Masuk“ไปสิครับเสี่ย เผื่อผมจะได้พ่อพันแม่พันธุ์มาเพิ่มอีกสังสองสามคู่” ตาโพธิ์ก็มักจะไปกับเสี่ยฉลองเพื่อหาพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ไก่ชนของแกและนักเล่นไก่ก็จะรู้ว่าแกเพาะพันธุ์ไก่ชนขายจึงมาซื้อไปเลี้ยงต่อเพื่อขุนให้โตให้แกร่งแล้วนำเข้าสังเวียนเดิมพันราคาซื้อขายก็หลักร้อยหลักพันถึงหลักหมื่นก็แล้วแต่พ่อพันธุ์แม่พันธุ์
“งั้นผมไปเตรียมตัวก่อนะเดี๋ยวจะแวะมารับ” เสี่ยฉลองบอกพ่อตาของลูกชายที่กลายเป็นคู่หูของแกแล้วลุกขึ้นเดินไปที่รถกอล์ฟแล้วขับออกไป
“ตาโพธิ์แกไม่ต้องซื้อไก่มาอีกนะ เท่าที่มีนี่ก็ดูแลไม่ไหวแล้ว” นางบัวล้อมบอกสามีเพราะเธอต้องไปช่วยให้อาหารให้น้ำไก่ของสามีที่ฟักไข่ออกลูกหลานออกมายั้วเยี้ยถ้าเป็นไก่ตัวเมียก็แยกเลี้ยงเป็นอาหารหากเป็นไก่ตัวผู้ก็เลี้ยงไว้ขาย
“ฉันไปดูเป็นเพื่อนเสี่ยแกเฉยๆนะยายล้อม” ตาโพธิ์ตอบคู่ทุกข์คู่ยากของแก
“ฉันก็เห็นพ่อพูดแบบนี้ทุกทีแหละ” โสภีพูดกับพ่ออย่างรู้ทันและลูกเขยก็เป็นใจสร้างฟาร์มไก่ให้พ่อตาอยู่กลางสวนผลไม้ห่างจากโกดังสินค้าและร้านขายวัสดุก่อสร้างลึกไปด้านในเพื่อไม่ให้กลิ่นรบกวนเพื่อนบ้านแต่เป็นฟาร์มเล็กๆที่ทำแก้เหงาตามประสาคนแก่
“ไม่เป็นไรน่าโสภี พ่อแกก็ทำเล่นๆไม่ได้จริงจังอะไรสักหน่อยยังมีคนงานช่วยอีกถ้าไม่ให้พ่อเลี้ยงไก่เดี๋ยวก็ไปช่วยเด็กที่โกดังอีกหรอก” กำพลพูดกับภรรยาที่เป็นห่วงพ่อว่าแก่แล้วแต่ตาโพธิ์ก็ไม่เคยอยู่นิ่งช่วยหยิบจับงานในร้านทุกอย่างจนเขาต้องหาอะไรให้แกทำแล้วมาลงตัวที่ไก่ชนและเข้ากับพ่อของเขาได้ดีกลายเป็นคู่หูกันไปไหนมาไหนด้วยกันบางทีก็ไปช่วยงานที่สวนทุเรียนของลูกชายคนเล็กที่อำเภอลับแลห่างกันประมาณสิบกว่ากิโลเมตร
“ตามใจค่ะ งั้นฉันไปที่ร้านเลยละกัน” โสภีบอกสามีแล้วเดินไปหยิบกระเป๋าคาดเอวใบเก่งมาคาดเอวแล้วขี่สกู้ดเตอร์ไฟฟ้าออกไปที่ร้านเพื่อดูคนงานแม้จะไว้ใจแต่ก็ต้องไปตรวจตราสินค้าที่ขายไปเพื่อจะได้สั่งเพิ่มซึ่งฝ่ายสต็อกสินค้าทำเสร็จก็เอามาส่งให้เธอตรวจก่อนแล้วเซ็นอนุมัติถึงจะสั่งสินค้า ส่วนรายได้ประจำวันปิดยอดเสร็จก็จะส่งยอดรายได้ทั้งหมดให้เจ้กับเสี่ยทุกวันและโสภีก็จะเป็นคนเอาเงินไปเข้าบัญชีและที่ร้านของเธอไม่ได้ขายของเหมือนบ้าพ่อสามีที่มีโรงโม่หิน ดูดทราย ขายส่งกรวด หิน ดิน ทราย รับถมที่ ถมทราย ถมดิน เสาคอนกรีต ท่อคอนกรีต หากใครจะสร้างบ้านก็สั่งวัสดุที่ร้านของเธอแล้วไปสั่งหินทรายและเสาบ้านที่บ้านของพ่อสามีซึ่งจะเอื้อผลประโยชน์ให้กัน
“ผมขอตัวนะครับพ่อแม่ พอดีวันนี้จะไปช่วยพี่พุดเขาหาเสียงหน่อย”กำพลบอกพ่อตาแม่ยายแล้วขับมอเตอร์ไซค์คันเล็กไปบ้านของพุฒิพงษ์
สองสามีภรรยาก็แยกกันไปตาโพธิ์ก็ไปแต่งตัวรอเสี่ยมารับส่วนยายบัวล้อมก็ไปทำสวนผักของแกและดูคนงานตัดหญ้าใส่ปุ๋ยต้นไม้ส่วนน้ำก็ติดปั้มต่อท่อน้ำดูดจากแม่น้ำน่านมารดผลไม้ทุกต้นโดยไม่เปลืองแรงคนงานซึ่งสองตายายที่เคยลำบากมาก่อนก็อยู่นิ่งเฉยไม่ได้ทำโน่นนี่นั่นตลอด
ที่บ้านหลังใหญ่ของเสี่ยฉลอง
ในบ้านก็มีวันนีย์กับลูกสะใภ้และหลานสาวนั่งอยู่ในห้องรับแขกก็คุยกันเรื่องกระเป๋าเสื้อผ้าแบรนด์เนมทั้งหลายที่เศรษฐีคนมีเงินใช้กันเพื่อยกระดับตัวเองไม่ให้เป็นคนบ้านนอกล้าสมัยเพราะหลานสาวคนโตไปเรียนมหาวิทยาลัยเอกชนที่กรุงเทพจึงมีเพื่อนเป็นลูกคนมีเงินและลูกท่านหลานเธอเยอะและชอบออกงานสังคมจึงติดตามเทรนด์ใหม่ๆตลอดเพื่อไม่ให้ตัวเองเอ้าท์หรือตกเทรด์
“คุณย่าคะกระเป๋าใบนี้ของชาแนลราคาถูกมากเลยค่ะเป็นที่นิยมด้วยเพื่อนของทรายให้แอร์โฮสเตสหิ้วมาให้ทรายก็เลยสั่งไปใบหนึ่งค่ะ” ภาสิริหรือทรายลูกสาวคนโตวัย25ปีของยอดชายกับภัคจิรายื่นโทรศัพท์หรูราคาเกือบห้าหมื่นให้ย่าดูภาพกระเป๋าชาแนล Jumbo Classic Flap & Large 2.55 สีขาวราคาเกือบสองแสนบาท
“สวยนะคะคุณแม่” ภัคจิราเห็นก่อนแล้วแต่เธอให้ลูกสาวมาขอเงินย่าเพราะราคาถูกของลูกสาวเกือบสองแสน
“สวยจริงยัยทรายแล้วใบเท่าไหร่ล่ะลูก” วันนีย์ถามหลานสาวที่มักมาขอให้เธอซื้อกระเป๋าหรือขอเงินไปช้อปปิ้งเสื้อผ้าตลอดซึ่งคนเป้นนย่าไม่เคยขัดใจหลานสาวคนสวยที่บอกว่าอายเพื่อนที่ไม่มีเหมือนพวกเขา
“ใบนี้แสนเก้าเองค่ะคุณย่า” คนเป็นหลานตอบยิ้มๆและบีบนวดให้ย่าอย่างเอาใจ
“อะไรนะยัยทราย กระเป๋าใบนี้นี่นะแสนเก้า” คุณนายวันนีย์ถามหลานสาวเสียงดังเธออยากเป็นลมกับกระเป๋าใบเดียวราคาถูกของหลานสาว
“แหมคุณย่าขา กระเป๋าใบนี้ไม่ได้มาง่ายๆนะคะแล้วที่เมืองไทยไม่มีขายด้วยและคนที่ใช้กระเป๋ายี่ห้อนี้ก็มีแต่ไฮโซเศรษฐี ดาราคนดังทั้งนั้นเลยนะคะ” คนเป็นหลานบอกย่าถึงระดับคนใช้กระเป๋าแบรนด์เนมชื่อดงที่เธออยากได้ “คุณย่าคิดดูสิคะทั้งจังหวัดมีทรายใช้คนเดียวด้วยนะคะ”
“ย่าว่าทรายเลือกใบอื่นที่ถูกกว่านี้ดีมั้ยลูก ย่าเห็นกระเป๋าของทรายตั้งหลายใบที่ซื้อมายังไม่ได้ใช้ด้วยซ้ำราคาก็หลายหมื่นแพงๆทั้งนั้น” คุณนายวันนีย์บอกหลานสาวที่นับวันจะใช้ของแพงขึ้นเรื่อยๆและใช้แค่ครั้งสองครั้งก็ทิ้งไว้และยังมีอีกหลายใบที่อยู่ในตู้ที่ยังไม่ได้ใช้
“ไม่ได้หรอกค่ะคุณย่า ทรายสั่งไปแล้วของมาถึงแล้วด้วยและเพื่อนโทรมาบอกให้ทรายไปเอาวันพรุ่งนี้ค่ะ” ภาสิริบอกย่าอย่างออดอ้อนและคิดว่ายังไงย่าก็ตามใจเธอ
“เฮ้อ,ทรายใช้ของเกินตัวแล้วนะลูก ต่อไปถ้าทรายอยากได้ของราคาแพงทรายต้องเก็บเงินซื้อเองจะได้รู้ว่ากว่าจะได้เงินมามันไม่ง่ายเราต้องทำงานถึงจะมีเงินของปู่ย่าตายายหากใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายมันก็หมดได้นะลูก” คุณนายวันนีย์สอนหลานสาวที่ใช้เงินมือเติบซื้อของราคาแพงเพื่อแข่งกับเพื่อนถึงครอบครัวมีเงินแต่ธุรกิจก็มีขึ้นมีลงยังไงก็ต้องระวังการใช้จ่ายและช่งนี้เศรษฐกิจก็ไม่ดีเท่าไหร่
“คุณย่าจะไม่ให้ทรายเหรอคะ” หลานสาวเริ่มเสียงแข็งเมื่อถูกย่าบ่น
“ครั้งนี้ย่าจะให้และต่อไปทรายต้องดูแลจัดการเรื่องการเงินของตัวเองย่าจะไม่จ่ายของพวกนี้ให้อีกแล้วนะ” คนเป็นย่าบอกหลานสาวที่ยิ้มออกเมื่อย่าจะให้เงินไม่งั้นเธอต้องไปขอพ่อและแน่นอนต้องถูกบ่นและไม่ให้แน่นอน
“ขอบคุณค่ะคุณย่า งั้นเย็นนี้ทรายไปกรุงเทพนะคะ” ภาสิริบอกย่ากับแม่ด้วยความดีใจที่จะได้กระเป๋าใบใหม่ที่เธอฝากเพื่อนซื้อก่อนจะรับเช็คจากย่าแล้วลุกออกไปจากห้องรับแขก
“อ้าวยัยทรายจะรีบไปไหนลูก” เสี่ยฉลองถามหลานสาวที่เดินออกมาจากห้องรับแขกหน้าตาสดใส
“ทรายจะไปกรุงเทพค่ะคุณปู่”
“แล้วงานของหลานล่ะ”
“พรุ่งนี้เย็นทรายก็กลับแล้วค่ะ เรื่องงานคุณปู่ไม่ต้องห่วงแม่จะช่วยดูให้ค่ะ ทรายไปนะคะคุณปู่” เมื่อพูดจบคนเป็นหลานก็เดินขึ้นไปห้องของตัวเองอย่างอารมณ์ดีเตรียมตัวเข้ากรุงเทพ
“เป็นอะไรอีกล่ะคุณนายหน้าเหี่ยวยังกับถูกหวยถล่ม” เสี่ยฉลองว่าภรรยาที่ไม่ยอมเลิกขายหวยเถื่อนหรือหวยใต้ดินซึ่งวันนีย์รับหวยมานานเป็นเจ้ามือรายใหญ่ในจังหวัดที่ไม่มีใครมายุ่งเพราะเส้นสายเจ้ามือใหญ่ที่กรุงเทพเคลียทางตำรวจให้
“นี่เสี่ยอย่ามาแช่งฉันนะ จะไปไหนก็ไปสิ” คุณนายวันนีย์ว่าสามีแล้วไล่ไปให้พ้นหูพ้นตาเพราะกำลังหงุดหงิดที่เสียเงินสองแสน
“ไปก็ได้” เสี่ยฉลองเดินออกจากห้องรับแขกไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อจะไปรับตาโพธิ์ที่บ้านของลูกชายจึงไม่ทันได้บอกภรรยาว่าไปดูไก่ชนที่อำเภอพิชัย
“แม่ภัคเตือนลูกหน่อยนะยัยทรายอายุแค่นี้ใช้ของราคาสองแสนแม่ว่ามันแพงไปหน่อยหากไม่สอนตอนนี้แม่กลัวว่าเงินจะหมดซะก่อน ดูน้ำน่านสิอายุอ่อนกว่าตั้งหลายปียังรู้จักใช้เงิน” วันนีย์บอกลูกสะใภ้เปรียบเทียบหลานสาวทั้งสองคนที่แตกต่างกันราวหน้ามือกับหลังมือและยอมรับว่าลูกสะใภ้คนเล็กเลี้ยงลูกได้ดีทำให้เธอชื่นชมทั้งที่เมื่อก่อนไม่ชอบและไม่ยอมรับเป็นลูกสะใภ้
“คุณแม่จะเอายัยน้ำน่านมาเทียบกับยัยทรายได้ยังไงคะ ลูกของภัคอยู่ในสังคมมีเพื่อนแต่ละคนเป็นลูกท่านหลานเธอและเศรษฐีทั้งนั้นจะมาทำตัวซอมซ่อเหมือนยัยน้ำน่านได้ยังไงคะ” ภัคจิราคอแข็งขึ้นมาทันทีพูดสวนกลับแม่สามีด้วยความไม่พอใจเพราะลูกของเธอเหนือกว่าลูกของโสภี
“ขามากับขากลับต่างกันลิบลับเลยนะครับพี่เจ็ท” นักร้องหนุ่มหล่อมองไปทางกระจกหลังที่น้องโจ น้องจ้าวน้องมอสนอนหลับมีเมฆากับคนสนิทของเขานั่งด้วย“เด็กๆก็เป็นแบบนี้แหละ กินนอนเล่นเที่ยวเอาไว้นายมีลูกเมื่อไหร่ก็จะรู้เองแหละ” พรรษชลตอบนักร้องหนุ่มที่เฝ้ามองน้องสาวคนเล็กของตระกูลมาตั้งแต่งานแต่งงานของยุวันดากับพัทธณเดชแต่ไปไม่ถึงไหนเพราะนักร้องหนุ่มเนื้อหอมเกินไป“คงอีกนานครับ” โป้งพูดเนือยๆมองตรงถนนเพราะความไม่รู้จักพอของเขาทำให้เสียโอกาสเมื่อเจอคนที่ใช่“เอาน่าคนเรามันก็ต้องมีผิดพลาดกันบ้างอยู่ที่นายจะแก้ไขยังไงก็เห็นนายเทมส์เป็นตัวอย่างแล้วนี่นา พี่เอาใจช่วย” พรรษชลพูดอย่างเข้าใจเพราะเขาผ่านมาก่อนกว่าภรรยาจะเชื่อใจและไว้ใจก็ใช้เวลหลายปีละมันคุ้มค่ามากกับเวลาที่รอคอย“ขอบคุณครับพี่เจ็ท” โป้งขอบคุณพ่อลูกสามที่ประวัติในอดียาวเป็นหางว่าว“นายต้องเชื่อคนมีประสบการณ์มาก่อนนะโป้ง หึๆๆ..” เมฆาพูดแล้วหัวเราะในลำคออย่างขำๆ“เอ่อ ไอ้พ่อคนดี ใครจะเหมือนแกล่ะเห็นเงียบแม่งฟาดเรียบ ดีนะที่ยัยจุ๊บไม่รู้ไม่งั้นแกแย่แน่ๆ” พรรษชลว่าน้องเขยอย่างหมั่นไส้ที่วางตัวดีมาตลอดไม่เหมือนเขากับน้องชายรถออฟโรดขับตามกันก
“พ่อว่าเราค่อยเล่นกันตอนเย็นดีมั้ยครับ เดี๋ยวลูกๆอาบน้ำแต่งตัวเสร็จและกินข้าวเช้ากันแล้วพ่อจะพาไปเที่ยวดูพี่เสือพี่สิงโตที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียวดีมั้ยครับ” นวพรรษบอกลูกๆ“โอเคค่า/ ดีคร้าบ/ค้าบ..” เด็กๆต่างก็เห็นด้วยเพราะยังไงก็ได้เล่นน้ำทะเลแต่ไปดูพี่เสือพี่สิงโตก่อนดีกว่าส่วนคนเล็กสุดได้ยินพี่ชายทั้งสองก็คร้าบก็พูดตามเอาพ่อจุลปวดหัวจิ้ดเลยทีเดียว“พี่น้ำยมพี่น้ำวังเป็นผู้ชายต้องพูดครับ น้องน้ำเจ้าพระยาเป็นผู้หญิงต้องพูดว่า ค่ะ” คนเป็นพ่อสอนลูกสาวคนเล็กที่ชอบเลียนแบบพี่สาวพี่ชายพูดและจะพูดแต่คำท้าย“ค่า”“ดีมากลูกรัก งั้นเราไปอาบน้ำกันดีมั้ย” ถึงจะนอนดึกดื่นแค่ไหนหากเป็นเรื่องของลูกๆคุณพ่อลูกดกก็ดูแลลูกๆได้เป็นอย่างดี“ค่ะพ่อจุล/ครับพ่อจุล/ จูง..”“ฮ่าๆๆ/คิกกๆๆ..” นวพรรษกับลูกๆหัวเราะพร้อมกันเมื่อคนเล็กสุดพูดตามพี่ๆและพูดไม่ชัด“บ้านนี้เสียงดังอะไรกัน” เมฆาอุ้มน้องจิ๋วเดินมาหน้าเต็นท์แล้วน้องโจกับน้องจ้าวก็ช่วยกันเปิดเต็นท์มองลุงจุลกับพี่น้องที่หัวเราะกันเสียงดัง“พวกเราขำน้องน้ำเจ้าพระยาค่ะคุณอาเมฆ น้องโจ น้องจ้าวเดี๋ยวพวกเราจะไปเที่ยวสวนสัตว์ค่ะ” น้องน้ำฟ้าบอกน้องๆทั้งสอง“จริงเหรอค่
“หมดแรงกันเลยเหรอครับพี่” นักร้องหนุ่มถามรุ่นพี่ทั้งหลายขำๆ“นานๆได้วิ่งขนาดนี้ทำเอาขาอ่อนไปเหมือนกันแหละ” นวพรรษตอบหนุ่มรุ่นน้องที่แสดงออกว่าชอบน้องสาวของเขาแต่ดันมีข่าวรักสามเส้ากับดารานักร้องสาวแบบนี้ใครจะไปอยากได้มาเป็นน้องเขยล่ะ“แกถนัดแต่ออกกำลังกายในร่มน่ะสิ” พีรวัสล้อเพื่อนด้วยความหมั่นไส้ก็เพราะเล่นแต่กีฬาในร่มถึงทำให้มีลูกดกกว่าใคร“หรือแกไม่ชอบวะ”“แกก็ถามมาได้ใครจะไม่ชอบล่ะ เป็นกิจกรรมโปรดของฉันเลยเพื่อน” พีรวัสตอบทันควันเขาคิดว่าผู้ชายทุกคนต้องชอบเหมือนกันหมด“นึกว่าแกจะปฏิเสธ” จิรายุพูดขึ้นเพราะเขาก็ชอบออกกำลังกายในร่มมากกว่ากลางแจ้งแบบนี้“พี่มิ้งล่ะครับ ชอบกีฬาแบบไหน” ภาสกรถามเพื่อนพี่ชายแล้วยิ้มเขาไม่ได้มองว่าเมทิราเป้นผู้หญิงเพราะหน้าตาท่าทางร่างกายของเธอเหมือผู้ชายเจ้าสำอางมากกว่าแล้วหล่อกว่าพระเอกดังที่นั่งข้างเขาอีก“พี่ได้หมดทั้งกีฬาในร่มและกลางแจ้งมันก็ท้าทายตื่นเต้นดี” เมทิรพูดแล้วยกยิ้มมุมปาก“พูดได้ดีมาไอ้แมน สมกับเป็นคาสโนว่าตัวพ่อเลยเพื่อน” พีรวัสชมเพื่อนกึ่งหมั่นไส้และต้องยอมรับว่าเมทิรานั้นเนื้อหอมกับเพศเดียวกันและขึ้นชื่อว่าเจ้าชู้มีสาวๆมากมายสุดท้ายก็มี
“ขอบใจมานะนายใบ” เตชทัชขอบใจนายใบคนดูแลบ้านที่อยู่มานานตั้งแต่รุ่นพ่อจนมารุ่นลูกก็ยังอยู่ช่วยดูแลบ้านเป็นอย่างดี“พ่อจะไปดูหลังบ้านสักหน่อย” ปู่มิตรบอกลูกหลานแล้วเดินไปพร้อมกับวิเชียรและทุกคนก็เดินตามไปด้วย“เด็กสนุกกันใหญ่เลยนะคะคุณพ่อดูสิ” เยาวเรศพูดกับพ่อแล้วนั่งลงบนพื้นหญ้าข้างพ่อที่นั่งบนม้านั่งอัลลอยด์สีขาว“พวกลูกตอนเด็กๆก็แบบนี้แหละเล่นน้ำกันไม่ยอมขึ้นจนแม่ของพวกลูกต้องขู่ว่าถ้าไม่ฟังจะไม่พามาเที่ยวทะเลอีกนั่นแหละถึงได้ยอมขึ้นจากน้ำ” ปูมิตรพูดถึงความหลังยิ้มๆ“ใช่ค่ะคุณพ่อ ตองจำได้ตนนั้นเราไปปราณฯกันแล้วเล่นน้ำจนตองไม่สบายถูกคุณแม่ทำโทษไม่พามาเที่ยวทะเลกันเป็นปีเลยค่ะ” อภิสรก็จำได้ว่าตอนนั้นเธอน่าจะหกเจ็ดขวบได้“เห็นหลานๆแล้วพวกเราก็แก่กันเยอะเลยเนาะพี่เยาว์” เตชทัชพูดอย่างขำๆในอ้อมแขนมีน้องมดที่ชี้มือชี้ไม้ไปหาพี่ๆ“อายุเป็นเพียงแค่ตัวเลขจะไปสนใจทำไมจริงมั้ยเดียร์ ตอง” เยาวเรศตอบน้องชายแล้วหันไปพูดกับน้องสะใภ้“แน่นอนค่ะพี่เยาว์” ปิยมาศตอบพี่สาวของสามีแล้วยิ้มๆ“งั้นเราไปหาพี่ๆดีกว่านะลูก” เตชทัชบอกน้องมดแล้วพาหลานสาวเดินลงไปดูหลานๆเพราะลูกชายลูกสะใภ้ลูกเขยช่วยกันขนของเข้าบ้า
“งั้นนอนรอพี่จุลเลยครับลูก” นวพรรษลุกขึ้นเดินไปเลือกหนังสือนิทานเรื่องราชสีห์กับหนูแล้วกลับมาที่เตียงมีลูกๆทั้งสี่และภรรยานอนรอฟังเขาเล่านิทานให้ฟังเสียงห้าวดังกังวานดุดันเป็นราชสีห์แล้วเปลี่ยนเสียงสองเป็นหนูน้อยควบคุมระดับเสียงสูงเสียงต่ำเพื่อเรียกร้องให้ลูกๆสนใจผ่านไปไม่ถึงครึ่งเรื่องสองแฝดและน้องชายทั้งสองก็ตาหรี่ปรือฝืนตัวเองเพื่อจะฟังนิทานให้จบแต่ทนความง่วงไม่ไหวก็หลับไปตามๆกันรวมถึงแม่ของลูกที่หลับไปก่อนลูกๆทั้งสี่“ฝันดีครับลูกหมูน้อยของพ่อจุล” นวพรรษก้มลงหอมแก้มลูกๆทุกคนก่อนจะจูบกลีบปากอิ่มแม่ของลูกเบาๆ“ฮืม..ลูกหลับแล้วเหรอคะ” วีรินทร์งัวเงียมองสามีและลูกที่นอนกลางเตียงส่วนเธอกับสามีต้องนอนประกบไว้ทั้งสองฝั่ง“เรียบร้อยแล้วครับที่รัก”“ฝันดีค่ะพี่จุล ฮืมม..” วีรินทร์บอกฝันดีสามีเบาๆแล้วถูกปิดกลีบปากอิ่มอย่างอ่อนหวานกระหวัดปลายลิ้นหยอกเย้าลิ้นนุ่มอย่างดูดดื่มก่อนจะถอนออกไม่งั้นได้อุ้มแม่ของลูกไปบอกรักแน่“หืมม...ฝันดีครับที่รัก” นวพรรษถอนจูบออกมองสบตากับภรรยาด้วยความรักสุดหัวใจก่อนจะไปนอนฝั่งของตัวเองมองดูผลผลิตฝีมือของตัวเองอย่างภูมิใจไม่คิดว่าตัวเองจะทำได้ต้องขอบคุณพิมลภัสท
“ใครคิดกันเนี่ยไม่ได้ค่ะ เยาว์ต้องตบรางวัลหลานๆหน่อยแล้วค่ะ” เยาวเรศพูดขึ้นเพราะหลานๆน่ารักกันเหลือเกิน“จริงค่ะพี่เยาว์ ตองร่วมด้วยค่ะ”“แล้วจะขาดผมได้ยังไงครับ” เตชทัชพูดขึ้นแล้วทั้งสามพี่น้องภัทรกิจโภคินก็ตรงไปหน้าเวทีหยิบดอกกุหลาบที่ประดับเป็นพุ่มสวยงามคนละสีเพื่อเด็กๆจะได้ไปรับรางวัลถูกเมื่อเพลงจบก็ได้รับเสียงปรบมือดังลั่นทำให้เด็กๆยิ้มชอบใจก่อนจะไปรับดอกไม้จากคุณปู่คุณย่าที่นำมามอบให้เป็นรางวัล“สวัสดีครับทุกท่าน ผมขอพูดอะไรกับหลานๆสักเล็กน้อยก่อนที่เราจะได้รับชมมินิคอนเสิร์ตของคุณโป้ง หลานๆของปู่ฟังทางนี้ลูก ดอกกุหลาบที่พวกหนูได้รับวันนี้เป็นรางวัลที่ปู่ย่าทุกคนมอบให้พรุ่งนี้เอาไปรับรางวัลดอกละหนึ่งหมื่นบาทที่ปู่ๆย่าๆนะลูก สีแดงไปรับที่ปู่กับคุณย่าเดียร์ สีเหลืองไปรับที่คุณย่าเยาว์กับคุณปู่ไก่ สีขาวไปรับรางวัลที่คุณย่าตองกับคุณปู่เซ็นต์เก็บไว้ให้ดีนะลูก” เตชทัชพูดจบเสียงปรมมือดังขึ้นแล้วญาติๆแขกบางคนก็มอบรางวัลเล็กๆน้อยๆให้เด็กๆเป็นที่สนุกสนานเมื่อเตชทัชและเด็กๆลงจากเวทีก็เป็นหน้าที่ของนักร้องหนุ่มกับเพื่อนที่ร้องเพลงให้ทุกคนได้ขยับแข้งขยับขากันอย่าสนุกส่วนเด็ๆก็หอบดอกกุหลาบข
เมื่อเพื่อนเจ้าสาวทั้งหมดออกไปแล้วทั้งห้องก็เหลือวีรินทร์กับเจ้าสาวและช่างแต่งหน้าทำผมที่นั่งดื่มกาแฟรับประทานอาหารว่างอยู่มุมห้องหลังจากเหนื่อยมาตั้งแต่บ่ายโมง“ตื่นเต้นมั้ยคะพี่จุ๊บ” วีรินทร์ถามเจ้าสาวเพราะเธอไม่รู้ว่าเป็นยังไงตอนที่เธอแต่งงานก็เป็นพิธีเรียบง่ายแต่อบอุ่นแม้เธอจะไม่ได้ใส่ชุดเจ้าสา
“คือฉันแวะมาชวนเธอไปสปาน่ะ แต่เธอคงไม่ว่างไปแล้วล่ะ” นวลพรรณตอบเพื่อนตั้งแต่มีปัญหากันปิยมาศก็ไม่ไปสปาของลูกสาวเธออีกเลยซึ่งตอนนี้ลูกค้าที่สปาของรุ่งรัตน์ก็ร่อยหรอลงไม่มีคนมาใช้บริการเหมือนเมื่อก่อนและเธอก็อยากกลับมาสนิทกับปิยมาศเหมือนเมื่อก่อนหากตอนนั้นไม่วู่วามก็คงไม่เกิดปัญหายิ่งตอนนี้ลูกสาวของเ
“พั้บบๆๆ พั้บบๆๆ..”สะโพกสอบผลักดันความเป็นชายลำใหญ่ลึกล้ำสุดๆทุกจังหวะ ความซ่านเสียวก่อนตัวขึ้นภายในช่องท้องเหมือนติดอยู่ในคลื่นทะเลบ้าคลั่งที่กำลังม้วนตัวสูงขึ้นเรื่อยๆรอจังหวะและเวลาที่จะถล่มชายฝั่งให้พังราบคาบ“อ่าส์ เราจะมีความสุขด้วยกันนะครับที่รัก หื้มม..” เสียงห้าวสั่นพร่าขยับโยกสะโพกสอบรัว
“ยังไม่เสร็จอีกหรอครับ” เสียงห้าวถามแม่ของลูกเบาๆสองมือโอบกอดร่างเล็กจากด้านหลังซุกจมูกลงซอกคอหอมกรุ่นเบาๆ“ปะ ไปงานเลี้ยงเป็นยังไงบ้างคะ” วีรินทร์ปิดตู้เย็นที่เธอย้ายนมออกมาแช่ไว้ให้ลูกๆแล้วหันมาหาสามีที่โอบกอดเธอไว้หลวมเพราะว่าเป็นงานของกิ๊กเก่าที่เป็นข่าวควงกันก่อนเขาลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส.“ก็ง







