Se connecterตอนที่ 3 : ดินเนอร์
บรรยากาศบนรูฟท็อปของร้านอาหารไฟน์ไดน์นิ่งที่เคยอบอวลไปด้วยเสียงเปียโนคลาสสิกและแสงเทียนสุดโรแมนติก บัดนี้กลับถูกแทนที่ด้วยความอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
"คุณริน... ผมว่าคุณรีบตัดสินใจไปหน่อยนะครับ ไม่เปิดโอกาสให้ผมเลย"
ดนัยพยายามรักษาน้ำเสียงให้ราบเรียบ แต่แววตาขุ่นมัวบ่งบอกถึงความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด เขาขยับคอเสื้อสูทราคาแพงด้วยความหงุดหงิด
รินลดาไม่ได้สนใจคำท้วงติงนั้น เธอเลื่อนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามดนัยเตรียมลุกออกไป ท่วงท่าสง่างามแต่วางอำนาจอยู่ในที
"ฉันมาที่นี่เพราะผู้ใหญ่ขอร้อง และฉันกำลังจะกลับ..."
เพล้ง!!
คำพูดของรินลดาถูกกลืนหายไปพร้อมกับเสียงกระจกบานใหญ่ของห้องอาหารที่แตกกระจาย!
แสงเลเซอร์สีแดงจุดหนึ่งทาบลงบนอกเสื้อของดนัย ตอนที่รินลุกจากเก้าอี้แล้วเบี่ยงตัวออกกระสุนนัดแรกจะเจาะทะลุเบาะเก้าอี้ตรงจุดที่รินเพิ่งนั่งอยู่เมื่อเสี้ยววินาทีก่อน!
"กรี๊ดดด!!" เสียงผู้คนในร้านอาหารกรีดร้องระงม ความโกลาหลปะทุขึ้นทันที ลูกค้าโต๊ะอื่นพากันหมอบลงใต้โต๊ะและวิ่งหนีตายกันอลหม่าน
ดนัยร้องเสียงหลง ทรุดตัวลงไปคู้คุดอยู่ใต้โต๊ะอาหารด้วยความขี้ขลาด สภาพไฮโซหนุ่มผู้สง่างามหายวับไปในพริบตา
รินลดาตอบสนองด้วยสัญชาตญาณสายสืบทันที เธอเตะโต๊ะอาหารที่เต็มไปด้วยจานอาหารฝรั่งเศสให้หงายขึ้นเพื่อใช้เป็นที่กำบังชั่วคราว มือเรียวล้วงเข้าไปใต้กระโปรงเดรสผ่าข้าง ดึงปืนพกขนาดกะทัดรัด Glock 43 ที่ซ่อนไว้อย่างแนบเนียนที่รัดต้นขาออกมาปลดเซฟตี้ในเสี้ยววินาที
ชายชุดดำสามคนในชุดพนักงานบริกรที่แฝงตัวอยู่ตรงฉากกั้นกระจกที่บานหนึ่งแตกไปแล้ว ชักปืนกลมือเก็บเสียงออกมาจากใต้ถาดอาหารและเริ่มกราดยิงสาดเข้ามาที่โต๊ะของดนัย มุมของพวกนั้นเป้าหมายไม่ได้มีแค่ดนัย แต่วิถีกระสุนยังพุ่งเป้ามาที่รินลดาด้วย!
"เจต! เคลียร์ทางซ้าย!" วศินสั่งการเสียงเฉียบขาด ไม่มีร่องรอยความตื่นตระหนกบนใบหน้าหล่อเหลานั้นเลยแม้แต่น้อย
"โธ่บอส! สูทสั่งตัดจากมิลานของผมเพิ่งใส่ครั้งแรกเองนะ!" เจตบ่นอุบ แต่ร่างกายกลับพุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว เขาคว้าเก้าอี้ไม้เนื้อแข็งฟาดเข้าที่หน้าแข้งของบริกรปลอมคนหนึ่งจนล้มคว่ำ ก่อนจะเตะอัดเข้าที่ลิ้นปี่และแย่งปืนมาได้อย่างคล่องแคล่ว
รินลดายืดตัวขึ้นจากหลังโต๊ะที่พรุนไปด้วยรอยกระสุน เธอกะจังหวะอย่างแม่นยำแล้วเหนี่ยวไกปืนสวนกลับ กระสุนเจาะเข้าที่หัวไหล่ของมือปืนคนที่สองจนมันร้องลั่นและทำปืนร่วง แต่ส้นสูงสามนิ้วที่สวมอยู่ทำให้การเคลื่อนไหวของเธอไม่ถนัด รินลดาจึงตัดสินใจสลัดรองเท้าทิ้งไปอย่างไม่ไยดี แล้วพุ่งตัวกระโดดข้ามโซฟาไปหลบอยู่หลังเคาน์เตอร์บาร์
มือปืนคนที่สามเห็นโอกาส มันหันกระบอกปืนเล็งตามร่างบางของรินลดา ทว่าก่อนที่มันจะได้ลั่นไก...
ส้อมสเต็กเนื้อเงินแท้เล่มหนึ่งก็พุ่งแหวกอากาศปักเข้าที่หลังมือของมันอย่างแม่นยำและรุนแรงจนทะลุ!
"อ๊ากก!!" มือปืนแหกปากร้องลั่น
วศินก้าวเดินออกมาจากหลังที่กำบังด้วยท่วงท่าเชื่องช้าแต่น่าเกรงขาม เขากระชากคอเสื้อมือปืนที่กำลังร้องโอดโอย จับกระแทกเข้ากับขอบโต๊ะหินอ่อนอย่างแรงจนอีกฝ่ายสลบเหมือดคาที่ ทุกการกระทำของวศินทั้งเด็ดขาด แม่นยำ และไร้ความปรานี สมกับสายเลือดอดีตนักเลงใหญ่ที่ไหลเวียนอยู่ในตัว แม้ภาพลักษณ์ภายนอกจะเป็นเพียงหนุ่มแบรนด์เนมก็ตาม
รินลดาที่ประทับปืนเล็งค้างอยู่ถึงกับชะงักไปเล็กน้อย เธอประเมินผู้ชายคนนี้ต่ำไปจริงๆ เขาไม่ใช่แค่คนรวยที่มีบอดี้การ์ดคอยคุ้มกัน แต่ตัวเขาเองนั่นแหละคืออาวุธที่อันตรายที่สุดคนหนึ่ง
"สารวัตร! หมอบลง!" เสียงตะโกนของสิงห์ดังขึ้นจากทางเข้าออกหลัก
หมวดสิงห์ในชุดนอกเครื่องแบบวิ่งหอบแฮ่กเข้ามาพร้อมกับทีมตำรวจท้องที่ ปืนในมือเล็งกราดไปทั่วบริเวณ "ตำรวจ! วางอาวุธแล้วยอมมอบตัวซะ!"
เมื่อเห็นว่ากำลังเสริมของตำรวจมาถึง มือปืนชุดดำที่เหลืออยู่ซึ่งบาดเจ็บก็รีบพยุงกันวิ่งหนีออกทางบันไดหนีไฟไปอย่างรวดเร็ว เจตทำท่าจะวิ่งตาม แต่วศินยกมือขึ้นห้ามไว้ มีหนึ่งคนที่สลบอยู่ตรงเค้าท์เตอร์ ทีมตำรวจรีบเข้ามาจับกุม
สถานการณ์เริ่มกลับสู่ความสงบ เสียงไซเรนรถตำรวจดังระงมมาจากเบื้องล่าง สิงห์รีบวิ่งถลันเข้ามาหารินลดาที่ยืนเท้าเปล่าอยู่หลังเคาน์เตอร์บาร์
"สารวัตร! ปลอดภัยไหมครับ! โหย ดูสภาพสิ ชุดเดรสสวยๆ ขาดหมดเลย... แล้วนี่ใครทำบ้าอะไรกลางกรุงเนี่ย!"
สิงห์โวยวายพลางรีบถอดเสื้อแจ็กเก็ตของตัวเองออกคลุมไหล่ให้คู่หูสาวด้วยความเป็นห่วง
"ฉันไม่เป็นไร" รินลดาตอบสั้นๆ ก่อนจะหันไปมองใต้โต๊ะที่ดนัยกำลังคลานตะเกียกตะกายออกมาในสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิง สูทราคาแพงเปื้อนเศษอาหารและเศษกระจก ดนัยตัวสั่นเทา มองซ้ายมองขวาด้วยความหวาดผวา
"ริน... รินปลอดภัยนะ เรา... เรารีบออกไปจากที่นี่กันเถอะ" ดนัยพูดเสียงสั่น พยายามจะเดินเข้ามาจับมือเธอ
รินลดาเบี่ยงตัวหลบสายตาเต็มไปด้วยความสมเพช
"คุณกลับไปเถอะค่ะดนัย ที่เหลือเป็นหน้าที่ของตำรวจ ฉันต้องอยู่สอบปากคำพยานและตรวจสอบที่เกิดเหตุ"
ดนัยหน้าเสียแต่ก็ไม่กล้าขัดคอ เขารีบเดินตามการ์ดของร้านอาหารลงไปด้านล่างอย่างรวดเร็วทิ้งคราบไฮโซผู้แสนดีไว้บนชั้นดาดฟ้า
วศินที่ยืนปัดฝุ่นออกจากสูทอย่างใจเย็น เดินเข้ามาหารินลดา เขาปรายตามองสิงห์ที่ยืนคุมเชิงอยู่ข้างๆ ก่อนจะก้มลงกระซิบที่ข้างหูของสารวัตรสาว ด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันแค่สองคน
"กระสุนเมื่อกี้... ไม่ได้ตั้งใจจะมายิงดนัยหรอกนะครับ สารวัตร"
รินลดาหันขวับไปสบตากับดวงตาคมกริบนั้น "คุณหมายความว่ายังไง?"
"เป้าหมายของพวกมันคือคุณ..." วศินคลี่ยิ้มมุมปาก เป็นยิ้มที่อ่านไม่ออกว่ากำลังเยาะเย้ยหรือเตือนภัย "ดูเหมือนสมการที่ผมทิ้งไว้ให้ คุณจะยังแก้ไม่ออกสินะครับ... รีบไขความลับในกล่องของอธิบดีนรินวัตรให้ได้ล่ะ ก่อนที่ 'พวกมัน' จะส่งคนมารับของคืนถึงกองสืบสวนกลาง"
พูดจบ วศินก็ยืดตัวขึ้น ส่งกระดาษแผ่นหนึ่งให้รินลดา แล้วล้วงมือลงในกระเป๋ากางเกงแล้วเดินหันหลังกลับไปทางลิฟต์ส่วนตัว ปล่อยให้เจตวิ่งเหยาะๆ ตามไปติดๆ ทิ้งให้รินลดาจ้องมองแผ่นหลังกว้างนั้นด้วยความสับสนและระแวง
"ไอ้หมอนั่นมันใครวะสารวัตร ท่าทางกวนโอ๊ยชะมัด ให้ผมไปจับข้อหาขัดขวางการปฏิบัติงานไหม?" สิงห์ถามพลางชะเง้อมองตาม
"ไม่ต้องสิงห์..." รินลดากำปืนในมือแน่น นัยน์ตาสะท้อนความมุ่งมั่นที่ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง "หมอนั่นอาจจะเป็นเบาะแสเดียว ที่จะพาเราไปหาความจริงเรื่องคดีของปู่ฉัน"
ภาพข่าวเหตุการณืที่เกิดขึ้นถูกรายงานออกทีวีทุกช่อง วายุนั่งจิบวิสกี้และดูข่าวอยู่
“พวกมันเริ่มลงมือแล้วครับนาย” ลูกน้องคนหนึ่งรายงานอยู่ในมุมมืด “มันเตรียมเอาของกลางคืนครับ”
ที่กองสืบสวน รินลดานั่งดูกล่องไม้อยู่
กล่องไม้สลักลายโบราณและรหัสลับที่วศินทิ้งไว้ให้... มันไม่ใช่แค่กุญแจไขตู้เซฟ แต่มันคือกุญแจที่กำลังจะเปิดประตูสู่นรกแห่งการชิงอำนาจ และเธอ... คือคนเดียวที่ถือมันไว้ในมือ
จบตอน.
ตอนที่ 5 : คนคุ้นเคยเช้าวันต่อมา ที่กองกำกับการสืบสวนกลางรินลดานั่งมองแฟลชไดรฟ์ไทเทเนียมและกุญแจเซฟที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน เธอเพิ่งลองใช้รอยนิ้วมือของตัวเองสแกนดูแล้วแต่ระบบปฏิเสธการเข้าถึง แฟลชไดรฟ์นี้มีระบบป้องกันขั้นสูง หากสแกนนิ้วผิดเกินกำหนด ข้อมูลข้างในอาจจะถูกลบหรือทำลายทิ้งทันที“รอยนิ้วมือปู่เหรอ... หรือจะเป็นของคนอื่น” รินลดาพึมพำกับตัวเอง“สารวัตรครับ” สิงห์เดินถือแฟ้มเอกสารเข้ามาวางบนโต๊ะ สีหน้าจริงจังกว่าปกติ “ผมไปเช็กกล้องวงจรปิดรอบๆ ร้านอาหารเมื่อคืนมาแล้ว ไอ้พวกที่ยิงใส่โต๊ะสารวัตร มันใช้รถตู้สวมทะเบียนปลอมหนีไปทางเส้นปทุมธานี แต่ที่น่าแปลกคือ วิถีกระสุนจากศูนย์พิสูจน์หลักฐานยืนยันว่า... เป้าหมายหลักคือจุดที่สารวัตรนั่งอยู่ ไม่ใช่คุณดนัย”รินลดาพยักหน้ารับรู้ เธอไม่ได้แปลกใจเท่าไหร่เพราะวศินเตือนเธอไว้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว “สิงห์ นายช่วยไปประสานงานกับฝ่ายทะเบียนราษฎร์และนิติเวชที ฉันอยากได้ข้อมูลลายนิ้วมือแฝงของปู่ฉันทั้งหมดที่มีในฐานข้อมูล”“ได้ครับสารวัตร ว่าแต่... สารวัตรจะเอาไปทำอะไร?”“เปิดของดูต่างหน้านิดหน่อยน่ะ ไปจัดการให้ที เออแล้วมือปืนอีกคนมันยอมเปิดปาก
ตอนที่ 4 : ผู้มาเยือนยามวิกาลค่ำคืนมืดมิด มีเพียงแสงฟจากไฟทางแบบโซล่าเซลล์ บ้านหลังหนึ่งั้งอยู่กลางสวนไม่ได้เปิดไฟ ในบ้านมืดสนิท มีแสงจากไฟฉายหลายอันส่องเป็นเส้นแสงวูบวาบไปมา เพียงพอที่จะมองเห็นจาด้านนอกใต้ถุนเรือนแห่งหนึ่งชายสองคนนั่งกินเบียร์กันอยู๋ ชายคนหนึ่งลุกขึ้นเดินไปฉี่ข้างต้นไม้ริมรั้ว ขณะยืนโงนเงนอยู่นั้นเขาก็เหลือบมองไปเห็นบ้านหลังหนึ่งที่อยู่กลางสวน มีแสงไฟฉายส่องไปมาห้าถึงหกอันดูผิดปรกติจึงเรียกเพื่อนมาดู“ไอ้มั่น ไอ้มั่น มานี่เร็ว กูว่าโจรขึ้นบ้านท่านวัตรว่ะมาดูเร็ว”นายคงชาวสวนอยู่ข้างบ้านท่านนรินวัตร อดีตอธิบดีกรมตำรวจที่เพิ่งจะเสียชีวิตไปรีบเรียกให้เพื่อนมาดูนายมั่นวิ่งเข้ามาพร้อมกับหยีตาดู“เออว่ะ” เขารีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรแจ้งความนาฬิกาบนผนังห้องสืบสวนบอกเวลาตีสอง บรรยากาศเงียบสงัดตัดกับความวุ่นวายเมื่อช่วงหัวค่ำอย่างสิ้นเชิง บนโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยกองแฟ้มคดี รินลดาในชุดเสื้อยืดสีดำสวมทับด้วยแจ็กเก็ตตัวเก่ง สลัดคราบสาวสังคมทิ้งไปจนหมดสิ้น เธอกำลังนั่งจ้องมอง 'กล่องไม้สลักลายโบราณ' ที่ยึดมาได้จากการจับกุมเมื่อวันก่อน และกระดาษโน้ตแผ่นเล็กที่วศิน
ตอนที่ 3 : ดินเนอร์บรรยากาศบนรูฟท็อปของร้านอาหารไฟน์ไดน์นิ่งที่เคยอบอวลไปด้วยเสียงเปียโนคลาสสิกและแสงเทียนสุดโรแมนติก บัดนี้กลับถูกแทนที่ด้วยความอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก "คุณริน... ผมว่าคุณรีบตัดสินใจไปหน่อยนะครับ ไม่เปิดโอกาสให้ผมเลย" ดนัยพยายามรักษาน้ำเสียงให้ราบเรียบ แต่แววตาขุ่นมัวบ่งบอกถึงความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด เขาขยับคอเสื้อสูทราคาแพงด้วยความหงุดหงิดรินลดาไม่ได้สนใจคำท้วงติงนั้น เธอเลื่อนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามดนัยเตรียมลุกออกไป ท่วงท่าสง่างามแต่วางอำนาจอยู่ในที "ฉันมาที่นี่เพราะผู้ใหญ่ขอร้อง และฉันกำลังจะกลับ..."เพล้ง!!คำพูดของรินลดาถูกกลืนหายไปพร้อมกับเสียงกระจกบานใหญ่ของห้องอาหารที่แตกกระจาย!แสงเลเซอร์สีแดงจุดหนึ่งทาบลงบนอกเสื้อของดนัย ตอนที่รินลุกจากเก้าอี้แล้วเบี่ยงตัวออกกระสุนนัดแรกจะเจาะทะลุเบาะเก้าอี้ตรงจุดที่รินเพิ่งนั่งอยู่เมื่อเสี้ยววินาทีก่อน!"กรี๊ดดด!!" เสียงผู้คนในร้านอาหารกรีดร้องระงม ความโกลาหลปะทุขึ้นทันที ลูกค้าโต๊ะอื่นพากันหมอบลงใต้โต๊ะและวิ่งหนีตายกันอลหม่านดนัยร้องเสียงหลง ทรุดตัวลงไปคู้คุดอยู่ใต้โต๊ะอาหารด้วยความขี้ขลาด สภาพไฮโซหนุ่มผู้สง่างามหายวับไป
ตอนที่ 2 : คลื่นใต้น้ำสองเดือนก่อน ที่ศาลปกครอง นักข่าวรายงานที่หน้าศาล “จากคดีติดสินบนอดีตอธิบดีกรมตำรวจ ศาลตัดสินให้จำเลยมีความผิด ให้จำคุกสิบปีไม่รอลงอาญาและให้อายัดทรัพย์สินไว้ก่อนจนกว่าจะแยกที่มาของรายทรัพย์ที่จะยึดเข้าหลวงได้ แต่ระหว่างพิจารณาคดี อดีตอธิบดีเกิดหัวใจเต้นผิดปกติ และหยุดเต้นกระทันหันทีมกู้ภัยไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้”ช่วงเย็นที่วัดในงานรดน้ำศพ สารวัตรรินยืนร้องไห้คอนรับแขกที่มางาน ด้านนอกศาลามีนักข่าวมากมาย“สืบเนื่องจากคดีการเมืองที่ใช้เวลาร่วมสิบปีในการพิจารณาคดี แล้วศาลตัดสินว่าผิดจริง ในนั้นมีหลักฐานว่าอดีตตอธิบดีกรมตำรวจ รับสินบนวิ่งเต้นเรื่องคดี วันนี้ระหว่างพิจารณาคดี อดีตอธิบดีท่านนรินวัตรเกิดหัวใจวาย เสียชีวิตที่ห้องพิจารณาคดีโดยทีมกู้ภัยไม่อาจยื้อชีวิตไว้ได้”ภาพนักข่าวยืนรายงานขณะที่ผู้คนมากมายหลั่งไหลกันมารดน้ำศพในศาลาสารวัตรรินได้รับข้อความ เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูแล้วพูดกับป้าของเธอ“คุณป้าคะ บ้านคุณปู่ถูกโจรปล้นค่ะ หนูจะไปดูที่เกิดเหตุนะคะ” พูดเสร็จเธอเอาขันน้อยใส่มือป้าเธอแล้วรีบออกไปปัจจุบัน กองกำกับการสืบสวน ห้องเก็บของกลาง รินลดาหน้านิ่วคิ้วข
ตอนที่ 1 : บุกทะลวงบ่ายแก่ถนนใหญ่เขตปริมณฑลขาออกเห็นรถวิ่งไม่หนาตา ที่โกดังร้างย่านชานเมืองมีรถเก๋งวิ่งเข้ามาร่วมสิบคัน ทั้งสองฝ่ายลงจากรถพร้อมอาวุธครบมือ ภาพกว้างเหนือโกดังนั้นเห็นโดรนบินเข้ามาลำหนึ่งที่รถปฏิบัติการผู้ชายคนหนึ่งนั่งมองมอนิเตอร์จากภาพที่โดรนกำลังบันทึก“จับภาพได้แล้วเริ่มบันทึกภาพ เปลี่ยน” ชายคนนั้นวิทยุสื่อสารไปบอกกเพื่อนร่วมงานกอหญ้าแห่งหนึ่งนอกโกดัง สารวัตรสาวเอื้อมไปข้างหลังเพื่อขอกล้องส่องทางไกลหมวดสิงห์ยื่นมือไปหา ส่งนิ้วโป้งกับนิ้วชึ้ไปประกบมือสารวัตรสาวจนเป็นรูปหัวใจ สารวัตรรินลดาเห็นว่าไม่ได้กล้องสักทีเลยหันไปดู ภาพที่เห็นทำให้เธอโมโห“มันใช่เวลามั้ย? เอากล้องมา” เธอตวาดสิงห์ จนสิงห์ต้องรีบส่งกล้องให้ ภาพจากกล้องส่องทางไกลเห็นคนกำลังเดินเข้าหากันตรงกลางมีโต๊ะเตรียมอยู่ทั้งสองฝ่ายมีกระเป๋าเจมสืบอนด์และอาวุธ“ทุกคนค่อยๆกระชับพื้นที่แล้วรอสญญาณ” รินลดาสั่งการผ่านวิทยุสื่อสารที่อาคารพานิชย์แห่งหนึ่งแถวคลองปะปา ตึกแถวขนาดห้าคูหาพร้อมลานอดรถกำลังจะขออนุญาติเปิดเป็นร้านอาหารและคาราโอเกะ มีหน่วยงานราชการกำลังตรวจเพื่อที่จะออกใบอนุญาติ“ในห้อง







