Mag-log inตอนที่ 5 : คนคุ้นเคย
เช้าวันต่อมา ที่กองกำกับการสืบสวนกลาง
รินลดานั่งมองแฟลชไดรฟ์ไทเทเนียมและกุญแจเซฟที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน เธอเพิ่งลองใช้รอยนิ้วมือของตัวเองสแกนดูแล้วแต่ระบบปฏิเสธการเข้าถึง แฟลชไดรฟ์นี้มีระบบป้องกันขั้นสูง หากสแกนนิ้วผิดเกินกำหนด ข้อมูลข้างในอาจจะถูกลบหรือทำลายทิ้งทันที
“รอยนิ้วมือปู่เหรอ... หรือจะเป็นของคนอื่น” รินลดาพึมพำกับตัวเอง
“สารวัตรครับ” สิงห์เดินถือแฟ้มเอกสารเข้ามาวางบนโต๊ะ สีหน้าจริงจังกว่าปกติ “ผมไปเช็กกล้องวงจรปิดรอบๆ ร้านอาหารเมื่อคืนมาแล้ว ไอ้พวกที่ยิงใส่โต๊ะสารวัตร มันใช้รถตู้สวมทะเบียนปลอมหนีไปทางเส้นปทุมธานี แต่ที่น่าแปลกคือ วิถีกระสุนจากศูนย์พิสูจน์หลักฐานยืนยันว่า... เป้าหมายหลักคือจุดที่สารวัตรนั่งอยู่ ไม่ใช่คุณดนัย”
รินลดาพยักหน้ารับรู้ เธอไม่ได้แปลกใจเท่าไหร่เพราะวศินเตือนเธอไว้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว “สิงห์ นายช่วยไปประสานงานกับฝ่ายทะเบียนราษฎร์และนิติเวชที ฉันอยากได้ข้อมูลลายนิ้วมือแฝงของปู่ฉันทั้งหมดที่มีในฐานข้อมูล”
“ได้ครับสารวัตร ว่าแต่... สารวัตรจะเอาไปทำอะไร?”
“เปิดของดูต่างหน้านิดหน่อยน่ะ ไปจัดการให้ที เออแล้วมือปืนอีกคนมันยอมเปิดปากหรือยัง?”
รินลดาตัดบท สิงห์ยกมือยักไหล่บ่งบอกว่ายังไม่ได้ความแล้วรีบเดินออกไป
ขณะเดียวกัน ที่บริษัทรับเหมาก่อสร้างของดนัย
บรรยากาศในห้องผู้บริหารเต็มไปด้วยความตึงเครียด ดนัยยืนมองตัวเลขในหน้าจอแท็บเล็ตด้วยสีหน้าซีดเผือด
“หมายความว่ายังไงที่ซัพพลายเออร์ระงับการส่งปูนกับเหล็กทั้งหมด! งานสร้างคอนโดเฟสสองกำลังจะถึงกำหนดส่งมอบแล้วนะ!” ดนัยตวาดใส่เลขาฯ ที่ยืนก้มหน้าตัวสั่น
“ทะ... ทางนั้นแจ้งว่า หนี้สินที่เราค้างชำระอยู่ในบริษัทต่างๆห้าบริษัทถูกบริษัท V-Capital กว้านซื้อบริษัทพวกนั้นไปหมดแล้วครับ และทาง V-Capital มีคำสั่งระงับเครดิตการค้าของเราทั้งหมดจนกว่าจะเคลียร์ยอดหนี้กว่าห้าสิบล้านได้”
“V-Capital... ไอ้เคน วศิน!” ดนัยทุบโต๊ะเสียงดังลั่น แววตาเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและสิ้นหวัง
บริษัทเขากำลังจะล้มละลายเพราะถูกอายัดบัญชีม้า และตอนนี้ยังโดนวศินตามมาบีบเส้นเลือดใหญ่อีก ทางรอดเดียวของเขาตอนนี้คือต้องหาเงินมาหมุนให้เร็วที่สุด... และเงินก้อนนั้นก็คือ ‘มรดกบริสุทธิ์’ ของปู่ที่รินลดากำลังจะได้คืน
ช่วงบ่ายวันเดียวกัน
รถยุโรปสีดำคันหรูมาจอดเทียบที่หน้าตึกกองสืบสวนกลาง เจตเดินลงมาเปิดประตูหลังให้วศิน ชายหนุ่มในชุดสูทสีเทาเข้มเดินก้าวเข้ามาในตึกด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับมาเดินเล่นในห้างสรรพสินค้า
วศินเดินตรงมาที่แผนกสืบสวน สายตาของตำรวจหลายคนหันมามองเขาเป็นจุดเดียว แต่เขาไม่ได้สนใจ วศินเดินไปหยุดที่หน้าโต๊ะของรินลดา
“มาทำไมที่นี่?” รินลดาเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสาร ถามด้วยน้ำเสียงไม่ต้อนรับ
“ผมบังเอิญผ่านมาแถวนี้ เลยแวะมาดูว่าสารวัตรปลอดภัยดีไหม หลังจากเจอเรื่องตื่นเต้นเมื่อคืน” วศินพูดพลางถือวิสาสะลากเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามมานั่ง
“ฉันไม่ใช่คนอ่อนแอที่เจอเสียงปืนแล้วต้องมุดลงไปซ่อนใต้โต๊ะหรอกนะ” รินลดาประชดนึกถึงดนัย
วศินยิ้มมุมปากเล็กน้อย “ผมถึงได้บอกไงครับ ว่าการลงทุนของคุณมันผิดพลาด... ว่าแต่ กล่องใบนั้น สารวัตรเปิดมันได้หรือยังครับ?”
รินลดาหรี่ตาลงจ้องจับผิด “คุณรู้กลไกของกล่อง Chinese Puzzle Box ใบนั้นได้ยังไง? ปู่ฉันไม่เคยเอาของพวกนี้ไปโชว์ใคร และคุณก็ดูเด็กเกินกว่าจะไปร่วมวงสนทนากับพวกรุ่นปู่ได้”
วศินประสานมือไว้บนโต๊ะ นัยน์ตาของเขาดูอ่อนลงแวบหนึ่งเมื่อนึกถึงอดีต ภาพตอนที่เขายังเป็นเด็กชายตัวเล็กๆ นั่งดูปู่ของตัวเองกับอธิบดีนรินวัตรเล่นหมากรุกกันที่ชานบ้าน กล่องไม้ใบนั้นคือของเล่นที่อธิบดีนรินวัตรมักจะเอามาให้เขาฝึกแก้ปริศนาเสมอ
“ปู่ของผมเป็นคนชอบสะสมของแปลกๆ น่ะครับ” วศินตอบเลี่ยงๆ ไม่ยอมเปิดเผยความจริงทั้งหมด “ตอนเด็กๆ ผมเคยเห็นกล่องกลไกคล้ายๆ แบบนี้ มันถูกออกแบบมาให้ทำลายของข้างในทิ้งถ้าคนเปิดใช้กำลังงัดแงะ หรือพยายามใช้ ‘กุญแจผิดดอก’ เข้าไปไข”
รินลดาชะงัก เธอรู้ทันทีว่าเขากำลังใบ้เรื่องแฟลชไดรฟ์ที่ต้องสแกนรอยนิ้วมือ
“สารวัตรครับ...” วศินโน้มตัวไปข้างหน้า ลดเสียงลงให้ได้ยินกันแค่สองคน “บางครั้ง สิ่งที่คนรุ่นก่อนทิ้งไว้ให้ เขาอาจจะไม่ได้ตั้งใจให้ตัวเองเป็นคนเปิดมัน แต่เขาตั้งใจทิ้งไว้ให้คนที่เขา ‘ไว้ใจที่สุด’ หรือคนที่ ‘กุมความลับ’ ร่วมกันต่างหาก”
รินลดานิ่งอึ้งไปกับคำพูดนั้น ถ้าไม่ใช่ลายนิ้วมือปู่ แล้วจะเป็นลายนิ้วมือใคร? คนที่ปู่ไว้ใจที่สุดในช่วงที่ทำคดีนักการเมือง...
“อธิบดีสอบสวนกลาง...” รินลดาเผลอพึมพำออกมาเบาๆ
วศินได้ยินชัดเจน เขายิ้มบางๆ ที่มุมปากอย่างพอใจที่สารวัตรสาวหัวไวตามทันความคิดเขา ชายหนุ่มลุกขึ้นยืน จัดเสื้อสูทให้เข้าที่
“ผมมีประชุมบอร์ดต่อ คงต้องขอตัวก่อน... หวังว่าสารวัตรจะตามหา ‘กุญแจ’ ดอกนั้นเจอนะครับ” วศินหันหลังเดินกลับไปที่ประตู โดยมีเจตยืนรอรับอยู่
รินลดามองตามแผ่นหลังของวศินไป ในหัวของเธอตอนนี้มีแต่ภาพของอธิบดีกองสอบสวนกลาง... อดีตลูกน้องคนสนิทของปู่ที่ตอนนี้กลายมาเป็นผู้บังคับบัญชาของเธอเอง
ถ้าลายนิ้วมือที่เปิดแฟลชไดรฟ์ได้คือลายนิ้วมือของหัวหน้า... แล้วทำไมปู่ถึงต้องทำระบบป้องกันที่ซับซ้อนขนาดนี้? หรือว่าเรื่องที่ปู่ช็อกจนหัวใจล้มเหลว... จะไม่ใช่แค่เรื่องคดีทุจริตธรรมดาเสีแล้ว ขณะที่กำลังคิดเธอเหลือบไปเห็นกระดาษเล็กพับแทรกไว้ในแฟ้มคดีของเธอ เธอรู้ทันทีว่าวศินทิ้งไว้ให้ เธอเปิดแฟ้มคดีแล้วคลี่กระดาษออกมาอ่าน
“อย่าไว้ใจใคร มีคนแอบฟังคณอยู่”
รินลดาปิดแฟ้มและขยุมกระดาษไว้ในมือแล้วทำตัวเป็นปรกติ
จบตอน.
ตอนที่ 5 : คนคุ้นเคยเช้าวันต่อมา ที่กองกำกับการสืบสวนกลางรินลดานั่งมองแฟลชไดรฟ์ไทเทเนียมและกุญแจเซฟที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน เธอเพิ่งลองใช้รอยนิ้วมือของตัวเองสแกนดูแล้วแต่ระบบปฏิเสธการเข้าถึง แฟลชไดรฟ์นี้มีระบบป้องกันขั้นสูง หากสแกนนิ้วผิดเกินกำหนด ข้อมูลข้างในอาจจะถูกลบหรือทำลายทิ้งทันที“รอยนิ้วมือปู่เหรอ... หรือจะเป็นของคนอื่น” รินลดาพึมพำกับตัวเอง“สารวัตรครับ” สิงห์เดินถือแฟ้มเอกสารเข้ามาวางบนโต๊ะ สีหน้าจริงจังกว่าปกติ “ผมไปเช็กกล้องวงจรปิดรอบๆ ร้านอาหารเมื่อคืนมาแล้ว ไอ้พวกที่ยิงใส่โต๊ะสารวัตร มันใช้รถตู้สวมทะเบียนปลอมหนีไปทางเส้นปทุมธานี แต่ที่น่าแปลกคือ วิถีกระสุนจากศูนย์พิสูจน์หลักฐานยืนยันว่า... เป้าหมายหลักคือจุดที่สารวัตรนั่งอยู่ ไม่ใช่คุณดนัย”รินลดาพยักหน้ารับรู้ เธอไม่ได้แปลกใจเท่าไหร่เพราะวศินเตือนเธอไว้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว “สิงห์ นายช่วยไปประสานงานกับฝ่ายทะเบียนราษฎร์และนิติเวชที ฉันอยากได้ข้อมูลลายนิ้วมือแฝงของปู่ฉันทั้งหมดที่มีในฐานข้อมูล”“ได้ครับสารวัตร ว่าแต่... สารวัตรจะเอาไปทำอะไร?”“เปิดของดูต่างหน้านิดหน่อยน่ะ ไปจัดการให้ที เออแล้วมือปืนอีกคนมันยอมเปิดปาก
ตอนที่ 4 : ผู้มาเยือนยามวิกาลค่ำคืนมืดมิด มีเพียงแสงฟจากไฟทางแบบโซล่าเซลล์ บ้านหลังหนึ่งั้งอยู่กลางสวนไม่ได้เปิดไฟ ในบ้านมืดสนิท มีแสงจากไฟฉายหลายอันส่องเป็นเส้นแสงวูบวาบไปมา เพียงพอที่จะมองเห็นจาด้านนอกใต้ถุนเรือนแห่งหนึ่งชายสองคนนั่งกินเบียร์กันอยู๋ ชายคนหนึ่งลุกขึ้นเดินไปฉี่ข้างต้นไม้ริมรั้ว ขณะยืนโงนเงนอยู่นั้นเขาก็เหลือบมองไปเห็นบ้านหลังหนึ่งที่อยู่กลางสวน มีแสงไฟฉายส่องไปมาห้าถึงหกอันดูผิดปรกติจึงเรียกเพื่อนมาดู“ไอ้มั่น ไอ้มั่น มานี่เร็ว กูว่าโจรขึ้นบ้านท่านวัตรว่ะมาดูเร็ว”นายคงชาวสวนอยู่ข้างบ้านท่านนรินวัตร อดีตอธิบดีกรมตำรวจที่เพิ่งจะเสียชีวิตไปรีบเรียกให้เพื่อนมาดูนายมั่นวิ่งเข้ามาพร้อมกับหยีตาดู“เออว่ะ” เขารีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรแจ้งความนาฬิกาบนผนังห้องสืบสวนบอกเวลาตีสอง บรรยากาศเงียบสงัดตัดกับความวุ่นวายเมื่อช่วงหัวค่ำอย่างสิ้นเชิง บนโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยกองแฟ้มคดี รินลดาในชุดเสื้อยืดสีดำสวมทับด้วยแจ็กเก็ตตัวเก่ง สลัดคราบสาวสังคมทิ้งไปจนหมดสิ้น เธอกำลังนั่งจ้องมอง 'กล่องไม้สลักลายโบราณ' ที่ยึดมาได้จากการจับกุมเมื่อวันก่อน และกระดาษโน้ตแผ่นเล็กที่วศิน
ตอนที่ 3 : ดินเนอร์บรรยากาศบนรูฟท็อปของร้านอาหารไฟน์ไดน์นิ่งที่เคยอบอวลไปด้วยเสียงเปียโนคลาสสิกและแสงเทียนสุดโรแมนติก บัดนี้กลับถูกแทนที่ด้วยความอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก "คุณริน... ผมว่าคุณรีบตัดสินใจไปหน่อยนะครับ ไม่เปิดโอกาสให้ผมเลย" ดนัยพยายามรักษาน้ำเสียงให้ราบเรียบ แต่แววตาขุ่นมัวบ่งบอกถึงความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด เขาขยับคอเสื้อสูทราคาแพงด้วยความหงุดหงิดรินลดาไม่ได้สนใจคำท้วงติงนั้น เธอเลื่อนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามดนัยเตรียมลุกออกไป ท่วงท่าสง่างามแต่วางอำนาจอยู่ในที "ฉันมาที่นี่เพราะผู้ใหญ่ขอร้อง และฉันกำลังจะกลับ..."เพล้ง!!คำพูดของรินลดาถูกกลืนหายไปพร้อมกับเสียงกระจกบานใหญ่ของห้องอาหารที่แตกกระจาย!แสงเลเซอร์สีแดงจุดหนึ่งทาบลงบนอกเสื้อของดนัย ตอนที่รินลุกจากเก้าอี้แล้วเบี่ยงตัวออกกระสุนนัดแรกจะเจาะทะลุเบาะเก้าอี้ตรงจุดที่รินเพิ่งนั่งอยู่เมื่อเสี้ยววินาทีก่อน!"กรี๊ดดด!!" เสียงผู้คนในร้านอาหารกรีดร้องระงม ความโกลาหลปะทุขึ้นทันที ลูกค้าโต๊ะอื่นพากันหมอบลงใต้โต๊ะและวิ่งหนีตายกันอลหม่านดนัยร้องเสียงหลง ทรุดตัวลงไปคู้คุดอยู่ใต้โต๊ะอาหารด้วยความขี้ขลาด สภาพไฮโซหนุ่มผู้สง่างามหายวับไป
ตอนที่ 2 : คลื่นใต้น้ำสองเดือนก่อน ที่ศาลปกครอง นักข่าวรายงานที่หน้าศาล “จากคดีติดสินบนอดีตอธิบดีกรมตำรวจ ศาลตัดสินให้จำเลยมีความผิด ให้จำคุกสิบปีไม่รอลงอาญาและให้อายัดทรัพย์สินไว้ก่อนจนกว่าจะแยกที่มาของรายทรัพย์ที่จะยึดเข้าหลวงได้ แต่ระหว่างพิจารณาคดี อดีตอธิบดีเกิดหัวใจเต้นผิดปกติ และหยุดเต้นกระทันหันทีมกู้ภัยไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้”ช่วงเย็นที่วัดในงานรดน้ำศพ สารวัตรรินยืนร้องไห้คอนรับแขกที่มางาน ด้านนอกศาลามีนักข่าวมากมาย“สืบเนื่องจากคดีการเมืองที่ใช้เวลาร่วมสิบปีในการพิจารณาคดี แล้วศาลตัดสินว่าผิดจริง ในนั้นมีหลักฐานว่าอดีตตอธิบดีกรมตำรวจ รับสินบนวิ่งเต้นเรื่องคดี วันนี้ระหว่างพิจารณาคดี อดีตอธิบดีท่านนรินวัตรเกิดหัวใจวาย เสียชีวิตที่ห้องพิจารณาคดีโดยทีมกู้ภัยไม่อาจยื้อชีวิตไว้ได้”ภาพนักข่าวยืนรายงานขณะที่ผู้คนมากมายหลั่งไหลกันมารดน้ำศพในศาลาสารวัตรรินได้รับข้อความ เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูแล้วพูดกับป้าของเธอ“คุณป้าคะ บ้านคุณปู่ถูกโจรปล้นค่ะ หนูจะไปดูที่เกิดเหตุนะคะ” พูดเสร็จเธอเอาขันน้อยใส่มือป้าเธอแล้วรีบออกไปปัจจุบัน กองกำกับการสืบสวน ห้องเก็บของกลาง รินลดาหน้านิ่วคิ้วข
ตอนที่ 1 : บุกทะลวงบ่ายแก่ถนนใหญ่เขตปริมณฑลขาออกเห็นรถวิ่งไม่หนาตา ที่โกดังร้างย่านชานเมืองมีรถเก๋งวิ่งเข้ามาร่วมสิบคัน ทั้งสองฝ่ายลงจากรถพร้อมอาวุธครบมือ ภาพกว้างเหนือโกดังนั้นเห็นโดรนบินเข้ามาลำหนึ่งที่รถปฏิบัติการผู้ชายคนหนึ่งนั่งมองมอนิเตอร์จากภาพที่โดรนกำลังบันทึก“จับภาพได้แล้วเริ่มบันทึกภาพ เปลี่ยน” ชายคนนั้นวิทยุสื่อสารไปบอกกเพื่อนร่วมงานกอหญ้าแห่งหนึ่งนอกโกดัง สารวัตรสาวเอื้อมไปข้างหลังเพื่อขอกล้องส่องทางไกลหมวดสิงห์ยื่นมือไปหา ส่งนิ้วโป้งกับนิ้วชึ้ไปประกบมือสารวัตรสาวจนเป็นรูปหัวใจ สารวัตรรินลดาเห็นว่าไม่ได้กล้องสักทีเลยหันไปดู ภาพที่เห็นทำให้เธอโมโห“มันใช่เวลามั้ย? เอากล้องมา” เธอตวาดสิงห์ จนสิงห์ต้องรีบส่งกล้องให้ ภาพจากกล้องส่องทางไกลเห็นคนกำลังเดินเข้าหากันตรงกลางมีโต๊ะเตรียมอยู่ทั้งสองฝ่ายมีกระเป๋าเจมสืบอนด์และอาวุธ“ทุกคนค่อยๆกระชับพื้นที่แล้วรอสญญาณ” รินลดาสั่งการผ่านวิทยุสื่อสารที่อาคารพานิชย์แห่งหนึ่งแถวคลองปะปา ตึกแถวขนาดห้าคูหาพร้อมลานอดรถกำลังจะขออนุญาติเปิดเป็นร้านอาหารและคาราโอเกะ มีหน่วยงานราชการกำลังตรวจเพื่อที่จะออกใบอนุญาติ“ในห้อง







