LOGINเช้าวันต่อมา
09.45 น.
ณ โรงแรมม่านรูด
“ฮือออ ฮึก ฮือออ” ร่างบางมีเพียงผ้าเช็ดตัวห่อคลุมร่างกายนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ตรงปลายเตียงนอน
ชายหนุ่มที่สะลึมสะลือตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงร้องไห้ของหญิงสาว เมื่อลุกขึ้นนั่งเขาก็ยกมือขึ้นมาขยี้ตาแล้วเพ่งมองไปที่ปลายเตียงอีกครั้งแล้วก้มมองตัวเองที่เหลือเพียงผ้าห่มคลุมร่างกาย
“นะ...นี่มันเกิดอะไรขึ้น” เขาเอ่ยถามหญิงสาวที่นั่งอยู่ปลายเตียงด้วยความมึนงง
“ไหนพ่อเลี้ยงบอกจะไปส่งฟ้าที่บ้านไงคะ ทำไมถึงพาฟ้าเข้าโรงแรม ฮือออ”
“ฮะ ฉันเนี่ยนะพาเธอเข้าโรงแรม” เท่าที่เขาจำได้เมื่อคืนเขาประคองเธอมาขึ้นรถเพื่อจะไปส่งที่บ้านพอถามถึงที่อยู่บ้านของเธอ หญิงสาวก็ดึงเขาเข้าไปหา แล้วเขาก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย ทั้ง ๆ ที่เมื่อคืนก็ไม่ได้ดื่มเยอะ ทำไมถึงนึกอะไรไม่ออกเลย เขาได้แต่นั่งสะบัดหัวไปมาเพื่อไล่อาการมึนงง
“พ่อเลี้ยงข่มขืนฟ้าทำไม ฮืออออ ครั้งแรกของฟ้าจะเก็บไว้ในวันแต่งงาน แต่...ฮืออออ” หญิงสาวเอาแต่ร้องไห้ตัดพ้อต่อว่าเขา
“เฮ้ย ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเธอเลย” ชายหนุ่มเอ่ยพูดด้วยความตกใจ เขาน่ะเหรอจะข่มขืนเธอ
“พ่อเลี้ยงจะไม่รับผิดชอบฟ้าใช่ไหมคะ” พราวฟ้าหันมาพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ ดวงตาสีดำขลับเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา ถ้าเป็นเวลาอื่นเขาอาจจะรู้สึกสงสารเห็นใจเธอ แต่นี่เธอกำลังบีบบังคับเขาอยู่
“พ่อเลี้ยงได้สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตฟ้าไป แล้วจะทิ้งฟ้าใช่ไหมคะ พ่อเลี้ยงใจร้ายที่สุดเลย ฟ้าบอกแล้วไงว่าไม่รับงานแบบนี้ ฮือออ” เธอตัดพ้อต่อว่าเขาจนเขาเกือบจะสำนึกผิดไม่ทัน แต่มีเหรอที่คนอย่างพ่อเลี้ยงภาคินจะรู้ไม่ทันผู้หญิงแบบนี้
“ต้องการเท่าไหร่ พูดมาเลยดีกว่า” เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
“พะ...พ่อเลี้ยงเห็นฟ้าเป็นผู้หญิงยังไงคะ ฟ้าแค่ทำงานหาเงินมาเรียนหนังสือ ฟ้าไม่ได้ขายตัวนะ” ภายในใจของเธอคุกรุ่นเป็นอย่างมากที่เขาเอ่ยถ้อยคำดูถูกเธอออกมา นี่คงเป็นสันดานที่แท้จริงของเขาใช่ไหม
“ผู้หญิงแบบเธอที่ทำแบบนี้ก็เพื่อเงินไม่ใช่เหรอ” เลว เป็นคำที่พราวฟ้าก่นด่าเขาในใจ แต่สิ่งที่แสดงออกมาคือเธอได้แต่ร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน
“ฉันมั่นใจว่าเมื่อคืน ฉันไม่ได้ทำอะไรเธอ แต่ถ้าอยากได้เงินแล้วมันจบ ฉันก็จะให้ ถือว่าจ่ายค่าโง่ให้ตัวเอง”
“ถ้าพ่อเลี้ยงจะดูถูกกันขนาดนี้ก็ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรฟ้าหรอกค่ะ ฮึก...”
“เธอต้องการแบบนั้นเองนะ งั้นก็แยกย้าย” เขากำลังจะลุกขึ้นเดินไปหยิบเสื้อผ้าเพื่อเตรียมตัวเข้าห้องน้ำแต่ก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินคำพูดถัดมาของหญิงสาว
“คนทั้งเชียงรายก็จะได้รู้ว่าพ่อเลี้ยงภาคิน เจ้าของไร่ชาภาคินข่มขืนผู้หญิงที่ไม่มีทางสู้” เอาสิ อยากรู้นักว่านักธุรกิจคนดังอย่างเขาจะไม่กลัวเสียชื่อเสียงเลยเหรอ
“แล้วเธอต้องการอะไร เงินก็ไม่เอา แล้วจะเอาอะไรจากฉัน” เขาหันมาตวาดหญิงสาวอย่างเหลืออด
“ความรับผิดชอบไงคะ ความรับผิดชอบที่ผู้ชายคนหนึ่งควรมีต่อผู้หญิงคนหนึ่งไงคะ” ผู้ชายแบบนี้น่ะเหรอที่เป็นแฟนพี่แพรไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษเอาเสียเลย อดทนไว้พราวฟ้าอีกนิดเดียวแผนก็จะสำเร็จแล้ว
“รับผิดชอบยังไง เธอบอกมาตรง ๆ ดีกว่า อย่ามาเล่นลิ้นกับฉัน” เขาอยากจะบีบคอคนตัวเล็กตรงหน้าให้แหลกคามือแต่ก็ทำได้เพียงแค่กัดฟันข่มอารมณ์เท่านั้น
“ก็รับเป็นเมียไงคะ พาฟ้าไปอยู่ด้วยที่ไร่ในฐานะเมียของพ่อเลี้ยง” ชายหนุ่มกัดฟันกรอดเมื่อได้ยินในสิ่งที่หญิงสาวต้องการ
“หึ แผนสูงนะ ไม่มีทาง ฉันไม่มีวันรับผู้หญิงอย่างเธอเป็นเมีย”
“แต่ฟ้าก็เป็นเมียพ่อเลี้ยงไปแล้วนะคะ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพ่อเลี้ยงภาคินจะไร้ความรับผิดชอบขนาดนี้” พราวฟ้าทำทีเป็นสะอึกสะอื้นต่อ เธอจะไม่มีทางยอมแพ้ยังไงก็ต้องได้เข้าไปอยู่ในไร่ภาคินให้ได้
ชายหนุ่มกลั้นอารมณ์โมโหเอาไว้แล้วเดินเข้าไปใกล้หญิงสาว ใช้มือบีบที่ตรงคางของหญิงสาวบังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นมาสบตา แล้วเอ่ยข้อเสนอของเขาบ้าง
“อยากไปอยู่กับฉันมากใช่ไหม ฉันจะพาเธอไปอยู่ที่ไร่ก็ได้ แต่ในฐานะแม่บ้านเท่านั้นรับได้ก็ไป แต่ถ้ารับไม่ได้ก็เอาเงินไปก้อนหนึ่งแล้วไปจากชีวิตฉันซะ ฉันให้เธอได้แค่นี้” พูดจบเขาก็สะบัดมือออกจากคางของหญิงสาวด้วยความหงุดหงิด มันไม่ได้แรงมากแต่ก็แรงพอให้ใบหน้าของหญิงสาวสะบัดไปอีกทางหนึ่ง
“พ่อเลี้ยง...ฮือออ” หญิงสาวร้องไห้ออกมาเสียงดังลั่นห้องแสดงละครว่าเสียใจนักหนา
“เลือกเอา ฉันรับผิดชอบเธอได้แค่นี้” เขาคงต้องเอาเธอไปเก็บไว้ใกล้ตัวก่อนแล้วค่อยสืบหาความจริงของเรื่องเมื่อคืนทีหลัง
“คะ...แค่นี้ก็ได้ค่ะพ่อเลี้ยง ฟ้าจะเจียมเนื้อเจียมตัวไม่ทำให้พ่อเลี้ยงต้องเดือดร้อนค่ะ” เธอทำทีเป็นเศร้าสร้อยเพื่อให้เขารู้สึกว่ายอมจำนนต่อเขาทุกทาง หึ แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว ใครจะไปอยากเป็นเมียผู้ชายแบบนี้กันเล่า
“งั้นก็ไปแต่งตัว เดี๋ยวไปเอาของใช้ส่วนตัวที่บ้านเธอกัน” เมื่อพูดจบเขาก็ใส่บ็อกเซอร์ตัวเดียวเดินเข้าห้องน้ำไปทันที
“คนบ้า โรคจิต หาผ้ามาคลุมสักหน่อยไม่ได้หรือไง ชิ” พราวฟ้าได้แต่ก่นด่าชายหนุ่มเบา ๆ แต่แค่นี้มันทำอะไรเธอไม่ได้หรอกอย่างน้อยก็ยังดีกว่าเขาแก้ผ้าเดินไปละกัน
พราวฟ้าไล่สายตามองตั้งแต่มัดกล้ามที่ต้นแขนแกร่งลงมาถึงซิกซ์แพ็กเป็นลอนเรียงตัวสวยจนน่าสัมผัส และเมื่อไล่สายตาลงมาดวงตาก็ต้องเบิกโพลงกับท่อนเอ็นที่ขยายใหญ่เต็มตัวตรงกลางร่างกายของเขา มือหนาค่อย ๆ ขยับรูดขึ้นลงแล้วเดินมาใกล้ ๆ ใบหน้าของคนตัวเล็ก ดวงตากลมมองหน้าเขาสลับกับท่อนเอ็นลำใหญ่ที่มีเส้นเลือดปูดโปน พราวฟ้ากลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคออย่างยากลำบาก“พะ...พ่อเลี้ยงให้พราวใช้มือช่วยไหมคะ” เธอเริ่มรู้สึกหวั่นใจกับเจ้าท่อนยักษ์ตรงหน้าเธอเสียแล้ว“ไม่ต้องกลัวนะเด็กดี ฉันจะทำให้เธอมีความสุขที่สุด” มือหนาลูบแก้มบางด้วยความเอ็นดู เขารู้ว่าเธอกำลังหวาดกลัวกับเจ้าท่อนยักษ์ของเขาแต่มาถึงขนาดนี้แล้ว เขาหยุดมันไม่ได้แล้วมือหนาค่อย ๆ จับมือบางมาลูบไล้ท่อนยักษ์เพื่อทำความคุ้นเคยกัน เมื่อคนตัวเล็กเริ่มผ่อนคลายแล้วเขาก็ขึ้นไปนั่งคุกเข่าบนเตียงตรงหว่างขาของร่างบาง จับเรียวขาค่อย ๆ แยกออก แล้วก้มไปใช้ลิ้นฉกชิมน้ำหวานโดยที่คนตัวเล็กไม่ทันตั้งตัว“ว้าย...พ่อเลี้ยง อย่าค่ะ” พราวฟ้าพยายามถดก้นหนีแต่ก็ไม่สามารถสู้แรงของคนตัวโตกว่าได้จึงได้แต่นอนอ่อนระทวยรับความเสียดเสียวที่คนมากประสบการณ์เป็นผู้มอบให้ในระหว่
“เมื่อก่อนเป็นไงไม่รู้ ต่อไปนี้ถ้าเธอยังไปสนิทกับมันอีก ฉันจะทำมากกว่าปล่อยลมยางรถมันนะ” ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน ไม่คิดเลยว่ายางรถยนต์ของธนัทที่แบนหมด 4 ล้อ จะเป็นฝีมือของเขา “พ่อเลี้ยง ทำไมทำแบบนี้ล่ะคะ” “ก็มันหงุดหงิดอะ เธอหายไปในบ้านกับหมอนั่นสองต่อสองตั้งนาน” คนตัวโตตัดพ้อด้วยใบหน้าง้ำงอเหมือนเด็กที่โดนขัดใจ จนพราวฟ้าอดที่จะอมยิ้มให้กับความขี้หวงของเขาไม่ได้ “สามคนค่ะ มีพี่เมี่ยงด้วย แล้วเราก็เข้าไปคุยธุระกัน พราวก็บอกพ่อเลี้ยงไปหมดแล้วไงคะ” “ไม่รู้แหละ ต่อไปนี้ถ้าไม่มีฉันอยู่ด้วยห้ามเข้าใกล้ผู้ชายคนไหนอีก” คนเอาแต่ใจยังคงออกคำสั่งกับเธอไม่หยุด แต่ทำไมคำสั่งของเขามันทำให้เธอพร้อมที่จะปฏิบัติตามก็ไม่รู้ “หึงพราวเหรอคะ” พราวฟ้าอดไม่ได้ที่จะกระเซ้าเย้าแหย่คนเอาแต่ใจ เธอก็อยากรู้คำตอบของเขาเหมือนกัน “ทั้งหึง ทั้งหวง จนจะเป็นบ้าอยู่แล้ว” ใบหน้าของพราวฟ้าร้อนฉ่าขึ้นมายิ่งกว่าแดดตอนเที่ยงของเดือนเมษายน เธอไม่คิดว่าเขาจะตอบมาตรง ๆ แบบนี้ คนบ้า มาทำให้เขินไม่หยุดหย่อนเธอจะไม่ปกป้องหั
มือหนาประคองใบหน้าหวานที่เคยสดใสแต่บัดนี้มันกลับเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา เขาใช้นิ้วโป้งมือทั้งสองข้างค่อย ๆ ลูบเช็ดหยดน้ำตาให้คนตรงหน้า พราวฟ้าเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาคมที่แววตาสั่นไหว เธอยอมรับว่าผู้ชายตรงหน้าเธอนี้มีผลกับหัวใจของเธอเป็นอย่างมาก ใบหน้าหวานค่อย ๆ ขยับเข้าไปใกล้กับใบหน้าคร้ามคม ริมฝีปากบางเคลื่อนเข้าไปประกบกับริมฝีปากหนา ทั้งสองหลับตาพริ้มเพื่อรับสัมผัสของกันและกัน หัวใจสองดวงเต้นตึกตักด้วยความรู้สึกเปี่ยมล้นจนแยกไม่ออกว่าเป็นเสียงหัวใจของใครกันแน่ เมื่อช่วงเวลาผ่านไปสักพักทั้งคู่ก็ผละใบหน้าออกจากกัน สายตาทั้งสองคู่สบประสานกันจนพราวฟ้าต้องเป็นฝ่ายหลบสายตาไปก่อน “ยั่วแบบนี้ รู้ตัวหรือเปล่าว่าจะเจออะไร” เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาทำคนตัวเล็กใบหน้าร้อนผ่าว “พ่อเลี้ยง......” พราวฟ้าแทบอยากจะทุบคนตรงหน้าสักทีสองทีกับคำพูดสองแง่สองง่ามของคนเจ้าเล่ห์ พอพระอาทิตย์เริ่มขึ้นสูงใกล้เวลาเที่ยงวันแล้ว ภาคินก็พาพราวฟ้ากลับมาที่บ้านของเขา เมื่อถึงบ้านพราวฟ้าก็รีบเดินตรงไปยังห้องครัวเพื่อช่วยป้านงค์เตรียมข้าวกลางวัน ส่วนภาคินก็ขอ
เมื่อเดินมาถึงคอกม้าของพ่อเลี้ยงพราวฟ้าก็ตาเป็นประกายทันที เนื่องจากคนดูแลม้าจูงม้าออกมายืนรอต้อนรับพ่อเลี้ยงหนึ่งตัว ถ้าเธอจำไม่ผิดเจ้าตัวนี้มันชื่อหมอกเพราะมันมีขนสีน้ำตาลทั้งตัว “อยากขี่ม้าไหมพราวฟ้า” เมื่อภาคินทักทายกับม้าตัวโปรดแล้วก็หันมาถามคนตัวเล็กที่ยืนมองม้าของเขาตาเป็นประกาย จนชายหนุ่มอดที่จะเอ็นดูเธอไม่ได้ “อยากค่ะ แต่ฉันขี่ม้าไม่เป็นนะคะพ่อเลี้ยง” คิ้วหนาขมวดเข้าหากันด้วยความไม่พอใจกับสรรพนามที่เธอใช้แทนตัวเอง “ฉัน?” “อะ...เอ่อ พราวขี่ม้าไม่เป็นค่ะพ่อเลี้ยง” พราวฟ้าเมื่อรู้ตัวว่ากำลังทำให้คนหน้ายักษ์ไม่พอใจก็รีบเปลี่ยนสรรพนามแทนตัวเองทันที “มาสิ ไปกับฉันเดี๋ยวจะพาไปที่จุดชมวิวท้ายไร่”“......” พอได้ยินคำชักชวนของคนตรงหน้า พราวฟ้าก็ยิ่งงุนงงไปกันใหญ่ แล้วเขาจะให้เธอไปอย่างไรเมื่อภาคินเห็นยัยตัวแสบยืนงงไม่ยอมขยับตัวเดินมาหา เขาจึงเดินไปดึงมือคนตัวเล็กให้มายืนใกล้กับหมอก จากนั้นเขาก็ส่งเธอขึ้นไปนั่งก่อน ดีนะที่วันนี้เธอใส่กางเกงยีนขายาวมาจึงไม่เป็นอุปสรรคต่อการขี่ม้า แล้วร่างหนาก็เหยียบโกลนขึ้นไปนั่งซ้อนหลังคนตัวเล
“ตอบแทนยังไงคะ” พราวฟ้าเริ่มรู้สึกไม่ปลอดภัยอย่างไรก็ไม่รู้กับสายตาเจ้าเล่ห์ที่ผู้ชายตรงหน้ามองมา ทำไมรู้สึกขนลุกแปลก ๆ กับสายตาของเขานะ “ก็เป็นแม่บ้านส่วนตัวของฉันไง” ภาคินลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วก้าวเดินไปหยุดตรงหน้าคนตัวเล็ก แขนแกร่งรวบเอวบางเข้ามาให้ลำตัวแนบชิดกัน จนมือบางต้องยกขึ้นมาดันหน้าอกแกร่งของร่างสูงเอาไว้ “แล้วฉันต้องทำอะไรบ้างคะ” ดวงตากลมโตก้มมองแผงอกแกร่งด้วยใบหน้าที่แดงระเรื่อ หัวใจของเธอตอนนี้เต้นแรงจนแทบจะกระเด็นออกมาจากหน้าอกแล้ว ชายหนุ่มโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ใบหูแล้วกระซิบด้วยเสียงแผ่วเบา “พรุ่งนี้มากินข้าวเช้ากับฉันนะ ฉันมีที่หนึ่งอยากพาเธอไป” เมื่อพูดจบภาคินก็ปล่อยมือจากร่างกายเธอให้เป็นอิสระ ร่างบางเก้อเขินมือไม้หาที่วางไม่ได้จับโน่นจับนี่เหมือนคนทำตัวไม่ถูก “ดะ...ได้ค่ะพ่อเลี้ยง” เมื่อตกปากรับคำเรียบร้อย พราวฟ้าก็รีบหมุนตัวเดินออกไปจากห้องทำงานทันที ภาคินยืนมองตามแผ่นหลังของร่างบางที่วิ่งดุ๊ก ๆ ออกไป ถามว่าเขาโกรธยัยตัวดีไหมที่เข้ามาตุ๋นเขาจนเปื่อยแรก ๆ ที่ได้ยินคำสารภาพของเธอมันก็มีบ้างแต่พอฟังเหตุผลขอ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก “เข้ามา” เมื่อได้รับคำอนุญาตแล้ว มือบางก็เปิดประตูเข้าไปแล้วยกกาแฟเข้าไปเสิร์ฟให้กับชายหนุ่มที่นั่งหน้าบึ้งตึงอยู่ที่โต๊ะทำงาน “นั่งลง มีอะไรจะคุยกับฉันก็รีบพูดมา” ร่างบางค่อย ๆ เดินมานั่งตรงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับคนหน้ายักษ์ บรรยากาศโดยรอบปกคลุมด้วยความเงียบและอึดอัด เธอไม่เคยรู้สึกอึดอัดแบบนี้มาก่อนเลย “เอ่อ...คือ ดิฉันมีเรื่องจะสารภาพค่ะ คือ...” พราวฟ้ากระอึกกระอักคล้ายคนที่น้ำท่วมปากไม่รู้จะเริ่มพูดจากตรงไหนก่อนดี “......” สรรพนามแทนตัวเองเปลี่ยนไป ภาคินเริ่มมีสีหน้าที่จริงจังยิ่งขึ้นเขาไม่รู้ว่าเธอกำลังจะบอกอะไรกับเขา แต่ดูจากอาการของเธอแล้วน่าจะเป็นเรื่องที่สำคัญมากแน่ ๆ “คือ จริง ๆ แล้วฉันชื่อพราวฟ้าค่ะ เป็นน้องสาวของพี่แพรไหมที่ขับรถตกเขาตายไปเมื่อ 3 เดือนก่อนค่ะ” หญิงสาวกลั้นใจเอ่ยความจริงออกไปอย่างไรเธอก็ต้องพึ่งพาคนตรงหน้าจนกว่าคดีของพี่แพรจะจบ “......” เขาเงียบจนเธอรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง “ขอโทษนะคะที่หลอกพ่อเลี้ยง คือมันจำเป็นจริง ๆ ค่ะ มันไม่มีทางเลือกอื่น ฉันต้องการจะสืบเรื่อ







