Masukตีห้าครึ่งแดนไทยรู้สึกตัว เขาตื่นเช้ามากอาจเป็นเพราะหลับสนิทเลยรู้สึกสดชื่น ชายหนุ่มลุกเข้าห้องน้ำอากาศเย็นเหลือเกินเมื่อ คืนเขานอนหลับสนิทอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ด้วยธุรกิจหลายอย่างของเขาทำให้เขาต้องใช้สมองและสมาธิมาก เวลานอนน้อยเอาจริงๆ เขาใช้ร่างกายเยอะ ดื่มหนักทำให้พักผ่อนน้อย บวกกับไม่ค่อยได้ดูแลตัวเอง พอได้มานอนเต็มที่ทำให้รู้สึกดี อากาศเย็นจนต้องใส่เสื้อแขนยาว ดูท่าว่าคนซื้อจะชอบผ้าฝ้ายเหลือเกิน ทุกอย่างที่ซื้อเป็นผ้าฝ้ายเกือบทั้งหมด เขาไม่เคยใส่ผ้าพวกนี้ พอได้ใช้แล้วรู้สึกชอบสบายตัวดีไม่ต้องรีดด้วย
ตีห้าสี่สิบห้าเขาได้ยินเสียงคนคุยกัน แดนไทยเดินไปที่หน้าต่าง ร่างของผู้หญิงที่เขาเริ่มจะคุ้นเคยไพลินนั่นเอง เช้านี้หญิงสาวใส่ผ้าถุงผ้าฝ้ายแบบทางเหนือ ใส่เสื้อผ้าฝ้ายแบบเดียวกันเข้ารูปแขนยาวสีครีม กำลังยกขันข้าวสวยไปวางไว้ที่โต๊ะไม้หน้าบ้านเพื่อรอใส่บาตร บัวชมพูที่อยู่ในชุดคล้ายกันยกสำรับข้าวเดินตามกันออกไป ทั้งสองคนเหมือนพี่กับน้องกันมากกว่า สองสาวเปลี่ยนกันถ่ายรูปเขายืนมองเพลิน
แดนไทยเปิดประตูออกไปด้านนอก ก็เห็นยายจันเตรียมตัวลงไปใส่บาตรพอดี อากาศเย็นกว่าในห้องมากยายจันใส่เสื้อแขนยาวดูท่าทางกระฉับกระเฉงทีเดียว ไม่เหมือนอยู่คราวที่อยู่คอนโดที่หน้าตาดูเหงาแววตาดูแห้งแล้ง
“ไปคุณลงไปใส่บาตรด้วยกัน หนูพายกับชมพูเขาเตรียมของให้แล้ว อยู่ตั้งไกลนะได้มาใส่บาตรที่นี่ด้วยกัน” ยายจันพูดไปเรื่อยๆ เดินนำหน้าแดนไทยลงไปข้างล่าง
“ครับยายที่นี่อากาศดีจังเลยนะครับ ผมเริ่มชอบแล้วเงียบดีด้วยเหมาะสำหรับทำงานมาก” เขาตรงเข้าไปช่วยประคองยายจันเดินลงบันได
"หลับดีไหมคุณ ที่นี่เงียบมากได้ยินแต่เสียงสัตว์กลางคืน คนที่ติดนิสัยอยู่ในเมืองมาอยู่ไม่ค่อยได้หรอกเขาบอกเงียบเกิน"
"ผมชอบมากครับยาย เงียบดีเหมือนได้มาพักท้ังสมองและร่างกาย ตื่นมาสดชื่นมากเลยครับ"
"ดีใจนะที่คุณชอบ ถ้าจะทำงานเดี๋ยวยายให้หนูพายเปิดห้องทำงานให้ ห้องนั้นไม่มีใครใช้หรอกตั้งแต่แม่หนูพายเสียก็ไม่มีใครเข้าไปใช้เลย “เสียงยายจันแผ่วไปด้วยคิดถึงลูกสาวคนเดียวที่มาด่วนจากไปตั้งแต่อายุยังน้อย
"ขอบคุณครับยาย บางทีอาจต้องขอเข้าไปใช้ครับ"แดนไทยประคองยายจันเดินไปจนถึงหน้าบ้านที่มีสองสาวยืนรออยู่แล้ว
รอไม่นานหกโมงครึ่งพระก็มาถึงหน้าบ้าน ทั้งหมดใส่บาตรด้วยกัน รับพร กรวดน้ำแล้วไพลินกับบัวชมพูขนถาดขึ้นบ้าน กลายเป็นแดนไทยที่คอยพยุงยายจันขึ้นบ้านเหมือนเดิม เขาสังเกตุเหตุใต้ถุนบ้าน มีเรือไม้ลำขนาดกำลังดีวางคว่ำหน้าไว้ เกวียนเก่า ครกตำข้าวโบราณ วางเรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบ ข้างล่างมีเตียงไม้สำหรับไว้นั่งพักผ่อน เลยไปหลังบ้านมีสวนครัวปลูกสมุนไพร เลยไปอีกหน่อยเป็นพื้นที่ต่ำกว่าพื้นที่ปลูกบ้าน น่าจะเป็นสวนผสม ที่เห็นชัดๆ คือต้นกล้วย ต้นมะพร้าว มะม่วง ยืนต้นเต็มไปหมด
"สนใจไหมคุณ เดี๋ยวสายๆ ค่อยให้หนูพายพาเข้าไปชมสวน ข้างในมีอีกเยอะยายกับหนูพายช่วยกันปลูก"
"สนใจครับยาย ดูร่มรื่นจังเลย"
เจ็ดโมงเช้าทุกคนกินข้าวพร้อมกัน มีเพียงยายจันกับแดนไทยที่คุยกันอย่างถูกคอเหมือนเดิม จนไพลินมองค้อนเขาหลายครั้ง บัวชมพูเองอดขำเพื่อนไม่ได้ ผู้ชายปากดีเหลือเกิน ชมอาหารอร่อยไม่ขาดปาก ถ้าเป็นคนอื่นคงหลงคำที่เขาชื่นชม แต่ไพลินรู้ว่าเขาไม่ได้ชมอย่างจริงใจหรอกหลังกินข้าวเสร็จแล้ว ยายจันบอกให้ไพลินเปิดห้องทำงานให้แดนไทยใช้ระหว่างที่เขาอยู่ที่นี่ เธอไม่รู้ว่าเขาคุยอะไรกับยายบ้าง ถึงขนาดยอมเปิดห้องทำงานให้เขาใช้เลย ดูเหมือนตานี่จะอยู่หลายวันท่าทางเขาจะชอบที่นี่มาก
ยายสั่งเธอก็ต้องทำดูยายมีความสุขที่ได้เห็นห้องทำงานเก่าของแม่เธอ หนังสือเตรียมสอบครู หนังสือเกี่ยวกับการสอนนักเรียนสมัยก่อนเต็มชั้น แยกเป็นตู้ของยาย ของตา และของแม่คนละตู้ ไพลินเข้ามาทำความสะอาดเป็นประจำเวลาที่เธอกลับบ้าน บัวชมพูเข้ามาช่วยไพลินทำความสะอาดห้องทำงาน เสร็จแล้วปล่อยให้ยายคุยกับเขาต่อ ส่วนสองคนออกมาด้านนอก เตรียมตัวออกไปตลาดเพื่อหาซื้อวัตถุดิบมาทำงานอาหาร
“ยายจ๋า พายขออนุญาตไปตลาดกับพูนะคะ อยากกินขนมจีนแกงใต้จะไปหาซื้อพวกวัตถุดิบค่ะ”
“ยายอยากได้อะไรเพิ่มไหมคะ พูว่าจะทำแกงไตปลาเพิ่มอีกสักอย่าง”
“ดีเหมือนกันนะลูกไม่ได้กินนานแล้ว เดี๋ยวขากลับแวะไปเอาผลไม้ที่บ้านตาปานมาด้วยล่ะกันนะ ไม่ต้องไปกรุงเทพฯแล้วใช่ไหม”
“ไม่ต้องไปแล้วค่ะยาย พี่เขาหาเอกสารเจอแล้ว แต่ถ้ายังไม่ครบเดี๋ยวเขาจะติดต่อกลับมาอีกครั้งค่ะ”
“ดีๆ ยายไม่อยากให้ขับรถกันไกลๆ เลย ไปตลาดก็ขับรถกันระวังนะเดี๋ยวรถเยอะคนก็เยอะ คนขับรถไม่มีน้ำใจเหมือนสมัยก่อน"
“ได้ค่ะยายงั้นพายกับพูไปตลาดก่อนนะคะ พายเตรียมกับข้าวมื้อกลางวันไว้ให้แล้วนะคะ ยายกินได้เลยไม่ต้องพายกับชมพู”
“นี่แสดงว่าจะไปกันนานใช่ไหมพูดแบบนี้ ไม่พาคุณเขาไปเที่ยวด้วยล่ะลูก อากาศกำลังดีเลย ไม่ร้อนมาก”
“คุณเขาจะทำงานค่ะยาย ไม่เป็นไรค่ะพายไปกับพูสองคนก็ได้ไม่อยากรบกวน”
“ไม่เป็นไรครับเดี๋ยวผมขับรถให้ล่ะกัน” แดนไทยรีบตอบทันทีเหมือนกัน
“ไปกันเถอะยายอยู่ได้ กลางวันไม่มีปัญหาหรอก หนุ่มๆ สาวๆ ไปเที่ยวกันให้สนุก”
ไพลินลังเลไม่อยากให้เขาไปด้วย อยากไปกันตามลำพังกับบัวชมพู แต่ก็นะ ขัดยายไม่ได้จริงๆ นานๆ ได้เจอกับบัวชมพูก็อยากพูดคุยเที่ยวกันตามประสาสาวโสด แต่พอรู้สึกว่าจะมีคนอื่นไปด้วยเธอไม่ชอบใจนักรู้สึกขัดหูขัดตาขัดใจกับแดนไทยมากจริงๆ วุ่นวายที่สุด
"เดียวไปรถผมล่ะกันนะครับ จะได้ใส่ของได้เยอะหน่อย ไปก่อนนะครับยายจะดูแลสองสาวอย่างดีครับไม่ต้องเป็นห่วง"
ไพลินแอบถอนหายใจ ตามองบน บัวชมพูเห็นอาการของเพื่อนก็อดขำไม่ได้ นานๆ จะได้เห็นอาการประมาณนี้ของไพลิน
“ดีนะพูที่เราไม่ต้องไปกรุงเทพฯบรรยากาศแบบนี้ไม่ได้มีบ่อยๆ แต่เสียอย่างเดียวมีคนอื่นไปด้วยนี่แหละ” ไพลินไม่วายบ่น
“พายกลับมาอยู่บ้านแล้วเราก็ได้เจอกันบ่อยๆ แหละ”
“พายก็ว่างั้นแหละ ลืมไปเลยว่าจะถามนานแล้วพูเช่าหอเดือนเท่าไหร่แพงไหม”
“คนละสองพันพูเช่าบ้านอยู่กับเพื่อนอีกสามคน คนละห้องอยู่ใกล้โรงพยาบาล”
“อ้าวแล้วหอพักฟรีของโรงพยาบาลล่ะ ไม่ได้อยู่แล้วเหรอ ออกมาอยู่บ้านกับพายไหม เช้าพูก็ขับรถไปทำงานจะได้ไม่ต้องเสียค่าเช่าตั้งสองพันเก็บเงินไว้ให้น้องเรียนดีกว่า”
“เดี๋ยวพูคิดอีกทีได้ไหม เกรงใจพาย”
“จะมาเกรงใจอะไรทำยังกะไม่เคยมาอยู่ ตอนนี้พายกลับมาอยู่บ้านแล้ว จะได้เป็นเพื่อนกัน”
“บางทีเผื่อนะ เผื่อยายไม่สบายพายจะได้มีเพื่อนอยู่คนเดียวคิดอะไรไม่ออกเหมือนกัน”
สองสาวเดินซื้อของไปคุยกันไป แดนไทยเดินตามหลังไปเรื่อยๆ เขาได้ยินที่ทั้งสองคนคุยกันทั้งหมดใจดีจังเลยนะแม่คุณ ทั้งไพลินและบัวชมพูซื้อของสดหลายอย่าง อยากกินอะไรก็ซื้อไปทำของสดที่นี่สดและถูกมาก ดูเหมือนว่าจะเป็นของชาวบ้านปลูกเองบางอย่างเขาเห็นที่สวนผักบ้านสวนของไพลินก็มี แต่สองคนก็ซื้อ เดินตามผู้หญิงซื้อของก็ได้อารมณ์อีกแบบรู้สึกสบายใจบอกไม่ถูก
“แวะร้านกาแฟข้างหน้าให้หน่อยได้ไหมคะ พูไปเถอะหาซื้อขนมกินกัน คุณลงไปด้วยกันไหมคะหรือจะรอบนรถ” จำเป็นต้องถามแหละยังไงก็มาด้วยกันถ้าไม่ถามเลยก็จะดูน่าเกลียดไป
แดนไทยลงไปพร้อมสองสาว ร้านกาแฟน่านั่งมากทั้งไพลินและบัวชมพูไม่เขินอายเลยที่ใส่ผ้าถุง ดูเป็นสาวสมัยใหม่ที่ไม่ค่อยแคร์ใคร ภายในร้านกาแฟคนเยอะทันทีที่สองสาวก้าวขาเข้าไป ทุกคนที่นั่งอยู่ภายในร้านต้องหันมามองทั้งคู่ การแต่งตัว หน้าตา และท่าทางที่ไม่ได้สนใจใครสองสาวหน้าตาดี เป็นที่น่าสนใจมาก โดยเฉพาะพวกหนุ่มๆ ที่นั่งอยู่ในร้านไอ้หนุ่มบางคนมองตามตาละห้อย
ไพลินสั่งกาแฟดำมาให้แดนไทย และขนมสำหรับกินกับกาแฟ ร้านกาแฟกว้างขวางก็จริงแต่คนก็เยอะมาก ทั้งไพลินและชมพูเลือกขนมหลายอย่าง เอาไว้ไปกินกับกาแฟที่บ้านสวน กว่าจะได้ออกจากร้านกาแฟก็ได้เวลาข้าวเที่ยง ไพลินอยากกลับบ้านเธอไม่อยากให้ผู้ชายติดตามและรู้เห็นว่าเธอไปที่ไหนบ้าง ดูเขาไม่ออกเลยว่าเขาคิดอะไรอยู่ อาจเป็นเพราะเธอไม่เคยให้ความสนิทสนมกับผู้ชายคนไหนนอกจากพ่อ เลยไม่ค่อยรู้หรอกว่าผู้ชายแต่ละคนคิดแบบไหนยังไง เธอคิดเสมอว่าเขาต้องมีอะไรที่เธอไม่รู้ ทั้งหมดกลับบ้านไพลินกับชมพูเร่งทำน้ำยาขนมจีน ยายจันกินข้าวกลางวันแล้วสานตะกร้าต่อ มีแดนไทยนั่งคุยอยู่ใกล้ๆ คุยถูกคอกันเหลือเกิน
“ชมพูเดี๋ยวพายไปเอาผลไม้ที่บ้านลุงปานก่อนนะ ไม่น่ามีอะไรแล้วแป๊ปเดียวเดียวมา”
“ได้เลย ไม่เปลี่ยนชุดเหรอพายจะไปยังไง”
“เดี๋ยวเอาซาเล้งไป ไม่เป็นไรหรอกแค่หลังสวนนี่เอง ถ้ายายถามก็บอกไปตามนั้นนะ”
ไพลินลงบันได้หลังบ้านเธอใช้รถซาเล้งของยายขับออกไปบ้านลุงปานที่อยู่หลังสวน เสียงมอเตอร์ไซค์ทำให้ยายจันกับแดนไทยชะเง้อคอมองไปตามต้นเสียง
“หนูพายไปไหนล่ะลูกชมพู”
“ไปเอาผลไม้ที่บ้านลุงปานค่ะยาย”
“จะไปไหนมาไหนก็ไม่บอกกันเลยนะหนูพายนี่ แล้วผ้าผ่อนก็ไม่เปลี่ยน” ยายจันบ่นหลานสาวพร้อมส่ายหน้า “หนูพายก็เป็นแบบนี้ ใช้ชีวิตคนเดียวมาตลอด บางทีจนลืมว่าต้องคิดถึงคนอื่นบ้าง นึกอยากทำอะไรก็ทำ ไม่ได้คิดว่าคนอื่นเขาจะคิดยังไงกับการกระทำของตัวเอง” ยายจันพูดไปเรื่อยๆ จะว่าบ่นก็ไม่ใช่เพราะน้ำเสียงก็เหมือนเอ็นดูหลานสาว
บัวชมพูนั่งนิ่งจริงอย่างที่ยายจันพูด เธอกับไพลินนิสัยคล้ายกัน แต่เธอไม่กล้าเท่าไพลินเพราะฐานะทางบ้านและหน้าที่การงานค้ำคออยู่ ถ้าไม่มีภาระเหมือนไพลินเธอเองก็คงมีการกระทำไม่ต่างกับเพื่อนหรอก
แดนไทยนิ่งไปเมื่อฟังยายจันพูด ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าไพลินระวังตัวเอง ที่ต้องพูดคุยกับเขาเพราะยายหรอก ถ้าไม่มียายจันมีเหรอเด็กนั่นจะพูดดีกับเขา คงหนีไปถึงไหนต่อไหนแล้วนี่ขนาดไม่รู้ว่าเขาถือวิสาสะเข้าไปในห้องนะ ถ้ารู้คงทำฤทธิ์น่าดู เขาไม่อยากคิดว่าถ้าเด็กนั่นรู้ว่าเขาคือเจ้าหนี้ของคุณพายัพและกำลังตามทวงหนี้ และสาเหตุที่ทำให้พ่อป่วยเพราะเขาเป็นตัวต้นเหตุ เด็กนั่นจะทำยังไงอยู่ๆ เขาก็นึกหวั่นใจขึ้นมา เขาไม่รู้ว่ายายจันรู้เจตนาของเขามากแค่ไหน ยายจันเป็นผู้ใหญ่ที่น่านับถือมาก หลายอย่างที่เขาพูดคุยกับยาย ทำให้เขารู้สึกผิดหลายอย่าง ละอายใจ รู้สึกว่าตัวเองเห็นแก่ตัวมาก
สองคืนที่แดนไทยพักอยู่ที่บ้านสวนของยายจัน เขาตัดสินใจเดินทางเข้ากรุงเทพฯกลับไปจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย ก่อนที่ใจของเขาจะทำผิดต่อสองยายหลานไปมากกว่านี้ ยิ่งคนบ้านนี้ดีกับเขาเท่าไหร่เขายิ่งรู้สึกผิด แดนไทยกลับมาเป็นตัวของตัวเองอีกครั้งเขาเก็บเสื้อผ้าทั้งหมดที่ไพลินเลือกซื้อให้ ลายายจันและเดินทางกลับกรุงเทพฯทันที หลังจากไพลินออกไปส่งบัวชมพูไปทำงานที่โรงพยาบาล ให้เหตุผลกับยายจันว่ามีงานด่วนต้องรีบกลับไปทำ
ไพลินกลับจากส่งบัวชมพูที่โรงพยาบาลแวะซื้ออาหารทะเลหลายอย่างมาไว้ทำอาหารเธอไม่ค่อยชอบออกไปนอกบ้านนัก ไม่ค่อยชอบเวลาที่ต้องเจอคนเยอะๆ ขี้เกียจตอบคำถาม ชอบอยู่ในที่ๆ ไม่มีคนรู้จักมากกว่า หญิงสาวกลับมาถึงบ้าน แปลกใจที่ไม่เห็นรถของแดนไทยจอดอยู่
“มาแล้วเหรอหนูพาย ไปเร็วมาเร็วดีแล้วได้อะไรมาล่ะลูกเยอะแยะเลย”
“อาหารทะเลสดๆ ค่ะยาย พายซื้อมาไว้ขี้เกียจออกไปหลายรอบ น่าจะพอดีกับอาทิตย์หน้าออกไปรับพูถึงจะได้ซื้ออีกครั้ง”
“ก็ดีเหมือนกันนะลูก ทำแบ่งเป็นถุงเล็กๆ เอาไว้เวลาทำกินก็เอาออกมาสะดวกดี”
“พายเอาของไปเก็บก่อนนะคะยาย เดี๋ยวกลางวันพายทำก๋วยเตี๋ยวให้กินนะคะ”
“หนูพายคุณแดนไทยเขากลับกรุงเทพฯแล้วนะลูกเห็นบอกว่ามีงานด่วนออกไปไล่ๆ กับหนูนั่นแหละ”
“ดีจังค่ะยายไปได้ก็ดี ไม่รู้ว่าเขาจะมาทำไมบอกตรงๆ นะคะพายไม่ไว้ใจเขาเลยเหมือนเขาไม่จริงใจค่ะ”
ยายจันนิ่งเงียบ ทำไมหญิงชราจะไม่รู้ว่าการเข้ามาของแดนไทยเป็นยังไง ไม่ว่าเขาจะมีจุดประสงค์อะไรยายจันไม่ได้แสดงอาการที่ไม่ดีต่อเขา ให้เขารู้เองว่ายายเป็นยังไง ถ้าจะคิดไม่ดีกับยายหรือหลานยายก็ต้องสำนึกบ้างล่ะ ยายจันมั่นใจว่าไม่เคยทำอะไรให้ใครเดือดร้อน ยี่งไพลินด้วยแล้วยิ่งไม่มีทาง ยายรู้ว่าเขาเป็นใคร แดนไทย เลิศวัฒนากิจ นามสกุลดังขนาดนี้ใครบ้างจะไม่รู้จัก คงจะมีเพียงแต่หลานสาวคนเดียวของยายที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย
ที่บ้านสวนของไพลินฤดูฝนวนมาอีกครั้งลมเย็นๆ พัดผ่านเข้ามาทางหน้าต่างและประตูบ้านเรือนไทย ทำให้ทั้งบ้านอากาศดีเย็นสบาย เสียงนกร้อง เสียงไก่จากบ้านตาปานขันดังไกลมาถึงบ้านของไพลิน หลังฝนตกเพียงไม่กี่ครั้งต้นไม้ใหญ่รอบบ้านนับวันยิ่งสูงใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ อุดมสมบูรณ์ทุกอย่าง จะผ่านมากี่ปีทุกอย่างก็ยังคงเหมือนเดิมหกโมงเช้าแล้วแดนไทยและไพลินยังคงนอนพักผ่อนอยู่บนเตียง เขาตื่นนานแล้วแต่ยังไม่ลุกจากที่นอน ข้างกายเขาภรรยาแสนสวยยังไม่ตื่น ชายหนุ่มนอนมองภรรยาอย่างแสนรัก ไม่เข้าใจตัวเองเลยว่าทำไม ยิ่งอยู่ด้วยกันจนมีลูกเขาก็ยังรักและยิ่งหลงไพลินมากขึ้นทุกวันไม่มีเบื่อเลย ไพลินมีน้ำมีนวลมากกว่าเมื่อสมัยเป็นสาว ถึงแม้ว่าจะมีลูกแฝด หุ่นของเธอก็กลับมาเท่าเดิมมีแถมยังเปล่งปลั่งมากกว่าสมัยเป็นสาวมาก อาจเป็นเพราะเธอออกกำลังกายเป็นประจำด้วยการว่ายน้ำวันเว้นวัน เหมือนเมื่อสมัยอยู่ที่เกาะสองคืนแล้วที่ทั้งสองอยู่กันตามลำพัง ปู่กับย่ามารับลูกแฝดชายหญิงของเขาไปดูแล เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ลูกๆ ของเขาครบหนึ่งขวบ ปู่กับย่าอยากเลี้ยงหลาน เห่อหลานมาก ไม่ยอมกลับกรุงเทพฯเลย ปักหลักอยู่ที่บ้านสวนตลอด ทุกสัปดาห์
บ้านสวนของไพลิน แดนไทยจัดเตรียมที่นอนสำหรับไพลินอยู่ที่เตียงเล็กเสร็จแล้ว เขาสงสัยว่าอยู่ๆ ทำไมหญิงสาวนั่งมองหน้าเขานิ่งและนาน เหมือนคิดอะไรอยู่ เขาเชื่อว่าในความคิดนั้นต้องมีเขาอยู่ด้วยแน่ๆ“หนูพาย เป็นอะไรไปครับ มีอะไรหรือเปล่าเห็นนั่งนิ่งๆ นานแล้ว”“ฉันกำลังคิดว่าคุณเคยขอฉันแต่งงานไหม นอกจากบอกว่ารักและอยากอยู่ด้วย คือฉันกำลังงงกับตัวเองว่าถ้าฉันเป็นภรรยาคุณแล้ว ต่อไปเราจะอยู่กันยังไง เวลานี้เราเป็นแฟนกันใช่ไหม ความหวาดกลัว ความเกลียด ความรำคาญที่ฉันเคยมี มันหายไปหมดแล้ว เหลือแต่ความรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย และบางครั้งก็รู้สึกสบายใจเหมือนจะมีความสุข ฉันกำลังเรียบเรียงเรื่องราวอยู่ค่ะคิดมาหลายวันแล้ว”“ห่ะ ว่ายังไงนะ หนูพายพูดใหม่หน่อย พี่ไม่ได้หูฝาดใช่ไหม” แดนไทยก้าวขาไม่กี่ก้าวก็ถึงตัวไพลิน หญิงสาวนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเล็กที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ โต๊ะทำงาน เขานั่งลงคุกเข่าอยู่ต่อหน้าไพลินสองมือจับมือเรียวของเธอขึ้นมากุมไว้ เงยหน้ามองผู้หญิงที่เขารักเต็มตา“หนูพายใช่แล้วมันคือความรัก หนูไม่ได้รังเกียจพี่ สิ่งที่หนูรู้สึก
คุณทัตเทพและคุณดรุณีขอตัวพักผ่อนหลังจากที่พูดุคุยเรื่องของดารณี คนแก่สองคนตื่นเต้นนอกจากเรื่องของลูกชายคนโตแล้ว เรื่องของลูกสาวคนเล็กก็ทำให้หัวใจของคนเป็นพ่อและแม่พองโต แดนไทยขอตัวขึ้นไปข้างบนหลังจากพ่อกับแม่เขาพักผ่อน ตรงไปที่ห้องของไพลิน"หนูดาไปไหนแล้วครับ""พอดีคุณมาร์คโทรมาค่ะเลยขอตัวไปคุยที่ห้องสักพักแล้ว""อ่อ พ่อกับแม่ตื่นเต้นกันใหญ่พอรู้ว่าหนูดามีคนสนใจ"แดนไทยนั่งเอนหลังบนโซฟาตัวเดียวกับไพลิน“คุณไม่ไปทำงานเหรอคะ”“พี่ทำงานที่บ้านได้ หนูพายถักอะไรอีกเหรอไหนว่าส่งลูกค้าหมดแล้ว”"ถักชุดเครื่องนอนแล้วก็พวกผ้าม่านประตู ม่านหน้าต่างให้พี่ดาค่ะ ช่วงนี้น่าจะว่างยาวก็เลยถักให้""แล้วไม่มีของตัวเองบ้างเหรอ ถักให้แต่คนอื่น""มีค่ะที่บ้านสวนเต็มเลย ที่คอนโดก็มี""พรุ่งนี้เราไปเก็บเครื่องประดับที่คอนโดกันไหม หนูพายจะได้ไปดูห้องด้วย ป่านนี้ฝุ่นคงเยอะมาก ล่าสุดที่พี่ไปนอนก็ถือว่าเยอะมากเลยนะ""คิดไว้เหมือนกันค่ะ เอ่อ....คุณคะฉันทำความสะอาดคอนโดเสร็จแล้วว่าจะกลับบัานสวนเลยค่ะ คิดไว้ว่าน่าจะอยู่ที
แดนไทยกับไพลินพักที่โรงแรมหกวันแล้ว ระหว่างที่อยู่ด้วยกัน เขาให้เกียรติหญิงสาวทุกอย่าง คอยดูแลไม่ให้ขาดตกบกพร่อง บางครั้งคิดน้อยใจไพลินนิ่งมาก ถึงจะให้ความสนิทสนมกับเขาเหมือนว่าจะมีใจ แต่ก็นิ่งเกิน ยิ่งเวลาที่ทำงาน เหมือนไม่มีเขาอยู่ด้วย“เป็นอะไรไปคะ เงียบจัง” ไพลินเริ่มรู้สึกว่าเงียบ ปกติแดนไทยจะเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตัวเขาและเรื่องงานให้เธอฟังตลอด“กลัวหนูพายรำคาญ เดี๋ยวไม่มีสมาธิทำงาน” แดนไทยนอนอยู่ข้างๆ ไพลินที่กำลังนั่งถักกระเป๋า“ไม่รำคาญหรอกค่ะ กลัวคุณเบื่อมากกว่า วันๆ นั่งๆ นอนๆ เฝ้าฉันทำงาน” ไพลินวางมือจากการทำงานเอียงตัวมามองคนที่นอนข้างๆ อยู่แบบนี้ทุกวันตั้งแต่ขึ้นจากเกาะ“ขอดูมือหน่อยได้ไหม ทำไมขยันจังเลยตั้งใจจะทำถึงเมื่อไหร่กันเชียวไม่เบื่อหรือไงนะไพลินยื่นมือให้เขาอย่างว่าง่าย ทำเอาคนที่นอนอยู่ยิ้มจนตาหยีดึงมือของไพลินมาวางไว้ที่หัวใจตัวเอง“ข้างนี้ใช่ไหมที่ซ้นหายดีแล้วนะ” เขาถามทั้งที่หลับตาอยู่“หายดีแล้วค่ะ ทำงานได้สบายๆ เลย”“วันพรุ่งนี
บ้านกิจษานุรักษ์ คุณทัตเทพและคุณดรุณีกำลังปรึกษากันเรื่องแดนไทยกับไพลิน ทั้งสองคนดีใจที่ทั้งคู่ตกลงพูดคุยกันได้ ดีใจกับลูกชายที่สุด พ่อกับแม่ทุกข์ใจช่วงระยะเวลาเกือบ 1 ปี ที่แดนไทยจมจ่ออยู่กับความเสียใจไม่เป็นอันทำงานทำการ เสียใจที่ตัวเองเป็นต้นเหตุให้ไพลินต้องไปลำบากระหกระเหินอยู่แห่งหนใดก็ไม่รู้ ลูกทุกข์เท่าไหร่ พ่อแม่ทุกข์หนักยิ่งกว่า แดนไทยก็เหลือเกิน ดื่มตลอดเวลาทำใจไม่ได้ ครึ่งปีแรกเกือบเอาชีวิตไม่รอดครึ่งปีหลังมาต้องจับเข่าคุยกัน พ่อแม่แก่ลงทุกวัน น้องสาวทำงานคนเดียวทุกคนขอร้องให้เขากลับมาทำงาน จะได้ว่างเว้นจากการรู้สึกผิดบ้าง ดีขึ้นมานิดหน่อย ก็ยังไม่วายดื่มลดลงเพียงเล็กน้อย แดนไทยอยู่บ้านสวนและคอนโดของไพลินตลอด กลับบ้านแค่เสาร์อาทิตย์ ร่างกายซูบผอมไม่ดูแลตัวเอง ปล่อยผมยาวรุงรัง คุณทัตเทพล้มป่วยเพราะเหนื่อยจากการทำงานหนักนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้แดนไทยคิดไทยรู้ว่าตัวเองทำผิดกับครอบครัว ผิดกับไพลินแล้วยังไม่พอ ยังมาต้องทำให้พ่อแม่น้องลำบาก หลังจากนั้นคุณทัตเทพและคุณดรุณีก็ได้เห็นว่าแดนไทยกลับมาทำงาน และทำหนักกว่าเดิมเขาทุ่มเทกับงานไม่สนใจเรื่องอื่น ทำจนไม่มีเวลาพ
ช่วงเวลาที่อยู่บนเกาะกับไพลิน แดนไทยมีความสุขมาก เขาทำงานได้ติดต่อธุรกิจได้เหมือนเดิมไม่มีปัญหาเลย ต่อไปนี้ไม่ว่าไพลินจะไปที่ไหน เขาก็จะตามไปทุกที่ ฝนซานักท่องเที่ยวเริ่มขึ้นไปทำธุระบนฝั่ง รวมทั้งแดนไทยกับไพลิน ทั้งสองเก็บเสื้อผ้าทุกอย่างไปหมด ไพลินคิดว่าจะไม่กลับมาแล้ว เธอจะแวะไปดูบ้านที่กำลังสร้าง หลังจากนั้นจะกลับบ้านสวนไปใช้ชีวิตปกติของเธอ พิเศษหน่อยที่ครั้งนี้เธอมีคนติดตาม เชื่อว่าเขาไม่ปล่อยให้เธอไปไหนมาไหนคนเดียวแน่ๆ เริ่มกังวัลกับบ้านที่จะกำลังสร้าง ในเมื่อบ้านสวนยังเป็นของเธอ ก็ไม่อยากมีบ้านที่นี่แล้ว ตัวคนเดียวจะมีทำไมหลายหลังแดนไทยจองโรงแรมใกล้ๆ กับหมู่บ้านของไพลิน เขาเป็นคนจ่ายทั้งหมดห้ามไม่ให้ไพลินจ่าย เขาเห็นแบบบ้านแล้วชอบ ไพลินกับเขาชอบอะไรคล้ายๆ กัน ไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเองหรอกมันเป็นแบบนั้นจริงๆ ที่เมืองนี้โรงแรมเยอะสมกับเป็นเมืองท่องเที่ยวรถของรีสอร์ทไปส่งทั้งสองคนที่โรงแรมที่จองไว้ แดนไทยประทับใจเขาได้พูดคุยกับเจ้าของรีสอร์ท มีโอกาสเขาต้องกลับไปอีกแน่“ฉันขอแวะซื้อเสื้อผ้าใหม่สักชุดนะคะ ของคุณด้วยว่าจะซักผ้าที่มาจากเกาะค่ะ ติดทรายเต็มเล







