LOGINคฤหาสน์ตระกูลอัสนี
อัคนีกลับบ้านมาก่อนเวลา ทั้งที่ปกติเขาจะกลับดึกกว่านี้หรือไม่บางทีก็จะค้างคืนข้างนอกไปเลย มันปกติจนคนในบ้านชินชาไปกันหมดแล้ว แล้วใครจะไปคิดล่ะว่าเขาจะกลับมาประจวบเหมาะกับที่ภรรยาหายออกไปจากบ้านพอดี ตึก ตึก ตึก เสียงฝีเท้าหนักๆ ก้าวเดินเข้ามาในบ้านอย่างใจเย็น เจ้าตัวไม่ได้สังเกตุเลยว่ารถที่รินรดาใช้ประจำไม่ได้จอดอยู่ในโรงรถที่เดิม “คุณอัคนีครับ” บอดี้การ์ดเดินเข้ามาก้มหน้าเหมือนกำลังรับผิด “มีอะไร?” “คุณรินรดา เธอออกไปข้างนอกตั้งแต่หัวค่ำแล้ว ตอนนี้ยังไม่กลับมาเลยครับ” “อะไรนะ!!” มาเฟียหนุ่มร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันย่น พลางนึกในใจเธอไม่ใช่คนเที่ยวกลางคืนแบบนี้เลยนี่นา ทำแบบนี้ต้องการอะไรอีก “ผมพยายามถามแล้วครับ แต่เธอไม่ยอมบอกว่าจะไปไหน” “ไปกับใคร?” “คนขับรถของเธอครับ” “.....” อัคนียืนเงียบ ไม่ได้ตอบกลับอะไร ขณะเดียวกันเสียงรถก็ดังเข้ามาจอดตรงหน้าประตูบ้าน ไม่นานนักรินรดาก็เดินกลับเข้ามา ด้วยสภาพที่โซเซตามประสาคนเมา ใบหน้าแดงระเรื่อจากแอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปไม่น้อย แล้วมันเพิ่งจะออกฤทธิ์ก็ตอนนี้ “อืม... นี่ฟ้าคงจะถล่มลงมาจริงๆ สินะ สามีสุดที่รักของฉันถึงกลับบ้านได้วันนี้” “เธอไปไหนมารินรดา?” “สนใจด้วยหรอคะ ฉันจะไปไหน มันเกี่ยวอะไรกับคุณ” เธอตอบกลับอย่างใจเย็น พลางทำท่าจะเดินออกไปจากตรงนี้ แต่กลับถูกมือหนาคว้าแขนเอาไว้ซะก่อน “นี่คุยกันก่อน” “ไม่ค่ะ ไม่คุย” “อย่ามาเอาแต่ใจริน!” เป็นครั้งแรกที่เขาเรียกชื่อเล่นสั้นๆ ของเธอ ท่าทางแบบนี้เธอก็เพิ่งจะเห็นเป็นครั้งแรกด้วย “ใครให้เธอแต่งตัวแบบนี้ออกไปเที่ยวกลางคืนห๊ะ? เธอแต่งงานแล้วนะ มีสามีแล้ว ไม่ใช่ผู้หญิงโสด” เขาร่ายยาวราวกับว่าสิ่งที่เธอทำมันผิดมหันต์ซะอย่างนั้น “ก่อนจะว่าคนอื่น มองตัวเองก่อนมั้ยคะ ตัวเองก็มีชู้แท้ๆ แต่ยังกล้ามาว่าคนอื่น” “อย่ามายอกย้อนฉันนะ!” “ฉันพูดความจริง คุณแค่รับมันไม่ได้ต่างหาก” “รินรดา!” “อย่ามาขึ้นเสียงกับฉัน!” เพราะถูกตะคอกใส่เธอก็เลยขึ้นเสียงกลับบ้าง เขาไม่มีสิทธิ์ที่จะมาทำแบบนี้กับเธอ “เฮอะ! แต่งตัวแบบนี้ไป คงจะถูกใจไอ้พวกผู้ชายข้างนอกน่าดูเลยสิท่า” จู่ๆ เขาก็พ่นคำหยาบใส่เธอ พลางมองการแต่งตัวของภรรยาตั้งแต่หัวจรดเท้า ราวกับว่ากำลังดูถูก “ก็คงงั้นมั้งคะ เข้ามาล้อมหน้าล้อมหลังกันเชียว” รินรดาตอบกลับพร้อมกับยกยิ้มมุมปาก ในเมื่อเขาอยากจะมาหาเรื่องเอง เธอก็จะสนองให้ตามต้องการนั่นแหละ “ได้กับไอ้พวกผู้ชายนั่นไปกี่รอบแล้วล่ะ!” “ไม่รู้สิคะ ก็คงหลายรอบอยู่มั้ง” “......” มาเฟียหนุ่มกัดฟันกรอดด้วยความโมโห เขาไม่คิดว่าเธอที่เคยเป็นภรรยาที่มีปากก็เหมือนไม่มี ไม่ว่าเขาจะทำอะไรเธอก็จะก้มหน้ายอมรับไปซะทุกอย่าง แต่วันนี้มันกลับเปลี่ยนไป เหมือนเธอไม่ใช่คนเดิม จะบอกว่าตายแล้วฟื้นขึ้นมาในร่างเดิมก็ไม่น่าแปลก “ขอตัวนะคะ ฉันเหนื่อย” ร่างบางเดินจ้ำอ้าวขึ้นบันไดไปอย่างรวดเร็ว ทั้งที่ความเมามันก็ยังอยู่ แต่เธอก็พยายามประคองตัวเองกลับไปจนถึงห้องนอนจนได้ แกร๊ก แกร๊ก !! เสียงประตูที่พยายามเปิดจากด้านนอก ทำเอารินรดาถึงกับสะดุ้ง เธอและเขาแยกกันนอนกันมาได้สักพักใหญ่แล้ว ตั้งแต่ตอนไหนเธอเองก็ไม่ได้สนใจเหมือนกัน รู้แต่ว่ามันนานมากแล้ว “เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้รินรดา!” เสียงคนด้านนอกโวยวายยกใหญ่ “จะเอาอะไรอีกคะ?” “ฉันต้องคุยกับเธอให้รู้เรื่อง เปิดประตูมาคุยกันเดี๋ยวนี้!” “เอาไว้คุยกันวันอื่นเถอะ วันนี้ฉันเหนื่อย อยากนอนพัก เลิกกวนฉันสักที!” รินรดาตอบกลับอย่างหัวเสีย ก่อนจะเดินกลับเข้ามา และไม่สนใจเสียงเรียกเสียงเคาะประตูเสียงของคนที่กำลังพยายามพังประตูเข้ามา เธอไม่ได้สนใจอีกเลย ปล่อยให้เขาเป็นบ้าไปอยู่คนเดียวนั่นแหละ เผื่อว่าได้เจ็บตัวขึ้นมาจะมีสติขึ้นมาบ้าง ห้าปีที่ต้องทนทุกข์ทรมาน กับคำพูดของเขา การกระทำของเขา ทุกๆ สิ่งอย่างที่เขาทำให้เธอรู้สึกว่าไม่มีศักดิ์ศรีเอาซะเลย วันนี้เธอแค่ตาสว่างและอยากจะกลับมารักตัวเองบ้างก็เท่านั้น และที่ไม่ยอมหย่า เธอก็มีเหตุผลเช่นกัน บางครั้งคาราคาซังเอาไว้แบบนี้ ให้คนบางคนมันทรมานเล่น ให้ผู้หญิงที่อยากได้ใบสมรสใจจะขาดรอคอยไปเถอะ อยากได้มากนักก็มากราบเท้าเอาเลย “ฮึ! คุณอัคนี ฉันไม่ใช่รินรดาคนเก่าที่โดนคุณกดขี่อีกแล้ว บอกผู้หญิงของคุณนะ ถ้าอยากได้ใบหย่า แล้วอยากจะเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย ก็ให้มากราบเท้าฉัน แล้วฉันจะพิจารณาเซ็นใบหย่าให้” หลายปีที่อยู่กับสังคมเหล่านี้ มันทำให้ฉันได้รู้ว่าคนพวกนี้รักศักดิ์ศรียิ่งกว่าอะไรดี ผู้หญิงคนนั้นไม่ยอมเสียหน้าลงมากราบเท้าฉันเพียงเพราะอยากได้ผู้ชายของฉันหรอก ชู้ก้มลงกราบภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อที่ตัวเองจะได้เป็นภรรยาซะเอง รู้ถึงไหนมีแต่ความอับอายถึงนั่น! . . #วันถัดมา เช้าตรู่ที่รินรดาไม่ได้ตื่นเช้าเหมือนเช่นเคย เรื่องอาหารเธอปล่อยให้แม่บ้านเป็นคนจัดการเพราะมันไม่ใช่หน้าที่ของเธอ และเธอก็ไม่จำเป็นที่จะต้องทำให้เขาด้วย ก๊อก ก๊อก ๆๆ “ใคร?” “คุณอัคนี ให้มาตามลงไปทานข้าวเช้าค่ะ” “ฉันยังไม่หิว บอกเขาไป” “เอ่อ... แต่คุณอัคนีบอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วย” รินรดาถอนหายใจแรง ก่อนจะตอบกลับแม่บ้านที่อยู่นอกประตูไป “เดี๋ยวฉันตามลงไป” “ค่ะ” ถ้าให้เดาไม่ผิดก็คงจะเป็นเรื่องเมื่อคืนที่ยังสะสางไม่เสร็จ เขาคงรู้สึกเสียหน้าที่ฉันไม่ได้เสียใจกับคำพูดของเขาเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ด้านล่าง... “ลงมาได้แล้วหรอ?” “ไม่ต้องจัดที่ให้ฉัน ฉันไม่กิน” “กินข้าวกับผัว มันจะเป็นจะตายเลยหรือไง หรือต้องกินกับชู้?” “เก็บคำถามนี้เอาไว้พูดกับตัวเองเถอะค่ะ” “ถ้าเธออยากจะไปเอากับคนอื่น ฉันก็ไม่ว่า แต่เธอจะต้องเซ็นใบหย่าให้กับฉันก่อน ฉันไม่อยากถูกมองว่าเป็นคนโง่ เมียหนีไปมีชู้” “ทำไมล่ะคะ อยู่แบบนี้มันก็สนุกดีออก คุณก็มีชู้ ส่วนฉันก็... อาจจะมี แต่ก็ไม่เป็นตัวเป็นตนหรอก มีไปเรื่อยๆ แบบนั้นมันสนุกกว่า” “อย่ามายั่วโมโหกันแต่เช้านะรินรดา!” “ก็ฉันพูดความจริง” “อย่ามาทำให้ฉันต้องเสียหน้า” “ไม่เสียหรอก ถ้ามีคนพูดว่าฉันมีชู้ คุณก็พูดบ้างสิ ว่าคุณก็มีเหมือนกัน แฟร์ดีออก” “......” “สรุปที่เรียกลงมา แค่จะคุยเรื่องนี้หรอ แหม... รอไม่ได้เชียวนะคะ” “เซ็นใบหย่าให้ฉันซะ!” อัคนีพูดย้ำประโยคเดิม เพราะเวลานี้สิ่งที่เขาต้องการจากเธอมากที่สุดก็คือใบหย่า “ให้ผู้หญิงของคุณ มากราบตีนฉันก่อนสิคะ แล้วฉันจะยอมเซ็นให้” “รินรดา!” “ฮึ!! กระจอก!”เวลาต่อมาในช่วงยามเย็น ณ บ้านหลังใหญ่ของจอมทัพอ้อมขวัญกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้โยกที่จอมทัพซื้อมาให้เธอนั่งและนอนผ่อนคลายอย่างมีความสุข มือน้อยๆ ลูบท้องใหญ่ของตัวเองไปด้วย อีกไม่นานสมาชิกหนึ่งชีวิตในนี้ก็จะลืมตาดูโลกแล้ว มันยิ่งทำให้เธอตื่นเต้นที่จะได้เห็นลูกตัวน้อย อยากจะรู้จริงๆ ว่าจะหน้าตาเหมือนกับใครฟึบ ฟึบ ฟึบ ~เสียงรองเท้าเสียดสีกับพื้น จอมทัพเดินออกมาจากในบ้านพร้อมแก้วน้ำอุ่นหนึ่งแก้ว ก่อนจะวางลงบนโต๊ะเล็กข้างตัวภรรยา"ดื่มหน่อยครับ""ขอบคุณค่ะ"จอมทัพย่อตัวลงนั่งข้างๆ ภรรยาอย่างระมัดระวัง ก่อนที่ฝ่ามือใหญ่จะวางลงที่ท้องใหญ่ของเธอ และเหมือนเจ้าตัวน้อยจะรับรู้ได้ถึงสัมผัสที่อบอุ่นนี้ เขาดิ้นเบาๆ เหมือนตอบรับผู้เป็นพ่อ"ดิ้นแรงจังเลยนะครับ ลูกพ่อ""เหมือนลูกจะจำคุณได้นะ"อ้อมขวัญพูดขึ้นยิ้มๆ ทุกครั้งที่จอมทัพมาจับท้อง ลูกจะดิ้นแรงทุกครั้งเลย ราวกับว่าเขารู้ได้ว่านี่คือพ่อของเขา"เมื่อไหร่จะออกมาเล่นกับพ่อล่ะครับหืม..""ออกตามกำหนดดีกว่านะคะฉันว่า" เธอแทรกขึ้นถึงจะอยากเห็นหน้าลูกในท้องแค่ไหน แต่ก็อยากให้ลูกคลอดออกมาตามกำหนดมากกว่า เขาจะได้แข็งแรง"อ่า ผมพูดผิดไปสินะครับ งั้นพ่อข
@เวลาต่อมา ท้องของอ้อมขวัญเริ่มนูนออกมาอย่างเห็นได้ชัดเสื้อผ้าหลายชุดเริ่มใส่ไม่ได้ จนสุดท้ายจอมทัพต้องเป็นคนพาเธอไปซื้อชุดสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ด้วยตัวเอง และเธอก็ต้องยอมจำใจให้เขาซื้อให้ คนในบ้านและญาติๆ สนิทต่างพากันตื่นเต้นกับสมาชิกตัวน้อยที่กำลังจะลืมตาดูโลกในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ และที่สำคัญตอนนี้จอมทัพจัดการเรื่องที่เธอเอาแต่กังวลมาอยู่แรมปีเรียบร้อยแล้ว ทุกอย่างลงตัวด้วยดี พ่อแม่ของจอมทัพเข้าใจและไม่ได้ตั้งคำถาม เพราะตอนนี้เธอก็มีลูกกับเขาจริงๆ แล้ว อีกไม่นานก็จะคลอด @เช้าวันนั้นอ้อมขวัญตื่นแต่เช้าเพราะวันนี้มีนัดกับคุณหมอตรวจร่างกายประจำเดือน ก่อนออกไปก็ต้องกินข้าวตามปกติ ซึ่งไม่กินไม่ได้เลย จอมทัพคัดค้านหัวชนฝาเพราะกลัวว่าเธอจะหิว กลัวเธออ่อนแอ กลัวลูกไม่แข็งแรง เช้านี้โต๊ะอาหารเต็มไปด้วยเมนูที่แม่บ้านตั้งใจทำ ข้าวต้มปลา ไข่ตุ๋น ปลาย่าง ผัดผัก และซุปเห็ดร้อนๆ กลิ่นอาหารหอมฟุ้งไปทั่วบ้าน อ้อมขวัญกำลังนั่งตักข้าวเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อยในขณะที่จอมทัพเพิ่งเดินลงมาจากชั้นบน ไปหาหมอแท้ๆ แต่แต่งตัวหล่อปานจะไปเที่ยวเมืองนอก "พี่ครับ" "ลงมาแล้วเหรอ ฉันหิวน่ะ ก็เลยไม่ได้รอ"
@หลายเดือนต่อมาอ้อมขวัญกำลังหลับสนิทช่วงนี้เธอหลับง่ายกว่าปกติ อาจเพราะร่างกายเริ่มปรับตัวกับการตั้งครรภ์ หรืออาจเป็นเพราะเหนื่อยจากการทำงานและการวิตกกังวลมาตลอดหลายวันแต่แล้ว... ความรู้สึกหนึบๆ อุ่นๆ ที่น่องทำให้เธอค่อยๆ ขมวดคิ้ว เหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังกดลงบนกล้ามเนื้อเบาๆจากน่อง.. ไล่ขึ้นมาที่ต้นขา.. ก่อนจะวนกลับลงไปที่ข้อเท้าอีกครั้ง ทุกอย่างวนเวียนอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งเธอรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในที่สุด"อื้อ..." อ้อมขวัญครางเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะลืมตาขึ้นอย่างงัวเงียเธอกะพริบตาอยู่สองสามครั้งเพื่อปรับสายตาแล้วก็ต้องชะงัก เพราะเห็นจอมทัพกำลังนั่งอยู่ปลายเตียงชายหนุ่มสวมเพียงเสื้อยืดสีเข้มกับกางเกงนอนธรรมดา มือทั้งสองกำลังนวดน่องของเธออย่างเบามือ สีหน้าตั้งใจราวกับกำลังทำงานสำคัญอยู่อ้อมขวัญรีบดันตัวลุกขึ้นนั่งทันที"จอมทัพ...""ตื่นแล้วเหรอครับ" จอมทัพเงยหน้าขึ้นมองภรรยาทันที"คุณทำอะไรคะ" เธอถามพร้อมกับหลุบสายตาลงมองขาตัวเอง ก่อนจะมองมือของเขาด้วย"นวดขาไงครับ""ฉันเห็นว่านวด" เธอหลุดหัวเราะทั้งที่ยังง่วงอยู่ เพราะตื่นขึ้นมากลางดึก "แต่ทำไม...""พี่ละเมอน่ะครับ" จอมทัพปล่อยมือจาก
#เวลาผ่านไปร้านคาเฟ่เปิดใหม่ของอ้อมขวัญ คือสถานที่ที่ถูกเลือกนัดพบระหว่างเธอและเพื่อนสนิทอย่างรินรดา เพื่อปรับทุกข์ และสารภาพบางอย่างที่ตอนนี้แม้แต่เธอเองก็ยังหาทางออกไม่ได้เลย"แกโอเคมั้ยเนี่ยอ้อม ทำไมทำหน้าแบบนั้น""ไม่รู้ดิ ไม่รู้ว่าต้องโอเคมั้ย" อ้อมขวัญตอบหน้าเศร้า คิดถึงเรื่องนั้นทีไรก็เครียดจนทำอะไรไม่ได้ทุกทีเลย"มันเรื่องอะไร ไหนลองเล่าซิ""เรื่องที่ฉันแต่งงานกับจอมทัพ...""มันก็โอเคแล้วไม่ใช่เหรอ หรือว่าทะเลาะกัน?""เปล่า ไม่ได้มีเรื่องอะไรอย่างนั้นหรอก"เธอยกมือขึ้นกุมขมับตัวเอง มันโอเคแล้วทุกอย่างจริงๆ ยกเว้นเรื่องเดียวที่โกหกมาตลอด และตอนนี้ก็ยังไม่มีใครรู้ว่ามันไม่ใช่ความจริง ถึงจอมทัพจะบอกให้เธอเลิกคิดถึงเรื่องนี้ แต่มันก็อดไม่ได้อยู่ดี"อ้อม...""ฉันทำพลาดจริงๆ นะริน"".....""เพราะความปากพล่อยของตัวเอง ดึงคนอื่นให้เข้ามาเดือดร้อนด้วย ตอนนี้ก็ยังต้องมาเจอเรื่องน่าหนักใจอีก มันเป็นเวรกรรมจริงๆ สินะ""อย่าคิดแบบนั้นสิอ้อม แกกำลังท้องนะ คิดบวกเข้าไว้"รินรดาพยายามปลอบใจเพื่อนสนิทไม่ให้คิดมาก เพราะตอนนี้เธอไม่ได้ตัวคนเดียวแล้ว ถ้าเอาแต่เครียดแบบนี้มันจะส่งผลกระทบถึงลูกได้
ณ บ้านของจอมทัพ"อึก พี่ครับ ผมไม่ไหวแล้วครับ!" จอมทัพทำท่าทางพะอืดพะอมเหมือนจะอ้วก คนตัวโตวิ่งเข้าห้องน้ำทันทีพร้อมกับเอามือปิดปากแน่น"ไหวมั้ยคุณ" อ้อมขวัญตามหลังมาติดๆ มือบางลูบหลังสามีเบาๆ ด้วยความเป็นห่วง นับวันอาการแพ้ท้องของเขาก็หนักขึ้น จากที่ตอนแรกแค่เบื่ออาหาร ตอนนี้ทั้งอาเจียน ทั้งกินอะไรไม่ได้ เหม็นไปหมดเลย"ไหว ไหวครับ อืม..." จอมทัพทิ้งตัวนั่งลงบนพื้นอย่างหมดแรง"ไปนั่งข้างในดีกว่านะ เดี๋ยวหายาดมให้""ครับ"เธอประคองสามีที่ตัวโตกว่ามากให้กลับมานั่งในห้องนอน ก่อนจะรีบหายาดมมาให้กับเขา"โอเคมั้ยคุณ""โอเคครับ โอเคมาก"เขายิ้มตอบรับคำพูดของตัวเอง ทั้งๆ ที่อาการของเขาดูด้วยตาเปล่าก็รู้ว่ามันไม่โอเคเอาซะเลย จะมาพูดว่าโอเคมากๆ ได้ยังไงกันก๊อก ก๊อก ก๊อก ~เสียงเคาะประตูที่ด้านนอก ก่อนที่จะมีคนเข้ามา ซึ่งก็เป็นแม่บ้านนั่นเอง"คุณจอม คุณอ้อมคะ มีของมาส่งค่ะ""คะ ของอะไรคะ?""ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ พวกเขากำลังขนของลงให้ค่ะ จะให้ขนไปไว้ที่ไหนคะ""เดี๋ยวฉันลงไปดูค่ะ""ผมลงไปด้วยครับ"จอมทัพรีบเสนอตัวขึ้นมาทันที ก่อนที่เธอและเขาจะลงไปที่ด้านล่างด้วยกัน ซึ่งตอนนี้ของที่ว่ากำลังถูกขนลงมา
#โรงพยาบาลเอกชน ...ห้องพักพิเศษ จอมทัพตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการงัวเงียหลังตื่นนอน กลิ่นยาคลุ้งภายในห้องทำให้เขาค่อยๆ ฝืนตัวเองให้ลืมตาขึ้นมอง “พี่ครับ” เสียงแหบแห้งดังขึ้นอย่างแผ่วเบา อ้อมขวัญที่กำลังจัดเตรียมอะไรต่อมิอะไรอยู่ภายในห้องอย่างเงียบๆ ก็หันไปมองด้วยความตกใจ “คุณ! ฟื้นแล้วหรอ?” “ผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงครับ” “เรื่องนั้นเดี๋ยวค่อยคุย ให้หมอตรวจอาการก่อนนะ” อ้อมขวัญพูดก่อนจะกดปุ่มสีแดงตรงหัวเตียง แล้วบอกกับพยาบาลเวรว่าสามีของเธอนั้นฟื้นขึ้นมาแล้ว “เป็นยังไงบ้าง ยังเวียนหัวอยู่ไหม”“อืม ครับ”แกร๊ก ~ ไม่ถึง 5 นาทีคุณหมอและพยาบาลก็พากันเดินกรูเข้ามาภายในห้องพัก เตียงผู้ป่วยของจอมทัพค่อยๆ ปรับระดับขึ้นโดยอัตโนมัติ เพื่อให้เขาไม่ต้องรู้สึกเวียนหัวมาก “ร่างกายอ่อนแอเพราะพักผ่อนน้อยนะครับ หมอให้น้ำเกลือแล้ว อาการน่าจะค่อยๆ ดีขึ้นครับ ต่อไปก็ดูแลตัวเองให้ดีกว่านี้อีกนิดนะครับ”“ผมแค่พักผ่อนน้อยเหรอครับ?”“ครับ”“ผมนึกว่า จะเป็นอะไรไปมากกว่านั้นซะอีก”“ไม่มีอะไรอันตรายน่ากลัวครับ หมอตรวจอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว ไม่ต้องกังวลไปนะครับ ไม่มีอะไรร้ายแรงอย่างแน่นอน” ไม่ใช่แค่คนรอบตัว







