Se connecterคฤหาสน์ตระกูลอัสนี
อัคนีกลับบ้านมาก่อนเวลา ทั้งที่ปกติเขาจะกลับดึกกว่านี้หรือไม่บางทีก็จะค้างคืนข้างนอกไปเลย มันปกติจนคนในบ้านชินชาไปกันหมดแล้ว แล้วใครจะไปคิดล่ะว่าเขาจะกลับมาประจวบเหมาะกับที่ภรรยาหายออกไปจากบ้านพอดี ตึก ตึก ตึก เสียงฝีเท้าหนักๆ ก้าวเดินเข้ามาในบ้านอย่างใจเย็น เจ้าตัวไม่ได้สังเกตุเลยว่ารถที่รินรดาใช้ประจำไม่ได้จอดอยู่ในโรงรถที่เดิม “คุณอัคนีครับ” บอดี้การ์ดเดินเข้ามาก้มหน้าเหมือนกำลังรับผิด “มีอะไร?” “คุณรินรดา เธอออกไปข้างนอกตั้งแต่หัวค่ำแล้ว ตอนนี้ยังไม่กลับมาเลยครับ” “อะไรนะ!!” มาเฟียหนุ่มร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันย่น พลางนึกในใจเธอไม่ใช่คนเที่ยวกลางคืนแบบนี้เลยนี่นา ทำแบบนี้ต้องการอะไรอีก “ผมพยายามถามแล้วครับ แต่เธอไม่ยอมบอกว่าจะไปไหน” “ไปกับใคร?” “คนขับรถของเธอครับ” “.....” อัคนียืนเงียบ ไม่ได้ตอบกลับอะไร ขณะเดียวกันเสียงรถก็ดังเข้ามาจอดตรงหน้าประตูบ้าน ไม่นานนักรินรดาก็เดินกลับเข้ามา ด้วยสภาพที่โซเซตามประสาคนเมา ใบหน้าแดงระเรื่อจากแอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปไม่น้อย แล้วมันเพิ่งจะออกฤทธิ์ก็ตอนนี้ “อืม... นี่ฟ้าคงจะถล่มลงมาจริงๆ สินะ สามีสุดที่รักของฉันถึงกลับบ้านได้วันนี้” “เธอไปไหนมารินรดา?” “สนใจด้วยหรอคะ ฉันจะไปไหน มันเกี่ยวอะไรกับคุณ” เธอตอบกลับอย่างใจเย็น พลางทำท่าจะเดินออกไปจากตรงนี้ แต่กลับถูกมือหนาคว้าแขนเอาไว้ซะก่อน “นี่คุยกันก่อน” “ไม่ค่ะ ไม่คุย” “อย่ามาเอาแต่ใจริน!” เป็นครั้งแรกที่เขาเรียกชื่อเล่นสั้นๆ ของเธอ ท่าทางแบบนี้เธอก็เพิ่งจะเห็นเป็นครั้งแรกด้วย “ใครให้เธอแต่งตัวแบบนี้ออกไปเที่ยวกลางคืนห๊ะ? เธอแต่งงานแล้วนะ มีสามีแล้ว ไม่ใช่ผู้หญิงโสด” เขาร่ายยาวราวกับว่าสิ่งที่เธอทำมันผิดมหันต์ซะอย่างนั้น “ก่อนจะว่าคนอื่น มองตัวเองก่อนมั้ยคะ ตัวเองก็มีชู้แท้ๆ แต่ยังกล้ามาว่าคนอื่น” “อย่ามายอกย้อนฉันนะ!” “ฉันพูดความจริง คุณแค่รับมันไม่ได้ต่างหาก” “รินรดา!” “อย่ามาขึ้นเสียงกับฉัน!” เพราะถูกตะคอกใส่เธอก็เลยขึ้นเสียงกลับบ้าง เขาไม่มีสิทธิ์ที่จะมาทำแบบนี้กับเธอ “เฮอะ! แต่งตัวแบบนี้ไป คงจะถูกใจไอ้พวกผู้ชายข้างนอกน่าดูเลยสิท่า” จู่ๆ เขาก็พ่นคำหยาบใส่เธอ พลางมองการแต่งตัวของภรรยาตั้งแต่หัวจรดเท้า ราวกับว่ากำลังดูถูก “ก็คงงั้นมั้งคะ เข้ามาล้อมหน้าล้อมหลังกันเชียว” รินรดาตอบกลับพร้อมกับยกยิ้มมุมปาก ในเมื่อเขาอยากจะมาหาเรื่องเอง เธอก็จะสนองให้ตามต้องการนั่นแหละ “ได้กับไอ้พวกผู้ชายนั่นไปกี่รอบแล้วล่ะ!” “ไม่รู้สิคะ ก็คงหลายรอบอยู่มั้ง” “......” มาเฟียหนุ่มกัดฟันกรอดด้วยความโมโห เขาไม่คิดว่าเธอที่เคยเป็นภรรยาที่มีปากก็เหมือนไม่มี ไม่ว่าเขาจะทำอะไรเธอก็จะก้มหน้ายอมรับไปซะทุกอย่าง แต่วันนี้มันกลับเปลี่ยนไป เหมือนเธอไม่ใช่คนเดิม จะบอกว่าตายแล้วฟื้นขึ้นมาในร่างเดิมก็ไม่น่าแปลก “ขอตัวนะคะ ฉันเหนื่อย” ร่างบางเดินจ้ำอ้าวขึ้นบันไดไปอย่างรวดเร็ว ทั้งที่ความเมามันก็ยังอยู่ แต่เธอก็พยายามประคองตัวเองกลับไปจนถึงห้องนอนจนได้ แกร๊ก แกร๊ก !! เสียงประตูที่พยายามเปิดจากด้านนอก ทำเอารินรดาถึงกับสะดุ้ง เธอและเขาแยกกันนอนกันมาได้สักพักใหญ่แล้ว ตั้งแต่ตอนไหนเธอเองก็ไม่ได้สนใจเหมือนกัน รู้แต่ว่ามันนานมากแล้ว “เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้รินรดา!” เสียงคนด้านนอกโวยวายยกใหญ่ “จะเอาอะไรอีกคะ?” “ฉันต้องคุยกับเธอให้รู้เรื่อง เปิดประตูมาคุยกันเดี๋ยวนี้!” “เอาไว้คุยกันวันอื่นเถอะ วันนี้ฉันเหนื่อย อยากนอนพัก เลิกกวนฉันสักที!” รินรดาตอบกลับอย่างหัวเสีย ก่อนจะเดินกลับเข้ามา และไม่สนใจเสียงเรียกเสียงเคาะประตูเสียงของคนที่กำลังพยายามพังประตูเข้ามา เธอไม่ได้สนใจอีกเลย ปล่อยให้เขาเป็นบ้าไปอยู่คนเดียวนั่นแหละ เผื่อว่าได้เจ็บตัวขึ้นมาจะมีสติขึ้นมาบ้าง ห้าปีที่ต้องทนทุกข์ทรมาน กับคำพูดของเขา การกระทำของเขา ทุกๆ สิ่งอย่างที่เขาทำให้เธอรู้สึกว่าไม่มีศักดิ์ศรีเอาซะเลย วันนี้เธอแค่ตาสว่างและอยากจะกลับมารักตัวเองบ้างก็เท่านั้น และที่ไม่ยอมหย่า เธอก็มีเหตุผลเช่นกัน บางครั้งคาราคาซังเอาไว้แบบนี้ ให้คนบางคนมันทรมานเล่น ให้ผู้หญิงที่อยากได้ใบสมรสใจจะขาดรอคอยไปเถอะ อยากได้มากนักก็มากราบเท้าเอาเลย “ฮึ! คุณอัคนี ฉันไม่ใช่รินรดาคนเก่าที่โดนคุณกดขี่อีกแล้ว บอกผู้หญิงของคุณนะ ถ้าอยากได้ใบหย่า แล้วอยากจะเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย ก็ให้มากราบเท้าฉัน แล้วฉันจะพิจารณาเซ็นใบหย่าให้” หลายปีที่อยู่กับสังคมเหล่านี้ มันทำให้ฉันได้รู้ว่าคนพวกนี้รักศักดิ์ศรียิ่งกว่าอะไรดี ผู้หญิงคนนั้นไม่ยอมเสียหน้าลงมากราบเท้าฉันเพียงเพราะอยากได้ผู้ชายของฉันหรอก ชู้ก้มลงกราบภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อที่ตัวเองจะได้เป็นภรรยาซะเอง รู้ถึงไหนมีแต่ความอับอายถึงนั่น! . . #วันถัดมา เช้าตรู่ที่รินรดาไม่ได้ตื่นเช้าเหมือนเช่นเคย เรื่องอาหารเธอปล่อยให้แม่บ้านเป็นคนจัดการเพราะมันไม่ใช่หน้าที่ของเธอ และเธอก็ไม่จำเป็นที่จะต้องทำให้เขาด้วย ก๊อก ก๊อก ๆๆ “ใคร?” “คุณอัคนี ให้มาตามลงไปทานข้าวเช้าค่ะ” “ฉันยังไม่หิว บอกเขาไป” “เอ่อ... แต่คุณอัคนีบอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วย” รินรดาถอนหายใจแรง ก่อนจะตอบกลับแม่บ้านที่อยู่นอกประตูไป “เดี๋ยวฉันตามลงไป” “ค่ะ” ถ้าให้เดาไม่ผิดก็คงจะเป็นเรื่องเมื่อคืนที่ยังสะสางไม่เสร็จ เขาคงรู้สึกเสียหน้าที่ฉันไม่ได้เสียใจกับคำพูดของเขาเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ด้านล่าง... “ลงมาได้แล้วหรอ?” “ไม่ต้องจัดที่ให้ฉัน ฉันไม่กิน” “กินข้าวกับผัว มันจะเป็นจะตายเลยหรือไง หรือต้องกินกับชู้?” “เก็บคำถามนี้เอาไว้พูดกับตัวเองเถอะค่ะ” “ถ้าเธออยากจะไปเอากับคนอื่น ฉันก็ไม่ว่า แต่เธอจะต้องเซ็นใบหย่าให้กับฉันก่อน ฉันไม่อยากถูกมองว่าเป็นคนโง่ เมียหนีไปมีชู้” “ทำไมล่ะคะ อยู่แบบนี้มันก็สนุกดีออก คุณก็มีชู้ ส่วนฉันก็... อาจจะมี แต่ก็ไม่เป็นตัวเป็นตนหรอก มีไปเรื่อยๆ แบบนั้นมันสนุกกว่า” “อย่ามายั่วโมโหกันแต่เช้านะรินรดา!” “ก็ฉันพูดความจริง” “อย่ามาทำให้ฉันต้องเสียหน้า” “ไม่เสียหรอก ถ้ามีคนพูดว่าฉันมีชู้ คุณก็พูดบ้างสิ ว่าคุณก็มีเหมือนกัน แฟร์ดีออก” “......” “สรุปที่เรียกลงมา แค่จะคุยเรื่องนี้หรอ แหม... รอไม่ได้เชียวนะคะ” “เซ็นใบหย่าให้ฉันซะ!” อัคนีพูดย้ำประโยคเดิม เพราะเวลานี้สิ่งที่เขาต้องการจากเธอมากที่สุดก็คือใบหย่า “ให้ผู้หญิงของคุณ มากราบตีนฉันก่อนสิคะ แล้วฉันจะยอมเซ็นให้” “รินรดา!” “ฮึ!! กระจอก!”หลายวันผ่านไป ~ ณ คฤหาสน์ตระกูลอัสนี “เข้ามาสิลูก ค่อยๆ เดินนะ มาดูบ้านของเรากัน ดูสิหลังใหญ่มากเลย” เสียงของหญิงสาวคนนึงที่กำลังเดินเข้ามาพร้อมกับลูกชายดังขึ้น ทุกคนในบ้านต่างพากันตกใจที่ได้เห็น เพราะเธอไม่ใช่คนของที่นี่ แต่กลับเข้ามาได้ราวกับเป็นเจ้าของ “เอ่อคุณคะ คุณเป็นใครคะ เข้ามาได้ยังไง” แม่บ้านคนนึงเอ่ยถาม “ฉันก็เป็นคนสำคัญของเจ้าของคฤหาสน์หลังนี้น่ะสิ” เธอตอบ “เอ่อ...” “ไปเอาน้ำหวานกับของว่างมาต้อนรับฉันกับลูกสิ ไม่รู้หน้าที่หรือยังไง” “เอ่อค่ะๆ” แม่บ้านรีบเข้าไปบอกคนในครัว ก่อนจะรีบขึ้นไปบอกกับรินรดาที่วันนี้หยุดงานและอยู่บนห้องนอนของตัวเอง ก๊อกๆๆๆ ~ “ใคร?” เสียงคนข้างในเอ่ยออกมา “แม่บ้านเองค่ะคุณรินรดา” “มีอะไร?” “คือมีผู้หญิงกับเด็กมาค่ะ ไม่ทราบใคร เห็นบอกเป็นคนสำคัญของคุณอัคนี” “.....” คนด้านในเงียบไปอยู่พักนึง ก่อนที่เธอจะตอบกลับมาผ่านประตู “เดี๋ยวฉันลงไป” “ได้ค่ะ” รินรดารีบจัดการธุระของตนเองก่อนจะรีบลงไปที่ด้านล่าง และเธอคิดไว้ไม่มีผิดจริงๆ ว่าต้องเป็นสองแม่ลูกมหาภัยคู่นี้ แต่แค่ไม่คิดว่าจะกล้ามาถึงที่นี่ เพราะอัคนีก็น่าจะปรามไว้อยู่บ้าง
#เช้าวันต่อมา รินรดาตื่นนอนตอนเช้าจากเสียงนาฬิกาปลุกที่ตั้งเอาไว้ เธอลุกขึ้นทำเรื่องประจำวันของเธอจนกระทั่งเรียบร้อย และลงมาที่ด้านล่าง ทำเหมือนอย่างเช่นทุกวัน เพราะชีวิตของเธอมันก็วนลูปอยู่แบบนี้ “ริน...มานี่หน่อยสิ” เสียงของอัคนีเอ่ยเรียก “มีอะไรคะ?” เธอถาม “อ่านเอกสารนั่นสิ” “.....” รินรดามองหน้าสามีอย่างงงๆ แต่ก็ยอมหยิบซองสีน้ำตาลดังกล่าวขึ้นมาเปิดอ่านอย่างว่าง่าย **เอกสารสัญญาการหย่า** แค่จั่วหัวเอกสารมาเธอก็ไม่อยากจะอ่านข้างในต่อแล้ว เพราะมันคือใบหย่าที่เขาต้องการ ครั้งนี้คงทำสัญญาอะไรมาเพิ่มสินะ “ฉันไม่หย่า” รินรดาพูดเสียงแข็ง พร้อมกับโยนซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะตามเดิม “อ่านก่อนสิ ข้างในมันมีสัญญาอยู่” “ฉันไม่อ่านอะไรทั้งนั้น ฉันไม่หย่า ก็ไม่จำเป็นต้องอ่าน” “สัญญาการหย่า ทันทีที่เธอเซ็นใบหย่าให้กับฉัน บ้านพร้อมที่ดินที่ภาคเหนือ และบ้านติดริมทะเล จะเป็นของเธอ รวมถึงหุ้นในบริษัท และเงินสดอีกจำนวนนึง หรือเธอต้องการอะไรมากกว่านั้น” “นี่คิดจะเอาเงินฟาดหัวกันหรอ?” เงินสด ที่ดิน บ้าน และหุ้นบริษัท มันก็เป็นจำนวนที่มากมายมหาศาลเลยเหมือนกัน มากจนชนิดที่ว่าเธอหา
#ตกดึกคืนเดียวกัน ขณะที่ฉันกำลังจะนอนอยู่แล้วเชียว เสียงเคาะประตูจากด้านนอกมันก็ดังขึ้น ทีแรกก็คิดว่าเป็นแม่บ้าน แต่ดึกป่านนี้แล้วแม่บ้านที่ไหนจะยังอยู่บนนี้อีกล่ะ มีก็เขาคนเดียวนั่นแหละ “มีอะไรคะ?” ฉันถามส่งออกไป เพราะเดาได้ไม่ยากว่าใครคือคนที่มาเคาะประตู “เปิดประตูหน่อย” คนด้านนอกพูดสวนกลับมา “ไม่เปิด” “ฉันไม่ได้มาชวนทะเลาะ เอาของมาให้ เปิดประตูก่อน” “ของอะไร ฉันไม่รับทั้งนั้นแหละ”“จะให้ฉันเปิดดีๆ หรือจะให้ฉันพังประตูเข้าไปก่อน เธอจะได้ไปนอนห้องเดียวกับฉันไง ดีไหม?” “......” ฉันถอนหายใจด้วยอารมณ์โกรธจัด นี่เขากล้าขู่กันแบบนี้เลยเหรอเนี่ย เห็นฉันยอมเข้าหน่อยก็เอาใหญ่เลยนะ แกร๊ก ~“อะ....” ทันทีที่ประตูเปิด ถุงบางอย่างในมือของเขาก็ถูกยื่นเข้ามาทันที “เห็นไม่ลงไปกินข้าว”“อะไร?”“เต้าหู้ปาท่องโก๋” “ซื้อมาให้ฉันทำไม ก็บอกแล้วนี่ว่าตอนเย็นฉันไม่กิน” “มันไม่อ้วนหรอกน่า!” เขาขึ้นเสียงใส่ พร้อมกับพยายามกดดันให้ฉันรับของจากเขามาให้ได้ “ก็บอกแล้วไงว่าไม่กิน” “ฉันอุตส่าห์ให้คนออกไปซื้อให้นะ”“ฉันก็ไม่ได้ขอให้คุณออกไปซื้อให้สักหน่อย ทำความดียังไม่ทันสำเร็จเลย ทวงบุญคุณแล้วหรอ?” “
#ตกเย็นวันต่อมา ก๊อกๆๆ ~ “เข้ามา” ลูกน้องของอัคนีเปิดประตูแล้วเดินเข้ามา ก่อนที่จะยื่นแล็บท็อปให้กับผู้เป็นเจ้านาย ที่กำลังนั่งก้มหน้าก้มตาอ่านเอกสารตรงหน้าอยู่ “หลักฐานกล้องวงจรปิด ที่คุณอัคนีให้ไปหามาครับ” “เรื่องที่สั่งให้ทำเรียบร้อยแล้วหรือยัง?” อัคนีพูดพร้อมกับคว้าแล็บท็อปไปดู “ผมสั่งคนของเราปิดข่าวแล้วครับ ถ้ามีข่าวหลุดออกไป เราจะฟ้องห้างและก็ฟ้องคนปล่อยข่าวด้วย ตอนนี้ก็เลยไม่มีใครกล้าครับ” “ดี” “ผมว่าตอนนี้เราต้องทำอะไรกันสักอย่างนะครับ คนกำลังเข้าใจผิด เรื่องคุณอัคนีกับคุณเอวา” “เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน” อัคนีตอบ เขาเปิดคลิปวีดีโอดูอย่างตั้งใจ เพราะเขาเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเรื่องมันเป็นมายังไง จนกระทั่งได้เห็นจริงๆ ว่า เด็กผู้ชายเป็นคนวิ่งและล้มลงไปชนกับโต๊ะเอง รินรดาไม่ได้ทำร้าย ไม่ได้ผลักอย่างที่เด็กกล่าวอ้าง หลักฐานจากกล้องวงจรปิดมันชัดเจน เธอไม่ได้รู้เรื่องด้วยเลย กลับกัน เธอช่วยเด็กคนนั้นด้วยซ้ำไป “บ้าฉิบ!” มาเฟียหนุ่มสบถออกมาอย่างหัวเสียเมื่อดูคลิปจนจบ จากนั้นก็ยื่นแล็บท็อปคืนให้กับลูกน้องของตนเอง “คุณรินเธอพูดถูกนะครับ ก่อนจะโทษเธอ
#เวลาผ่านไปอีกหลายเดือน ณ ห้างสรรพสินค้า รินรดานัดเจอกับเพื่อนที่เคยเรียนด้วยกันที่ร้านอาหารในห้าง หลังจากที่ไม่ได้เจอกันเกือบสิบปีได้ เพราะอีกฝ่ายย้ายไปอยู่ต่างประเทศ พอได้กลับมาก็รีบหาทางติดต่อหากันเลยทันที อ้อมขวัญ หรือ อ้อม เพื่อนสนิทของรินรดาสมัยเรียน “เอาจริง ตกใจนะที่เห็นเธอแต่งงานแล้วอะ” “ตกใจทำไม” รินรดาถามกลับแล้วก็ยิ้มน้อยๆ “เสียดายอะที่ไม่ได้มางานแต่ง” “ไม่เป็นไรหรอก ฉันไม่ถือ เธออยู่ต่างประเทศนี่นา อีกอย่างเราก็ไม่ได้ติดต่อกันด้วย” รินรดาไม่ได้โกรธเลย กลับกันเพื่อนไม่มาอะดีแล้ว เธอคิดแบบนี้ด้วยซ้ำไป เพราะงานแต่งที่จัดขึ้นมันเป็นการถูกจับคลุมถุงชน “สบายดีนะริน” “อื้ม สบายดี เธอก็สบายดีใช่ไหม?” “ก็ดีนะ แต่จะไม่ดีก็ตรงที่กลับบ้านยากนี่แหละ” “เอาน่า เราทำงานนี่นา ว่าแต่เธอกลับมาอยู่นานไหม?” “ยังไม่รู้เลยว่าจะกลับไหม” อ้อมขวัญตอบ “อ้าวทำไมล่ะ?” “เฮ้อ... ปัญหามันเยอะน่ะ” “......” รินรดาไม่ได้คิดจะซักถามอะไรต่อ เพราะเธอรู้ดีว่าเรื่องบางเรื่องต่อให้มันอึดอัดแต่ก็ยากที่จะพูดมันออกมาเหมือนกัน “ว่าแต่ฉันจะได้เจอเธอบ่อยๆ ไหมเนี่ยริน” “ก็ได้นะ แต่ว่
#บริษัทTKขณะที่ฉันกำลังนั่งทำงานอยู่เงียบๆ ประตูห้องทำงานของเจ้านายก็เปิดออกมา ตามด้วยตัวเขาที่ดูเหมือนกำลังจะออกไปไหน “ใกล้จะเที่ยงแล้ว เราไปหาอะไรกินกันเถอะครับ” เขามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานพร้อมกับก้มมองนาฬิกาไปด้วย “แต่ฉันยังทำงานค้างไม่เสร็จเลยค่ะ คุณจอมทัพไปเถอะค่ะ” ว่าแล้วฉันก็ทำเป็นงานยุ่งมือพันกันไปหมด “งานผมไม่ได้เร่งขนาดนั้นนะครับพักกินข้าวก่อนก็ได้ แล้วค่อยกลับมาทำใหม่”“เดี๋ยวฉันสั่งข้าวจากร้านอาหารตามสั่งข้างล่างขึ้นมานั่งกินตอนทำงานก็ได้ค่ะ” เงยหน้าขึ้นมองคุณจอมทัพแล้วยิ้มจางๆ “นี่คุณเป็นอะไรหรือเปล่าครับ ทำไมพักนี้เอาแต่ปฏิเสธผม” “เปล่านี่คะฉันไม่ได้เป็นอะไรเลย จริงๆ นะคะ” “ผมไม่ใช่คนโง่นะครับที่จะดูไม่ออก” “.....” ก็นั่นแหละฉันไม่รู้จะตอบยังไง แต่เราสองคนมีความสัมพันธ์กันก็แค่เจ้านายกับพนักงานเท่านั้นเอง ฉันไม่อยากให้อะไรมันเกินเลยไปมากกว่านั้น “ตกลงคุณไม่ไปใช่ไหมครับ?”“ค่ะ”“ถ้าอย่างนั้นคุณสั่งอาหารร้านอาหารตามสั่งมาให้ผมด้วยก็แล้วกันครับ” “......” ฉันไม่ทันที่จะได้ตอบรับอะไร คุณจอมทัพก็หันหลังแล้วเดินกลับเข้าห้องทำงานไปก่อนแล้ว ท่าทางของเขาดูเหมือนคน






![ความลับของมาเฟีย [มาร์ติน×วีนัส]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
