เข้าสู่ระบบ“ไปสิครับเสี่ย เผื่อผมจะได้พ่อพันแม่พันธุ์มาเพิ่มอีกสังสองสามคู่” ตาโพธิ์ก็มักจะไปกับเสี่ยฉลองเพื่อหาพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ไก่ชนของแกและนักเล่นไก่ก็จะรู้ว่าแกเพาะพันธุ์ไก่ชนขายจึงมาซื้อไปเลี้ยงต่อเพื่อขุนให้โตให้แกร่งแล้วนำเข้าสังเวียนเดิมพันราคาซื้อขายก็หลักร้อยหลักพันถึงหลักหมื่นก็แล้วแต่พ่อพันธุ์แม่พันธุ์
“งั้นผมไปเตรียมตัวก่อนะเดี๋ยวจะแวะมารับ” เสี่ยฉลองบอกพ่อตาของลูกชายที่กลายเป็นคู่หูของแกแล้วลุกขึ้นเดินไปที่รถกอล์ฟแล้วขับออกไป
“ตาโพธิ์แกไม่ต้องซื้อไก่มาอีกนะ เท่าที่มีนี่ก็ดูแลไม่ไหวแล้ว” นางบัวล้อมบอกสามีเพราะเธอต้องไปช่วยให้อาหารให้น้ำไก่ของสามีที่ฟักไข่ออกลูกหลานออกมายั้วเยี้ยถ้าเป็นไก่ตัวเมียก็แยกเลี้ยงเป็นอาหารหากเป็นไก่ตัวผู้ก็เลี้ยงไว้ขาย
“ฉันไปดูเป็นเพื่อนเสี่ยแกเฉยๆนะยายล้อม” ตาโพธิ์ตอบคู่ทุกข์คู่ยากของแก
“ฉันก็เห็นพ่อพูดแบบนี้ทุกทีแหละ” โสภีพูดกับพ่ออย่างรู้ทันและลูกเขยก็เป็นใจสร้างฟาร์มไก่ให้พ่อตาอยู่กลางสวนผลไม้ห่างจากโกดังสินค้าและร้านขายวัสดุก่อสร้างลึกไปด้านในเพื่อไม่ให้กลิ่นรบกวนเพื่อนบ้านแต่เป็นฟาร์มเล็กๆที่ทำแก้เหงาตามประสาคนแก่
“ไม่เป็นไรน่าโสภี พ่อแกก็ทำเล่นๆไม่ได้จริงจังอะไรสักหน่อยยังมีคนงานช่วยอีกถ้าไม่ให้พ่อเลี้ยงไก่เดี๋ยวก็ไปช่วยเด็กที่โกดังอีกหรอก” กำพลพูดกับภรรยาที่เป็นห่วงพ่อว่าแก่แล้วแต่ตาโพธิ์ก็ไม่เคยอยู่นิ่งช่วยหยิบจับงานในร้านทุกอย่างจนเขาต้องหาอะไรให้แกทำแล้วมาลงตัวที่ไก่ชนและเข้ากับพ่อของเขาได้ดีกลายเป็นคู่หูกันไปไหนมาไหนด้วยกันบางทีก็ไปช่วยงานที่สวนทุเรียนของลูกชายคนเล็กที่อำเภอลับแลห่างกันประมาณสิบกว่ากิโลเมตร
“ตามใจค่ะ งั้นฉันไปที่ร้านเลยละกัน” โสภีบอกสามีแล้วเดินไปหยิบกระเป๋าคาดเอวใบเก่งมาคาดเอวแล้วขี่สกู้ดเตอร์ไฟฟ้าออกไปที่ร้านเพื่อดูคนงานแม้จะไว้ใจแต่ก็ต้องไปตรวจตราสินค้าที่ขายไปเพื่อจะได้สั่งเพิ่มซึ่งฝ่ายสต็อกสินค้าทำเสร็จก็เอามาส่งให้เธอตรวจก่อนแล้วเซ็นอนุมัติถึงจะสั่งสินค้า ส่วนรายได้ประจำวันปิดยอดเสร็จก็จะส่งยอดรายได้ทั้งหมดให้เจ้กับเสี่ยทุกวันและโสภีก็จะเป็นคนเอาเงินไปเข้าบัญชีและที่ร้านของเธอไม่ได้ขายของเหมือนบ้าพ่อสามีที่มีโรงโม่หิน ดูดทราย ขายส่งกรวด หิน ดิน ทราย รับถมที่ ถมทราย ถมดิน เสาคอนกรีต ท่อคอนกรีต หากใครจะสร้างบ้านก็สั่งวัสดุที่ร้านของเธอแล้วไปสั่งหินทรายและเสาบ้านที่บ้านของพ่อสามีซึ่งจะเอื้อผลประโยชน์ให้กัน
“ผมขอตัวนะครับพ่อแม่ พอดีวันนี้จะไปช่วยพี่พุดเขาหาเสียงหน่อย”กำพลบอกพ่อตาแม่ยายแล้วขับมอเตอร์ไซค์คันเล็กไปบ้านของพุฒิพงษ์
สองสามีภรรยาก็แยกกันไปตาโพธิ์ก็ไปแต่งตัวรอเสี่ยมารับส่วนยายบัวล้อมก็ไปทำสวนผักของแกและดูคนงานตัดหญ้าใส่ปุ๋ยต้นไม้ส่วนน้ำก็ติดปั้มต่อท่อน้ำดูดจากแม่น้ำน่านมารดผลไม้ทุกต้นโดยไม่เปลืองแรงคนงานซึ่งสองตายายที่เคยลำบากมาก่อนก็อยู่นิ่งเฉยไม่ได้ทำโน่นนี่นั่นตลอด
ที่บ้านหลังใหญ่ของเสี่ยฉลอง
ในบ้านก็มีวันนีย์กับลูกสะใภ้และหลานสาวนั่งอยู่ในห้องรับแขกก็คุยกันเรื่องกระเป๋าเสื้อผ้าแบรนด์เนมทั้งหลายที่เศรษฐีคนมีเงินใช้กันเพื่อยกระดับตัวเองไม่ให้เป็นคนบ้านนอกล้าสมัยเพราะหลานสาวคนโตไปเรียนมหาวิทยาลัยเอกชนที่กรุงเทพจึงมีเพื่อนเป็นลูกคนมีเงินและลูกท่านหลานเธอเยอะและชอบออกงานสังคมจึงติดตามเทรนด์ใหม่ๆตลอดเพื่อไม่ให้ตัวเองเอ้าท์หรือตกเทรด์
“คุณย่าคะกระเป๋าใบนี้ของชาแนลราคาถูกมากเลยค่ะเป็นที่นิยมด้วยเพื่อนของทรายให้แอร์โฮสเตสหิ้วมาให้ทรายก็เลยสั่งไปใบหนึ่งค่ะ” ภาสิริหรือทรายลูกสาวคนโตวัย25ปีของยอดชายกับภัคจิรายื่นโทรศัพท์หรูราคาเกือบห้าหมื่นให้ย่าดูภาพกระเป๋าชาแนล Jumbo Classic Flap & Large 2.55 สีขาวราคาเกือบสองแสนบาท
“สวยนะคะคุณแม่” ภัคจิราเห็นก่อนแล้วแต่เธอให้ลูกสาวมาขอเงินย่าเพราะราคาถูกของลูกสาวเกือบสองแสน
“สวยจริงยัยทรายแล้วใบเท่าไหร่ล่ะลูก” วันนีย์ถามหลานสาวที่มักมาขอให้เธอซื้อกระเป๋าหรือขอเงินไปช้อปปิ้งเสื้อผ้าตลอดซึ่งคนเป้นนย่าไม่เคยขัดใจหลานสาวคนสวยที่บอกว่าอายเพื่อนที่ไม่มีเหมือนพวกเขา
“ใบนี้แสนเก้าเองค่ะคุณย่า” คนเป็นหลานตอบยิ้มๆและบีบนวดให้ย่าอย่างเอาใจ
“อะไรนะยัยทราย กระเป๋าใบนี้นี่นะแสนเก้า” คุณนายวันนีย์ถามหลานสาวเสียงดังเธออยากเป็นลมกับกระเป๋าใบเดียวราคาถูกของหลานสาว
“แหมคุณย่าขา กระเป๋าใบนี้ไม่ได้มาง่ายๆนะคะแล้วที่เมืองไทยไม่มีขายด้วยและคนที่ใช้กระเป๋ายี่ห้อนี้ก็มีแต่ไฮโซเศรษฐี ดาราคนดังทั้งนั้นเลยนะคะ” คนเป็นหลานบอกย่าถึงระดับคนใช้กระเป๋าแบรนด์เนมชื่อดงที่เธออยากได้ “คุณย่าคิดดูสิคะทั้งจังหวัดมีทรายใช้คนเดียวด้วยนะคะ”
“ย่าว่าทรายเลือกใบอื่นที่ถูกกว่านี้ดีมั้ยลูก ย่าเห็นกระเป๋าของทรายตั้งหลายใบที่ซื้อมายังไม่ได้ใช้ด้วยซ้ำราคาก็หลายหมื่นแพงๆทั้งนั้น” คุณนายวันนีย์บอกหลานสาวที่นับวันจะใช้ของแพงขึ้นเรื่อยๆและใช้แค่ครั้งสองครั้งก็ทิ้งไว้และยังมีอีกหลายใบที่อยู่ในตู้ที่ยังไม่ได้ใช้
“ไม่ได้หรอกค่ะคุณย่า ทรายสั่งไปแล้วของมาถึงแล้วด้วยและเพื่อนโทรมาบอกให้ทรายไปเอาวันพรุ่งนี้ค่ะ” ภาสิริบอกย่าอย่างออดอ้อนและคิดว่ายังไงย่าก็ตามใจเธอ
“เฮ้อ,ทรายใช้ของเกินตัวแล้วนะลูก ต่อไปถ้าทรายอยากได้ของราคาแพงทรายต้องเก็บเงินซื้อเองจะได้รู้ว่ากว่าจะได้เงินมามันไม่ง่ายเราต้องทำงานถึงจะมีเงินของปู่ย่าตายายหากใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายมันก็หมดได้นะลูก” คุณนายวันนีย์สอนหลานสาวที่ใช้เงินมือเติบซื้อของราคาแพงเพื่อแข่งกับเพื่อนถึงครอบครัวมีเงินแต่ธุรกิจก็มีขึ้นมีลงยังไงก็ต้องระวังการใช้จ่ายและช่งนี้เศรษฐกิจก็ไม่ดีเท่าไหร่
“คุณย่าจะไม่ให้ทรายเหรอคะ” หลานสาวเริ่มเสียงแข็งเมื่อถูกย่าบ่น
“ครั้งนี้ย่าจะให้และต่อไปทรายต้องดูแลจัดการเรื่องการเงินของตัวเองย่าจะไม่จ่ายของพวกนี้ให้อีกแล้วนะ” คนเป็นย่าบอกหลานสาวที่ยิ้มออกเมื่อย่าจะให้เงินไม่งั้นเธอต้องไปขอพ่อและแน่นอนต้องถูกบ่นและไม่ให้แน่นอน
“ขอบคุณค่ะคุณย่า งั้นเย็นนี้ทรายไปกรุงเทพนะคะ” ภาสิริบอกย่ากับแม่ด้วยความดีใจที่จะได้กระเป๋าใบใหม่ที่เธอฝากเพื่อนซื้อก่อนจะรับเช็คจากย่าแล้วลุกออกไปจากห้องรับแขก
“อ้าวยัยทรายจะรีบไปไหนลูก” เสี่ยฉลองถามหลานสาวที่เดินออกมาจากห้องรับแขกหน้าตาสดใส
“ทรายจะไปกรุงเทพค่ะคุณปู่”
“แล้วงานของหลานล่ะ”
“พรุ่งนี้เย็นทรายก็กลับแล้วค่ะ เรื่องงานคุณปู่ไม่ต้องห่วงแม่จะช่วยดูให้ค่ะ ทรายไปนะคะคุณปู่” เมื่อพูดจบคนเป็นหลานก็เดินขึ้นไปห้องของตัวเองอย่างอารมณ์ดีเตรียมตัวเข้ากรุงเทพ
“เป็นอะไรอีกล่ะคุณนายหน้าเหี่ยวยังกับถูกหวยถล่ม” เสี่ยฉลองว่าภรรยาที่ไม่ยอมเลิกขายหวยเถื่อนหรือหวยใต้ดินซึ่งวันนีย์รับหวยมานานเป็นเจ้ามือรายใหญ่ในจังหวัดที่ไม่มีใครมายุ่งเพราะเส้นสายเจ้ามือใหญ่ที่กรุงเทพเคลียทางตำรวจให้
“นี่เสี่ยอย่ามาแช่งฉันนะ จะไปไหนก็ไปสิ” คุณนายวันนีย์ว่าสามีแล้วไล่ไปให้พ้นหูพ้นตาเพราะกำลังหงุดหงิดที่เสียเงินสองแสน
“ไปก็ได้” เสี่ยฉลองเดินออกจากห้องรับแขกไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อจะไปรับตาโพธิ์ที่บ้านของลูกชายจึงไม่ทันได้บอกภรรยาว่าไปดูไก่ชนที่อำเภอพิชัย
“แม่ภัคเตือนลูกหน่อยนะยัยทรายอายุแค่นี้ใช้ของราคาสองแสนแม่ว่ามันแพงไปหน่อยหากไม่สอนตอนนี้แม่กลัวว่าเงินจะหมดซะก่อน ดูน้ำน่านสิอายุอ่อนกว่าตั้งหลายปียังรู้จักใช้เงิน” วันนีย์บอกลูกสะใภ้เปรียบเทียบหลานสาวทั้งสองคนที่แตกต่างกันราวหน้ามือกับหลังมือและยอมรับว่าลูกสะใภ้คนเล็กเลี้ยงลูกได้ดีทำให้เธอชื่นชมทั้งที่เมื่อก่อนไม่ชอบและไม่ยอมรับเป็นลูกสะใภ้
“คุณแม่จะเอายัยน้ำน่านมาเทียบกับยัยทรายได้ยังไงคะ ลูกของภัคอยู่ในสังคมมีเพื่อนแต่ละคนเป็นลูกท่านหลานเธอและเศรษฐีทั้งนั้นจะมาทำตัวซอมซ่อเหมือนยัยน้ำน่านได้ยังไงคะ” ภัคจิราคอแข็งขึ้นมาทันทีพูดสวนกลับแม่สามีด้วยความไม่พอใจเพราะลูกของเธอเหนือกว่าลูกของโสภี
“ไม่เยอะเนาะ คราวก่อนหมดไปห้าหมื่นกว่าเอง” พรรษชลพูดกระเซ้าว่าที่ป้าของหลานแฝดยิ้มๆทำให้เมฆากับนวพรหันมามองหน้ากัน“งั้นไม่ธรรมดาแล้วล่ะค่ะ แล้วเราจะซื้ออะไรกันดีคะพี่เจ็ท” คนได้เป็นคุณอาโดยไม่ทันได้ตั้งตัวก็คิดไม่ออกว่าจะซื้อของอะไรรับขวัญหลาน“เราซื้อรถตู้ดีมั้ยครับพี่เจ็ท เพราะข้าวของเครื่องใช้คงมีเยอะแล้ว” เมฆาเสนอเขาคิดว่าข้าวของเครื่องใช้เด็กอ่อนคงมีหมดแล้ว“เออจริงสิ นายจุลมันเพิ่งรู้ว่ามีลูกไม่ทันตั้งตัวงั้นเราไปดูรถกันดีกว่าจะได้ให้เขาแต่งให้พร้อมสำหรับหลานแฝด”“พี่เจ็ทแล้วหลานสาวเราชื่ออะไรคะ”“แฝดพี่ชื่อเด็กหญิงสายน้ำ ชื่อเล่นน้องน้ำฟ้า แฝดน้องน้องชื่อเด็กหญิงสายธาราชื่อเล่นน้องน้ำปิง แม่ชื่อน้ำน่าน” พรรษชลตอบน้องสาว“เพราะมากค่ะ แม่น้ำมาสองสายแล้วเหลืออีกสองสายก็ครบแม่น้ำสี่สายแล้วนะคะ” นวพรพูดยิ้มๆ“เดี๋ยวนายจุลมันก็ทำครบทั้งสี่สายเองแหละครับน้องจุ๊บ” เมฆาพูดยิ้มๆ“ดีไม่ดีมีน้ำเจ้าพระยาสายที่ห้าอีกนะน้องรัก หึๆๆ..” พรรษชลพูดเสริมแล้วขำหากน้องชายของเขาแต่งงานกับวีรินทร์จริงก็ต้องน้ำยมน้ำวังและน้ำเจ้าพระยาแน่ๆมาริดามองพรรษชล เมฆา นวพรคุยกันแล้วก็ไม่ห่วงเพื่อนเพราะทุกคนไม่ไ
“น้องมายด์จะดื่มอะไรครับ เดี๋ยวรอจุ๊บกับนายเมฆก่อนพอดีพี่นัดสองคนนั้นไว้แต่พอรู้เรื่องหลานก็ตื่นเต้นจนลืมนัดรีบมาซื้อของรับขวัญหลานก่อน” พอได้ยินคำตอบทำเอาลุงเขาตื่นเต้นเรื่องมีหลานก็ใช่แต่ที่หนักกว่านั้นคือวางแผนเจอคนตรงหน้านี่แหละสองหนุ่มสาวคุยถึงหลานสาวทั้งสองและมาริดาก็เอารูปหลานแฝดที่วีรินทร์ส่งมาให้เธอดูและเธอก็เอาให้พรรษชลหรือลุงของหลานแฝดดูว่าหลานน้อยน่ารักน่าชังขนาดไหนเมฆากับนวพรลงจากรถก็เดินเข้าไปในห้างรริเวอร์เซ็นเตอร์ริมแม่น้ำเจ้าพระยาแล้วโทรหาพี่ชายพอรู้ว่าอยู่ร้านกาแฟก็เดินไปตรงไปทันทีด้วยความอยากรู้ว่ามีเรื่องอะไรสำคัญไปกว่าเรื่องงานของเธอ“น้องจุ๊บจะรีบไปไหนครับยังไงพี่เจ็ทก็ไม่หนีไปไหนหรอกครับ” เมฆาบอกน้องสาวเพื่อนและในอนาคตอาจจะเป็นเจ้านายของเขาหากนวพรรษเอาจริงทางการเมืองแม้จะชอบหญิงสาวแต่เขาขอเก็บไว้ในใจและไม่คิดจะบอกใครเพราะฐานะที่แตกต่างกันมาก“ก็ไหนพี่เมฆบอกว่าคุยงานเสร็จจะรีบกลับบริษัทไม่ใช่เหรอคะ” นวพรถามเจ้านายหนุ่มหล่อก็เขาเป็นคนพูดเองแท้ๆ“ไม่เป็นไรหรอกครับแค่วันเดียว พี่อนุโลมให้” คนที่จริงจังกับงานมาตลอดตอบผู้หญิงในดวงใจของเขาที่เก็บไว้ลึกสุดใจไม่สามารถบ
“ตอนนี้น้องน้ำฟ้ากับน้องน้ำปิงแข็งแรงดีแล้วคุณหมอก็ให้แม่ดูแลเองค่ะ” วีรินทร์มองลูกสาวที่กินนมอิ่มแล้วนอนหลับอย่างมีความสุข“แล้วชื่อจริงของลูกล่ะน้ำน่านตั้งชื่อไว้หรือยังครับ” เขาไม่แปลกใจว่าทำไมวีรินทร์ถึงตั้งชื่อลูกสาวว่าน้ำฟ้ากับน้ำปิงเพราะแม่ก็เป็นแม่น้ำสายหนึ่งจะให้ลูกสาวชื่อน้ำยมกับน้ำวังคงไม่เหมาะถ้าเป็นลูกชายว่าไปอย่าง งั้นเขาต้องมีลูกให้ครบแม่น้ำทั้งสี่สายเลยสิ คุณพ่อลูกสองคิดยิ้มๆกับแผนการในใจของตัวเองทั้งที่ยังจัดการเรื่องของตัวเองไม่เรียบร้อยเลย“ปู่ย่าตายายตั้งให้แล้วค่ะ น้องน้ำฟ้าชื่อสายน้ำ น้องน้ำปิงชื่อสายธารา..” วีรินทร์พูดคุยกับพ่อของลูกตามปกติเพราะเธอทำใจได้นานแล้วจะโทษเขาฝ่ายเดียวก็ไม่ได้เพราะเธอเป็นฝ่ายเลือกไม่ยุ่งเกี่ยวกับเขาเองตอนนี้เธอตัดสินใจแล้วก็อยู่ที่นวพรรษกับครอบครัวของเขารับข้อเสนอของเธอหรือเปล่าหากพวกเขาไม่ตกลงเธอก็พร้อมจะสู้เพื่อลูก“สายน้ำ สายธารา ชื่อลูกสาวพ่อจุลเพราะมากครับ” นวพรรษมองลูกสาวแล้วยิ้มเหมือนคนบ้าก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปเพื่อเอาไปอวดลุงป้าน้าอาน้องๆและเพื่อนที่กรุงเทพและไม่ยอมลุกไปไหนจนกระทั่งปู่ย่ามาเยี่ยมหลานสาวคนเป็นพ่อก็บอกปู
“ผมมีธุระครับ ถ้าไม่มีอะไรผมขอตัวก่อนนะครับ” เขาไม่มีเวลาจะสนใจผู้หญิงคนอื่นเพราะเมียเพิ่งคลอดลูกอยู่ที่โรงพยาบาล“เดี๋ยวสิคะคุณจุล หวานขอไปด้วยคนได้มั้ยคะพอดีหวายไม่รู้จักใครอยู่ไปก็ไม่มีเพื่อนคุยค่ะ” เธอรู้จักแค่นวพรรษกับพ่อแม่ของเขาและพิมลภัสและพ่อแม่น้องชายของเธอเท่านั้นส่วนคนในพรรคเธอไม่รู้จักเพราะเธอตามนวพรรษมาไม่ได้มาเพื่อทำความรู้จักกับทุกคน“ท่านรัฐมนตรีครับขอถ่ายรูปด้วยครับ” นักข่าวหนุ่มเดินเข้ามาของถ่ายรูปรัฐมนตรีหนุ่มรูปหล่อกับลูกสาวท่านนายก“เอ่อ..” นวพรรษกำลังจะปฏิเสธ“ได้เลยค่ะคุณนักข่าว” สิริยากรเดินไปเกาะแขนส.ส.หนุ่มหล่อแล้วฉีกยิ้มเกือบถึงใบหูเอียงหน้าไปจะซบไหล่ของเขา“คุณหวาย” นวพรรษผลักลูกสาวท่านนายกออกอย่างลืมตัวเพราะเขาไม่อยากเป็นข่าวกับเธอและหลีกเลี่ยงมาตลอดหากข่าวนี้แพร่ออกไปฝ่ายค้านก็จะเอามาเล่นงานเขาว่าได้เป็นรัฐมนตรีเพราะคบกับลูกสาวท่านนายก ทั้งที่พวกเขาแค่เจอกันตามงานทักทายกันเล็กน้อยก็ยังเป็นข่าวซึ่งเขาก็ตอบไม่ตามความจริงว่าแค่รู้จักกันเจอกันตามงานเลี้ยงไม่ได้สนิทกัน “คุณจุลยิ้มหน่อยสิคะ” สิริยากรไม่รู้สึกรู้สาทั้งที่ถูกชายหนุ่มผลักออกกลับเงยหน้าโปรยยิ้มให
นวพรรษมองลูกน้อยทั้งสองในอ้อมแขนหัวใจอุ่นซ่านเมื่อได้อุ้มชูเลือดเนื้อเชื้อไขที่เขามั่นใจว่าสองแฝดสาวตัวจ้อยเป็นลูกของเขาล้านเปอร์เซ็นต์ทำให้เขามีความสุขมากอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนและไม่คิดว่าตัวเองจะมีวันนี้และยังมีลูกสาวพร้อมกันถึงสองคนทำให้คุณพ่อมือใหม่โอบกอดร่างเล็กทั้งสองด้วยความหวงแหนจนสองขอบตาร้อนผ่าว“บูลถ่ายรูปให้นะคะ” พิมลภัส์ยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปนวพรรษอุ้มลูกแฝดไว้สองข้างและวีรินทร์นอนอยู่บนเตียงด้านหลังรัวๆหลายรูปจนพอใจ “น่ารักมาเลยน้องแฝดหลานป้าบูล” พิมลภัสมองหลานสาวตัวจ้อยในอ้อมแขนพ่อแล้วยิ้ม“คุณพยาบาลพาหลานบูลไปนอนเถอะค่ะ” พิมลภัสเห็นพ่อของหลานตาแดงๆจึงบอกให้พยาบาลพาหลานสาวไปนอน“อิ่มแล้วหลับสบายเลยนะคะสาวน้อย ตอนกลางคืนน้องอาจจะหิวบ่อยคุณแม่อาจจะไม่ได้นอนเหนื่อยหน่อยนะคะ” คุณพยาบาลพูดกับคุณแม่มือใหม่ที่ต้องรับมือกับสองแฝดที่ตื่นพร้อมกันหิวพร้อมกันและต่อไปก็จะทำอะไรพร้อมกันทำให้พ่อแม่เหนื่อยเพิ่มเป็นสองเท่าเลยทีเดียวก่อนจะเข็นเตียงน้องแฝดกลับไปที่ห้องเด็กอ่อน“ลูกของผมน่ารักมากเลย” นวพรรษมองตามลูกสาวทั้งสองแล้วยิ้มทั้งน้ำตาไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัวก่อนจะเช็ดน้ำตาอย่างเขินๆ
“ค่ะ” คุณแม่มือใหม่ตอบเบาๆมันเจ็บมากกว่าตอนบ่ายอีกอาจเป็นเพราะยาหมดฤทธิ์แต่เธอทนได้ยิ่งได้เห็นใบหน้าจิ้มลิ้มแดงซ่านของลูกน้อยทั้งสองความเจ็บมันก็หายแล้ว“เราแต่งงานกันนะครับน้ำน่าน” นวพรรษขอแม่ของลูกแต่งงานตามที่เขาคิดไว้ว่าต้องแต่งงานกันเพื่อจะได้เป็นครอบครัวเดียวกันอย่างสมบูรณ์ซึ่งมีพยานรักของเขาทั้งสองนอนหลับเป็นใจอยู่ตรงกลางระหว่างพ่อแม่วีรินทร์ถึงกับอึ้งไปเงยหน้ามองพ่อของลูกไม่คิดว่านวพรรษจะขอเธอแต่งงานซึ่งครั้งหนึ่งเขาก็ยอมรับผิดชอบด้วยการแต่งงานกับเธอและเธอปฏิเสธไปแล้วนี่เขาขอเธอแต่งงานอีกครั้งเพื่อลูก“คุณจุลขอแต่งงานกับฉันง่ายๆแบบนี้เลยเหรอคะ”“มันไม่ง่ายนะน้ำน่านที่จะขอแต่งงานกับใครสักคน ครั้งหนึ่งผมทำผิดกับผู้หญิงคนหนึ่งและยอมแต่งงานกับเธอเพื่อรับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้นแต่เธอปฏิเสธ และครั้งนี้ผมก็ขอเธอแต่งงานอีกครั้งเพื่อครอบครัวไม่ใช่แค่เพื่อลูกแต่ผมพร้อมจะสร้างครอบครัวกับคุณถึงเราจะเริ่มต้นกันไม่ดีผมก็พร้อมจะรับผิดชอบและผมคิดว่ามันไม่ยากที่เราสองคนจะเปิดใจให้กันเพื่อลูกๆและครอบครัวของเราครับ” เขาเปิดใจให้แม่ของลูกแล้วก็เหลือแต่วีรินทร์จะยอมเปิดใจให้เขาหรือเปล่าเท่านั้น“







