LOGIN“รัณ! รัณคะ!” เสียงหวานใสที่กังวานขึ้นทำให้ทั้งคู่ต้องชะงักฝีเท้า ดรัณหันไปตามเสียงนั้นทันที ปรินดาถึงกับเบิกตาค้างเมื่อเห็นร่างระหงในชุดเดรสสีสดสุดเซ็กซี่ของ ลินลี่หรือญาณิศานางเอกละครชื่อดังที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้ เธอเดินนวยนาดเข้ามาหาดรัณด้วยท่าทางสนิทสนมเกินคำว่าคนรู้จัก
จังหวะที่ปรินดายังไม่ทันตั้งตัว นางเอกสาวคนสวยก็ตรงเข้าจับมือของนายหัวหนุ่ม ก่อนจะเขย่งปลายเท้าจุมพิตที่แก้มของเขาอย่างโจ่งแจ้งต่อหน้าต่อตาเธอ!
หัวใจของปรินดาร่วงหล่นไปอยู่ที่ปลายเท้า ความเจ็บจี๊ดแล่นพล่านไปทั่วอก ภาพความสนิทสนมชิดเชื้อและสัมผัสที่ดูโหยหานั้นบอกชัดเจนโดยไม่ต้องมีคำบรรยายใดๆ ว่าความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่เคยลึกซึ้งและพิเศษเพียงใดในอดีต หรืออาจะเป็นปัจจุบันด้วยที่เธอยังไม่รู้
ปรินดาพยายามบิดตัวขยับถอยห่าง ก่อนจะพยายามปลดมือหนาที่เกาะกุมไหล่เธอออกอย่างสุดความสามารถ แต่เขากลับยิ่งรัดแน่นจนเธอแทบหายใจไม่ออก ในหัวของเธอเต็มไปด้วยคำถามประชดประชันว่า ‘ถ้าอยากจะพลอดรักกันกลางห้างขนาดนี้ ทำไมไม่ปล่อยเธอไปเสียก่อน!’
“ลินลี่คิดถึงคุณจัง คุณหายหน้าไปนานเลยนะคะรัณ” ญาณิศาพึมพำเสียงหวานชิดริมฝีปากได้รูป ทว่าดรัณกลับใช้มือหนาอีกข้างที่ว่างอยู่ดันร่างระหงของนางเอกสาวออกห่างอย่างนุ่มนวล
การถูกผลักไสทำให้ญาณิศาชะงัก เธอปรายสายตาคมจิกมองร่างเล็กบางที่ยืนอยู่ข้างเขาด้วยสายตาเหยียดระคนสงสัย
“คุณมาทำอะไรที่นี่ ลินลี่” ดรัณถามกลับเสียงเรียบ ท่าทางนิ่งสงบของเขาดูเดาใจได้ยาก
“ลินลี่นัดคุณวิกรมไว้น่ะค่ะ เราจะมีอีเว้นท์ในอีกหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้า ก็เลยนัดกันมาคุยรายละเอียดที่นี่ค่ะ” นางเอกสาวตอบพลางขยับยิ้มทรงเสน่ห์ก่อนจะแสร้งถามถึงคนข้างกายเขา
“ว่าแต่... รัณมากับใครเหรอคะไม่เห็นแนะนำให้ลินลี่รู้จักเลย?”
“นี่แก้ม แฟนผมเอง” ดรัณตอบสั้นแต่ชัดเจน ก่อนจะหันไปส่งยิ้มหวานให้ปรินดา
“แก้ม... นี่คุณลินลี่ เป็นเพื่อนของพี่”
“รัณเพิ่งมาจากเกาะเหรอคะ ลินลี่ไม่รู้เลยว่ารัณจะมา” ญาณิศาเอ่ยข้ามหัวปรินดาไปอย่างเสียมารยาท เธอไม่แม้แต่จะปรายตามาทำความรู้จักตามคำแนะนำของดรัณ
“น่าอิจฉาจริงๆ เลยนะคะ... แต่ลินลี่ต้องไปแล้วล่ะ”
นางเอกสาวทิ้งท้ายด้วยยืดตัวหอมแก้มดรัณฟอดใหญ่ ก่อนจะปรายตามองค้อนร่างบางอีกครั้งด้วยความหมั่นไส้ แล้วสะบัดเดินจากไปด้วยมาดนางเอกผู้สง่างาม
ดรัณก้มลงมองคนในอ้อมแขน เขายิ้มบางๆ อย่างคนอารมณ์ดี ทว่ากลับไม่มีคำอธิบายใดๆ หลุดออกมาจากปาก มือหนาทำเพียงกระชับเอวกิ่วให้ก้าวเดินตามเขาไป
ความเจ็บปวดที่ถูกมองข้ามและความหึงหวงที่ทำได้เพียงเก็บกักไว้ข้างใน กำลังกัดเซาะกำแพงหัวใจของเธอให้พังทลายลงทีละน้อยในทุกก้าวย่างที่เดินตามแรงชักจูงของเขา
ปรินดาเริ่มไม่แน่ใจกับอนาคตของตัวเองอีกครั้ง ภาพเหตุการณ์ที่หน้าโรงภาพยนตร์ยังคงติดตาและตรึงอยู่ในใจไม่จางหาย ความชิดเชื้อของดรัณกับนางเอกสาวคนนั้นทำให้หัวใจดวงน้อยสั่นคลอนจนรู้สึกหวิวๆ เหมือนคนจะเป็นลม ทว่าการที่เขาประกาศก้องต่อหน้าผู้หญิงคนนั้นว่าเธอเป็นแฟนก็เปรียบเสมือนโซ่ตรวนที่ล่ามเธอไว้ ทำให้จำต้องอดทนไม่อาจปริปากบ่นหรือแสดงอาการไม่พอใจออกมาได้
“วันนี้ไปทานมื้อเย็นที่บ้านพี่อีกนะครับ”
เสียงทุ้มเข้มเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบสะอ้านภายในรถ ขณะที่ล้อหมุนวนเข้าสู่เขตคฤหาสน์อัครเดโช ปรินดาเบือนหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง ดวงตาคู่สวยหม่นแสงลงอย่างเห็นได้ชัด
“ค่ะ”
เธอรับคำเพียงสั้นๆ พยายามสะกดกั้นหยาดน้ำตาที่จวนจะรินไหล ความขื่นขมจากภาพจุมพิตที่หน้าโรงภาพยนตร์ยังคงติดค้างอยู่ในใจ เมื่อมาถึงหน้ามุขคฤหาสน์หลังงาม ปรินดารีบเปิดประตูลงจากรถแล้วเดินนำลิ่วเข้าไปข้างในทันทีโดยไม่แม้แต่จะรอชายหนุ่มที่เดินตามหลังมา
ดวงตาคมกริบของดรัณมองตามแผ่นหลังบางที่แฝงไปด้วยความแง่งอนนั้นไปจนสุดสายตา อารมณ์ที่คุกรุ่นทำให้เขาหันไปกระชากเสียงใส่ลูกน้องที่เดินออกมาต้อนรับ
“ไอ้เอิบ... เดี๋ยวแกไปเตรียมเหล้ามาให้ฉันหน่อย”
“นายหัว ทำไมไม่ซื้อเข้ามาจากข้างนอกเลยล่ะครับ เผื่อผมเลือกไม่ถูกใจ” เอิบเอ่ยถามตามประสาซื่อ โดยไม่รู้ว่าพายุกำลังจะลง
“เฮ้ย!!... เดี๋ยวนี้แกกล้าเถียงฉันหรือไอ้เอิบ! บอกให้ไปซื้อก็ไปซื้อมาสิวะ!” ดรัณตวาดเสียงห้าวห้วนจนเอิบสะดุ้งสุดตัว ไม่กล้าสบตาพิฆาตของเจ้านายด้วยกลัวจะถูกส่งไปลงนรกจริงๆ เข้าสักวัน
“เอ่อ!!... ครับๆๆ ผมจะรีบไปซื้อให้เดี๋ยวนี้ล่ะครับนายหัว” เอิบรับคำพัลวันก่อนจะกระโดดขึ้นมอเตอร์ไซค์คู่ใจบึ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
“ให้มันได้อย่างนี้สิวะ แต่ละคน!”
“เอ่อ... นายหัวครับ” สิน ลูกน้องคนสนิทรวบรวมความกล้าเดินเข้ามาถาม
“พวกผมไม่เคยเห็นนายหัวกินเหล้าน่ะครับ ปกตินายหัวจะดื่มแต่ชาไทยหรือไม่ก็ชาชัก แต่นี่นายหัวสั่งเหล้า พวกเราก็เลยแปลกใจเท่านั้นเองครับ ไอ้เอิบมันก็คงจะงงเหมือนกัน”
“ทำไม? ฉันอยากจะดื่มบ้าง ใครจะทำไม หรือพวกแกมีปัญหา!”
“มะ... ไม่... ไม่มีครับ!” เหล่าชายฉกรรจ์ลูกน้องจากเกาะถ้ำในชุดชาวเลรีบตอบพร้อมกันอย่างลนลาน
“แล้วถ้าไอ้เอิบมา บอกให้มันเอาเหล้าไปส่งให้ฉันด้วย” สิ้นคำสั่ง ดรัณก็สะบัดตัวหมุนกลับเข้าบ้านไปอย่างหัวเสีย “ไม่รู้จะกวนตีนอะไรกันนักหนาไอ้พวกนี้” ดรัณบ่นพึมพำ ก่อนจะเดินไปที่บาร์เครื่องดื่มภายในคฤหาสน์
ผ่านไปครู่ใหญ่ ลูกน้องที่ชื่อเอิบก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาพร้อมถุงกระดาษในมือ
“นายหัวครับ ของที่สั่งได้แล้วครับ”
“ขอบใจมาก... แกไปเรียกคุณแก้มให้มาหาฉันที่นี่ทีสิ”
“เอ่อ... แล้วทำไมนายหัวไม่ไปเรียกเองล่ะครับ”
“ไอ้เอิบ!” ดรัณตวาดซ้ำจนลูกน้องตัวดีรีบหดคอ
“ครับๆๆ ผมจะขึ้นไปตามเดี๋ยวนี้ล่ะครับ!” เอิบตั้งท่าจะเดินขึ้นบันได แต่เสียงเข้มก็ตวาดดังลั่นเสียก่อน
“อยู่ห้องรับแขก!” ดรัณสำทับก่อนจะรินน้ำสีอำพันลงแก้วทรงสวย แล้วกระดกน้ำรสขมนั้นลงคอรวดเดียวจนหมดแก้ว ความร้อนผ่าวของแอลกอฮอล์แผ่ซ่านไปทั่วอก กระตุ้นความปรารถนาในกายให้ยิ่งคุกรุ่น
“หึ หึ ทำเป็นงอนไปเถอะ”
“พี่รัณเรียกแก้มมาทำไมคะ” เสียงหวานราบเรียบดังขึ้น ปรินดาเดินเข้ามาหยุดอยู่หน้าบาร์เครื่องดื่ม ร่างบางในชุดที่ยังคงดูสวยสง่าแต่ใบหน้ากลับนิ่งเฉยจนดรัณรู้สึกอึดอัด
“งอนอะไรพี่หรือเปล่า” คำถามของดรัณทำให้หญิงสาวชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ดวงตาคมกริบจะจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย
“เปล่าค่ะ”
“นอนที่นี่มั้ย พี่ขี้เกียจขับรถกลับคอนโด”
“แก้มไม่ได้เตรียมชุดมาเปลี่ยนค่ะ ก็ไหนพี่บอกจะพามาทานข้าวไงคะ”
“ก็ไปสิ ป่านนี้คงตั้งสำรับกันครบแล้วมั้ง” ดรัณวางแก้วเหล้าลง ก่อนจะผุดลุกขึ้นโอบเอวบางของเธอไว้ แม้ปรินดาจะขยับตัวประท้วงเล็กน้อยแต่เขาก็ไม่ยอมปล่อย
มื้อค่ำในคฤหาสน์ผ่านไปท่ามกลางความเงียบที่น่าอึดอัด ปรินดาทานอาหารได้เพียงเล็กน้อยเพราะความจุกแน่นในอก เมื่อเห็นว่าเธอไม่มีความสุขที่จะอยู่ที่นี่ ดรัณจึงจำต้องยอมตามใจหญิงสาว เขาพาเธอกลับไปที่คอนโดหรูของเขาแทน เพราะข้ออ้างที่ว่าเธอไม่ได้เตรียมชุดมาเปลี่ยนซึ่งดรัณรู้ดีว่าไม่ใช่
หลังจากอาบน้ำชำระร่างกายจนเย็นฉ่ำ ดรัณในชุดเสื้อคลุมผ้าไหมสีเข้มก็ตรงดิ่งไปเข้าไปโอบกอดเด็กสาว เธออยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาวตัวโคร่งของเขาที่กว้างจนปิดต้นขาเนียน ดวงตาคมกวาดมองเธอตั้งแตหัวจรดเท้า เสื้อยืดตัวใหญ่กับกางเกงขาสั้นที่เขาเลือกให้ดูตลกขบขันแต่กลับแฝงด้วยความน่าค้นหาอย่างบอกไม่ถูก
มือหนาก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือบางแล้วออกแรงกระตุกเพียงครั้งเดียว ร่างนุ่มนิ่มก็ถลาลงไปนั่งแหมะอยู่บนตักกว้างทันที
“ทำไมไม่ใส่ชุดที่พี่ซื้อให้” เขาถาม เสียงทุ้มเริ่มแหบพร่า
“ก็ยังไม่ได้ซักจะใส่ได้ยังไงคะ” เธอตอบพลางเบี่ยงหน้าหนีปลายจมูกโด่งที่เริ่มซุกไซ้ไปตามพวงแก้มนุ่มอย่างถือวิสิทธ์
“นึกว่าไม่อยากใส่เพราะกลัวโป๊”
“ก็อยากใส่อยู่หรอกค่ะ แต่ไม่อยากเป็นเหยื่อของคนหื่นแถวนี้”
“หึๆ เด็กโง่” กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ผสมกับกลิ่นกายชายทำเอาคนบนตักเริ่มใจสั่น
“จะใส่หรือไม่ใส่ พี่ก็ลากแก้มขึ้นเตียงอยู่ดีนั่นแหละ” สิ้นเสียงฝ่ามือร้อนผ่าวเริ่มลูบไล้ไปตามแผ่นหลังบางอย่างแผ่วเบาแต่จงใจเรียกกระแสความซ่านสยิว
“พี่รัณ... อย่าค่ะ” ปรินดาถามซ้ำอีกครั้ง เสียงเริ่มสั่นพร่าเมื่อริมฝีปากร้อนๆ ของเขายังคงคลอเคลียหยอกเย้าอยู่ที่ใบหูหอมกรุ่นของเธอไม่ยอมห่าง
รถตู้เสียหลักหมุนคว้างก่อนจะไถลตกข้างทางจนฝุ่นตลบอบอวล ไอ้เข้มที่สะบักสะบอมตะเกียกตะกายออกมาพร้อมกับจิกกลุ่มผมของปรินดาอย่างไร้ความปรานี มันกระชากร่างเธอให้ลุกขึ้นเพื่อใช้เป็นโล่มนุษย์“มึงลงมานี่ นังตัวดี! อย่าคิดหนีเชียวนะ!” ไอ้เข้มตะโกนก้อง มือหนึ่งล็อคคอแน่นจนเธอหายใจไม่ออก อีกมือถือปืนจ่อที่ขมับปรินดาเจ็บจนน้ำตาคลอ ทว่าสัญชาตญาณการเอาตัวรอดและความเชื่อมั่นในตัวสามีทำให้เธอรวบรวมความกล้า ในจังหวะที่ไอ้เข้มเผลอหันไปมองดรัณ หญิงสาวก็ตัดสินใจกัดเข้าที่แขนของมันสุดแรงเกิด“โอ๊ย! อีสารเลว!” ไอ้เข้มร้องลั่น สะบัดแขนออกด้วยความเจ็บปวด ปรินดาฉวยโอกาสทองนั้นผลักตัวออกแล้วออกวิ่งทันที ชุดเจ้าสาวที่ยาวเป็นอุปสรรคใหญ่ต่อการวิ่งหนี แต่เธอก็ไม่ยอมหยุดปัง! ปัง! เสียงปืนจากดรัณดังก้องไปทั่วบริเวณ เขาไล่ยิงสกัดลูกน้องของไอ้เข้มไม่ให้ตามภรรยาของเขาไปได้ แต่ไอ้เข้มและสมุนร่างยักษ์อีกสองคนวันนี้มันกัดไม่ปล่อย พวกมันวิ่งตามจนทันปรินดาที่เสียหลักและเกือบจะล้ม“จับมันไว้!” ไอ้เข้มสั่งการ ลูกน้องคนแรกพุ่งเข้าหาแต่ปรินดาไม่ได้ยืนรอความตายเพียงอย่างเดียว เธอรวบรวมแรงเตะเข้าที่กลางกล่องดวงใจของมันอย่างแรง
ลินลี่จำต้องกล้ำกลืนฝืนทนรับสัมผัสที่น่ารังเกียจนั้นไว้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กลิ่นคาวกามและรสชาติแห่งความอัปยศแผ่ซ่านไปทั่วโพรงปาก ขณะที่นายตี้ยังคงกดทับและขยี้เน้นจังหวะสุดท้ายเพื่อให้หยาดหยดแห่งกามารมณ์ไหลลึกเข้าไปในกายหล่อนจนหมดสิ้นเมื่อพายุสวาทสงบลง นายตี้ผละออกพลางหอบหายใจอย่างสุขสมแล้วไปทิ้งตัวนอนแผ่หลาอยู่บนเตียง ทิ้งให้ลินลี่นอนหายใจโรยรินในสภาพห้อยหัว เส้นผมสยายระพื้น ใบหน้าแดงก่ำจากแรงดันเลือดและคราบน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม นางเอกสาวพลางยกหลังมือขึ้นปาดริมฝีปากอย่างช้าๆ แววตาที่เคยพร่าเบลอกลับมานิ่งสนิทและเย็นเยียบกว่าเดิมเธอเดินไปกระเป๋าสะพายที่วางอยู่ ก่อนจะล้วงเข้าไปหยิบขวดเล็ก ๆ ออกมาแล้วเทผงพิษสีขาวลงในแก้วน้ำเย็นจัด“ดื่มน้ำหน่อยนะคะพี่ตี้... จะได้มีแรง” เธอบอกอย่างออดอ้อนเอาใจ ตากล้องหนุ่มที่กำลังเหนื่อยหอบจากการหักโหมพละกำลัง คว้าแก้วมรณะมากระดกน้ำเย็นเฉียบจนหมดรวดเดียวโดยไม่เฉลียวใจ ทว่าเพียงอึดใจเดียว... ร่างที่เคยคร่อมทับอยู่ก็เริ่มเกร็งกระตุกอย่างรุนแรง ดวงตาของมันเบิกโพลง ลมหายใจติดขัด ดิ้นทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวดเจียนตาย ก่อนจะขาดใจตายคาอกของลินลี่ในสภาพเปลือยเปล่
กิตติกรหันมายิ้มอย่างผู้ชนะก่อนจะโน้มตัวลงสวมกอดร่างบางที่ยังคงสั่นเทา“พี่... ใจเย็นๆ นะคะ ของพี่ใหญ่ ลินลี่กลัวเจ็บ” เธอครางบอกเสียงสั่น ในขณะที่แววตาคนตรงหน้ามีแต่ความหื่นกระหายอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน มือหนาเอื้อมปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกอย่างรีบร้อน ลินลี่ มองภาพนั้นด้วยความรู้สึกสมเพชตัวเอง แต่เธอก็ไร้ซึ่งทางเลือก“ลินลี่ขอนะคะ พี่ห้ามเอาโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปหรืออัดคลิปเด็ดขาด ถ้าลินลี่เห็น ลินลี่จะหนีพี่ไปไกล ๆ จนไม่ให้พี่เห็นลินลี่ได้อีก” เธอสั่งเสียงแข็ง หวังปกป้องศักดิ์ศรีที่เหลือเพียงเศษเสี้ยว“โธ่!!... น้องลินลี่จ๋า ใครจะกล้าทำแบบนั้นกับนางเอกในดวงใจล่ะครับ พี่แค่ชอบเก็บความทรงจำไว้ในหัวเท่านั้นแหละ รูปถ่ายที่ได้มาก็ไม่เคยเผยแพร่ที่ไหน” เขาตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง ก่อนจะจัดการกับชุดของเธอที่เหลือออกอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้เรือนร่างขาวเนียนปราศจากอาภรณ์อยู่บนเตียงกว้าง“พี่ไม่ใส่ถุงนะ พี่อยากได้สดๆ อยากสัมผัสลินลี่จริงๆ เดี๋ยวพี่เพิ่มให้ลินลี่อีกแสนหนึ่ง!”อำนาจเงินตราทำให้ลินลี่ต้องเงียบเสียงลง เธอพยักหน้าช้าๆ ยอมแลกทุกอย่างเพื่อความอยู่รอด เขาไม่รอช้า พลิกร่างบางให้ดี
ภายในห้องโดยสารที่เงียบสงัด มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ทำงานแผ่วเบา ลินลี่จ้องมองสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาด้วยหัวใจที่เต็นรัวแรง ความใหญ่โตของ อาวุธร้ายของชายตรงหน้าทำให้เธอถึงกับลอบกลืนน้ำลาย ความยิ่งใหญ่ที่ผงาดง้ำสู้แสงไฟจากหน้าปัดรถดูน่าเกรงขามจนอดีตนางเอกสาวแทบหยุดหายใจ“ทำไมของพี่... มันใหญ่ขนาดนี้ล่ะคะ สงสัยลินลี่ต้องปวดกรามแน่ ๆ ” เธอเอ่ยเสียงพร่าพลางช้อนสายตามองคนที่กำลังขับรถด้วยแววตาที่สั่นระริก ทั้งหวาดหวั่นและท้าทายในคราวเดียวกัน“ไม่ชอบเหรอ ใหญ่ ๆ แบบนี้เสียวดีนะรู้มั้ย” หนุ่มใหญ่แค่นยิ้มเจ้าเล่ห์ แววตาที่เต็มไปด้วยประสบการณ์ก่อนจะจับจ้องไปที่ใบหน้าสวยหวานที่กำลังตื่นตระหนก“รับรองเลยลินลี่จะต้องมีความสุข เวลาที่โดนพี่จับกระแทกแรงๆ ”“จริงเหรอคะ...” คำถามสั้นๆ ของลินลี่แฝงไปด้วยจริตที่เริ่มก่อตัวขึ้นตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด แม้ในใจจะขยะแขยงเพียงใด แต่ภาพตัวเลขเงินหนึ่งแสนบาทที่เขาโอนให้นั้นกลับมีอำนาจเหนือกว่าศักดิ์ศรีที่ลินลี่ค่อยๆ โน้มตัวลงต่ำ หวีดหวิวไปกับลมหายใจร้อนผ่าวของชายหนุ่มที่รดรินอยู่เหนือศีรษะ เธอรวบผมยาวสลวยไปไว้ด้านหลัง ก่อนจะใช้ปลายนิ้วเรียวสวยลูบไล้ไปตามความยา
บรรยากาศรอบกายยามบ่ายที่น่าอึดอัดขณะที่วิกรมขับรถตามลินลี่มาอย่างห่าง ๆ ก่อนจะจอดซุ่มดูอยู่ฝั่งตรงข้ามของโรงแรมม่านรูดที่ห่างไกลผู้คน ดวงตาคมกริบที่ผ่านโลกมามากจับจ้องไปยังประตูห้องพักที่กำลังจะเปิดออก หัวใจของหนุ่มใหญ่กระตุกวูบเมื่อเห็นร่างคุ้นตาของนางเอกสาวที่เดินเคียงคู่มากับตากล้องอย่างสนิทสนมเกินควรผู้บริหารสูงวัยไม่รอช้ายังไงวันนี้เขาต้องกระชากหน้ากากจอมปลอมของนางเอกจอมลวงโลกออกมาให้ได้ วิกรมก้าวลงจากรถอย่างช้าๆ ด้วยท่วงท่าที่สุขุม“คุณวิกรม!” ลินลี่อุทานลั่น ใบหน้าสวยซีดเผือดลงทันควันราวกับคนจับไข้ สภาพของนางเอกสาวในดวงใจดูยับเยินจนน่าอดสู เส้นผมที่เคยจัดทรงสวยยุ่งเหยิงไม่เป็นระเบียบ เสื้อผ้ามีแต่รอยยับย่นฟ้องถึงกิจกรรมเร่าร้อนที่เพิ่งผ่านพ้นไปหมาด ๆ โดยเฉพาะรอยแดงจางๆ ที่ซอกคอขาวผ่องนั้น มันคือหลักฐานชั้นดีที่กระชากสติของวิกรมให้ขาดสะบั้น เธอรีบสะบัดมือออกจากแขนของนายตี้ทันที ส่วนตากล้องจอมหื่นพอเห็นนายจ้าง ก็ถึงกับหน้าถอดสี รีบก้มหน้าเดินหนีหายไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้นางเอกสาวเผชิญชะตากรรมอยู่เพียงลำพังเขาจ้องมองผู้หญิงที่เขาเคยรักและทะนุถนอมด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเหยียด
ทันทีที่จัดการเรื่องแม่เลี้ยงใจร้ายเสร็จสิ้น ดรัณก้าวเดินขึ้นไปยังชั้นบนของคฤหาสน์ด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง ทว่าความเหนื่อยล้าทั้งหมดกลับมลายหายไปเพียงแค่ผลักประตูห้องนอนเข้าไปแล้วพบกับปรินดาหญิงสาวอยู่ในชุดนอนสายเดี่ยวสีครีมสว่าง ผ้าซาตินเนื้อนุ่มทิ้งตัวลงมาเพียงครึ่งขาอ่อนเนียนละเอียด ผมยาวสลวยถูกปล่อยให้ทิ้งตัวลงเคลียไหล่มน เรียวปากอิ่มเคลือบด้วยลิปสติกสีชมพูระเรื่อแวววาวชวนให้ลิ้มลอง เธอส่งรอยยิ้มละมุนที่ทำให้โลกทั้งใบของเขาสว่างไสว“ใครมาหาพี่รัณหรือคะ?” เธอถามด้วยน้ำเสียงกังวานใส“เปล่าหรอกจ้ะ พี่แค่คุยงานกับนายสินนิดหน่อย” ชายหนุ่มปั้นคำโกหกเพื่อปกป้องความรู้สึกของคนรัก เขาจะไม่มีวันให้เรื่องเน่าเฟะของแม่เลี้ยงมาแผ้วพานความสุขของเธอเด็ดขาด “แก้มหิวอะไรไหม?”“ไม่ค่ะช่วงนี้แก้มต้องไดเอท”“ถ้าอย่างนั้นรอพี่ตรงนี้นะ พี่อาบน้ำเสร็จแล้วจะมาคุยด้วย”หลังจากชำระล้างร่างกายจนสดชื่น ดรัณเดินออกมาเห็นภรรยาสาวกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนเตียงกว้าง เขาไม่รอช้ารีบคว้าหนังสือเล่มนั้นออกห่างจากมือเธอ แล้วทิ้งตัวลงนอนหนุนตักนุ่มของหญิงสาวทันที“ทุกทีเลยพี่รัณเนี่ย เมื่อไหร่จะแก้นิสัยนี้สักทีคะ”“แก้







