LOGINคำพูดของเจียงซือหยาง ทำเอาฟ่านลั่วซีที่ลุ้นจนแทบหมดแรงด้วยใจที่เต้นรัว ทั้งจากฤทธิ์ยาและกลัวว่าเขาจะจับเธอโยนออกไปจากห้องจริง ๆ
หลังจากที่เขากดปิดเครื่อง เจียงซือหยางก็โยนโทรศัพท์มือถือทิ้งไปอีกทาง ดวงตาจิ้งจอกเงยหน้าสบตา “เธอได้งานนี้แล้ว...”
“อ๊ะ! ค่ะ ฉันจะทำให้ดีที่สุดค่ะ!” ฟ่านลั่วซีตอบอย่างใสซื่อ แล้วดึงมือตัวเองกลับมา
เจียงซือหยางยกมุมปากสูง อาศัยจังหวะนั้น ค่อย ๆ ถอนปลายนิ้วที่ฉ่ำวาวไปด้วยของเหลวออกมาอย่างช้า ๆ “แล้วเธอรู้เหรอว่าจะต้องทำยังไง?”
ฟ่านลั่วซี “!!!” …เออ! เธอไม่รู้นี่น่า
เมื่อเห็นใบหน้าตื่นตะลึงของเธอ เจียงซือหยางก็หัวเราะออกมาแผ่วเบา นับว่าคนตรงหน้าเป็นสาวไซด์ไลน์ที่ไร้เดียงสาที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอมาเลยทีเดียว “เธอชื่ออะไร?”
“เอ่อ... เสี่ยวซีค่ะ” ฟ่านลั่วซีตอบตามชื่อลับที่องค์กรเป่ยเคยตั้งให้
เจียงซือหยางพยักหน้าอย่างเข้าใจแล้ว “แล้วตอนนี้เธออยากทำอะไร?”
เขาไม่ถามเปล่า มือสากที่เปียกชื้นลากไล้ไปมาระหว่างขาเรียว หวังปลุกเร้าร่างบางให้พร้อมสำหรับกิจกรรมในค่ำคืนนี้ ฟ่านลั่วซีกลืนน้ำลายอีกครั้ง ขาเรียวเริ่มสั่นไหว เมื่อรู้สึกถึงสัมผัสวาบหวามที่กลับมาเล่นงานเธออีกครั้ง
หลังจากที่เจียงซือหยางตอบตกลงที่จะให้เธออยู่ที่นี่ต่อ พร้อมทั้งยังช่วยถอนยาให้ ฟ่านลั่วซีก็พลันโล่งใจ สติที่ประคองไว้ก็ค่อย ๆ พร่าเลือน ปล่อยตัวปล่อยใจให้ล่องลอยไปตามการชักนำของคนเจนจัดตรงหน้า
“อยาก... เอาค่ะ...” เสียงหวานสั่นพร่าตามจิตใต้สำนึก ดวงตากลมโตเริ่มพร่ามัวเล็กน้อย มองหน้าเจียงซือหยางอย่างเคลิบเคลิ้ม “หล่อจัง...”
เจียงซือหยางหัวเราะในลำคอ “ดูท่าว่ายาจะออกฤทธิ์แล้วนะ... ว่าแต่เธอจะไม่เสียใจแน่ใช่ไหม?”
เขายังคงถามย้ำอีกครั้ง จากข้อมูลที่หญิงสาวบอกมา เธอตั้งใจแย่งงานนี้ เพราะต้องการใช้เงิน และเป็นครั้งแรกของเธอด้วย จึงจำเป็นต้องใช้ยา... หวังว่าเธอจะไม่ตื่นมาแล้วนั่งร้องไห้เสียใจหรอกนะ!
“เสียใจเหรอ?” ฟ่านลั่วซีทวนคำอย่างเหม่อลอย
เด็กกำพร้าอย่างเธอมีอะไรให้เสียใจกัน จะอยู่หรือตายก็ไม่มีคนสนใจ...
ศีรษะเล็ก ๆ ส่ายไปมา “ไม่เสียใจ... ขอแค่คุณป้องกันก็พอ”
“แน่นอนอยู่แล้ว!” เจียงซือหยางบอก “เอาล่ะ เราเสียเวลามามากแล้ว ถึงเวลาที่เธอต้องทำงานแล้วนะ”
คำพูดล่อแหลมของเขาปลุกฟ่านลั่วซีให้ตื่นจากความทรงจำ ร่างบางก้าวเข้าไปประชิด สองมือเล็กประคองแก้มของชายหนุ่มขึ้น ก่อนจะก้มลงจูบอีกฝ่ายอย่างช้า ๆ
กลิ่นสบู่อ่อน ๆ ลอยเตะจมูกของเจียงซือหยาง ผิดจากกลิ่นน้ำหอมฉุน ๆ จากบรรดาสาว ๆ ที่เขาเคยลิ้มลอง ริมฝีปากอ่อนนุ่มที่แนบลงมาดูอ่อนด้อยประสบการณ์ จนเขาต้องลงมือสั่งสอน
มือหนาเลื่อนขึ้นไปก้มศีรษะของเธอให้แนบชิดลงมา พร้อมกับแทรกปลายลิ้นร้อนเข้าไปซอกซอน ส่วนอีกมือก็ไล่ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตอย่างช่ำชอง
เสียงดูดริมฝีปากดังผสานไปกับเสียงเสียดสีของเสื้อผ้าที่ถูกเขาปลดเปลื้องทิ้งลงบนพื้น
เสื้อเชิ้ตหนึ่งตัว... ตามด้วยบราสีสวยอีกหนึ่งตัว...
เจียงซือหยางผุดลุกขึ้นยืน เมื่อมือของเขาสัมผัสได้ถึงแผ่นหลังที่เรียบเนียน ใบหน้าหวานที่เคยก้มต่ำถูกบังคับให้แหงนเงยขึ้นรับจูบของเขาแทน มือที่เคยตรึงศีรษะเธอไว้ก็เลื่อนไปจับที่ต้นคอ บังคับไม่ให้เธอหนีหน้าไปไหน
ทรวงอกอวบอิ่มถูกเขารั้งเข้ามาแนบชิดจนสัมผัสได้ถึงเนื้อนุ่มที่กดลงมาบนแผงอกของเขา
หอมและหวานจริง ๆ ... ชักจะทนไม่ไหวแล้วสิ...
ร่างสูงกำยำหมุนตัวโอบกอดรัดฟ่านลั่วซี แล้วโถมกดร่างบางลงบนเตียง แทรกตัวเข้ากลางหว่างขากักขังเธอไว้ ในขณะที่ยังใช้ปลายลิ้นปรนเปรอเธอไม่หยุด
“หายใจไปด้วย...” เจียงซือหยางกระซิบบอกเสียงเบา เมื่อรู้สึกว่าอีกฝ่ายกำลังจะขาดอากาศหายใจ เขาจึงได้ผละจากริมฝีปากเล็ก ๆ นั้น เลื่อนใบหน้าคมคายต่ำลงไปเรื่อย ๆ ในระหว่างที่ฟ่านลั่วซีได้แต่นอนระทวยหมดแรงด้วยรสจูบ
ปลายลิ้นของเขาลากไล้ไปตามซอกคอ สูดดมกลิ่นสบู่เข้าเต็มปอดอย่างรู้สึกแปลกใหม่ สองมือเลื่อนเข้ากอบกุมอกอวบอิ่มกลางตัวขนาดพอดีมือ แล้วจึงออกแรงเคล้นอย่างแผ่วเบา
“อ๊ะ อา...” ฟ่านลั่วซีครางเสียงหวิว เมื่อรู้สึกถึงแรงบีบจุดอ่อนไหว โดยเฉพาะความสากจากฝ่ามือที่ถูไถไปมากับยอดอกชูชันของเธอ “อึก อื้อ~~~”
เจียงซือหยางกดจมูกลงกลางร่องอก ปล่อยให้ความอวบอิ่มแนบสองแก้มเขาอย่างชอบใจ ก่อนจะลากริมฝีปากต่ำลงไปเรื่อย ๆ ...
สองมือทำหน้าที่เคลียร์พื้นที่อย่างคนรู้ใจ มือหนึ่งรูดซิปกระโปรงลง อีกมือก็รูดมันออกไปกายสาวพร้อมแพนตี้ตัวบาง แล้วโยนทิ้งลงบนพื้นอย่างไม่ไยดี
ในพริบตานั้น เรือนร่างอวบอิ่มก็เปลือยกายสั่นสะท้านท่ามกลางแสงสลัวอยู่ในดวงตาของเขา!
เจียงซือหยางเห็นสาวมานอนเปลือยกายอยู่ตรงหน้าก็มาก แต่ยังไม่มีใครสามารถยั่วยวนและปลุกความต้องการเร้นลึกของเขาได้มากเท่าคนตรงหน้ามาก่อน
เร็วเท่าความคิด มือหนาสลัดชุดคลุมตัวเองทิ้งไป เอื้อมมือหยิบซองถุงยางมาฉีกและสวมใส่อย่างรวดเร็ว
ไม่น่าเชื่อว่าแค่เห็นเธอนอนบิดร่างด้วยฤทธิ์ยาแบบนี้ก็ทำให้เขาตื่นตัวขยายร่างพร้อมเข้าเขมือบเธอแล้ว โดยที่ยังไม่ต้องโอ้โลมให้เสียเวลา
แต่เขาจะใจร้อนไม่ได้! คนตรงหน้ายังไม่เคย!
เจียงซือหยางสูดลมหายใจลึก ระงับความต้องการที่จะสอดใส่และกระแทกเข้าหาเธอลง ในขณะที่ฟ่านลั่วซีปรือตาขึ้นมามอง เมื่อเห็นว่าสัมผัสของเขาห่างหายไป ทำให้ฤทธิ์ยากลับมาปะทุเรียกร้องอีกครั้ง
“คุณคะ...” ฟ่านลั่วซีขมวดคิ้วอย่างไม่ชอบใจ ก่อนจะพยายามนึกทบทวนชื่อของอีกฝ่าย
ผู้หญิงคนนั้นเรียกเขาว่าอะไรนะ... พี่หยาง...?
“พี่หยาง...”
เพียงเสียงเรียกชื่อของเขาที่ดังขึ้นแผ่วเบา เส้นสติของเจียงซือหยางก็ขาดผึง จากเดิมที่ตั้งใจจะค่อยเป็นค่อยไปแปรเปลี่ยนเป็นความรวดเร็วฉับไวในทันที
“ฉันขอเอาเธอก่อน แล้วเดี๋ยวรอบหน้าจะชดเชยให้แล้วกัน!” เจียงซือหยางพูดได้เพียงเท่านั้น เขาคุกเข่าลงบนเตียง รั้งเอวบางเข้ามาใกล้ สอดมือกระชับบั้นท้ายกลมกลึงให้ลอยขึ้นเหนือเตียง สะโพกสอบขยับตัวให้ปลายมนจดจ่ออยู่ที่ทางลับ
“อ๊ะ... อา อ่า...” ฟ่านลั่วซีครางเสียงหวิว เมื่อรู้สึกถึงสิ่งแปลกปลอมที่กำลังลูบไล้ของสงวนของเธออยู่ แต่แทนที่เธอจะหุบขา ขาเรียวกลับยิ่งอ้าออกกว้าง เปิดเปลือยให้เจียงซือหยางรุกรานได้อย่างง่ายดาย
มุมปากของเจียงซือหยางยกสูง เมื่อเห็นท่าทางพร้อมใจเช่นนั้น
หยาดของเหลวที่ปลายมนบ่งบอกว่าเธอพร้อมแล้วที่จะรับมือเขา... รับของของเขาที่ใหญ่กว่าปลายนิ้วมือ
สวบ!
“อ๊ะ! เจ็บ!!” ฟ่านลั่วซีร้องลั่นขึ้นมาทันที เมื่อรู้สึกถึงความใหญ่โตที่แทรกทะยานเข้ามาในร่างกายของเธอ ช่วงล่างของเธอราวกับถูกฉีกทึ้งด้วยความคับแน่น ใบหน้าหวานบิดเบี้ยวไปด้วยความเจ็บปวด “อะ... เอาออก เจ็บ!”
ดวงตากลมโตคลอไปด้วยหยาดน้ำตา ความเจ็บปวดฉุดรั้งให้เธอได้สติขึ้นมาเล็กน้อย
ไหนเขาบอกว่าทำเรื่องพวกนี้แล้วจะมีความสุขไง! ไหงถึงเจ็บได้เล่า!
ไม่เพียงแต่ฟ่านลั่วซีที่รู้สึกเจ็บ แต่เจียงซือหยางก็รู้สึกเจ็บด้วยเช่นกัน แต่ความเจ็บของเขามาพร้อมความคับแน่นที่โอบล้อมตัวตนของเขา
แน่นกว่าที่คิดอีกแฮะ!
“อย่าขยับ!” เจียงซือหยางดุเสียงเข้ม เมื่อเห็นเอวบางร่อนไปมา ราวกับพยายามผลักดันให้เขาถอนแกนกายออกมา
เขาใช้สองมือกดหัวเข่าของเธอลงบนเตียง บังคับให้เธอกางขาไว้อย่างนั้น ก่อนจะกล่อมเสียงนุ่ม “ไม่เจ็บหรอก เชื่อฉันสิ...”
สิ้นเสียง เจียงซือหยางก็โน้มใบหน้าลงจูบเธออีกหน หากแต่ครั้งนี้ ทวีความอ่อนหวานและนุ่มนวลมากขึ้น จนฟ่านลั่วซีเริ่มเคลิบเคลิ้มไปกับรสจูบ ลืมความเจ็บที่ช่วงล่างไปเลย
เมื่อเห็นว่าร่างบางค่อย ๆ ผ่อนแรง ไม่จิกเกร็งเท่าเมื่อครู่แล้ว เอวสอบก็ค่อย ๆ ขยับเข้าออกอย่างแผ่วเบา
“อึก อื้อออ” ครั้นได้ยินเสียงครางที่ไม่แสดงถึงความเจ็บปวด เจียงซือหยางก็ขยับสะโพกแรงขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมกับผละริมฝีปากออกมา เพื่อพิศมองอาการของคนใต้ร่าง
ใบหน้าหวานหลับตาแน่น เพื่อลิ้มรสสัมผัสวาบหวามที่ถูกสร้างขึ้น ริมฝีปากเล็ก ๆ ครางเสียงแผ่วพร้อมกับหอบลมหายใจเข้าไป เมื่อเขาเห็นว่าหัวคิ้วของเธอคลายออกแล้ว เอวบางร่อนไปมาตามแรงเสียดสีของเขา
มุมปากของเจียงซือหยางก็วาดเป็นรอยโค้งกว้าง สองมือปล่อยจากหัวเข่าเล็ก สอดไปที่แก้มก้นกลมกลึงรั้งช่วงล่างของเธอมาชิดใกล้อีกครั้ง ก่อนที่จะเร่งจังหวะรัว เร็ว และแรงขึ้น
“อ๊ะ อ่ะ อา อ๊า~~~” เช่นเดียวกับเสียงครางของฟ่านลั่วซีที่หอบกระเส่าเร็วขึ้นเช่นกัน เมื่อถูกร่างสูงรัวแกนกายช่วงล่างเข้าใส่เช่นนี้
แผ่นหลังขาวอมชมพูยกลอยเหนือเตียงขึ้นสูง ก่อนที่ขาเรียวจะตวัดรัดรอบเอวสอบอีกครั้ง ผลักดันให้เขาล่วงล้ำเข้ามาในร่างกายของเธอได้ลึกมากยิ่งขึ้น ปลายนิ้วเล็กจิกขยำลงบนผ้าปูเตียงแน่น
“อยากได้ขนาดนี้ ฉันก็จัดให้!” เจียงซือหยางหัวเราะเสียงต่ำในลำคอ เมื่อเห็นอาการของอีกฝ่าย เขาโน้มตัวก้มหน้าซุกซอกคอหอม ก่อนจะขบเม้มทิ้งรอยรัก พร้อมกับเร่งจังหวะสะโพกของตัวเองทะยานเข้าหาอีกฝ่าย หวังทิ้งรอยความเป็นคนแรกไว้ด้วยเช่นกัน
เสียงอัดกระแทกระหว่างกายเนื้อ เสียดสีจนของเหลวสาดกระเซ็นไปทั่วเตียงทวีความดังขึ้นผสานไปกับเสียงครางกระเส่าของฟ่านลั่วซี ปลายเท้าเล็กจิกเกร็งแน่น
“อ๊ะ ยะ อย่า อา อ๊า~~~” เสียงหวีดร้องสุดท้ายของฟ่านลั่วซีดังขึ้น พร้อมกับเอวสอบที่กดแก่นกายนิ่งค้างอยู่ในร่างของเธอ เพื่อปลดปล่อยความสุขที่เอ่อล้นออกมาจนหมดในคราวเดียว!
เจียงซือหยางยิ้มตามคำขู่ของลูกค้าสาว ก่อนจะขยับตัวเข้าไปใกล้ “งั้นให้ผมได้ดูแลคุณหนูนะครับ?”ใบหน้าคมคายโน้มต่ำ หากแต่ฟ่านลั่วซีกลับเบี่ยงหลบเสียอย่างนั้น“เดี๋ยวสิ อืม...” ใบหน้าหวานเอียงไปมาอย่างครุ่นคิด แต่ปลายนิ้วยังคงลูบไล้แกนกายไปมาอย่างปลุกเร้า “แต่พรุ่งนี้ ฉันต้องแต่งงานแล้วเนี่ยสิ... ถ้ามาใช้บริการหนุ่มไซด์ไลน์แบบนี้ สามีอาจจะไม่พอใจเอาได้นะ”มุมปากของเจียงซือหยางวาดเป็นรอยโค้ง ในขณะที่ตัวตนของเขากระตุกไปมาตามการลากนิ้วบนฝ่ามือของเธอ “คุณหนูไม่พูด ผมไม่พูด สามีคุณหนูก็ไม่รู้เรื่องหรอก...”“นั่นสินะ...” ฟ่านลั่วซีลากเสียงพลางลากมือไปตามความยาว โดยใช้อีกมือรั้งกางเกงของชายหนุ่มลงต่ำปลดปล่อยความใหญ่โตให้เป็นอิสระ “อื้อ... ใหญ่กว่าของสามีอีก... แบบนี้ก็น่าลองจริง ๆ แหละ”มุมปากของเจียงซือหยางกระตุกแผ่วเบา “...”“ว่าแต่พ่อหนุ่มคิดราคาต่อรอบเท่าไหร่ล่ะ?” สองมือเล็กขยับมานัวเนียที่ปลายมนของลำกายเขา “ถ้าคิดแพงมาก ฉันไม่มีตังค์จ่ายหรอกนะ&rdq
ในค่ำคืนสุดท้ายก่อนจะถึงวันวิวาห์อันยิ่งใหญ่ที่โรงแรมเจียงเจิ้น เจียงซือหยางตัดสินใจขับรถพาฟ่านลั่วซีแยกตัวออกมาจากความวุ่นวายของการเตรียมงานในคฤหาสน์ตระกูลเจียงเขาพาเธอมาหยุดยืนนิ่งอยู่หน้าบานประตูไม้แกะสลักของห้องสูทสุดหรูในโรงแรมหกดาวใจกลางเมืองหลวงของตระกูล ซึ่งเป็นสถานที่แรกที่พวกเขาได้เจอกัน“พี่หยางคะ... พรุ่งนี้ เราสองคนต้องตื่นแต่เช้ามืด เพื่อเตรียมตัวเข้าพิธีไม่ใช่เหรอคะ ทำไมจู่ ๆ พี่ถึงพามาที่นี่ล่ะคะ?” ฟ่านลั่วซีเอ่ยถามด้วยความงุนงงสงสัย“แค่แวะมาที่นี่กับพี่แค่แป๊บเดียวเอง เสี่ยวซี” เจียงซือหยางไม่ได้ตอบคำถามในทันที แต่เขากลับส่งยิ้มละมุนที่ดูมีเลศนัยแพรวพราวเยี่ยงจิ้งจอกหนุ่มจอมวางแผนเขาค่อย ๆ แตะคีย์การ์ดลงบนแถบเซนเซอร์จนส่งเสียงสัญญาณตอบรับเบา ๆ ก่อนจะผลักบานประตูหนาหนักให้เปิดออกกว้าง เพื่อเชื้อเชิญให้หญิงสาวก้าวเท้าเข้าไปในห้องฟ่านลั่วซีค่อย ๆ เดินเข้าไปในห้องที่ถูกจัดวางเฟอร์นิเจอร์ไว้อย่างหรูหรา เธอหยุดยืนนิ่งอยู่กลางห้องพลางกวาดสายตามองไปรอบ ๆ อย่างละเอียด ตั้งแต่พรมขนสัตว์เนื้อนุ่มที่โอบรับทุกก้าวเดิ
ทันทีที่เจียงซือหยางประคองร่างบางของฟ่านลั่วซีก้าวเท้าข้ามผ่านธรณีประตูเข้ามาในโถงกว้างปัง! ปัง! ปัง!เสียงของพลุกระดาษสายรุ้งก็ระเบิดตัวออกพร้อมกัน สายรุ้งหลากสีสันและเศษเลื่อมระยิบระยับโปรยปรายลงมา ปกคลุมร่างของคนทั้งคู่ จนฟ่านลั่วซีถึงกับสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจก่อนที่ความประหลาดใจนั้น จะแปรเปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะใสกระจ่าง เมื่อเห็นบรรดาพี่ชายตัวแสบของสามีนำโดยเจียงจื้อรุ่ย เจียงเทียนอวี่ และเจียงอันหมิงที่ยืนถือกระบอกพลุค้างไว้ในมือ พลางฉีกยิ้มกว้างขวางราวกับเด็กน้อยที่เพิ่งก่อเรื่องสนุกได้สำเร็จ“ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ น้องสะใภ้เล็ก!” เสียงประสานที่เต็มไปด้วยความรื่นเริงของสามหนุ่มจอมกวนดังขึ้นพร้อมกัน ก่อนที่ฉินรั่วหยา เจียงเว่ย เจียงอวี้เฉิง และชิงซูเหยาจะเดินตามออกมาฉินรั่วหยาปรี่เข้าไปผลักไหล่เจียงซือหยาง ลูกชายคนเล็กให้ออกไปพ้นทางอย่างไม่ไยดี เสมือนเขาเป็นเพียงส่วนเกิน ก่อนจะคว้ามือเรียวบางของฟ่านลั่วซีมากุมไว้แน่น แววตาเต็มไปด้วยความเอ็นดูรักใคร่“เสี่ยวซีของแม่... ในที่สุดก็กลับมาถึงบ้านเราเสียทีนะ ลูก.
เช้าวันรุ่งขึ้น แพทย์เจ้าของไข้ได้เซ็นอนุมัติให้เธอออกจากโรงพยาบาลได้ เจียงซือหยางช่วยประคองร่างบางขึ้นรถสปอร์ตคันหรูคู่ใจ ก่อนจะทะยานออกสู่ถนนใหญ่ทันที ทว่าจุดมุ่งหมายกลับไม่ใช่คฤหาสน์ตระกูลเจียงอย่างที่คิดเจียงซือหยางตัดสินใจหักพวงมาลัยเลี้ยวขวับเข้าสู่เส้นทางลัดที่มุ่งตรงไปยังสำนักงานเขตด้วยใบหน้าที่มีรอยยิ้มอย่างมีความสุข“พี่หยางคะ... เราแวะที่นี่ทำไมกันคะ?” ฟ่านลั่วซีเอ่ยถามด้วยความงุนงง ขณะมองป้ายสำนักงานเขตที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า“พี่ก็พาเรามาจดทะเบียนน่ะสิ” ชายหนุ่มหัวเราะในลำคออย่างมีความสุข ก่อนจะดับเครื่องยนต์ลงอย่างนุ่มนวล “พี่จะพาเราไปจดตั้งแต่ที่อยู่ชิงสุ่ยแล้ว พอกลับมาถึงเมืองหลวง เราก็ดันความจำเสื่อมอีก... ตอนนี้ เราจำพี่ได้ พี่ก็ต้องรีบพามาจดทะเบียนไว้ก่อน เผื่อเราความจำเสื่อมอีก พี่จะได้มีหลักฐานมายืนยันตัวตนได้ ไม่ต้องเป็นคนแปลกหน้าของเราอีก”“แหม... พี่หยางก็...” หญิงสาวอดลากเสียงอย่างเคอะเขินกับวีรกรรมในตอนนั้นไม่ได้ ก่อนที่เธอจะรีบคว้าแขนเขาไว้แล้วกระซิบแย้งเสียงแผ่วด้วยความกังว
ดวงตากลมโตอดมองค้อนแฟนหนุ่มไม่ได้ “ก็ถ้าพี่หยางเตรียมพร้อมขนาดนี้แล้วก็ทำไปเถอะค่ะ!”สิ้นเสียงอนุญาตอย่างจำยอม ชายหนุ่มก็จัดการรั้งเสื้อยืดและกางเกงแบรนด์หรูออกจากร่างกาย เรียกได้ว่าฟ่านลั่วซีหายใจเข้าออกเพียงไม่กี่ครั้ง ร่างกำยำเปลือยเปล่าก็ปรากฏชัดเต็มสองตา!“พี่หยาง!” หญิงสาวอดหวีดร้องกับความหน้าไม่อายของอีกฝ่ายไม่ได้ “พี่หยาง!”ฟ่านลั่วซีร้องเรียกอีกหน เมื่อชายหนุ่มปีนขึ้นมาบนเตียงผู้ป่วยเดียวกับเธอ เสียงเอี๊ยดอ๊าดของเตียงดังขึ้นด้วยน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหันด้วยความที่เธอห่างหายจากกิจกรรมเข้าจังหวะมานาน ครั้นได้เห็นร่างของแฟนหนุ่มอีกครั้งก็อดใจสั่นสะท้านขึ้นมาไม่ได้ เจียงซือหยางไม่รอให้อีกฝ่ายได้ทำใจ เขาขึ้นคร่อมกักขังร่างเล็กไว้ด้านล่าง“พี่หยาง! เดี๋ยวก่อน!” สองแขนยันไหล่หนาไว้ ฝ่ามือสัมผัสลงบนผิวกายร้อนผ่าว แต่เหมือนเจียงซือหยางจะหูดับไปเสียแล้ว สองมือกระตุกปมเชือกของเสื้อผู้ป่วยเพียงไม่กี่ที เสื้อผู้ป่วยสีฟ้าตัวโคร่งก็เปิดเผยให้เห็นเรือนร่างด้านใน ผิวขาวอมชมพูปรากฏสะท้อนแสงไฟ เ
“อาการคนไข้ดีขึ้นมากแล้วครับ พักดูอาการที่นี่อีกคืน พรุ่งนี้ สาย ๆ ก็สามารถกลับบ้านได้แล้วครับ” หมอประจำตัวสรุปผลเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะออกจากห้องพักผู้ป่วยออกไปใบหน้าคมคายของเจียงซือหยางที่มีรอยยิ้มเกลื่อนใบหน้าตลอดเวลา นับตั้งแต่ที่แฟนสาวฟื้นขึ้นมาและจำเขาได้ในที่สุด จนบรรดาพี่ชายพี่สะใภ้ค่อนขอดว่าเขายิ้มเหมือนคนบ้าเข้าไปทุกที “พรุ่งนี้ เราจะได้กลับบ้านกันแล้วนะ เสี่ยวซี”คำชวนกลับบ้านของเขา ทำเอารอยยิ้มของฟ่านลั่วซีจืดเจื่อนไปชั่วครู่ “พ่อกับแม่ของพี่หยาง เขาจะ… เอ่อ… ยอมรับหนูได้เหรอคะ?”คิ้วหนาเลิกขึ้นสูงราวกับได้คำพูดแปลกแปร่ง “เสี่ยวซี… ตั้งแต่ที่หนูความจำเสื่อมรอบก่อน พ่อกับแม่พี่ก็เรียกหนูว่าลูกสะใภ้แล้วนะ นี่เหลือแค่พาหนูไปจดทะเบียน เข้าพิธีแต่งงานเท่านั้นแล้วเนี่ย!”ใบหน้าของหญิงสาวแดงระเรื่อกับคำกล่าวตรง ๆ ของเขา หัวใจของฟ่านลั่วซีพองโตอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน เธอไม่เคยนึกฝัน… ไม่สิ! ใครบ้างที่จะไม่คาดหวังให้ชีวิตตัวเองได้พบเจอกับคนที่รัก ครอบครัวสามีที่เอ็นดู
“อา อา อา...” ฟ่านลั่วซีหอบเสียงหายใจ จนหน้าอกอวบอิ่มกระเพื่อมขึ้นลง สองแขนลู่ตกลงข้างตัว เช่นเดียวกับขาเรียวที่แบออกกว้างทิ้งลงบนเตียง ใบหน้าแดงก่ำราวกับกำลังจะระเบิด เหงื่อเย็นไหลอาบไปตามเรียวหน้า ความกระหายในตัวถูกบรรเทาลงหลายส่วนเจียงซือหยางมองท่าทางหมดแรงของอีกฝ่ายอย่างเอ
มือสากที่กำลังลูบไล้จุดอ่อนของเธอหยุดชะงักทันที ใบหน้าคมคายเงยขึ้นมองสบตาฟ่านลั่วซีอย่างคาดคั้น“ไหนเธอบอกว่ามาไม่ได้ไง แล้วนี่มันอะไรกัน?” เมื่อได้เห็นใบหน้าอึกอักของอีกฝ่าย เจียงซือหยางก็เริ่มหมดความอดทน “ฉันให้เวลาเธอสองนาที ถ้าอธิบายไม่ได้ ก็ไสหัวออกไป!”
เสียงฝีเท้าที่ย่ำไปมาหน้าห้องตอกย้ำให้ฟ่านลั่วซีรู้ว่าคนของเป่ยยังคงไม่ไปไหนไกล เพราะฉะนั้น เธอเองก็ยังออกจากห้องนี้ไม่ได้เหมือนกัน นอกจากนี้ ฤทธิ์ยาที่มันหลอกให้เธอกินกำลังออกฤทธิ์อยู่แบบนี้ด้วยออกไปก็มีแต่เสร็จมันเท่านั้น!หลังจากที่มันล่วงเกินเธอเสร็จก็คงจะเก็บตามคำสั่ง สุดท้าย
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!มือเล็กเคาะลงบนบานประตูห้องพักหรูของโรงแรมเจียงเจิ้น โรงแรมระดับหกดาวใจกลางเมืองหลวงร้อนจัง! ฟ่านลั่วซีคิดอย่างกระวนกระวาย มือเล็กดึงปกเสื้อเชิ้ตของเธอออกห่างจากลำคอ กระพือขึ้นลง เพื่อสร้างลมเย็นดับความร้อนรุ่มที่แผ่ซ่านไปทั้งตัว ผิวขาวผ่องของเธอตอนนี้เริ่มเปลี่ยน







