Share

รอฟังข่าวดี

last update publish date: 2026-03-17 17:57:45

หลังจากที่ไป๋หงเหยียนขอตัวจากอวี้เหวินหลงและเดินออกจากสำนักตรวจการ ใจหนึ่งยังรู้สึกโล่งเพราะรอดพ้นคดีสอบสวน อีกใจหนึ่งก็ระแวงเขาแปลก ๆ

"เขาเป็นห่วงข้าจริง ๆ หรือมีบางอย่างแอบแฝง"

เพราะความรู้สึกนี้เป็นเหตุให้นางปฏิเสธให้เขาไปส่งที่ลานจอดรถม้า แม้เขาจะบอกว่าอยากมั่นใจในความปลอดภัย แต่พอนางแจ้งว่านางมิได้มาคนเดียว มีคนติดตามและทหารอารักขาหลายคน เขาจึงปล่อยนางเดินไปยังรถม้าเอง

นางเดินไปเรื่อย ๆ อย่างระมัดระวังจนกระทั่งผ่านไปด้านข้างของวังหลวง

ไป๋หงเหยียนพบหญิงสาวสง่างามผู้หนึ่งในชุดสีแดงเลือดหมู ผิวขาวสะอาด ดวงตาคมกริบ แต่มีรอยยิ้มประมาท นางจำได้ได้ว่าคือสวีเยว่ชิง บุตรสาวเจ้ากรมขุนนางผู้มีตำแหน่งสูงในราชสำนัก สนมเอกของหลี่เจิ้นเฉิงในชาติก่อน แน่นอนว่าสตรีผู้นี้คือศัตรูคนสำคัญของนาง

และเป้าหมายของสวีเยว่ชิงคือขึ้นเป็นชายารองของรัชทายาทในอนาคต นางรู้ดีว่าไม่มีโอกาสได้เป็นชายาเอกเพราะตำแหน่งนั้นมีคนจับจองเอาไว้แล้ว แต่การไต่เต้าขึ้นสู่อำนาจในภายหลังคือจุดหมายปลายทางของนาง

ขอให้ได้แต่งกับรัชทายาทไว้ก่อน เรื่องอื่นนางย่อมจัดการได้

เมื่อเห็นไป๋หงเหยียนเดินเข้ามาใกล้ สวีเยว่ชิงก็เผยรอยยิ้มเยาะ

"อ้าว คุณหนูไป๋หงเหยียนหรอกหรือ ข่าวลือที่ว่าเจ้ากับบุรุษแปลกหน้าในตลาด…เอ่อ...ช่างน่าสนุกเสียจริง"

ไป๋หงเหยียนหยุดเดินเมื่อสวีเยว่ชิงขวางทางนางเอาไว้

"สิ่งที่คุณหนูสวีได้ยินมาบิดเบือนไปแค่ไหนล่ะ"

สวีเยว่ชิงยกยิ้มมุมปาก ตั้งใจมองอีกฝ่ายตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า

"ไม่ต้องปฏิเสธหรอก ข่าวลือ บางครั้งก็ช่วยให้คนฉลาดอย่างเราได้ผลประโยชน์เสมอ"

พลางขยับเข้ามาใกล้ กระซิบช้า ๆ

"เจ้าเป็นสตรีจากตระกูลไป๋ที่มีชื่อเสียงเสียหาย รัชทายาทจะเหลียวมองข้าแทน คราวนี้เจ้าทั้งอับอายทั้งเสียความไว้วางพระทัยจากฮ่องเต้ ข้าเชื่อว่าอีกไม่นานชื่อของข้าก็จะได้รับการพิจารณาจากเบื้องบนแทนเจ้า"

นางผละออก กวาดสายตาไปที่ไป๋หงเหยียนราวกับเย้ยหยันอีกครั้ง

"แน่นอนว่าข้าเองก็หมายปององค์รัชทายาทมานานแล้ว หากทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน ข้าจะได้ขึ้นเป็นชายาเอกและใกล้ชิดพระองค์มากขึ้น"

ไป๋หงเหยียนแค่นหัวเราะในลำคอ

"เจ้ามาบอกข้าจะมีประโยชน์อันใด มิสู้ป่าวประกาศออกไปให้คนร่ำลือไม่ดีกว่าหรือ"

นางรู้อยู่แล้วแต่ตอนนี้สวีเยว่ชิงน่าจะยังไม่รู้จึงพูดออกมาหวังทำให้ไป๋หงเหยียนเสียหน้าและเจ็บปวดใจ แต่นางมิใช่คนเดิมย่อมไม่รู้สึกหวั่นไหว

สวีเยว่ชิงเผยความร้ายกาจออกมาตั้งแต่ยังไม่ทันได้ตำแหน่งชายารองซึ่งไม่แตกต่างจากในอดีต ไป๋หงเหยียนมองดูศัตรูของตนเองเต็มตา ที่สวีเยว่ชิงเกลียดนางเพราะเกิดจากความอิจฉาและมักใหญ่ใฝ่สูง การได้เป็นชายารัชทายาทจะทำให้เส้นทางก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งถัดไปของนางง่ายขึ้น

คนสองคนที่มีเป้าหมายมุ่งสู่อำนาจเหมือนกันก็ควรได้ครองคู่กันแล้วแย่งชิงกันเอง เพราะชาตินี้นางไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวกับคนเหล่านี้ ต่อให้ฆ่ากันตายจนป่นปี้ก็ไม่เกี่ยวกับนาง

ขณะนั้นหลี่เจิ้นเฉิงก็ปรากฏตัวขึ้นอยู่ใกล้ ๆ สตรีทั้งสองคนพร้อมด้วยเหล่าองครักษ์ ชุดสีเข้มขับให้รูปร่างสูงโปร่งสง่างามโดยไม่ต้องพยายาม ดวงตาเขาหยุดที่ไป๋หงเหยียน แต่สายตาก็แวบมองสวีเยว่ชิงด้วยความสนใจบางอย่าง สตรีสองคนนี้มีความแตกต่างกันชัดเจน ไป๋หงเหยียนงดงามกว่า มีความสงบนิ่งมากกว่า กิริยาเช่นนี้ของนางถูกใจเขา ส่วนสวีเยว่ชิงดูร่าเริงสดใสดั่งสาวน้อยทั่วไป อันที่จริงบุตรสาวเจ้ากรมขุนนางควรสำรวมมากกว่านี้ เขาจึงสนใจนางน้อยกว่า แต่หากต้องการหมากในแผนการของเขา สวีเยว่ชิงเข้าถึงง่ายกว่า แต่ไป๋หงเหยียนท้าทายความสามารถเขายิ่งกว่า

"หากไม่มีธุระข้าขอตัว"

ไป๋หงเหยียนเดินจากไปง่าย ๆ หากมัวต่อปากต่อคำอาจทำให้นางอารมณ์เสียได้ สวีเยว่ชิงเป็นคนไม่ชอบให้ผู้อื่นเด่นกว่าตน การสนทนากับคนเช่นนี้นาน ๆ ไม่พ้นต้องได้มีปากเสียงกันแน่

สวีเยว่ชิงเบ้ปากไล่หลังไป๋หงเหยียน บังเอิญกิริยาเช่นนี้หลี่เจิ้นเฉิงเห็นเต็มสองตา

"หยาบคาย!"

เขาสบถเสียงเบาแล้วหมุนกายเดินหนีไปทันที

สวีเยว่ชิงเดินเข้าไปยังตำหนักขององค์หญิงใหญ่ นางมาที่นี่บ่อยครั้งเพราะรู้จักองค์หญิงมานานหลายปี เป็นสหายที่สนิทชิดเชื้อกัน

"เหตุใดวันนี้ถึงได้มาช้านักล่ะเยว่ชิง"

องค์หญิงหลี่ซูหว่าน ธิดาองค์โตแห่งองค์ฮ่องเต้กล่าวทักทายอย่างหงุดหงิดเล็กน้อย เมื่อสหายรุ่นน้องมาผิดนัดไปเกือบสองก้านธูป

"ขอองค์หญิงโปรดเมตตา หม่อมฉันพบคนรู้จักจึงทักทายกันเล็กน้อยเพคะ"

"ใครกัน"

สวีเยว่ชิงดึงความสนใจของหลี่ซูหว่านเอาไว้ได้ การทำให้คนในราชวงศ์ไม่พอใจอาจมีโทษ นางจึงเอาตัวรอดด้วยการยกเรื่องที่พบไป๋หงเหยียนขึ้นมาเบี่ยงเบน

"ไป๋หงเหยียนเพคะ"

สวีเยว่ชิงเอ่ยชื่อพลางเหลือบมองหน้าองค์หญิงใหญ่ อีกฝ่ายเปลี่ยนสีหน้าไปในทันที

"นางมาทำอะไรในวังหลวง"

"หม่อมฉัน...ไม่ทราบเพคะ คนจองหองพรรค์นั้น สนทนาด้วยได้ไม่นาน"

หลี่หว่านชิงยิ้มอ่อน นางไม่ได้รู้จักไป๋หงเหยียนเป็นการส่วนตัว ได้ยินเพียงข่าวลือที่เชื่อถือได้ยากจึงมิเคยเก็บมาใส่ใจ แต่ที่แน่นอนที่สุดคนตรงหน้ากำลังหมายตาพระอนุชาของนาง

"แต่ตอนนี้คงจองหองอย่างที่เจ้าว่าไม่ได้แล้วล่ะ เพราะนางเสียชื่อเสียงไปแล้ว และฝ่าบาทก็ชะลอการหมั้นหมายออกไปก่อน"

สวีเยว่ชิงลอบยิ้มในใจแต่ยังสำรวมกิริยา เรื่องนี้ยังมิได้เผยแพร่ออกไปนอกวังเพราะยังจัดการไม่ลงตัว แต่นางได้รู้ก่อนใครจากราชวงศ์ฝ่ายใน การใกล้ชิดราชวงศ์ดีอย่างนี้นี่เอง มีข่าวใหม่ ๆ ก็รู้ก่อนผู้อื่นหนึ่งก้าวเสมอ

"จริงหรือเพคะ"

นางเงยหน้าถามเสียงเบาแววตาเปล่งประกายอย่างมีความหวัง

"ข้าเคยพูดเท็จหรือ"

"หามิได้เพคะ"

สวี่เยว่ชิงรีบก้มตัวต่ำลง

"ข้ารู้ว่าเจ้าสนใจรัชทายาทมานานแล้ว หากไป๋หงเหยียนได้ครองตำแหน่งชายาเอก เจ้าก็เป็นได้เพียงชายารอง แต่เมื่อเกิดเรื่องไม่งามขึ้น เจ้าก็มีสิทธิ์ได้รับการพิจารณา โชคดีแค่ไหนที่ท่านอัครมหาเสนาบดีมีบุตรชาย หาไม่แล้วเจ้าคงมีคู่แข่งเพิ่มแน่ ตอนนี้ชื่อของเจ้าอยู่ลำดับที่หนึ่งซึ่งโดดเด่นมากนะ หากได้เกี่ยวดองกันจริง ข้ากับเจ้าก็จะได้เจอกันบ่อยขึ้นได้ทำงานสำคัญร่วมกัน ช่วยแบ่งเบาฝ่าบาทไปได้มาก"

คนสนิทรู้ใจกันย่อมเข้าใจกันง่าย จัดการงานลุล่วงได้ดีไม่ต้องปรับตัวมาก องค์หญิงใหญ่คิดอย่างนี้ นางเองก็สนับสนุนหากเป็นสวีเยว่ชิง

"องค์หญิงชมเกินไปแล้วเพคะ"

"ข้าพูดตามความจริง เจ้าก็รอฟังข่าวก็แล้วกัน"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หงส์สองชาติ   ตอนจบ

    หลังจากเรื่องราวต่าง ๆ ผ่านไปเพียงไม่กี่เดือน พระอาการของฮ่องเต้ดูเหมือนดีขึ้นแล้วกลับทรุดลงอย่างกะทันหัน แม้หมอหลวงและอาจารย์เซียวเหอจะช่วยกันรักษาเต็มกำลัง แต่พระวรกายที่ผ่านมา ความเครียดและพิษที่ยังตกค้าง ก็เหมือนเปลวเทียนที่ถูกลมแรงพัดซ้ำ ๆ คืนนี้พระราชฐานใหญ่เงียบสงัด เทียนวางเรียงรายส่องแสงสลัว เหล่าขุนนางคุกเข่ารอรับพระราชกระแสสุดท้าย ไม่นานนัก ขันทีหลวงก็ร้องประกาศทั้งน้ำตา "ฝ่าบาทเสด็จสวรรคตแล้ว" เสียงร่ำไห้ระงมสะเทือนทั่ววังหลวง เหล่าขุนนางต่างคุกเข่าก้มศีรษะแนบพื้น เป็นวันที่เหมือนแผ่นฟ้าทั้งผืนสิ้นแรงค้ำจุนแผ่นดิน ผ่านไปเจ็ดวันหลังจัดพิธีพระบรมศพ อวี้เหวินหลงได้รับการแต่งตั้งขึ้นเป็นฮ่องเต้ตามพระประสงค์เดิมของฮ่องเต้ เช้าตรู่วันจัดพิธี เหล่าขุนนางเรียงแถวคุกเข่าแน่นท้องพระโรง ฮ่องเต้องค์ใหม่ในชุดลายมังกรก้าวขึ้นบัลลังก์สูง น้ำเสียงทรงอำนาจทว่าแฝงความโศกเศร้าเอ่ยขึ้น "ข้าจะรักษาแผ่นดินนี้สืบทอดแทนอดีตฮ่องเต้ พร้อมจะกำจัดสิ่งอัปมงคล และจะไม่ให้ผู้ใดต้องทนทุกข์เพราะคนชั่วอีก" เสียงตอบรับดังสนั่น ทั่วทั้งวังหลวงเหมือนฟื้นพลังชีวิตใหม่อีกครั้ง ในคืนเดียว พระราชโองกา

  • หงส์สองชาติ   ฮ่องเต้ประชวรหนัก

    หลี่เจิ้นเฉิงรับโทษประหารชีวิตโทษฐานก่อกบฏ หลังจากนั้นฮ่องเต้ก็มีอาการประชวรอีกครั้ง "เสด็จพ่อ เหตุใดอาการทรุดลงเช่นนี้เพคะ" องค์หญิงใหญ่นั่งลงข้างพระวรกายที่อ่อนแรง "ครั้งนี้พ่ออาจไม่รอด รู้สึกว่าภายในเริ่มถดถอย" องค์หญิงใหญ่น้ำตานองหน้า นางไม่อาจอดทนได้เมื่อเห็นพระพักตร์อิดโรย "ไม่เพคะ ท่านต้องอยู่กับลูก เหยียนซื่อ ส่งจดหมายไปตามอาจารย์มาที่นี่โดยด่วน" นางสั่งนางกำนัลคนสนิท เหยียนซื่อเร่งออกไปทำตามคำสั่งทันที "ทรงพักผ่อนให้มาก ๆ เพคะ หม่อมฉันจะอยู่ที่นี่" ไม่นานฮ่องเต้ก็เข้าสู่ห้วงบรรทม องค์หญิงใหญ่จึงออกไปต้มยาและทำอาหารบำรุงด้วยตนเอง จวนเจ้ากรมขุนนาง สวีเยว่ชิงนั่งทอดอาลัยอยู่ในห้อง ดวงตาแดงช้ำ ใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตาไม่จางหายตั้งแต่วันที่หลี่เจิ้นเฉิงถูกประหารชีวิต สวีฮูหยินเห็นบุตรสาวโศกเศร้าก็เข้ามาปลอบโยน พลางกอดนางเอาไว้แน่น "ทำใจเสียเถิด" ไม่ว่านางจะพูดสิ่งใด บุตรสาวก็เหมือนคนไม่รับรู้ ในยามนี้สายตาของสวีเยว่ชิงเพียงเหม่อลอยอย่างคนที่สูญสิ้นทุกอย่างในชีวิตแล้ว ไป๋หงเทียนเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้คนในครอบครัวฟัง ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นต่างออกไปจากชาติก่อนมากมายนัก "ท่าน

  • หงส์สองชาติ   รับโทษสูงสุด

    อาการประชวรของฮ่องเต้ดีขึ้นตามลำดับ สามารถว่าราชกิจได้ พระองค์เรียกอวี้เหวินหลงเข้าเฝ้าเรื่องงานของบ้านเมืองเป็นคนแรก "ทราบว่าฝ่าบาททรงหายดีแล้วกระหม่อมก็สบายใจพะย่ะค่ะ" ฮ่องเต้อยู่ในห้องทรงอักษรส่วนพระองค์ สังเกตท่าทีของเขาที่เปลี่ยนไปจึงตรัสถามขึ้น "หลงเอ๋อร์ ระหว่างที่ข้าป่วยมีเรื่องใดเกิดขึ้น" เขานิ่งเงียบไปชั่วขณะ หากจะทูลตามความจริงก็เกรงจะกระทบกับสุขภาพของฝ่าบาท "กระหม่อมคิดว่าอาจจะไม่เหมาะนักพะย่ะค่ะ" "มีสิ่งใดไม่เหมาะกัน ข้ามิได้ติดเตียงแล้วและมิได้จิตใจอ่อนแอจนรับฟังเรื่องใหญ่มิได้" อวี้เหวินหลงเงียบลงก่อนตัดสินใจทูลความจริง "เรื่องเสบียงแม่ทัพไป๋ได้ถูกขายให้กับต่างแคว้นแล้วพะย่ะค่ะ ส่วนตราประทับปลอม..." ฮ่องเต้หรี่พระเนตรแคบลง "พูดต่อ!" อวี้เหวินหลงจึงเอาหลักฐานที่นำมาด้วยส่งให้ฮ่องเต้ดู "เป็นรัชทายาทบงการทั้งหมดพะย่ะค่ะ" หลักฐานแน่นหนาหลายชิ้นบ่งบอกว่าหลี่เจิ้นเฉิงคงดิ้นไม่หลุด ถึงฮ่องเต้ไม่อยากเชื่อแต่พระองค์ก็ปฏิเสธไม่ได้ "เป็นไปได้อย่างไรกัน" "อีกเรื่อง..." ฮ่องเต้เงยพระพักตร์ขึ้น จับจ้องไปที่อวี้เหวินหลง "หลางกุ้ยเฟยตอนนี้ถูกขังในคุกหลวงโทษฐานวางยาฝ่าบ

  • หงส์สองชาติ   แผนผิดพลาด

    หลังจากพระอาการของฮ่องเต้ค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับ ก็ถึงเวลาที่อาจารย์เซียวเหอต้องลากลับ "หากท่านอาจารย์ขาดเหลือสิ่งใดหรือต้องการมาอยู่ในเมืองหลวงให้บอกข้าทันที" ฮ่องเต้ตรัสอย่างขอบคุณที่อาจารย์ไม่เคยทอดทิ้งพระองค์ เซียวเหอโค้งกายคารวะซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่ฮ่องเต้ก็ไม่เคยลืมเขาเช่นกัน "เป็นพระเมตตาพะย่ะค่ะ กระหม่อมซาบซึ้งใจยิ่งนัก" หลังจากทูลลาอาจารย์ก็ออกจากตำหนักเตรียมเดินทางกลับโดยมีองค์หญิงใหญ่ให้เหยียนซื่อไปส่งขึ้นรถม้าของวังหลวง และส่งทหารอารักขาจนถึงที่หมาย การเดินทางไปหมู่บ้านหุบเขาค่อนข้างยากลำบากเขาจึงให้รถม้าส่งถึงเขตชายแดนก็พอ "เส้นทางคดเคี้ยวต้องใช้การเดินเท้าเท่านั้น ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาส่ง" ถึงองครักษ์จะไม่ยินยอมแต่อาจารย์เซียวเหอก็ไม่สามารถให้ไปด้วยได้ หากมิใช่คนในพื้นที่ก็อาจหลงทางได้ "ขอให้อาจารย์ดูแลตัวเองด้วยขอรับ" ทั้งหมดร่ำลากันและอาจารย์ก็เดินเท้าต่อไปอีกราวสองชั่วยามก็ถึง ระหว่างทางเป็นป่าค่อนข้างหนาทึบ เส้นทางคดเคี้ยวขรุขระ ผู้คนไม่ค่อยสัญจรทางนี้ แต่หากอยากไปถึงจุดหมายโดยเร็วนี่เป็นทางลัดที่ดีที่สุด เบื้องหน้าเซียวเหอเห็นบางอย่างจึงเร่งฝ

  • หงส์สองชาติ   ไป๋หงเซียนถูกเรียกตัว

    ตั้งแต่วันที่บุกเข้าตำหนักองค์หญิงใหญ่และหลางกุ้ยเฟยถูกจับขัง ไป๋หงเหยียนก็ไม่ได้ข่าวคราวใดอีกแม้แต่ข่าวจากอวี้เหวินหลง ไม่รู้เลยว่าเขาจัดการอย่างไร มีความคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว แม้แต่งานศพของเสี่ยวซินนางก็ไม่ได้ไปร่วมงานเพราะไม่สบายหนักในช่วงที่ผ่านมา ไป๋หงเหยียนจึงเดินทางไปคารวะหลุมศพของสหายรักพร้อมกับสาวรับใช้และทหารอารักขาเพียงหนึ่งคน นางเดินทางเงียบ ๆ เพราะต้องการสงบจิตใจ ครั้งหนึ่งในชาติก่อนเสี่ยวซินเคยสละชีวิตเพื่อช่วยนางตอนไปดักพบนางเพื่อส่งข่าวสำคัญตอนตระกูลไป๋กำลังจะถูกสังหาร ไม่นึกว่าชาตินี้เสี่ยวซิงก็ตายเพราะนางอีกครั้ง ไป๋หงเหยียนเดินทางมาถึง นางไปที่สุสานยืนสงบนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก็นั่งลงข้าง ๆ หลุมศพ "เสี่ยวซิน...ข้า...ขอโทษ...เจ้าต้องเสี่ยงชีวิตเพราะข้า" นางร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายฟ้าดิน หากวิงวอนต่อสวรรค์ได้นางอยากจะขอชีวิตของเสี่ยวซินคืนมา สาวรับใช้และคนดูแลสุสานเดินเข้ามาต่างก็ปลอบใจไป๋หงเหยียน "คุณหนูหวงคงรับรู้แล้วเจ้าค่ะ คุณหนูทำใจเถิด หาไม่วิญญาณของนางจะเป็นห่วงได้" "ใช่เจ้าค่ะ คนตายไปสบายแล้ว มีเพียงคนที่มีชีวิตอยู่อย่างพวกเราที่ต้องรับชะตากรรมต่อไป" นางไม่ไ

  • หงส์สองชาติ   อาจารย์เซียวเหอ

    วันรุ่งขึ้น ภายในตำหนักใหญ่ เสียงฝีเท้าทหารยามเดินเป็นจังหวะสม่ำเสมอ แต่ภายในตำหนักผู้คนต่างกังวลราวกับทุกลมหายใจคือความตาย เหยียนซื่อสวมชุดนางกำนัลที่เรียบง่าย แต่สายตาแน่นิ่งยืนรออยู่ที่ห้องโถงขนาดเล็ก "ท่านอาจารย์ ข้านำทางให้เจ้าค่ะ" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม เมื่อสอบถามจากนางกำนัลด้วยกันได้ความว่าองค์หญิงใหญ่อยู่ที่ห้องบรรทมของฮ่องเต้ "เหยียนซื่อ เจ้าไปไหนมา แล้วผู้อาวุโสท่านนี้คือใคร" นางกำนัลถามอย่างใคร่รู้ เหยียนซื่อไม่ตอบเพียงบอกสั้น ๆ ว่ามีเรื่องด่วนต้องจัดการแล้วพาอาจารย์ไปยังจุดหมายโดยเร็ว จนกระทั่งถึงประตูตำหนักใหญ่ ปรากฏร่างชายผู้หนึ่ง สูงโปร่ง สวมชุดยาวสีเข้ม ใบหน้าเรียบสง่า ดวงตาฉายความรอบรู้และหนักแน่น เมื่อทั้งสองก้าวเข้าไปในห้อง เสียงฝีเท้าของคนเฝ้าและทหารค่อย ๆ เงียบลง ความเงียบสงัดคล้ายปกคลุมไปทั้งห้อง "เหยียนซื่อ" องค์หญิงใหญ่ทั้งดีใจและโล่งใจที่นางกำนัลคนสนิทกลับมาอย่างปลอดภัย เหยียนซื่อคารวะนางและหันมาทางอาจารย์เซียวเหอ "นี่ท่านอาจารย์ของหม่อมฉันเพคะ ท่านอาจารย์เมตตาเดินทางมารักษาฝ่าบาทด้วยตนเอง ซึ่งน้อยคนนักที่อาจารย์จะเดินทางมาดูด้วยตัวเอง" อง

  • หงส์สองชาติ   เรื่องวุ่นวาย

    นางทำท่าทางยกจอกเชิญชวนสวีเยว่ชิงให้ดื่มด้วยกัน สวีเยว่ชิงยิ้มหวาน หลี่เจิ้นเฉิงจึงหันไปสั่งนางกำนัลที่ยืนเฝ้าอยู่ข้าง ๆ "เอาสุราให้คุณหนูสวี" จากนั้นนางกำนัลจึงหยิบจอกสุราที่อยู่ด้านหลังไป๋หงเหยียนเพียงหนึ่งจอกยื่นให้สวีเยว่ชิง ทั้งสามจึงร่วมดื่มด้วยกัน ไป๋หงเหยียนค้อมศีรษะ ขณะยื่นจอกเปล่าขึ้นม

  • หงส์สองชาติ   งานเลี้ยงต้อนรับ

    รุ่งเช้าของวันงานเลี้ยงต้อนรับขุนนางใหม่ ในจวนแม่ทัพเต็มไปด้วยบรรยากาศเคร่งเครียดก่อนออกไป เพราะต้องจัดของขวัญและการจัดการที่เคร่งครัด ไป๋หงเหยียนนั่งอยู่หน้ากระจกโดยมีบ่าวรับใช้กำลังเกล้าผมให้หลังจากแต่งหน้าและแต่งตัวเสร็จ ชั่วครู่ไป๋ฮูหยินเดินเข้ามาเร่งบุตรสาว "เสร็จรึยัง เหยียนเอ๋อร์ อย่าปล่

  • หงส์สองชาติ   เตรียมตัวไปงานเลี้ยง

    หลังจากเดินออกจากบุตรสาวเจ้ากรมขุนนางไปเพียงไม่นาน ไป๋หงเหยียนก็เดินมุ่งตรงไปยังลานจอดรถม้า ทว่าความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมา นางหยุดฝีเท้าหยุดกลางลาน เงียบครู่หนึ่งก่อนหันกลับมา ตัดสินใจเดินย้อนกลับไปรออีกฝ่ายอย่างสง่างาม สวีเยว่ชิงออกจากตำหนักองค์หญิงใหญ่อย่างอารมณ์ดี วันนี้เป็นวันของนางจริง ๆ มีแต่เร

  • หงส์สองชาติ   เกิดเหตุซ้ำรอย

    หลังจากออกจากวังหลวง ไป๋หงเหยียนรู้สึกว่าลมเย็นของยามเย็นไม่อาจคลายความอึดอัดในใจได้ คำพูดของหลางกุ้ยเฟยยังตามหลอกหลอน และสายตาของอวี้เหวินหลงที่ยืนรอนางอยู่ที่ประตูวัง ก็ยังวนเวียนในความคิดอย่างไม่อาจละวาง แต่นางไม่รู้เลยว่า สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ เป็นเหตุการณ์ที่ครั้งหนึ่งเคยเกิดขึ้นใน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status