Share

สี่ลูกบุญธรรมเนรคุณ ทรยศลูกสาวฉัน
สี่ลูกบุญธรรมเนรคุณ ทรยศลูกสาวฉัน
Author: จัสมิน ฟลาวเวอร์

บทที่ 1

Author: จัสมิน ฟลาวเวอร์
“พวกแกบอกว่าแค่อยากสั่งสอนให้เธอตกใจกลัวงั้นเหรอ?”

ฉันจ้องหน้ามัตเตโอตรงๆ

เขาขมวดคิ้ว ทำหน้าราวกับว่าฉันต่างหากที่เป็นฝ่ายไร้เหตุผล

“แม่ครับ เอเลน่าได้รับการประคบประหงมมาทั้งชีวิต ให้เจอเรื่องลำบากซะบ้างมันจะดีกับตัวเธอเอง” เขาเหลือบมองเข้าไปในห้องน้ำ “พวกเราก็ยืนอยู่ตรงหน้าห้องน้ำแท้ๆ ไม่มีทางปล่อยให้เกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นหรอกครับ”

ฉันมองตามสายตาของเขา

เอเลน่านอนขดตัวคุดคู้อยู่กับพื้นกระเบื้องอันเย็นเฉียบ ร่างกายสั่นเทาอย่างรุนแรงจนฟันกระทบกัน เสื้อนักเรียนข้างหนึ่งถูกฉีกขาดจนวิ่น และรอยฟกช้ำดำเขียวเริ่มปรากฏชัดขึ้นทั่วหัวไหล่ของเธอ

เธอใช้สองมือกำเศษคอเสื้อที่เหลืออยู่เอาไว้แน่น พยายามปกปิดร่างกายตัวเองอย่างสิ้นหวัง

นี่น่ะหรือคือสิ่งที่พวกเขามองว่า ‘ไม่มีอะไรร้ายแรง’

ฉันเคยใช้ชีวิตอยู่ในโลกที่ผู้ชายพกปืนซ่อนไว้ใต้เสื้อสูทสั่งตัด โลกที่การสบประมาทเพียงคำเดียวอาจต้องจ่ายคืนด้วยสิ่งที่มีค่ามากกว่าเงินตรา

ทว่าแม้แต่ในโลกพรรค์นั้น ก็ไม่เคยมีหมาหน้าไหนกล้าแตะต้องลูกสาวของฉันแม้แต่ปลายก้อย

ฉันก้าวเข้าไปหามัตเตโอ

“แล้วเมื่อไหร่มันถึงจะเรียกว่าร้ายแรงล่ะ? ต้องรอให้พวกนั้นฉีกเสื้อผ้าที่เหลือของเธอออกจนหมด หรือต้องรอให้มีใครถ่ายคลิปประจานลงเน็ตก่อนหรือไง?”

สีหน้าของมัตเตโอเปลี่ยนไปทันที

ทว่าก่อนที่เขาจะได้ตอบ ดันเต้ก็ก้าวเข้ามาขวางระหว่างเราสองคนไว้

เขาขยับแว่นตากรอบทองให้เข้าที่ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งและสุขุมเช่นเดียวกับเวลาใช้ในห้องประชุมคณะกรรมการ น้ำเสียงที่มักจะทำให้ผู้คนหลงเชื่อว่าเขาคือคนที่มีเหตุผลที่สุดในห้อง

“แม่ครับ แม่ยังไม่รู้เรื่องราวทั้งหมด”

“แต่ฉันรู้ว่าภาพที่ฉันเห็นอยู่ตรงหน้านี้คืออะไร”

“แต่แม่ไม่รู้ว่าต้นเหตุมันเกิดจากอะไร”

ดันเต้เหลือบมองหญิงสาวที่แอบอยู่ด้านหลังเขา

“ซาบริน่าเผลอทำกาแฟหกใส่รองเท้าของเอเลน่าโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่เอเลน่ากลับฉีกหน้าเธอต่อหน้าทุกคน แถมยังพูดจาดูถูกว่าคนอย่างเธอไม่มีปัญญาหาเงินมาชดใช้หรอก”

ซาบริน่ากำชายเสื้อแจ็กเกตด้านหลังของดันเต้แน่น

ดวงตาของเธอคลอไปด้วยหยาดน้ำตา และน้ำเสียงที่เอ่ยออกมาก็แผ่วเบาจนแทบกลายเป็นเสียงกระซิบ

“คุณนายลีดส์คะ หนูเสนอว่าจะเอารองเท้าไปส่งซักให้ แต่เอเลน่ากลับบอกว่าคนระดับหนู... ไม่มีค่าพอแม้แต่จะแตะต้องมันด้วยซ้ำค่ะ”

เอเลน่าเงยหน้าขึ้นมาทันควัน

“หนูไม่เคยพูดแบบนั้น!”

ซาบริน่ากัดริมฝีปากตัวเอง

“หนูรู้ค่ะว่าเอเลน่าไม่ชอบหนู หนูไม่ควรเอ่ยปากขอยืมชุดที่เธอตั้งใจจะใส่ไปงานกาล่าการกุศลเลยจริงๆ หนูแค่คิดว่า—”

“เธอไม่ได้ขอฉัน!”

เสียงของเอเลน่าแหบพร่า แต่เธอก็กัดฟันเค้นเสียงพูดออกมาทีละคำ

“เธอบอกกับทุกคนว่าพี่ดันเต้สัญญายกชุดของฉันให้เธอแล้วต่างหาก! พอฉันบอกว่ามันไม่จริง เธอก็เจตนาเทกาแฟราดรองเท้าของฉัน!”

สีหน้าของซาบริน่าชะงักแข็งค้างไปชั่วครู่

“หนูไม่ได้—”

“พอได้แล้ว”

ลูก้าก้าวออกมายืนบังหน้าเธอไว้ทันที

เขาถอดเสื้อแจ็กเกตออก บรรจงคลุมลงบนไหล่ของซาบริน่าอย่างทะนุถนอม ทั้งที่เสื้อผ้าของเธออยู่ครบถ้วนสมบูรณ์ดี ในขณะที่ลูกสาวแท้ๆ ของฉันกลับต้องนั่งกึ่งเปลือยอยู่บนพื้น

“ตอนที่ซาบริน่าวิ่งมาร้องไห้กับพวกเรา เธอไม่ได้พูดแบบนี้นี่”

ลูก้าหันมามองฉัน แววตาเต็มไปด้วยการกล่าวโทษ

“แม่ครับ เอเลน่าทำให้เธอรู้สึกไร้ค่าเพียงเพราะชุดไร้สาระตัวเดียว เธอคิดว่าการที่ตัวเองเกิดมาในตระกูลนี้แล้ว คนอื่นจะต้องยอมก้มหัวให้เธอไปหมดหรือไง”

“พวกแกก็เลยปล่อยให้ยัยเด็กพวกนั้นลากน้องสาวตัวเองเข้ามาในห้องน้ำงั้นเหรอ?”

“พวกเราแค่บอกให้พวกนั้นมาคุยกับเอเลน่าดีๆ” มัตเตโอเอ่ย “สถานการณ์มันแค่บานปลายไปหน่อยก็แค่นั้น”

“แต่พวกแกได้ยินเสียงน้องร้องขอความช่วยเหลือ”

ห้องน้ำทั้งห้องพลันตกอยู่ในความเงียบงัน

พวกเขาได้ยิน

ในขณะที่เอเลน่าร้องไห้ อ้อนวอนขอให้เด็กผู้หญิงพวกนั้นหยุดมือ พี่ชายทั้งสี่คนของเธอกลับยืนนิ่งอยู่หน้าประตูห้องน้ำ

แค่คนใดคนหนึ่งในพวกเขาก้าวเข้ามา เรื่องเลวร้ายนี้ก็จบลงได้แล้ว

แต่กลับไม่มีใครทำเลยสักคนเดียว

นิโก้กำลังยืนพิงอ่างล้างมือ หมุนไฟแช็กสีเงินไปมาในมือ ท่าทางของเขาดูไม่แยแสกับสิ่งที่เกิดขึ้นแม้แต่น้อย

“เอเลน่าจำเป็นต้องได้รับบทเรียนซะบ้าง”

เขาปิดฝาไฟแช็กเสียงดัง ‘คลิก’

“เธอจะมาทึกทักเอาเองว่าทุกอย่างต้องเป็นของเธอ เพียงเพราะเกิดมาในตระกูลนี้ไม่ได้หรอกครับ”

ฉันจ้องมองเขาด้วยสายตานิ่งขึง

นิโก้อายุได้แค่เก้าขวบตอนที่ฉันไปพบเขา ข้อมือของเขาหัก และมีเงินติดกระเป๋าอยู่แค่สองดอลลาร์ หลังจากที่ฉันพาเขากลับมาบ้าน เป็นเวลาหลายเดือนที่เขาต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก กรีดร้องเพราะฝันร้ายซ้ำๆ

ในตอนนั้น เอเลน่าตัวน้อยจะคอยกอดหมอนเดินเข้าไปในห้องของเขา และนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงจนกระทั่งถึงเช้า

แต่ตอนนี้ เขากลับพูดถึงเธอราวกับเธอเป็นเพียงคนแปลกหน้า

“พวกแกคิดจะสั่งสอนอะไรเธอกันแน่?” ฉันถาม

ดันเต้เป็นคนตอบ

“สอนให้เธอรู้จักแบ่งปัน”

สายตาของเขาจับจ้องไปที่เอเลน่า โดยไร้ซึ่งความสงสารหรือเห็นใจแม้แต่เศษเสี้ยวเดียว

“เธอมีทุกอย่างมากเกินความจำเป็นอยู่แล้ว ซาบริน่าแค่ขอยืมชุดตัวเดียว มันมีเหตุผลบ้าบออะไรที่เอเลน่าจะต้องปฏิเสธ?”

“มันคือชุดของหนู...” เอเลน่าเอ่ยเสียงแผ่ว

ดันเต้ทำเป็นไม่ได้ยินเสียงของเธอ

“ซาบริน่าต้องดิ้นรนแทบตายกว่าจะได้อะไรมาแต่ละอย่าง แต่เอเลน่าเกิดมาพร้อมกับความได้เปรียบทุกอย่าง ถ้าพวกเราไม่ดัดนิสัยเธอตอนนี้ เธอจะกลายเป็นเหมือนที่ทุกคนตราหน้าเอาไว้ไม่มีผิด... ทายาทผู้เย่อหยิ่ง เห็นแก่ตัว และคิดว่าคนทั้งโลกต้องคอยประเคนทุกสิ่งให้เธอ”

ตลอดสิบเจ็ดปี ฉันเฝ้าปรนเปรอให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เด็กชายสี่คนนี้ต้องการ

ฉันดึงพวกเขาออกมาจากสถานสงเคราะห์ สถานพักพิงชั่วคราว และศาลเยาวชน ทุ่มเงินส่งเสียให้ได้รับการศึกษาที่ดีที่สุด และคอยดูแลให้พวกเขาได้รับการบำบัดรักษาจิตใจยาวนานนับปี

พอพวกเขาเติบโตขึ้น ฉันก็พาเข้ามาทำงานในลีดส์กรุ๊ป

ดันเต้คุมฝ่ายปฏิบัติการองค์กร ลูก้าดูแลงานประชาสัมพันธ์และพันธมิตรภายนอก มัตเตโอกุมอำนาจด้านการเงิน ส่วนนิโก้บริหารการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และฝ่ายความมั่นคง

สื่อสายธุรกิจต่างพากันขนานนามพวกเขาว่า ‘สี่พี่น้องตระกูลลีดส์’

ผู้คนต่างสรรเสริญพูดถึงพวกเขา ราวกับพวกเขาถือกำเนิดขึ้นมาพร้อมกับอำนาจล้นมือตั้งแต่เกิด

บางที... นั่นอาจเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่หลวงที่สุดในชีวิตของฉัน

ฉันให้พวกมันมากเกินไป จนพวกมันลืมกมลสันดานเดิมไปแล้วว่า สิ่งของพวกนี้ ไม่เคยมีชิ้นไหนที่เป็นของพวกมันมาตั้งแต่แรกเลย

ฉันเดินผ่านหน้าร่างของดันเต้ แล้วทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าเคียงข้างเอเลน่า

ฉันถอดเสื้อโค้ตของตัวเองออก นำมาคลุมทับชุดนักเรียนที่ขาดรุ่งริ่งและเรือนร่างที่เต็มไปด้วยรอยช้ำของเธอไว้อย่างมิดชิด ก่อนจะดึงร่างของเธอเข้ามากอดไว้แนบอก

“ทุกอย่างจบลงแล้วลูก... แม่จะพาหนูกลับบ้าน”

เอเลน่าซบหน้าลงกับไหล่ของฉัน สองมือของเธอกำชายชุดกระโปรงของฉันไว้แน่น

“หนูไม่ได้ทำอย่างที่พวกเขาพูดจริงๆ นะคะแม่...”

“แม่รู้ลูก แม่รู้”

ดันเต้พ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิดอยู่ข้างหลังฉัน

“แม่ครับ การให้ท้ายเธออย่างไม่ลืมหูลืมตาแบบนี้ มันมีแต่จะทำให้เรื่องแย่ลงไปอีก”

ฉันไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง

“ดันเต้ หุบปาก”

แต่เขาก็ยังคงพล่ามต่อไป

“ถ้าแม่ยังหาข้ออ้างเข้าข้างเธออีก เธอจะไม่มีวันเรียนรู้ที่จะรับผิดชอบการกระทำของตัวเอง เอเลน่าต้องลุกขึ้นมา แล้วขอโทษซาบริน่าเดี๋ยวนี้”

เอเลน่าตัวแข็งทื่ออยู่ในอ้อมแขนฉัน

ดันเต้ก้าวเข้ามาใกล้แล้วเอื้อมมือจะมากระชากแขนของเธอ

“ลุกขึ้นมา เอเลน่า ขอโทษซะ แล้วเรื่องนี้จะได้จบๆ กันไป”

ฉันลุกขึ้นยืน แล้วฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าของเขาอย่างแรง

เสียงฝ่ามือก้องสะท้อนไปทั่วห้องน้ำอย่างเด่นชัด

ศีรษะของดันเต้สะบัดไปตามแรงตบ แว่นตากรอบทองร่วงหล่นกระเด็นไถลไปใต้เคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า

ชายหนุ่มทั้งสี่คนนิ่งงันไปในทันที

ลูก้าคือคนที่ได้สติเป็นคนแรก

“แม่ทำอะไรลงไปน่ะ!?”

เขาก้าวพรวดเข้ามาหาฉัน แต่มัตเตโอคว้าแขนของเขาไว้ได้ทัน

ดันเต้ค่อยๆ หันใบหน้ากลับมา

รอยนิ้วมือสีแดงฉานค่อยๆ ผุดขึ้นบนแก้มของเขา หน้ากากแห่งความสุขุมเยือกเย็นที่เขาสวมใส่มาตลอดบัดนี้แตกเป็นเสี่ยงๆ เผยให้เห็นโทสะที่ซ่อนอยู่ข้างใต้

“ถ้าการตบหน้าผมมันทำให้แม่สบายใจขึ้น ก็เอาเถอะครับ”

เขาจ้องมองฉันอีกครั้ง

“แต่มันไม่ได้เปลี่ยนความจริงที่ว่าเอเลน่าเป็นฝ่ายผิด”

“พวกแกยังคิดว่าเรื่องนี้มันเป็นแค่เรื่องรองเท้าอยู่อีกงั้นเหรอ?”

“มันเป็นเรื่องของสันดานที่เธอกำลังกลายเป็นต่างหากครับ”

“ไม่ใช่”

ฉันสบตากับเขานิ่ง

“แต่มันเป็นเรื่องของสันดานชั่วที่พวกแกกำลังเป็นอยู่ต่างหาก”

ซาบริน่าขยับตัวไปหลบหลังลูก้า

“ลูก้าคะ... คุณแม่น่ากลัวจังเลยค่ะ”

เขารีบขยับตัวเข้าบดบังเธอไว้ด้วยร่างกายของเขาทันที

ฉันมองดูท่าทางที่เขาคอยปกป้องซาบริน่า แล้วหันกลับมามองลูกสาวของฉัน... เด็กที่พี่ชายบุญธรรมทั้งสี่คนทอดทิ้งเอาไว้ในห้องน้ำแห่งนี้ ปล่อยให้คนอื่นมารุมฉีกทึ้งเสื้อผ้าของเธอ

ความแตกต่างที่เห็นตรงหน้านี้มันน่าขยะแขยงสิ้นดี

นิโก้ส่งเสียงหัวเราะเยาะในลำคอ

“วันนี้แม่ทำพวกเราผิดหวังจริงๆ เลยนะ”

“พวกเราแค่พยายามดัดนิสัยไม่ให้เอเลน่ากลายเป็นเด็กเหลือขอจอมระระราน และดูเหมือนว่าจะมีแค่พวกผมสี่คนในบ้านหลังนี้เท่านั้นที่กล้าปฏิเสธเธอ”

“วันนี้เอเลน่าพูดคำว่า ‘ไม่’ ไปตั้งหลายครั้งแล้วต่างหาก”

ฉันประคองลูกสาวให้ลุกขึ้นยืน โดยโอบแขนข้างหนึ่งรอบเอวเธอไว้อย่างมั่นคง

“เธอพูดว่า ‘ไม่’ ตอนที่ซาบริน่าจะมาแย่งชุดของเธอไป และเธอพูดว่า ‘ไม่’ ตอนที่ยัยพวกนั้นลากเธอเข้ามาในห้องน้ำนี้”

ฉันกวาดสายตามองหน้าพวกมันทีละคน

“แต่ไอ้คนที่ไม่รู้จักเคารพคำว่า ‘ไม่’ ของคนอื่น... มันคือพวกแกต่างหาก”

ไม่มีใครกล้าเอ่ยคำใดออกมาสักคำเดียว

“ถ้าพวกแกคิดว่าเงินของตระกูลลีดส์มันทำให้เอเลน่าเย่อหยิ่งจองหองล่ะก็... นับจากนี้ไป พวกแกทุกคนก็อย่าหวังว่าจะได้แตะต้องเงินนี้อีกแม้แต่ดอลลาร์เดียว”

มัตเตโอกอดอก มุมปากของเขายกยิ้มขึ้นด้วยความเหยียดหยาม

“นี่แม่ขู่ว่าจะตัดบัตรเครดิตพวกเราเหรอครับ?”

“ฉันไม่ได้ขู่ แต่ฉันมาแจ้งให้ทราบ”

“พวกเราบริหารสี่แผนกที่สำคัญที่สุดของลีดส์กรุ๊ปอยู่นะครับ แม่คิดจริงๆ เหรอว่าการระงับบัตรแค่ไม่กี่ใบมันจะทำให้พวกเรากลัวได้น่ะ?”

ลูก้าส่งเสียงหัวเราะเยาะตามออกมาเช่นกัน

“ถ้าพวกเราทุกคนก้าวเท้าเดินออกไป ใครจะเป็นคนดูแลโครงการพัฒนาที่บรูคลิน? ใครจะเป็นคนคอยคุมพวกบอร์ดบริหารให้อยู่หมัด?แม่เหรอครับ?”

ฉันมองดูเขาอย่างเงียบงัน

เขาหลงเชื่อจริงๆ ว่าตลอดสิบเจ็ดปีที่ผ่านมา ฉันเอาแต่นอนเสวยสุขสบายใจเฉิบอยู่ที่คฤหาสน์เวสต์เชสเตอร์ โดยมีพวกเขาสี่คนคอยลงแรงสร้างลีดส์กรุ๊ปขึ้นมารายล้อมรอบตัวฉัน

เขาไม่เคยรู้เลยสักนิดว่า มีคนอีกมากเท่าไหร่ที่ยังคงเฝ้ารอคอยรับคำสั่งเพียงคำสั่งเดียวจาก ‘แคทเธอรีน โมเรตติ’ หรือแม้แต่ความจริงที่ว่า ลีดส์กรุ๊ปเป็นเพียงเศษเสี้ยวของอาณาจักรที่ฉันยอมเปิดเผยให้คนภายนอกได้เห็นเท่านั้น

ดันเต้ก้มลงไปเก็บแว่นตาของตัวเองขึ้นมา

เลนส์ข้างหนึ่งร้าวไปแล้ว ทว่าเขาก็ยังคงสวมมันกลับเข้าไป

“พวกเราทำงานให้ตระกูลนี้มาหลายปี และพวกเราคือเหตุผลที่ทำให้ลีดส์กรุ๊ปก้าวมาอยู่ตรงจุดนี้ได้ในทุกวันนี้”

น้ำเสียงของเขาเริ่มกลับมาเยือกเย็นดังเดิม

“แม่จะยอมให้ครอบครัวนี้แตกแยก เพียงเพราะเอเลน่าไม่ยอมแบ่งปันชุดตัวเดียวเนี่ยนะ?”

“พวกแกเลิกปกป้องครอบครัวนี้ ตั้งแต่วินาทีที่พวกแกไปยืนหน้าสลอนอยู่นอกประตูบานนั้น แล้วยืนฟังเสียงน้องร้องขอความช่วยเหลือโดยไม่ทำห่าอะไรแล้วต่างหาก”

ฉันประคองเอเลน่ามุ่งหน้าไปยังทางออก

ตอนที่เดินผ่านหน้าซาบริน่า ฉันชะงักฝีเท้าลง

เธอรีบหลุบสายตาลงต่ำทันที แต่มันก็ช้าเกินกว่าจะซ่อนแววความสะใจที่พาดผ่านดวงตาคู่นั้นพ้นสายตาฉันไปได้

หล่อนคิดว่าตัวเองชนะแล้วงั้นสิ

ก็ดี

ไว้ฉันค่อยกลับมาสะสางกับมันทีหลัง

ตอนนี้ ลูกสาวของฉันต้องการฉันที่สุด

ฉันหยุดยืนอยู่ข้างกายดันเต้

“ก่อนเช้าวันพรุ่งนี้ บัตรเครดิตส่วนตัว ยานพาหนะ และสิทธิ์ในการเข้าถึงอสังหาริมทรัพย์ทุกแห่งภายใต้นามสกุลลีดส์ของพวกแกทุกคน จะถูกระงับทั้งหมด”

นิโก้พ่นหัวเราะเย้ยหยัน

“เดี๋ยวไม่เกินสามวัน แม่ก็ต้องยกเลิกคำสั่งนี้อยู่ดี”

“งั้นเหรอ?”

“บริษัทยืนหยัดอยู่ไม่ได้หรอกถ้าไม่มีพวกเรา”

พวกมันทั้งสี่คนหลงเชื่ออย่างสนิทใจเช่นนั้น

พวกมันสำคัญตัวเองผิด คิดว่าอำนาจที่ฉัน ‘ให้ยืม’ มา คืออำนาจที่ตัวเอง ‘หามาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรง’

ฉันหันไปจ้องหน้าดันเต้เป็นครั้งสุดท้าย

“พวกแกอยากให้เอเลน่าเข้าใจนักใช่ไหม ว่าการถูกเลี้ยงดูมาภายใต้นามสกุลลีดส์ ไม่ได้แปลว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องเป็นของเธอ”

เขาไม่เอ่ยตอบอะไร

“นับตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป พวกแกทั้งสี่คน... ก็เตรียมตัวรับบทเรียนเดียวกันนี้ไว้ได้เลย”

จากนั้น ฉันจึงพาลูกสาวของฉันกลับบ้าน

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • สี่ลูกบุญธรรมเนรคุณ ทรยศลูกสาวฉัน   บทที่ 11

    สิบแปดเดือนต่อมา การตรวจสอบบัญชีของลีดส์กรุ๊ปและการสืบสวนคดีอาญาก็สิ้นสุดลงจากยอดธุรกรรมต้องสงสัยจำนวนเก้าสิบสามล้านดอลลาร์ สามารถติดตามยึดคืนกลับมาได้มากกว่าหกสิบล้านดอลลาร์ ส่วนความเสียหายที่เหลือจะยังคงดำเนินการติดตามยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องและฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งต่อไปเมื่อต้องเผชิญหน้ากับหลักฐานทั้งอีเมล คลิปเสียง และบันทึกเส้นทางการเงินของธนาคาร สี่พี่น้องก็ไม่อาจประสานเสียงให้การไปในทิศทางเดียวกันได้อีกต่อไปดันเต้ยอมรับสารภาพว่าได้อนุมัติสัญญาปลอมจริง แต่อ้างว่ามัตเตโอเป็นฝ่ายรับผิดชอบในการตรวจทานการชำระเงิน มัตเตโอจึงงัดคำสั่งลายลักษณ์อักษรของดันเต้ออกมาชน และยืนกรานว่าตัวเองเคยทักท้วงด้วยความกังวลไปหลายครั้งแล้ว ลูก้าโยนความผิดทั้งหมดไปให้แม่ของซาบริน่า ในขณะที่นิโก้ยอมส่งมอบรายชื่อซัพพลายเออร์ทั้งหมดแบบถอนรากถอนโคน เพื่อแลกกับการยกฟ้องหนึ่งข้อหาพวกเขาเคยหลงเชื่อว่า ตราบใดที่พวกเขายืนหยัดเคียงข้างกัน พวกเขาก็จะสามารถบงการทุกสิ่งทุกอย่างที่ผูกติดอยู่กับนามสกุลลีดส์ได้ทว่าเมื่อถึงคราวต้องเผชิญหน้ากับการพิพากษา... สิ่งแรกที่พวกเขาทอดทิ้ง กลับเป็นพวกพ้องของตัวเ

  • สี่ลูกบุญธรรมเนรคุณ ทรยศลูกสาวฉัน   บทที่ 10

    ฉันส่งหนังสือแสดงความจำนงให้ความร่วมมือของซาบริน่าคืนให้เฮเลน“เดินหน้าสืบสวนต่อไป เงินทุกดอลลาร์ที่ตามยึดคืนมาได้จะต้องถูกนำกลับมา และพวกมันทุกคนจะต้องชดใช้ให้กับเอกสารทุกฉบับที่ตัวเองลงลายมือชื่อเอาไว้”ฉันไม่จำเป็นต้องงัดเส้นสายบารมีเก่ามาใช้เหยียบย่ำประจานพวกเขาเลย เพราะทั้งตัวบทกฎหมาย สัญญาผูกมัด และพยานหลักฐานที่พวกเขาสร้างขึ้นมาด้วยน้ำมือของตัวเอง มันก็เพียงพอแล้วที่จะปิดบัญชีชำระแค้นครั้งนี้วันต่อมา เอเลน่าปรากฏตัวในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศของสุดยอดผู้ประกอบการเยาวชนระดับประเทศเพื่อหลีกเลี่ยงผลประโยชน์ทับซ้อน คณะกรรมการได้เปลี่ยนตัวกรรมการตัดสินสองคนที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับลีดส์กรุ๊ปออกไป เอเลน่าไม่ได้รับความช่วยเหลือใดๆ จากมูลนิธิลีดส์ และไม่มีทั้งมาร์โก้หรือใครในบริษัทแอบวิ่งเต้นติดต่อกรรมการเพื่อช่วยเธอแม้แต่คนเดียวเธออธิบายโครงสร้างต้นทุนการดำเนินงานของคลินิก ความต้องการด้านบุคลากร ขอบเขตความคุ้มครองประกันภัย และแผนจัดหาเงินทุนให้แก่คณะกรรมการอิสระทั้งเจ็ดท่านอย่างฉะฉาน ตัวเลขทุกตัวกลั่นกรองมาจากงานวิจัยที่เธอทุ่มเทลงพื้นที่เก็บข้อมูลมาตลอดหกเดือนเต็มและข้อเสน

  • สี่ลูกบุญธรรมเนรคุณ ทรยศลูกสาวฉัน   บทที่ 9

    ทันทีที่โครงการพัฒนาที่บรูคลินกลับคืนสู่สภาวะปกติ สี่พี่น้องก็สูญเสียข้อต่อรองชิ้นสุดท้ายไปในทันทีพวกซัพพลายเออร์ไม่ได้ถอนตัวตามพวกเขาไป คณะกรรมการบริหารไม่มีใครคิดจะดึงพวกเขากลับมารับตำแหน่ง และตระกูลวาเลนติก็ไม่ได้ยกเลิกสัญญาความร่วมมือ ในขณะเดียวกัน ทีมผู้ตรวจสอบอิสระก็ยังคงขุดคุ้ยพบปัญหาและรอยทุจริตใหม่ๆ ขึ้นมาแทบทุกวันสองสัปดาห์ต่อมา รีเบกก้า แม่ของซาบริน่าได้รับหมายศาล และซาบริน่าก็ถูกโรงเรียนสั่งพักการเรียนในที่สุดหล่อนก็ตระหนักได้เสียทีว่า สี่พี่น้องไม่มีอำนาจบารมีหลงเหลือพอที่จะปกป้องเธอได้อีกต่อไปแล้วตอนที่ดันเต้กลับมาถึงอพาร์ตเมนต์ในควีนส์ช่วงเย็นวันนั้น ซาบริน่ากำลังเก็บข้าวของ เธอจัดเสื้อผ้าและเอกสารอัดแน่นกระเป๋าเดินทางสองใบใหญ่ และทิ้งสร้อยคอที่ลูก้าเคยซื้อให้วางแหมะไว้บนโต๊ะ“เธอจะไปไหน?” ดันเต้เอ่ยถาม“ไปโรงแรมค่ะ”ลูก้าขมวดคิ้วมุ่น“บัญชีของเธอก็กำลังถูกตรวจสอบอยู่นะ พวกฉันหาทนายความไว้ให้เธอแล้วด้วย”“ทนายคนนั้นเป็นตัวแทนของพวกพี่ต่างหากล่ะคะ หน้าที่แรกของเขาคือปกป้องพวกพี่ ไม่ใช่หนู”ซาบริน่ารูดซิปปิดกระเป๋าเดินทาง“ทนายของหนูติดต่อไปยังลีดส์กรุ๊ปแล้ว

  • สี่ลูกบุญธรรมเนรคุณ ทรยศลูกสาวฉัน   บทที่ 8

    การสืบสวนดำเนินติดต่อกันเป็นเวลาสามสัปดาห์ผลการตรวจสอบบัญชีเลวร้ายยิ่งกว่าที่ฉันคาดคิดไว้เสียอีก ตลอดระยะเวลาสามปีที่ผ่านมา สี่พี่น้องได้โยกย้ายเงินมากกว่าแปดสิบล้านดอลลาร์ผ่านบริษัทที่เกี่ยวโยงกันถึงสิบเจ็ดแห่ง และมีเงินอย่างน้อยยี่สิบหกล้านดอลลาร์ที่ไม่สามารถแจกแจงได้เลยว่า มีการให้บริการทางธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมายมารองรับบริษัท เฮย์ส สตราทีจิก คอนซัลติง ได้รับเงินจากมูลนิธิลีดส์ไปถึงสิบสองล้านดอลลาร์ และเงินมากกว่าครึ่งหนึ่งในจำนวนนั้น ท้ายที่สุดก็ไหลเข้าสู่บัญชีที่แม่ของซาบริน่าเป็นผู้ถือครองดันเต้เป็นคนอนุมัติโครงการ มัตเตโอช่วยลัดขั้นตอนการตรวจสอบทางการเงินตามปกติ ลูก้าใช้แผนกประชาสัมพันธ์เพื่อปกปิดความเชื่อมโยงระหว่างบริษัทพวกนั้น ส่วนนิโก้ก็คอยยัดบริษัทบังหน้าพวกนั้นเข้าไปในรายชื่อคู่ค้าที่ผ่านการรับรองพี่น้องแต่ละคนกุมขั้นตอนคนละส่วน ก่อร่างสร้างเป็นสายพานการอนุมัติที่จงใจวางแผนมาเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบตามระบบหลังจากศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้อายัดทรัพย์สิน ลีดส์กรุ๊ปก็ยื่นฟ้องคดีแพ่งต่อพวกเขาทั้งสี่คนอย่างเป็นทางการ ห้องชุด ยานพาหนะ และบัญชีเครดิตทั้งหมดที่จดทะ

  • สี่ลูกบุญธรรมเนรคุณ ทรยศลูกสาวฉัน   บทที่ 7

    ฉันทอดสายตามองลูกบุญธรรมทั้งสี่คน“พวกแกเอาแต่พร่ำพูดมาหลายวัน ว่าลีดส์กรุ๊ปควรได้รับการบริหารโดยมืออาชีพ ถ้าอย่างนั้น เรามาเริ่มต้นด้วยการตรวจสอบบัญชีผลงานของพวกแกกันก่อนเลยเป็นไง”นิโก้ทาบสองมือลงบนโต๊ะประชุมอย่างเดือดดาล“แม่ครับ แม่จงใจใช้การตรวจสอบนี้มาลงโทษพวกเราชัดๆ”“ถ้าบัญชีมันโปร่งใสขาวสะอาด การตรวจสอบก็เปลี่ยนผลลัพธ์อะไรไม่ได้หรอก”น้ำเสียงของดันเต้พลันแปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบ“แม่คิดจริงๆ เหรอครับว่า แค่ตัดสิทธิ์การเข้าถึงระบบของพวกเรา มันจะเพียงพอให้แม่ฮุบโครงการพัฒนาที่บรูคลินกับดีลร่วมทุนของวาเลนติไปได้น่ะ?”“ฉันยังไม่ได้ประกาศพักงานพวกแกเลยนี่”ความตึงเครียดบนใบหน้าของดันเต้คลายลงไปเล็กน้อยฉันหันไปหาเฮเลน“ประกาศได้เลย เฮเลน”เฮเลนหยิบหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการสี่ฉบับขึ้นมาทันที“ภายใต้เงื่อนไขข้อกำหนดด้านความซื่อสัตย์สุจริตในสัญญาจ้างผู้บริหาร คุณดันเต้ ลีดส์, คุณลูก้า ลีดส์, คุณมัตเตโอ ลีดส์ และคุณนิโก้ ลีดส์ ถูกสั่งพักงานโดยมีผลบังคับใช้ในทันที ระหว่างรอผลการตรวจสอบจากคณะกรรมการตรวจสอบอิสระค่ะ”“ในระหว่างการพักงาน ห้ามมิให้พวกคุณคนใดลงนามในสัญญา โยกย้ายเ

  • สี่ลูกบุญธรรมเนรคุณ ทรยศลูกสาวฉัน   บทที่ 6

    ดันเต้เป็นคนแรกที่เรียกสติของตัวเองกลับคืนมาได้เขาเหลือบมองกลุ่มทนายความและทีมนักสืบสวนที่ยืนอยู่เบื้องหลังแอนโทนี ก่อนจะหันไปออกคำสั่งกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของลีดส์กรุ๊ปที่ยืนอยู่ข้างโต๊ะประชุม“บอร์ดบริหารเพิ่งลงมติถอดถอนอำนาจของแคทเธอรีนในการจัดการบุคลากรของบริษัทไปแล้ว ลากตัวคนนอกพวกนี้ออกไปจากตึกเดี๋ยวนี้”ทว่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทั้งสองกลับยืนนิ่ง ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่ก้าวเดียวเฮเลน หัวหน้าฝ่ายกฎหมายของลีดส์กรุ๊ปก้าวออกมาข้างหน้า แล้ววางเอกสารฉบับหนึ่งลงตรงหน้าดันเต้“พวกเขาไม่ใช่พนักงานของลีดส์กรุ๊ป และคุณนายลีดส์ก็ไม่ได้พาพวกเขาเข้ามาที่นี่ภายใต้อำนาจของกรรมการบริหารค่ะ”“ถ้าอย่างนั้นพวกมันได้รับอนุญาตให้ขึ้นมาบนตึกนี้ได้ยังไง?”“เพราะลีดส์โฮลดิ้งทรัสต์ยังคงเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของบริษัท และคุณแคทเธอรีน ลีดส์ ก็ยังคงเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์แต่เพียงผู้เดียวค่ะ สัญญาที่คุณพยายามบีบให้เธอเซ็นไม่เคยมีผลบังคับใช้ทางกฎหมาย”เฮเลนเปิดเอกสารฉบับที่สองขึ้นมา“และที่สำคัญยิ่งกว่านั้น เมื่อเช้านี้คณะกรรมการตรวจสอบอิสระได้รับรายงานเกี่ยวกับการทำธุรกรรมกับบุคคลที

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status