LOGINบ้านสวนของยายจันเป็นบ้านไม้เรือนไทย ไม่มีโต๊ะอาหาร เวลากินข้าวต้องวางอาหารไว้บนตั่งสี่เหลี่ยมขนาดกำลังดี ยายจันนั่งข้างแดนไทย อีกฝั่งตรงกันข้าม เป็นบัวชมพูกับไพลินนั่งคู่กันสองสาวทำกับข้าวเสร็จแล้วช่วยกันยกมาวาง อาหารหลายอย่างทั้งต้มผัดแกงทอด ทั้งบัวชมพูและไพลินชอบทำอาหารมาตั้งแต่เด็กๆ ทั้งสองสาวนิ่งมากมีเพียงเสียงของยายจันที่คุยกับแดนไทยเป็นเรื่องเป็นราว เหมือนยายเจอเพื่อนที่คุยกันถูกคอ บัวชมพูเออออไปตามมารยาท ส่วนไพลินนิ่งเงียบตลอดเวลาเช่นกัน
“เวลานี้ยังไม่ดึกมาก เดี๋ยวเรื่องเสื้อผ้าหนูพายพาคุณเขาเข้าไปในเมืองหาซื้อหน่อยนะลูก ห้างยังไม่ปิดหรอกมั้ง ที่บ้านเราไม่มีผู้ชายเลยไม่มีเสื้อผ้าสำรองไว้ ไปอีกนิดเดียวก็ถึงห้างแล้ว”
“ครับยายขอบคุณมากครับ ผมเลยมารบกวนหลายอย่างเลย” ปากเขาก็พูดกับยายจันแต่สายตามองไปที่ไพลินที่ไม่แม้แต่จะมองหน้าเขา ก้มหน้าก้มตากินข้าวเงียบๆ แดนไทยนึกสนุกยิ่งหนีเขายิ่งอยากตอแย เด็กนี่เป็นผู้หญิงคนแรกที่เขาตาม
“ชมพูไปด้วยกันนะแป๊ปเดียว” เมื่อไม่มีทางออกแล้วไพลินหันไปหาชมพู
“แล้วใครจะอยู่กับยายล่ะพาย” บัวชมพูพาซื่อตอบไพลินไปลืมไปว่าเพื่อนต้องไปกับแดนไทยสองคน
“ไม่เป็นไรครับเดี๋ยวผมไปเองก็ได้ ถ้าลำบาก” แดนไทยทำท่าเหมือนเกรงใจทั้งที่รู้ว่ายังไงไพลินก็ต้องได้พาเขาไปซื้อเสื้อผ้า
“พูอยู่เป็นเพื่อนยายเถอะเดี๋ยวพายก็กลับแป๊ปเดียว รีบไปกันเถอะค่ะคุณ” หญิงสาวลุกไปหยิบกระเป๋าผ้าแบบทางเหนือใบเล็กสำหรับใส่กระเป๋าสตางค์และโทรศัพท์เดินนำหน้าเขาลงไปข้างล่างยืนรอเขาที่ตุ่มน้ำสำหรับล้างเท้าข้างบันได
“เอารถฉันไปดีกว่าค่ะคันเล็กขับง่ายดีเดี๋ยวฉันขับเอง รถคุณคันใหญ่เกินไป แถวนี้ถนนไม่ค่อยดี”
ไพลินเปิดประตูรถสตาร์ทเครื่อง รอให้แดนไทยขึ้นนั่งเรียบร้อยแล้วขับรถออกไปทันที ไปทั้งชุดผ้าถุงนี่แหละ
“ทำไมถึงไม่รับสายฉัน แล้วทำไมต้องบล็อคทั้งเบอร์ทั้งไลน์”
“ไม่อยากรับค่ะ ไม่รู้จะต้องรับทำไมงานฉันก็ทำให้คุณเสร็จหมดแล้ว เราก็ไม่มีอะไรที่จะต้องติดต่อกันอีก”
“ฉันแค่อยากขอบใจเรื่องทำความสะอาดห้องให้ ฉันพอใจมาก สะอาดเป็นระเบียบ ฉันชอบ”
“ไม่เป็นไรค่ะถือว่าเราหายกันแล้วไม่ได้สำคัญอะไร ทีหลังคุณก็อย่าปล่อยให้มันสกปรกขนาดนั้น สงสารคนทำความสะอาด”
“แล้วเธอจะบล็อกฉันทำไม ทั้งไลน์ทั้งเบอร์”
ไพลินถอนหายใจเสียงดัง นี่เธอต้องมาเจอกับอะไรคนโรคจิตรึไงนะ
“ก็บอกแล้วไงคะว่าเราไม่มีอะไรที่จะต้องติดต่อกันอีก ปกติฉันก็บล็อคทุกเบอร์ที่ไม่ได้ติดต่อกันอยู่แล้ว มีแต่ชมพู ยาย พ่อ พี่กรองแค่นั้นที่ฉันไม่ได้บล็อก” พูดออกไปแล้วก็กลับมาคิดได้ว่า ทำไมเธอจะต้องไปบอกรายละเอียดให้เขารู้ขนาดนั้นด้วย นึกอยากตีปากตัวเอง
“ขอดูโทรศัพท์หน่อย” ไพลินยังไม่ได้อนุญาตเขาหยิบกระเป๋าที่คล้องอยู่กับตัวเธอ และหยิบโทรศัพท์ของเธอออกมาดู ไพลินทำอะไรไม่ได้เพราะกำลังขับรถ ต้องปล่อยเลยตามเลย
“รหัสอะไร”
ไพลินหันไปมองหน้าเขาแว๊บเดียวจริงๆ นี่เขาคิดอะไรอยู่ ถือวิสาสะยุ่งกับโทรศัพท์ของเธอได้ยังไง
“รหัสอะไร” เสียงเขาเริ่มดัง
พอเสียงเขาดังเธอก็ลน กลัวใจสั่นไปหมด ปากก็บอกรหัสเขาไป เธอเคยสติดีเป็นเลิศนี่นาพาย แล้วทำไมเวลานี้ต้องยอมผู้ชายคนนี้
“ก็แค่นี้แหละไม่เห็นจะยากเลย”
เขาจัดการปลดบล็อคทั้งเบอร์โทรและไลน์แล้วคืนโทรศัพท์ใส่ไว้ในกระเป๋าของเธอเหมือนเดิม จากนั้นก็ต่างคนต่างนิ่ง
แดนไทยแปลกใจจริงอย่างที่ไพลินพูด คนอะไรไม่มีเพื่อนหรือติดต่อใครนอกจากนี้เลยรึยังไง จากที่โกรธๆ เขาก็นึกขำ ไม่เคยเห็นใครที่เป็นแบบนี้ อารมณ์ดีขึ้นมาเฉยๆ งั้นแหละ แสดงว่าเด็กนี่ก็ยังไม่มีแฟน อยู่มาได้ยังไงอายุยี่สิบห้าแล้ว ไม่น่าเชื่ออย่างน้อยถ้ามีแฟน ก็ต้องมีเบอร์แฟน นี่มีรายชื่อตามที่ไพลินบอก และมีเขาเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคน
"เธอมีแฟนไหม" อยากรู้ก็ต้องถาม
“ไม่มีค่ะ คุณจะอยู่แถวนี้กี่วันคะ แล้วคุณอยากได้เสื้อผ้าแบบไหน”
“สักหนึ่งอาทิตย์ ช่วยเลือกให้หน่อยนะทุกอย่างเลย เอาแบบใส่สบายๆ” เขาเชื่อว่าไพลินทำได้และต้องถูกใจเขาแน่นอน
หญิงสาวกระดากใจนี่เธอต้องมาเดินเลือกซื้อเสื้อผ้าชุดนอน กางเกงชั้นในให้กับผู้ชายที่ยังไม่รู้จักเขาดีพอได้ยังไงกัน แต่เธอก็เลือกซื้อจนครบทั้งหมดแม้กระทั่งรองเท้าแตะ แปรงสีฟันยาสีฟัน เรียกว่าทุกอย่างที่ต้องใช้ ไพลินซื้อมุ้งใหม่อีกหลัง แดนไทยเป็นคนจ่ายทั้งหมด โชคดีบ้านสวนของยายอยู่ในอำเภอเมืองซึ่งไม่ห่างใกลจากห้างสรรพสินค้ามากนักสะดวกสบายทุกอย่าง
“คุณอยากกินขนมหวานไหมคะ ที่นี่มีร้านขนมหวานหลายร้านอร่อยทุกร้าน พอดีฉันจะแวะซื้อไปให้ยายและกินเองด้วย”
“ได้ซิเราจะกินที่นี่เลยหรือจะซื้อไปกินที่บ้านก็ได้นะ” เขาจำได้ไพลินชอบข้าวเหนียวถั่วดำดูท่าทางพอพูดถึงขนมหวานน้ำเสียงของคนขับรถเปลี่ยนไปทันที เหมือนเด็กเขาเผลอยิ้ม
“ซื้อไปกินที่บ้านดีกว่าค่ะ คุณจะลงไหมหรือจะรอที่รถก็ได้ฉันไปแป๊ปเดียว” ไพลินยังพูดยังไม่จบแดนไทยเปิดประตูรถลงไปรอแล้วหญิงสาวแอบถอนหายใจเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ตั้งแต่เขามา เธอเดินซื้อขนมหวานแบบไม่รอคนข้างหลัง ซื้อเสร็จก็กลับบ้านทันทีเกือบสามทุ่มครึ่งยายยังนั่งดูละครทีวีช่องดัง บัวชมพูอาบน้ำเรียบร้อยเตรียมตัวนอน
“พูกินขนมหวานก่อนอย่าเพิ่งนอน พายซื้อร้านที่เรากินบ่อยๆ มาหลายอย่างเลย” หญิงสาววางถุงใส่ขนมไว้บนตั่งไม้
“จริงดิ ก็ได้” บัวชมพูลุกไปเตรียมถ้วยสำหรับใส่ขนม สำหรับทุกคน
“ยายไม่กินนะลูก อิ่มแล้วก็อย่าลืมเตรียมห้องให้คุณเขาด้วยนะหนูพาย”
“ค่ะยาย เดี๋ยวพายจัดการเองค่ะแต่ขอกินขนมก่อนนะคะยาย "ไพลินแกะลอดช่องใบเตยตัวใหญ่ใส่ถ้วยใบเล็กให้แดนไทย อยู่ๆ ก็จำได้ว่าเขาชอบกิน
“เชิญทางนี้ค่ะคุณ” หลังกินขนมอิ่มแล้ว บัวชมพูเป็นคนเก็บถ้วยไปล้าง ไพลินเดินนำหน้าแดนไทยไปอีกฝั่งของบ้าน ห้องของเธอกับยายอยู่ฝั่งเดียวกัน ตรงกลางเป็นชานบ้าน ซ้ายมือเป็นเรือนครัวปลูกแยกออกไปต่ำกว่าชานบ้านเล็กน้อย ถัดลงไปต่ำกว่าเรือนครัวเป็นห้องน้ำ เรือนนอนจะปลูกสูงกว่าชานบ้านและครัว ห้องนอนรับแขกใหญ่เท่ากับห้องของยายจันกับห้องไพลิน เดิมเป็นห้องของเธอ พอแม่เสียยายให้ไพลินย้ายไปนอนห้องติดกันกับยาย แต่ก้ไม่ค่อยมีแขกมาบ่อยนัก สมัยก่อนก็จะมีแต่เพื่อนและลูกศิษย์ของยายที่ส่วนมากเป็นฝรั่ง เดินทางมาเยี่ยมยายเกือบทุกปี แต่ตั้งแต่แม่เธอเสีย ก็ไม่มีใครมาอีกเลยเพราะต่างคนก็ต่างมีหน้าที่การงาน ห้องรับแขกก็เลยเป็นห้องที่ว่างเปล่าไม่มีแขกมาพักนานหลายปี แดนไทยเป็นแขกครแรกในรอบหลายปีของบ้านสวน
“ที่นี่ต้องกางมุ้งนะคะ หน้าต่างไม่มีมุ้งลวดไม่มีเหล็กดัด จริงๆ ยุงไม่ค่อยมีหรอกค่ะลมพัดผ่านตลอดเวลา ยิ่งดึกลมยิ่งดี แต่ป้องกันไว้ดีกว่าฉันซื้อมุ้งใหม่มาอีกหลัง ของเก่าเล็กไปห้องนี้เตียงใหญ่ เดี๋ยวฉันเอาของทั้งหมดนี้ไปซักแล้วก็จะอบให้แห้ง คุณรอสักครึ่งชั่วโมงนะคะ ห้องน้ำอยู่ด้านนี้ ติดกับห้องคุณจะเป็นห้องพระ เช้าๆ อาจได้ยินเสียงยายสวดมนต์ บ้านเราใส่บาตรพระหกโมงเช้า ถ้าอยากใส่บาตรก็ต้องตื่นเช้า ผ้าห่มมีอยู่แล้วดึกๆ ที่นี่อากาศเย็นหรือถ้าจะเปิดแอร์ก็ได้เผื่อคุณไม่ชินกับเสียงแมลงกลางคืน แถวนี้ส่วนมากเป็นสวนใกล้ภูเขาแมลงมีหลายชนิด เผื่อคุณแพ้แมลงบางชนิดมีพิษ คุณปิดประตูเป็นไหมคะ เดี๋ยวฉันทำให้ดูบางคนปิดเป็นแต่เปิดไม่เป็น”
ไพลินอธิบายวิธีการเปิดประตูไม้โบราณ แดนไทยเองเพิ่งเคยเห็นเหมือนกัน ปิดง่ายแต่เปิดยากถ้าไพลินไม่บอกเขาก็คงเปิดไม่เป็นแน่ๆ นึกชอบใจบ้านเรือนไทยหลังนี้ ยายจันนี่ไม่ธรรมดาเลยบ้านทั้งหลังเป็นไม้ทั้งหมด ดูแล้วแม่ยายคุณพายัพไม่ธรรมดาเลย
“เดี๋ยวฉันจะเอาพรมปูพื้นมาปูให้นะคะเผื่อคุณไม่ชิน ไม้กระดานค่อนข้างเย็น แต่จะเย็นต่างกับพื้นปูนถ้าคุณมีถุงเท้าใส่ก็ไม่ต้องใช้พรม มีถุงเท้ามาไหมคะ” ไพลินจัดการโน้นนี่ในห้องปากก็ถามก็พูดกับแดนไทย
“ไม่มีมาเลยมีแค่คู่เดียวที่ใส่วันนี้” จริงๆ เขามีถุงเท้าสำรองในรถหลายคู่แต่เลือกที่จะตอบว่าไม่มี
“ไม่เป็นไรเดี๋ยวเอาพรมมาปูล่ะกัน ห้องน้ำมีเครื่องทำน้ำอุ่นนะคะ ไม่ต้องกลัวว่าจะมีกลิ่นห้องน้ำจะต่ำกว่าตัวห้องนอน ฉันว่าคืนนี้คุณเปิดแอร์นอนดีกว่าค่ะ เดี๋ยวนอนไม่หลับที่นี่ตีสี่ไก่ก็ขันแล้ว คนไม่เคยจะนอนไม่หลับ” ไพลินปิดหน้าต่างแล้วเปิดแอร์
“ถ้าเปิดแอร์นอนแล้วทำไมต้องกางมุ้งล่ะ” แดนไทยสงสัยตั้งแต่เห็นมุ้งที่คอนโดของไพลิน
“เอ่อ....แล้วแต่คุณค่ะแต่ฉันว่ากางดีกว่าอุ่นดีปกติฉันก็นอนกางมุ้งมันรู้สึกปลอดภัยดี ไม่ต้องระวังว่ายุงจะกัด
ไพลินเดินนำหน้าแดนไทยออกมาด้านนอก หญิงสาวเอาเสื้อผ้าที่ซื้อมาใส่ถังซักระหว่างนั้นแดนนั่งคุยกับยายจันต่อเรื่องบ้านเรือนไทย ดูท่าว่าเขาจะสนใจจริงๆ ยายจันเหมือนดีใจที่มีเพื่อนคุย ทุกคนอิ่มลัวบัวชมพูเก็บถ้วยไปล้าง ไพลินจัดการเสื้อผ้าของแดนไทย หลังจากนั้นหนึ่งชั่วโมงผู้ชายก็ได้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ไพลินกับบัวชมพูเข้ามาช่วยกันกางมุ้งให้เขาซึ่งก็ไม่ยากเพราะเตียงไม้หลังใหญ่มีเสาไว้สำหรับกางมุ้ง
ยายจันเข้าห้องนอนเมื่อละครจบ ไพลินตรวจดูความเรียบร้อย แล้วแยกย้ายกันเข้าห้องใครห้องมันสองสาวนอนคุยกันต่อ บัวชมพูสงสัยในตัวของแดนไทย แต่เห็นเพื่อนไม่ได้ให้ความสำคัญนักดูท่าว่าไม่อยากพูดถึง เธอเลยไม่อยากซักไซ้เพื่อน ชวนกันคุยเรื่องอื่นสองสาวคุยกันจนเกือบห้าทุ่มก็ยังไม่นอน โทรศัพท์ของไพลินดังขึ้น
“สวัสดีคะพี่กาญ มีอะไรไหมคะพายคิดว่าจะไปหาพี่กาญที่ออฟฟิศพรุ่งนี้นะคะแล้วก็ถ้าเสร็จงานก็จะกลับเลย”
“พายไม่ต้องแล้วจ๊ะ พี่หาเจอแล้วแต่ก็ยังไม่ครบ ต้องมาทำความเข้าใจใหม่อีกพายไม่ต้องมาแล้วจ๊ะ แต่ถ้าพี่ยังไม่เข้าใจและหาที่เหลือไม่เจอพี่จะรบกวนพายอีกทีนะจ๊ะ”
“พายดีใจด้วยนะคะพี่กรอง ไม่เป็นไรเลยค่ะถ้ามีปัญหาอะไรก็ถามพายได้นะคะ”
“พี่ขอบใจพายมากเลยนะ ลาออกไปแล้วก็ยังไม่วายเดือดร้อนอีก”
“ไม่เป็นไรค่ะพี่กรองเรื่องจริงพี่ช่วยพายไว้ตั้งหลายอย่างพายไม่ลืมหรอกค่ะ”
“พี่รีบโทรมาบอกพายก่อนเดี๋ยวพรุ่งนี้จะรีบออกเดินทางแต่เช้า เดี๋ยวจะมาเก้องั้นพี่รบกวนพายแค่นี้นะพักผ่อนเถอะ”
“ค่ะพี่กรอง ราตรีสวัสดิ์ค่ะ”
ไพลินวางสายจากกรองกาญแล้ว จริงๆ หญิงสาวนึกสงสารบัวชมพูที่อุตสาห์ได้วันพัก แต่ต้องเดินทางไปเป็นเพื่อนเธอเข้ากรุงเทพฯอดดีใจไม่ได้ ที่ไม่ต้องไปแล้ว
“ยังไงเหรอพาย ไม่ต้องไปกรุงเทพฯแล้วใช่ไหม”
“ใช่หัวหน้าเก่าโทรมาบอกว่าหาเอกสารเจอแล้ว แต่ก็ไม่ทั้งหมดถ้าไม่เข้าใจหรือมีปัญหาจะโทรหาอีกที”
“ก็ดีเหมือนกันนะพายจะได้ไม่ต้องขับรถให้เหนื่อย เราไม่ต้องทิ้งยายให้อยู่คนเดียวด้วย”
“ใช่...พายไม่อยากห่างยายเลย อยากอยู่ดูแลยายให้มากที่สุด พรุ่งนี้เราทำอะไรกินกันดีพู”
“พายอยากกินอะไรล่ะ”
“อยากกินขนมจีนแกงใต้ พูทำอร่อยพายจำได้”
“งั้นพรุ่งนี้ใส่บาตร กินข้าวเช้าเสร็จแล้ว เราออกไปตลาดซื้อขนมจีนกับวัตถุดิบมาทำน้ำยาใต้กันดีกว่า พายว่าเรานอนกันดีกว่าเดี๋ยวไหมเดี๋ยวพรุ่งนี้ตื่นสายต้องลุกหุงข้าวใส่บาตร”
สองสาวคุยกันจนลืมว่าบนบ้านมีผู้ชายอยู่ด้วยอีกคน
แดนไทยเลือกใช้ผ้าข้าวม้าที่ไพลินซื้อให้ เขาไม่ได้เปิดเครื่องทำน้ำอุ่นเขาอยากสัมผัสน้ำเย็นๆ เย็นได้ใจมาก เขาเลือกใช้ชุดนอนผ้าฝ้ายเสื้อแขนยาวกางเกงขายาวที่ไพลินเลือกให้ใส่แล้วสบายตัวดีจัง ภายในตู้มีเสื้อผ้าที่ไปซื้อกับไพลินที่ห้างสรรพสินค้า ถูกพับเก็บและแขวนไว้อย่างเป็นระเบียบเห็นเมื่อไหร่ก็ชอบ
เขาเปิดโน๊ตบุ๊คนั่งทำงานต่อ คุณอำพลทำงานได้ดีมากรวดเร็วทันใจสิ้นปีคงต้องจ่ายโบนัส และขึ้นเงินเดือนให้สมกับการทำงานที่ทุ่มเทของเขา อาจจะต้องพิจารณาขึ้นเงินเดือนให้กับหน่วยงานสำนักงานบัญชีที่ไพลินเคยทำงานอีกด้วย ชื่อกรองกาญเหรอ อีกหน่อยคงได้ใช้งานกัน นึกกังวลกับระบบบัญชีของบริษัทฯคุณพายัพเหมือนกัน ถ้าปล่อยไว้นานกว่านี้คงไม่ดีแน่ จะให้ทีมงานของสำนักงานบัญชีเข้ามาทำต่อ หรือจะให้ไพลินเข้าไปทำดี แดนไทยยังไม่สรุปแต่เขาก็มีเลือกไว้ในใจบ้างแล้ว ชายหนุ่มปิดโน๊ตบุ๊คหยุดทำงานขึ้นเตียงนอนรู้สึกปลอดภัยจากยุงอย่างที่ไพลินพูดจริงๆ อยู่ๆ ก็นึกอยากใส่บาตร ทั้งที่ผ่านมาเขาทำบุญน้อยมากจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตัวเองใส่บาตรครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ แดนไทยตั้งใจนอนกลัวว่าตัวเองจะตื่นสาย กลัวว่าจะตื่นไม่ทันใส่บาตรเช้า
ที่บ้านสวนของไพลินฤดูฝนวนมาอีกครั้งลมเย็นๆ พัดผ่านเข้ามาทางหน้าต่างและประตูบ้านเรือนไทย ทำให้ทั้งบ้านอากาศดีเย็นสบาย เสียงนกร้อง เสียงไก่จากบ้านตาปานขันดังไกลมาถึงบ้านของไพลิน หลังฝนตกเพียงไม่กี่ครั้งต้นไม้ใหญ่รอบบ้านนับวันยิ่งสูงใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ อุดมสมบูรณ์ทุกอย่าง จะผ่านมากี่ปีทุกอย่างก็ยังคงเหมือนเดิมหกโมงเช้าแล้วแดนไทยและไพลินยังคงนอนพักผ่อนอยู่บนเตียง เขาตื่นนานแล้วแต่ยังไม่ลุกจากที่นอน ข้างกายเขาภรรยาแสนสวยยังไม่ตื่น ชายหนุ่มนอนมองภรรยาอย่างแสนรัก ไม่เข้าใจตัวเองเลยว่าทำไม ยิ่งอยู่ด้วยกันจนมีลูกเขาก็ยังรักและยิ่งหลงไพลินมากขึ้นทุกวันไม่มีเบื่อเลย ไพลินมีน้ำมีนวลมากกว่าเมื่อสมัยเป็นสาว ถึงแม้ว่าจะมีลูกแฝด หุ่นของเธอก็กลับมาเท่าเดิมมีแถมยังเปล่งปลั่งมากกว่าสมัยเป็นสาวมาก อาจเป็นเพราะเธอออกกำลังกายเป็นประจำด้วยการว่ายน้ำวันเว้นวัน เหมือนเมื่อสมัยอยู่ที่เกาะสองคืนแล้วที่ทั้งสองอยู่กันตามลำพัง ปู่กับย่ามารับลูกแฝดชายหญิงของเขาไปดูแล เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ลูกๆ ของเขาครบหนึ่งขวบ ปู่กับย่าอยากเลี้ยงหลาน เห่อหลานมาก ไม่ยอมกลับกรุงเทพฯเลย ปักหลักอยู่ที่บ้านสวนตลอด ทุกสัปดาห์
บ้านสวนของไพลิน แดนไทยจัดเตรียมที่นอนสำหรับไพลินอยู่ที่เตียงเล็กเสร็จแล้ว เขาสงสัยว่าอยู่ๆ ทำไมหญิงสาวนั่งมองหน้าเขานิ่งและนาน เหมือนคิดอะไรอยู่ เขาเชื่อว่าในความคิดนั้นต้องมีเขาอยู่ด้วยแน่ๆ“หนูพาย เป็นอะไรไปครับ มีอะไรหรือเปล่าเห็นนั่งนิ่งๆ นานแล้ว”“ฉันกำลังคิดว่าคุณเคยขอฉันแต่งงานไหม นอกจากบอกว่ารักและอยากอยู่ด้วย คือฉันกำลังงงกับตัวเองว่าถ้าฉันเป็นภรรยาคุณแล้ว ต่อไปเราจะอยู่กันยังไง เวลานี้เราเป็นแฟนกันใช่ไหม ความหวาดกลัว ความเกลียด ความรำคาญที่ฉันเคยมี มันหายไปหมดแล้ว เหลือแต่ความรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย และบางครั้งก็รู้สึกสบายใจเหมือนจะมีความสุข ฉันกำลังเรียบเรียงเรื่องราวอยู่ค่ะคิดมาหลายวันแล้ว”“ห่ะ ว่ายังไงนะ หนูพายพูดใหม่หน่อย พี่ไม่ได้หูฝาดใช่ไหม” แดนไทยก้าวขาไม่กี่ก้าวก็ถึงตัวไพลิน หญิงสาวนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเล็กที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ โต๊ะทำงาน เขานั่งลงคุกเข่าอยู่ต่อหน้าไพลินสองมือจับมือเรียวของเธอขึ้นมากุมไว้ เงยหน้ามองผู้หญิงที่เขารักเต็มตา“หนูพายใช่แล้วมันคือความรัก หนูไม่ได้รังเกียจพี่ สิ่งที่หนูรู้สึก
คุณทัตเทพและคุณดรุณีขอตัวพักผ่อนหลังจากที่พูดุคุยเรื่องของดารณี คนแก่สองคนตื่นเต้นนอกจากเรื่องของลูกชายคนโตแล้ว เรื่องของลูกสาวคนเล็กก็ทำให้หัวใจของคนเป็นพ่อและแม่พองโต แดนไทยขอตัวขึ้นไปข้างบนหลังจากพ่อกับแม่เขาพักผ่อน ตรงไปที่ห้องของไพลิน"หนูดาไปไหนแล้วครับ""พอดีคุณมาร์คโทรมาค่ะเลยขอตัวไปคุยที่ห้องสักพักแล้ว""อ่อ พ่อกับแม่ตื่นเต้นกันใหญ่พอรู้ว่าหนูดามีคนสนใจ"แดนไทยนั่งเอนหลังบนโซฟาตัวเดียวกับไพลิน“คุณไม่ไปทำงานเหรอคะ”“พี่ทำงานที่บ้านได้ หนูพายถักอะไรอีกเหรอไหนว่าส่งลูกค้าหมดแล้ว”"ถักชุดเครื่องนอนแล้วก็พวกผ้าม่านประตู ม่านหน้าต่างให้พี่ดาค่ะ ช่วงนี้น่าจะว่างยาวก็เลยถักให้""แล้วไม่มีของตัวเองบ้างเหรอ ถักให้แต่คนอื่น""มีค่ะที่บ้านสวนเต็มเลย ที่คอนโดก็มี""พรุ่งนี้เราไปเก็บเครื่องประดับที่คอนโดกันไหม หนูพายจะได้ไปดูห้องด้วย ป่านนี้ฝุ่นคงเยอะมาก ล่าสุดที่พี่ไปนอนก็ถือว่าเยอะมากเลยนะ""คิดไว้เหมือนกันค่ะ เอ่อ....คุณคะฉันทำความสะอาดคอนโดเสร็จแล้วว่าจะกลับบัานสวนเลยค่ะ คิดไว้ว่าน่าจะอยู่ที
แดนไทยกับไพลินพักที่โรงแรมหกวันแล้ว ระหว่างที่อยู่ด้วยกัน เขาให้เกียรติหญิงสาวทุกอย่าง คอยดูแลไม่ให้ขาดตกบกพร่อง บางครั้งคิดน้อยใจไพลินนิ่งมาก ถึงจะให้ความสนิทสนมกับเขาเหมือนว่าจะมีใจ แต่ก็นิ่งเกิน ยิ่งเวลาที่ทำงาน เหมือนไม่มีเขาอยู่ด้วย“เป็นอะไรไปคะ เงียบจัง” ไพลินเริ่มรู้สึกว่าเงียบ ปกติแดนไทยจะเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตัวเขาและเรื่องงานให้เธอฟังตลอด“กลัวหนูพายรำคาญ เดี๋ยวไม่มีสมาธิทำงาน” แดนไทยนอนอยู่ข้างๆ ไพลินที่กำลังนั่งถักกระเป๋า“ไม่รำคาญหรอกค่ะ กลัวคุณเบื่อมากกว่า วันๆ นั่งๆ นอนๆ เฝ้าฉันทำงาน” ไพลินวางมือจากการทำงานเอียงตัวมามองคนที่นอนข้างๆ อยู่แบบนี้ทุกวันตั้งแต่ขึ้นจากเกาะ“ขอดูมือหน่อยได้ไหม ทำไมขยันจังเลยตั้งใจจะทำถึงเมื่อไหร่กันเชียวไม่เบื่อหรือไงนะไพลินยื่นมือให้เขาอย่างว่าง่าย ทำเอาคนที่นอนอยู่ยิ้มจนตาหยีดึงมือของไพลินมาวางไว้ที่หัวใจตัวเอง“ข้างนี้ใช่ไหมที่ซ้นหายดีแล้วนะ” เขาถามทั้งที่หลับตาอยู่“หายดีแล้วค่ะ ทำงานได้สบายๆ เลย”“วันพรุ่งนี
บ้านกิจษานุรักษ์ คุณทัตเทพและคุณดรุณีกำลังปรึกษากันเรื่องแดนไทยกับไพลิน ทั้งสองคนดีใจที่ทั้งคู่ตกลงพูดคุยกันได้ ดีใจกับลูกชายที่สุด พ่อกับแม่ทุกข์ใจช่วงระยะเวลาเกือบ 1 ปี ที่แดนไทยจมจ่ออยู่กับความเสียใจไม่เป็นอันทำงานทำการ เสียใจที่ตัวเองเป็นต้นเหตุให้ไพลินต้องไปลำบากระหกระเหินอยู่แห่งหนใดก็ไม่รู้ ลูกทุกข์เท่าไหร่ พ่อแม่ทุกข์หนักยิ่งกว่า แดนไทยก็เหลือเกิน ดื่มตลอดเวลาทำใจไม่ได้ ครึ่งปีแรกเกือบเอาชีวิตไม่รอดครึ่งปีหลังมาต้องจับเข่าคุยกัน พ่อแม่แก่ลงทุกวัน น้องสาวทำงานคนเดียวทุกคนขอร้องให้เขากลับมาทำงาน จะได้ว่างเว้นจากการรู้สึกผิดบ้าง ดีขึ้นมานิดหน่อย ก็ยังไม่วายดื่มลดลงเพียงเล็กน้อย แดนไทยอยู่บ้านสวนและคอนโดของไพลินตลอด กลับบ้านแค่เสาร์อาทิตย์ ร่างกายซูบผอมไม่ดูแลตัวเอง ปล่อยผมยาวรุงรัง คุณทัตเทพล้มป่วยเพราะเหนื่อยจากการทำงานหนักนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้แดนไทยคิดไทยรู้ว่าตัวเองทำผิดกับครอบครัว ผิดกับไพลินแล้วยังไม่พอ ยังมาต้องทำให้พ่อแม่น้องลำบาก หลังจากนั้นคุณทัตเทพและคุณดรุณีก็ได้เห็นว่าแดนไทยกลับมาทำงาน และทำหนักกว่าเดิมเขาทุ่มเทกับงานไม่สนใจเรื่องอื่น ทำจนไม่มีเวลาพ
ช่วงเวลาที่อยู่บนเกาะกับไพลิน แดนไทยมีความสุขมาก เขาทำงานได้ติดต่อธุรกิจได้เหมือนเดิมไม่มีปัญหาเลย ต่อไปนี้ไม่ว่าไพลินจะไปที่ไหน เขาก็จะตามไปทุกที่ ฝนซานักท่องเที่ยวเริ่มขึ้นไปทำธุระบนฝั่ง รวมทั้งแดนไทยกับไพลิน ทั้งสองเก็บเสื้อผ้าทุกอย่างไปหมด ไพลินคิดว่าจะไม่กลับมาแล้ว เธอจะแวะไปดูบ้านที่กำลังสร้าง หลังจากนั้นจะกลับบ้านสวนไปใช้ชีวิตปกติของเธอ พิเศษหน่อยที่ครั้งนี้เธอมีคนติดตาม เชื่อว่าเขาไม่ปล่อยให้เธอไปไหนมาไหนคนเดียวแน่ๆ เริ่มกังวัลกับบ้านที่จะกำลังสร้าง ในเมื่อบ้านสวนยังเป็นของเธอ ก็ไม่อยากมีบ้านที่นี่แล้ว ตัวคนเดียวจะมีทำไมหลายหลังแดนไทยจองโรงแรมใกล้ๆ กับหมู่บ้านของไพลิน เขาเป็นคนจ่ายทั้งหมดห้ามไม่ให้ไพลินจ่าย เขาเห็นแบบบ้านแล้วชอบ ไพลินกับเขาชอบอะไรคล้ายๆ กัน ไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเองหรอกมันเป็นแบบนั้นจริงๆ ที่เมืองนี้โรงแรมเยอะสมกับเป็นเมืองท่องเที่ยวรถของรีสอร์ทไปส่งทั้งสองคนที่โรงแรมที่จองไว้ แดนไทยประทับใจเขาได้พูดคุยกับเจ้าของรีสอร์ท มีโอกาสเขาต้องกลับไปอีกแน่“ฉันขอแวะซื้อเสื้อผ้าใหม่สักชุดนะคะ ของคุณด้วยว่าจะซักผ้าที่มาจากเกาะค่ะ ติดทรายเต็มเล







