Home / รักโบราณ / หงส์สองชาติ / จุดเริ่มต้นก็ควรเปลี่ยน

Share

จุดเริ่มต้นก็ควรเปลี่ยน

last update publish date: 2026-03-14 09:42:28

เมื่อมองให้ดีอยู่ครู่หนึ่งไป๋หงเหยียนความจำคล้ายเลือนราง ครั้งหนึ่งในชาติเดิมนางเคยเห็นบุรุษผู้นี้จากระยะไกลในงานเฉลิมฉลองในครั้งหนึ่ง ตอนนั้นนางยังมิรู้จักชื่อเสียงใดของเขา

"แล้ว...คุณหนูมาคนเดียวหรือ"

น้ำเสียงสุภาพไม่แสดงฐานะแต่มีความสง่างามดั่งบุรุษสูงศักดิ์ซ่อนอยู่ในท่าที

"ข้าออกมาทำธุระ ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้"

เขายิ้มบางให้นาง

"อากาศเช่นนี้เอาแน่เอานอนมิได้ คนพลุกพล่านนักม้าจึงตกใจได้ง่าย"

"ขอบคุณท่านที่ช่วยไว้เจ้าค่ะ ข้าต้องขอตัวกลับก่อน"

นางหันหลังก้าวเดินออกมาช้า ๆ เมื่อไม่เห็นมีคนมากับนางเขาจึงเดินตามไป

"ช้าก่อน สตรีเดินทางคนเดียวมีความเสี่ยง ข้าจะไปส่ง เจ้าอยู่ที่ใดหรือ"

นางลังเลครู่หนึ่ง ทว่าเมื่อใคร่ครวญให้ดี บุรุษผู้นี้น่าจะมิใช่คนธรรมดา ตอนนี้ยังไม่ถึงชั่วยาม คนในวังคงยังอยู่ที่จวน หากนางตอบตกลงก็น่าจะเป็นผลดีต่อนางมากกว่าผลเสีย

"เช่นนั้นก็รบกวนท่านแล้ว"

ถนนจากตลาดกลับจวนแม่ทัพคดเคี้ยว รถล้อเลื่อนกลิ้งไปบนทางเรียบ เมื่อถึงหน้าจวน เห็นรถม้าจากวังหลวงจอดอยู่ ขันทีหลายคนและเหล่านางกำนัลกำลังสนทนากับบิดาของนาง ใบหน้าของทุกคนดูไม่พอใจยิ่งนัก

ทันทีที่นางก้าวลงจากรถม้า สายตาทุกคู่ต่างหันมามอง มีเสียงกระซิบดังขึ้นเบา ๆ

"บุตรสาวแม่ทัพออกไปนอกจวนทั้งที่รู้ว่าคณะจากวังหลวงจะมา ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง"

อวี้เหวินหลงก้าวตามลงมา ยกมือคารวะเอ่ยเสียงชัดเจน

"คารวะท่านแม่ทัพ โปรดอย่าเข้าใจผิด คุณหนูประสบเหตุไม่คาดฝัน มีม้าตกใจวิ่งเข้ามาในตลาด ข้าเพียงช่วยพานางกลับมาเพื่อความปลอดภัยเท่านั้น"

ขันทีจากวังหลวงเหลือบตามอง เห็นบุรุษท่าทางสูงศักดิ์ก็ลังเลชั่วขณะ แต่กลับเอ่ยอย่างเย็นชาว่า

"สตรีที่ออกไปเพ่นพ่านนอกจวนย่อมถูกครหา ถึงช่วยไว้ก็ยากจะลบล้างมลทิน"

ไป๋หงเหยียนค้อมศีรษะอย่างสงบ

"เป็นความประมาทของข้าเอง ขออภัยทุกท่านที่ทำให้เสียเวลา"

คำพูดราบเรียบแต่มั่นคงทำให้ขันทีสะอึกไปเล็กน้อยก่อนเอ่ยออกมาเสียงเย็น

"เรื่องนี้จำต้องรายงานต่อวังหลวงอย่างตรงไปตรงมา"

จากนั้นคณะของวังหลวงก็พากันออกจากจวนไป

เมื่อความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง แม่ทัพไป๋หงเทียนถอนหายใจยาว ส่ายหน้าคิดไม่ตก

"เรื่องนี้ คงมิอาจลบได้ง่าย"

อวี้เหวินหลงค้อมตัว

"ความผิดล้วนอยู่ที่ข้า ข้าเต็มใจรับผิดชอบหากทำให้คุณหนูเสียหาย"

แม่ทัพไป๋ส่ายหน้า

"ไม่จำเป็น ท่านช่วยชีวิตนางข้าย่อมซาบซึ้งใจ เพียงแต่ข่าวในวังแพร่เร็วกว่าพายุ ได้แต่หวังว่าเรื่องจะไม่บานปลายเกินจริง"

อวี้เหวินหลงเห็นสีหน้าหนักใจของอีกฝ่ายก็รู้ว่าคงอยู่ต่อไปไม่ได้

"เช่นนั้นข้าต้องขอตัวลา หากทำให้ท่านแม่ทัพไม่สบายใจและต้องการกราบทูลชี้แจงต่อฝ่าบาท ติดต่อข้าไปที่จวนกั๋วกงได้ แจ้งว่า อวี้เหวินหลง ทุกคนจะต้อนรับท่านเป็นอย่างดี"

ไป๋หงเทียนเลิกคิ้วสูงเมื่อได้ฟังบุรุษหนุ่มกล่าวเชิงแนะนำตัว เขาเป็นทายาทจวนกั๋วกงเช่นนั้นหรอกหรือ

"บุญคุณครั้งนี้ข้าจะจดจำไว้ ขอให้ซื่อจื่อเดินทางโดยปลอดภัย"

หลังจากอวี้เหวินหลงกลับไปแล้ว ไป๋เยี่ยนฮวาได้อบรมบุตรสาวครั้งใหญ่ สายตาเต็มไปด้วยความเป็นห่วงและตำหนิ

"เจ้าก็รู้ว่าวันนี้คณะจากวังหลวงจะมาที่จวนเพื่อดูตัว เจ้ากลับออกไปข้างนอกเช่นนี้ ผู้ใดจะไม่กล่าวหา!"

ไป๋หงเหยียนยืนประสานมือทับกันก้มหน้าอย่างสงบเสงี่ยม

"ลูกทำให้ท่านพ่อท่านแม่เสื่อมเสีย ลูกขอโทษเจ้าค่ะ แต่ลูกก็ไม่อยากแต่งงานไปเป็นนกน้อยในกรงทอง"

มารดาชะงัก มองกิริยาสำนึกผิดของบุตรี ความโกรธที่เคยพวยพุ่งแปรเปลี่ยนเป็นความเวทนา

"เจ้ารู้หรือไม่ คำพูดเช่นนี้ หากมีผู้ได้ยินอาจนำภัยมาถึงทั้งตระกูล"

ขณะนั้นเองเสียงเปิดประตูเบา ๆ ดังขึ้น ไป๋หงเซียน บุตรชายคนโตเดินเข้ามา เอ่ยเสียงเย็นแต่มั่นคง

"ท่านแม่ อย่าดุน้องเลยขอรับ นางเพียงต้องการปกป้องชีวิตตน หากนางไม่อยากแต่งเข้าวังข้าจะยืนอยู่ข้างนาง"

มารดามองบุตรทั้งสองสลับกันก็ถอนหายใจ

"พี่น้องคู่นี้ช่างดื้อรั้นนัก"

แต่ในน้ำเสียงเริ่มอ่อนลง

"เอาเถิด พรุ่งนี้ข้าจะพูดกับท่านพ่อเจ้าอีกที แต่จำไว้ว่าหากคำพูดของเราหลุดไปถึงวังหลวง ทุกอย่างอาจสายเกินแก้"

ไป๋หงเหยียนค้อมศีรษะ

"ลูกจะระวังเจ้าค่ะ"

จากนั้นนางก็ขอตัวกลับเรือนของตนเอง ระหว่างทางเดินภาพของบุรุษที่เพิ่งจากไปผุดขึ้นมาในห้วงความคิด ท่าทางของเขาดูแข็งแกร่ง แต่ภายในแววตาคมกริบคู่นั้นกลับอ่อนโยนยามที่มองนาง

"อวี้เหวินหลงเช่นนั้นหรือ"

ในชาติก่อนนางไม่เคยเกี่ยวพันกับบุรุษผู้นี้ เหตุใดชาตินี้เหตุการณ์ถึงเปลี่ยนไปมากมายนัก จะเรียกว่าเปลี่ยนตั้งแต่เริ่มต้นแทบทุกอย่างก็ไม่ผิดนัก

ไป๋หงเหยียนเดินไปปิดหน้าต่างลงช้า ๆ ความรู้สึกบางอย่างผุดขึ้นในใจของนาง คนที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนทว่านางกลับจำใบหน้าของเขาในวันนี้ได้แม่นยำ ยามที่เขามองนางคลับคล้ายดวงตาคู่นั้นอยากสื่อความหมายมากมายไม่เหมือนคนที่เพิ่งรู้จักกัน

"ข้าคง...เลอะเลือนแล้ว"

นางสลัดความคิดฟุ้งซ่านออกไปแล้วเดินกลับมานั่งที่เดิมเพื่อคิดวางแผนการขั้นต่อไป

อวี้เหวินหลงกลับมาถึงจวน นึกทบทวนถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านไป ใบหน้าสวยหวานของสตรีผู้นั้นติดตรึงอยู่ในใจ และเป็นเช่นนี้ตลอดมาอย่างยาวนาน

ดวงตาคมของบุรุษสูงศักดิ์เปล่งประกายอ่อนโยนแฝงความคิดลึกซึ้งเมื่อคิดถึงนาง คราก่อนเขาเป็นดั่งคนที่อับจนหนทาง ครั้งนี้เขาจะไม่ยอมให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำอีก

ข่าวของบุตรสาวแม่ทัพไป๋หงเทียนพัวพันชายแปลกหน้านำกลับเข้าสู่พระราชวัง

ภายในตำหนัก ฮ่องเต้กำลังอ่านฎีกา ขณะนั้นขันทีคนสนิทเดินเข้ามาค้อมกายกราบทูลอย่างระมัดระวัง

"ทูลฝ่าบาท มีข่าวจากจวนแม่ทัพไป๋ ขอพระองค์โปรดพิจารณาพะย่ะค่ะ"

"ข่าวอันใด"

ขันทีกราบทูลต่อ

"วันนี้คณะของวังหลวงไปดูตัวคุณหนูไป๋หงเหยียนเพื่อเสนอเป็นคู่หมายขององค์รัชทายาท แต่คุณหนูไม่ได้อยู่ที่จวน มิหนำซ้ำยังออกไปเพียงลำพังและ...กลับมาพร้อมบุรุษผู้หนึ่งพะย่ะค่ะ"

เสียงในตำหนักเงียบลงทันที

ฮ่องเต้ตรัสอย่างไม่ค่อยพอพระทัยนัก

"บุรุษคนนั้นเป็นใคร"

"ยังไม่แน่ชัดพะย่ะค่ะ ข่าวเพียงบอกว่าเป็นผู้ที่ช่วยคุณหนูจากม้าที่ตกใจแล้ววิ่งเข้าหานาง"

คำว่า นางกลับมาพร้อมบุรุษผู้หนึ่งสะกิดพระทัยของฮ่องเต้ เพราะเรื่องนี้เกี่ยวกับหน้าตาขององค์รัชทายาทโดยตรง ยังไม่ทันที่ขันทีจะอธิบายต่อ เสียงหวานเย็นเยียบของสตรีผู้หนึ่งก็ดังขึ้นมาจากด้านข้างตำหนัก

หลางกุ้ยเฟยเดินเข้ามาในชุดอาภรณ์สีบุปผาอ่อน ดวงตาฉายประกายเฉียบคม นางค้อมตัวงดงาม ก่อนพูดเสียงอ่อนแต่ความหมายลึกซึ้ง

"ฝ่าบาทเพคะ สตรีที่จะเป็นชายารัชทายาท ออกนอกจวนโดยมิบอกกล่าวแล้วกลับมาพร้อมบุรุษ หากเรื่องนี้แพร่ออกไปคงกระทบถึงบารมีของพระองค์เป็นแน่แท้เพคะ"

ขันทีเหลือบตามองนางเล็กน้อย เพราะรู้ดีว่าคำพูดนี้คือการยุยงอย่างเปิดเผย

ฮ่องเต้ชะงักเล็กน้อย แววพระเนตรเข้มขรึมเริ่มไม่พอพระทัย

"กุ้ยเฟย เจ้าแน่ใจว่าควรกล่าวเช่นนี้หรือ"

นางยังไม่ยอมหยุด พูดเสียงอ่อนแต่จงใจ

"หม่อมฉันมิได้ว่าร้ายผู้ใดเพคะ เพียงกังวลว่าหากสตรีเช่นนี้เข้ามาเป็นคนของวังหลวง วันหน้าจะควบคุมได้อย่างไร..."

คำหลังกล่าวยังมิทันจบ ฮ่องเต้ก็ตบโต๊ะเสียงดัง

"เรื่องยังไม่กระจ่าง เจ้ารีบชี้นิ้วกล่าวหา ดั่งรู้ดีทุกสิ่ง เช่นนี้เรียกว่ารอบคอบหรือ"

สีหน้าของหลางกุ้ยเฟยซีดเผือดลงทันที ขันทีทั้งตำหนักก้มหน้าแทบชนพื้น ไม่มีผู้ใดกล้าขยับ

"ผู้ใดจะเป็นชายารัชทายาทข้าจะเป็นผู้ตัดสินเอง มิต้องให้คนอื่นมาชี้นำ!"

หลางกุ้ยเฟยรีบคุกเข่า

"มิกล้าเพคะ เพียงแต่หม่อมฉันหวังดีต่อรัชทายาท"

"พอเถิด ถอยไปเสีย"

หลางกุ้ยเฟยกัดริมฝีปากแน่น แต่จำต้องล่าถอยไป สีหน้าไม่พอใจอย่างชัดเจน

เมื่อประตูตำหนักปิดลง ฮ่องเต้ทอดพระเนตรมองไปยังเบื้องหน้าอย่างครุ่นคิด

'สตรีตระกูลแม่ทัพจะกล้าทำเช่นนี้หรือ หรือเป็นเพียงเหตุบังเอิญ'

ความลังเลเริ่มรุกคืบเข้ามาในพระทัย ส่วนเรื่องหมั้นหมายก็กลายเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน

ขันทีจึงทูลถาม

"ฝ่าบาทจะทรงทำอย่างไรต่อไปพะยะค่ะ"

ฮ่องเต้นิ่งไปชั่วครู่ก่อนตรัสตอบช้า ๆ

"สืบให้แน่ชัด ว่าบุรุษผู้นั้นเป็นใครและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเท็จจริงเพียงใด"

การที่ฮ่องเต้รับสั่งเช่นนี้ถือเป็นสัญญาณว่าการหมั้นหมายของรัชทายาทและบุตรสาวตระกูลไป๋มิได้ราบรื่นอีกแล้ว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หงส์สองชาติ   ตอนจบ

    หลังจากเรื่องราวต่าง ๆ ผ่านไปเพียงไม่กี่เดือน พระอาการของฮ่องเต้ดูเหมือนดีขึ้นแล้วกลับทรุดลงอย่างกะทันหัน แม้หมอหลวงและอาจารย์เซียวเหอจะช่วยกันรักษาเต็มกำลัง แต่พระวรกายที่ผ่านมา ความเครียดและพิษที่ยังตกค้าง ก็เหมือนเปลวเทียนที่ถูกลมแรงพัดซ้ำ ๆ คืนนี้พระราชฐานใหญ่เงียบสงัด เทียนวางเรียงรายส่องแสงสลัว เหล่าขุนนางคุกเข่ารอรับพระราชกระแสสุดท้าย ไม่นานนัก ขันทีหลวงก็ร้องประกาศทั้งน้ำตา "ฝ่าบาทเสด็จสวรรคตแล้ว" เสียงร่ำไห้ระงมสะเทือนทั่ววังหลวง เหล่าขุนนางต่างคุกเข่าก้มศีรษะแนบพื้น เป็นวันที่เหมือนแผ่นฟ้าทั้งผืนสิ้นแรงค้ำจุนแผ่นดิน ผ่านไปเจ็ดวันหลังจัดพิธีพระบรมศพ อวี้เหวินหลงได้รับการแต่งตั้งขึ้นเป็นฮ่องเต้ตามพระประสงค์เดิมของฮ่องเต้ เช้าตรู่วันจัดพิธี เหล่าขุนนางเรียงแถวคุกเข่าแน่นท้องพระโรง ฮ่องเต้องค์ใหม่ในชุดลายมังกรก้าวขึ้นบัลลังก์สูง น้ำเสียงทรงอำนาจทว่าแฝงความโศกเศร้าเอ่ยขึ้น "ข้าจะรักษาแผ่นดินนี้สืบทอดแทนอดีตฮ่องเต้ พร้อมจะกำจัดสิ่งอัปมงคล และจะไม่ให้ผู้ใดต้องทนทุกข์เพราะคนชั่วอีก" เสียงตอบรับดังสนั่น ทั่วทั้งวังหลวงเหมือนฟื้นพลังชีวิตใหม่อีกครั้ง ในคืนเดียว พระราชโองกา

  • หงส์สองชาติ   ฮ่องเต้ประชวรหนัก

    หลี่เจิ้นเฉิงรับโทษประหารชีวิตโทษฐานก่อกบฏ หลังจากนั้นฮ่องเต้ก็มีอาการประชวรอีกครั้ง "เสด็จพ่อ เหตุใดอาการทรุดลงเช่นนี้เพคะ" องค์หญิงใหญ่นั่งลงข้างพระวรกายที่อ่อนแรง "ครั้งนี้พ่ออาจไม่รอด รู้สึกว่าภายในเริ่มถดถอย" องค์หญิงใหญ่น้ำตานองหน้า นางไม่อาจอดทนได้เมื่อเห็นพระพักตร์อิดโรย "ไม่เพคะ ท่านต้องอยู่กับลูก เหยียนซื่อ ส่งจดหมายไปตามอาจารย์มาที่นี่โดยด่วน" นางสั่งนางกำนัลคนสนิท เหยียนซื่อเร่งออกไปทำตามคำสั่งทันที "ทรงพักผ่อนให้มาก ๆ เพคะ หม่อมฉันจะอยู่ที่นี่" ไม่นานฮ่องเต้ก็เข้าสู่ห้วงบรรทม องค์หญิงใหญ่จึงออกไปต้มยาและทำอาหารบำรุงด้วยตนเอง จวนเจ้ากรมขุนนาง สวีเยว่ชิงนั่งทอดอาลัยอยู่ในห้อง ดวงตาแดงช้ำ ใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตาไม่จางหายตั้งแต่วันที่หลี่เจิ้นเฉิงถูกประหารชีวิต สวีฮูหยินเห็นบุตรสาวโศกเศร้าก็เข้ามาปลอบโยน พลางกอดนางเอาไว้แน่น "ทำใจเสียเถิด" ไม่ว่านางจะพูดสิ่งใด บุตรสาวก็เหมือนคนไม่รับรู้ ในยามนี้สายตาของสวีเยว่ชิงเพียงเหม่อลอยอย่างคนที่สูญสิ้นทุกอย่างในชีวิตแล้ว ไป๋หงเทียนเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้คนในครอบครัวฟัง ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นต่างออกไปจากชาติก่อนมากมายนัก "ท่าน

  • หงส์สองชาติ   รับโทษสูงสุด

    อาการประชวรของฮ่องเต้ดีขึ้นตามลำดับ สามารถว่าราชกิจได้ พระองค์เรียกอวี้เหวินหลงเข้าเฝ้าเรื่องงานของบ้านเมืองเป็นคนแรก "ทราบว่าฝ่าบาททรงหายดีแล้วกระหม่อมก็สบายใจพะย่ะค่ะ" ฮ่องเต้อยู่ในห้องทรงอักษรส่วนพระองค์ สังเกตท่าทีของเขาที่เปลี่ยนไปจึงตรัสถามขึ้น "หลงเอ๋อร์ ระหว่างที่ข้าป่วยมีเรื่องใดเกิดขึ้น" เขานิ่งเงียบไปชั่วขณะ หากจะทูลตามความจริงก็เกรงจะกระทบกับสุขภาพของฝ่าบาท "กระหม่อมคิดว่าอาจจะไม่เหมาะนักพะย่ะค่ะ" "มีสิ่งใดไม่เหมาะกัน ข้ามิได้ติดเตียงแล้วและมิได้จิตใจอ่อนแอจนรับฟังเรื่องใหญ่มิได้" อวี้เหวินหลงเงียบลงก่อนตัดสินใจทูลความจริง "เรื่องเสบียงแม่ทัพไป๋ได้ถูกขายให้กับต่างแคว้นแล้วพะย่ะค่ะ ส่วนตราประทับปลอม..." ฮ่องเต้หรี่พระเนตรแคบลง "พูดต่อ!" อวี้เหวินหลงจึงเอาหลักฐานที่นำมาด้วยส่งให้ฮ่องเต้ดู "เป็นรัชทายาทบงการทั้งหมดพะย่ะค่ะ" หลักฐานแน่นหนาหลายชิ้นบ่งบอกว่าหลี่เจิ้นเฉิงคงดิ้นไม่หลุด ถึงฮ่องเต้ไม่อยากเชื่อแต่พระองค์ก็ปฏิเสธไม่ได้ "เป็นไปได้อย่างไรกัน" "อีกเรื่อง..." ฮ่องเต้เงยพระพักตร์ขึ้น จับจ้องไปที่อวี้เหวินหลง "หลางกุ้ยเฟยตอนนี้ถูกขังในคุกหลวงโทษฐานวางยาฝ่าบ

  • หงส์สองชาติ   แผนผิดพลาด

    หลังจากพระอาการของฮ่องเต้ค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับ ก็ถึงเวลาที่อาจารย์เซียวเหอต้องลากลับ "หากท่านอาจารย์ขาดเหลือสิ่งใดหรือต้องการมาอยู่ในเมืองหลวงให้บอกข้าทันที" ฮ่องเต้ตรัสอย่างขอบคุณที่อาจารย์ไม่เคยทอดทิ้งพระองค์ เซียวเหอโค้งกายคารวะซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่ฮ่องเต้ก็ไม่เคยลืมเขาเช่นกัน "เป็นพระเมตตาพะย่ะค่ะ กระหม่อมซาบซึ้งใจยิ่งนัก" หลังจากทูลลาอาจารย์ก็ออกจากตำหนักเตรียมเดินทางกลับโดยมีองค์หญิงใหญ่ให้เหยียนซื่อไปส่งขึ้นรถม้าของวังหลวง และส่งทหารอารักขาจนถึงที่หมาย การเดินทางไปหมู่บ้านหุบเขาค่อนข้างยากลำบากเขาจึงให้รถม้าส่งถึงเขตชายแดนก็พอ "เส้นทางคดเคี้ยวต้องใช้การเดินเท้าเท่านั้น ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาส่ง" ถึงองครักษ์จะไม่ยินยอมแต่อาจารย์เซียวเหอก็ไม่สามารถให้ไปด้วยได้ หากมิใช่คนในพื้นที่ก็อาจหลงทางได้ "ขอให้อาจารย์ดูแลตัวเองด้วยขอรับ" ทั้งหมดร่ำลากันและอาจารย์ก็เดินเท้าต่อไปอีกราวสองชั่วยามก็ถึง ระหว่างทางเป็นป่าค่อนข้างหนาทึบ เส้นทางคดเคี้ยวขรุขระ ผู้คนไม่ค่อยสัญจรทางนี้ แต่หากอยากไปถึงจุดหมายโดยเร็วนี่เป็นทางลัดที่ดีที่สุด เบื้องหน้าเซียวเหอเห็นบางอย่างจึงเร่งฝ

  • หงส์สองชาติ   ไป๋หงเซียนถูกเรียกตัว

    ตั้งแต่วันที่บุกเข้าตำหนักองค์หญิงใหญ่และหลางกุ้ยเฟยถูกจับขัง ไป๋หงเหยียนก็ไม่ได้ข่าวคราวใดอีกแม้แต่ข่าวจากอวี้เหวินหลง ไม่รู้เลยว่าเขาจัดการอย่างไร มีความคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว แม้แต่งานศพของเสี่ยวซินนางก็ไม่ได้ไปร่วมงานเพราะไม่สบายหนักในช่วงที่ผ่านมา ไป๋หงเหยียนจึงเดินทางไปคารวะหลุมศพของสหายรักพร้อมกับสาวรับใช้และทหารอารักขาเพียงหนึ่งคน นางเดินทางเงียบ ๆ เพราะต้องการสงบจิตใจ ครั้งหนึ่งในชาติก่อนเสี่ยวซินเคยสละชีวิตเพื่อช่วยนางตอนไปดักพบนางเพื่อส่งข่าวสำคัญตอนตระกูลไป๋กำลังจะถูกสังหาร ไม่นึกว่าชาตินี้เสี่ยวซิงก็ตายเพราะนางอีกครั้ง ไป๋หงเหยียนเดินทางมาถึง นางไปที่สุสานยืนสงบนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก็นั่งลงข้าง ๆ หลุมศพ "เสี่ยวซิน...ข้า...ขอโทษ...เจ้าต้องเสี่ยงชีวิตเพราะข้า" นางร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายฟ้าดิน หากวิงวอนต่อสวรรค์ได้นางอยากจะขอชีวิตของเสี่ยวซินคืนมา สาวรับใช้และคนดูแลสุสานเดินเข้ามาต่างก็ปลอบใจไป๋หงเหยียน "คุณหนูหวงคงรับรู้แล้วเจ้าค่ะ คุณหนูทำใจเถิด หาไม่วิญญาณของนางจะเป็นห่วงได้" "ใช่เจ้าค่ะ คนตายไปสบายแล้ว มีเพียงคนที่มีชีวิตอยู่อย่างพวกเราที่ต้องรับชะตากรรมต่อไป" นางไม่ไ

  • หงส์สองชาติ   อาจารย์เซียวเหอ

    วันรุ่งขึ้น ภายในตำหนักใหญ่ เสียงฝีเท้าทหารยามเดินเป็นจังหวะสม่ำเสมอ แต่ภายในตำหนักผู้คนต่างกังวลราวกับทุกลมหายใจคือความตาย เหยียนซื่อสวมชุดนางกำนัลที่เรียบง่าย แต่สายตาแน่นิ่งยืนรออยู่ที่ห้องโถงขนาดเล็ก "ท่านอาจารย์ ข้านำทางให้เจ้าค่ะ" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม เมื่อสอบถามจากนางกำนัลด้วยกันได้ความว่าองค์หญิงใหญ่อยู่ที่ห้องบรรทมของฮ่องเต้ "เหยียนซื่อ เจ้าไปไหนมา แล้วผู้อาวุโสท่านนี้คือใคร" นางกำนัลถามอย่างใคร่รู้ เหยียนซื่อไม่ตอบเพียงบอกสั้น ๆ ว่ามีเรื่องด่วนต้องจัดการแล้วพาอาจารย์ไปยังจุดหมายโดยเร็ว จนกระทั่งถึงประตูตำหนักใหญ่ ปรากฏร่างชายผู้หนึ่ง สูงโปร่ง สวมชุดยาวสีเข้ม ใบหน้าเรียบสง่า ดวงตาฉายความรอบรู้และหนักแน่น เมื่อทั้งสองก้าวเข้าไปในห้อง เสียงฝีเท้าของคนเฝ้าและทหารค่อย ๆ เงียบลง ความเงียบสงัดคล้ายปกคลุมไปทั้งห้อง "เหยียนซื่อ" องค์หญิงใหญ่ทั้งดีใจและโล่งใจที่นางกำนัลคนสนิทกลับมาอย่างปลอดภัย เหยียนซื่อคารวะนางและหันมาทางอาจารย์เซียวเหอ "นี่ท่านอาจารย์ของหม่อมฉันเพคะ ท่านอาจารย์เมตตาเดินทางมารักษาฝ่าบาทด้วยตนเอง ซึ่งน้อยคนนักที่อาจารย์จะเดินทางมาดูด้วยตัวเอง" อง

  • หงส์สองชาติ   เรื่องวุ่นวาย

    นางทำท่าทางยกจอกเชิญชวนสวีเยว่ชิงให้ดื่มด้วยกัน สวีเยว่ชิงยิ้มหวาน หลี่เจิ้นเฉิงจึงหันไปสั่งนางกำนัลที่ยืนเฝ้าอยู่ข้าง ๆ "เอาสุราให้คุณหนูสวี" จากนั้นนางกำนัลจึงหยิบจอกสุราที่อยู่ด้านหลังไป๋หงเหยียนเพียงหนึ่งจอกยื่นให้สวีเยว่ชิง ทั้งสามจึงร่วมดื่มด้วยกัน ไป๋หงเหยียนค้อมศีรษะ ขณะยื่นจอกเปล่าขึ้นม

  • หงส์สองชาติ   งานเลี้ยงต้อนรับ

    รุ่งเช้าของวันงานเลี้ยงต้อนรับขุนนางใหม่ ในจวนแม่ทัพเต็มไปด้วยบรรยากาศเคร่งเครียดก่อนออกไป เพราะต้องจัดของขวัญและการจัดการที่เคร่งครัด ไป๋หงเหยียนนั่งอยู่หน้ากระจกโดยมีบ่าวรับใช้กำลังเกล้าผมให้หลังจากแต่งหน้าและแต่งตัวเสร็จ ชั่วครู่ไป๋ฮูหยินเดินเข้ามาเร่งบุตรสาว "เสร็จรึยัง เหยียนเอ๋อร์ อย่าปล่

  • หงส์สองชาติ   เตรียมตัวไปงานเลี้ยง

    หลังจากเดินออกจากบุตรสาวเจ้ากรมขุนนางไปเพียงไม่นาน ไป๋หงเหยียนก็เดินมุ่งตรงไปยังลานจอดรถม้า ทว่าความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมา นางหยุดฝีเท้าหยุดกลางลาน เงียบครู่หนึ่งก่อนหันกลับมา ตัดสินใจเดินย้อนกลับไปรออีกฝ่ายอย่างสง่างาม สวีเยว่ชิงออกจากตำหนักองค์หญิงใหญ่อย่างอารมณ์ดี วันนี้เป็นวันของนางจริง ๆ มีแต่เร

  • หงส์สองชาติ   รอฟังข่าวดี

    หลังจากที่ไป๋หงเหยียนขอตัวจากอวี้เหวินหลงและเดินออกจากสำนักตรวจการ ใจหนึ่งยังรู้สึกโล่งเพราะรอดพ้นคดีสอบสวน อีกใจหนึ่งก็ระแวงเขาแปลก ๆ "เขาเป็นห่วงข้าจริง ๆ หรือมีบางอย่างแอบแฝง" เพราะความรู้สึกนี้เป็นเหตุให้นางปฏิเสธให้เขาไปส่งที่ลานจอดรถม้า แม้เขาจะบอกว่าอยากมั่นใจในความปลอดภัย แต่พอนางแจ้งว่าน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status