใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นดูแล้วไม่เหมือนกับจอมยุทธ์ผู้อาจหาญ ยังไม่มีผู้ใดตามมาทัน หากนางไม่ขวางไว้ล่ะก็ เจ้าคนแซ่ลู่กำลังจะไปถึงรถม้าที่จอดอยู่เบื้องหน้าไม่ไกลนัก เหลียงเจินซินตัดสินใจกระโดดลงไปขวางคนกลุ่มนั้น ลู่เย่ขมวดคิ้วเขาไม่เคยเห็นคุณชายน้อยผู้นี้มาก่อน นี่เป็นการประจันหน้ากันครั้งแรก “เจ้าเป็นผู้ใด บังอาจมาขวางทางข้า” “ข้าเป็นคนของทางการ ได้รับมอบหมายให้มาจับกุมเจ้า” “ฮ่าๆ คุณชายน้อยไปเล่นที่อื่น ยามนี้ต่อให้พญายมก็มิอาจขวางทางข้าได้ ถอยไป!” “ในเมื่อเจ้ารู้ว่าข้าเป็นคุณชายน้อยเช่นนั้นก็ดี...จำได้ด้วยว่าข้าแซ่เหลียง” เหลียงเจินซินกล่าวจบก็กดจุดบนใบหน้าอย่างรวดเร็ว นางกางแขนสองข้างออกกว้าง พลันควันดำก็พวยพุ่งออกจากแขนเสื้อของนาง คนทั้งหมดเห็นเหตุการณ์ตรงหน้าก็พลันชะงัก เป็นเจิ้งตั้นอี้ที่นึกขึ้นได้ “ปีศาจแมวดำ! มันคือปีศาจแมวดำ!” เหลียงเจินซินใบหน้าถมึง

  • สายลับจับอ๋องใหญ่   บทที่ 166 เร่งกลับเมืองหลวง

    ท่านอ๋องใหญ่ยิ่งตรวจตรายิ่งรู้สึกถึงความผิดปกติ นักฆ่าที่อยู่ในเรือนนี้มีจำนวนไม่มากอย่างทีทรงคาดไว้ ซ้ำยังไม่เห็นลู่เย่ที่เป็นเจ้าของเรือนตัวจริง ช่างน่าแปลกนัก! “ท่านน้าหรือว่าพวกเราจะถูกหลอกเสียแล้ว” แม่ทัพจินหลี่หมิงหันมามองหน้าหลานชาย “ข้าก็คิดเช่นเจ้า! บางทีลู่เย่อาจจะยอมทิ้งเรือนนี้แล้วหนีไปที่อื่นโดยทิ้งเหยื่อเล็กน้อยไว้ล่อพวกเรา” “เช่นนี้แล้ว...ลูเย่คิดจะหนีไปที่ใด ” “หรือว่าจะเป็น....” สองน้าหลานจึงสั่งการสั่งการให้คนทั้งหมดเตรียมตัวกลับเข้าอำเภอหลี่ เมื่อเดินทางออกมาถึงชายป่าสนพันหมู่ ไป๋ฉิงเหวินที่รออยู่ก็รีบรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นในทันที “สือกุ้ยอินน่ะหรือ ที่ตามคนพวกนั้นไป” “พ่ะย่ะค่ะ ตอนนี้นางอยู่เมืองหลวงแล้ว ที่สำคัญวันพรุ่งนี้ก็เป็นวันประหาร ใต้เท้าลู่ ตุลาการเหลียงเกรงว่าลู่เย่จะบุกชิงตัวประกันจึงได้สั่งให้กราบทูลท่านอ๋องให้รีบเสด็จกลับเมืองหลวงพ่ะย่ะค่ะ” แม่ทัพจินหลี่หมิงรีบตบบ่าหลานชาย “พวกเราต้องเร่งเดินทางกันแล้ว ไม่เช่นนั้นอาจไม่ทัน” “ขอรับ!” ทหารกลุ่มใหญ่จึงเ

  • สายลับจับอ๋องใหญ่   บทที่ 165 ประหารใต้เท้าลู่

    ตุลาการเหลียงที่นั่งฟังอยู่เริ่มปริวิตก ท่านพ่อกับท่านแม่ของพวกเขาเดินทางจากเมืองเป่าจูมายังเมืองหลวงเพื่อรอพิธีอภิเษกสมรสของน้องสาวกับท่านอ๋องใหญ่ ยามนี้กลับมีนักฆ่าปะปนอยู่กับชาวบ้าน เห็นทีเขาต้องเตือนให้ท่านทั้งสองระวังตัวและเพิ่มคนคุ้มภัยอีกด้วย “ข้าจะไปว่าจ้างคนของสำนักคุ้มภัยมาดูแลท่านพ่อกับท่านแม่เพิ่มก่อน และเลยขอเข้าเฝ้าฮ่องเต้ พวกเจ้าสองคนจัดการหาข่าวด้วย ระวังอย่าให้เอิกเกริกคนจนแตกตื่นก็แล้วกัน ” “ไม่ต้องห่วง ข้าจะเร่งมือสืบโดยเร็วที่สุด” เมื่อพี่ชายของนางออกจากคฤหาสน์ เหลียงเจินซินก็หาชุดบุรุษให้สือกุ้ยอิน นางหยิบเอาชุดที่ดูเหมือนชาวบ้านทั่วไปเช่นนี้จึงจะเหมาะกับการเป็นสายสืบ “เจ้าเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ สวมชุดนั้นเจ้าดูสะดุดตาคนมากเกินไป” สือกุ้ยอิน ก้มลงมองชุดสตรีแสนงดงามของตนเองก็พยักหน้าหงึกหงัก “เราคงต้องติดต่อผู้คนมากหน้าหลายตา ลบเครื่องสำอางบนหน้าเจ้าออกไปด้วย แต่งเหมือนบุรุษสักหน่อยอย่าให้คนอื่นผิดสังเกต” ลู่เย่ซ่อนอยู่ในจวนสกุลลู่เพียงคืนเดียวก็หลบออกไปพักที่อื่น คนของสือกุ้ยอินที่เฝ้าอยู่ไม่เห็นพวกเขาออกไปทางใด

  • สายลับจับอ๋องใหญ่   บทที่ 164 ปีศาจแมวดำ

    “เทพแมว หากทำได้เช่นนั้นมิใช่ปีศาจแมวดำแล้วหรือ ” ลู่เย่ฟังเรื่องพิสดารนี้จากคนของตนมาหลายปาก หากจะคิดว่าพวกเขาโกหกแล้วร่องรอยแมวข่วนเต็มใบหน้าของคนเฝ้าเวรยามทั้งหลายจะมาจากที่ใด พวกเขาล้วนยืนยันว่าต้องเผชิญหน้ากับแมวดำดุร้ายหลายร้อยตัว“เกิดมาข้าก็เพิ่งจะเคยเห็นเป็นครั้งแรกขอรับ...ปีศาจที่เรียกแมวดำออกมาได้เช่นนี้ไม่เคยได้ยินผู้ใดกล่าวถึงมาก่อน ข้างกายองค์ชายน้อยช่างมีคนที่น่ากลัวยิ่งนัก”“หรือว่าพวกเขาคือองครักษ์เงาแห่งแคว้นหมิงที่เล่าลือกัน ” เจิ้งตั้นอี้นึกถึงเรื่องที่ได้ยินมาว่าจวิ้นอ๋องบิดาขององค์ชายฝาแฝดมีองครักษ์เงาติดตามดูแลอยู่จำนวนหนึ่ง มิเคยมีคนรู้ว่าหน้าตาพวกเขาเป็นเช่นใดและอยู่อย่างไร รู้เพียงว่าไม่อาจมีคนเข้าใกล้จวิ้นอ๋องจากแคว้นหมิงผู้นั้นได้ ภายหลังจากอภิเษกสมรสกับองค์หญิงจินเฟิ่ง จวิ้นอ๋องได้มอบองครักษ์เงาให้กับท่านอ๋องใหญ่เพื่อแสดงความจงรักภักดี และน่าจะแบ่งคนพวกนั้นไว้คอยดูแลองค์ชายน้อยด้วย “จริงสิคุณชาย บิดาขององค์ชายน้อยคือจวิ้นอ๋องผู้มีองครักษ์เงาคอยดูแล เป็นไปได้ว่าย่อมจะแบ่งมาดูแลบุตรชายทั้งสองด้วย” “ร้ายกาจยิ่งนัก ข้าคิดเพียงว่าพ

  • สายลับจับอ๋องใหญ่   บทที่ 6 คฤหาสน์ของอสูร

    เหลียงเจินซินเดินสอบถามผู้คนไปตามถนนว่าพบเห็นบิดาของนางบ้างหรือไม่ จนได้เบาะแสว่าท่านเจ้าเมืองเป่าจูนั่งรถม้าออกไปชานเมือง“เสี่ยวเหวินเจ้าว่าท่านพ่อข้าจะไปพบผู้ใด ดูช่างลึกลับเสียเหลือเกิน เคยมีคนติดตามห้าหกคนก็เอาไปเพียงสองคน เจ้าว่าเรื่องนี้มีลับลมคมในหรือไม่” ไป๋ฉิงเหว

  • สายลับจับอ๋องใหญ่   บทที่ 4 บุรุษผู้สวมหน้ากาก

    ช่วงขาที่ดูยาวกว่าคนทั่วไปของเขายื่นออกมาเลยโต๊ะมาก เหลียงเจินซินเห็นแล้วได้แต่นึกทึ่งในใจ‘บุรุษผู้นี้ท่าทางคงสูงมากทีเดียว มือก็ใหญ่กว่ามือคนทั่วไปที่ข้าเคยเห็นด้วย’ เขาลูบมือใหญ่เลื่อนขึ้นลงที่ปลายกระบี่ มุมที่เขานั่งแสงน้อยกว่าที่ส่วนอื่นของห้อง นักสืบซินพยายามจะมองหน้าบุรุษผู้นั้น

  • สายลับจับอ๋องใหญ่   บทที่ 3 เขาเป็นอ๋องอสูร

    นางเดินไปเรื่อยๆขณะขบคิดนิทานที่เพิ่งฟังจบ “ท่านอ๋องใหญ่ผู้นี้โหดร้ายขนาดนั้นเชียวหรือ แค่ไม่พอใจก็ฆ่าคนโดยไม่กระพริบตาเทียว แล้วผู้ใดจะกล้าเข้าใกล้เขากันล่ะ” “เจ้าไม่ได้หรือไร ผู้เฒ่าเซียงคนนั้นก็บอกแล้วนี่ว่า ฉายาเขาคืออ๋องอสูร หนังสือนั่นเจ้าก็ซื้อมา กลับไปค่อยๆ อ่านก็ได

  • สายลับจับอ๋องใหญ่   บทที่ 2 เรื่องขององค์ชายใหญ่

    “เจ้าได้ยินเรื่องโรงน้ำชาที่ใหม่หรือไม่ สาวใช้ที่บ้านข้าตื่นเต้นกันยกใหญ่ เมื่อเช้านางตามพ่อครัวไปตลาดได้ยินเข้าเอามาคุยเป็นคุ้งเป็นแคว” “อ้อ! ข้าไปดูมาแล้ว วันนี้วันเปิดโรงน้ำชาใบไผ่ พวกมือปราบก็ได้รับเชิญกันทุกคนนั่นแหละ ได้ยินว่ามีขนมอร่อยตั้งหลายอย่างเทียว” ไป๋ฉงเหวินรู

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status