LOGINคิรินนั่งถอนหายใจยาวก่อนจะตัดสินใจเดินตรงไปที่ห้องครัว
มิลค์กำลังยืนล้างจานด้วยความเงียบเชียบ แผ่นหลังบอบบางยังคงเกร็งด้วยความกังวลเพราะได้ยินเสียงทะเลาะกันเมื่อครู่ทั้งหมด “มิลค์...” คิรินเอ่ยเรียกเสียงทุ้ม มิลค์สะดุ้งสุดตัวรีบหันกลับมามองด้วยความตกใจ หญิงสาวรีบก้มหน้าลงประสานมือไว้ข้างหน้าทันที “ค่ะคุณคิริน” คิรินมองหญิงสาวที่ยืนตัวลีบด้วยความรู้สึกผิด เขาถอนหายใจออกมาอีกครั้ง “เรื่องเมื่อกี้...ที่คุณอันดาพูดจาไม่ดีใส่เธอ ฉันต้องขอโทษแทนอันดาด้วยนะ” มิลค์รีบส่ายหน้าหวือ ละล่ำละลักปฏิเสธด้วยความเกรงกลัว “อ๋อ...ไม่เป็นไรค่ะคุณคิริน! มิลค์เข้าใจค่ะ คุณอันดาคงแค่...เข้าใจผิดเฉยๆค่ะ มิลค์ไม่ได้คิดอะไรหรอกค่ะ” คำพูดเจียมเนื้อเจียมตัวและความเกรงอกเกรงใจของมิลค์ ยิ่งทำให้คิรินรู้สึกเห็นใจเด็กสาวคนนี้มากขึ้นไปอีก คิรินขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด น้ำเสียงอ่อนโยนลงกว่าเดิม “ไม่ต้องกลัวนะ ที่นี่บ้านพักในไร่ของฉัน ฉันเป็นเจ้านาย เธอมาทำงานอย่างสุจริต ไม่มีใครทำอะไรเธอได้หรอก ถ้าคุณอันดาเขามาพูดจาหาเรื่องเธออีก บอกฉันได้เลยนะ” ดวงตากลมโตของมิลค์เงยขึ้นสบตากับเจ้านายหนุ่มชั่วครู่ แววตาอบอุ่นและคำพูดปกป้องที่จริงใจนั้นทำให้ก้อนเนื้อในอกของเด็กสาวเต้นระรัว “ค่ะ ขอบคุณนะคะคุณคิริน” คิรินยิ้มบางๆให้ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับออกไป ปล่อยให้มิลค์ทำงานต่อในครัว ดึกสงัด คิรินเปิดประตูเดินเข้ามาในห้องนอน อันดาที่นั่งรออยู่บนเตียงด้วยความกังวลว่าแฟนหนุ่มจะโกรธเรื่องที่เธอไปพูดจาแรงๆใส่คนใช้ รีบเดินเข้าไปสวมกอดเอวหนาไว้ทันทีอย่างเอาอกเอาใจ “พี่คิรินคะ...” อันดาเงยหน้ามองด้วยแววตาสำนึกผิด “เรื่องเมื่อกลางวัน...อันดาขอโทษนะคะที่ใช้อารมณ์กับคนรับใช้แบบนั้น” คิรินมองหน้าแฟนสาวที่ยอมเอ่ยปากขอโทษ ความโกรธขึ้งก่อนหน้านี้ก็มลายหายไปจนหมด เขายกมือขึ้นลูบผมเธอแผ่วเบา “พี่หายโกรธแล้ว แต่ทีหลังจะพูดอะไรต้องคิดให้มากกว่านี้นะ อย่าใช้แต่อารมณ์ พี่มีอันดาเป็นแฟนอยู่แล้ว อย่าไปคิดมากเลยว่าพี่จะไปมีใคร สี่ปีที่เราคบกันมา อันดาก็เห็นนี่ว่าพี่เป็นคนยังไง” “ค่ะ อันดาขอโทษนะคะ ทีหลังอันดาจะใจเย็นกว่านี้ จะไม่ทำแบบนี้อีกแล้วค่ะ” อันดาซบหน้าลงกับอกแกร่งอย่างออดอ้อน ก่อนจะผละออกเล็กน้อย ดวงตากลมโตพราวระยับด้วยประกายยั่วยวน “พี่คิรินจะอาบน้ำเลยไหมคะ” “อืม อาบเลยดีกว่า เหนื่อยมาทั้งวัน” “อันดาก็ยังไม่ได้อาบน้ำเหมือนกัน งั้นเราเข้าไปอาบพร้อมกันเลยนะคะ” อันดาแย้มยิ้มเจ้าเล่ห์ คิรินที่รู้ทันทีว่าแฟนสาวต้องการอะไร มุมปากหนากระตุกยิ้มก่อนจะพยักหน้ารับแล้วเดินตามเธอเข้าห้องน้ำไป อันดารีบจัดการถอดเสื้อผ้าออกจนเปลือยเปล่า เช่นเดียวกับที่เธอช่วยถอดเสื้อผ้าให้คิรินจนหมดร่าง เมื่อไร้เสื้อผ้ากั้นกลาง อันดาก็ดันร่างสูงของคิรินให้แผ่นหลังแนบชิดติดกับผนังกระเบื้องเย็นเฉียบ ดวงตาจ้องมองเขาด้วยความกระหาย “อันดาอยากกินน้ำของพี่คิรินก่อนค่อยอาบน้ำนะคะ” พูดจบ อันดาก็คุกเข่าลงตรงหน้า มือเรียวเอื้อมไปกุมความเป็นชายแล้วเริ่มสาวขึ้นลงช้าๆ ไม่นานแกนกายก็ขยายตัวตั้งชันสู้มือ เมื่อเห็นว่าได้ที่ อันดาก็อ้าปากครอบครองความเป็นชายเข้าไปทันที เธอดูดเลียอย่างช่ำชองและเป็นงาน ลิ้นเล็กตวัดวนรอบส่วนยอดสลับกับรูดรั้งขึ้นลงจนคิรินสะท้านเฮือก เผลอครางในลำคอด้วยความเสียวซ่าน เมื่อเห็นว่าคิรินเริ่มเคลิ้มและเสียวจัดจนมือหนาขยุ้มกลุ่มผมของเธอแน่น อันดาก็ยิ่งได้ใจ เธอขยับใบหน้าเข้าออกลึกขึ้นเรื่อยๆจนเกือบถึงโคนซ้ำแล้วซ้ำเล่า เสียงเฉอะแฉะดังคลอไปกับเสียงหอบหายใจกระชั้นชิดของคิริน ไม่นานนัก คิรินก็สะดุ้งเฮือก ร่างกายเกร็งกระตุกไปทั้งร่างเมื่อถึงจุดสุดยอด พร้อมกับปลดปล่อยสายธารน้ำรักอุ่นร้อนพรั่งพรูเข้าสู่ปากของอันดาจนเต็มปาก อันดากลืนกินน้ำรักเหล่านั้นลงคอจนหมดจดอย่างไม่นึกรังเกียจ เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ริมฝีปากฉ่ำวาวไปด้วยหยาดน้ำก่อนจะส่งยิ้มพึงพอใจแล้วเอ่ยเสียงหวาน “เสร็จแล้ว อาบน้ำกันได้แล้วค่ะพี่คิริน”ณ โรงแรมหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยาถูกเนรมิตขึ้นอย่างยิ่งใหญ่อลังการและอบอุ่น มิลค์ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ก้าวเดินเคียงคู่คุณพ่อมายังเวที โดยมีคิรินในชุดสูทสากลยืนรออยู่ด้วยแววตาเปี่ยมรัก เมื่อทั้งคู่ยืนเคียงข้างกัน คิรินบรรจงสวมแหวนเพชรลงบนนิ้วนางข้างซ้าย พร้อมกับกล่าวสัญญาว่าจะดูแลและรักมิลค์ด้วยชีวิต มิลค์ตอบรับด้วยรอยยิ้มทั้งน้ำตาแห่งความตื้นตัน ก่อนที่คิรินจะประทับจูบลงบนเรียวปากอย่างอ่อนหวานท่ามกลางเสียงปรบมือแสดงความยินดีของแขกในงาน เมื่อเสร็จสิ้นพิธีการในช่วงค่ำ งานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสก็ดำเนินต่อไปด้วยความสนุกสนานและอบอุ่น จนกระทั่งค่ำคืนล่วงเลยเข้าสู่ยามดึก ทั้งคู่จึงได้ปลีกตัวกลับมายังเรือนหอสุดหรูที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างโรแมนติก ภายในห้องนอนที่มีเพียงแสงไฟสลัวจากภายนอก คิรินสวมกอดมิลค์จากด้านหลัง ปลายคางเกยอยู่บนลาดไหล่เนียน ขณะที่มิลค์กำลังยืนมองวิวกรุงเทพมหานครยามค่ำคืนผ่านกระจกบานใหญ่ “เหนื่อยไหมครับ คุณภรรยาของพี่” คิรินเอ่ยถามเสียงนุ่มพลางซุกใบหน้าลงที่ซอกคอหอมกรุ่น มิลค์ส่ายหน้าเบาๆพลางเอื้อมมือไปกุมมือหนาที่โอบเอวเธอไว้ “ไม่เหนื่อยเลยค่ะ วันนี้มีความสุขที่สุดเลย เหม
หลังจากกลับมาถึงคอนโดหรู มิลค์เดินไปวางกระเป๋าสะพายลงบนโต๊ะเครื่องแป้งด้วยความรู้สึกใจหายและหม่นหมองเล็กน้อยจากภาพที่เห็นอันดาถูกทำร้าย คิรินที่เดินตามเข้ามาติดๆ สังเกตเห็นสีหน้าครุ่นคิดและแววตาที่ยังคงฉายความกังวลของคนตัวเล็ก เขาจึงเดินเข้าไปโอบกอดร่างบางจากด้านหลัง ซบใบหน้าลงบนลาดไหล่เนียนแล้วกระซิบถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “ยังคิดเรื่องที่ร้านอาหารอยู่เหรอหืม…” มิลค์พยักหน้ารับเบาๆ เธอหันมาเผชิญหน้ากับชายหนุ่มก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “มิลค์แค่รู้สึกใจหายน่ะค่ะ ถึงในอดีตอันดาเขาจะเคยทำร้ายและใจร้ายกับมิลค์มากแค่ไหน แต่พอมาเห็นเขาในสภาพที่ท้องโตแล้วถูกทำร้ายแบบนั้น มิลค์ก็อดสงสารไม่ได้จริงๆค่ะ” คิรินมองภรรยาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรัก ความทะนุถนอม และความภูมิใจอย่างล้นเอ่อ มือหนายกขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้มใสของเธออย่างอ่อนโยน “นั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้พี่รักเธอไม่เคยเปลี่ยนเลยนะมิลค์...” คิรินเอ่ยด้วยรอยยิ้มอบอุ่น “เธอมีจิตใจที่อ่อนโยนและเมตตาเสมอ แม้กระทั่งกับคนที่เคยทำร้ายตัวเอง เธอก็ยังเลือกที่จะยื่นมือเข้าไปช่วยด้วยความบริสุทธิ์ใจ” ชายหนุ่มกระชับกอดให้แน่นขึ้น พ
เมื่อคิรินจัดการเลียทำความสะอาดและกลืนกินหยาดน้ำรักของมิลค์จนหมดเกลี้ยง ชายหนุ่มก็ผุดลุกขึ้นเล็กน้อยและเอนกายพิงหัวเตียงด้วยความอิ่มเอม ทว่าในจังหวะเดียวกันนั้น มิลค์ที่เพิ่งผ่านจุดสุดยอดไปหมาดๆกลับขยับกายลงมานั่งคุกเข่าแทรกอยู่ระหว่างเรียวขาแกร่งของเขาแทน ดวงตากลมโตฉายแววแน่วแน่ปนเขินอายเล็กน้อย คิรินขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ หัวใจเต้นแรงโครมครามเมื่อเห็นท่าทางของเธอ “มิลค์...จะทำอะไรน่ะ?” มิลค์เงยหน้าขึ้นสบตาเขา เม้มริมฝีปากด้วยความประหม่าแต่ก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า “มิลค์...อยากลองทำให้พี่บ้างค่ะ พี่ชิมน้ำของมิลค์มาทั้งเดือนแล้ว มิลค์ขอกินของพี่บ้างนะคะ” คำพูดซื่อๆแต่เต็มไปด้วยความเอาใจใส่และยั่วเย้าในคราวเดียวกันทำเอาคิรินถึงกับชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก ความรู้สึกรักใคร่และเอ็นดูพุ่งทะยานจนจุกอก ชายหนุ่มพยักหน้ารับอนุญาตด้วยแววตาปรารถนา มิลค์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความกล้าก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ความเป็นชายขนาดใหญ่ที่กำลังผงาดตั้งชันและมีหยาดน้ำใสไหลซึมออกมาที่ส่วนหัว เธอยื่นปลายลิ้นเล็กออกมาตวัดเลียวนรอบส่วนปลายช้าๆ “ซี๊ด...อืม…” คิรินถึงกับครางกระเส่า ออกอาการส
แสงอาทิตย์ยามเย็นเริ่มคล้อยต่ำลง บรรยากาศรอบบ้านพักเงียบสงบและอบอวลไปด้วยความอบอุ่น “หิวหรือยังหืม? ตัวเล็ก” คิรินเดินเข้ามาสวมกอดเอวบางจากด้านหลัง เอาคางเกยลงบนลาดไหล่เนียน พร้อมกับสูดดมความหอมจากซอกคอเธอเบาๆอย่างมันเขี้ยว มิลค์สะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะอมยิ้มเขินๆ เธอยกมือขึ้นจับแขนแกร่งที่โอบรัดเอวเธอไว้ “ยังไม่ค่อยหิวเท่าไหร่ค่ะ แต่ถ้าช้ากว่านี้เดี๋ยวจะมืดค่ำซะก่อน เราไปช่วยกันทำมื้อเย็นกันดีกว่านะคะ” คิรินพยักหน้ารับอย่างตามใจ ก่อนจะยอมปล่อยมือแล้วจูงมือพาเธอดิ่งตรงลงไปที่ห้องครัวชั้นล่าง บรรยากาศในครัววันนี้ต่างจากทุกๆวันที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่มิลค์ต้องคอยทำอาหารให้เจ้านายหนุ่มทานคนเดียว แต่วันนี้พวกเขากลับช่วยกันเตรียมวัตถุดิบเคียงข้างกันอย่างสนิทสนม คิรินอาศัยจังหวะที่มิลค์กำลังหั่นผัก คอยโอบกอดเอวและแกล้งหอมแก้มเธออยู่เป็นระยะจนมิลค์ต้องเอ็ดเบาๆด้วยความเขินอายกลัวว่าอาหารจะไม่เสร็จ เมื่อจัดการมื้อค่ำและเก็บล้างทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว ทั้งคู่ก็พากันขึ้นมาพักผ่อนบนห้องนอน มิลค์ยืนมองกระเป๋าเดินทางของตัวเองที่ถูกจัดเก็บเข้าตู้เสื้อผ้าปะปนกับเสื้อผ้าตัวใหญ่ของคิริน ค
เมื่อลงมาถึงชั้นล่าง คิรินก็บอกให้มิลค์รออยู่ที่บ้านเพื่อเตรียมทำมื้อเที่ยง ส่วนเขาจะเป็นคนขับรถออกไปร้านขายยาในตัวอำเภอเอง มิลค์พยักหน้ารับด้วยความโล่งใจ ก่อนจะเดินเข้าครัวเพื่อลงมือทำอาหารง่ายๆระหว่างรอเขา ใช้เวลาไม่นาน คิรินก็กลับมาถึงบ้านพร้อมยื่นถุงยาให้แล้วบอกวิธีทานตามที่เภสัชกรแนะนำ “กินเม็ดแรกตอนนี้เลย ส่วนเม็ดที่สองอีกสิบสองชั่วโมงนะ” มิลค์รับยามาทานตามคำบอกอย่างว่าง่าย จากนั้นทั้งคู่ก็ช่วยกันจัดโต๊ะอาหาร บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและสถานะที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน หลังจากจัดการทานมื้อเที่ยงฝีมือของมิลค์จนหมดเกลี้ยง คิรินก็อาสาเป็นคนเก็บกวาดและล้างจานชามทั้งหมดด้วยตัวเอง แม้ว่ามิลค์จะพยายามแย่งทำเพราะเกรงใจในฐานะที่เธอเป็นลูกน้อง แต่ชายหนุ่มก็กดไหล่บางให้นั่งพักเฉยๆ พร้อมกับเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงอบอุ่น “วันนี้เธอเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว แถมร่างกายก็ยังระบมอยู่ พักผ่อนซะเถอะ หน้าที่นี้สามีคนนี้จัดการเอง” คำว่าสามีที่หลุดออกมาจากปากเขาทำเอาใบหน้าหวานเห่อร้อนขึ้นมาทันที มิลค์ได้แต่นั่งกอดหมอนอิงบนโซฟาด้วยความเขินอาย ปล่อยให้เจ้านายหนุ่มหรือตอนนี้กลายเป็นคนรักและสามีไปเสียแล้วจัด
คิรินทิ้งตัวล้มลงนอนตะแคงข้างโดยไม่ยอมถอดถอนท่อนเอ็นที่ยังคงฝังคาอยู่ในความอบอุ่นของร่องรัก มือหนารั้งร่างบางของมิลค์ให้พลิกตะแคงหันมาหาเขา ก่อนจะกอดกระชับเธอไว้แนบอกหลวมๆแล้วโน้มใบหน้าลงกดจูบลงบนหน้าผากชื้นเหงื่อย่างอ่อนโยน มิลค์กระพริบตาปริบๆด้วยความเหนื่อยอ่อน ก่อนจะเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงกระท่อนกระแท่นปนงอแง “มืดมากแล้ว มิลค์อยากกลับบ้านค่ะ” คิรินยกยิ้มมุมปากด้วยความเอ็นดู มองคนในอ้อมแขนที่เริ่มออกอาการงอแง “งอแงอยากกลับบ้านเหมือนเด็กเลยนะ คืนนี้เธอไม่ได้กลับบ้านหรอก ฉันจะให้เธอนอนค้างที่นี่แหละ” “แต่มิลค์ไม่เคยนอนที่ไหนนอกจากบ้านตัวเองเลยนะคะ...” มิลค์ท้วงเสียงแผ่ว ใบหน้าหวานฉายแวววิตกกังวล “มันรู้สึกไม่ชินค่ะ มิลค์คงนอนไม่หลับแน่ๆ” “นอนบ้านฉันบ่อยๆ เดี๋ยวเธอก็ชินเองแหละ” คิรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงสบายๆก่อนจะกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น “อีกอย่าง...ตอนนี้เราเป็นมากกว่าเจ้านายกับลูกน้องแล้วนะ” คำพูดนั้นทำให้มิลค์เม้มริมฝีปากแน่น เธอก้มหน้าลงซบกับแผงอกกว้างอย่างจำนนต่อความจริง เพราะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขาได้ก้าวข้ามเส้นนั้นไปไกลแล้ว คิรินเห็นเธอนิ่งเงียบไป จ







