Share

บทที่ 2

Penulis: ยูคาลิปตัสแดนใต้
พอกลับมาถึงห้อง ผมก็เริ่มเก็บกระเป๋าเดินทางเงียบ ๆ

เปิดตู้เสื้อผ้าออก เสื้อโค้ทแคชเมียร์ กุญแจรถหรู ชุดสูทสั่งตัด...

ของที่เมื่อก่อนตอนยากจนผมไม่กล้าซื้อ เสิ่นชิงเสวี่ยก็นำมาเติมเต็มให้จนครบ

สเปรย์หอมปรับอากาศบนโต๊ะที่เธอผสมด้วยตัวเอง ม่านหน้าต่างก็เปลี่ยนกลับเป็นสีเขียวเข้มที่ผมชอบ...

สองปีที่กลับมาอยู่บ้านตระกูลเสิ่น เธอเหมือนจะเปลี่ยนกลับไปเป็นเด็กสาวที่มีแค่ผมในสายตาอีกครั้ง

แต่ผมในตอนนี้ จะไม่ถูกคำหวานไม่กี่คำหลอกให้ใจอ่อนอีกแล้ว

ผมหยิบเสื้อผ้าแค่ไม่กี่ตัวที่ใส่ตอนถูกเธอบังคับพาตัวกลับมา

เพิ่งจะวางลงในกระเป๋าเดินทาง เสิ่นชิงเสวี่ยก็เดินเข้ามา

เธอดึงข้อมือผมไป สวมหินทิเบตกลับเข้าที่ข้อมือเหมือนเดิม พร้อมออกคำสั่งแบบไม่เปิดโอกาสให้แย้ง

"เก็บไว้ให้ดี! วันหลังห้ามยกให้คนอื่นส่งเดชอีกนะ!"

ผมเงยหน้าขึ้นอย่างประหลาดใจ ไม่นึกเลยว่าเธอจะไปเอาคืนมาจากเฉินจิ่ง!

เสิ่นชิงเสวี่ยกวาดตามองกระเป๋าเดินทางผม ขมวดคิ้วมุ่นขึ้นมาทันที

"นายเก็บไปแค่นี้เองเหรอ"

ผมตอบเสียงเรียบ

"ไม่ใช่ของของฉัน ไม่มีจำเป็นต้องเอาไป"

รังสีอำมหิตล้นออกจากดวงตาของเสิ่นชิงเสวี่ย เธอถูกผมยั่วโมโหอีกครั้ง

"ในเมื่อนายดูถูกมันนัก ของพวกนี้เก็บไว้ก็ไม่มีประโยชน์

ใครก็ได้ มายกของทั้งหมดที่ฉันซื้อให้คุณผู้ชาย ออกไปเผาทิ้งให้หมด"

นับตั้งแต่นี้ไป ไม่ว่าเขาจะใช้ของอะไร ก็ต้องขออนุญาตเฉินจิ่งก่อนเท่านั้น"

สีหน้าผมไม่เปลี่ยนเลย ลากกระเป๋าเดินทางหันหลังเดินออกจากห้องทันที

เพิ่งเดินมาถึงโค้งบันได จู่ ๆ ก็ถูกคนผลักอย่างแรง

ผมกลิ้งไถลลงไปตามบันได

หัวเข่าถลอก เจ็บแสบไปหมด

ซ่งจือเมิ่งยืนอยู่บนบันได มองลงมาที่ผมด้วยสายตาดุร้าย

"คุณพ่อไม่ได้เชื่อฟังขึ้นเลยสักนิด แกล้งทำทั้งนั้น! ตั้งใจยุยงให้คุณแม่กับคุณอาแตกกัน

หนูขอเตือนนะ ถ้าวันหลังยังกล้าแกล้งคุณอาอีก หนูจะไม่ยอมรับคุณพ่ออีกต่อไป"

พูดจบ เธอก็เหลือบไปเห็นยันต์คุ้มครองที่โผล่ออกมาจากกระเป๋าเสื้อผม จึงกระชากแย่งไป

"คืนมานะ!"

ผมฝืนพยุงร่างกายเพื่อเข้าไปแย่งคืน

นั่นคือของที่ผมคุกเข่าขอมาสามวันสามคืน เพื่อขอพรให้พ่อตัวเอง

ซ่งจือเมิ่งแกว่งยันต์ไปมาอย่างลำพองใจ

"คุณพ่อรังแกคุณอาหนึ่งครั้ง หนูก็จะทำลายของของคุณพ่อหนึ่งอย่าง เอาให้คุณพ่อไม่กล้าแตะต้องเขาอีกเลย!"

เธอฉีกยันต์คุ้มครองจนขาดแหลก

แผ่นกระดาษยันต์สีเหลืองอร่ามปลิวร่วงกราวลงบนตัวผม ความอดทนเฮือกสุดท้ายในใจพังทลายลงหมดแล้ว

ผมตบเข้าที่ใบหน้าของเธออย่างแรง เสียงเย็นชา

"เรื่องที่ฉันเสียใจที่สุดในชีวิต ก็คือการมอบหัวใจของตัวเองให้เด็กอย่างเธอ

"ในเมื่อเธอชอบเฉินจิ่งขนาดนี้ ยอมรับเขาเป็นพ่อ ก็ดีที่สุดแล้ว"

ซ่งจือเมิ่งกุมใบหน้า สายตามีแต่ความตกตะลึง

ผมไม่สนใจเธออีก ทนเจ็บเดินกะเผลกเข้าไปในห้องคนรับใช้ที่คับแคบและเก่าโทรม

ขณะกำลังทำความสะอาดแผลให้ตัวเอง ประตูก็ถูกถีบเปิดออกอย่างแรง

เสิ่นชิงเสวี่ยบุกเข้ามาอย่างกระฟัดกระเฟียด "ซ่งอวี้ นายถึงขั้นต้องก..."

เมื่อมองเห็นรอยแผลเป็นจุด ๆ บนร่างกายผมชัดเจน เธอก็เงียบเสียงลงทันที

"ทำไมถึงเจ็บหนักขนาดนี้"

เธอประคองผมกลับไปที่เตียง แล้วพันแผลให้อย่างเบามือ

ชั่วขณะนั้น ผมเหมือนได้มองเห็นอดีต ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมา

"อาอวี้"

แววตาของเสิ่นชิงเสวี่ยสั่นไหวเล็กน้อย เธอโน้มตัวเข้ามาจูบผม

ผมหันหน้าหลบไปตามสัญชาตญาณ หลีกเลี่ยงการสัมผัสของเธอ

เสิ่นชิงเสวี่ยชะงัก บีบกรามผมไว้อย่างแข็งกร้าว แล้วประกบจูบลงมาอย่างดุดัน

กลิ่นคาวเลือดคลุ้งอยู่ในปาก ผมนิ่งเกร็งปล่อยให้เธอทำตามใจชอบ ในหัวมีเศษภาพจำมากมายผ่านเข้ามา

ตอนที่ฝ่ามืออุ่นสอดเข้ามาใต้ปกเสื้อผม ในอกก็ปั่นป่วนขึ้นมา

ผมผลักเธอออกอย่างแรง ก้มลงขอบเตียง แล้วอาเจียนออกมาทันที

"ซ่งอวี้!" สีหน้าของเสิ่นชิงเสวี่ยย่ำแย่ถึงขีดสุด

"นายรังเกียจฉันขนาดนี้เลยเหรอ"

ผมเช็ดมุมปาก แล้วหลุบสายตาลงอย่างเย็นชา

"ขอโทษที ฉันรู้สึกไม่สบาย ถ้าเธอต้องการ ไปหาเฉินจิ่งดีกว่า"

สายตาของเสิ่นชิงเสวี่ยเต็มไปด้วยความเจ็บปวด เธอพูดเสียงสั่น "นายยังจะไล่ฉันไปอีกเหรอ

ซ่งอวี้ ฉันพูดไปตั้งกี่ครั้งแล้ว หลังจากที่นายไป ฉันไม่เคยปล่อยให้ผู้ชายคนไหนแตะต้องตัวเลย ที่ฉัน

ดูแลเสี่ยวจิ่ง ก็เป็นเพราะคำฝากฝังก่อนตายของคุณแม่อย่างเดียวเท่านั้น"

ฉันมองเธอด้วยสายตาราบเรียบ

"ฉันเชื่อเธอ พวกเธอบริสุทธิ์ใจต่อกัน"

เส้นเลือดตรงขมับของเสิ่นชิงเสวี่ยยิ่งปูดกว่าเดิม เธอถีบถังขยะคว่ำ แล้วสะบัดหน้าปิดประตูดังปังออกไป

ผ่านไปไม่นาน โทรศัพท์ของผมก็เด้งการแจ้งเตือนวิดีโอคอลจากเสิ่นชิงเสวี่ย

ผมลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนกดรับสาย

เสียงหอบหายใจของเฉินจิ่งดังระเบิดไปทั่วทั้งห้อง

ในหน้าจอ เสิ่นชิงเสวี่ยนั่งคร่อมอยู่บนตัวเฉินจิ่ง ขยับตัวอย่างเอาแต่ใจ บนตู้หัวเตียงยังคงมีรูปถ่ายวันแต่งงานของพวกเราวางอยู่

มือของเสิ่นชิงเสวี่ยกำลังทาบลงบนใหน้าผมในรูปถ่าย ทิ้งรอยฝ่ามือเปียกชื้นเอาไว้

เฉินจิ่งสบตากับผมผ่านหน้าจอ ยกยิ้มมุมปากอย่างลำพองใจ

"พี่ชิงเสวี่ย ช้า ๆ หน่อยครับ พี่ชายเขายังมองอยู่นะ"

เสิ่นชิงเสวี่ยตั้งใจจ่อกล้องไปที่เตียงนอน แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาเหมือนแก้แค้น

"ในเมื่อนายไม่เชื่อ งั้นฉันก็จะทำให้สิ่งที่นายมโนไว้กลายเป็นเรื่องจริง!

ดูให้เต็มตานะ ว่าฉันกับเสี่ยวจิ่งรักกันปานจะกลืนกินขนาดไหน

ถ้าพวกเรายังไม่หยุด นายห้ามกดวางเด็ดขาด!"

ตลอดทั้งคืน เธอพาเฉินจิ่งทิ้งร่องรอยที่ปลดปล่อยอารมณ์ไว้ในทุกซอกทุกมุมของห้องนอนใหญ่

ภาพเร่าร้อนเต็มจอกับเสียงที่น่าอับอายทำให้ผมปั่นป่วนมวนท้อง เหลือแต่ความคลื่นไส้สะอิดสะเอียนลึกถึงขั้วหัวใจ

ผมทนทรมานจนฟ้าเริ่มสว่าง เสิ่นชิงเสวี่ยถึงยอมจบกิจกรรมอย่างไม่เต็มใจ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สิ้นสุดกันที ไม่ว่าชาตินี้ชาติไหน   บทที่ 9

    เสิ่นชิงเสวี่ยยังไม่ยอมจบแค่นั้นเธอออกตามหาคนที่ช่วยผมแกล้งตายในตอนนั้นอย่างบ้าคลั่ง เหมือนกับว่าขอแค่หาคนคนนั้นพบ ก็จะสามารถย้อนเวลากลับไป ทำให้ผมฟื้นกลับมาได้อีกครั้งฟ้าไม่ใจร้ายหรอก ในที่สุดเธอก็ตามจากเบาะแสเล็ก ๆ ไปจนถึงชายแดนทางตะวันตกเฉียงใต้เธอนั่งเครื่องบินไปที่นั่นทั้งคืนแต่สิ่งที่เจอกลับไม่ใช่หมอผีหรือจอมเวทที่ไหน เป็นชายชราในชุดเครื่องแบบทหารคนหนึ่งเสิ่นชิงเสวี่ยคุกเข่าลงเสียงดังตุ้บ"ขอร้องล่ะ ช่วยบอกฉันทีว่าเขาอยู่ที่ไหน"ชายชราส่ายหัวเบา ๆ น้ำเสียงสงบแต่แฝงความเด็ดขาด "ที่ฉันช่วยเขาตอนนั้น เพราะฉันติดหนี้ชีวิตพ่อของเขาอยู่ ก็เลยช่วยปลอมใบแจ้งตาย ช่วยให้เขาหลุดพ้นไปได้""งั้นครั้งนี้..." เสิ่นชิงเสวี่ยตาลุกวาวทันที "ครั้งนี้ไม่ได้"ชายชราพูดตัดบทเธอด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย"ครั้งก่อนเขายังมีชีวิตอยู่ ผมเลยช่วยซ่อนเขาไว้ได้ แต่ครั้งนี้เขาตายไปแล้ว ผมช่วยคนตายไม่ได้หรอก"พูดจบ ชายชราก็โยนซองเอกสารผนึกแน่นซองหนึ่งใส่ตักเธอ"ดูเอาเองเถอะ นี่คือเรื่องที่ปีนั้นเขายังไม่ทันได้บอกคุณ"เสิ่นชิงเสวี่ยมือสั่นเทาขณะแกะมันออก ด้านในมีแต่ใบแจ้งภาวะวิกฤตของผู้ป่วยบาง ๆ

  • สิ้นสุดกันที ไม่ว่าชาตินี้ชาติไหน   บทที่ 8

    เสิ่นชิงเสวี่ยไม่เชื่อว่าผมตายแล้วต่อให้บุคลากรทางการแพทย์จะยืนยันซ้ำ ๆ ต่อให้ร่างกายของผมจะไม่มีอุณหภูมิและแข็งทื่อไปนานแล้วก็ตามเธอก็ยังคงขอบตาแดงผ่าว แล้วค่อย ๆ วางร่างของผมลงในห้องแช่เย็นที่เธอสั่งให้คนสร้างขึ้นในชั่วข้ามคืนเสิ่นชิงเสวี่ยเริ่มออกตามหาหลักฐานเหมือนคนเสียสติเธอหาดูกล้องวงจรปิดทุกตัวในบ้าน ตรวจสอบประวัติของโรงพยาบาลทุกแห่งเธอดึงดันที่จะคิดว่า ผมยังไม่ตาย"เมื่อสามปีก่อนยังแกล้งตายไปครั้งหนึ่งเลย ก็ต้องแกล้งตายเป็นครั้งที่สองได้สิ"วันที่สาม เธอขับรถไปศูนย์พักฟื้นด้วยตัวเองเพื่อจะรับพ่อของผมกลับมายังตระกูลเสิ่นแต่พอผลักประตูห้องผู้ป่วยเข้าไป บนเตียงกลับว่างเปล่าเสิ่นชิงเสวี่ยอึ้งไปเลย"คนล่ะ?!"หัวหน้าพยาบาลก้มหน้า "คุณซ่ง...เสียชีวิตไปตั้งแต่สามวันก่อนแล้วค่ะ""เป็นไปไม่ได้! ฉันให้ทรัพยากรทางการแพทย์ที่ดีที่สุดให้เขา! ยาที่ดีที่สุด! หมอที่ดีที่สุด! จะตายได้ยังไง?!"หัวหน้าพยาบาลหยิบปากกาอัดเสียงออกมาด้ามหนึ่ง แล้วใช้สองมือยื่นให้เธอ"นี่คือ...สิ่งที่พบอยู่ใต้หมอนของเขาค่ะ คุณลองฟังดูได้นะคะ"เสิ่นชิงเสวี่ยคว้ามาทันที แล้วกดปุ่มเล่นเสียงเส

  • สิ้นสุดกันที ไม่ว่าชาตินี้ชาติไหน   บทที่ 7

    เสียงหวอรถพยาบาลดังก้องไกลออกไป คราบเลือดในสวนสนุกถูกทำความสะอาดจนหมดเร็วมากเฉินจิ่งปัดชายเสื้อเบา ๆ ก่อนหันหลังเดินไปยังลานจอดรถซ่งจือเมิ่งยืนนิ่งอยู่กับที่ มองดูพื้นบริเวณนั้นที่เพิ่งถูกน้ำฉีดล้างอย่างเหม่อลอย"คุณอา...พวกเราไม่ไปโรงพยาบาลกันเหรอคะ"เฉินจิ่งไม่หันกลับมามองด้วยซ้ำ"ในโรงพยาบาลมีเชื้อโรคเต็มไปหมด สุขภาพอาก็ไม่ค่อยดี ถ้าเกิดติดเชื้อโรคขึ้นมาจะทำยังไง"ซ่งจือเมิ่งจ้องมองไปที่หน้าท้องของเสิ่นชิงเสวี่ย พยักหน้าเหมือนจะเข้าใจแต่ก็ไม่เข้าใจคุณอาไม่ไปโรงพยาบาล คงเพราะกลัวป่วยสินะคุณแม่เคยบอกว่า ร่างกายของคุณอาอ่อนแอมาก"งั้น...งั้นพวกเรารอให้คุณแม่กลับมาก่อน แล้วค่อยไปหาคุณพ่อเหรอคะ"เฉินจิ่งไม่ได้ตอบอะไร เขาเปิดประตูรถแล้วก้าวขึ้นไปนั่งตรงเบาะข้างคนขับทันทีซ่งจือเมิ่งเปิดประตูรถ พอลองมองไปยังเบาะหลังที่ว่างเปล่า ก็รู้สึกหวาดกลัวนิดหน่อยเธอพูดเสียงเบา "คุณอา มานั่งข้างหลังเป็นเพื่อนหนูหน่อยได้ไหม หนูอยู่คนเดียว...หนูกลัว"เฉินจิ่งหันขวับกลับมา คิ้วขมวดแน่นเป็นปม"เธออายุเท่าไรแล้ว แค่นั่งรถยังต้องให้คนไปนั่งเป็นเพื่อนอีกเหรอ ไม่ได้เรื่องเลย"ซ่งจือเมิ

  • สิ้นสุดกันที ไม่ว่าชาตินี้ชาติไหน   บทที่ 6

    ชั่วขณะที่คมมีดแทงเข้าหน้าอก เลือดสด ๆ ก็พุ่งทะลักออกมาหัวใจเทียมหยุดเต้นลงโดยสิ้นเชิงร่างกายไร้น้ำหนักฉับพลัน ลอยเบาหวิวขึ้นไปด้านบนในสายตาที่พร่ามัว ใบหน้าของเสิ่นชิงเสวี่ยบิดเบี้ยวเป็นก้อน ตะโกนสุดเสียงจนคอแห้ง "อาอวี้!"ดวงวิญญาณเบาหวิวลงเรื่อย ๆ ผมมองเห็นตัวผมอีกคนทรุดลงในอ้อมกอดของเธออย่างอ่อนแรง เลือดตรงหน้าอกไหลทะลักออกมาไม่ขาดสายมือสองข้างของเสิ่นชิงเสวี่ยกดปิดบาดแผลผมไว้แน่น พยายามจะห้ามเลือดที่ไหลออกมาแต่ยิ่งออกแรง เลือดก็ยิ่งพุ่งทะลักหนักกว่าเดิม ไหลซึมออกมาตามร่องนิ้วมือของเธอ กดยังไงก็กดไม่อยู่"อาอวี้! อาอวี้!"เธอเสียงสั่น ร้องเรียกชื่อผมซ้ำแล้วซ้ำเล่า"นายมองฉันสิ! อย่าเพิ่งหลับนะ! ห้ามหลับเด็ดขาด!"ซ่งจือเมิ่งแข็งค้างอยู่กับที่ อ้าปากค้าง แต่กลับส่งเสียงไม่ออก เสิ่นชิงเสวี่ยตาแดง แผดเสียงร้องใส่คนรอบข้างเหมือนคนบ้า "หมอ! เรียกรถพยาบาล! รีบเข้า!"ฝูงชนแตกฮืออย่างความลนลาน เจ้าหน้าที่กู้ชีพพุ่งตัวเข้ามาอย่างรวดเร็วคลำชีพจรที่ลำคอผม แล้วเปิดเปลือกตาของฉันดู"คุณครับ เสียใจด้วยนะครับ เขาจากไปแล้วครับ"เสิ่นชิงเสวี่ยคล้ายกับฟังไม่เข้าใจ ตาแดงก่ำพ

  • สิ้นสุดกันที ไม่ว่าชาตินี้ชาติไหน   บทที่ 5

    ในห้องผู้ป่วยเงียบกริบ หมอมองผมอย่างจนปัญญา"เสียใจด้วยนะครับ ผู้ป่วยได้รับความกระทบกระเทือนทางใจอย่างรุนแรง ทนไม่ไหวจริง ๆ"ผมทรุดนั่งลงกับพื้น หมดอาลัยตายอยากตอนกำลังจัดเก็บของใช้ที่พ่อทิ้งไว้ ผมคลำเจอเครื่องบันทึกเสียงเครื่องหนึ่งใต้หมอนของท่าน พอกดปุ่มเล่น เสียงที่นุ่มนวลแต่อำมหิตของเฉินจิ่งก็ดังขึ้น "คุณอา ผมเห็นว่าคุณน่าสงสาร ผมจะบอกความจริงอะไรให้ฟังนะ จริง ๆ แล้วผมไม่ได้ถูกคุณแม่รับมาเลี้ยงหรอก ผมเป็นลูกนอกกฎหมายของเธอต่างหาก คุณกับพ่อผมแย่งชิงกันมาทั้งชีวิต สู้กันมาทั้งชีวิต สุดท้ายกลับต้องมาเลี้ยงลูกให้เขาตั้งกี่สิบปี คุณว่ามันน่าตลกไหมครับ จริงสิ บ้านเก่าหลังนั้นที่คุณอากับซ่งอวี้สู้ตายเพื่อปกป้องไว้ คุณแม่โอนชื่อให้ผมตั้งแต่วันที่ผมบรรลุนิติภาวะแล้วล่ะ ขอบคุณพวกคุณนะที่ช่วยปกป้องให้ผม... ชาตินี้ คุณสู้พ่อผมไม่ได้ ลูกชายไม่เอาไหนของคุณก็สู้ผมไม่ได้ ต่อไปภรรยา ลูกสาว ทรัพย์สินของเขา...ก็ต้องเป็นของผมทั้งหมด พวกคุณนี่เป็นดาวนำโชคของผมจริง ๆ!"นอนอัมพาตแต่ประสาทการได้ยินยังทำงาน พ่อของผมถูกเขาทำให้ตรอมใจตายแท้ ๆ เลยความเคียดแค้นเผาไหม้จนตาผมแดงฉานในทันทีผมพุ่

  • สิ้นสุดกันที ไม่ว่าชาตินี้ชาติไหน   บทที่ 4

    คืนนั้น ผมดื่มนมที่เสิ่นชิงเสวี่ยยื่นให้ตามปกติรอจนสองแม่ลูกย่องออกจากบ้านเบา ๆ ผมก็ขึ้นเงียบ ๆ แล้วแอบตามหลังพวกเธอไปตามไปตลอดทางจนถึงคอนโดหรูแห่งหนึ่งมองผ่านช่องประตูที่ไม่ได้ปิดสนิท ผมเห็นเฉินจิ่งนั่งอยู่อย่างสบายใจบนโซฟาเสิ่นชิงเสวี่ยป้อนผลไม้ให้เขา ช่วยนวดขาให้เขาอย่างอ่อนโยน "หลายวันมานี้ฉันอยู่เคียงข้างนายไม่ได้ ลำบากนายจริง ๆ เลย"ซ่งจือเมิ่งซบอยู่ข้างกายเธอ บุ้ยปากบ่นงุ้งงิ้ง "ต้องโทษพ่อหนูที่ใจแคบ ไม่ยอมให้คุณแม่รับคุณอากลับไป"ผมออกแรงผลักประตูเปิดออก ริมฝีปากสั่นไม่หยุด"ไหนว่าส่งตัวไปแล้วไงเสิ่นชิงเสวี่ย คำพูดเธอมีอะไรจริงบ้าง"เสิ่นชิงเสวี่ยยืนบังอยู่หน้าเฉินจิ่ง เธอยืนเผชิญหน้ากับผม"ซ่งอวี้ นายพอได้แล้ว! เสี่ยวจิ่งไม่เคยคิดจะแย่งอะไรกับนายเลย เขาอยู่กับฉันโดยไม่มีสถานะอะไรก็น่าสงสารพอแล้ว นายเลิกเห็นแก่ตัวสักทีได้ไหม"เฉินจิ่งเถียงอย่างมั่นใจ "พี่ครับ พี่ก็อายุเยอะแล้วแถมยังไม่รู้จักสร้างบรรยากาศโรแมนติก พี่ชิงเสวี่ยเบื่อพี่ตั้งนานแล้ว แทนที่จะยกประโยชน์ให้คนนอก สู้ให้ผม..."ในที่สุดผมก็อดกลั้นไว้ไม่ไหว คว้าแจกันบนโต๊ะขว้างใส่ไปการทะเลาะวิวาทระเบิ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status