Masukบทที่ 3
จางเจียเหมย
และเมื่อเวลาค่ำคืนมาถึง
ในขณะที่เยี่ยนอิงกำลังนอนอ่านหนังสืออยู่บนเตียงอยู่นั้น คุณชายหยางเว่ยที่เปิดประตูห้องนอนเข้ามาก็เตรียมที่จะเอนตัวนอนลงบนพื้นทันที เยี่ยนอิงจึงถามเขาขึ้น “ทำไมคุณถึงไปนอนบนพื้นล่ะ? คุณรังเกียจฉันหรอ?”
“ผมไม่รังเกียจคุณสักนิด! แต่ผมกลัวว่าคุณจะรังเกียจผมต่างหาก” หยางเว่ยตอบกลับไป
“คุณเป็นสามีของฉันนะ! ฉันจะไปรังเกียจคุณทำไมกัน?” เยี่ยนอิงถามเขากลับไปเช่นกัน
เมื่อหยางเว่ยได้ยินคำว่าสามีออกมาจากปากของเธอ เขาก็ดีใจเป็นอย่างมาก เขาจึงเดินขึ้นมานอนเตียงข้าง ๆ เธอ พร้อมกับถามเธอขึ้น
“ผมขอถามอะไรคุณหน่อยได้ไหม?”
“ได้สิ!” เยี่ยนอิงพยักหน้า พร้อมกับวางหนังสือในมือลงบนที่นอน
“เมื่อวานนี้ผมเห็นคนแตกสลายจนแทบไม่เหลืออะไร ผมคิดว่าคุณคงเศร้าไปอีกระยะ แต่ทำไมพอตื่นขึ้นมาคุณก็เหมือนกับว่าไม่เคยแตกสลายมาก่อน ทั้ง ๆ ที่งานแต่งงานในฝันของคุณต้องพังลง แถมคุณยังต้องมาแต่งงานกับผม คนที่คุณไม่ได้รักอีกด้วย?”
เมื่อเยี่ยนอิงได้ยินคำถามของเขาแบบนั้นเธอก็ยิ้มออกมา พร้อมกับตอบเขากลับไป “ในตอนแรกฉันก็คิดว่าตัวเองคงจะต้องอมทุกข์และเศร้าใจไปสักพัก! ฉันคงต้องกลายเป็นผู้หญิงที่หัวใจแตกสลายไปทั้งชีวิต! และฉันก็คิดภาพว่าตัวเองคงไม่มีทางมีความสุขที่ต้องแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก แต่พอฉันได้เจอคุณ ได้เห็นความใจดีของคุณ ฉันก็รู้ได้ทันทีเลยว่า...ฉันไม่จำเป็นต้องเสียใจอีกต่อไปให้กับผู้ชายเลว ๆ คนนั้น ในเมื่อฉันมีคุณที่แสนดีอยู่ข้าง ๆ แล้ว แถมพอได้ฟังเรื่องที่คุรบอกว่าคุณคือคู่หมั้นคนแรกของฉัน ยิ่งทำให้ฉันเชื่อว่านี่คือเส้นทางที่สวรรค์วางไว้ให้เราแล้ว” พูดจบ เยี่ยนอิงก็ยิ้มออกมา
คุณชายหยางเว่ยประหลาดใจกับหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าเป็นอย่างมาก ในชีวิตนี้เขาก็รู้จักผู้หญิงมาไม่น้อย แต่เขาไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนคิดบวกได้ขนาดเธอมาก่อน มันทำให้เขารู้สึกคุ้มค่าที่ได้วนมาแต่งงานกับเธอ
“แล้วคุณไม่กลัวว่าผมจะทำให้คุณเสียใจในอนาคตบ้างหรอ?” เขาถามเธอขึ้นต่อ
“ไม่หรอก! ฉันจะกลัวทำไม! เพราะฉันมองเข้าไปในดวงตาของคุณ ฉันก็รู้แล้วว่า สิ่งเดียวที่คุณกลัวก็คือทำให้ฉันเสียใจนั่นเอง” พูดจบเยี่ยนอิงก็ยิ้มออกมาอย่างเขินอายอีกครั้ง ก่อนที่เธอจะเอนตัวนอนลง และปล่อยให้เขานั่งเขินต่อเพียงลำพัง
ดั่งคำที่เขาว่ากันว่า...เมื่อสวรรค์สร้างมาให้คู่กัน แม้จะพลัดพรากกันไปไกลขนาดไหน ก็จะหาทางกลับมาครองคู่กันได้อยู่ดี
เช้าวันแต่งงานของคุณชายหยางหลินซีมาถึง
ในขณะที่ฮวาซูมี่ยิ้มหน้าบ้านที่จะได้เป็นสะใภ้เล็กของสกุลหยาง แต่เจ้าของงานกลับเอาแต่จ้องมาที่เยี่ยนอิงด้วยสายตาเศร้า แต่ทว่าเขากลับถูกสายตาดุดันของคุณชายหยางเว่ยตอบกลับไปแทน
ย้อนไปเมื่อหลายเดือนก่อน ซึ่งเป็นวันที่คุณชายหยางเว่ยกลับมาที่เซี่ยงไฮ้อีกครั้ง
วันนี้เป็นวันเดินทางกลับจากต่างประเทศของคุณชายหยางเว่ย หลานชายคนโตของคุณปู่หยางที่จะมาสืบทอดธุรกิจต่อจากเขา คุณปู่หยางจึงได้ส่งจางเจียเหมย เลขาคนโปรดของคนโปรดที่เขาพาเธอออกมาจากสถานเด้กกำพร้า และเลี้ยงดู ให้การทำเป็นอย่างดี เธอเป็นเหมือนดั่งลูกสาวคนโปรดของคุณปู่หยาง เธอเป็นหญิงสาวที่ทำงานเก่ง และด้วยความสนิทสนมและความเอ็นดูที่คุณปู่หยางมีต่อจางเจียเหมยนั้น เขาจึงได้เสนอสิ่งสำคัญให้กับเธอขึ้น
“จางเจียเหมย! ตั้งแต่เธอมาเป็นเลขาของฉัน เธอก็คอยดูแลฉันมาอย่างดีตลอด เงินเดือนที่ฉันให้เธอไปก็คงจะไม่เพียงพอต่อค่าตอบแทนอย่างแน่นอน ดังนั้นฉันอยากจะเสนอให้เธอหยางเว่ย หลานชายคนโตของฉัน ซึ่งเขากำลังจะกลับมาจากเมืองนอกเพื่อขึ้นรับตำแหน่งเป็นประธานบริษัทในอีกไม่กี่วันนี้ เธอจะตกลงไหม?”
จางเจียเหมยที่ได้ยินท่านประธานเสนอการแต่งงานกับหลานของเขาให้เธอแบบนั้น เธอก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างมากราวกับตนเองเป็นซินโดเรลล่าที่กำลังจะได้แต่งงานกับเจ้าชายในฝันผู้ร่ำรวย เพราะถึงแม้ว่าจางเจียเหมยจะไม่เคยเห็นหน้าของคุณชายหยางเว่ยเป็น ๆ มาก่อน แต่เธอก็ได้เคยเห็นรูปถ่ายของเขาในบริษัทมาแล้ว เขาคือชายผู้หล่อเหลาเอาการเลยทีเดียว ซึ่งทำให้จางเจียเหมยตกหลุมรักเขาตั้งแต่ยังไม่ทันได้พบกัน
จางเจียเหมยยิ้มออกมาอย่างเขินอายพร้อมกับพยักหน้าเล็กน้อยเพื่อเป็นการตอบรับการสู่ขอนี้จากคุณปู่หยางทันที และคุณปู่หยางเองก็ดีใจมากด้วยเช่นกัน
หลังจากวันที่จางเจียวเหมยได้รับคำสู่ขอการแต่งงานจากคุณปู่หยางเช่นนั้น โลกทั้งใบของเธอก็กลายเป็นสีชมพูแห่งความสุข อีกไม่วันหลังจากนี้เธอจะกลายเป็นซินโดเรลล่า และเธอก็เฝ้ารอที่จะได้พบหน้าเจ้าชายของเธอแทบไม่ไหวแล้ว แถมเธอยังตกหลุมรักเขาทั้ง ๆ ที่ยังไม่ทันได้เจอตัวกันอีกด้วย เพราะหลังจากวันที่ได้การสู่ขอจากคุณปู่หยาง จางเจียเหมยก็เอาแต่เฝ้ามองรูปหล่อ ๆ ของเขาทั้งวันและคืนอย่างมีความสุข
____________________________________________________________________
ฝากกดติดตามเพื่อเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ^^
“หุบปาก!” เยี่ยนอิงตะคอกใส่หน้าของหยางหลินซีทันที พร้อมกับพูดขึ้น “ฉันไม่มีทางกลับไปรักคนเลว ๆ อย่างคุณได้เด็ดขาด และอย่างที่ฉันเคยบอกไปแล้ว ถ้าฉันย้อนเวลากลับไปได้ ฉันจะไม่ขอรู้จักคนอย่างคุณเด็ดขาด”“เยี่ยนอิง!” หยางหลินซีเรียกชื่อของเธอขึ้นด้วยความเจ็บปวด“แกอย่าได้มาเอยชื่อของเยี่ยนอิงออกจากปากสกปรกของแกอีกนะ! ในขณะที่เธอให้อภัยกับความผิดร้ายแรงของแกครั้งที่แล้ว แทนที่แกจะสำนึกได้ แต่แกกลับคิดที่จะฆ่าเธอ” คุณชายหยางเว่ยพูดขึ้นต่อ“นี่แกอย่ามาใส่ร้ายฉันนะ!” หยางหลินซีเถียงกลับไปทันที“ฉันไม่ได้ใส่ร้ายแก! เพราะพยานที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็คือคนขับรถที่ไปกับเยี่ยนอิงอย่างไงล่ะ! แกเห็นเยี่ยนอิงนอนจมกองเลือดอยู่ตรงหน้า แกกลับปล่อยให้เยี่ยนอิงต้องตายอยู่นั้น ไม่เพียงเท่านั้น แกนั่นแหละที่เป็นคนขับรถไปชนท้ายรถของเยี่ยนอิงอย่างแรง จนทำให้รถเสียการควบคุมและพลิกคว่ำทันที”เมื่อหยางหลินซีได้ยินความจริงออกมาแบบนั้นเขาก็ร้อนรนใจเป็นอย่างมาก ก่อนที่เขาจะรีบหาข้ออ้างขึ้นอีกครั้ง “แกไปเชื่อไอ้คนขับรถห่วย ๆ คนนั้นได้อย่างไงกัน! มันก็แค่ต้องการที่จะใส่ร้ายฉัน เพราะมันนั่นแหละที่ทำผิดที่ขับรถไม่ดีเอง
บทที่ 6หัวใจดวงเดียวกันเมื่อคุณชายหยางเว่ยทำกำลังทำงานอยู่ที่บริษัทได้รับข่าวของเยี่ยนอิง เขาก็รีบทิ้งงานทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้าและรีบมาหาเธอที่โรงพยาบาลทันที และเมื่อเขามาถึงเขาก็พบว่าคนในสกุลหยางและสกุลหวังได้มาอยู่ที่นี่กันจนครบแล้ว รวมถึงหยางหลินซีที่มาอยู่ที่นี่ด้วย เพราะตอนนี้หยางหลินซีไม่รู้ว่าคนขับรถของเยี่ยนอิงได้รู้ว่าเขาคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด ส่วนเยี่ยนอิงก็ยังคงอยู่ในการดูแลของหมอในห้องฉุกเฉินนั่นเองหลังจากผ่านไปสักพักใหญ่ ๆ ในขณะที่คุณชายหยางเว่ยเดินไปเดินมาที่ห้องฉุกเฉินด้วยความกังวลใจอยู่นั้น ในที่สุดคุณหมอก็ออกมาแจ้งให้เขาทราบว่าตอนนี้เยี่ยนอิงได้พ้นจากขีดอันตรายแล้ว ร่างกายของเธอได้รับเพียงบาดแผลภายนอกเท่านั้น ซึ่งนำไปสู่การเป็นแผลเป็นที่อาจจะต้องใช้ระยะเวลานานกว่าจะหาย หรืออาจจะไม่หายเลย แต่ส่วนด้านในร่างกายของเธอข้างในไม่ได้รับผลกระทบอะไรมากนัก คงเป็นเพราะว่า ตอนช่วงที่เยี่ยนอิงกระเด็นออกมาจากรถนั้น เธอสามารถรวบรวมสติของตนเองไว้ให้ได้มากที่สุด และให้ร่างกายของเธอกระแทกลงพื้นในท่าที่ปลอดภัยที่สุด“เดี๋ยวรออีกสักพัก คนไข้ก็คงจะฟื้นแล้วนะครับ! ตอนนั้นพวกคุณค่
เยี่ยนอิงที่ได้อยู่ในอ้อมกอดของคุณชายหยางเว่ยเช่นนั้นก็รู้สึกผิดขึ้น เธอรู้สึกผิดว่าการที่เธอให้โอกาสหยางหลินซีแบบนั้นจะเป็นการหักหน้าคุณชายหยางเว่ยผู้เป็นสามีที่แสนดีของเธอมาโดยตลอด เธอจึงค่อย ๆ ผละออกมาจากอ้อมกอดของเขา และถามเขาขึ้นทั้งน้ำตา“ฉันให้อภัยคุณชายหยางหลินซีต่อหน้าคนทั้งคฤหาสน์สกุลหยาง ฉันคงทำให้คุณรู้สึกไม่ดีอย่างแน่นอน?”คุณชายหยางเว่ยที่ได้ยินคำถามปนคำบอกเล่าของเธอแบบนั้น เขาก็ยิ้มออกมาเบา ๆ พร้อมกับพูดขึ้น “คุณไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดอะไรเลย! ความรู้สึกในอดีตเป็นสิ่งที่มันเกิดขึ้นไปแล้ว และการที่คุณให้อภัยเขาก็เป็นสิ่งที่ถูกต้องด้วย” เยี่ยนอิงที่ได้ยินแบบนั้นเธอก็กอดเข้าไว้แน่นกว่าเก่า เยี่ยนอิงไม่เคยคิดเลยว่าหัวใจที่แตกสลายของเธอในวันแต่งงานนั้นจำได้พบกับแรกแท้อีกครั้ง แถมรักแท้ของเธอก็ดำเนินไปอย่างช้า ๆ แต่ดูมั่นคงเสียเหลือเกิน หลังจากที่คุณชายหยางเว่ยและเยี่ยนอิงกอดกันได้สักพัก คุณชายหยางเว่ยก็แยกตัวออกไปทำงาน ส่วนเยี่ยนอิงก็เลือกที่จะกลับคฤหาสน์ของสกุลหวังเพื่อพบปะกับครอบครัวของเธอหลังจากที่แต่งงานออกมาการกลับมาของเยี่ยนอิง ณ คฤหาสน์ของสกุลหวังทำให้ทุกคนดีใจเป็นอ
บทที่ 5ความรู้สึกในหัวใจเช้าวันใหม่เริ่มต้นเยี่ยนอิงตื่นขึ้นมาก็พบว่าคุณชายหยางหลินซีที่ควรจะออกจากคฤหาสน์สกุลหยางไปแล้วกำลังคุกเข่าอ้อนวอนขอร้องอยู่ที่เท้าของคุณปู่หยางทั้งน้ำตา“คุณปู่! ได้โปรดอภัยผมด้วยนะครับ! ฮืออออออออออ เมื่อคืนนี้ผมหึงหวงเยี่ยนอิงหน้ามืดตามัวจนทำอะไรไม่คิด เพราะผมยังรักเธออยู่ ผมจึงทนเห็นเธออยู่ร่วมหอกับคนอื่นทุกคืนแบบนั้นไม่ได้จริง ๆ ครับ ฮือออออออออออ”คุณนายหยางที่ยืนอยู่ไม่ห่าง ก็รีบเข้าไปคุกเข่าอ้อนวอนขอร้องคุณปู่หยางเพื่อช่วยลูกชายของเขาด้วยอีกคน “คุณพ่อค่ะ! ได้โปรดอภัยให้หลินซีด้วยนะคะ เพราะเขาและเยี่ยนอิงเคยรักกันและหมั้นหมายกัน มันจึงเป็นเรื่องยากสำหรับเขาที่ต้องเห็นเธอเป็นของคนอื่นแบบนั้นค่ะ ฮือออออออออออ”คุณปู่หยางรู้สึกอึดอัดใจเป็นอย่างมาก ใจหนึ่งของเขาก็ไม่อยากไล่หลานชายของตนเองให้ออกไปเร่ร่อนลำบากตรากตำอยู่ที่นอกบ้าน แต่เพราะความโกรธที่ได้เห็นการกระทำที่เลวทรามของเขาเมื่อคืนจึงทำให้คุณปู่หยางไม่อาจจะทนต่อไปไม่ได้ ดังนั้น...คุณปู่หยางมิใช่ผู้ที่จะสามารถให้อภัยเขาได้ มีเพียงเยี่ยนอิงเท่านั้นเมื่อคุณปู่หยางคิดได้ดังนั้น เขาก็มองไปที่เยี่ยนอิงที่
หยางหลินซีที่กลัวว่าจะต้องรับความผิด เขาจึงรีบโกหกขึ้นทันที “ก็เยี่ยนอิงมาอ่อยผมตอนนี้ที่พี่หยางเว่ยไม่อยู่! เธอให้ท่าผม และขอให้ผมมาหาเธอกลางดึกแบบนี้”“โกหก!” เยี่ยนอิงด่าเขาขึ้นทันที ก่อนที่จะพูดขึ้นบ้าง “ฉันไม่มีทางอยากได้ผู้ชายเลว ๆ อย่างคุณเด็ดขาด! และฉันไม่มีทางทำอะไรแบบนั้นหลับหลังของสามีของฉันด้วย คุณต่างหากที่เป็นฝ่ายงัดเข้ามาในห้องนอนของฉัน ไม่เชื่อก็ดูที่กลอนประตูนั้นสิ” เยี่ยนอิงชี้ไปที่กลอนประตูที่มีรอยงัดอยู่ทันทีคุณปู่หยางที่ได้เห็นแบบนั้นก็รู้สึกโกรธหยางหลินซีเป็นอย่างมาก เขาจึงด่าขึ้นทันที “ไอ้หลานสารเลว! แกมีทั้งพ่อและแม่ที่ให้การสั่งสอน ฉันเองก็ให้เงินแกไม่ขาดโดยที่แกไม่เคยต้องไปลำบากอะไร แต่แกยังกล้าที่จะเข้าไปข่มขืนพี่สะใภ้ของแกอีก แกนี่มันน่าไม่อายชะมัด ภรรยาสองคนที่แกมีอยู่ตอนนี้มันไม่พอหรือไง?”น้ำเสียงคุณปู่เต็มไปด้วยความ ซึ่งทำให้คนในบ้านทั้งหมดที่ได้ยินรู้สึกกลัวเป็นอย่างมาก เพราะปกติคุณปู่จะเป็นคนใจดีกับทุกคนเสมอ“ภรรยาสองคนนี้ไม่ใช่คนที่ผมเลือกซะหน่อย! คนที่ผมต้องการคือเยี่ยนอิงต่างหาก! และหากไม่ใช่เพราะผมทำพลาด หลานรักของคุณปู่ไม่มีทางได้แต่งงานกับเยี่ย
บทที่ 4การถูกล้างแค้นคุณปู่หยางที่ได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกชอบใจในตัวหลานสะใภ้ใหญ่ของตนเองเป็นอย่างมาก เขาจึงพูดขึ้นมา “จริงอย่างที่เยี่ยนอิงว่า...ในเมื่อแกเป็นคนก่อเรื่องนี้ขึ้นมาอีกครั้ง แกก็ต้องเป็นคนรับผิดชอบอีกเช่นเคย”“หา!” หยางหลินซีอุทานออกมาด้วยความตกใจอีกครั้ง ไม่ว่าเยี่ยนอิงจะพูดอะไร คุณปู่หยางก็เห็นดีเห็นงามไปซะหมด ขืนถ้าปล่อยไว้เป็นแบบนี้ มีหวังชีวิตของเขาคงต้องพังไม่เป็นท่าแน่ ๆ แต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นในตอนนี้เขาคงไม่สามารถแก้ไขอะไรได้แล้ว ดังนั้นในการแต่งงานวันนี้เขาจึงต้องก้มหน้ายอมรับไปก่อน และหาทางเอาคืนเธอทีหลังอย่างแน่นอนหลังจากงานแต่งงานที่แสนวุ่นวายของหยางหลินซี และหญิงสาวทั้งสองคนได้จบลงไป เยี่ยนอิงก็ยิ้มออกมาอย่างชอบใจที่เห็นหลินซีต้องทุกข์ทนในวันแต่งงานของตนเองเช่นนั้น เพราะการแต่งงานกับผู้หญิงถึงสองคนในเวลาเดียวกันนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยเช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นในขณะที่เยี่ยนอิงกำลังนั่งคุยกับคุณปู่หยางด้วยเสียงหัวเราะแต่เช้าอยู่นั้น คุณปู่หยางก็เห็นว่าคฤหาสน์ของตนเองครึกครืนไปด้วยสะใภ้ที่มีมากถึง 3 คน คุณปู่หยางจึงพูดกับเยี่ยนอิงขึ้น“ก่อนหน้านี้ที่คฤหาสน์ของ







