Masukตอนเที่ยง
เมื่อถึงเวลาพักกลางวัน เพียงดาวก็สั่งอาหารจากแอปพลิเคชันมาทานในที่ทำงาน บางวันเธอก็ไปทานในศูนย์อาหารของโรงพยาบาล เมื่อพนักงานมาส่งอาหาร หญิงสาวก็ออกไปเอาของกินหน้าโรงพยาบาล ตอนเดินกลับเข้ามาในห้องการเงินก็เห็นร่างสูงกับคนรักของเขาพากันเดินออกมาพอดี แพทริกเหลือบมองคนตัวเล็กเล็กน้อย ก่อนจะเลิกสนใจแล้วพาคนรักเดินออกไปขึ้นรถหรูและมุ่งหน้าไปยังร้านอาหาร บนรถ “เท่าที่ข้าวสังเกตดูเพียงดาวตั้งแต่เช้าจนถึงตอนเที่ยง ข้าวว่าเพียงดาวยังไม่หายป่วยเลยนะ” “…” “ตอนเช้าที่แพทริกลงไปดูเพียงดาว ได้ถามเขาหรือเปล่าว่าป่วยเป็นอะไร” “ก็…ไข้หวัดธรรมดาน่ะ” ถ้าเขาบอกว่าเพียงดาวท้อง ข้าวหอมคงต้องถามยืดยาวแน่ๆ เขาไม่อยากอธิบายจึงเลี่ยงไม่ตอบความจริงดีกว่า ตอนเย็น เมื่อเลิกงานแพทริกกับข้าวหอมก็พากันออกไปขึ้นรถ ก็เห็นเพียงดาวเดินไปขึ้นรถและขับออกไป ร่างสูงขับรถออกไปจากโรงพยาบาลมุ่งหน้าไปยังคอนโดของข้าวหอม บนรถ “เดี๋ยวแพทริกจอดหน้าเซเว่นด้วยนะ” “ข้าวหอมจะซื้ออะไรเหรอ” “ซื้อถุงยางอนามัยน่ะ” “ไม่ต้องแวะหรอก ฉันเตรียมมาแล้ว อยู่ในเก๊ะหน้ารถน่ะ” “แหม แพทริกเนี่ย เตรียมพร้อมจังเลยนะ กลัวข้าวจะท้องเหรอ” เธอยิ้มล้อเลียน “…” แพทริกชะงักกับคำว่าท้องพลางคิดไปถึงอีกคนที่กำลังท้องอยู่ เธอไม่ได้พลาดท้อง แต่เธอตั้งใจให้ท้อง “ถ้าข้าวจะพลาดท้องขึ้นมาจริงๆ ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลยนี่ ก็ตอนนี้เราไม่มีพันธะกันแล้ว สามีข้าวก็ไม่มีแล้ว ภรรยาของแพทริกก็ไม่มีแล้วเหมือนกัน” “…” “จะว่าไป อายุของเราก็จะสามสิบแล้วนะ ถ้าจะมีลูกตอนนี้ก็ได้อยู่นะ แพทริกว่าดีไหม” “อืม” เขารับคำอย่างไม่เต็มเสียงเท่าไหร่ “แพทริกอยากให้ข้าวปล่อยท้องเลยไหม” “ฉันว่าอย่าเพิ่งปล่อยให้ท้องเลยนะ อยู่แบบนี้ไปก่อนดีกว่า การที่ไม่มีลูก จะทำอะไรหรือจะไปไหนมันก็คล่องตัวดีนะ เพราะไม่ต้องคอยกังวลเรื่องลูก” “ถ้าเกิดว่าข้าวมีลูก ข้าวจะเลี้ยงลูกอยู่ที่บ้านเอง แล้วแพทริกก็ไปทำงานตามปกติ ไม่ต้องห่วงเรื่องลูก” “เรื่องลูกเอาไว้ก่อนดีกว่านะ ตอนนี้ฉันยังอยากทุ่มเวลาให้กับงานมากกว่า” “เอางั้นก็ได้ ข้าวแล้วแต่แพทริกแล้วกัน แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่แพทริกพร้อมที่จะมีลูกก็บอกข้าวได้เลยนะ ข้าวพร้อมจะท้องตลอดเวลา” “อืม” สองอาทิตย์ต่อมา สองอาทิตย์ที่ผ่านมานี้ อาการแพ้ท้องที่เพียงดาวเป็นก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลย แต่มันยิ่งเป็นหนักขึ้นไปอีก เพียงดาวที่ไม่สามารถอดทนกับอาการคลื่นไส้และเวียนหัวเอาไว้ไหว จึงหยิบกระเป๋าสะพายขึ้นมาคล้องไหล่ แล้วลุกจากเก้าอี้ด้วยท่าทางที่ไร้เรี่ยวแรง ข้าวหอมที่เห็นจึงเอ่ยถาม “จะไปไหนเหรอเพียงดาว” “ฉันรู้สึกเวียนหัวน่ะค่ะ ก็เลยอยากไปให้หมอตรวจสักหน่อย ฉันขอตัวนะ” บอกจบคนตัวเล็กก็เดินออกไปจากห้องการเงิน เธอเดินออกมาได้ไม่ไกลก็เจอกับคนตัวสูงที่เดินสวนมาพอดี แพทริกที่เห็นใบหน้าที่ซีดเซียวและท่าทีที่ไร้เรี่ยวแรงของร่างบาง จึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม “นั่นเธอจะไปไหน” “จะไปหาหมอค่ะ เพียงดาวอยากได้ยาแก้คลื่นไส้ค่ะ” “คลื่นไส้มากเหรอ” “ค่ะ เวียนหัวด้วย งั้นเพียงดาวขอตัวไปหาหมอก่อนนะคะ” ว่าแล้วร่างบอบบางก็ก้าวเดินไปด้วยสภาพที่ไร้เรี่ยวแรง ร่างสูงที่เห็นจึงส่ายหัวเบาๆพลางสาวเท้าตามหลังเธอไป “ไปห้องทำงานของฉัน” “เพียงดาวไปหาหมอดีกว่าค่ะ” “เธอลืมไปแล้วเหรอว่าฉันก็เป็นหมอ” “…” เธอเงยมองใบหน้าหล่อเหลาด้วยแววตาอิดโรย ก่อนมือหนาจะเลื่อนลงไปจับมือเรียวแล้วพาเธอขึ้นลิฟต์ไปยังห้องทำงานของเขา ห้องทำงานแพทริก เมื่อเข้ามาในห้องทำงานที่มีขนาดกว้างขวางและหรูหรา คนตัวเล็กก็รีบยกมือปิดปากเพราะจะอาเจียน “อุ๊บ” “จะอ๊วกเหรอ” “ค่ะ เพียงดาวอยากอ๊วกค่ะ ขอไปอ๊วกในห้องน้ำนะคะ” บอกจบคนตัวเล็กก็รีบเดินเข้าห้องน้ำไปโก่งคออาเจียนในชักโครก “อ๊วก” เธออาเจียนจนหน้าดำหน้าแดงและหมดแรงจะลุกขึ้นยืน จึงนั่งไปกับพื้นและพิงศีรษะกับผนังข้างชักโครก ร่างสูงที่เข้ามาเห็นว่าร่างเล็กนั่งอยู่บนพื้นด้วยสภาพที่ไร้เรี่ยวแรงจึงเอ่ยถาม “ลุกขึ้นไหวไหม” “…” เธอไม่ตอบ แต่พยายามยันตัวเองให้ลุกขึ้น แต่ก็ลุกไม่ไหว แพทริกที่เห็นจึงเดินเข้ามาช้อนร่างเล็กขึ้นมาอุ้มแนบอกแล้วพาไปนอนบนโซฟาตัวยาว ก่อนที่เธอจะผล็อยหลับไปอย่างง่ายดายด้วยความอ่อนเพลีย นัยน์ตาคมจับจ้องไปยังหน้าท้องที่แบนราบของเธออยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงเดินไปหยิบเสื้อตัวนอกที่พาดอยู่บนเก้าอี้มาคลุมหน้าท้องให้เธอ ก่อนจะไปหย่อนตัวนั่งที่โต๊ะทำงานแล้วทำงานต่อตอนเที่ยง ในขณะที่เพียงดาวก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่นั้น โทรศัพท์ของเธอก็มีสายโทรเข้า เธอเหลือบไปมอง เมื่อเห็นว่าเป็นพ่อของลูก จึงหยิบขึ้นมากดรับสาย “ค่ะพี่แพทริก” (พี่สั่งของกินมาหลายอย่างเลย เดี๋ยวขึ้นมากินที่ห้องทำงานพี่นะ) “ได้ค่ะ” (ขึ้นมาเลยนะ) “ค่ะ” เธอกดวางสายแล้วลุกออกไปจากห้องการเงิน ก่อนจะขึ้นไปยังห้องทำงานของเขา ห้องทำงานแพทริก เมื่อคนตัวเล็กเปิดประตูเข้ามาก็เห็นว่าอาหารหลายอย่างวางอยู่บนโต๊ะ แพทริกที่นั่งอยู่บนโซฟา เมื่อเห็นร่างบางจึงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “มานั่งสิ” หญิงสาวเดินไปหย่อนสะโพกนั่งข้างเขา จากนั้นทั้งสองจึงลงมือรับประทานกันด้วยความเอร็ดอร่อย เมื่อทั้งคู่ทานเสร็จ เพียงดาวก็เก็บของบนโต๊ะจนเสร็จเรียบร้อย แล้วหันบอกร่างสูงที่นั่งอยู่บนโซฟาตัวยาว “เพียงดาวลงไปข้างล่างแล้วนะคะ” เธอทำท่าจะก้าว แต่มือหนาคว้าข้อมือเรียวดึงรั้งให้มานั่งบนตัก พร้อมกับสวมกอดเธอไว้จากด้านหลัง หมับ “ไหนบอกว่าจะให้คำตอบพี่วันนี้ไง พี่อยากฟังคำตอบจากเธอจะแย่แล้วนะ รู้ไหมวันนี้พี่ไม่มีกะจิตกะใจจะทำงานเลย เพราะรอคำตอบจากเธอนี่แหละ” เขาหอมแก้มนุ่มแล้วออกแรงสูดดมกลิ่นหอมที่ห่างหายมาเกือบเดือนจนเต
ตอนเย็น แพทริกออกจากห้องทำงานแล้วลงชั้นล่างมาหาเพียงดาวที่ห้องการเงิน ก็เห็นว่าเธอเดินออกมาจากห้องพอดี เห็นอย่างนั้นเรียวขายาวจึงก้าวยาวๆเข้ามาหาเธอ พร้อมกับเอ่ยด้วยสีหน้าตึงนิดๆ เพราะเขายังรู้สึกไม่พอใจที่เธอไปทานข้าวกับเพื่อนชายของเธอ “วันนี้ไปรับลูกด้วยกันนะ” “ได้ค่ะ” เธอรับคำอย่างว่าง่ายแล้วสาวเท้าตามคนตัวสูงไปขึ้นรถ “แวะกินข้าวกันก่อนนะ ตอนเที่ยงพี่ยังไม่ได้กินอะไรเลย” “พี่ยังไม่ได้กินอะไร? แล้วทำไมถึงไม่กินล่ะคะ” เธอถามด้วยความแปลกใจพลางรู้สึกเป็นห่วงไม่น้อยเมื่อรู้ว่าเขายังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เที่ยง “พี่ไม่ค่อยหิวน่ะ” “ไม่หิว?” “อืม” “งั้นก็ไปกินเถอะค่ะ” ว่าแล้ว แพทริกก็ขับรถมุ่งหน้าไปยังร้านอาหารแห่งหนึ่ง รับประทานเสร็จก็ไปรับอชิที่บ้านมินตราและพาสองแม่ลูกมาส่งที่บ้าน สองอาทิตย์ต่อมา ตอนนี้อชิก็มีอายุครบหกเดือนแล้ว สองอาทิตย์ที่ผ่านมานี้ แพทริกจะชวนเพียงดาวไปรับลูกทุกวันเพราะเขาอยากใช้เวลาอยู่กับเธอให้มากที่สุด บ้านเพียงดาว เมื่อทั้งสองเข้ามาในบ้าน เพียงดาวก็บอกกับร่างสูงที่อุ้มลูกชายเดินตามหลังเข้ามา “เพียงดาวขอไปซักผ้าก่อนนะคะ พี่อยู่กับอชิก่อนนะ” “เดี๋ยวพี่
เมื่อเข้ามาในห้องนอนก็เห็นว่าคนตัวเล็กตื่นแล้ว เขาที่เห็นอย่างนั้นจึงสาวเท้าเข้าไปหย่อนตัวนั่งข้างเธออย่างกระตือรือร้น พร้อมกับเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มอ่อนโยน คลี่ยิ้มบางๆ “ตื่นนานยัง” “ห้านาทีได้” ฝ่ามือหนาแตะหน้าผากมน จึงรู้ว่าไข้ลดลงบ้างแล้ว “ไข้ลดแล้วนะ งั้นเดี๋ยวพี่ลงไปเอาข้าวต้มมาให้” “ค่ะ” เขาออกไปจากห้องนอนแล้วลงชั้นล่างไปตักข้าวต้มหมูใส่ถ้วย และเอาขึ้นมาให้เธอ เขาจัดแจงให้เธอนั่งพิงหัวเตียงแล้วยกถ้วยข้าวต้มมาถือไว้ แพทริกตักข้าวต้มและป้อนให้เธอ เธออ้าปากงับข้าวต้มอย่างว่าง่าย เขาป้อนข้าวให้เธอห้าช้อน พอจะป้อนช้อนที่หก “พอแล้วค่ะ อิ่มแล้ว” ชายหนุ่มวางถ้วยลงบนที่นอนแล้วหยิบขวดน้ำยื่นให้เธอเอาไปดื่ม “เธอรู้สึกเวียนหัวไหม” “นิดหน่อยค่ะ” “งั้นก็นอนพักผ่อนต่อเถอะ เดี๋ยวพอถึงเวลากินยา พี่จะมาบอก” “ค่ะ” เขาลุกจากเตียงแล้วจะหยิบถ้วยข้าวต้ม ทันใดนั้นโทรศัพท์ของเพียงดาวที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงก็มีสายโทรเข้า Rrrr! เขาหยิบขึ้นมาดู เมื่อเห็นว่าเป็นชื่อของเพื่อนชายของเธอ พลันสันกรามแกร่งก็ขบกันแน่นอย่างหงุดหงิด “ใครโทรมาเหรอคะ” “เพื่อนเธอที่ชื่อเจโรม” “เอาโทรศัพท์มาค่ะ” เธอย
ตอนเย็น แพทริกกับเพียงดาวรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในเวลาหกโมงเย็น ร่างแกร่งพลิกตะแคงหันหน้าเข้าหาร่างบางที่กำลังลังขยี้ตาด้วยความงัวเงีย แพทริกที่เห็นจึงคลี่ยิ้มอ่อนๆมองเธอด้วยความนึกเอ็นดู เพียงดาวที่เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าอีกคนนอนอยู่ข้างๆด้วย จึงหันมามองก็เห็นว่าเขามองเธอและยิ้มอยู่ก่อนแล้ว “นอนเต็มตื่นหรือยัง” เรียวปากหยักถาม “ค่ะ นี่กี่โมงแล้วคะ” เขาดูนาฬิกาเรือนหรูที่ข้อมือ “หกโมงแล้ว หิวแล้วใช่ไหม” “ค่ะ” “งั้นเดี๋ยวพี่ลงไปจัดการเรื่องของกินให้ เมื่อเช้าพี่ซื้อมาเผื่อมื้อเย็นด้วย พี่ลงไปอุ่นก่อนนะ อีกยี่สิบนาทีเธอค่อยตามลงไป” “ค่ะ” เขาก้มลงจูบหน้าผากเกลี้ยงเกลาแล้วลงจากเตียง ร่างสูงออกจากห้องลงชั้นล่าง และเข้าครัวไปอุ่นอาหาร เพียงดาวที่นอนอยู่คิดทบทวนกับคำพูดที่พ่อของลูกพูดเมื่อตอนกลางวัน จึงคิดว่าเธอยังให้คำตอบวันนี้ไม่ได้ แต่เธอจะกลับบ้านไปคิดใคร่ครวญอีกที เธอชอบเขา และตอนนี้เขาบอกว่าชอบเธอพลางคิดว่าก่อนที่คนเราจะรักกันมันต้องเริ่มจากชอบกันก่อนไม่ใช่เหรอ ร่างเล็กขยับตัวลุกจากเตียงแล้วออกจากห้อง ก่อนจะลงไปข้างล่าง จึงเห็นว่าร่างสูงกำลังวุ่นอยู่ในครัว ภาพนั้นมันทำให้เธอเผลอยิ
เมื่อเพียงดาวอาบน้ำเสร็จ แพทริกก็เข้ามาพร้อมกับผ้าขนหนูผืนใหญ่ที่อยู่ในมือ เรียวขาขาวเนียนก้าวออกจากอ่างพลางยื่นมือไปรับผ้าเช็ดตัวจากเขามาพันรอบกาย ก่อนทั้งสองจะพากันออกไปจากห้องน้ำ แพทริกเดินไปหยิบเสื้อยืดคอกลมสีน้ำเงินในตู้มายื่นให้คนตัวเล็ก “ใส่เสื้อฉันไปก่อน” เพียงดาวรับเสื้อมาจัดการสวมใส่ต่อหน้าร่างสูงที่จ้องมองเธอ จากนั้นเธอจึงยื่นผ้าขนหนูให้เขาเอาไปเก็บ แพทริกเดินมาบอกกับร่างบาง “ลงไปกินข้าวกันเถอะ” ว่าแล้วทั้งสองก็พากันลงไปทานข้าวที่เขาสั่งมาจากร้านอาหารชื่อดัง เมื่อทานกันเสร็จ เพียงดาวก็มานั่งบนโซฟาในห้องโถง แพทริกที่มีแก้วน้ำและยาอยู่ในมือเดินมาหย่อนกายนั่งข้างเธอ พร้อมกับพูดออกไป “กินยาคุมฉุกเฉินก่อนนะ แล้วก็กินยาแก้ปวดด้วย” เขายื่นยาคุมและยาแก้ปวดที่ไม่มีสเตียรอยด์ให้หญิงสาว เพียงดาวรับไปกินพร้อมกับดื่มน้ำตาม “อยู่ที่นี่อีกสักสองสามวันนะ เรื่องลูกเธอไม่ต้องเป็นห่วง อชิเป็นเด็กเลี้ยงง่ายอยู่แล้ว และไม่ค่อยร้องไห้งอแง ลูกอยู่กับแม่อีกสองสามวัน เธอสบายใจได้ แม่จะดูแลอชิเป็นอย่างดีเลย” เขาพูดเพื่อให้เธอวางใจเรื่องลูก และไม่ให้เธอต้องกังวล เพราะเขารู้ดีว่าคนเป็นแม่ถ้าห่าง
เขาจับคนตัวเล็กที่ร่างกายอ่อนปวกเปียกพลิกให้หันหลังมาทางเขา ฝ่ามือแกร่งยกขึ้นไปจับสองเต้าเต่งตึงพลางฟอนเฟ้นอยู่อย่างนั้น เพียงดาวที่ร่างกายอ่อนล้าก็นอนนิ่งปล่อยให้อีกคนเล่นกับร่างกายเธออย่างไม่มีการคัดค้าน เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าเขาต้องทำกับร่างกายเธอจนเขารู้สึกพอใจ แต่เธอก็ไม่สามารถรู้ได้ว่าเขาจะพอใจเมื่อไหร่ “เธอนี่ก็ซ่อนรูปเหมือนกันนะ ไม่คิดเลยว่านมเธอจะใหญ่เกินตัวแบบนี้” “พี่จะปล่อยให้เพียงดาวได้นอนตอนไหน” “ก็จนกว่าฉันได้yedเธอจนน้ำหมดตัวนั่นแหละ ฉันบอกแล้วไงว่ากว่าเธอจะได้นอนก็เกือบเช้า” “อดอยากมานานแล้วเหรอ” “อืม” เขาจับขาเรียวยกขึ้นมาก่ายไว้บนเอวของเขาแล้วจับท่อนเอ็นที่ไม่ยอมอ่อนตัวสอดสวมไปจากด้านหลัง สวบ “โอ๊ย เจ็บนะ ใส่เข้ามาได้” เธอส่งเสียงร้องเมื่อเขาสอดลำกายมาทางด้านหลังอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว “ถ้าเสียวแล้วเธอจะไม่บ่นว่าเจ็บ ก็เหมือนเมื่อกี้ไง ที่เธอบอกว่าเจ็บ แต่พอฉันทำให้เธอเสียว เธอก็เสร็จเหมือนกัน” “เสร็จรอบนี้แล้วพอได้ไหม” “ต้องดูก่อน ยังบอกตอนนี้ไม่ได้” “ง่วงแล้วนะ” “ถ้าง่วงมากก็หลับไปก่อน” เขาว่าพลางจมูกก็ไซ้ซอกคอระหง จนเพียงดาวขนลุกซู่อีกครั้ง แพทริกลูบแขนเส
สองชั่วโมงผ่านไปเมื่อร่างเล็กที่นอนอยู่บนโซฟารู้สึกตัวตื่นและขยับตัว ร่างสูงที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานก็ละจากหน้าจอแมคบุ๊กแล้วหันไปมองเธอคนตัวเล็กขยับตัวลุกจากโซฟาพลางยกมือจับที่คอและมีสีหน้าพะอืดพะอม เพราะเธอคลื่นไส้อีกแล้ว แพทริกที่เห็นจึงเอ่ยถาม“คลื่นไส้อีกแล้วเหรอ”“ค่ะ”“เข้าห้องน้ำไปสิ ถ้าจะ
สามวันต่อมาเป็นเวลาสามวันแล้วที่เพียงดาวไม่ได้ไปทำงาน เพราะเธอมีอาการแพ้ท้องอย่างหนัก ได้กลิ่นอาหารทีไรก็คลื่นไส้และอาเจียนออกมาทุกทีด้านแพทริกเป็นเวลาสามวันแล้วที่แพทริกไม่เห็นเพียงดาวที่ห้องการเงิน เขารู้สึกสงสัย แต่ก็ไม่อยากจะถามใคร เพราะคิดว่าเธออาจจะไม่สบายจึงลางานก็ได้บนรถแพทริกกับข้าวหอ
บ้านแพทริก ตอนเย็นเพียงดาวขับรถเก๋งแบรนด์ญี่ปุ่นเข้ามาจอดหน้าบ้าน ร่างบางลงจากรถแล้วสาวเท้าเข้ามาในบ้านจึงเห็นร่างสูงนั่งอยู่ในห้องโถง เห็นอย่างนั้นเท้าเรียวจึงเดินเข้ามาหาเขา พร้อมกับเอ่ยออกไปด้วยใบหน้าแช่มชื่น เมื่อคิดว่าอีกไม่กี่อาทิตย์เธอก็จะได้รู้แล้วว่าท้องหรือไม่ท้อง“ขอบคุณมากนะคะที่ยอมบร
ห้องนอนแพทริกร่างแกร่งทิ้งตัวนั่งบนเตียงแล้วหยิบรูปถ่ายที่เขาถ่ายคู่กับข้าวหอมขึ้นมาดู พลางคิดว่าเธอเป็นโสดกลับมาหาเขาแล้ว ดังนั้นมันก็สมควรแล้วไม่ใช่เหรอถ้าจะหย่ากับคนที่ไม่ได้รักและไปอยู่กับผู้หญิงที่ตัวเองรักมาตลอดที่เพียงดาวบอกว่าจะยอมหย่าให้ถ้าเธอได้ในสิ่งที่ต้องการ นั่นก็คือน้ำเชื้อของเขา เ







