หลังจากที่หลงอวิ๋นพาฉันไปยังห้องลับกลางสวนหิมะ
ไม่ทันได้ซักไซ้ต่อ เขาก็ถูกเรียกตัวไปโดยด่วนจากใครบางคนในระดับ “ราชวงศ์” ที่ดูเคร่งขรึมกว่าอุณหภูมินอกวังอีก
ผลลัพธ์ก็คือ... ฉันถูกปล่อยให้อยู่คนเดียวในวังที่มีประตูเยอะกว่าพรม เยอะพอจะทำให้ฉันรู้สึกเหมือนอยู่ในเกมเขาวงกตเวทมนตร์แบบไม่ตั้งใจ
และใช่ค่ะ — ฉันก็ยังคงเป็นฉัน
เอลาเรีย เวลเลนไฮม์ ผู้มีคติประจำใจว่า “ความอยากรู้ไม่เคยฆ่าแมว...แต่ฆ่าฉันมาหลายรอบแล้ว”
ฉันเดินสำรวจโซนฝั่งใต้ของวัง ที่ดูเงียบกว่าปกติราวกับถูกลืม ผนังห้องที่นี่ไม่มีคริสตัลประดับ ไม่มีลายมังกร ไม่มีแม้แต่เสียงวิญญาณรับใช้ที่ปกติจะลอยไปลอยมาเหมือนนกฮัมมิ่งเบา ๆ
และนั่นแหละ...
สิ่งที่สะดุดตาฉันคือ ‘ประตูน้ำแข็งขุ่น ๆ’ ที่ดูผิดฝาผิดฝั่งอย่างแรง มันตั้งโดดเดี่ยวอยู่ท้ายโถงทางเดิน บานประตูทำจากน้ำแข็งขุ่นปนเงา ไม่มีด้ามจับ ไม่มีวงเวทเรืองแสง ไม่มีแม้แต่แสงจันทร์สาดผ่าน
นอกจากนั้น...มันมีเพียงตราประทับเวทกลมจาง ๆ ล้อมรอบตัวอักษรโบราณ
ซึ่งเวทของหล
ระหว่างที่ฉันกับหลงอวิ๋นกำลังชมสวนกันอย่างเงียบงัน ลมเย็นพัดผ่านเบา ๆ ดอกไม้น้ำแข็งพลิ้วไหวราวกำลังเต้นรำใต้มวลหิมะแล้วจู่ ๆ ก็มีเสียงปีกกระพือแหวกอากาศลงมาเบื้องบนนกฮูกขนาดใหญ่สีขาวบริสุทธิ์ ร่อนลงมาจากฟากฟ้าอย่างสง่างามดวงตาสีทองของมันทอแสงฉลาดเฉียบ คมกริบราวกับมองทะลุใจคน“ฮู้... ฮู้!”เสียงร้องของมันฟังแว่วลึกและทรงพลังหลงอวิ๋นยกแขนขึ้นเบา ๆ และเจ้าสัตว์เวทก็บินลงมาเกาะแขนเขาอย่างเชื่อฟัง“นี่คือ ‘หิมะขาว’ ... สหายเก่าแก่ของข้า และผู้นำสารที่ซื่อสัตย์”เขาลูบขนสีขาวของมันแผ่วเบา ก่อนจะพบม้วนกระดาษเล็ก ๆ ผูกติดอยู่ที่ข้อเท้าของมัน เขาแกะออก และคลี่มันอ่านเงียบ ๆใบหน้าที่เคยสงบ...เริ่มเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดในทันที“มีรายงานว่าพบร่องรอยของพวกล่ามังกรที่ชายแดนตะวันออก และพบศพของเหล่าองครักษ์สิบนายถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยม”หลงอวิ๋นขมวดคิ้ว ม้วนกระดาษกลับอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเก็บมันไว้ในแขนเสื้ออย่างแน่นหนาเขาลุกขึ้นยืนทันที สีหน้าเรียบขรึมราวกับ
หลังจากที่หลงอวิ๋นพาฉันไปยังห้องลับกลางสวนหิมะไม่ทันได้ซักไซ้ต่อ เขาก็ถูกเรียกตัวไปโดยด่วนจากใครบางคนในระดับ “ราชวงศ์” ที่ดูเคร่งขรึมกว่าอุณหภูมินอกวังอีกผลลัพธ์ก็คือ... ฉันถูกปล่อยให้อยู่คนเดียวในวังที่มีประตูเยอะกว่าพรม เยอะพอจะทำให้ฉันรู้สึกเหมือนอยู่ในเกมเขาวงกตเวทมนตร์แบบไม่ตั้งใจและใช่ค่ะ — ฉันก็ยังคงเป็นฉันเอลาเรีย เวลเลนไฮม์ ผู้มีคติประจำใจว่า “ความอยากรู้ไม่เคยฆ่าแมว...แต่ฆ่าฉันมาหลายรอบแล้ว”ฉันเดินสำรวจโซนฝั่งใต้ของวัง ที่ดูเงียบกว่าปกติราวกับถูกลืม ผนังห้องที่นี่ไม่มีคริสตัลประดับ ไม่มีลายมังกร ไม่มีแม้แต่เสียงวิญญาณรับใช้ที่ปกติจะลอยไปลอยมาเหมือนนกฮัมมิ่งเบา ๆและนั่นแหละ...สิ่งที่สะดุดตาฉันคือ ‘ประตูน้ำแข็งขุ่น ๆ’ ที่ดูผิดฝาผิดฝั่งอย่างแรง มันตั้งโดดเดี่ยวอยู่ท้ายโถงทางเดิน บานประตูทำจากน้ำแข็งขุ่นปนเงา ไม่มีด้ามจับ ไม่มีวงเวทเรืองแสง ไม่มีแม้แต่แสงจันทร์สาดผ่านนอกจากนั้น...มันมีเพียงตราประทับเวทกลมจาง ๆ ล้อมรอบตัวอักษรโบราณซึ่งเวทของหล
หลังจากหลงเทียนเจินเดินออกไปจากโถงอาหาร ฉันเพิ่งนึกขึ้นได้“คุณคะ...”ฉันลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้แทบไม่รู้ตัว ก้าวเข้าไปใกล้หลงอวิ๋น ก่อนจะยกมือขึ้นแนบที่ข้างแก้มของเขามือฉันเย็นนิดหน่อยจากอากาศรอบตัวแต่ผิวของเขา...เย็นกว่านั้นมาก เย็นจนฉันอดไม่ได้ต้องเอามืออีกข้างรองไว้ แล้วโน้มหน้าของเขาลงมาใกล้“คุณไม่เป็นไรนะ?” ฉันมองเขาด้วยแววตาเป็นห่วง“เมื่อกี้ดูคุณหัวร้อนน่าดูเลย…”ดวงตาสีฟ้าของหลงอวิ๋นเบิกกว้างเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะโกรธ แต่เต็มไปด้วยความประหลาดใจฉันสัมผัสได้เลยว่า เขาไม่คาดคิดว่ามนุษย์ตัวเล็ก ๆ อย่างฉันจะกล้า ‘แตะหน้าเขา’ แบบนี้ มือของเขาที่เงื้อขึ้นเหมือนจะปัด แต่กลับชะงัก...แล้วค้างอยู่แบบนั้นละอองหิมะรอบกายเขาชะลอตัว และตรงตำแหน่งที่มือของฉันสัมผัสกับผิวของเขา—มี ไออุ่นจาง ๆ ลอยขึ้นราวกับหิมะเริ่มละลาย“เจ้า...”เสียงของเขาแผ่วเบา “...ช่างกล้าเหลือเกิน”ฉันไม่ได้ตอบอะไร แค่สบตาเขานิ่ง สายต
บรรยากาศในห้องโถงเกล็ดน้ำแข็งที่เคยสงบเงียบ...พลันเปลี่ยนไปในพริบตา เมื่อประตูน้ำแข็งเปิดออกเบา ๆ พร้อมแรงลมที่พัดเข้ามา ร่างของใครคนหนึ่งก้าวเข้ามาอย่างสง่างาม สูงส่ง ดุดัน และเปล่งรัศมีสีทองรอบกายจาง ๆ ดวงตาสีทอง ของเขาคมกริบจนน่าหวาดหวั่นแค่เขาเหลือบมองมาที่ฉัน...ฉันก็เหมือนถูกมองทะลุไปทั้งร่าง“น้องสาม... เจ้าไม่เคยสนใจมนุษย์มาก่อน” เสียงทุ้มของเขาดังขึ้น พร้อมรอยยิ้มบาง ๆ ที่ฉันไม่อาจตีความได้ว่าอบอุ่น หรือแฝงคมดาบ“ข้าสงสัย...ว่ามีเหตุผลอื่นซ่อนอยู่หรือไม่”ฉันหันไปมองหลงอวิ๋นทันที เขายังคงนิ่งเงียบ ยืนอยู่ข้างโต๊ะด้วยท่าทางไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อยแต่ฉันกลับรู้สึกได้...ว่าความเย็นรอบตัวเขากำลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ละอองน้ำแข็งแผ่ขยายออกจากเท้าของเขาไปทั่วพื้นห้องมังกรน้ำแข็ง กับ มังกรเพลิงทองคำยืนเผชิญหน้ากันในห้องเดียวกันแม้พวกเขาจะไม่ได้เอ่ยวาจาร้ายแรง แต่ก็ทำให้...วิญญาณรับใช้ทั้งหมดหายตัวไปในทันที เหลือแค่ความว่างเปล่า และแรงก
ฉันค่อย ๆ ก้าวเข้าสู่ ห้องโถงเกล็ดน้ำแข็ง —ห้องโถงพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ของราชวงศ์มังกร สถานที่ที่ว่ากันว่า...แม้แต่มังกรเฒ่าพันปีก็ต้องสงบนิ่งเมื่อยืนอยู่กลางลานแต่วันนี้...มันไม่ได้ถูกใช้สำหรับประชุม หรือทำพิธีสำคัญใด ๆ ห้องโถงขนาดมหึมาอาบไปด้วยแสงจากโคมเวทบนเพดาน ที่สะท้อนกับผลึกน้ำแข็งบนพื้นจนเกิดประกายแสงระยิบระยับราวกับหมู่ดาวและตรงกลางห้อง...โต๊ะเล็ก ๆ เพียงสองที่นั่งถูกจัดไว้อย่างเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความพิถีพิถันทุกจุด โต๊ะหินน้ำแข็งเคลือบเงาใสสะอาด จานแกะสลักลายมังกรหิมะ ข้างจานมีช้อนส้อมสีเงินวางคู่กับผ้าเช็ดปากสีอ่อนแสงสะท้อนจากเกล็ดน้ำแข็งรอบตัวแต่งแต้มให้บรรยากาศดู...อบอุ่นอย่างประหลาด แม้อยู่กลางอุณหภูมิเยือกแข็งฉันมองภาพนั้นตาค้าง รู้สึกเหมือนกำลังฝัน“…นี่ สำหรับฉันเหรอคะ?” เสียงฉันเบาเกินจะเรียกว่าถามหลงอวิ๋นเดินเข้ามาหยุดอยู่ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะ แววตาเขานิ่งสงบดังเดิม แต่คำตอบกลับอบอุ่นเกินกว่าที่ฉันคาด“เจ้าคือมนุษย์&
ตั้งแต่วันที่ฉันก้าวเท้าเข้าสู่วังน้ำแข็งอีกครั้ง —ชีวิตก็เปลี่ยนไปจาก ‘ผู้ส่งอาหาร’ เป็น ‘ผู้ช่วยส่วนตัวขององค์ชายมังกร’ อย่างเต็มรูปแบบ...โดยที่ฉันไม่รู้เลยว่ามันเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนไหนและจุดเริ่มต้นของภารกิจใหม่นี้...ก็คือสถานที่ตรงหน้าห้องสมุดน้ำแข็งโบราณประตูบานสูงเบื้องหน้า สูงไม่ต่ำกว่าสิบเมตร พื้นผิวโปร่งแสงสีฟ้าอ่อน คล้ายแผ่นน้ำแข็งชั้นลึกที่สุดในธารน้ำแข็งโบราณ รอบขอบประตูมีเส้นเวทหมุนวน ราวกับลมหิมะที่กำลังเต้นระบำช้า ๆ ไม่มีวันจบเพียงแค่ยืนใกล้...ฉันก็รู้สึกถึงพลังเวทเก่าแก่บางอย่างไหลซึมเข้ามาในกระดูก ทั้งขลัง ทั้งหนาว และทั้งน่าหวั่นใจอย่างบอกไม่ถูกหลงอวิ๋นยกมือขึ้น ปลายนิ้วของเขาวาดเวทกลางอากาศด้วยท่วงท่าเรียบง่าย แสงเวทสีฟ้าสว่างจาง ๆ ส่องวาบจากปลายนิ้ว แล้วแทรกตัวเข้าสู่เส้นเวทบนประตูอย่างแม่นยำคลิ๊ก...เสียงเปิดประตูนั้นเย็นเฉียบ ราวกับเสียงน้ำแข็งพันปีร้าวเบา ๆเมื่อประตูเปิดออก ฉันก็ได้เห็น...โลกอีกใบ
[Long Yun’ s Part]พระจันทร์สีน้ำเงินลอยนิ่งเหนือยอดปราการของวังน้ำแข็ง เกล็ดหิมะโปรยปรายไม่หยุด ราวกับฤดูที่ไม่มีวันจบสิ้นตรงระเบียงของ หอจันทรา —ชายหนุ่มผมยาวสีน้ำเงินเข้มยืนพิงเสาหินเงียบ ๆชุดคลุมสีเทาเงินของเขาปลิวเบา ๆ ใต้สายลมหลงอวิ๋น — องค์ชายผู้ถือครองมิติแห่งความหนาวเหน็บตลอดกาล กำลังปล่อยให้แสงจันทร์ทาบทับร่างเงียบ ๆ ในคืนที่เหมือนทุกคืนแต่คืนนี้...หัวใจของเขาไม่ได้เงียบเช่นเคยอีกต่อไปดวงตาสีฟ้าเยือกแข็งทอดมองไปยังขอบฟ้าไร้สี เหมือนกำลังคิดถึงใครบางคน —ใครบางคนที่ไม่ควรมีอิทธิพลกับหัวใจของเขา แต่กลับ ‘ฝากบางอย่างไว้’ และเดินจากไปผู้หญิงจากโลกอีกฟาก...ผู้ที่มอบกล่องราเมนอุ่น ๆ ให้เขาถ้วยหนึ่ง —พร้อมกับความอบอุ่นที่เขาไม่รู้ว่าคืออะไรในตอนนั้น ...และนับจากวันนั้น ความเย็นในหัวใจก็ไม่เคยเหมือนเดิมอีกเลยหลังจากการพูดคุย ‘ลับสุดยอด’ กับพ่อค้าข้ามมิติผู้ยิ้มเก่งเกินเหตุ แผนการก็เริ่มขึ้นหลงอวิ๋นไม่
หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา...ทุกออเดอร์จากหลงอวิ๋นไม่ว่าจะเป็นวันธรรมดา วันหิมะตก หรือวันแมวพูดได้ปิดประตูใส่หน้าทุกคำสั่งก็จะปรากฏชื่อฉันขึ้นมาคู่กันอย่างเสมอต้นเสมอปลาย[ออเดอร์พิเศษจากลูกค้า: ราเมนเพลิงจันทร์ลาวา][รีเควส: ผู้ส่งต้องเป็น “เอลาเรีย เวลเลนไฮม์” เท่านั้น]ฉันเบิกตากว้างทุกครั้งที่เห็นข้อความนั้น ก่อนที่ริมฝีปากจะเผลอยิ้มออกมาเองโดยไม่ต้องสั่งการจากสมอง“…วันนี้ก็เหมือนเดิมอีกแล้วสินะ”ไม่มีลังเล ไม่มีชั่งใจ ไม่มีหันซ้ายขวาฉันกดรับงานทันทีเหมือนคนที่รู้แน่ชัดว่ากำลังจะกลับไปยังสถานที่…ที่หัวใจยังคงรอคอยแต่แล้ว...สิ่งที่ทำให้ฉันแทบล้มทั้งยืนยิ่งกว่าพายุเวทระเบิดพอร์ทัล ก็คือ...ตอนที่ฉันส่งราเมนเสร็จเรียบร้อย และเตรียมตัวจะกลับสิ่งหนึ่ง...ถูกส่งกลับมาที่มือฉันมันหนักเล็กน้อย เปล่งแสงสีฟ้าอ่อน ๆ มีตราสลักรูปมังกรโบราณขดเป็นวง&ldquo
วันที่เจ็ด…เช้าวันที่หิมะยังคงโปรยปรายไม่ขาดสาย —เกล็ดขาวบางเบาตกลงมาเงียบ ๆ จากฟ้าเหนือวังน้ำแข็ง ราวกับไม่มีวันสิ้นสุดแม้ภาพตรงหน้าแทบไม่เปลี่ยนไปจากหกวันที่ผ่านมาเลย แต่หัวใจของฉันในวันนี้กลับ วูบโหวง อย่างประหลาด เหมือนอะไรบางอย่างกำลังจะหลุดมือไปและฉัน…ก็ไม่รู้จะไขว่คว้าไว้อย่างไรติ๊ง!เสียงแจ้งเตือนเบา ๆ ดังขึ้นจากนาฬิกา Omnibite บนข้อมือ ฉันชะงัก ก่อนรีบก้มลงดูด้วยหัวใจที่เริ่มเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ[Omnibite: ระบบเชื่อมต่อกลับมาออนไลน์แล้ว][พร้อมสำหรับการส่งตัวกลับมิติต้นทาง]ข้อความบนหน้าจอชัดเจนราวกับคำพิพากษา ฉันกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ ราวกับเพิ่งรู้ตัว…ว่า การเดินทางครั้งนี้ไม่ได้แค่ชั่วคราวฉันเดินออกไปที่ลานหน้าวัง —ที่เดิม…ที่ฉันเคยยืนส่งราเมนร้อน ๆ ให้ชายผู้เย็นเยียบราวน้ำแข็งพันปี และที่นั่นเองหลงอวิ๋นก็ยืนรออยู่แล้วเงาร่างของเขาแน่วแน่ดั่งประติมากรร