แชร์

บทที่ 3

ผู้เขียน: ยูคาลิปตัสแดนใต้
หัวใจที่อ่อนแออยู่แล้วของผมรับไม่ไหว อึดอัดและเจ็บแปลบขึ้นมาเป็นพัก ๆ

ผมพยุงร่างกายที่อ่อนแรงเพื่อไปหายาที่เตรียมไว้เป็นประจำ

เพิ่งจะเทยาลงบนฝ่ามือ ร่างหนึ่งก็พุ่งเข้ามา แย่งยาไปแล้วขว้างลงพื้นทั้งหมด

"ใครอนุญาตให้คุณพ่อกินยาเอง ถ้าไม่ได้รับอนุญาตจากคุณอา คุณพ่อห้ามแตะของอะไรทั้งนั้น!"

ซ่งจือเมิ่งจ้องผมด้วยสายตาเกรี้ยวกราด

อาการเจ็บปวดหัวใจยิ่งเด่นชัดขึ้น ผมไม่ทันได้เถียง ก้มตัวลงไปเก็บเม็ดยาที่กระจายอยู่

แต่ในวินาทีถัดมา เท้าข้างหนึ่งก็เหยียบลงมาอย่างแรง แล้วออกแรงบดขยี้

เม็ดยาผสมกับฝุ่นฝังเข้าไปในร่องพื้นไม้

ซ่งจือเมิ่งพูดเสียงแหลม "หน้าไม่อาย! โจร! ออกไปจากบ้านหนูเลยนะ!"

เสียงวิ้งในหูดังก้อง ภาระของหัวใจเทียมพุ่งสูงถึงขีดสุด

ในที่สุดผมก็ทนไม่ไหว ทรุดลงกับพื้น ภาพเรื่องราวในอดีตพรั่งพรูขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้

ซ่งจือเมิ่งร่างกายอ่อนแอมาตั้งแต่เด็ก ตอนตรวจพบโรคหัวใจก็ไม่มีเวลาจับเจ่ารอหัวใจบริจาคแล้ว

ผมก็เลยแอบไปตรวจจับคู่เนื้อเยื่อ แลกหัวใจที่สมบูรณ์แข็งแรงให้เธอโดยไม่ลังเล แล้วใส่หัวใจเทียมให้ตัวเอง

ผมต้องทรมานอยู่ระหว่างความเป็นความตายนานกว่าครึ่งเดือน

แต่พอซ่งจือเมิ่งลงจากเตียงวันแรก ก็ไม่ได้มาเยี่ยมผม แต่กลับวิ่งเหยาะ ๆ ไปหาเฉินจิ่ง

"คุณอา เมื่อไรคุณอาถึงจะได้มาเป็นพ่อของหนูล่ะคะ

พ่อของหนูน่ารำคาญจะตาย แค่คุณแม่สูบบุหรี่เพิ่มขึ้นมวนเดียว เขาก็บ่นอยู่นั่นแหละ หนูนั่งดูทีวีแป๊บเดียว เขาก็ดุอีก

คุณอาดีกว่าอีกค่ะ ซื้อแฮมเบอร์เกอร์ให้หนู พาหนูไปสวนสนุก หนูกับคุณแม่ชอบอยู่กับคุณอาที่สุดเลย"

ผมยืนอยู่นอกห้อง ได้ยินทุกคำอย่างชัดเจนไม่ตกหล่น

แผลเป็นจากการผ่าตัด เจ็บปวดรวดร้าวเหมือนถูกไฟเผา

ผมข่มเสียงสะอื้นแล้วเดินเข้าไปข้างหน้า

"ซ่งจือเมิ่ง พ่อยอมนอนบนเตียงผ่าตัดเพื่อเธอ เกือบเสียอีกครั้งชีวิตที่เหลือไป เธอทำกับฉันพ่อนี้เหรอ"

เฉินจิ่งปกป้องเธอไว้ข้างหลังทันที แล้วพูดด้วยท่าทางอ่อนแอ

"พี่ครับ เด็กยังเล็ก พูดจาไม่รู้จักกาละเทศะ พี่ต้องไปโมโหใส่เธอ ดุเธอขนาดนี้เลยเหรอ"

พอมีเฉินจิ่งคอยให้ท้าย ซ่งจือเมิ่งก็ยิ่งไม่เกรงกลัวอะไร เงยหน้าคำรามใส่ผม

"หนูรำคาญคุณพ่อจัง! เย็นชาไม่มีความอ่อนโยนเลยสักนิด! ตอนนั้นทำไมคุณพ่อไม่ตายบนเตียงผ่าตัดไปซะเลย

ยังไงซะคุณแม่ก็ตั้งท้องลูกของคุณอาแล้ว อีกไม่นานหนูก็จะมีน้องชายแล้ว จะมีคุณพ่อหรือไม่มีก็ไม่เห็นเป็นไร"

คำพูดนี้เหมือนสายฟ้าผ่าลงกลางหัวผมเข้าอย่างจัง

ผมเกร็งทื่อไปทั้งตัว เลือดลมปั่นป่วน หน้ามืดล้มสลบลงไปทันที

พอลืมตาขึ้นอีกครั้ง เสิ่นชิงเสวี่ยก็นั่งอยู่ข้างเตียง

เมื่อเห็นผมฟื้นขึ้นมา เธอก็นิ่งเงียบไปนาน ก่อนจะพูดขึ้นอย่างเรียบเฉย

"ในเมื่อนายรู้หมดแล้ว ฉันก็จะไม่ปิดบังนายแล้วกัน

ฉันกับเสี่ยวจิ่งมีอะไรกันแล้ว ตั้งแต่วันที่จัดงานฝังศพแม่ของนาย

ฉันโกหกนายว่าเมาจนไม่ได้ยินโทรศัพท์ จริง ๆ แล้วเสี่ยวจิ่งเกาะติดฉันมาก ฉันเลยไม่มีเวลาโทรกลับ"

ในสมองอื้ออึงไปหมด

ผมนึกถึงวันนั้น ที่เฉินจิ่งร้องไห้จนเป็นลมในศาลาพิธี

ผมเป็นห่วงเขา เลยให้เสิ่นชิงเสวี่ยพาเขากลับไปก่อน

ครอบครัวผมมีคนน้อย งานศพยังไม่ทันเสร็จ พวกญาติพี่น้องฝ่ายลุงป้าก็มาแย่งชิงมรดก

เพื่อรักษาบ้านเก่าของครอบครัวไว้ ผมกับพ่อโดนทำร้ายจนหัวร้างข้างแตก

ช่วงเวลานั้น ผมโทรหาเสิ่นชิงเสวี่ยไปนับครั้งไม่ถ้วน แต่เธอไม่รับสายเลยสักครั้ง

ที่แท้ตอนที่ผมสิ้นหวังและไร้ทางออกที่สุด เธอกำลังคลอเคลียพลอดรักอยู่กับเฉินจิ่งนี่เอง

หัวใจเจ็บปวดเหมือนถูกฉีกออก ความอัปยศอับอายปนความแค้นพุ่งแล่นขึ้นสมอง

ผมตบหน้าเธอฉาดแล้วฉาดเล่า

เธอหลุบตาลง ไม่หลบเลี่ยงไปไหน ปล่อยให้ผมระบายอารมณ์อยู่อย่างนั้น

แต่พอผมจะไปคิดบัญชีกับเฉินจิ่ง เสิ่นชิงเสวี่ยกลับคว้าข้อมือผมไว้แน่น แล้วระเบิดอารมณ์ออกมาทันที

"ซ่งอวี้ นายมีพ่อแม่คอยโอ๋มาตั้งแต่เด็ก มีฉันคอยปกป้อง ไม่เคยขาดแคลนอะไรเลย

แต่เสี่ยวจิ่งต้องพึ่งพาคนอื่นมาตั้งแต่เด็ก ไม่มีคนเหลียวแล เขาไม่มีอะไรเลยสักอย่าง! นายจะยอมถอยให้เขาหน่อยไม่ได้เหรอ"

ตอนที่มองดูท่าทางลำเอียงเข้าข้างแบบฝังใจของเธอ ผมก็หมดหวังโดยสิ้นเชิง พูดเสียงแหบแห้งว่า

"เสิ่นชิงเสวี่ย เราหย่ากันเถอะ! "

"ไม่นะ!" เสิ่นชิงเสวี่ยกอดผมไว้แน่น น้ำเสียงอ่อนลงทันที

"ขอโทษนะ เมื่อกี้ฉันพูดไม่คิดเอง

อาอวี้ ฉันเห็นเฉินจิ่งเป็นแค่น้องชายเท่านั้น เขาเป็นคนคิดมาก กลัวว่าพอคุณแม่จากไปแล้ว พวกเราจะไล่เขาออกไป เขาถึงได้แอบวางยาฉัน

ฉันสาบานว่ามีแค่ครั้งนั้นครั้งเดียว วันหลังจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว

นายลองคิดถึงจือเมิ่งสิ เธอเพิ่งจะมีหัวใจที่แข็งแรงนะ นายจะปล่อยให้เธอต้องเสียครอบครัวไปเหรอ"

ชั่วขณะนั้น ผมดันหวั่นไหว

ต่อให้โมโหแค่ไหน ซ่งจือเมิ่งก็เป็นเด็กที่ผมเลี้ยงดูมาด้วยตัวเอง

"ฉันให้โอกาสเธอได้อีกครั้ง แต่เธอต้องไปเอาเด็กออก ส่งตัวเฉินจิ่งไปที่อื่น ตั้งแต่นี้ไปตัดขาดกันให้เด็ดขาด"

เสิ่นชิงเสวี่ยลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็กัดฟันพยักหน้า

"ตกลง ฉันตกลง"

เธอลบช่องทางการติดต่อทั้งหมดของเฉินจิ่งต่อหน้าผม

กลับบ้านตรงเวลาทุกวัน อ่อนโยนและยอมโอนอ่อนผ่อนตามผม

แม้ซ่งจือเมิ่งก็ยังสงบสงี่ยมขึ้น กลายเป็นเด็กว่านอนสอนง่าย

ผมหลงนึกไปว่าชีวิตจะกลับคืนสู่ร่องสู่รอยได้จริง ๆ

จนกระทั่งถึงวันเกิดของซ่งจือเมิ่ง ผมตั้งใจเลิกงานก่อนเวลา เพื่อจะพาเธอไปสวนสนุก

เพิ่งเดินมาถึงหน้าประตู ก็ได้ยินบทสนทนาของสองแม่ลูก

"คุณแม่ เมื่อไรพวกเราถึงจะได้ไปหาคุณอากับน้องชายล่ะคะ หนูคิดถึงเขาจัง"

เสิ่นชิงเสวี่ยกดเสียงต่ำกำชับ

"ไม่ต้องรีบหรอก รอคุณพ่อหนูกลับมา ค่อยหาทางวางยานอนหลับเขา พอเขาหลับปุ๋ย พวกเราค่อยแอบออกไปหาคุณอากัน"

ผมยืนอยู่นอกประตู รู้สึกหนาวเหน็บเหมือนตกลงไปในถ้ำน้ำแข็ง

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • สิ้นสุดกันที ไม่ว่าชาตินี้ชาติไหน   บทที่ 9

    เสิ่นชิงเสวี่ยยังไม่ยอมจบแค่นั้นเธอออกตามหาคนที่ช่วยผมแกล้งตายในตอนนั้นอย่างบ้าคลั่ง เหมือนกับว่าขอแค่หาคนคนนั้นพบ ก็จะสามารถย้อนเวลากลับไป ทำให้ผมฟื้นกลับมาได้อีกครั้งฟ้าไม่ใจร้ายหรอก ในที่สุดเธอก็ตามจากเบาะแสเล็ก ๆ ไปจนถึงชายแดนทางตะวันตกเฉียงใต้เธอนั่งเครื่องบินไปที่นั่นทั้งคืนแต่สิ่งที่เจอกลับไม่ใช่หมอผีหรือจอมเวทที่ไหน เป็นชายชราในชุดเครื่องแบบทหารคนหนึ่งเสิ่นชิงเสวี่ยคุกเข่าลงเสียงดังตุ้บ"ขอร้องล่ะ ช่วยบอกฉันทีว่าเขาอยู่ที่ไหน"ชายชราส่ายหัวเบา ๆ น้ำเสียงสงบแต่แฝงความเด็ดขาด "ที่ฉันช่วยเขาตอนนั้น เพราะฉันติดหนี้ชีวิตพ่อของเขาอยู่ ก็เลยช่วยปลอมใบแจ้งตาย ช่วยให้เขาหลุดพ้นไปได้""งั้นครั้งนี้..." เสิ่นชิงเสวี่ยตาลุกวาวทันที "ครั้งนี้ไม่ได้"ชายชราพูดตัดบทเธอด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย"ครั้งก่อนเขายังมีชีวิตอยู่ ผมเลยช่วยซ่อนเขาไว้ได้ แต่ครั้งนี้เขาตายไปแล้ว ผมช่วยคนตายไม่ได้หรอก"พูดจบ ชายชราก็โยนซองเอกสารผนึกแน่นซองหนึ่งใส่ตักเธอ"ดูเอาเองเถอะ นี่คือเรื่องที่ปีนั้นเขายังไม่ทันได้บอกคุณ"เสิ่นชิงเสวี่ยมือสั่นเทาขณะแกะมันออก ด้านในมีแต่ใบแจ้งภาวะวิกฤตของผู้ป่วยบาง ๆ

  • สิ้นสุดกันที ไม่ว่าชาตินี้ชาติไหน   บทที่ 8

    เสิ่นชิงเสวี่ยไม่เชื่อว่าผมตายแล้วต่อให้บุคลากรทางการแพทย์จะยืนยันซ้ำ ๆ ต่อให้ร่างกายของผมจะไม่มีอุณหภูมิและแข็งทื่อไปนานแล้วก็ตามเธอก็ยังคงขอบตาแดงผ่าว แล้วค่อย ๆ วางร่างของผมลงในห้องแช่เย็นที่เธอสั่งให้คนสร้างขึ้นในชั่วข้ามคืนเสิ่นชิงเสวี่ยเริ่มออกตามหาหลักฐานเหมือนคนเสียสติเธอหาดูกล้องวงจรปิดทุกตัวในบ้าน ตรวจสอบประวัติของโรงพยาบาลทุกแห่งเธอดึงดันที่จะคิดว่า ผมยังไม่ตาย"เมื่อสามปีก่อนยังแกล้งตายไปครั้งหนึ่งเลย ก็ต้องแกล้งตายเป็นครั้งที่สองได้สิ"วันที่สาม เธอขับรถไปศูนย์พักฟื้นด้วยตัวเองเพื่อจะรับพ่อของผมกลับมายังตระกูลเสิ่นแต่พอผลักประตูห้องผู้ป่วยเข้าไป บนเตียงกลับว่างเปล่าเสิ่นชิงเสวี่ยอึ้งไปเลย"คนล่ะ?!"หัวหน้าพยาบาลก้มหน้า "คุณซ่ง...เสียชีวิตไปตั้งแต่สามวันก่อนแล้วค่ะ""เป็นไปไม่ได้! ฉันให้ทรัพยากรทางการแพทย์ที่ดีที่สุดให้เขา! ยาที่ดีที่สุด! หมอที่ดีที่สุด! จะตายได้ยังไง?!"หัวหน้าพยาบาลหยิบปากกาอัดเสียงออกมาด้ามหนึ่ง แล้วใช้สองมือยื่นให้เธอ"นี่คือ...สิ่งที่พบอยู่ใต้หมอนของเขาค่ะ คุณลองฟังดูได้นะคะ"เสิ่นชิงเสวี่ยคว้ามาทันที แล้วกดปุ่มเล่นเสียงเส

  • สิ้นสุดกันที ไม่ว่าชาตินี้ชาติไหน   บทที่ 7

    เสียงหวอรถพยาบาลดังก้องไกลออกไป คราบเลือดในสวนสนุกถูกทำความสะอาดจนหมดเร็วมากเฉินจิ่งปัดชายเสื้อเบา ๆ ก่อนหันหลังเดินไปยังลานจอดรถซ่งจือเมิ่งยืนนิ่งอยู่กับที่ มองดูพื้นบริเวณนั้นที่เพิ่งถูกน้ำฉีดล้างอย่างเหม่อลอย"คุณอา...พวกเราไม่ไปโรงพยาบาลกันเหรอคะ"เฉินจิ่งไม่หันกลับมามองด้วยซ้ำ"ในโรงพยาบาลมีเชื้อโรคเต็มไปหมด สุขภาพอาก็ไม่ค่อยดี ถ้าเกิดติดเชื้อโรคขึ้นมาจะทำยังไง"ซ่งจือเมิ่งจ้องมองไปที่หน้าท้องของเสิ่นชิงเสวี่ย พยักหน้าเหมือนจะเข้าใจแต่ก็ไม่เข้าใจคุณอาไม่ไปโรงพยาบาล คงเพราะกลัวป่วยสินะคุณแม่เคยบอกว่า ร่างกายของคุณอาอ่อนแอมาก"งั้น...งั้นพวกเรารอให้คุณแม่กลับมาก่อน แล้วค่อยไปหาคุณพ่อเหรอคะ"เฉินจิ่งไม่ได้ตอบอะไร เขาเปิดประตูรถแล้วก้าวขึ้นไปนั่งตรงเบาะข้างคนขับทันทีซ่งจือเมิ่งเปิดประตูรถ พอลองมองไปยังเบาะหลังที่ว่างเปล่า ก็รู้สึกหวาดกลัวนิดหน่อยเธอพูดเสียงเบา "คุณอา มานั่งข้างหลังเป็นเพื่อนหนูหน่อยได้ไหม หนูอยู่คนเดียว...หนูกลัว"เฉินจิ่งหันขวับกลับมา คิ้วขมวดแน่นเป็นปม"เธออายุเท่าไรแล้ว แค่นั่งรถยังต้องให้คนไปนั่งเป็นเพื่อนอีกเหรอ ไม่ได้เรื่องเลย"ซ่งจือเมิ

  • สิ้นสุดกันที ไม่ว่าชาตินี้ชาติไหน   บทที่ 6

    ชั่วขณะที่คมมีดแทงเข้าหน้าอก เลือดสด ๆ ก็พุ่งทะลักออกมาหัวใจเทียมหยุดเต้นลงโดยสิ้นเชิงร่างกายไร้น้ำหนักฉับพลัน ลอยเบาหวิวขึ้นไปด้านบนในสายตาที่พร่ามัว ใบหน้าของเสิ่นชิงเสวี่ยบิดเบี้ยวเป็นก้อน ตะโกนสุดเสียงจนคอแห้ง "อาอวี้!"ดวงวิญญาณเบาหวิวลงเรื่อย ๆ ผมมองเห็นตัวผมอีกคนทรุดลงในอ้อมกอดของเธออย่างอ่อนแรง เลือดตรงหน้าอกไหลทะลักออกมาไม่ขาดสายมือสองข้างของเสิ่นชิงเสวี่ยกดปิดบาดแผลผมไว้แน่น พยายามจะห้ามเลือดที่ไหลออกมาแต่ยิ่งออกแรง เลือดก็ยิ่งพุ่งทะลักหนักกว่าเดิม ไหลซึมออกมาตามร่องนิ้วมือของเธอ กดยังไงก็กดไม่อยู่"อาอวี้! อาอวี้!"เธอเสียงสั่น ร้องเรียกชื่อผมซ้ำแล้วซ้ำเล่า"นายมองฉันสิ! อย่าเพิ่งหลับนะ! ห้ามหลับเด็ดขาด!"ซ่งจือเมิ่งแข็งค้างอยู่กับที่ อ้าปากค้าง แต่กลับส่งเสียงไม่ออก เสิ่นชิงเสวี่ยตาแดง แผดเสียงร้องใส่คนรอบข้างเหมือนคนบ้า "หมอ! เรียกรถพยาบาล! รีบเข้า!"ฝูงชนแตกฮืออย่างความลนลาน เจ้าหน้าที่กู้ชีพพุ่งตัวเข้ามาอย่างรวดเร็วคลำชีพจรที่ลำคอผม แล้วเปิดเปลือกตาของฉันดู"คุณครับ เสียใจด้วยนะครับ เขาจากไปแล้วครับ"เสิ่นชิงเสวี่ยคล้ายกับฟังไม่เข้าใจ ตาแดงก่ำพ

  • สิ้นสุดกันที ไม่ว่าชาตินี้ชาติไหน   บทที่ 5

    ในห้องผู้ป่วยเงียบกริบ หมอมองผมอย่างจนปัญญา"เสียใจด้วยนะครับ ผู้ป่วยได้รับความกระทบกระเทือนทางใจอย่างรุนแรง ทนไม่ไหวจริง ๆ"ผมทรุดนั่งลงกับพื้น หมดอาลัยตายอยากตอนกำลังจัดเก็บของใช้ที่พ่อทิ้งไว้ ผมคลำเจอเครื่องบันทึกเสียงเครื่องหนึ่งใต้หมอนของท่าน พอกดปุ่มเล่น เสียงที่นุ่มนวลแต่อำมหิตของเฉินจิ่งก็ดังขึ้น "คุณอา ผมเห็นว่าคุณน่าสงสาร ผมจะบอกความจริงอะไรให้ฟังนะ จริง ๆ แล้วผมไม่ได้ถูกคุณแม่รับมาเลี้ยงหรอก ผมเป็นลูกนอกกฎหมายของเธอต่างหาก คุณกับพ่อผมแย่งชิงกันมาทั้งชีวิต สู้กันมาทั้งชีวิต สุดท้ายกลับต้องมาเลี้ยงลูกให้เขาตั้งกี่สิบปี คุณว่ามันน่าตลกไหมครับ จริงสิ บ้านเก่าหลังนั้นที่คุณอากับซ่งอวี้สู้ตายเพื่อปกป้องไว้ คุณแม่โอนชื่อให้ผมตั้งแต่วันที่ผมบรรลุนิติภาวะแล้วล่ะ ขอบคุณพวกคุณนะที่ช่วยปกป้องให้ผม... ชาตินี้ คุณสู้พ่อผมไม่ได้ ลูกชายไม่เอาไหนของคุณก็สู้ผมไม่ได้ ต่อไปภรรยา ลูกสาว ทรัพย์สินของเขา...ก็ต้องเป็นของผมทั้งหมด พวกคุณนี่เป็นดาวนำโชคของผมจริง ๆ!"นอนอัมพาตแต่ประสาทการได้ยินยังทำงาน พ่อของผมถูกเขาทำให้ตรอมใจตายแท้ ๆ เลยความเคียดแค้นเผาไหม้จนตาผมแดงฉานในทันทีผมพุ่

  • สิ้นสุดกันที ไม่ว่าชาตินี้ชาติไหน   บทที่ 4

    คืนนั้น ผมดื่มนมที่เสิ่นชิงเสวี่ยยื่นให้ตามปกติรอจนสองแม่ลูกย่องออกจากบ้านเบา ๆ ผมก็ขึ้นเงียบ ๆ แล้วแอบตามหลังพวกเธอไปตามไปตลอดทางจนถึงคอนโดหรูแห่งหนึ่งมองผ่านช่องประตูที่ไม่ได้ปิดสนิท ผมเห็นเฉินจิ่งนั่งอยู่อย่างสบายใจบนโซฟาเสิ่นชิงเสวี่ยป้อนผลไม้ให้เขา ช่วยนวดขาให้เขาอย่างอ่อนโยน "หลายวันมานี้ฉันอยู่เคียงข้างนายไม่ได้ ลำบากนายจริง ๆ เลย"ซ่งจือเมิ่งซบอยู่ข้างกายเธอ บุ้ยปากบ่นงุ้งงิ้ง "ต้องโทษพ่อหนูที่ใจแคบ ไม่ยอมให้คุณแม่รับคุณอากลับไป"ผมออกแรงผลักประตูเปิดออก ริมฝีปากสั่นไม่หยุด"ไหนว่าส่งตัวไปแล้วไงเสิ่นชิงเสวี่ย คำพูดเธอมีอะไรจริงบ้าง"เสิ่นชิงเสวี่ยยืนบังอยู่หน้าเฉินจิ่ง เธอยืนเผชิญหน้ากับผม"ซ่งอวี้ นายพอได้แล้ว! เสี่ยวจิ่งไม่เคยคิดจะแย่งอะไรกับนายเลย เขาอยู่กับฉันโดยไม่มีสถานะอะไรก็น่าสงสารพอแล้ว นายเลิกเห็นแก่ตัวสักทีได้ไหม"เฉินจิ่งเถียงอย่างมั่นใจ "พี่ครับ พี่ก็อายุเยอะแล้วแถมยังไม่รู้จักสร้างบรรยากาศโรแมนติก พี่ชิงเสวี่ยเบื่อพี่ตั้งนานแล้ว แทนที่จะยกประโยชน์ให้คนนอก สู้ให้ผม..."ในที่สุดผมก็อดกลั้นไว้ไม่ไหว คว้าแจกันบนโต๊ะขว้างใส่ไปการทะเลาะวิวาทระเบิ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status