Share

สุดสายทางรัก...พักใจไว้ที่เธอ
สุดสายทางรัก...พักใจไว้ที่เธอ
Penulis: เสี่ยวเชวี่ย

บทที่ 1

Penulis: เสี่ยวเชวี่ย
อาศัยความที่มีเรือนร่างและพละกำลังสมบูรณ์พร้อม เขามักจะตามพัวพันคลอเคลียทำเรื่องอย่างว่ากับเธอไปเสียทุกที่

เจียงซูถงแค่ไปเข้าห้องน้ำแป๊บเดียว เขาก็เข้ามารั้งเอวบางแล้วดันเธอชิดอ่างล้างหน้าอีกจนได้

หลายปีมานี้ เธออยู่เคียงข้างต้วนจือสวี่และสร้างความทรงจำร่วมกันในหลาย ๆ ที่ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังตามเรี่ยวแรงอันเหลือล้นของเขาไม่ทันอยู่ดี

ในที่สุดเธอก็เข้าใจแล้วว่าไอ้คำว่าเด็กกว่าแล้วแรงดี ลูกเล่นเยอะ มันเป็นยังไง

ต้วนจือสวี่หรี่ตาลงเล็กน้อย ฝ่ามือหนากอบกุมเอวบางของเธอพลางลูบไล้ไปมาไม่หยุด

“ต่อไปนี้พี่ห้ามให้ผู้ชายคนอื่นแตะต้องนะ ต้องเป็นผมคนเดียวเท่านั้น”

เจียงซูถงรู้ดีว่าเขาเป็นพวกหวงของมาแต่ไหนแต่ไร เธอส่งยิ้มพร้อมกับประทับจูบลงไป “นายก็รู้นี่ ว่าฉันเป็นของนายคนเดียว”

หลังจากผ่านบทรักไปหลายยก ในที่สุดต้วนจือสวี่ก็อิ่มเอมและพอใจเสียที

เขาจัดการคาดเข็มขัดที่หลุดลุ่ยให้เข้าที่ แล้วกลับมามีท่าทีอิสระไร้กฎเกณฑ์ตามสไตล์ของเขาอีกครั้ง

เมื่อเห็นว่าเขาทำท่าเหมือนจะกลับ เจียงซูถงก็รีบคว้ามือเขาเอาไว้

“ปีหน้าฉันก็จะสามสิบแล้วนะ ที่บ้านก็เอาแต่เร่งรัดเรื่องแต่งงาน ฉันรู้ว่านายไม่อยากเปิดตัว ก็เลยไม่ได้บอกพวกเขาว่าฉันมีแฟนแล้ว ตอนนี้พวกเขาเลยติดต่อหาคู่ดูตัวมาให้ฉันตั้งหลายคน นายคิดยังไงบ้าง?”

ฝีเท้าของต้วนจือสวี่ชะงักไปเล็กน้อย เขาหันกลับมาประทับจูบแผ่วเบาที่มุมปากของเธอ แล้วเอ่ยปลอบโยนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “พี่ครับ รออีกหน่อยนะ ผมกำลังเตรียมตัวขอแต่งงานอยู่”

ความกังวลที่ค้างคาใจเจียงซูถงมาตลอดมลายหายไปในที่สุด

เธอมองตามแผ่นหลังของเขาที่เดินลับหายไปสุดทางเดิน จากนั้นจึงหยิบเสื้อผ้าที่หล่นเกลื่อนกลาดบนพื้นขึ้นมาสวมใส่ให้เรียบร้อย แล้วหยิบกระเป๋าเดินกลับไปยังห้องวีไอพีเพื่อเข้าร่วมปาร์ตี้ที่ยังไม่จบลง

ทว่าพอเดินมาถึงหน้าประตู เธอกลับได้ยินเสียงหัวเราะครื้นเครงดังเล็ดลอดออกมาจากข้างใน

“จือสวี่ ร้ายไม่เบานี่ เสียงดังจนพวกฉันได้ยินกันหมด พี่สาวคนนี้เด็ดจริง แค่ได้ยินเสียงครางก็ทำเอาพวกฉันสยิวไปทั้งตัวแล้ว!”

“รูปร่างหน้าตาแถมเอวเอสแบบเจียงซูถง ลองได้ชิมแล้วจะไม่ให้ติดใจได้ยังไงล่ะ? พวกหนุ่ม ๆ ในแวดวงเราจ้องเธอจนตาเป็นมัน แต่เธอกลับไม่เคยชายตามองใคร มีก็แต่จือสวี่ของพวกเรานี่แหละที่เสน่ห์แรงจนคว้าแม่นางฟ้ามาครองได้ แต่ว่าคบกันมาตั้งหลายปีแล้ว เก็บเกี่ยวประสบการณ์มาน่าจะพอแล้วมั้ง”

ประสบการณ์งั้นเหรอ?

ประสบการณ์อะไรกัน?

เจียงซูถงรู้สึกชาวาบไปทั้งตัว เธอไม่เข้าใจบทสนทนาในห้องนั้นเลยสักนิด

ดูเหมือนว่าจะมีคนข้างในที่ไม่รู้ตื้นลึกหนาบางของเรื่องนี้ จึงเอ่ยปากถามขึ้นมาเหมือนกัน

“จะประสบการณ์อะไรอีกล่ะ ก็จือสวี่แอบชอบรุ่นน้องสมัยมัธยมปลายไง พวกเราก็คอยยุให้เขาไปจีบ ด้วยหน้าตาหล่อ ๆ แบบเขา ผู้หญิงที่ไหนจะไม่หลงบ้าง แต่ปัญหาคือเขาทะนุถนอมน้องเขาซะยิ่งกว่าอะไรดี เอาแต่บอกว่าตัวเองไม่มีประสบการณ์จีบหญิง ไม่เคยมีความรัก แล้วก็ไม่เคยมีประสบการณ์บนเตียง เขาอยากจะมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับน้องคนนั้น หลายปีมานี้เลยต้องหาคนมาคบไว้ซ้อมมือแก้ขัดไปก่อนยังไงล่ะ”

“ตอนนี้รุ่นน้องคนนั้นก็กำลังจะบินกลับประเทศแล้ว จือสวี่ นายฝึกซ้อมมาตั้งหลายปี ถึงเวลาเลิกกับเจียงซูถงได้แล้วมั้ง แล้วทำไมเมื่อกี้ถึงยังไปมีอะไรกันอีกล่ะ หรือว่านายจะหวั่นไหวแล้วจริง ๆ?”

ท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยของทุกคน ต้วนจือสวี่ก็วางแก้วเหล้าในมือลงด้วยท่าทีเกียจคร้าน

“หวั่นไหว? นายจะหวั่นไหวกับของเล่นที่มีไว้แค่ฝึกซ้อมรึไง?”

น้ำเสียงที่แสนจะเย็นชาและไม่ยี่หระของเขา เปรียบเสมือนมีดแหลมคมที่กรีดลึกลงกลางใจของเจียงซูถง

วินาทีนั้น เลือดในกายของเธอแทบจะจับตัวเป็นน้ำแข็ง

ความเจ็บปวดรวดร้าวแผ่ซ่านไปทั่วทั้งอก จนเธอแทบจะยืนทรงตัวเอาไว้ไม่อยู่

ทว่ายังไม่ทันที่เธอจะได้จมอยู่กับความเสียใจ คนข้างในก็หัวเราะร่าและทำท่าว่าจะเดินออกมา เธอสะดุ้งสุดตัวด้วยความกลัวว่าใครจะมาเห็นเข้า จึงรีบใช้มือพยุงกำแพงแล้วเดินโซซัดโซเซหนีออกไปอย่างรวดเร็ว

อายุจะสามสิบอยู่แล้ว ยังมานั่งร้องไห้อีก พูดไปก็น่าอับอายขายหน้า

แต่ในเวลานี้ เธอกลับกำลังเดินตากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักไปอย่างไร้จุดหมาย ท่ามกลางความคิดที่ตีกันวุ่นวายอยู่เต็มหัว

เจียงซูถงเจอกับต้วนจือสวี่ครั้งแรกตอนที่เธอเรียนอยู่ปีหนึ่ง

เธอสอบติดมหาวิทยาลัยในเมืองเป่ยเฉิง และได้รู้จักกับต้วนจือเหยียน ซึ่งกลายมาเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของเธอในช่วงชีวิตมหาวิทยาลัย

ด้วยความที่เธอชอบไปขลุกอยู่ที่บ้านของจือเหยียนอยู่เสมอ ไป ๆ มา ๆ เธอก็เลยได้รู้จักกับต้วนจือสวี่น้องชายของเพื่อนสนิท

ความประทับใจแรกที่เธอมีต่อเขาก็คือหล่อ เป็นผู้ชายที่หล่อจนน่าตกตะลึง

แต่นอกจากเรื่องหน้าตา เธอก็ไม่ได้คิดอะไรกับเขาเกินเลยไปกว่านั้น ท้ายที่สุดแล้วเธอก็อายุมากกว่าเขาตั้งสี่ปี แถมเขายังเป็นน้องชายของเพื่อนสนิท เธอจึงมองเขาเป็นแค่น้องชายคนหนึ่งมาโดยตลอด

หลังจากเรียนจบเธอไม่ได้กลับบ้านเกิด เพื่อที่จะได้หลุดพ้นจากการอุปถัมภ์ของครอบครัว และอยากพิสูจน์ตัวเองว่าจะสามารถยืนด้วยลำแข้งของตัวเองได้หรือไม่ เธอจึงตัดสินใจหางานทำในเป่ยเฉิง

ด้วยความที่เป็นคนหน้าตาดี เธอจึงมักจะตกเป็นเป้าสายตาของผู้ชายหลากหลายรูปแบบอยู่เสมอ มีงานเลี้ยงครั้งหนึ่งเธอพลาดท่าโดนวางยา จึงต้องหนีเข้าไปหลบในโรงแรม เดิมทีเธอตั้งใจจะโทรเรียกให้ต้วนจือเหยียนมารับ แต่กลับกดเบอร์ผิดกลายเป็นโทรหาต้วนจือสวี่แทน

เมื่อต้วนจือสวี่มาถึง เธอพยายามจะบอกให้เขาช่วยเรียกหมอให้ แต่เขากลับเอาแต่จ้องมองเธอด้วยสายตาหยาดเยิ้มคู่นั้น แล้วจัดการถอดเสื้อยืดของตัวเองออก

คืนนั้น เด็กหนุ่มที่เพิ่งจะบรรลุนิติภาวะมาหมาด ๆ จึงได้กลายมาเป็นยาถอนพิษให้กับเธอ

เช้าวันรุ่งขึ้น ใบหน้าของเธอแดงซ่านจนแทบเค้นเลือดออกมาได้ ซึ่งนั่นไม่ได้เกิดจากความเขินอาย แต่เป็นความรู้สึกผิด

เธอรีบเก็บข้าวของเตรียมจะหนีไปจากตรงนั้น โดยกะว่าจะทำตัวเนียน ๆ เหมือนกับว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น แต่กลับถูกเด็กหนุ่มสวมกอดจากด้านหลังพร้อมกับประทับจูบแผ่วเบา “พี่ครับ ได้ผมแล้วคิดจะชิ่งหนี ไม่ยอมรับผิดชอบงั้นเหรอ?”

หลังจากนั้น เธอพยายามหาทางหลบหน้าเขาสารพัด แต่เขากลับรุกจีบเธออย่างหนักหน่วงไม่ยอมแพ้

และในที่สุด เขาก็คว้าหัวใจเธอไปครองได้สำเร็จ เราสองคนคบหาดูใจกันโดยปิดบังไม่ให้ใครรู้

ตลอดระยะเวลาห้าปีที่ผ่านมา ทั้งสองคนเข้ากันได้ดีทั้งร่างกายและจิตใจ ความรักที่มีให้กันยังคงหวานชื่นเหมือนวันแรกที่คบกัน

เจียงซูถงคิดมาตลอดว่าความรักของทั้งคู่จะได้ลงเอยกันอย่างมีความสุข และเฝ้ารอให้เขามาขอแต่งงานอยู่เสมอ

แต่ต้วนจือสวี่ก็ไม่มีท่าทีจะทำอะไรเลยสักนิด

จนกระทั่งเธอถูกทางบ้านกดดันอย่างหนักจนหาทางออกไม่ได้ จึงได้ลองหยั่งเชิงถามเขาดู

แต่ใครจะไปคิด ว่าที่แท้เขาก็ไม่เคยคิดที่จะใช้ชีวิตคู่ร่วมกับเธอเลย

เขามีคนที่ชอบอยู่แล้ว และเธอก็เป็นเพียงแค่เครื่องมือฝึกซ้อมของเขามาตั้งแต่ต้นจนจบ!

เธอเดินเหม่อลอยกลับมาจนถึงห้อง ก่อนจะนั่งขดตัวอยู่ตรงมุมมืด กอดร่างกายที่เย็นเฉียบของตัวเองเอาไว้ด้วยความเลื่อนลอย

เวลาผ่านไปนานแค่ไหนก็ไม่รู้ จู่ ๆ เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ทำลายความเงียบงันภายในห้อง

เธอคลำหาโทรศัพท์มือถือแล้วกดรับสาย จากนั้นก็ได้ยินน้ำเสียงจริงจังของพ่อแม่ดังลอดมา

“อาถง นี่ก็ผ่านไปครึ่งเดือนแล้วนะ เรื่องดูตัวแต่งงาน ลูกคิดดีแล้วหรือยัง?”

เจียงซูถงมองรูปถ่ายคู่ฉลองครบรอบห้าปีระหว่างเธอกับต้วนจือสวี่ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ

“หนูคิดดีแล้วค่ะ หนูตกลงจะแต่งงาน”

นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป เธอจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ของตัวเอง ส่วนต้วนจือสวี่ก็ปล่อยให้เขาไปตามจีบรักแรกของเขาเถอะ

เส้นทางชีวิตของพวกเขาสองคน จะไม่มีวันโคจรมาบรรจบกันอีกต่อไป

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สุดสายทางรัก...พักใจไว้ที่เธอ   บทที่ 22

    ต้วนจือสวี่ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ก็พบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยในโรงพยาบาล กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อฉุนเตะจมูก แสงไฟนีออนบนเพดานสว่างจ้าจนแสบตา เขาพยายามขยับตัว แต่กลับรู้สึกปวดร้าวไปทั้งร่างราวกับถูกรถทับ จนต้องสูดปากด้วยความเจ็บปวด“ตื่นแล้วเหรอ?” เสียงของต้วนจือเหยียนดังมาจากด้านข้าง แฝงไปด้วยความเย็นชาและระอาใจต้วนจือสวี่หันหน้าไปมอง เห็นต้วนจือเหยียนนั่งอยู่ข้างเตียงด้วยใบหน้าดำทะมึนจนน่ากลัว แววตาของเธอเต็มไปด้วยความโกรธจัดและผิดหวัง น้ำเสียงลอดไรฟันด้วยความโมโห “ต้วนจือสวี่ ฉันมีน้องชายแบบแกได้ยังไงกัน? แกไม่รู้หรือไงว่าตัวเองเกือบจะพิการแล้ว?! ในเมื่อฟื้นแล้วก็ไม่ต้องพักฟื้นแล้ว ไสหัวกลับเป่ยเฉิงไปเดี๋ยวนี้เลยนะ แล้วห้ามมาเหยียบที่ฮู่เฉิงอีกเป็นอันขาด!”ต้วนจือสวี่ไม่ได้สนใจคำด่าทอของเธอเลยแม้แต่น้อย เขาเพียงแค่ถามอย่างร้อนรนว่า “อาถงล่ะ? เธอได้มาเยี่ยมผมบ้างไหม?”สีหน้าของต้วนจือเหยียนยิ่งดูแย่ลงไปอีก เธออ้าปากกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ประตูห้องพักผู้ป่วยกลับถูกผลักเปิดออกเสียก่อนเจียงซูถงเดินเข้ามา ในมือยังจูงมือกู้เหยียนเอาไว้ด้วยดวงตาของต้วนจือสวี่เป็นประกายขึ้นมาทั

  • สุดสายทางรัก...พักใจไว้ที่เธอ   บทที่ 21

    ต้วนจือเหยียนมองเขาอย่างเย็นชา น้ำเสียงแฝงความเหยียดหยาม “เป็นไปไม่ได้งั้นเหรอ? ต้วนจือสวี่ แกตาสว่างได้แล้ว! อาถงตัดใจจากแกไปตั้งนานแล้ว คนที่เธอรักตอนนี้มีแค่กู้เหยียน ต่อให้แกคุกเข่าจนตายอยู่ตรงนี้ เธอก็ไม่ชายตามองแกแม้แต่แวบเดียวหรอก”ทว่าต้วนจือสวี่กลับเหมือนไม่ได้ยิน เขายังคงจับมือต้วนจือเหยียนไว้แน่น น้ำเสียงเจือความสิ้นหวัง “พี่ พี่ช่วยผมหน่อย... ผมผิดไปแล้วจริง ๆ... ผมขาดเธอไม่ได้...”ต้วนจือเหยียนโกรธจนแทบจะเป็นลม เธอสะบัดมือต้วนจือสวี่ออกอย่างแรง ตะคอกด้วยน้ำเสียงเหลืออดว่า “ต้วนจือสวี่! แกมีสติหน่อยได้ไหม! ตอนนี้แกกลับเป่ยเฉิงไปเดี๋ยวนี้เลยนะ! ถ้าแกไม่กลับ ฉันจะให้พ่อกับแม่มาจับมัดแกกลับไป!”ต้วนจือสวี่กลับเหมือนไม่ได้ยินสิ่งใด เขายังคงจ้องเขม็งไปที่ประตูทางเข้างานแต่งงาน แววตาเต็มไปด้วยความเว้าวอนต้วนจือเหยียนโกรธจนตัวสั่น ขณะที่กำลังจะหันหลังเดินจากไป กลับได้ยินเสียงฝีเท้าวิ่งอย่างเร่งรีบดังมาจากด้านหลังเธอหันกลับไปมอง ก็เห็นต้วนจือสวี่พุ่งตัวไปยังลานจอดรถของสถานที่จัดงานแต่งราวกับคนบ้าเจียงซูถงกับกู้เหยียนกำลังเตรียมตัวจะขึ้นรถ ต้วนจือสวี่ก็พุ่งพรวดไปที่หน้าต่าง

  • สุดสายทางรัก...พักใจไว้ที่เธอ   บทที่ 20

    ต้วนจือสวี่ถูกรปภ.ลากตัวออกมานอกประตูใหญ่ของสถานที่จัดงานแต่งงาน ประตูบานหนาปิดลงดัง “ปัง” ตามหลังเขา ตัดขาดความคึกคักและเสียงจอแจด้านใน เขายืนอยู่ข้างนอก ทว่าในหูราวกับยังคงได้ยินเสียงจากด้านใน…เสียงพิธีกรประกาศช่วงเวลาแลกแหวน เสียงหัวเราะโห่ร้องยินดีของแขกเหรื่อ และเสียงจุมพิตแผ่วเบาที่ดังพอจะทำให้เขาใจสลายหัวใจของเขาราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นบีบเค้นอย่างแรงจนเจ็บปวดแทบหายใจไม่ออก เขาพุ่งตัวไปที่ประตูแล้วทุบอย่างแรง พลางตะโกนด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “เปิดประตู! ขอร้องล่ะเปิดประตูเถอะ! อาถง! พี่อย่าแต่งงานกับเขานะ! ผมขอร้อง... พี่อย่าแต่งงานกับเขาเลย!”แต่คนข้างในดูเหมือนจะไม่ได้ยินเสียงของเขา หรือพูดให้ถูกคือไม่มีใครอยากสนใจเขาสักนิด งานแต่งงานยังคงดำเนินต่อไป เสียงหัวเราะ เสียงปรบมือ และเสียงอวยพร ราวกับมีดแหลมคมนับไม่ถ้วนที่ทิ่มแทงเข้าไปในหัวใจของเขาอย่างโหดเหี้ยมต้วนจือสวี่แนบหน้าผากเข้ากับบานประตูที่เย็นเฉียบ น้ำตาร่วงหล่นลงมาอย่างควบคุมไม่ได้ เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันที่ตัวเองต้องมาอ้อนวอนขอการให้อภัยจากใครสักคนอย่างน่าสมเพชเช่นนี้ก่อนมาที่นี่ เขาคิดหาวิธีไว้มากมาย ถึงขั้นคิด

  • สุดสายทางรัก...พักใจไว้ที่เธอ   บทที่ 19

    ต้วนจือสวี่ราวกับถูกฟ้าผ่า ร่างทั้งร่างแข็งทื่ออยู่กับที่ ราวกับถูกน้ำเย็นเฉียบสาดรดตั้งแต่หัวจรดเท้า ความเหน็บหนาวทำให้เขาสั่นสะท้านไปทั้งตัวสายตาของเขาจดจ้องเจียงซูถงบนเวทีเขม็ง มองเธอสวมชุดแต่งงานสีขาวบริสุทธิ์ ใบหน้าเปื้อนยิ้ม ยืนเคียงข้างผู้ชายอีกคนส่วนต้วนจือเหยียนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เธอก็สวมชุดเพื่อนเจ้าสาว มองเธอด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข ราวกับกำลังเป็นพยานในพิธีการที่แสนงดงามทั้งหมดนี้ กำลังบอกเขาอย่างชัดเจนว่า…นี่คืองานแต่งงานของเจียงซูถงในหัวของเขาขาวโพลนไปหมด หูอื้ออึง ราวกับโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงมากระทั่งเสียงพิธีกรดังขึ้นอีกครั้ง เขาถึงได้สติกลับมา“คุณเจียงซูถงครับ คุณยินดีที่จะแต่งงานกับคุณกู้เหยียนหรือไม่ ไม่ว่าจะยากดีมีจน เจ็บไข้ได้ป่วย คุณจะยังคงรัก เคารพ และอยู่เคียงข้างเขาไปจนตราบสิ้นลมหายใจหรือเปล่าครับ?”เจียงซูถงเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ทอดสายตามองกู้เหยียนอย่างอ่อนโยน ริมฝีปากประดับรอยยิ้มบาง ๆ ขณะที่เธอกำลังจะเอ่ยปาก ต้วนจือสวี่กลับพุ่งพรวดขึ้นไปบนเวทีราวกับคนบ้า ตะโกนเสียงแหบพร่าว่า “ไม่ยินดี! เธอไม่ยินดี!”แขกเหรื่อทั้งงานแตกตื่น สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่ต้ว

  • สุดสายทางรัก...พักใจไว้ที่เธอ   บทที่ 18

    ทันทีที่ส่งข้อความออกไป ในกลุ่มแชตก็แทบจะระเบิด[โอ้ จือสวี่ ในที่สุดนายก็คิดได้แล้วเหรอ? ไม่ชอบหลินฉู่ฉู่แล้วจริง ๆ เหรอ?][มันควรจะเป็นแบบนี้ตั้งนานแล้ว! ผู้หญิงอย่างหลินฉู่ฉู่ ไม่คุ้มให้เสียเวลาด้วยหรอก!][แต่ทางเจียงซูถงนี่สิ... นายทำร้ายเธอไว้เจ็บแสบขนาดนั้น เธอจะยอมยกโทษให้นายเหรอ?]ต้วนจือสวี่มองข้อความในกลุ่ม นิ้วเรียวพิมพ์ลงบนหน้าจออย่างรวดเร็ว [ฉันเลิกชอบหลินฉู่ฉู่ไปตั้งนานแล้ว ที่ผ่านมาก็แค่อาลัยอาวรณ์ไปเอง ช่วงที่อยู่กับเธอในหัวฉันมีแต่อาถง เมื่อก่อนฉันคิดไม่ได้ แต่ตอนนี้คิดได้แล้ว]ในกลุ่มเงียบไปไม่กี่วินาที ก่อนจะกลับมาครึกครื้นอีกครั้ง[ไอ้น้อง นายคิดได้ก็ดีแล้ว! ผู้หญิงอย่างหลินฉู่ฉู่ไม่คู่ควรให้นายไปทุ่มเทให้หรอก นายคงยังไม่รู้ละสิว่าพอภาพหลุดบนเตียงของเธอถูกแฉ หุ้นของตระกูลหลินก็ดิ่งฮวบจนตอนนี้ล้มละลายไปแล้ว หลินฉู่ฉู่โดนพ่อแม่ทุบตีและด่าทอทั้งวัน ได้ยินมาว่าครอบครัวพวกเขาเตรียมตัวจะย้ายออกจากเป่ยเฉิงแล้ว]ต้วนจือสวี่ขมวดคิ้ว แต่ในใจกลับไม่มีความรู้สึกหวั่นไหวใด ๆ เขาหมดความสนใจในเรื่องของหลินฉู่ฉู่ไปอย่างสิ้นเชิง ตอนนี้เขาแค่อยากหาเจียงซูถงให้พบโดยเร็วที่สุด เ

  • สุดสายทางรัก...พักใจไว้ที่เธอ   บทที่ 17

    อีกด้านหนึ่งที่ฮู่เฉิงเจียงซูถงตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อเริ่มแต่งหน้าทำผม ชุดแต่งงานที่สั่งตัดพิเศษขาวบริสุทธิ์ดุจหิมะ ขับเน้นเอวคอดกิ่วและช่วงไหล่ที่สง่างามของเธอวินาทีที่เธอสวมชุดแต่งงาน ทุกคนในห้องต่างก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง“พระเจ้าช่วย อาถง เธอสวยเกินไปแล้ว!” เหล่าเพื่อนสนิทที่รายล้อมอยู่รอบตัวอดไม่ได้ที่จะเอ่ยชมเจียงซูถงยิ้มบาง ๆ สายตาทอดมองไปในกระจกภาพของเธอในกระจกนั้นสวยงามราวกับภาพวาด มุมปากประดับด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขจาง ๆ“เจ้าบ่าวมาแล้ว!” จู่ ๆ ก็มีคนตะโกนขึ้นเจียงซูถงหันกลับไป และเห็นกู้เหยียนเดินเข้ามาเขาสวมชุดสูทสีดำที่ตัดเย็บมาอย่างประณีต รูปร่างสูงโปร่ง บุคลิกดูสง่างามและสูงส่งสายตาของเขาจับจ้องมาที่เจียงซูถง แววตาเต็มไปด้วยความตกตะลึงอย่างไม่ปิดบัง“อาถงสวยไหมคะ?” คนในห้องเอ่ยถามเขาพร้อมรอยยิ้มกู้เหยียนไม่ได้ตอบ แต่กลับเดินตรงดิ่งไปหาเจียงซูถง โน้มตัวลงประทับจูบแผ่วเบาที่ลำคอของเธอ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและอ่อนโยน “สาวน้อยของฉัน สวยที่สุดในโลกเลย”ใบหน้าของเจียงซูถงแดงระเรื่อ เธอค้อนเบา ๆ “ฉันจะสามสิบอยู่แล้ว ยังจะมาเรียกสาวน้อยอีก”กู้เหยียน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status