Masuk“อา อา อา...” ฟ่านลั่วซีหอบเสียงหายใจ จนหน้าอกอวบอิ่มกระเพื่อมขึ้นลง สองแขนลู่ตกลงข้างตัว เช่นเดียวกับขาเรียวที่แบออกกว้างทิ้งลงบนเตียง ใบหน้าแดงก่ำราวกับกำลังจะระเบิด เหงื่อเย็นไหลอาบไปตามเรียวหน้า ความกระหายในตัวถูกบรรเทาลงหลายส่วน
เจียงซือหยางมองท่าทางหมดแรงของอีกฝ่ายอย่างเอ็นดู ก่อนจะถามขึ้นเสียงเบา “เธอคงไม่คิดว่าคืนนี้จะจบแค่นี้หรอกใช่ไหม?”
กว่าที่ฟ่านลั่วซีจะรวบรวมสติสัมปชัญญะมาคิดไตร่ตรองประโยคนั้นของชายตรงหน้า เจียงซือหยางก็ฉวยโอกาสนั้นถอดถอนแกนกายออกมา มือหนารั้งถุงยางที่ใช้งานแล้วออกมาผูกปากอย่างช่ำชอง ก่อนจะโยนทิ้งไปอีกทาง
ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้น เมื่อเห็นร่างสูงที่ชะโงกไปหยิบถุงยางซองใหม่มาแกะและสวมใส่อย่างรวดเร็ว “หืม?”
เอาอีกแล้วเหรอ? แต่เมื่อกี้ยังไม่หายเจ็บเลยนะ...
ดวงตากลมโตปรือมองเพดานยังมึนงง ลมเย็นจากเครื่องปรับอากาศพัดผ่านผิวเนียนที่ปรากฏรอยจูบแดง ทำให้ฟ่านลั่วซีสั่นสะท้านขึ้นมาอีกหน เช่นเดียวกับฤทธิ์ยาที่เหมือนจะกำเริบขึ้นมาอีกครั้ง
มุมปากของเจียงซือหยางก็ยกสูง เขาทิ้งตัวนั่งลงบนเตียงกลางหว่างขาเรียว สองมือรั้งร่างฟ่านลั่วซีให้ลุกขึ้นจากเตียง สองขาเรียวพาดผ่านไปทางด้านหลัง บังคับให้เธอนั่งคร่อมอยู่บนตักของเขา
ท่อนเนื้อของเขาที่สวมเสื้อเกราะป้องกันเรียบร้อยตั้งผงาดล้ำอยู่ระหว่างพวกเขา แกนกายสาวเบ่งบานแนบชิด
“ครั้งนี้ ฉันจะอ่อนโยน...”
พูดจบ สองร่างเปลือยเปล่าก็กระโจนเข้าหากันอีกครั้ง ริมฝีปากและปลายลิ้นแลกกันนัวเนียอย่างคนเริ่มคุ้นเคย โดยเฉพาะฟ่านลั่วซีที่สำเร็จหลักสูตรมาแล้วครั้งหนึ่ง
ครั้งนี้ เธอรู้ว่าควรจะทำอะไร ใบหน้าหวานแหงนเงยรอรับจุมพิตของอีกฝ่ายเป็นอย่างดี สองมือลูบไล้ไปตามแขนกำยำ ก่อนจะยกขึ้นคล้องคอเขาไว้
ความอ่อนนุ่มทุกสัดส่วนของคนตรงหน้าสอดรับกับร่างของเขาได้อย่างพอดิบพอดี ไม่ว่าจะเป็นอกอิ่มกลมกลึงพอดีมือที่กำลังถูไถไปกับแผงอกของเขา
ยอดถันชูชันเบ่งบานถูไถเสียดสีสู้มือเขานัก เช่นเดียวกับกลีบดอกไม้เบ่งบานที่เขาได้ลิ้มลองเมื่อครู่ ยามนี้กลับมาอ้ากว้างรอรับการกระแทกของเขาอีกหน ติ่งเกสรเล็ก ๆ ของเธอเสียดสีไปมากับแกนกายของเขาที่วางพาดผ่านแกนกายสาว
“อร่อยชะมัด...” เจียงซือหยางอดพึมพำชื่นชมออกมาไม่ได้ ใบหน้าคมคายเลื่อนต่ำลงมาซุกซบที่กลางอกอิ่ม ก่อนจะอ้าปากงับยอดถันข้างหนึ่งเข้าไปในปาก
“อ๊ะ! อื้ออออ” ฟ่านลั่วซีครางเสียงสั่น แอ่นอกอิ่มขึ้นสูงอย่างไม่รู้ตัว ปลายลิ้นร้อนของเจียงซือหยางตวัดไล้เลียเม็ดเล็กกลางอกอย่างเอร็ดอร่อย ก่อนจะส่งมือไปบีบเคล้นแก้มก้นช่วงล่าง พร้อมกับยกร่างของเธอให้ลอยขึ้นเล็กน้อย เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับยกถัดไป
“อ๊า~~” เสียงฟ่านลั่วซีคราง เมื่อช่วงล่างของเธอถูกบุกรุกอีกครั้ง ปลายหัวมนของเจียงซือหยางจดจ่อถูไถกับปากทางลับอีกครั้ง ด้วยเธอเพิ่งถูกล่วงล้ำและเสร็จสมมา ส่วนนั้นจึงยังคงอ่อนไหวเป็นพิเศษ
เจียงซือหยางปล่อยร่างเธอลงช้า ๆ ทำให้ปลายยอดทะลวงผ่านเข้าไปทีละนิด ร่างของฟ่านลั่วซีพลันสะดุ้งเฮือก เนื้อนุ่มภายในโอบรัดและบีบตอบสิ่งแปลกปลอมนั้นในทันที
ปลายนิ้วสอดเข้าไปในเรือนผมสีดำของเจียงซือหยางก่อนจะขยำแน่น พร้อมกับเจียงซือหยางที่กำลังใช้ปลายลิ้นปรนเปรอความสุขช่วงบนของร่างกาย ใช้ปลายมนปรนเปรอความเสียวช่วงล่างไปด้วยกัน
“อ่ะ เสียว... อื้อออ” ฟ่านลั่วซีหลับตาแน่นด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ใจหนึ่งเธอก็แทบจะสำลักความสุขตายแล้ว หากแต่อีกใจกลับเรียกร้องหาสัมผัสที่รุนแรงกว่านี้เพื่อเติมเต็มร่างกายของเธอ เหมือนครั้งเมื่อครู่
เอวบางบิดร่อนไปมาราวกับกำลังควานหาสิ่งอัศจรรย์ที่ช่วยให้เธอเต็มอิ่ม และท่าทางนี้ก็ทำให้เจียงซือหยางรู้ว่าเขาต้องทำอย่างไรต่อ
เจียงซือหยางอ้าปากปล่อยให้ยอดถันที่เขาดูดดุนออก น้ำลายของเขาเลอะไปทั่วอกขาวเนียน เช่นเดียวกับมือสากที่ปล่อยร่างบางให้ทิ้งตัวลงมาครอบครองตอแข็งของเขาที่ล่วงล้ำเข้าไปแล้วบางส่วน
สวบ!
“อื้อ!” เสียงครางหลุดจากปากของฟ่านลั่วซี ใบหน้าหวานแหงนเงยไปทางด้านหลัง ดันให้อกอิ่มกระเพื่อมสั่นไหวยั่วตาตามแรงกระแทกจากช่วงล่างของเขา ในขณะที่สองขาตวัดโอบรัดเอวสอบของเขาแน่น
เสียงครางของเธอดังผสานไปกับเสียงบดเบียดเสียดสีช่วงล่างอย่างหื่นกระหาย แกนกายขยายใหญ่โตผลุบหายเข้าไปจนสุดความยาว แรงตอดรัดเร่งเร้าให้เจียงซือหยางจับมือพาเธอไปแตะขอบฟ้าด้วยกัน
“อา อ่ะ อ๊ะ อ๊า~~” ฟ่านลั่วซีหวีดร้อง เมื่อถูกเจียงซือหยางชักนำไปจนสุดทาง ดวงดาวพรั่งพรายอยู่ในดวงตา ร่างกายของเธอรู้สึกเบาหวิวราวกับล่องลอยอยู่บนก้อนเมฆ
ร่างเล็กทิ้งตัวซบลงที่ซอกคอชื้นเหงื่อของอีกฝ่าย ลมหายใจร้อนรินรดร่างกายกำยำของเขา ปลุกให้เขาตื่นตัวขึ้นมาอีกหน ดวงตากลมโตลืมขึ้นมองร่างสูงตรงหน้าอย่างงงงวย เมื่อรู้สึกถึงความคับแน่นที่เหยียดขยายใหญ่โตในตัวของเธอ
“ดะ เดี๋ยวก่อน...” ฟ่านลั่วซีค่อย ๆ ยันกายออกห่างจากร่างอันตรายของเขา
เจียงซือหยางโถมตัวกดร่างของเธอลงนอนบนเตียง เรือนผมสีดำสยายลงบนหมอนใบใหญ่สีขาว ใบหน้าเล็กแดงก่ำ ดวงตากลมโตปิดปรืออย่างยั่วยวน
“เดี๋ยวอะไร?” เจียงซือหยางถามอย่างหยอกเย้าด้วยรอยยิ้มกริ่ม ก่อนที่จะขยับสะโพกถอดถอนลำกายออกมา
ดวงตากลมโตเบิกกว้าง เมื่อเห็นอาวุธขนาดใหญ่ที่เขาใช้ปรนเปรอความสุขให้ กำลังเต่งตึงภายใต้ถุงยาง เขาดึงถุงยางออกมาผูกอย่างรวดเร็วอีกครั้ง ก่อนจะโน้มตัวไปหยิบซองถุงยางใหม่มาฉีก
“พะ พักก่อนได้ไหม?” ฟ่านลั่วซีถามตะกุกตะกัก ลำคอแห้งผากจากการร้องครางมาสองรอบติด ข้อศอกยันขึ้น หมายขยับตัวหนี แต่เตียงก็กว้างอยู่แค่นี้ แถมยักษ์ตัวใหญ่ก็นั่งปักหลักอยู่กลางหว่างขาของเธออีก
เจียงซือหยางสวมถุงยางเสร็จเรียบร้อย ดวงตาจิ้งจอกวาววับอย่างหื่นกระหาย แม้ว่ามรสุมจะพัดผ่านไปสองรอบแล้วก็ตาม แต่คลื่นลมในตัวเขายังไม่มีวี่แววจะสงบลงเลยแม้แต่น้อย จนเขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าใครกันแน่ที่ถูกฤทธิ์ยา!?
ทันทีที่ได้เห็นเรือนร่างบอบบางที่เต็มไปด้วยรอยจูบของเขา คลื่นความต้องการในตัวเขาก็พุ่งทะยานขึ้นมาอีกครั้ง
เจียงซือหยางรั้งข้อเท้าเล็กที่พยายามถอยหนีให้กลับเข้ามา ก่อนจะจับยกกวาดข้ามศีรษะเป็นวงกลม ทำให้ร่างของฟ่านลั่วซีพลิกมานอนคว่ำในทันที อวดแผ่นหลังที่เปลือยเปล่าสะท้อนแสงไฟ
“คุณจะทำอะไรน่ะ?” ฟ่านลั่วซีร้องด้วยความตกใจ ก่อนจะเอี้ยวหน้าหันกลับไปมองเขา
ร่างเล็กสะดุ้งตกใจ เมื่อใบหน้าหล่อเหลาที่เคยอยู่ไกล กลับโถมตัวเข้ามาทาบทับจนใบหน้าแทบแนบชิดสนิทกัน ฟ่านลั่วซีรู้สึกได้ถึงลมหายใจร้อนของเขาที่หายใจรดใบหน้าของเธอได้อย่างชัดเจน
“นอนก็แล้ว... นั่งก็แล้ว... ทีนี้ลองข้างหลังบ้างนะ”
“???” ฟ่านลั่วซียังไม่ทันได้ทำความเข้าใจในประโยคของเขา มือหนาก็สอดมาสัมผัสกอบกุมความอวบอิ่มเต็มสองมือ พร้อมกับความใหญ่โตที่บดเบียดเข้ามาในตัวเธออีกครั้ง
“อ๊ะ! ดะ เดี๋ยวก่อนสิ อ่ะ ยะ อย่า อ๊า~~”
เจียงซือหยางยิ้มตามคำขู่ของลูกค้าสาว ก่อนจะขยับตัวเข้าไปใกล้ “งั้นให้ผมได้ดูแลคุณหนูนะครับ?”ใบหน้าคมคายโน้มต่ำ หากแต่ฟ่านลั่วซีกลับเบี่ยงหลบเสียอย่างนั้น“เดี๋ยวสิ อืม...” ใบหน้าหวานเอียงไปมาอย่างครุ่นคิด แต่ปลายนิ้วยังคงลูบไล้แกนกายไปมาอย่างปลุกเร้า “แต่พรุ่งนี้ ฉันต้องแต่งงานแล้วเนี่ยสิ... ถ้ามาใช้บริการหนุ่มไซด์ไลน์แบบนี้ สามีอาจจะไม่พอใจเอาได้นะ”มุมปากของเจียงซือหยางวาดเป็นรอยโค้ง ในขณะที่ตัวตนของเขากระตุกไปมาตามการลากนิ้วบนฝ่ามือของเธอ “คุณหนูไม่พูด ผมไม่พูด สามีคุณหนูก็ไม่รู้เรื่องหรอก...”“นั่นสินะ...” ฟ่านลั่วซีลากเสียงพลางลากมือไปตามความยาว โดยใช้อีกมือรั้งกางเกงของชายหนุ่มลงต่ำปลดปล่อยความใหญ่โตให้เป็นอิสระ “อื้อ... ใหญ่กว่าของสามีอีก... แบบนี้ก็น่าลองจริง ๆ แหละ”มุมปากของเจียงซือหยางกระตุกแผ่วเบา “...”“ว่าแต่พ่อหนุ่มคิดราคาต่อรอบเท่าไหร่ล่ะ?” สองมือเล็กขยับมานัวเนียที่ปลายมนของลำกายเขา “ถ้าคิดแพงมาก ฉันไม่มีตังค์จ่ายหรอกนะ&rdq
ในค่ำคืนสุดท้ายก่อนจะถึงวันวิวาห์อันยิ่งใหญ่ที่โรงแรมเจียงเจิ้น เจียงซือหยางตัดสินใจขับรถพาฟ่านลั่วซีแยกตัวออกมาจากความวุ่นวายของการเตรียมงานในคฤหาสน์ตระกูลเจียงเขาพาเธอมาหยุดยืนนิ่งอยู่หน้าบานประตูไม้แกะสลักของห้องสูทสุดหรูในโรงแรมหกดาวใจกลางเมืองหลวงของตระกูล ซึ่งเป็นสถานที่แรกที่พวกเขาได้เจอกัน“พี่หยางคะ... พรุ่งนี้ เราสองคนต้องตื่นแต่เช้ามืด เพื่อเตรียมตัวเข้าพิธีไม่ใช่เหรอคะ ทำไมจู่ ๆ พี่ถึงพามาที่นี่ล่ะคะ?” ฟ่านลั่วซีเอ่ยถามด้วยความงุนงงสงสัย“แค่แวะมาที่นี่กับพี่แค่แป๊บเดียวเอง เสี่ยวซี” เจียงซือหยางไม่ได้ตอบคำถามในทันที แต่เขากลับส่งยิ้มละมุนที่ดูมีเลศนัยแพรวพราวเยี่ยงจิ้งจอกหนุ่มจอมวางแผนเขาค่อย ๆ แตะคีย์การ์ดลงบนแถบเซนเซอร์จนส่งเสียงสัญญาณตอบรับเบา ๆ ก่อนจะผลักบานประตูหนาหนักให้เปิดออกกว้าง เพื่อเชื้อเชิญให้หญิงสาวก้าวเท้าเข้าไปในห้องฟ่านลั่วซีค่อย ๆ เดินเข้าไปในห้องที่ถูกจัดวางเฟอร์นิเจอร์ไว้อย่างหรูหรา เธอหยุดยืนนิ่งอยู่กลางห้องพลางกวาดสายตามองไปรอบ ๆ อย่างละเอียด ตั้งแต่พรมขนสัตว์เนื้อนุ่มที่โอบรับทุกก้าวเดิ
ทันทีที่เจียงซือหยางประคองร่างบางของฟ่านลั่วซีก้าวเท้าข้ามผ่านธรณีประตูเข้ามาในโถงกว้างปัง! ปัง! ปัง!เสียงของพลุกระดาษสายรุ้งก็ระเบิดตัวออกพร้อมกัน สายรุ้งหลากสีสันและเศษเลื่อมระยิบระยับโปรยปรายลงมา ปกคลุมร่างของคนทั้งคู่ จนฟ่านลั่วซีถึงกับสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจก่อนที่ความประหลาดใจนั้น จะแปรเปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะใสกระจ่าง เมื่อเห็นบรรดาพี่ชายตัวแสบของสามีนำโดยเจียงจื้อรุ่ย เจียงเทียนอวี่ และเจียงอันหมิงที่ยืนถือกระบอกพลุค้างไว้ในมือ พลางฉีกยิ้มกว้างขวางราวกับเด็กน้อยที่เพิ่งก่อเรื่องสนุกได้สำเร็จ“ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ น้องสะใภ้เล็ก!” เสียงประสานที่เต็มไปด้วยความรื่นเริงของสามหนุ่มจอมกวนดังขึ้นพร้อมกัน ก่อนที่ฉินรั่วหยา เจียงเว่ย เจียงอวี้เฉิง และชิงซูเหยาจะเดินตามออกมาฉินรั่วหยาปรี่เข้าไปผลักไหล่เจียงซือหยาง ลูกชายคนเล็กให้ออกไปพ้นทางอย่างไม่ไยดี เสมือนเขาเป็นเพียงส่วนเกิน ก่อนจะคว้ามือเรียวบางของฟ่านลั่วซีมากุมไว้แน่น แววตาเต็มไปด้วยความเอ็นดูรักใคร่“เสี่ยวซีของแม่... ในที่สุดก็กลับมาถึงบ้านเราเสียทีนะ ลูก.
เช้าวันรุ่งขึ้น แพทย์เจ้าของไข้ได้เซ็นอนุมัติให้เธอออกจากโรงพยาบาลได้ เจียงซือหยางช่วยประคองร่างบางขึ้นรถสปอร์ตคันหรูคู่ใจ ก่อนจะทะยานออกสู่ถนนใหญ่ทันที ทว่าจุดมุ่งหมายกลับไม่ใช่คฤหาสน์ตระกูลเจียงอย่างที่คิดเจียงซือหยางตัดสินใจหักพวงมาลัยเลี้ยวขวับเข้าสู่เส้นทางลัดที่มุ่งตรงไปยังสำนักงานเขตด้วยใบหน้าที่มีรอยยิ้มอย่างมีความสุข“พี่หยางคะ... เราแวะที่นี่ทำไมกันคะ?” ฟ่านลั่วซีเอ่ยถามด้วยความงุนงง ขณะมองป้ายสำนักงานเขตที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า“พี่ก็พาเรามาจดทะเบียนน่ะสิ” ชายหนุ่มหัวเราะในลำคออย่างมีความสุข ก่อนจะดับเครื่องยนต์ลงอย่างนุ่มนวล “พี่จะพาเราไปจดตั้งแต่ที่อยู่ชิงสุ่ยแล้ว พอกลับมาถึงเมืองหลวง เราก็ดันความจำเสื่อมอีก... ตอนนี้ เราจำพี่ได้ พี่ก็ต้องรีบพามาจดทะเบียนไว้ก่อน เผื่อเราความจำเสื่อมอีก พี่จะได้มีหลักฐานมายืนยันตัวตนได้ ไม่ต้องเป็นคนแปลกหน้าของเราอีก”“แหม... พี่หยางก็...” หญิงสาวอดลากเสียงอย่างเคอะเขินกับวีรกรรมในตอนนั้นไม่ได้ ก่อนที่เธอจะรีบคว้าแขนเขาไว้แล้วกระซิบแย้งเสียงแผ่วด้วยความกังว
ดวงตากลมโตอดมองค้อนแฟนหนุ่มไม่ได้ “ก็ถ้าพี่หยางเตรียมพร้อมขนาดนี้แล้วก็ทำไปเถอะค่ะ!”สิ้นเสียงอนุญาตอย่างจำยอม ชายหนุ่มก็จัดการรั้งเสื้อยืดและกางเกงแบรนด์หรูออกจากร่างกาย เรียกได้ว่าฟ่านลั่วซีหายใจเข้าออกเพียงไม่กี่ครั้ง ร่างกำยำเปลือยเปล่าก็ปรากฏชัดเต็มสองตา!“พี่หยาง!” หญิงสาวอดหวีดร้องกับความหน้าไม่อายของอีกฝ่ายไม่ได้ “พี่หยาง!”ฟ่านลั่วซีร้องเรียกอีกหน เมื่อชายหนุ่มปีนขึ้นมาบนเตียงผู้ป่วยเดียวกับเธอ เสียงเอี๊ยดอ๊าดของเตียงดังขึ้นด้วยน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหันด้วยความที่เธอห่างหายจากกิจกรรมเข้าจังหวะมานาน ครั้นได้เห็นร่างของแฟนหนุ่มอีกครั้งก็อดใจสั่นสะท้านขึ้นมาไม่ได้ เจียงซือหยางไม่รอให้อีกฝ่ายได้ทำใจ เขาขึ้นคร่อมกักขังร่างเล็กไว้ด้านล่าง“พี่หยาง! เดี๋ยวก่อน!” สองแขนยันไหล่หนาไว้ ฝ่ามือสัมผัสลงบนผิวกายร้อนผ่าว แต่เหมือนเจียงซือหยางจะหูดับไปเสียแล้ว สองมือกระตุกปมเชือกของเสื้อผู้ป่วยเพียงไม่กี่ที เสื้อผู้ป่วยสีฟ้าตัวโคร่งก็เปิดเผยให้เห็นเรือนร่างด้านใน ผิวขาวอมชมพูปรากฏสะท้อนแสงไฟ เ
“อาการคนไข้ดีขึ้นมากแล้วครับ พักดูอาการที่นี่อีกคืน พรุ่งนี้ สาย ๆ ก็สามารถกลับบ้านได้แล้วครับ” หมอประจำตัวสรุปผลเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะออกจากห้องพักผู้ป่วยออกไปใบหน้าคมคายของเจียงซือหยางที่มีรอยยิ้มเกลื่อนใบหน้าตลอดเวลา นับตั้งแต่ที่แฟนสาวฟื้นขึ้นมาและจำเขาได้ในที่สุด จนบรรดาพี่ชายพี่สะใภ้ค่อนขอดว่าเขายิ้มเหมือนคนบ้าเข้าไปทุกที “พรุ่งนี้ เราจะได้กลับบ้านกันแล้วนะ เสี่ยวซี”คำชวนกลับบ้านของเขา ทำเอารอยยิ้มของฟ่านลั่วซีจืดเจื่อนไปชั่วครู่ “พ่อกับแม่ของพี่หยาง เขาจะ… เอ่อ… ยอมรับหนูได้เหรอคะ?”คิ้วหนาเลิกขึ้นสูงราวกับได้คำพูดแปลกแปร่ง “เสี่ยวซี… ตั้งแต่ที่หนูความจำเสื่อมรอบก่อน พ่อกับแม่พี่ก็เรียกหนูว่าลูกสะใภ้แล้วนะ นี่เหลือแค่พาหนูไปจดทะเบียน เข้าพิธีแต่งงานเท่านั้นแล้วเนี่ย!”ใบหน้าของหญิงสาวแดงระเรื่อกับคำกล่าวตรง ๆ ของเขา หัวใจของฟ่านลั่วซีพองโตอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน เธอไม่เคยนึกฝัน… ไม่สิ! ใครบ้างที่จะไม่คาดหวังให้ชีวิตตัวเองได้พบเจอกับคนที่รัก ครอบครัวสามีที่เอ็นดู
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...เสียงเคาะประตูดังขึ้นท่ามกลางความเงียบที่มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศครางเบา ๆ ทำให้ร่างกำยำเปลือยเปล่าที่กำลังนอนกกกอดร่างนุ่มนิ่มอยู่บนเตียงคิงไซซ์รู้สึกตัวเจียงซือหยางผงกศีรษะขึ้นมาอย่างมึนงง มือหนายังคงวางทับอยู่บนแผ่นหลังเปลือยเปล่าของสาวไซด์ไลน์เมื่อคื
คำพูดของเจียงซือหยาง ทำเอาฟ่านลั่วซีที่ลุ้นจนแทบหมดแรงด้วยใจที่เต้นรัว ทั้งจากฤทธิ์ยาและกลัวว่าเขาจะจับเธอโยนออกไปจากห้องจริง ๆหลังจากที่เขากดปิดเครื่อง เจียงซือหยางก็โยนโทรศัพท์มือถือทิ้งไปอีกทาง ดวงตาจิ้งจอกเงยหน้าสบตา “เธอได้งานนี้แล้ว...”“อ๊ะ! ค่ะ ฉันจะทำให้ด
มือสากที่กำลังลูบไล้จุดอ่อนของเธอหยุดชะงักทันที ใบหน้าคมคายเงยขึ้นมองสบตาฟ่านลั่วซีอย่างคาดคั้น“ไหนเธอบอกว่ามาไม่ได้ไง แล้วนี่มันอะไรกัน?” เมื่อได้เห็นใบหน้าอึกอักของอีกฝ่าย เจียงซือหยางก็เริ่มหมดความอดทน “ฉันให้เวลาเธอสองนาที ถ้าอธิบายไม่ได้ ก็ไสหัวออกไป!”
เสียงฝีเท้าที่ย่ำไปมาหน้าห้องตอกย้ำให้ฟ่านลั่วซีรู้ว่าคนของเป่ยยังคงไม่ไปไหนไกล เพราะฉะนั้น เธอเองก็ยังออกจากห้องนี้ไม่ได้เหมือนกัน นอกจากนี้ ฤทธิ์ยาที่มันหลอกให้เธอกินกำลังออกฤทธิ์อยู่แบบนี้ด้วยออกไปก็มีแต่เสร็จมันเท่านั้น!หลังจากที่มันล่วงเกินเธอเสร็จก็คงจะเก็บตามคำสั่ง สุดท้าย







