ログインคฤหาสน์ตระกูลอัสนี
บรืน ~ “เอ๊ะ?” เสียงรถหรูแล่นออกไปจากบ้านอย่างรวดเร็ว แม้กระทั่งรินรดาภรรยาสาวสวยที่วิ่งตามหลังมาติดๆ กัน ก็ยังตามไม่ทันสามีของตัวเองเลย “คุณรินรดา จะไปที่ไหนครับ?” บอดี้การ์ดของสามีเอ่ยถามพร้อมกับรีบเอาตัวเข้ามาขวางไว้ เพราะถูกเจ้านายออกคำสั่งเอาไว้อย่างเด็ดขาดว่า อย่าให้เธอตามไปได้ ไม่อย่างนั้นเอาถึงตาย “สามีของฉันไปไหน?” “คุณอัคนี มีธุระด่วนต้องรีบไปครับ” “......” รินรดาทำหน้านิ่ง เพราะเธอรู้อยู่แล้วว่า ธุระด่วนที่บอดี้การ์ดว่านั้นคือธุระอะไร คงจะรีบไปหาผู้หญิงคนนั้นอีกแล้วสินะ ผู้หญิงที่เคยเป็นอดีตคนรัก และแต่งงานไปแล้วไม่ต่างจากเขา แต่ก็ยังไม่วายไปมาหาสู่กันอยู่ตลอด ไม่รู้ว่าสมสู่กันด้วยหรือเปล่า ถ้าเป็นเมื่อก่อนเธอก็คงรู้สึกแตกสลาย ร้องไห้อยู่ในใจเงียบๆ ไม่พูด ไม่โวยวาย แต่มันไม่ได้แปลว่าเธอไม่ได้รู้สึกอะไรเลย เคยเจ็บแต่ตอนนี้มันไม่ได้เป็นแบบนั้นอีกแล้ว เขาอยากจะไปสมสู่กับใคร ใช้ชีวิตกับใคร ก็เชิญตามสบาย เพราะตอนนี้เธอก็จะหันกลับมารักตัวเองแล้วเหมือนกัน “อย่าตามไปเลยนะครับ ผมขอ..” “ถ้าเป็นเมื่อก่อน ฉันก็คงอยากรู้อยากเห็นแหละ แต่ตอนนี้...เขาอยากจะไปไหนกับใคร ก็ช่างเถอะ” พูดจบรินรดาก็หมุนตัวกลับเข้าไปในบ้าน ไม่แยแสสามีที่เพิ่งจะขับรถออกไปจริงๆ ทั้งที่เมื่อก่อนเธอคงคะยั้นคะยอให้บอดี้การ์ดขับรถตามออกไปดูแล้ว แต่เวลานี้เธอเหมือนคนที่ได้เกิดใหม่ เหมือนคนที่ตาสว่าง เหมือนคนที่รู้ว่าควรให้ความสำคัญกับใครกับอะไร คนที่ไม่เคยมองว่าเธอสำคัญเลยแบบเขา ไม่รู้ทำไมเธอถึงเอาแต่ใส่ใจมาได้ตั้งหลายปี จะเรียกว่าโง่ก็ได้ ........ ทางฝั่งของอัคนีที่ขับรถออกมาจากบ้านด้วยความรวดเร็ว ไม่นานนักเขาก็มาถึงบ้านหลังนึง ก่อนที่เจ้าตัวจะรีบลงจากรถแล้วเดินเข้าไปในทันที “เรย์ฮืออ~” หญิงสาวที่นั่งรออยู่อย่างเรียบร้อย ทันทีที่ได้เห็นอัคนีก็รีบเดินเข้ามากอดทันทีพร้อมกับน้ำตาที่พรั่งพรูออกมาไม่ขาดสาย “เกิดอะไรขึ้น?” ร่างสูงเอ่ยถามด้วยความตกใจ “เขาทิ้งฉันไปแล้ว ฮึก...เขาทิ้งฉันไปแล้ว” “......” มาเฟียหนุ่มยืนนิ่ง คำที่เธอพร่ำพูดออกมา ไม่ต้องมีคำตอบเขาก็พอจะเดาได้ว่า‘เขา’ที่ว่านั้นคือใคร “ทำยังไงดี ถ้าไม่มีเขา ฉันกับลูกจะอยู่ยังไง เราจะอยู่กันยังไง ลูกฉันยังต้องการพ่อ” “ไม่เป็นอะไรนะ ไม่เป็นอะไร ถ้าเขาไม่มีพ่อ ผมจะเป็นพ่อให้เอง” “ฮึกเรย์...” หญิงสาวร่างบางผละออกมาจากอ้อมกอดของคนตรงหน้า มองดูชายหนุ่มตัวสูงที่ยืนประจันหน้าอยู่ทั้งน้ำตา “แต่คุณแต่งงานมีภรรยาแล้วนะคะ” “เดี๋ยวก็หย่าแล้ว” “คะ?” “ผมพร้อมที่จะเป็นพ่อให้ออก้านะ แค่คุณยอมเปิดใจให้ผมอีกครั้ง ผมสัญญาว่าผมจะไม่ผิดคำพูดอีก” “......” “มันอาจจะเร็วไปสำหรับคุณ แต่ผมอยากให้คุณรู้ว่า ผมยังอยู่ตรงนี้เสมอ ผมพร้อมที่จะรับคุณและออก้าเข้ามาในชีวิต” “ขอบคุณนะคะเรย์ คุณดีกับฉันมากจริงๆ ฉันไม่รู้จะตอบแทนยังไงแล้ว” “ตอบแทนผมโดยการกลับมามีความสุข แค่นั้นก็พอแล้ว” “คืนนี้อยู่กับฉันได้ไหม ออก้าไปอยู่กับยายของเขา ฉันไม่อยากให้เขามาเห็นพ่อแม่ทะเลาะกัน วันนี้ฉันก็เลยอยู่คนเดียว” “เอาสิ พรุ่งนี้ผมค่อยกลับ” ********** #วันต่อมา คฤหาสน์ตระกูลอัสนี รถคันหรูขับกลับเข้ามาอีกครั้งหลังจากที่หายไปทั้งคืน ร่างสูงกำยำของมาเฟียหนุ่มค่อยๆ ก้าวเดินกลับเข้ามาอย่างเยือกเย็น และก็ได้เจอกับภรรยาที่กำลังนั่งกินข้าวเช้าอยู่ “อืม...เมื่อคืนฉันเมื่อยไปทั้งตัวเลย ไปเอายานวดแก้ปวดมาให้หน่อย แล้วก็ขอไข่ลวกสัก หกฟอง” “ได้ค่ะคุณอัคนี” เขาตั้งใจพูดให้เธอได้ยิน ตั้งใจใช้คำพูดใช้สิ่งเหล่านี้ทำให้เธอรู้สึกเจ็บปวดและทนไม่ได้ และให้ในสิ่งที่เขาต้องการสักที แต่สิ่งที่เขาได้จากเธอตอนนี้คือ ความเงียบ สายตาที่ว่างเปล่า ความเมินเฉย ไม่รู้สึกใดๆ อะไรเลย “สามีหายไปนอนกับผู้หญิงมาทั้งคืน ไม่คิดจะหึงจะหวงบ้างหรือไง?” “ชีวิตใครชีวิตมัน โตๆ กันแล้ว บางอย่างมันก็ต้องคิดเอาเอง ไม่ใช่รอให้คนอื่นพูดก่อน” “ฉันไปนอนกับผู้หญิงคนอื่นมา แต่ก็ไม่ต้องน้อยใจไปหรอก เดี๋ยวฉันจะจัดให้เธออย่างสาสมเลย จะได้...เท่าเทียมกับผู้หญิงคนอื่นของฉัน” “......” คำพูดเหล่านี้แน่นอนว่ามันก็ยังทำให้เธอรู้สึกเจ็บจี๊ดตรงขั้วหัวใจอยู่เหมือนกัน แต่ตอนนี้เธอแข็งแกร่งขึ้นมากแล้ว ไม่ว่าจะคำพูดไหนของเขา เธอก็จะไม่สะทกสะท้านอีก “ปกติจะสั่งให้ลูกน้องของฉันขับรถตามไปนี่ เมื่อคืนกินยาผิดขนาดหรือไง?” “เปล่าค่ะ แค่เหนื่อยจะตามแล้ว” เธอตอบเสียงเรียบและเย็นชา แต่ในสายตาของเขาคือเธอกำลังร้องเรียกความสนใจ โดยการเมินเฉย เพื่อให้เขาไม่พอใจ นี่คงเป็นแผนใหม่เพื่อเรียกร้องความสนใจสินะ! “กินข้าวอิ่มแล้ว ขึ้นไปทายาให้ฉันข้างบนด้วย แล้วก็เอาไข่ขึ้นไปให้ด้วย ฉันหิว เมื่อคืนใช้แรงมาทั้งคืนแล้ว” “ไม่ค่ะ” รินรดาสวนกลับด้วยคำพูดที่หนักแน่น “เธอว่ายังไงนะ?” “ฉันบอกว่าไม่ เพราะฉันจะไม่ทำอะไรให้คุณอีก ถ้าไปเอากับผู้หญิงคนอื่นมาจนเหนื่อย ก็ให้ผู้หญิงคนนั้นมาดูแลเอาก็แล้วกัน” “หึ! หึงหรอ หรือว่า...น้อยใจที่ฉันไม่จัดเธอเหมือนกับที่ทำกับคนอื่น?” “เมื่อก่อนก็คงใช่ แต่ตอนนี้ฉันไม่ได้พิศวาสอะไรคุณอีกแล้ว” “เธอว่าอะไรนะ?” น้ำเสียงของอัคนีเข้มขึ้น สีหน้าเริ่มไม่พอใจเพราะถูกเธอพูดจี้ความรู้สึกไม่หยุด แต่ความจริงเพราะเธอกล้าเถียงเขา ไม่เสียใจ ไม่ร้องไห้ ไม่เป็นแบบเมื่อก่อนต่างหาก เขาถึงได้รู้สึกว่า ไม่ชนะเธอ “ก็ให้ชู้รักของคุณ มาปรนนิบัติก็แล้วกันนะคะ แต่บอกไว้ก่อน ตราบใดที่ทะเบียนสมรสมันยังเป็นชื่อฉัน ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงคนไหน ก็เป็นชู้ทั้งนั้น!” “รินรดา! เธอกล้าพูดกับฉันขนาดนี้เชียวหรอ?” “กล้าหรือไม่กล้า ฉันก็ยืนพูดอยู่ตรงนี้แล้วไง อย่าหวังว่าคนอื่นเขาจะยอมคุณไปได้ตลอด คนเรามันก็มีจุดสิ้นสุดของความอดทนเหมือนกัน” “ทนไม่ได้ ทำไม จะหย่าให้ฉันแล้วหรอ” อัคนีพูดพร้อมกับยิ้มมุมปาก เพราะสิ่งที่เขาต้องการจากเธอมีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นแหละ “ไม่หย่าค่ะ ไม่มีวัน บังคับฉันมากๆ ระวังฉันเอาชู้รักของคุณมาประจานให้โลกรู้นะคะว่าเล่นชู้กัน” “นี่ รินรดา เธออย่ามาเดินหนีฉันนะ กลับมาเดี๋ยวนี้ รินรดา!!” เป็นครั้งแรกและเป็นวันแรกที่ฉันรู้สึกว่าฉันได้เดินออกมาจากความสัมพันธ์ที่แย่ๆ แบบนี้อย่างผู้ชนะ ไม่ต้องถูกเขาข่ม ไม่ต้องถูกเขากดขี่อีก อย่างน้อยฉันก็ได้สวนกลับเขาจนหน้าเหวอไปเลย ต่อจากนี้แหละ ฉันจะเล่นเกมกับเขา เอาให้อลังการกันไปเลยเวลาต่อมาในช่วงยามเย็น ณ บ้านหลังใหญ่ของจอมทัพอ้อมขวัญกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้โยกที่จอมทัพซื้อมาให้เธอนั่งและนอนผ่อนคลายอย่างมีความสุข มือน้อยๆ ลูบท้องใหญ่ของตัวเองไปด้วย อีกไม่นานสมาชิกหนึ่งชีวิตในนี้ก็จะลืมตาดูโลกแล้ว มันยิ่งทำให้เธอตื่นเต้นที่จะได้เห็นลูกตัวน้อย อยากจะรู้จริงๆ ว่าจะหน้าตาเหมือนกับใครฟึบ ฟึบ ฟึบ ~เสียงรองเท้าเสียดสีกับพื้น จอมทัพเดินออกมาจากในบ้านพร้อมแก้วน้ำอุ่นหนึ่งแก้ว ก่อนจะวางลงบนโต๊ะเล็กข้างตัวภรรยา"ดื่มหน่อยครับ""ขอบคุณค่ะ"จอมทัพย่อตัวลงนั่งข้างๆ ภรรยาอย่างระมัดระวัง ก่อนที่ฝ่ามือใหญ่จะวางลงที่ท้องใหญ่ของเธอ และเหมือนเจ้าตัวน้อยจะรับรู้ได้ถึงสัมผัสที่อบอุ่นนี้ เขาดิ้นเบาๆ เหมือนตอบรับผู้เป็นพ่อ"ดิ้นแรงจังเลยนะครับ ลูกพ่อ""เหมือนลูกจะจำคุณได้นะ"อ้อมขวัญพูดขึ้นยิ้มๆ ทุกครั้งที่จอมทัพมาจับท้อง ลูกจะดิ้นแรงทุกครั้งเลย ราวกับว่าเขารู้ได้ว่านี่คือพ่อของเขา"เมื่อไหร่จะออกมาเล่นกับพ่อล่ะครับหืม..""ออกตามกำหนดดีกว่านะคะฉันว่า" เธอแทรกขึ้นถึงจะอยากเห็นหน้าลูกในท้องแค่ไหน แต่ก็อยากให้ลูกคลอดออกมาตามกำหนดมากกว่า เขาจะได้แข็งแรง"อ่า ผมพูดผิดไปสินะครับ งั้นพ่อข
@เวลาต่อมา ท้องของอ้อมขวัญเริ่มนูนออกมาอย่างเห็นได้ชัดเสื้อผ้าหลายชุดเริ่มใส่ไม่ได้ จนสุดท้ายจอมทัพต้องเป็นคนพาเธอไปซื้อชุดสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ด้วยตัวเอง และเธอก็ต้องยอมจำใจให้เขาซื้อให้ คนในบ้านและญาติๆ สนิทต่างพากันตื่นเต้นกับสมาชิกตัวน้อยที่กำลังจะลืมตาดูโลกในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ และที่สำคัญตอนนี้จอมทัพจัดการเรื่องที่เธอเอาแต่กังวลมาอยู่แรมปีเรียบร้อยแล้ว ทุกอย่างลงตัวด้วยดี พ่อแม่ของจอมทัพเข้าใจและไม่ได้ตั้งคำถาม เพราะตอนนี้เธอก็มีลูกกับเขาจริงๆ แล้ว อีกไม่นานก็จะคลอด @เช้าวันนั้นอ้อมขวัญตื่นแต่เช้าเพราะวันนี้มีนัดกับคุณหมอตรวจร่างกายประจำเดือน ก่อนออกไปก็ต้องกินข้าวตามปกติ ซึ่งไม่กินไม่ได้เลย จอมทัพคัดค้านหัวชนฝาเพราะกลัวว่าเธอจะหิว กลัวเธออ่อนแอ กลัวลูกไม่แข็งแรง เช้านี้โต๊ะอาหารเต็มไปด้วยเมนูที่แม่บ้านตั้งใจทำ ข้าวต้มปลา ไข่ตุ๋น ปลาย่าง ผัดผัก และซุปเห็ดร้อนๆ กลิ่นอาหารหอมฟุ้งไปทั่วบ้าน อ้อมขวัญกำลังนั่งตักข้าวเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อยในขณะที่จอมทัพเพิ่งเดินลงมาจากชั้นบน ไปหาหมอแท้ๆ แต่แต่งตัวหล่อปานจะไปเที่ยวเมืองนอก "พี่ครับ" "ลงมาแล้วเหรอ ฉันหิวน่ะ ก็เลยไม่ได้รอ"
@หลายเดือนต่อมาอ้อมขวัญกำลังหลับสนิทช่วงนี้เธอหลับง่ายกว่าปกติ อาจเพราะร่างกายเริ่มปรับตัวกับการตั้งครรภ์ หรืออาจเป็นเพราะเหนื่อยจากการทำงานและการวิตกกังวลมาตลอดหลายวันแต่แล้ว... ความรู้สึกหนึบๆ อุ่นๆ ที่น่องทำให้เธอค่อยๆ ขมวดคิ้ว เหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังกดลงบนกล้ามเนื้อเบาๆจากน่อง.. ไล่ขึ้นมาที่ต้นขา.. ก่อนจะวนกลับลงไปที่ข้อเท้าอีกครั้ง ทุกอย่างวนเวียนอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งเธอรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในที่สุด"อื้อ..." อ้อมขวัญครางเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะลืมตาขึ้นอย่างงัวเงียเธอกะพริบตาอยู่สองสามครั้งเพื่อปรับสายตาแล้วก็ต้องชะงัก เพราะเห็นจอมทัพกำลังนั่งอยู่ปลายเตียงชายหนุ่มสวมเพียงเสื้อยืดสีเข้มกับกางเกงนอนธรรมดา มือทั้งสองกำลังนวดน่องของเธออย่างเบามือ สีหน้าตั้งใจราวกับกำลังทำงานสำคัญอยู่อ้อมขวัญรีบดันตัวลุกขึ้นนั่งทันที"จอมทัพ...""ตื่นแล้วเหรอครับ" จอมทัพเงยหน้าขึ้นมองภรรยาทันที"คุณทำอะไรคะ" เธอถามพร้อมกับหลุบสายตาลงมองขาตัวเอง ก่อนจะมองมือของเขาด้วย"นวดขาไงครับ""ฉันเห็นว่านวด" เธอหลุดหัวเราะทั้งที่ยังง่วงอยู่ เพราะตื่นขึ้นมากลางดึก "แต่ทำไม...""พี่ละเมอน่ะครับ" จอมทัพปล่อยมือจาก
#เวลาผ่านไปร้านคาเฟ่เปิดใหม่ของอ้อมขวัญ คือสถานที่ที่ถูกเลือกนัดพบระหว่างเธอและเพื่อนสนิทอย่างรินรดา เพื่อปรับทุกข์ และสารภาพบางอย่างที่ตอนนี้แม้แต่เธอเองก็ยังหาทางออกไม่ได้เลย"แกโอเคมั้ยเนี่ยอ้อม ทำไมทำหน้าแบบนั้น""ไม่รู้ดิ ไม่รู้ว่าต้องโอเคมั้ย" อ้อมขวัญตอบหน้าเศร้า คิดถึงเรื่องนั้นทีไรก็เครียดจนทำอะไรไม่ได้ทุกทีเลย"มันเรื่องอะไร ไหนลองเล่าซิ""เรื่องที่ฉันแต่งงานกับจอมทัพ...""มันก็โอเคแล้วไม่ใช่เหรอ หรือว่าทะเลาะกัน?""เปล่า ไม่ได้มีเรื่องอะไรอย่างนั้นหรอก"เธอยกมือขึ้นกุมขมับตัวเอง มันโอเคแล้วทุกอย่างจริงๆ ยกเว้นเรื่องเดียวที่โกหกมาตลอด และตอนนี้ก็ยังไม่มีใครรู้ว่ามันไม่ใช่ความจริง ถึงจอมทัพจะบอกให้เธอเลิกคิดถึงเรื่องนี้ แต่มันก็อดไม่ได้อยู่ดี"อ้อม...""ฉันทำพลาดจริงๆ นะริน"".....""เพราะความปากพล่อยของตัวเอง ดึงคนอื่นให้เข้ามาเดือดร้อนด้วย ตอนนี้ก็ยังต้องมาเจอเรื่องน่าหนักใจอีก มันเป็นเวรกรรมจริงๆ สินะ""อย่าคิดแบบนั้นสิอ้อม แกกำลังท้องนะ คิดบวกเข้าไว้"รินรดาพยายามปลอบใจเพื่อนสนิทไม่ให้คิดมาก เพราะตอนนี้เธอไม่ได้ตัวคนเดียวแล้ว ถ้าเอาแต่เครียดแบบนี้มันจะส่งผลกระทบถึงลูกได้
ณ บ้านของจอมทัพ"อึก พี่ครับ ผมไม่ไหวแล้วครับ!" จอมทัพทำท่าทางพะอืดพะอมเหมือนจะอ้วก คนตัวโตวิ่งเข้าห้องน้ำทันทีพร้อมกับเอามือปิดปากแน่น"ไหวมั้ยคุณ" อ้อมขวัญตามหลังมาติดๆ มือบางลูบหลังสามีเบาๆ ด้วยความเป็นห่วง นับวันอาการแพ้ท้องของเขาก็หนักขึ้น จากที่ตอนแรกแค่เบื่ออาหาร ตอนนี้ทั้งอาเจียน ทั้งกินอะไรไม่ได้ เหม็นไปหมดเลย"ไหว ไหวครับ อืม..." จอมทัพทิ้งตัวนั่งลงบนพื้นอย่างหมดแรง"ไปนั่งข้างในดีกว่านะ เดี๋ยวหายาดมให้""ครับ"เธอประคองสามีที่ตัวโตกว่ามากให้กลับมานั่งในห้องนอน ก่อนจะรีบหายาดมมาให้กับเขา"โอเคมั้ยคุณ""โอเคครับ โอเคมาก"เขายิ้มตอบรับคำพูดของตัวเอง ทั้งๆ ที่อาการของเขาดูด้วยตาเปล่าก็รู้ว่ามันไม่โอเคเอาซะเลย จะมาพูดว่าโอเคมากๆ ได้ยังไงกันก๊อก ก๊อก ก๊อก ~เสียงเคาะประตูที่ด้านนอก ก่อนที่จะมีคนเข้ามา ซึ่งก็เป็นแม่บ้านนั่นเอง"คุณจอม คุณอ้อมคะ มีของมาส่งค่ะ""คะ ของอะไรคะ?""ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ พวกเขากำลังขนของลงให้ค่ะ จะให้ขนไปไว้ที่ไหนคะ""เดี๋ยวฉันลงไปดูค่ะ""ผมลงไปด้วยครับ"จอมทัพรีบเสนอตัวขึ้นมาทันที ก่อนที่เธอและเขาจะลงไปที่ด้านล่างด้วยกัน ซึ่งตอนนี้ของที่ว่ากำลังถูกขนลงมา
#โรงพยาบาลเอกชน ...ห้องพักพิเศษ จอมทัพตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการงัวเงียหลังตื่นนอน กลิ่นยาคลุ้งภายในห้องทำให้เขาค่อยๆ ฝืนตัวเองให้ลืมตาขึ้นมอง “พี่ครับ” เสียงแหบแห้งดังขึ้นอย่างแผ่วเบา อ้อมขวัญที่กำลังจัดเตรียมอะไรต่อมิอะไรอยู่ภายในห้องอย่างเงียบๆ ก็หันไปมองด้วยความตกใจ “คุณ! ฟื้นแล้วหรอ?” “ผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงครับ” “เรื่องนั้นเดี๋ยวค่อยคุย ให้หมอตรวจอาการก่อนนะ” อ้อมขวัญพูดก่อนจะกดปุ่มสีแดงตรงหัวเตียง แล้วบอกกับพยาบาลเวรว่าสามีของเธอนั้นฟื้นขึ้นมาแล้ว “เป็นยังไงบ้าง ยังเวียนหัวอยู่ไหม”“อืม ครับ”แกร๊ก ~ ไม่ถึง 5 นาทีคุณหมอและพยาบาลก็พากันเดินกรูเข้ามาภายในห้องพัก เตียงผู้ป่วยของจอมทัพค่อยๆ ปรับระดับขึ้นโดยอัตโนมัติ เพื่อให้เขาไม่ต้องรู้สึกเวียนหัวมาก “ร่างกายอ่อนแอเพราะพักผ่อนน้อยนะครับ หมอให้น้ำเกลือแล้ว อาการน่าจะค่อยๆ ดีขึ้นครับ ต่อไปก็ดูแลตัวเองให้ดีกว่านี้อีกนิดนะครับ”“ผมแค่พักผ่อนน้อยเหรอครับ?”“ครับ”“ผมนึกว่า จะเป็นอะไรไปมากกว่านั้นซะอีก”“ไม่มีอะไรอันตรายน่ากลัวครับ หมอตรวจอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว ไม่ต้องกังวลไปนะครับ ไม่มีอะไรร้ายแรงอย่างแน่นอน” ไม่ใช่แค่คนรอบตัว







