LOGINทว่าในวินาทีที่มือของหลี่ลี่เพิ่งจะเอื้อมออกไป อีกฝ่ายก็ผละตัวถอยห่างออกไปเสียก่อน “เสร็จแล้ว”หลี่ลี่ที่คว้าได้เพียงความว่างเปล่าทำตัวไม่ถูกค้างเติ่งอยู่ตรงนั้น โชคดีที่เธอตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว รีบคว้ากระจกแต่งหน้าขึ้นมาส่องดูร่องรอยบาดแผลบนใบหน้าของตัวเองกู้ฉือจวินปรายตามองเธอแวบหนึ่ง “อีกประมาณสามวันอาการบวมก็น่าจะยุบลง ส่วนรอยช้ำคงต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์ถึงจะจาง”“ถ้าอย่างนั้นสัปดาห์นี้ฉันคงกลับไปไม่ได้แน่เลย” หลี่ลี่คอตกห่อไหล่พึมพำบ่นเบา ๆ “ทางโรงพยาบาลจงใจปกปิดบัญชียา ตรวจสอบยอดไม่ได้ ถ้ากลับไปทั้งแบบนี้จะให้ฉันอธิบายยังไงดีล่ะเนี่ย ช่างเถอะ สงสัยคงต้องให้พี่ชายฉันช่วยจัดการให้ซะแล้วล่ะมั้ง”เธอกำลังจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพื่อส่งข้อความหาฮั่วจินเฉิน กู้ฉือจวินเหลือบสายตามามองเธอ “แค่ฮั่วจินเฉินต้องเคลียร์งานทั้งฝั่งหยุนซานกับฮั่วซื่อก็ยุ่งจนหัวหมุนแทบจะไม่ไหวอยู่แล้ว ยังจะต้องมาคอยตามแก้ปัญหาที่อำเภอหลีเซี่ยนให้คุณอีกเหรอ?”เธอเงยหน้าขึ้นมอง “แต่ปัญหาคือตอนนี้แก้ปัญหาไม่ได้นี่ ในเมื่อทางโรงพยาบาลจงใจปกปิดไว้ พวกเราก็ไม่มีทางได้เข้าไปดูข้อมูลในคอมพิวเตอร์ของพว
โชคดีที่ในจังหวะสำคัญนั้น เพื่อนร่วมงานชายก็อุทานขึ้นมาอย่างนึกขึ้นได้ว่า “ถ้าเราแอบเข้าไปเช็คคอมพิวเตอร์ในคลังยาได้ก็คงจะดีสิ?”ยังไม่ทันที่หลี่ลี่จะได้เอ่ยปากตอบอะไร เพื่อนร่วมงานหญิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็ส่ายหน้า “ดูจากท่าทีของทางโรงพยาบาลในตอนนี้แล้ว พวกเขาไม่มีทางยอมให้เราดูง่าย ๆ หรอก”“รู้ว่ายุ่งยากขนาดนี้ ไม่มาซะดีกว่า พวกเขาจงใจหาเรื่องเล่นงานหยุนซานของเราชัด ๆ !”ทั้งสองคนผลัดกันพูดคนละคำสองคำ หลี่ลี่ที่ยืนอยู่ตรงกลางกลับไม่ได้ปริปากพูดอะไรเลยสักคำ ราวกับว่าความเห็นของเธอมันไม่ได้มีความสำคัญอะไรอีกต่อไปแล้วแต่เธอกลับไม่ยอมแพ้และไม่อยากถอยกลับไปทั้งแบบนี้หลี่ลี่กำมือแน่น ในจังหวะที่ทั้งคู่เงียบเสียงลง เธอก็ตัดสินใจเอ่ยปากขึ้น “เดี๋ยวฉันจะลองหาคนช่วยดูนะ”ทั้งสองคนได้ยินดังนั้นก็ชะงักไป เห็นได้ชัดว่าพวกเขาฝากความหวังสุดท้ายไว้ที่เธอแล้วก่อนกลับ หลี่ลี่วานให้เพื่อนร่วมงานหญิงช่วยซื้อแว่นกันแดดกับหมวกมาให้ ทว่าพอเพิ่งจะก้าวเท้าเข้าเขตบ้านพัก เธอก็เผชิญหน้ากับกู้ฉือจวินเข้าพอดี ดูเหมือนว่าเขากำลังคุยโทรศัพท์อยู่กับใครสักคน หลี่ลี่แอบก้มหน้าลงโดยสัญชาตญาณ พร้อมกับขยับกรอบแว่
ผู้ช่วยหัวหน้าหยิบเอกสารขึ้นมาดูผ่าน ๆ แล้วพูดขึ้นว่า “เรื่องนี้พวกเราไม่รู้หรอกนะ”“ยาทุกตัวที่นำเข้ามาในแต่ละปีมีใบเสร็จและหลักฐานหมด ตอนนี้สมุดบัญชีคลังยาของพวกคุณไม่ตรงกัน จะมาบอกว่าไม่รู้ได้ยังไงกัน?”“นั่นสิ พวกเราไม่ได้มาตรวจสอบบัญชีแค่สามปี ยอดก็หายไปตั้งเยอะขนาดนี้แล้ว โรงพยาบาลของพวกคุณคงไม่ได้แอบเอาตุนยาไว้เก็งกำไรกันเองแล้วเอาตัวเลขมาลงบัญชีมั่ว ๆ หรอกนะ?”พอโดนตั้งคำถามจี้ใจดำเช่นนี้ ท่าทีของผู้ช่วยหัวหน้าก็เปลี่ยนเป็นแย่ลงในทันที เธอสวนกลับทันควันว่า “คุณพูดจาเหลวไหลอะไรน่ะ? มีหลักฐานรึไง!”“แล้วบัญชีของพวกคุณนี่มันคืออะไรกันล่ะ?”“จะไปรู้ได้ยังไง อยากรู้ก็ไปถามผู้อำนวยการโรงพยาบาลโน่นสิ!”“น้ำเสียงของคุณนั่นมันหมายความว่าอะไร?”เมื่อได้ยินเสียงโต้เถียงกันดังมาจากทางนั้น หลี่ลี่ก็ดึงสติหลุดออกจากกองบัญชี เดินตรงเข้าไปหาพวกเขาทันทีเดิมทีเป็นแค่การเถียงกันธรรมดา แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นเรื่องใหญ่โตถึงขั้นลงไม้ลงมือกันซะแล้วผู้ช่วยหัวหน้ากับเพื่อนร่วมงานชายผลักอกยื้อยุดกันไปมา จู่ ๆ ก็ลงมือตะลุมบอนชกต่อยกันขึ้นมาจริง ๆ ทำเอาเด็กฝึกงานและพยาบาลที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ตกใจกัน
“คุณนายฮั่ว คีบมาให้เยอะเกินไปแล้วค่ะ หนูกินไม่หมดหรอกค่ะ” เสิ่นชูทนไม่ไหวจนต้องเอ่ยปากเตือนหลี่ม่านยวี่ชะงักไปแวบหนึ่ง ก่อนจะชักตะเกียบกลับแล้วแย้มยิ้มเอ่ย “ไม่เป็นไรจ้ะ กินไม่หมดก็วางไว้ตรงนั้นแหละ”“แค็ก ฝั่งพวกลูกยังขาดคนอยู่รึเปล่า ถ้าขาดก็โยกคนจากบ้านใหญ่ไปสักสองสามคนสิ เป็นคนคุ้นเคยกันทั้งนั้น น่าไว้ใจกว่าด้วย” ฮั่วเฉิงเยี่ยคีบอาหารใส่ชามของตัวเอง พลางพูดคุยกับฮั่วจินเฉินหลี่ม่านยวี่ได้ยินดังนั้นก็เอ่ยเสริมขึ้นมาทันที “นั่นสิ ถึงเวลานั้นเสิ่นชูต้องพักฟื้นร่างกายแล้วก็ช่วงอยู่ไฟด้วย ช่วงนั้นถ้ามีคนคอยดูแลแค่คนสองคนคงไม่ไหวหรอก ต้องช่วยกันผลัดเปลี่ยนกันดูแลเด็กอีก มีคนคอยช่วยคนละไม้คนละมือหลาย ๆ คนหน่อยย่อมดีกว่าอยู่แล้ว”เสิ่นชูกำลังจะเอ่ยปากพูดอะไร ฮั่วจินเฉินก็ส่งเสียงอืมในลำคอ “ผมจะจัดการเองครับ”“ถึงเวลานั้นเราต้องจ้างทีมแม่บ้านดูแลช่วงหลังคลอดที่ดีที่สุดในเมืองจิงมาเลยนะ ช่วงอยู่ไฟของผู้หญิงน่ะถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดแล้ว ดูแลให้ดี ร่างกายถึงจะแข็งแรง”หลี่ม่านยวี่คิดเผื่อไว้ทุกอย่าง ดูใส่ใจยิ่งกว่าเรื่องการฟื้นฟูร่างกายของตัวเองเสียอีก ท่าทีเช่นนี้ทำให้เสิ่นชูปฏ
เสิ่นชูชะงักไป เดิมทีเธอแค่มาร่วมทางเป็นเพื่อนฮั่วจินเฉินเฉย ๆ ไม่ได้บอกว่าจะมีช่วงเวลานี้ด้วย?เธอเบนสายตาไปมองฮั่วจินเฉินที่อยู่ด้านข้างฮั่วจินเฉินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ราวกับคาดหวังให้เธอตอบรับเสิ่นชูเม้มริมฝีปากเล็กน้อย “งั้น ก็ได้ค่ะ”หลี่ม่านยวี่ใบหน้าเปี่ยมด้วยรอยยิ้ม รีบสั่งการให้พ่อบ้านไปแจ้งห้องครัวว่าเย็นนี้ให้เพิ่มอาหารพิเศษ...กู้ฉือจวินลงมือทำอาหารอยู่ในห้องครัว ตั้งแต่ขั้นตอนตั้งกระทะใส่น้ำมัน ใส่เนื้อสัตว์ ผัก ไปจนถึงการปรุงรส ทุกกระบวนการทำได้อย่างคล่องแคล่วชำนาญ หลี่ลี่ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ถึงกับอึ้งค้างอยู่กับที่ รู้สึกเหมือนเพิ่งจะได้ปลดล็อกภาพลักษณ์และทักษะใหม่ในตัวเขาเพิ่มขึ้นมาอีกอย่างผู้ชายที่เข้าครัวทำอาหารได้เนี่ย มีเสน่ห์ชะมัดเลย!“จาน” กู้ฉือจวินหันมาเอ่ยเตือนเธอสะดุ้งได้สติ “...อ้อ!” จากนั้นก็รีบหันไปหยิบจานในตู้เก็บของส่งให้เขาหลี่ลี่ช้อนตาขึ้นแอบลอบมองท่าทางของชายหนุ่ม เขากำลังก้มหน้าอยู่ สันจมูกโด่งเป็นสัน เวลาที่แววตาฉายแววจดจ่อจริงจังให้ความรู้สึกราวกับภาพลวงตาที่อ่อนโยนอย่างน่าประหลาด“ยกไปไว้ที่โต๊ะ” กู้ฉือจวินถือจานยื่นมาตรงหน้าเธอด้วยมื
“บรรดาญาติ ๆ บ้านเรา คุณก็ไม่ใช่ว่าไม่รู้เสียหน่อยนี่คะ” สีหน้าของหลี่ซูถิงเต็มไปด้วยความจนใจ “นี่ไม่ใช่ครั้งแรกสักหน่อยที่พวกเขาพยายามแนะนำผู้ชายให้เสี่ยวลี่ ถ้าหากว่าพวกเขาคิดเพื่อเสี่ยวลี่จริง ๆ ฉันก็ยังพอรับได้หรอกค่ะ แต่สิ่งที่พวกเขาคิดน่ะฉันรู้ดีแก่ใจ ก็แค่คิดว่าเสี่ยวลี่ไม่ประสีประสาเรื่องธุรกิจที่บ้าน แถมยังใสซื่อไร้เดียงสา ตอนนี้พวกเรายังพอหนุนหลังให้แกได้ แต่ถ้าวันข้างหน้าพวกเราไม่อยู่แล้ว แกถูกคนรุมฮุบมรดกเกลี้ยงแถมยังจะไปช่วยพวกนั้นนับเงินให้อย่างว่าง่ายอีกต่างหาก!”หลี่ม่านยวี่อ้าปากคล้ายอยากจะพูดอะไรแต่ก็กลืนกลับลงไป ตั้งแต่ที่เธอแต่งเข้าตระกูลฮั่ว บรรดาญาติทางฝั่งตระกูลหลี่ก็ติดต่อหาเธออยู่บ่อยครั้ง เดี๋ยวก็จะขอให้ช่วยโน่นช่วยนี่ ในตอนแรกเพราะกลัวว่าคุณหญิงย่าฮั่วจะถือสา อีกทั้งยังกลัวจะกระทบถึงหน้าตาของตระกูลหลี่ เธอถึงขั้นตัดขาดการติดต่อกับญาติ ๆ เหล่านี้ไปเสียสนิทด้านนอกระเบียงมีเสียงฝีเท้าดังแว่วมาพ่อบ้านพาคนทั้งสองมาถึงหน้าประตู ทันใดนั้นก็เห็นเสิ่นชูคล้องแขนฮั่วจินเฉินเดินเคียงคู่กันเข้ามาในห้องนอนใบหน้าของหลี่ม่านยวี่ประดับด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนยามมองไปยังเสิ่น







![คุณเลขากับสามีทิพย์ [ Comedy 18++]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)