Partager

บทที่ 9

Auteur: ใจเย็น
สวี่เจี่ยวเจี่ยวหัวเราะซ้ำเติมผมอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็ยังคงรีบหยิบเสื้อคลุมมาสวมใส่ แล้วรีบวิ่งล
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application
Chapitre verrouillé

Dernier chapitre

  • สายเกินกว่าจะรักกัน   บทที่ 12

    ผมหลับตาลง แล้วทิ้งตัวดิ่งลงไปยามเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ภาพแรกที่ปรากฏสู่สายตาก็คือใบหน้าของสวี่เจี่ยวเจี่ยวที่ร้องไห้จนตาบวมเป่ง หล่อนออกแรงกุมมือของผมไว้แน่น ทันทีที่เห็นว่าผมฟื้นขึ้นมา หล่อนก็รีบวิ่งออกไปตามคุณหมอเข้ามาตรวจอาการทันทีผมพยายามรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีอยู่ยกมือขึ้นอย่างยากลำบาก"อย่าร้องไห้เลยนะ"สวี่เจี่ยวเจี่ยวโผเข้าสวมกอดร่างของผมเต็มแรง จนกระทั่งผมเอื้อมมือไปตบหลังหล่อนเบาๆ เพื่อปลอบประโลม หล่อนถึงยอมปล่อยมือคลายอ้อมกอดออกจากตัวผมคุณพ่อคุณแม่ยืนอยู่อีกฝั่งหนึ่งของเตียงคนไข้ พลางทอดสายตามองมาที่ผมด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยและรู้สึกผิดสวี่เจี่ยวเจี่ยวโน้มตัวลงมากระซิบที่ข้างหูของผมด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา"ตอนนี้ลู่ซีเสาะหาหลักฐานชิ้นสำคัญที่พิสูจน์ได้ว่าสือยวี่แอบสมรู้ร่วมคิดกับพวกแก๊งทวงหนี้นอกระบบเพื่อวางแผนทำร้ายนายจนเจอหมดแล้วล่ะ ตอนนี้พวกมันทั้งหมดโดนจับเข้าคุกไปเรียบร้อยแล้วนะ"คุณแม่ยกมือขึ้นปาดหยาดน้ำตาเบาๆ พลางเอ่ยปากเรียกชื่อผมออกมา"อาเจี่ยน"ทว่าหลังจากเอ่ยปากเรียกชื่อผมแล้ว หล่อนกลับอ้ำอึ้งอยู่นานสองนานไม่ยอมพูดจาอะไรออกมาเสียที

  • สายเกินกว่าจะรักกัน   บทที่ 11

    ในจังหวะที่ผมยันตัวลุกขึ้นมานั่งบนเตียง ลู่ซีก็เอ่ยปากขึ้นมา"อาเจี่ยน นายเป็นยังไงบ้าง"ผมนั่งนิ่งอยู่บนเตียง หัวสมองมันตื้อจนพูดอะไรไม่ออกที่แท้ คนอย่างผมก็ไม่คู่ควรกับการมีชีวิตที่ดีจริงๆ สินะช่วงเวลาดีๆ ทั้งหมดที่ได้ใช้ร่วมกับสวี่เจี่ยวเจี่ยว มันช่างเหมือนกับภาพความฝัน ตอนนี้ฝันนั้นมันสลายไปแล้ว และผมก็ควรจะกลับสู่ห้วงนรกอันมืดมิดตามเดิม ผมนั่งนิ่งอยู่บนเตียงคนไข้ ทำเป็นหูทวนลมลู่ซีเฝ้ารออยู่นานสองนาน เมื่อเห็นว่าผมไม่มีทีท่าจะเอ่ยปากพูดจา หล่อนก็ค่อยๆ สาวเท้าก้าวเข้ามานั่งลงตรงขอบเตียง พลางเอื้อมมือมาจะแตะวัดอุณหภูมิที่หน้าผากของผม"อย่ามาจับตัวผม"ผมเอ่ยปากห้ามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า"แค่เธอมาสัมผัสโดนตัว ผมก็สะอิดสะเอียนอยากจะอ้วกแล้ว"ลู่ซีชะงักค้างไปทันควัน ขอบตาของหล่อนพลันรื้นขึ้นมาคนที่มีท่าทีหยิ่งทะนงเสมอมาอย่างลู่ซี มีตอนไหนกันที่หล่อนจะยอมมาเผยสีหน้าท่าทางเวทนาแบบนี้ต่อหน้าผม"อาเจี่ยน ฉันไม่รู้เรื่องเลยจริงๆ ว่านายโดนพวกมัน…"ผมหันหน้ากลับมามอง อาศัยแสงจันทร์รำไรสาดส่องจ้องมองไปที่ใบหน้าของหล่อน แววตาของหล่อนมันอัดแน่นไปด้วยความรู้สึกผิด มันทำให้ผมรู้สึกว่าผ

  • สายเกินกว่าจะรักกัน   บทที่ 10

    คนอย่างมันคู่ควรตรงไหน? คนอย่างมันกล้าดียังไง? จนกระทั่งความเจ็บปวดแล่นขึ้นมาบนใบหน้า ผมถึงได้สติกลับคืนมาลู่ซียืนอยู่ตรงหน้าผม แววตาเอือมระอาและรังเกียจเดียดฉันท์จนแทบจะทะลักออกมา ส่วนสือยวี่โดนผมกระชากคอเสื้อกดไว้กับกำแพง สภาพผมเผ้าหลุดลุ่ย ใบหน้าบวมเป่งขึ้นสีแดงช้ำ ในตอนนั้นผมแยกแยะไม่ออกเลยจริงๆ ว่าใครกันแน่ที่เป็นคนบ้าสติฟั่นเฟือนลู่ซีชักมือกลับ พลางเอ่ยปากพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาจับขั้วหัวใจ"โจวเจี่ยน นายเป็นบ้าไปแล้วหรือไง? หัดแหกตาดูสภาพของตัวเองในตอนนี้บ้างสิ มีตรงไหนที่ดูคู่ควรกับคนของตระกูลสือบ้าง? ทำตัวไม่ต่างอะไรกับพวกคนป่วยจิตเวช""ซีซี ไม่เป็นไรหรอกครับ อาเจี่ยนจะโกรธผมมันก็สมควรแล้วล่ะ"สือยวี่ยิ้มมุมปาก พลางหลุดเสียงซี้ดซ้าดออกมาด้วยความเจ็บปวด"ยังไม่รีบปล่อยมือออกจากตัวอายวี่อีก"ผมได้แต่ยืนอึ้งนิ่งไม่ยอมขยับเขยื้อน ลู่ซีเริ่มหมดความอดทน ถลันกายเข้ามาตั้งท่าจะกระชากตัวผมออกทว่าในตอนนั้น ท่อนแขนของผมกลับรับรู้ได้ถึงความรู้สึกอ่อนโยน ผมกวาดสายตามองตามไป ก็สบตาเข้ากับแววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยและสงสารของสวี่เจี่ยวเจี่ยว หล่อนเอื้อมมือมาดึงตัวผมให้แยกออกมา

  • สายเกินกว่าจะรักกัน   บทที่ 9

    สวี่เจี่ยวเจี่ยวหัวเราะซ้ำเติมผมอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็ยังคงรีบหยิบเสื้อคลุมมาสวมใส่ แล้วรีบวิ่งลงบันไดไปหาซื้อยาแก้ปวดท้องมาให้ผมเมื่อเสียงกดกริ่งประตูห้องดังรัวขึ้นอย่างเร่งรีบ ผมก็นึกทึกทักเอาเองว่าสวี่เจี่ยวเจี่ยวคงจะลืมหยิบโทรศัพท์มือถือติดตัวไปด้วยแน่ๆหล่อนมักจะขี้หลงขี้ลืมแบบนี้อยู่เรื่อย"รีบออกไปขนาดนั้น ลืมหยิบโทรศัพท์ไปด้วยล่ะสิท่า"น้ำเสียงของผมพลันขาดห้วงไปในทันควัน พร้อมๆ กับบานประตูที่ถูกเปิดออกผู้ที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าประตูไม่ใช่สวี่เจี่ยวเจี่ยว ทว่ากลับเป็นสือยวี่ที่แต่งตัวหรูหราดูดีราวกับคุณชายตระกูลสูงศักดิ์เขากวาดสายตาสำรวจเรือนร่างของผม ในมือหิ้วถุงขนมปังอยู่สองสามชิ้นผมรู้ได้ทันทีว่าเขามาเยือนในคราวนี้ย่อมไม่หวังดีแน่ผมขมวดคิ้วมุ่น พลางเอ่ยปากเค้นถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา"นายรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่นี่?"สือยวี่จับจ้องมาที่ผมราวกับกำลังมองคนโง่"นี่นายไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยจริงๆ สินะ ตึกแถวหลังที่นายกำลังซุกหัวนอนอยู่นี่น่ะ มันเป็นสินทรัพย์ในเครือของตระกูลลู่ต่างหากล่ะ""และแน่นอนว่า ที่อยู่ของนาย ซีซีก็เป็นคนคาบข่าวมาบอกฉันเองนั่นแหละ"ผม

  • สายเกินกว่าจะรักกัน   บทที่ 8

    สวี่เจี่ยวเจี่ยวเข้าใจสถานการณ์ทุกอย่างทันที"อยากให้ฉันพานายออกไปเดินเล่นเปิดหูเปิดตาหน่อยไหมล่ะ? ฉันอยู่ที่นี่มาตั้งครึ่งปีแล้วนะ เชี่ยวชาญเส้นทางแถวนี้สุดๆ เลยล่ะ"ผมทำหน้ามึนตึบบอกบุญไม่รับอยู่บ้าง"จะไปไหนงั้นเหรอ?"สวี่เจี่ยวเจี่ยวเขย่งปลายเท้าขึ้นมาแล้วใช้นิ้วดีดหน้าผากของผมเบาๆ เหมือนอย่างที่เคยทำในอดีตไม่มีผิด"ก็ต้องออกไปหาซื้อเฟอร์นิเจอร์สิ อีกอย่างนะ อาการป่วยของนายขืนอยู่แต่ในบ้านมันจะไปหายดีได้ยังไงกันเล่า?""แต่นายสบายใจได้เลยนะ เรื่องต่อรองราคาเดี๋ยวฉันทำแทนเอง นายมีหน้าที่แค่เดินอยู่ข้างๆ ฉันก็พอแล้วล่ะ""เรื่องแบบนี้มันไม่ต้องรีบให้เห็นผลในทันทีหรอก"น่าแปลกเหลือเกิน ที่ผมไม่ได้มีความรู้สึกรังเกียจหรือต่อต้านสัมผัสจากหล่อนเลยแม้แต่นิดเดียวความรู้สึกเหมือนกับได้ย้อนเวลากลับไปในสมัยมัธยมปลาย ตอนที่ผมโดนบังคับให้ลงแข่งวิ่งหนึ่งพันเมตร ในตอนนั้นมีเพียงหล่อนคนเดียวเท่านั้นที่ยอมตะโกนส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจผมดังลั่น และในยามที่ผมวิ่งฝ่าเส้นชัยมาได้ ก็มีเพียงหล่อนคนเดียวเท่านั้นที่ยอมเข้ามาพยุงร่างของผมเอาไว้ไม่มีความรังเกียจเดียดฉันท์ ไม่มีความดูถูกอยู่เลย มีเพ

  • สายเกินกว่าจะรักกัน   บทที่ 7

    ผมเช่าบ้านอยู่แถวชานเมือง ห่างไกลจากความพลุกพล่าน มันช่วยให้ผมสงบสติอารมณ์ลงได้ และไม่ต้องไปคิดถึงเรื่องราววุ่นวายพวกนั้นอีกผมกดสั่งอาหารเดลิเวอรีและบอกให้ไรเดอร์วางของทิ้งไว้ตรงประตูบ้าน พอแว่วเสียงฝีเท้าของไรเดอร์ที่ค่อยๆ เดินห่างไกลออกไป ผมก็ถอนหายใจออกมา ก่อนจะเปิดประตูเดินออกไปหยิบถุงอาหารทว่าในจังหวะที่ผมกำลังก้มตัวลงไปนั้น จู่ๆ ความเจ็บก็แล่นขึ้นมาจากเรียวขาขวาอย่างกะทันหัน มันเจ็บปวดรุนแรงจนเหงื่อไหลพราก ทำให้ผมทรุดฮวบลงไปนั่งกองกับพื้นในระหว่างที่ผมกำลังฝืนเกาะขอบประตูเพื่อยันตัวลุกขึ้นยืน ตรงหน้าก็พลันปรากฏฝ่ามืออันขาวผ่องข้างหนึ่งยื่นเข้ามาเรียวนิ้วยาวสลวยมองแวบเดียวก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นมือของผู้หญิงผมลังเลอยู่ชั่วครู่ ไม่ได้ยื่นมือไปจับ รอจนกระทั่งความเจ็บปวดเริ่มทุเลาลง จึงค่อยหยัดกายลุกขึ้นยืนด้วยตัวเองฝ่ามือนั้นชักกลับคืนไปผมไม่กล้าเงยหน้าขึ้นไปสบตา ทำเพียงแค่หลุบสายตาลงต่ำ เอ่ยปากขอบคุณหล่อนด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา จากนั้นก็คว้าถุงอาหารตั้งท่าจะเดินกลับเข้าห้อง"โจวเจี่ยน?"น้ำเสียงใสของหญิงสาวเอ่ยเรียกชื่อในอดีตของผมออกมา ผมเงยหน้าขึ้นมองตามสัญชาตญาณ สบตาเข้า

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status