LOGINบรรยากาศภายในห้องทำงานของประธานกรรมการบริหารบนชั้น 7 ของอาคารสำนักงานใจกลางย่านธุรกิจนั้น ช่างเงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงแผ่วเบาของระบบปรับอากาศ วัสดุตกแต่งที่ดูเหมือนพื้น ๆ อย่างปูนเปลือยตัดกับไม้โอ๊คสีเข้มและโลหะรมดำ ถูกจัดวางอย่างมีชั้นเชิงด้วยรสนิยมที่เหนือระดับ ทำให้ห้องนี้ดูภูมิฐานและทรงพลังอย่างน่าเหลือเชื่อ แสงสว่างยามบ่ายส่องผ่านกระจกบานใหญ่เข้ามาสะท้อนกับเครื่องแก้วบนโต๊ะทำงาน สร้างบรรยากาศที่ดูนิ่งสงบแต่กลับแฝงไปด้วยความกดดันที่มองไม่เห็นณัฐชนน ในฐานะเจ้าเหนือหัวของอาณาจักรอสังหาริมทรัพย์แห่งนี้ นั่งเอนกายลงบนโซฟาหนังสีดำสนิท ร่างสูงใหญ่ของเขาทำให้เบาะหนังเกรดพรีเมียมบุ๋มลงตามน้ำหนักตัว เขาดูสง่างามและน่าเกรงขามในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวที่รีดจนเรียบกริบ เนคไทสีน้ำเงินเทาทิ้งตัวลงอย่างพอเหมาะพอเจาะ แม้จะเป็นการนั่งในมุมพักผ่อน แต่ท่วงท่าของเขากลับดูเหมือนราชสีห์ที่กำลังเฝ้ามองเหยื่อ แววตาคมนิ่งสงบจนยากจะคาดเดาความรู้สึกภายในทว่า ชายที่นั่งอยู่ตรงข้ามเขาอย่าง เพิ่มยศ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาโครงการ กลับมีอาการที่ต่างกันลิบลับ เพิ่มยศนั่งหลังตรงแต่ไหล่ห่อลงเล็กน้อย มือทั้งสองข้างประ
วิรัญญาควบตะบึงไปบนร่างแกร่งของธาวินราวกับม้าป่าที่เสียสติ สะโพกงามงอนขยับขึ้นลงรัวเร็วตามจังหวะกระหายกามที่ไม่มีทีท่าว่าจะมอดดับลงง่ายๆ เสียงเนื้อกระทบกัน “ตั๊บ ตั๊บ ตั๊บ” ดังก้องไปทั่วห้องนอนสลับกับเสียงหวีดร้องปานจะขาดใจของหญิงสาว จนในที่สุด ร่างกายของเธอก็เกร็งกระตุกอย่างรุนแรงเป็นระลอกสุดท้าย ร่องรักบีบรัดท่อนเอ็นหนาหนักถี่รัวจนน้ำหวานพุ่งทะลักออกมาอาบชโลมแท่งลำร้อนผ่าว ก่อนที่ร่างงามระหงจะอ่อนระทวย พังพาบทับลงบนอกกว้างของธาวินอีกครั้งอย่างหมดรูปเธอหมดแรงแต่อารมณ์ยังคั่งค้าง ใบหน้าสวยซบลงกับแผงอกที่กระเพื่อมไหว หายใจหอบถี่จนทรวงอกอวบอัดบดเบียดกับร่างกายของเขา มือน้อยๆ ของเธอยังคงสั่นเทา ลูบไล้ไปตามมัดกล้ามเนื้อแขนและไหล่ของเขาอย่างอาลัยอาวรณ์ในรสกามที่เพิ่งบรรลุจุดสูงสุดไป“เก่งจังเลยเมียรักของพี่...” ธาวินหยอดคำหวานเสียงนุ่มข้างใบหูที่ขึ้นสีจัดของเธอ ทำให้วิรัญญายิ้มรับทั้งที่ยังหลับตาพริ้มด้วยความอิ่มเอมใจในรสรัก เขาเม้มชิมที่ติ่งหูเธอเบาๆ อย่างหมั่นเขี้ยว สัมผัสถึงความร้อนรุ่มที่ยังแผ่ออกมาจากตัวเธอ“พี่ไม่อยากลุกไปไหนเลย อยากอยู่กับวิของพี่อย่างนี้ทั้งวันทั้งคืนเลย...” เขา
ท่ามกลางบรรยากาศยามเช้าที่ดูเหมือนจะเงียบสงบภายในวิมานฉิมพลี แสงแดดอ่อน ๆ รำไรเริ่มลอดผ่านผ้าม่านไหมสีงาช้างเข้ามาสัมผัสกับพรมพื้นหนานุ่ม ทว่าภายใต้ความสลัวรางนั้น กลับมีพายุอารมณ์ที่เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ ธาวิน ค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาจากห้วงนิทราด้วยสัมผัสที่แผ่วเบาทว่าทรงพลัง มันเป็นความรู้สึกอุ่นซ่านที่เริ่มต้นจากกึ่งกลางกายแห่งความเป็นชายของเขาเขารู้สึกถึงมือน้อย ๆ ที่นุ่มนวลประดุจปุยฝ้าย กำลังลูบไล้อย่างมีจังหวะจะโคน สลับกับการกำรูดเบา ๆ อย่างพะเน้าพะนอเอาอกเอาใจ เหมือนการร่ายมนต์ปลุกมังกรที่หลับใหลให้ตื่นขึ้นมาผงาดง้ำท้าทายแสงตะวันอีกครั้ง ธาวินก้มลงมองเจ้าของมือน้อยนั้นทันที และภาพที่เห็นก็ทำให้เลือดในกายของเขาฉีดพล่านขึ้นมาถึงขั้วหัวใจดวงตากลมโตของ วิรัญญา กำลังเงยขึ้นมองเขาด้วยแววตาปรือปรอยและฉ่ำวาวไปด้วยหยาดน้ำแห่งความใคร่ ใบหน้าของเธอแดงก่ำด้วยเลือดฝาดสาวที่สูบฉีดจากการที่อารมณ์ร่านร้อนถูกเก็บกักไว้ตลอดทั้งคืนจนถึงจุดปะทุ เธอเบียดเสียดร่างเปลือยเปล่าที่เนียนละเอียดและนุ่มละมุนเข้ากับร่างแกร่งของเขาอย่างจงใจ ความอุ่นจากผิวกายของเธอสัมผัสกับเขาในทุกสัดส่วนจนธาวินรู
บรรยากาศโพล้เพล้ ณ "วิมานฉิมพลี" ช่างดูขัดแย้งกับสัจธรรมของโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง เมื่อดวงอาทิตย์สีส้มกลมโตกำลังจะลาลับเส้นขอบฟ้าอันดามันไปหมดทั้งดวง แสงสุดท้ายที่พาดผ่านผืนน้ำสีมรกตเริ่มมอดดับลงแทนที่ด้วยความมืดสลัวที่เข้าปกคลุมตัวอาคารไม้สักทอง ทว่าภายในโถงใหญ่กลางบ้าน แสงไฟประดิษฐ์สีวอร์มไวท์ที่ถูกออกแบบมาอย่างมีรสนิยมกลับเริ่มส่องประกายสว่างไสว ขับเน้นให้เห็นลายไม้และพรมสีสะอาดตาที่บัดนี้กลายเป็น "สังเวียนกาม" ที่หรูหราที่สุดธาวิน และ เชน ก้าวเท้าเข้ามาในโถงรับรองพร้อมกับกลิ่นอายทะเลที่ยังติดกาย ทันทีที่ประตูไม้สักบานลุกฟักเปิดออก เสียงเพลงแจ๊สจังหวะบีทหนักๆ ที่เปิดคลออยู่ก็ปะทะเข้ากับโสตประสาท พร้อมกับเสียงที่ดังยิ่งกว่า... คือเสียงเนื้อกระทบเนื้อ "ปึก! ปึก! ปึก!" และเสียงร้องครางกระเส่าระงมที่บ่งบอกถึงพายุตัณหาที่กำลังโหมกระหน่ำอยู่ภายใน"อูยยยย ซี้ดดด.... อาาา..."ภาพแรกที่ปรากฏแก่สายตาสองหนุ่มคือกลางโถงรับรอง บนพื้นพรมสีนวลที่ดูสะอาดตา บัดนี้ถูกประดับด้วยร่างเปลือยเปล่าของ น้ำผึ้ง สาวน้อยคนใหม่ที่ดูจะ "รู้งาน" เกินตัว เธอกำลังคลานเข่าก้มหน้าแนบไปกับพรมสะโพกงอนงามยกขึ้นสูงเด่
สายลมยามบ่ายหอบเอาไอเค็มเปรี้ยวข้นจากอันดามันเข้าปะทะใบหน้าของสองบุรุษที่กำลังจมดิ่งอยู่ในห้วงเวลาแห่งการพักผ่อน ทว่าภายใต้ความสงบราบเรียบของหาดทรายขาวละเอียดที่ทอดตัวยาวสุดสายตา กลับมีคลื่นใต้น้ำแห่งความพะวักพะวนกำลังก่อตัวขึ้นในใจของหนึ่งในนั้นธาวิน นอนเหยียดยาวอยู่บนเปลเชือกที่ผูกโยงไว้ระหว่างต้นมะพร้าวเอนลู่สองต้น ร่างของเขาไกวเปลไปมาตามแรงลมอย่างแช่มช้า ดวงตาหลับพริ้มคล้ายคนกำลังดื่มด่ำกับสวรรค์บนดิน ทว่าคิ้วที่ขมวดมุ่นกลับฟ้องว่าความคิดของเขาไม่ได้ว่างเปล่าเหมือนบรรยากาศรอบกาย ส่วน เชน เพื่อนสนิทและเจ้าของวิมานฉิมพลี นั่งเอนหลังพิงโคนต้นมะพร้าวอีกต้นบนม้านั่งไม้ต่อหยาบๆ ท่าทางดูผ่อนคลาย ขี้เกียจ และไม่ยี่หระต่อสิ่งใดในโลกเบื้องหน้าของพวกเขาคือทะเลมรกตที่สะท้อนแสงอาทิตย์วิบวับราวกับอัญมณีนับล้านเม็ดที่พระเจ้าโปรยทิ้งไว้บนผืนน้ำ เสียงคลื่นกระทบฝั่งดังซ่าแผ่วเบา สอดประสานกับเสียงใบมะพร้าวเสียดสีกันเป็นระยะ มันควรจะเป็นช่วงเวลาที่รื่นรมย์ที่สุด หากไม่มีความลับที่หนักอึ้งค้ำคอธาวินอยู่“กูกำลังตกที่นั่งลำบาก...” ธาวินเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความอัด
บรรยากาศรอบวิมานฉิมพลีในเพลานี้ ถูกความมืดมิดของราตรีเข้าปกคลุมอย่างสมบูรณ์ ทว่าแสงไฟสีส้มนวลที่ซ่อนอยู่ตามหลืบไม้สักกลับสาดส่องให้เห็นการเริงระบำของกามราคะที่ดุเดือดขึ้นทุกขณะ ร่างของวิรัญญากระตุกเกร็งเป็นระยะอย่างไม่อาจควบคุม แผ่นหลังบางแอ่นโค้งจนแทบไม่ติดพื้นเตียงริมสระ ทุกครั้งที่ปลายลิ้นของหรั่งรัวขยี้ลงบนเม็ดเสียวที่แข็งเด่ระริก เธอจะรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแรงสูงวิ่งพล่านไปทั่วโสตประสาท"อูยยยย... ซี้ดด... พี่หรั่งขา... วิใจจะขาด... ไม่ไหวแล้ว... ซี้ดดด..."เสียงร้องครางของเธอไม่ได้เป็นภาษามนุษย์ที่ชัดเจนนัก แต่มันคือเสียงหวีดหวิวที่ออกมาจากจิตวิญญาณที่ถูกตัณหาครอบงำ ใบหน้าสวยหวานเหยเกด้วยความเสียวซ่านที่ท่วมท้นจนเกินขีดจำกัด ดวงตาปรือปรอยจนเหลือเพียงตาขาวบางส่วน ริมฝีปากอวบอิ่มห่อเกร็งและซู้ดปากยาวเหยียดประหนึ่งกำลังลิ้มรสอาหารที่เผ็ดร้อนที่สุดในชีวิต หรั่งเงยหน้าขึ้นมาจากโคกเนินที่อยู่ระหว่างซอกขาของเธอ ใบหน้าของเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำหวานแห่งความใคร่ เขาจ้องมองผลงานที่ทำให้ "ผู้บริหารสาวผู้สูงศักดิ์" กลายสภาพเป็นเพียงหญิงสาวที่ร่านร้อนอยู่เบื้องหน้าด้วยสายตาพึงพอใจและเต็ม







