Mag-log in“น้ำน่านก็เป็นหลานของเธอนะแม่ภัค จะพูดอะไรก็ระวังปากหน่อย”
“ค่ะคุณแม่” ภัคจิราเก็บความไม่พอใจไว้เมื่อก่อนนี้วันนีย์ทั้งด่าทั้งว่าโสภีแต่พอมีหลานก็เริ่มอ่อนลงสุดท้ายก็ใจอ่อนยอมรับโสภีเป็นลูกสะใภ้ถึงไม่ได้สนิทกันมากแต่ก็ไม่ด่าทอพูดจากระทบกระทั่งเหมือนเมื่อก่อนและยังรักลูกของกำพลกับโสภีมากหากให้เงินลูกของเธอก็จะต้องให้ลูกของโสภีด้วย
“เธอดูบัญชีหวยเล่มนี้ให้หน่อยนะ แม่จะไปเอนหลังสักหน่อย” วันนีย์ไม่อยากมีปัญหากับลูกสะใภ้จึงเลือกไปนอนพักสายตา จะว่าไปแล้วเธอก็ผิดเองที่อคติกับโสภีและดีกับลูกสะใภ้ที่มีฐานะเหมาะสมกันพอมาถึงตอนนี้ก็ทำให้คิดได้ว่าอย่าดูคนที่ฐานะ
“ค่ะคุณแม่” ภัคจิรามองตามหลังย่าของลูกเดินไปที่ห้องพักผ่อนก่อนจะหยิบบัญชีหวยของแม่สามีมาทำให้ตามที่ท่านขอก่อนจะเห็นสามีเดินออกมาจากห้องทำงานทำท่าเหมือนจะออกไปข้างนอก “จะไปไหนคะคุณยอด”
“ผมจะไปดูหน้างานที่เขาจะให้ถมที่สร้างรีสอร์ทน่ะ คุณมีอะไรหรือเปล่า” ยอดชายถามภรรยาที่พักหลังมาจ้องจับผิดเขาทั้งที่เขาไม่ได้ทำอะไรผิดกระดิกตัวไปไหนไม่ได้
“ภัคไปด้วยคนสิคะ”
“คุณจะไปทำไมมันร้อนนะ” ยอดชายตอบภรรยาเขาขี้เกียจฟังเธอบ่น
“ที่ไม่อยากให้ภัคไปเพราะนัดใครไว้หรือเปล่าคะ”
“อยากไปก็ตามใจแล้วอย่ามาบ่นให้ผมได้ยินนะ” ในเมื่ออยากไปเขาก็ให้ไปจะได้ตัปัญหาเพราะขี้เกียจทะเลาะ
“งั้นรอเดี๋ยวนะภัคไปหยิบกระเป๋าก่อน” ภัคจิราเดินขึ้นไปหยิบกระเป๋าแล้วตามสามีไปที่รถสัญชาติยุโรปตราดาวสามแฉกที่คนขับรถติดเครื่องรอเจ้านายเพื่อไปทำงาน
กรุงเทพมหานคร
ที่มหาวิทยาลัยชื่อดังของรัฐเป็นนมหาวิทยาลัยในฝันของนักศึกษามากมายที่อยากมาเรียนแต่ไม่ง่ายเลยหากไม่เก่งจริงและหนึ่งในนั้นคือ วีรินทร์ พิชัยสงคราม หรือน้ำน่านที่สอบเข้าได้คณะสถาปัตย์ตามที่เธอต้องการและตอนนี้กำลังเรียนปีสองเทอมสองซึ่งสอบเสร็จเธอก็จะขึ้นปีสามซึ่งเรียนยากขึ้นทำให้ไม่ค่อยมีเวลาได้กลับบ้านมาเป็นเดือนแล้ว
“น่านๆเสาร์นี้แกจะกลับบ้านหรือเปล่า” ลอออร เตชะรัตนะ หรือลออถามเพื่อนรักที่สอบติดมาเรียมมหาวิทยาลัยเดียวกันแต่คนละคณะและพักอยู่ด้วยกันที่คอนโดใกล้มหาลัยเธอเป็นลูกสาวเจ้าของร้านขายเครื่องมือการเกษตรใหญ่สุดในจังหวัดพ่อแม่ของเธอเป็นเพื่อนกับพ่อแม่ของวีรินทร์และรู้จักกันมาตั้งแต่เด็กเรียนโรงเรียนเดียวกันมาตลอดจนถึงมหาลัยแต่เรียนบัญชีคนละคณะกับวีรินทร์
“ใช่จ้ะลออ แกจะกลับพร้อมน่านมั้ยจะได้ขับรถไปกันถ้าแกไม่ไปน่าจะขึ้นเครื่องบินกลับ” วิรินมองเพื่อนรักที่วิ่งกระหืดกระหอบมาหาเธอที่นั่งรอใต้ต้นจามจุรีใหญ่ซึ่งเป็นจุดนัดพบของเธอกับเพื่อนหลังเลิกเรียนจะมารอกันที่นี่ทุกวัน
“กลับสิยะ ขืนไม่กลับพร้อมแกเสี่ยกิจกับเจ้สุดาก็ตัดเบี้ยเลี้ยงลออน่ะสิ” ลอออรตอบเพื่อนเพราะพ่อกับแม่โทรมาขู่ว่าถ้าอาทิตย์นี้ลูกสาวไม่กลับบ้านจะตัดเบี้ยเลี้ยงรายเดือน
“งั้นเลิกเรียนแล้วเรากลับกันเลยดีมั้ยไปถึงดึกหน่อยไม่เป็นไร” น้ำน่านปรึกษาเพื่อนทั้งที่เธอไม่ชอบขับรถตอนกลางคืน
“ลออว่าเรากลับตอนเช้าสักตีสี่ตีห้าดีกว่ามั้ยแก กลางคืนมันอันตรายแล้วระยะทางจากพิดโลกไปบ้านเรามันเปลี่ยวมีแต่ป่าด้วย” ลอออรตอบเพื่อนหากมีผู้ชายไปด้วยก็ไม่น่ากลัวแต่ผู้หญิงสองคนไม่สมควรเดินทางตอนกลางคืน
“ก็ได้จ้ะ งั้นเรากลับห้องกันเถอะ” วีรินทร์ชวนเพื่อนกลับคอนโดแล้วตรงไปที่รถของตัวเองที่จอดอยู่ในที่จอดรถของมหาลัย
“น้ำน่าน ลออ รอด้วย” สาวร่างเล็กฉบับกระเป๋าวิ่งมาหาเพื่อนทั้งสองที่เดินเกือบจะถึงรถคันเล็กของวีรินทร์ที่สองสาวสลับกันขับมาเรียนคนละวัน
“ว่าไงจ้ะมายด์ น่านคิดว่าแกกลับไปแล้วเสียอีก” วีรินทร์หยุดรอเพื่อนแล้วถามเพื่อน
“พอดีมายด์ไม่ได้เอารถมาแต่อยากชวนแกสองคนไปกินข้าวที่ห้างน่ะ” มาริดา พัฒนธาดาหรือ มายด์ ลูกสาวคนเล็กของเจ้าสัวสันติกับระวิวันอดีตดาราสาวชื่อดังในอดีตมีพี่น้องแม่เดียวกันสามคนและเป็นคนเล็กและมีพี่ชายต่างพ่อสองคนซึ่งต่างคนต่างอยู่ไม่มีปัญหาอะไรเพราะพ่อของเธอเลิกกับภรรยาคนแรกก่อนที่จะมาแต่งงานกับแม่ของเธอ
“ไปก็ไป” วีรินทร์ตอบเพื่อนเมื่อลอออรพยักหน้า
“งั้นไปกันเลยเดี๋ยววันนี้มายด์เลี้ยงพวกแกเอง” มาริดาบอกเพื่อนทั้งสองที่สนิทกันตั้งแต่รับน้องปีหนึ่งและเธอถูกรุ่นพี่แกล้งก็ได้วีรินทร์คอยช่วยจึงสนิทกันและมารู้ทีหลังว่าเธอเป็นลูกสาวเจ้าสัวสันติมหาเศรษฐีเมืองไทย
“ไม่เอาอ่ะแก ลออว่าเราแชร์กันเหมือนเดิมนั่นแหละ” ลอออรไม่อยากให้ทุกคนเข้าใจผิดว่าพวกเธอคบกับมาริดาเพราะว่ารวยถึงบ้านเธอจะไม่รวยเท่าแต่ก็ถือว่ามีอันจะกินหรือพูดง่ายๆเขาเรียกว่าเศรษฐีบ้านนอก
“ตกลงๆ พวกแกนี่ยังไงนะทำไมไม่ให้มายด์เลี้ยงข้าวเราเป็นเพื่อนกันนะ” มาริดาต่อว่าเพื่อนเธอไม่ได้อวดรวยแต่อยากตอบแทนน้ำใจวีรินทร์กับลอออรบ้าง
“แบบนี้ดีแล้วล่ะมายด์ พวกเราเป็นเพื่อนกันและอีกอย่างเรายังขอเงินพ่อแม่ใช้กันอยู่เลยเอาไว้แกทำงานหาเงินเองได้ก่อนค่อยเลี้ยงน่านนะ” วีรินทร์ไม่อยากให้เพื่อนเข้าใจผิดและคิดว่ามาริดาเข้าใจตัวเองกับลอออร
“จ้าคุณน้ำน่านคุณลออ งั้นไปกันเถอะจ้ะ” มาริดาบอกเพื่อนทั้งสองแล้วขึ้นรถคันเล็กของวีรินทร์ไปที่ห้างสรรพสินค้าหรูกลางเมืองที่มีลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติซึ่งมีหลายสาขาทั่วประเทศซึ่งพี่ชายพี่สาวและญาติๆช่วยกันบริหาร
สามสาวไปถึงห้างหรูเกือบสิบแปดนาฬิกาเพราะรถติดแล้วตรงไปที่ร้านชาบูชื่อดังที่มีลูกค้าไม่ขาดสายซึ่งหนุ่มสาวนิยมมากินกันเป็นกลุ่มหรือไม่ก็มาเป็นครอบครัวคิดเป็นหัวๆสี่ร้อยเก้าสิเก้าและมีเวลากินหนึ่งชั่วโมง
“คนเยอะเนาะแก” ลอออรมองคนรอคิวกินชาบูแล้วคอตกกว่าจะถึงคิวพวกเธอก็คงหิวโซแน่นอน
“นั่นสิลออ น่านว่าไงหรือว่าเราไปกินอย่างอื่นก็ได้นะ” มาริดาพูดกับเพื่อนเพราะต้องรอถึงหกคิวกว่าจะถึงพวกเธอ
“งั้นเราไปกินที่ฟู้ดคอร์ทกันมั้ย”
“ไม่มีปัญหา”
“ได้สิ”
มาริดากับลอออรเห็นด้วยกับน้ำน่านแล้วทั้งสามก็เดินขึ้นบันไดเลื่อนไปชั้นสามที่เป็นศูนย์อาหารเพื่อกินอาหารเย็น
“น้องมายด์..” เสียงห้าวเรียกมาริดาทำให้สามสาวหันไปมองหนุ่มหล่อใส่สูทผูกไทมีลูกน้องเดินตามเกือบสิบคน
“เฮียเบส” มาริดายิ้มให้พี่ชายที่เดินมาหาเธอ
“มาทำอะไรที่นี่เลิกเรียนนานแล้วทำไมไม่กลับบ้าน” มานิตหรือเฮียเบสพี่ชายวัย30ปีของมาริดาเดินตรวจงานตามร้านค้าเช่าว่ามีตรงจุดไหนต้องเปลี่ยนแปลงหรือทำให้น่าสนใจดึงดูดลูกค้าเพราะเศรษฐกิจช่วงนี้กำลังย่ำแย่ทำให้ร้านค้าเช่าได้รับความเดือดร้อนจึงหาทางช่วยเหลือ
“พอดีมายด์นัดเพื่อนมากินข้าวและจะมาอาศัยรถคนแถวนี้กลับบ้านด้วยค่ะ” มาริดาตอบพี่ชายแล้วยิ้มประจบวันนี้เธอตื่นสายจึงติดรถแม่ไปมหาวิทยาลัย
“จะไม่แนะนำเพื่อนให้พี่รู้จักหรือไง” มานิตท้วงน้องสาวมองเพื่อนทั้งสองหน้าตาสวยน่ารักไปคนละแบบคนหนึ่งสูงประมาณร้อยเจ็ดสิบกว่าเล็กน้อยร่างเพรียวหุ่นนางแบบผมยาวใบหน้าเรียวจมูกโด่งริมฝีปากอวบอิ่มผิวีน้ำผึ้งนวลเนียนอกเอวสะโพกซ่อนในชุดนักศึกษาแต่ก็โดดเด่นเห็นได้ชัดอีกคนก็เตี้ยกว่าเล็กน้อยน่าจะสูงร้อยหกสิบเพราะสูงกว่าน้องสาวของเขานิดหน่อยผิวขาวผมม้าเหมือนเด็กมัธยมใบหน้าจิ้มลิ้มปากนิดจมูกหน่อยรูปร่างผอมเพรียวเหมือนน้องสาวของเขา
“อ่อ,มายด์ลืมไปเลยค่ะนึกว่าเฮียเบสรีบ นี่ลออกับน้ำน่านเพื่อนรักของมายด์แล้วนี่เฮียเบสพี่ชายของมายด์จ้ะ” มาริดาแนะนำพี่ชายให้รู้จักเพื่อนทั้งสองของเธอ
“ขามากับขากลับต่างกันลิบลับเลยนะครับพี่เจ็ท” นักร้องหนุ่มหล่อมองไปทางกระจกหลังที่น้องโจ น้องจ้าวน้องมอสนอนหลับมีเมฆากับคนสนิทของเขานั่งด้วย“เด็กๆก็เป็นแบบนี้แหละ กินนอนเล่นเที่ยวเอาไว้นายมีลูกเมื่อไหร่ก็จะรู้เองแหละ” พรรษชลตอบนักร้องหนุ่มที่เฝ้ามองน้องสาวคนเล็กของตระกูลมาตั้งแต่งานแต่งงานของยุวันดากับพัทธณเดชแต่ไปไม่ถึงไหนเพราะนักร้องหนุ่มเนื้อหอมเกินไป“คงอีกนานครับ” โป้งพูดเนือยๆมองตรงถนนเพราะความไม่รู้จักพอของเขาทำให้เสียโอกาสเมื่อเจอคนที่ใช่“เอาน่าคนเรามันก็ต้องมีผิดพลาดกันบ้างอยู่ที่นายจะแก้ไขยังไงก็เห็นนายเทมส์เป็นตัวอย่างแล้วนี่นา พี่เอาใจช่วย” พรรษชลพูดอย่างเข้าใจเพราะเขาผ่านมาก่อนกว่าภรรยาจะเชื่อใจและไว้ใจก็ใช้เวลหลายปีละมันคุ้มค่ามากกับเวลาที่รอคอย“ขอบคุณครับพี่เจ็ท” โป้งขอบคุณพ่อลูกสามที่ประวัติในอดียาวเป็นหางว่าว“นายต้องเชื่อคนมีประสบการณ์มาก่อนนะโป้ง หึๆๆ..” เมฆาพูดแล้วหัวเราะในลำคออย่างขำๆ“เอ่อ ไอ้พ่อคนดี ใครจะเหมือนแกล่ะเห็นเงียบแม่งฟาดเรียบ ดีนะที่ยัยจุ๊บไม่รู้ไม่งั้นแกแย่แน่ๆ” พรรษชลว่าน้องเขยอย่างหมั่นไส้ที่วางตัวดีมาตลอดไม่เหมือนเขากับน้องชายรถออฟโรดขับตามกันก
“พ่อว่าเราค่อยเล่นกันตอนเย็นดีมั้ยครับ เดี๋ยวลูกๆอาบน้ำแต่งตัวเสร็จและกินข้าวเช้ากันแล้วพ่อจะพาไปเที่ยวดูพี่เสือพี่สิงโตที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียวดีมั้ยครับ” นวพรรษบอกลูกๆ“โอเคค่า/ ดีคร้าบ/ค้าบ..” เด็กๆต่างก็เห็นด้วยเพราะยังไงก็ได้เล่นน้ำทะเลแต่ไปดูพี่เสือพี่สิงโตก่อนดีกว่าส่วนคนเล็กสุดได้ยินพี่ชายทั้งสองก็คร้าบก็พูดตามเอาพ่อจุลปวดหัวจิ้ดเลยทีเดียว“พี่น้ำยมพี่น้ำวังเป็นผู้ชายต้องพูดครับ น้องน้ำเจ้าพระยาเป็นผู้หญิงต้องพูดว่า ค่ะ” คนเป็นพ่อสอนลูกสาวคนเล็กที่ชอบเลียนแบบพี่สาวพี่ชายพูดและจะพูดแต่คำท้าย“ค่า”“ดีมากลูกรัก งั้นเราไปอาบน้ำกันดีมั้ย” ถึงจะนอนดึกดื่นแค่ไหนหากเป็นเรื่องของลูกๆคุณพ่อลูกดกก็ดูแลลูกๆได้เป็นอย่างดี“ค่ะพ่อจุล/ครับพ่อจุล/ จูง..”“ฮ่าๆๆ/คิกกๆๆ..” นวพรรษกับลูกๆหัวเราะพร้อมกันเมื่อคนเล็กสุดพูดตามพี่ๆและพูดไม่ชัด“บ้านนี้เสียงดังอะไรกัน” เมฆาอุ้มน้องจิ๋วเดินมาหน้าเต็นท์แล้วน้องโจกับน้องจ้าวก็ช่วยกันเปิดเต็นท์มองลุงจุลกับพี่น้องที่หัวเราะกันเสียงดัง“พวกเราขำน้องน้ำเจ้าพระยาค่ะคุณอาเมฆ น้องโจ น้องจ้าวเดี๋ยวพวกเราจะไปเที่ยวสวนสัตว์ค่ะ” น้องน้ำฟ้าบอกน้องๆทั้งสอง“จริงเหรอค่
“หมดแรงกันเลยเหรอครับพี่” นักร้องหนุ่มถามรุ่นพี่ทั้งหลายขำๆ“นานๆได้วิ่งขนาดนี้ทำเอาขาอ่อนไปเหมือนกันแหละ” นวพรรษตอบหนุ่มรุ่นน้องที่แสดงออกว่าชอบน้องสาวของเขาแต่ดันมีข่าวรักสามเส้ากับดารานักร้องสาวแบบนี้ใครจะไปอยากได้มาเป็นน้องเขยล่ะ“แกถนัดแต่ออกกำลังกายในร่มน่ะสิ” พีรวัสล้อเพื่อนด้วยความหมั่นไส้ก็เพราะเล่นแต่กีฬาในร่มถึงทำให้มีลูกดกกว่าใคร“หรือแกไม่ชอบวะ”“แกก็ถามมาได้ใครจะไม่ชอบล่ะ เป็นกิจกรรมโปรดของฉันเลยเพื่อน” พีรวัสตอบทันควันเขาคิดว่าผู้ชายทุกคนต้องชอบเหมือนกันหมด“นึกว่าแกจะปฏิเสธ” จิรายุพูดขึ้นเพราะเขาก็ชอบออกกำลังกายในร่มมากกว่ากลางแจ้งแบบนี้“พี่มิ้งล่ะครับ ชอบกีฬาแบบไหน” ภาสกรถามเพื่อนพี่ชายแล้วยิ้มเขาไม่ได้มองว่าเมทิราเป้นผู้หญิงเพราะหน้าตาท่าทางร่างกายของเธอเหมือผู้ชายเจ้าสำอางมากกว่าแล้วหล่อกว่าพระเอกดังที่นั่งข้างเขาอีก“พี่ได้หมดทั้งกีฬาในร่มและกลางแจ้งมันก็ท้าทายตื่นเต้นดี” เมทิรพูดแล้วยกยิ้มมุมปาก“พูดได้ดีมาไอ้แมน สมกับเป็นคาสโนว่าตัวพ่อเลยเพื่อน” พีรวัสชมเพื่อนกึ่งหมั่นไส้และต้องยอมรับว่าเมทิรานั้นเนื้อหอมกับเพศเดียวกันและขึ้นชื่อว่าเจ้าชู้มีสาวๆมากมายสุดท้ายก็มี
“ขอบใจมานะนายใบ” เตชทัชขอบใจนายใบคนดูแลบ้านที่อยู่มานานตั้งแต่รุ่นพ่อจนมารุ่นลูกก็ยังอยู่ช่วยดูแลบ้านเป็นอย่างดี“พ่อจะไปดูหลังบ้านสักหน่อย” ปู่มิตรบอกลูกหลานแล้วเดินไปพร้อมกับวิเชียรและทุกคนก็เดินตามไปด้วย“เด็กสนุกกันใหญ่เลยนะคะคุณพ่อดูสิ” เยาวเรศพูดกับพ่อแล้วนั่งลงบนพื้นหญ้าข้างพ่อที่นั่งบนม้านั่งอัลลอยด์สีขาว“พวกลูกตอนเด็กๆก็แบบนี้แหละเล่นน้ำกันไม่ยอมขึ้นจนแม่ของพวกลูกต้องขู่ว่าถ้าไม่ฟังจะไม่พามาเที่ยวทะเลอีกนั่นแหละถึงได้ยอมขึ้นจากน้ำ” ปูมิตรพูดถึงความหลังยิ้มๆ“ใช่ค่ะคุณพ่อ ตองจำได้ตนนั้นเราไปปราณฯกันแล้วเล่นน้ำจนตองไม่สบายถูกคุณแม่ทำโทษไม่พามาเที่ยวทะเลกันเป็นปีเลยค่ะ” อภิสรก็จำได้ว่าตอนนั้นเธอน่าจะหกเจ็ดขวบได้“เห็นหลานๆแล้วพวกเราก็แก่กันเยอะเลยเนาะพี่เยาว์” เตชทัชพูดอย่างขำๆในอ้อมแขนมีน้องมดที่ชี้มือชี้ไม้ไปหาพี่ๆ“อายุเป็นเพียงแค่ตัวเลขจะไปสนใจทำไมจริงมั้ยเดียร์ ตอง” เยาวเรศตอบน้องชายแล้วหันไปพูดกับน้องสะใภ้“แน่นอนค่ะพี่เยาว์” ปิยมาศตอบพี่สาวของสามีแล้วยิ้มๆ“งั้นเราไปหาพี่ๆดีกว่านะลูก” เตชทัชบอกน้องมดแล้วพาหลานสาวเดินลงไปดูหลานๆเพราะลูกชายลูกสะใภ้ลูกเขยช่วยกันขนของเข้าบ้า
“งั้นนอนรอพี่จุลเลยครับลูก” นวพรรษลุกขึ้นเดินไปเลือกหนังสือนิทานเรื่องราชสีห์กับหนูแล้วกลับมาที่เตียงมีลูกๆทั้งสี่และภรรยานอนรอฟังเขาเล่านิทานให้ฟังเสียงห้าวดังกังวานดุดันเป็นราชสีห์แล้วเปลี่ยนเสียงสองเป็นหนูน้อยควบคุมระดับเสียงสูงเสียงต่ำเพื่อเรียกร้องให้ลูกๆสนใจผ่านไปไม่ถึงครึ่งเรื่องสองแฝดและน้องชายทั้งสองก็ตาหรี่ปรือฝืนตัวเองเพื่อจะฟังนิทานให้จบแต่ทนความง่วงไม่ไหวก็หลับไปตามๆกันรวมถึงแม่ของลูกที่หลับไปก่อนลูกๆทั้งสี่“ฝันดีครับลูกหมูน้อยของพ่อจุล” นวพรรษก้มลงหอมแก้มลูกๆทุกคนก่อนจะจูบกลีบปากอิ่มแม่ของลูกเบาๆ“ฮืม..ลูกหลับแล้วเหรอคะ” วีรินทร์งัวเงียมองสามีและลูกที่นอนกลางเตียงส่วนเธอกับสามีต้องนอนประกบไว้ทั้งสองฝั่ง“เรียบร้อยแล้วครับที่รัก”“ฝันดีค่ะพี่จุล ฮืมม..” วีรินทร์บอกฝันดีสามีเบาๆแล้วถูกปิดกลีบปากอิ่มอย่างอ่อนหวานกระหวัดปลายลิ้นหยอกเย้าลิ้นนุ่มอย่างดูดดื่มก่อนจะถอนออกไม่งั้นได้อุ้มแม่ของลูกไปบอกรักแน่“หืมม...ฝันดีครับที่รัก” นวพรรษถอนจูบออกมองสบตากับภรรยาด้วยความรักสุดหัวใจก่อนจะไปนอนฝั่งของตัวเองมองดูผลผลิตฝีมือของตัวเองอย่างภูมิใจไม่คิดว่าตัวเองจะทำได้ต้องขอบคุณพิมลภัสท
“ใครคิดกันเนี่ยไม่ได้ค่ะ เยาว์ต้องตบรางวัลหลานๆหน่อยแล้วค่ะ” เยาวเรศพูดขึ้นเพราะหลานๆน่ารักกันเหลือเกิน“จริงค่ะพี่เยาว์ ตองร่วมด้วยค่ะ”“แล้วจะขาดผมได้ยังไงครับ” เตชทัชพูดขึ้นแล้วทั้งสามพี่น้องภัทรกิจโภคินก็ตรงไปหน้าเวทีหยิบดอกกุหลาบที่ประดับเป็นพุ่มสวยงามคนละสีเพื่อเด็กๆจะได้ไปรับรางวัลถูกเมื่อเพลงจบก็ได้รับเสียงปรบมือดังลั่นทำให้เด็กๆยิ้มชอบใจก่อนจะไปรับดอกไม้จากคุณปู่คุณย่าที่นำมามอบให้เป็นรางวัล“สวัสดีครับทุกท่าน ผมขอพูดอะไรกับหลานๆสักเล็กน้อยก่อนที่เราจะได้รับชมมินิคอนเสิร์ตของคุณโป้ง หลานๆของปู่ฟังทางนี้ลูก ดอกกุหลาบที่พวกหนูได้รับวันนี้เป็นรางวัลที่ปู่ย่าทุกคนมอบให้พรุ่งนี้เอาไปรับรางวัลดอกละหนึ่งหมื่นบาทที่ปู่ๆย่าๆนะลูก สีแดงไปรับที่ปู่กับคุณย่าเดียร์ สีเหลืองไปรับที่คุณย่าเยาว์กับคุณปู่ไก่ สีขาวไปรับรางวัลที่คุณย่าตองกับคุณปู่เซ็นต์เก็บไว้ให้ดีนะลูก” เตชทัชพูดจบเสียงปรมมือดังขึ้นแล้วญาติๆแขกบางคนก็มอบรางวัลเล็กๆน้อยๆให้เด็กๆเป็นที่สนุกสนานเมื่อเตชทัชและเด็กๆลงจากเวทีก็เป็นหน้าที่ของนักร้องหนุ่มกับเพื่อนที่ร้องเพลงให้ทุกคนได้ขยับแข้งขยับขากันอย่าสนุกส่วนเด็ๆก็หอบดอกกุหลาบข
“ยังไม่เสร็จอีกหรอครับ” เสียงห้าวถามแม่ของลูกเบาๆสองมือโอบกอดร่างเล็กจากด้านหลังซุกจมูกลงซอกคอหอมกรุ่นเบาๆ“ปะ ไปงานเลี้ยงเป็นยังไงบ้างคะ” วีรินทร์ปิดตู้เย็นที่เธอย้ายนมออกมาแช่ไว้ให้ลูกๆแล้วหันมาหาสามีที่โอบกอดเธอไว้หลวมเพราะว่าเป็นงานของกิ๊กเก่าที่เป็นข่าวควงกันก่อนเขาลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส.“ก็ง
“หรือว่าเสน่ห์ของเธอใช้ไม่ได้กับคุณจุลกันแน่ล่ะเก้” น้องนิดเพื่อนอีกคนพูดตรงๆแทงใจดำทำเอาเกศกนกมองเพื่อนตาเขียวปั้ด“น้องนิด ถ้าเธอไม่พูดก็จะดีมากนะยังไงคืนนี้พวกเธอต้องช่วยฉันนะ” เกศกนกบอกกับเพื่อนๆทั้งสามคน“เขามีคนมาด้วยเป็นพรวนเธอจะไปทำอะไรได้ล่ะเก้ ผู้ชายมีเป็นร้อยเป็นพันก็เลือกใครสักคนก็ได้เธ
“ขอบคุณครับคุณจุล ผมขอตัวนะครับ แล้วเจอกันใหม่นะครับสาวน้อย สวัสดีครับ” ธีรภพยกมือไหว้แม่สามีของรุ่นน้องกับนวพรรษและรับไหว้รุ่นน้อง“สวัสดีจ้ะ” ปิยะมาศรับไหว้เพื่อนรุ่นพี่ของลูกสะใภ้ยิ้มให้อย่างผู้ใหญ่ใจดีนวพรรษมองตามหลังเพื่อนของภรรยาที่เดินไปแล้วหันกลับมามองใบหน้าหวานที่เรียบเฉยและเขารู้ว่าไอ้รุ
“โอ้ว์ มะ ไม่นะแท็ค อ่า หวายขอโทษ” สิริยากรรีบลุกขึ้นไปนั่งคร่อมตักของแท็คแล้วป้อนนมใส่ปากของเขาก่อนจะจับท่อนเอ็นจ่อกลางหอยใหญ่แล้วนั่งลงอย่างแรง“โอ้วว์ หวาย อ่า..”“อู้วว์ แท็คขาหวายขอโทษนะ อ่า หวายขอแก้ตัวนะคะแท็คขา อ้ะ อู้ยย..” ไฮโซสาวบดหอยใส่กล้วยลูกใหญ่แล้วโยกไปข้างหน้าข้างหลังกระเด้าเข้าใส่อ




![เมียช่างสัก [PWP] + [BDSM] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


