로그인เช้าวันต่อมา
09.45 น.
ณ โรงแรมม่านรูด
“ฮือออ ฮึก ฮือออ” ร่างบางมีเพียงผ้าเช็ดตัวห่อคลุมร่างกายนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ตรงปลายเตียงนอน
ชายหนุ่มที่สะลึมสะลือตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงร้องไห้ของหญิงสาว เมื่อลุกขึ้นนั่งเขาก็ยกมือขึ้นมาขยี้ตาแล้วเพ่งมองไปที่ปลายเตียงอีกครั้งแล้วก้มมองตัวเองที่เหลือเพียงผ้าห่มคลุมร่างกาย
“นะ...นี่มันเกิดอะไรขึ้น” เขาเอ่ยถามหญิงสาวที่นั่งอยู่ปลายเตียงด้วยความมึนงง
“ไหนพ่อเลี้ยงบอกจะไปส่งฟ้าที่บ้านไงคะ ทำไมถึงพาฟ้าเข้าโรงแรม ฮือออ”
“ฮะ ฉันเนี่ยนะพาเธอเข้าโรงแรม” เท่าที่เขาจำได้เมื่อคืนเขาประคองเธอมาขึ้นรถเพื่อจะไปส่งที่บ้านพอถามถึงที่อยู่บ้านของเธอ หญิงสาวก็ดึงเขาเข้าไปหา แล้วเขาก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย ทั้ง ๆ ที่เมื่อคืนก็ไม่ได้ดื่มเยอะ ทำไมถึงนึกอะไรไม่ออกเลย เขาได้แต่นั่งสะบัดหัวไปมาเพื่อไล่อาการมึนงง
“พ่อเลี้ยงข่มขืนฟ้าทำไม ฮืออออ ครั้งแรกของฟ้าจะเก็บไว้ในวันแต่งงาน แต่...ฮืออออ” หญิงสาวเอาแต่ร้องไห้ตัดพ้อต่อว่าเขา
“เฮ้ย ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเธอเลย” ชายหนุ่มเอ่ยพูดด้วยความตกใจ เขาน่ะเหรอจะข่มขืนเธอ
“พ่อเลี้ยงจะไม่รับผิดชอบฟ้าใช่ไหมคะ” พราวฟ้าหันมาพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ ดวงตาสีดำขลับเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา ถ้าเป็นเวลาอื่นเขาอาจจะรู้สึกสงสารเห็นใจเธอ แต่นี่เธอกำลังบีบบังคับเขาอยู่
“พ่อเลี้ยงได้สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตฟ้าไป แล้วจะทิ้งฟ้าใช่ไหมคะ พ่อเลี้ยงใจร้ายที่สุดเลย ฟ้าบอกแล้วไงว่าไม่รับงานแบบนี้ ฮือออ” เธอตัดพ้อต่อว่าเขาจนเขาเกือบจะสำนึกผิดไม่ทัน แต่มีเหรอที่คนอย่างพ่อเลี้ยงภาคินจะรู้ไม่ทันผู้หญิงแบบนี้
“ต้องการเท่าไหร่ พูดมาเลยดีกว่า” เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
“พะ...พ่อเลี้ยงเห็นฟ้าเป็นผู้หญิงยังไงคะ ฟ้าแค่ทำงานหาเงินมาเรียนหนังสือ ฟ้าไม่ได้ขายตัวนะ” ภายในใจของเธอคุกรุ่นเป็นอย่างมากที่เขาเอ่ยถ้อยคำดูถูกเธอออกมา นี่คงเป็นสันดานที่แท้จริงของเขาใช่ไหม
“ผู้หญิงแบบเธอที่ทำแบบนี้ก็เพื่อเงินไม่ใช่เหรอ” เลว เป็นคำที่พราวฟ้าก่นด่าเขาในใจ แต่สิ่งที่แสดงออกมาคือเธอได้แต่ร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน
“ฉันมั่นใจว่าเมื่อคืน ฉันไม่ได้ทำอะไรเธอ แต่ถ้าอยากได้เงินแล้วมันจบ ฉันก็จะให้ ถือว่าจ่ายค่าโง่ให้ตัวเอง”
“ถ้าพ่อเลี้ยงจะดูถูกกันขนาดนี้ก็ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรฟ้าหรอกค่ะ ฮึก...”
“เธอต้องการแบบนั้นเองนะ งั้นก็แยกย้าย” เขากำลังจะลุกขึ้นเดินไปหยิบเสื้อผ้าเพื่อเตรียมตัวเข้าห้องน้ำแต่ก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินคำพูดถัดมาของหญิงสาว
“คนทั้งเชียงรายก็จะได้รู้ว่าพ่อเลี้ยงภาคิน เจ้าของไร่ชาภาคินข่มขืนผู้หญิงที่ไม่มีทางสู้” เอาสิ อยากรู้นักว่านักธุรกิจคนดังอย่างเขาจะไม่กลัวเสียชื่อเสียงเลยเหรอ
“แล้วเธอต้องการอะไร เงินก็ไม่เอา แล้วจะเอาอะไรจากฉัน” เขาหันมาตวาดหญิงสาวอย่างเหลืออด
“ความรับผิดชอบไงคะ ความรับผิดชอบที่ผู้ชายคนหนึ่งควรมีต่อผู้หญิงคนหนึ่งไงคะ” ผู้ชายแบบนี้น่ะเหรอที่เป็นแฟนพี่แพรไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษเอาเสียเลย อดทนไว้พราวฟ้าอีกนิดเดียวแผนก็จะสำเร็จแล้ว
“รับผิดชอบยังไง เธอบอกมาตรง ๆ ดีกว่า อย่ามาเล่นลิ้นกับฉัน” เขาอยากจะบีบคอคนตัวเล็กตรงหน้าให้แหลกคามือแต่ก็ทำได้เพียงแค่กัดฟันข่มอารมณ์เท่านั้น
“ก็รับเป็นเมียไงคะ พาฟ้าไปอยู่ด้วยที่ไร่ในฐานะเมียของพ่อเลี้ยง” ชายหนุ่มกัดฟันกรอดเมื่อได้ยินในสิ่งที่หญิงสาวต้องการ
“หึ แผนสูงนะ ไม่มีทาง ฉันไม่มีวันรับผู้หญิงอย่างเธอเป็นเมีย”
“แต่ฟ้าก็เป็นเมียพ่อเลี้ยงไปแล้วนะคะ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพ่อเลี้ยงภาคินจะไร้ความรับผิดชอบขนาดนี้” พราวฟ้าทำทีเป็นสะอึกสะอื้นต่อ เธอจะไม่มีทางยอมแพ้ยังไงก็ต้องได้เข้าไปอยู่ในไร่ภาคินให้ได้
ชายหนุ่มกลั้นอารมณ์โมโหเอาไว้แล้วเดินเข้าไปใกล้หญิงสาว ใช้มือบีบที่ตรงคางของหญิงสาวบังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นมาสบตา แล้วเอ่ยข้อเสนอของเขาบ้าง
“อยากไปอยู่กับฉันมากใช่ไหม ฉันจะพาเธอไปอยู่ที่ไร่ก็ได้ แต่ในฐานะแม่บ้านเท่านั้นรับได้ก็ไป แต่ถ้ารับไม่ได้ก็เอาเงินไปก้อนหนึ่งแล้วไปจากชีวิตฉันซะ ฉันให้เธอได้แค่นี้” พูดจบเขาก็สะบัดมือออกจากคางของหญิงสาวด้วยความหงุดหงิด มันไม่ได้แรงมากแต่ก็แรงพอให้ใบหน้าของหญิงสาวสะบัดไปอีกทางหนึ่ง
“พ่อเลี้ยง...ฮือออ” หญิงสาวร้องไห้ออกมาเสียงดังลั่นห้องแสดงละครว่าเสียใจนักหนา
“เลือกเอา ฉันรับผิดชอบเธอได้แค่นี้” เขาคงต้องเอาเธอไปเก็บไว้ใกล้ตัวก่อนแล้วค่อยสืบหาความจริงของเรื่องเมื่อคืนทีหลัง
“คะ...แค่นี้ก็ได้ค่ะพ่อเลี้ยง ฟ้าจะเจียมเนื้อเจียมตัวไม่ทำให้พ่อเลี้ยงต้องเดือดร้อนค่ะ” เธอทำทีเป็นเศร้าสร้อยเพื่อให้เขารู้สึกว่ายอมจำนนต่อเขาทุกทาง หึ แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว ใครจะไปอยากเป็นเมียผู้ชายแบบนี้กันเล่า
“งั้นก็ไปแต่งตัว เดี๋ยวไปเอาของใช้ส่วนตัวที่บ้านเธอกัน” เมื่อพูดจบเขาก็ใส่บ็อกเซอร์ตัวเดียวเดินเข้าห้องน้ำไปทันที
“คนบ้า โรคจิต หาผ้ามาคลุมสักหน่อยไม่ได้หรือไง ชิ” พราวฟ้าได้แต่ก่นด่าชายหนุ่มเบา ๆ แต่แค่นี้มันทำอะไรเธอไม่ได้หรอกอย่างน้อยก็ยังดีกว่าเขาแก้ผ้าเดินไปละกัน
พราวฟ้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าวิญญาณของพี่สาวของเธอจะรับรู้ได้ว่าน้องสาวคนนี้ได้ทวงความยุติธรรมมาให้กับพี่สาวที่เธอรักสุดหัวใจได้สำเร็จแล้ว 4 เดือนผ่านไปห้องคลอด วันนี้เป็นวันที่คุณหมอนัดผ่าคลอดท้องของพราวฟ้า เหตุที่ต้องผ่าคลอดเพราะในท้องของเธอไม่ได้มีเพียงแค่หนึ่งชีวิตแต่เป็นสองชีวิตที่กำลังจะลืมตาขึ้นมาดูโลกใบใหญ่ ภาคินเดินกระวนกระวายอยู่หน้าห้องจนคุณพ่อคุณแม่ของเขาที่มาเฝ้ารอต้อนรับหลานชายของตระกูลต้องเวียนหัว “คิน นั่งก่อนเถอะลูก เดี๋ยวน้องก็ออกมา” เพราะการทำคลอดเด็กแฝดต้องใช้บุคลากรเยอะคุณหมอจึงไม่ได้อนุญาตให้คุณพ่อเข้าไปด้วย คุณพ่อมือใหม่จึงเดินพล่านด้วยความเป็นห่วงทั้งแม่และลูกที่อยู่ในห้องผ่าตัดคลอด2 ชั่วโมงผ่านไป คุณหมอที่ผ่าตัดทำคลอดก็เดินออกมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “คุณหมอครับเมียกับลูกผมเป็นยังไงบ้างครับ” “ปลอดภัยทั้งคุณแม่และลูก ๆ ครับ เดี๋ยวเชิญญาติไปรอที่ห้องพักคนไข้ได้เลยนะครับ” เมื่อทุกคนมารวมตัวกันอยู่ที่ห้องพักของพราวฟ้าที่เป็นห้องพิเศษขนาดใหญ่ที่ดีที่สุดของโรงพยาบาล ต่างก็ตื่นเต้นที่อีกไ
ช่วงเวลาของการพูดคุยทักทายแขกภาคินก็พาพราวฟ้าไปแนะนำให้รู้จักกับบรรดาเพื่อน ๆ ของเขามี ติณ ธีร์ และพอร์ช ซึ่งวันนี้รวมตัวกันแต่งตัวหล่อจนสาว ๆ ในงานมองกันจนคอแทบเคล็ด “ขอโทษค่ะพี่คิน ที่ร้านมีปัญหาปริมเลยมาช้าเลย” เสียงกระหืดกระหอบเพราะเหนื่อยจากการวิ่งมาจากลานจอดรถของหญิงสาวร่างเล็กใบหน้าสวยตามแบบฉบับสาวเหนือเรียกความสนใจจากเจ้าบ่าวเจ้าสาวและเพื่อน ๆ ของเขาให้หันไปมอง “ไม่เป็นไรปริม พราวครับนี่ปริมญาติทางฝั่งคุณแม่พี่ครับน่าจะรุ่นเดียวกับพราว” ทั้งพราวฟ้าและปริมต่างก็ส่งยิ้มทักทายกัน “ปณิตา!!” เสียงเรียกชื่อจริงของปริมดังออกมาจากปากของชายหนุ่มที่เป็นเพื่อนของเจ้าบ่าวในวันนี้ เรียกความสนใจให้ทุกคนหันไปมอง “คุณพอร์ช!!” คนถูกเรียกเมื่อหันมาตามเสียงที่คุ้นหูก็ต้องตกใจดวงตากลมเบิกกว้าง อยากจะหนีออกจากวงสนทนานี้ไปเร็ว ๆ “ขอตัวไปทักคุณลุงคุณป้าก่อนนะคะพี่คินคุณพราว” เมื่อพูดจบปริมก็รีบเดินไปทางคุณขจรศักดิ์และคุณหญิงเพียงแขทันที “เดี๋ยวก่อนสิปณิตา” พอร์ชทำท่าจะวิ่งตามไป แต่ถูกธีร์รั้งแขนไว้ก่อน “อะไรยังไงครับ
“อื้อ...” คนตัวเล็กเมื่อได้สติก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมามองไปรอบ ๆ ห้องที่ไม่คุ้นตา แล้วหันไปเห็นคนที่นั่งกุมมืออยู่ส่งรอยยิ้มอบอุ่นมาให้ “ตื่นแล้วเหรอครับพราว เป็นยังไงบ้าง” ภาพที่เขายืนคุยหน้าระรื่นกับผู้หญิงคนอื่นก่อนที่ทุกอย่างจะดับมืดไปวิ่งเข้ามาเป็นฉาก ทำว่าที่คุณแม่หัวร้อนขึ้นมาทันที “ออกไปเลยนะ ไอ้คนหลายใจ” มือบางสะบัดมือของเขาที่กอบกุมออก สร้างความงุนงงให้กับพ่อเลี้ยงหนุ่มเป็นอย่างมาก “เป็นอะไรไปพราว” “พี่คินมีคนอื่นแล้ว ไม่ต้องมายุ่งกับพราวเลย” “คนอื่นอะไรกันพราว พี่งงไปหมดแล้ว” “ก็แม่สัตวแพทย์นั่นไง คงจะคุยถูกคอกันมากสินะ ถึงขนาดทิ้งพราวให้นอนป่วยอยู่คนเดียว” น้ำตาเม็ดใสค่อย ๆ ไหลลงมาจากดวงตากลม ทำเอาหัวใจแกร่งกระตุกวูบด้วยความรู้สึกผิด “พราวฟังพี่นะครับ พี่กับหมอแป้งร่ำไม่มีอะไรเลย พี่แค่คุยกันเรื่องเจ้าเมฆกับเจ้าหมอก แล้วพี่ก็บอกเขาไปแล้วว่าพราวเป็นเมียพี่ พี่ไม่มีวันนอกใจพราวครับ ส่วนเรื่องที่พี่ทิ้งพราวให้นอนป่วยคนเดียวเรื่องนี้พี่ขอโทษนะครับ พี่ไม่รู้จริง ๆ ว่าพราวไม่สบายนึกว่าแค่
2 สัปดาห์ผ่านไปณ ไร่ชาภาคินหลังจากเดินทางกลับจากกรุงเทพฯ ทั้งภาคินและพราวฟ้าก็ต่างวุ่นวายกับการจัดการงานทั้งในไร่ชาและที่คาเฟ่ของตัวเองกัน เพื่อจะได้จัดเตรียมงานแต่งงานที่จะเกิดขึ้นในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้าตอนแรกพราวฟ้าจะให้จัดในอีก 3 เดือนข้างหน้า เธออยากให้ร้านอาหารของเธอเรียบร้อยเข้าที่เข้าทางเสียก่อน แต่ชายหนุ่มไม่ยอมอยากรีบแต่งเร็ว ๆ เพราะอยากประกาศให้คนทั้งจังหวัดได้รู้ว่าพราวฟ้ามีเจ้าของแล้วพราวฟ้าตื่นนอนขึ้นมาในช่วงสาย ปกติเธอเป็นคนที่ตื่นเช้ามาก แต่เมื่อคืนหญิงสาวรู้สึกไม่ค่อยสบายจึงกินยาแล้วนอนหลับยาวเลยร่างบางพลิกตัวไปด้านข้างก็ไม่เห็นชายหนุ่มที่นอนด้วยกันทุกคืนเสียแล้ว สายป่านนี้เขาคงจะเข้าไปทำงานที่ไร่แล้วละเมื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยเธอก็เดินลงไปที่ชั้นล่าง หวังจะไปหาอะไรกินรองท้องสักหน่อยแล้วค่อยรอกินมื้อเที่ยงพร้อมกับชายหนุ่มทีเดียวเลย“พี่พราว อุ๊ย แม่เลี้ยงคะ” ฟองคำวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในบ้านพร้อมกับการตะโกนเรียกสรรพนามใหม่ที่ภาคินประกาศให้ทุกคนในไร่เรียกเธอว่า ‘แม่เลี้ยง’ จริง ๆ แล้วพราวฟ้าไม่ถือเลยถ้าทุกคนจะเรียกเธอเหมือนเดิมแต่ภาคินบอกว่าเขาต้องการแบบนี
พองานทุกอย่างผ่านพ้นไปสองหนุ่มสาวก็พากันกลับไปขึ้นรถหรู โดยภาคินบอกว่าจะพาเธอไปพักผ่อนที่ชลบุรีสัก 2 วันก่อนจะบินกลับเชียงรายด้วยกัน“เฮ้ออออ” เสียงถอนหายใจยาวของคนตัวเล็ก เรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากคนที่นั่งฝั่งคนขับรถได้ไม่น้อย“เหนื่อยก็นอนพักก่อนก็ได้ครับ เดี๋ยวถึงแล้วพี่ปลุก”“ไม่เหนื่อยหรอกค่ะ แค่เมื่อย ๆ เฉย ๆ”พอมาถึงโรงแรมซึ่งเป็นของพอร์ช หนึ่งในกลุ่มเพื่อนสนิทของชายหนุ่ม เขาก็พาคนตัวเล็กที่เหนื่อยล้ามาทั้งวันไปทานอาหารที่ร้านอาหารตรงดาดฟ้าของโรงแรมบรรยากาศบริเวณดาดฟ้าเงียบสงบไร้ซึ่งผู้คนจนคนตัวเล็กรู้สึกแปลกใจ แต่การตกแต่งที่มีทั้งดอกไม้นานาชนิดประดับประดาอยู่โดยทั่ว แสงไฟ้สีส้มอ่อนทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้าเป็นปลิดทิ้ง ทุกอย่างมันสวยและโรแมนติกมากจนเธอลืมเรื่องที่แปลกใจไปเลย พราวฟ้าเดินไปตรงริมระเบียงทอดสายตามองน้ำทะเลกระทบฝั่งอยู่ไม่ไกลจากโรงแรมเท่าไร“สวยจัง” ริมฝีปากบางยกยิ้ม เธอรู้สึกผ่อนคลายหลังจากที่เหนื่อยมาทั้งวัน นี่สินะที่เขาเรียกว่าธรรมชาติบำบัด“ชอบไหมครับ” มือหนาสอดโอบรอบเอวบางจากทางด้านหลัง คางสากวางเบา ๆ บนหัวไหล่เนียน สองสายตามองไปยังท้องทะเลที่มีแต่
“พราวดีใจค่ะ ที่ได้รู้จักกับครอบครัวที่อบอุ่นแบบนี้” คุณหญิงเพียงแขเมื่อได้ยินดังนั้นก็ดึงลูกสะใภ้เข้ามาโอบกอดด้วยความสงสารเรื่องราวในชีวิตของพราวฟ้าเธอพอจะรู้มาบ้างแล้วจากคำบอกเล่าของลูกชาย คุณหญิงเพียงแขยอมรับตรง ๆ เลยว่าเด็กคนนี้เก่งมากที่ผ่านเรื่องราวเลวร้ายพวกนั้นมาได้ และเมื่อได้คุยกับพราวฟ้ามันทำให้รู้ว่าผู้หญิงคนนี้รักและจริงใจกับลูกชายของเธอจริง ๆ เพียงแขจึงยอมรับและรักเด็กสาวคนนี้โดยไม่มีข้อกังขา“แม่ก็ดีใจที่ได้หนูมาเป็นลูกอีกคนหนึ่งของแม่ เรามาทำกับข้าวกันไหมลูก ถ้าทำไม่เป็นก็นั่งคุยเป็นเพื่อนแม่ก็ได้” เหล่าแม่บ้านที่ช่วยกันทำกับข้าวอยู่ในครัวต่างอมยิ้มให้กับความอบอุ่นของว่าที่คุณแม่สามีกับว่าที่ลูกสะใภ้ที่มีให้ต่อกัน ทุกคนต่างก็รู้ดีว่าคุณหญิงเพียงแขอยากมีหลานตัวเล็กจะแย่ ความฝันของคุณหญิงคงใกล้จะเป็นจริงแล้ว“พราวช่วยทำด้วยดีกว่าค่ะ”“แล้วหนูทานเนื้อไหมลูก”“ทานค่ะคุณแม่”“งั้นทำสเต๊กเนื้อ 3 ที่ สเต๊กปลา 2 ที่ ของแม่กับยัยเค้ก” คุณหญิงแจกแจงเมนูที่จะทำให้ทุกคนในบ้านให้พราวฟ้าฟัง“ได้ค่ะ เดี๋ยวพราวขอทำสเต๊กเนื้อนะคะ พราวกำลังจะเปิดร้านอาหารเลยอยากลองทำให้ทุกคนชิมดูก่อนค่ะ
มือหนาช้อนร่างเล็กขึ้นมาเพื่อจะอุ้มเธอไปตรงโซฟา เรียวขาเล็กตวัดกระชับรอบเอวหนาพร้อมกับคล้องแขนโอบกอดลำคอแกร่งไว้แน่น ขณะที่อุ้มไปจุดประสานกลางกายของทั้งสองก็ยังคงเชื่อมต่อกันอยู่ สร้างความตื่นเต้นให้กับคนทั้งสองไม่น้อย ภาคินค่อย ๆ วางคนตนเล็กลงบนโซฟาจัดการกระแทกต่ออีกไม่กี่ครั้งก็ส่งคนตัวเล็กไ
เมื่อวางสายจากเมี่ยงก็เป็นเวลาเดียวกับที่ภาคินทำอาหารเช้าเสร็จพอดี พราวฟ้าจึงรีบเดินมาที่โต๊ะทานข้าวที่มีชายหนุ่มนั่งรออยู่เมื่อเห็นจานอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะ ดวงตากลมสวยก็เอ่อคลอไปด้วยน้ำตา เธอไม่คิดเลยว่าผู้ชายคนนี้จะรู้เรื่องราวส่วนตัวของเธอมากขนาดนี้ มันต้องไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ ๆ เพราะวัตถุดิบ
คนตัวเล็กเมื่อรู้สึกสบายตัวแล้วก็พลิกตัวคว้าหมอนข้างมากอดก่ายหลับตาพริ้มอย่างสบายใจ ทิ้งให้เขาต้องเดินเข้าไปจัดการตัวเองในห้องน้ำถึงสองครั้งสองคราถึงจะรู้สึกพอต่อความต้องการสำหรับคืนนี้ เมื่อจัดการตัวเองและอาบน้ำจนสบายตัวแล้ว ร่างสูงก็มาทิ้งตัวลงนอนข้าง ๆ คนตัวเล็ก จัดการดึงหมอนข้างที่เ
“พราว! พราวฟื้นแล้ว พี่ขอโทษนะครับ ขอโทษที่ทำให้พราวต้องเป็นแบบนี้” ร่างหนารีบคว้าคนตัวเล็กเข้ามาโอบกอดอย่างดีใจจนน้ำตาเอ่อคลอเบ้า “โอ๊ย พี่คิน ปล่อยก่อนค่ะ พราวหายใจไม่ออก” “ขอโทษครับ พี่ดีใจไปหน่อย” ภาคินรีบคลายอ้อมกอดออกจากคนตัวเล็ก เพื่อให้เธอหายใจหายคอได้สะดวกขึ้น







