LOGIN“สวย เหมาะกับแก้มมากเลย” ดรัณพึมพำชิดซอกคอหอมกรุ่น สายตาคมไม่ได้มองที่เพชรในกระจกเลยแม้แต่นิด แต่กลับจับจ้องที่เงาสะท้อนของหญิงสาวที่มีหยาดเพชรประดับอยู่บนทรวดทรงอันงดงาม
“คงแพงน่าดู แก้มไม่กล้าใส่หรอกค่ะ” ปรินดาประท้วง พยายามจะเอื้อมมือไปถอดออก แต่ถูกมือหนาจับรวบไว้เสียก่อน
“สำหรับพี่... ไม่มีอะไรแพงเกินไปสำหรับแก้มหรอก” เขาหมุนตัวเธอให้หันมาเผชิญหน้า สายตาที่ทอดมองมานั้นเปี่ยมไปด้วยความลุ่มหลง
“ใส่ไว้เถอะ พี่บอกว่าไงหืม์”
“ค่ะ อยู่กับพี่รัณห้ามดื้อ”
“ดีมาก ถ้าไม่ดื้อคืนนี้พี่จะผ่อนปรนให้” คำพูดที่แสนหวานเร้าอารมณ์นั้นทำให้ปรินดาหน้าร้อนวูบ วงแขนแข็งแรงตวัดโอบเอวคอดกิ่วแล้วรั้งให้ร่างนุ่มนิ่มเบียดชิดกับแผงอกกว้างท่ามกลางแสงระยิบระยับของเพชรนับร้อยกะรัตในห้องนั้น
“พี่รัณ... ที่นี่บริษัทนะคะ” เธอประท้วงเสียงสั่น เมื่อใบหน้าคมซุกไซ้ลงมาที่ซอกคอขาวผ่อง
“ห้องนี้ไม่มีใครกล้าเข้ามาหรอกถ้าพี่ไม่อนุญาต” ดรัณไม่ฟังเสียงทัดทาน เขาฉกวูบลงจูบริมฝีปากอิ่มอย่างรุนแรงและโหยหา จูบหวานล้ำและหนักหน่วงราวกับจะตีตราจองเธอไว้ให้แน่นหนายิ่งขึ้น ปรินดาเคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสรุกราน มือเล็กๆ ขยุ้มเสื้อเชิ้ตของเขาไว้แน่นเพื่อพยุงตัวไม่ให้ล้มพับลงไป
กว่าเขาจะยอมปล่อยให้เธอเป็นอิสระ ปรินดาก็หอบหายใจจนอกอิ่มกระเพื่อมไหวอยู่ใต้สร้อยเพชรน้ำงาม ดรัณมองภาพนั้นด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะจัดการเก็บเครื่องประดับชิ้นอื่นๆ และจูงมือน้อยเดินออกมาจากห้องนิรภัย
“ไปบ้านพี่กันเถอะ...เดี๋ยวจะค่ำ อยากกินเมนูอะไรเป็นพิเศษมั้ยพี่จะสั่งแม่ครัวทำให้”
“ไม่ค่ะ แก้มกินได้หมด” เขาโอบเอวบางคอดกิ่วของเธอ ก่อนจะพาเดินกลับไปยังลิฟต์เพื่อมุ่งหน้าสู่คฤหาสน์
รถยุโรปคันหรูแล่นมาจอดสนิทที่หน้ามุขคฤหาสน์หรูหลังงามที่ตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง แสงไฟจากตัวบ้านที่ส่องกระทบตัวรถยิ่งขับให้บรรยากาศดูโอ่อ่าจนน่าเกรงขาม
“ตื่นเต้นเหรอแก้ม มือเย็นเชียว”
ดรัณเอ่ยขึ้นพลางเอื้อมมือหนามารวบกุมมือเล็กของเธอไว้แน่น สายตาคมเหลือบมองใบหน้าหวานที่ดูประหม่าอย่างเห็นได้ชัด ความนุ่มนวลในกระแสเสียงของเขาขัดกับบุคลิกที่ดูดุดันอย่างสิ้นเชิง
“นิดหน่อยค่ะ... บ้านพี่รัณหลังใหญ่มาก แก้มกลัวจะทำตัวไม่ถูก”
“บอกแล้วไงว่าอยู่กับพี่ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น ใครจะมองยังไงไม่ต้องสน... สนแค่พี่คนเดียวพอ”
เขาบีบมือเธอเบาๆ ราวกับจะส่งผ่านความมั่นใจและกำลังใจให้ ก่อนจะดับเครื่องยนต์ ทันทีที่เขาก้าวลงจากรถและพาเธอเดินเข้าสู่ตัวบ้าน พนักงานในบ้านหลายคนต่างพากันมายืนเข้าแถวต้อนรับอย่างเป็นระเบียบ ดรัณโอบเอวบางของปรินดาไว้อย่างถือสิทธิ์ พาเดินผ่านประตูไม้แกะสลักบานยักษ์เข้าสู่ห้องโถงกลางที่เพดานสูงลิ่วประดับด้วยโคมไฟระย้าคริสตัลทอประกายระยิบระยับ
“ยินดีต้อนรับกลับบ้านค่ะคุณดรัณ ป้าคิดว่าคุณจะอยู่แต่ที่คอนโดเสียแล้ว” ป้าสายหัวหน้าแม่บ้านเก่าแก่เอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้ม ทว่าสายตาแหลมคมกลับสะดุดอยู่ที่สร้อยเพชรน้ำงามบนลำคอระหงของหญิงสาวแปลกหน้า แสงวาววับนั้นเป็นเครื่องยืนยันชั้นดีว่าผู้หญิงคนนี้สำคัญต่อเจ้านายของเธอเพียงใด
“ป้าสาย... เดี๋ยวให้คนจัดโต๊ะอาหารเลยนะ วันนี้ผมพาแฟนมาทานมื้อค่ำที่นี่”
คำพูดของดรัณทำให้คนรับใช้หลายคนลอบสบตากันด้วยความประหลาดใจ ปรินดายกมือไหว้ทักทายป้าสายอย่างอ่อนน้อม ท่าทางไร้จริตจะก้านและแววตาที่ดูซื่อบริสุทธิ์ของเธอทำให้หัวหน้าแม่บ้านมีสีหน้าที่อ่อนลงเล็กน้อยด้วยความเอ็นดู
“พี่รัณคะ... แก้มขอไปห้องน้ำก่อนได้ไหมคะ” เธอประซิบถามเสียงแผ่ว ความตื่นเต้นทำให้เธอเริ่มทำอะไรไม่ถูก
“ได้สิ... ป้าสาย เดี๋ยวเรียกใครก็ได้ให้พาคุณแก้มไปห้องน้ำหน่อย”
ดรัณปล่อยให้คนรับใช้พาปรินดาแยกตัวออกไป ปรินดาจัดการธุระส่วนตัวเสร็จก็เดินออกมาล้างมือที่หน้ากระจกบานใหญ่ในห้องน้ำหรู เธอจ้องมองผู้หญิงในกระจกบานนั้น ผู้หญิงที่สวมเดรสราคาแพงและสร้อยเพชรราคาหลักล้าน ทว่าหัวใจกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกสับสนและวูบไหว ในขณะที่กำลังจัดแต่งทรงผมอยู่นั้น เสียงซุบซิบนินทาจากด้านนอกก็แว่วเข้ามาให้ได้ยิน
“ป้าคะ... เพชรน้ำงามขนาดนั้น คุณดรัณคงจะถูกใจผู้หญิงคนนี้มากสินะคะ ถึงได้ยอมให้ของล้ำค่าขนาดนี้”
“แกอย่าไปยุ่งเรื่องของเจ้านาย มีหน้าที่อะไรก็ไปทำไป๊!” เสียงป้าสายรีบดุเพื่อตัดบทคนใช้จอมสอดรู้
ปรินดาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เรียกความมั่นใจก่อนจะเดินกลับออกมา ดรัณรอเธออยู่แล้วและพาเธอไปยังห้องอาหารขนาดใหญ่ที่มีโต๊ะยาวทำจากไม้ชั้นดี อาหารใต้รสจัดจ้านและอาหารฟิวชันหลากชนิดถูกทยอยนำมาเสิร์ฟจนเต็มพื้นที่
“จะทานหมดเหรอคะพี่รัณ... ทำมาเยอะขนาดนี้” ปรินดาเงยหน้ามองคนที่นั่งอยู่หัวโต๊ะอย่างฉงน
“ปกติเขาก็ทำประมาณนี้อยู่แล้ว” เขายกแก้วน้ำขึ้นจิบพลางมองอาการตื่นโต๊ะอาหารของเธอด้วยความเอ็นดู
“แต่เยอะมากเลยนะคะ เสียดายจังถ้ากินไม่หมด”
“คิดเสียว่าเรามาทานบุฟเฟต์ไงแก้ม ไม่ต้องกินจนหมดก็ได้ กินแค่อย่างละนิดอย่างละหน่อย ลองชิมรสชาติฝีมือป้าสายเค้าหน่อย พี่ว่ารสชาติไม่แพ้ร้านหรู ๆ เลยนะ”
ดรัณตักแกงเหลืองหน่อไม้ดองของโปรดส่งให้เธอ สายตาที่ทอดมองหญิงสาวในชุดเดรสตัวสวยดูอ่อนโยน จนคนรับใช้ที่ยืนคอยปรนนิบัติอยู่รอบๆ ต่างพากันก้มหน้า เพราะไม่เคยเห็นเจ้านายผู้เคร่งขรึมที่คลั่งรักได้ถึงเพียงนี้
วันต่อมา ณ ร้านอาหารหรูหราใจกลางห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ขณะที่ดรัณและปรินดากำลังนั่งรอเวลาเข้าชมภาพยนตร์อยู่นั้น ร่างระหงของสาวประเภทสองที่เคยเป็นคนชักชวนให้ปริญดาเดินแบบในชุดฟินาเล่คืนนั้นก็เดินนวยนาดตรงเข้ามาทักทาย พร้อมกับหนุ่มใหญ่ท่าทางภูมิฐานในชุดสูทเนี้ยบกริบ
“สวัสดีค่ะคุณดรัณ” เธอเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มกว้าง ก่อนจะแนะนำชายหนุ่มข้างกาย
“นี่คุณวิกรมค่ะ เจ้าของช่องสตาร์นิว”
“สวัสดีครับ คุณวิกรม” ดรัณทักทายกลับตามมารยาท
“คุณดรัณกับน้องแก้มมาทำอะไรแถวนี้คะ” สาวสองคนเดิมถามขึ้นอย่างจีบปากจีบคอ
“ผมพาแก้มมาดูหนังครับ” ดรัณบอกเสียงเรียบ ก่อนจะสัมผัสได้ถึงสายตาของวิกรมที่จ้องมองปรินดาอย่างจาบจ้วง
“สวัสดีครับน้องแก้ม... นี่นามบัตรพี่ครับ” วิกรมขยับรอยยิ้มพราวเสน่ห์พลางยื่นนามบัตร ส่งให้หญิงสาวตรงหน้า “เผื่อน้องแก้มจะสนใจมาลองงานในวงการดูบ้าง สวย ๆ แบบนี้ พี่รับประกันเลยว่าตำแหน่งนางเอกเบอร์อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอน”
ปรินดายิ้มบางๆ เธอเหลือบมองนายหัวหนุ่มข้างกายที่บัดนี้แผ่รังสีคุกคามออกมาจนบรรยากาศรอบๆ เริ่มเย็นยะเยือก มือเรียวเล็กยื่นออกไปรับนามบัตรนั้นมาไว้ในครอบครอง
วิกรมกลับไม่ยอมละสายตาไปง่ายๆ เขาถือวิสาสะใช้สายตาคมกริบกวาดมองเรือนร่างอวบอิ่มที่ซ่อนอยู่ภายใต้เดรสตัวสวยอย่างละลาบละล้วง ทว่าเมื่อเขาสัมผัสได้ถึงสายตาอำมหิตที่รุนแรงจากคนตัวโตที่ยืนอยู่ข้างๆ หญิงสาว หนุ่มใหญ่เจ้าของช่องดังก็ถึงกับต้องส่งยิ้มเจื่อนๆ กลับไปให้
ดรัณในตอนนี้หน้าบึ้งตึงจนแทบจะกินเลือดกินเนื้อ ดวงตาคมกริบฉายแววดุดัน
“ขอบคุณ... ที่หวังดีครับ” เขาเน้นคำชัดถ้อยชัดคำ
“แต่ผมคงไม่ให้แฟนผมทำงานอย่างที่คุณว่าหรอก”
มือหนาของดรัณคว้าหมับเข้าที่เอวบางแล้วรั้งร่างของปรินดาให้เบียดชิดกับแผงอกแกร่งอย่างแสดงสิทธิ์ความเป็นเจ้าของ สัมผัสที่หนักหน่วงนั้นทำให้ปรินดาสะดุ้งโหยง เธอสัมผัสได้ถึงแรงหึงหวงที่พุ่งพล่านอยู่ในตัวเขาจนต้องก้มหน้าหลบสายตาทั้งสองคู่ด้วยความอึดอัดใจ
“ขอบคุณนะคะคุณวิกรม” ปรินดารีบตอบรับสั้นๆ เธอไม่กล้าทำตัวดีใจจนเกินงามเพราะเกรงกลัวอารมณ์ของคนข้างกายที่ใกล้จะระเบิดเต็มที
“น้องแก้มเก่งมากครับ พี่ขอชื่นชม เดินฟินาเล่คืนนั้นเล่นเอาหนุ่มๆ อึ้งกันไปทั้งงานเลย ถ้าไม่สนใจเป็นนักแสดง จะลองเป็นผู้ประกาศข่าวก็ได้นะครับ” วิกรมทิ้งท้ายด้วยสายตาพราวเสน่ห์ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปพร้อมสาวสวยคนเดิม
ปรินดามองนามบัตรในมือด้วยแววตาเป็นประกาย การเป็นผู้ประกาศข่าวคืออาชีพในฝันของเธอมาตั้งแต่เด็กๆ และตอนนี้โอกาสนั้นกำลังวางอยู่ตรงหน้าแล้ว
“ว่าไง อยากเป็นนางเอกรึ!” เสียงห้าวห้วนติดจะประชดประชันของดรัณดังขึ้น ทำเอาคนตัวเล็กต้องรีบสอดนามบัตรเก็บเข้ากระเป๋าสะพายใบน้อยของตนทันที
“ไม่ใช่นางเอกซะหน่อยค่ะ แก้มแค่อยากเป็นแค่ผู้ประกาศข่าว”
“เสียใจด้วยนะ เพราะพี่ไม่อนุญาต!” ดรัณบอกเสียงแข็ง ตัดความหวังของเธออย่างไม่มีเยื่อใย
รถตู้เสียหลักหมุนคว้างก่อนจะไถลตกข้างทางจนฝุ่นตลบอบอวล ไอ้เข้มที่สะบักสะบอมตะเกียกตะกายออกมาพร้อมกับจิกกลุ่มผมของปรินดาอย่างไร้ความปรานี มันกระชากร่างเธอให้ลุกขึ้นเพื่อใช้เป็นโล่มนุษย์“มึงลงมานี่ นังตัวดี! อย่าคิดหนีเชียวนะ!” ไอ้เข้มตะโกนก้อง มือหนึ่งล็อคคอแน่นจนเธอหายใจไม่ออก อีกมือถือปืนจ่อที่ขมับปรินดาเจ็บจนน้ำตาคลอ ทว่าสัญชาตญาณการเอาตัวรอดและความเชื่อมั่นในตัวสามีทำให้เธอรวบรวมความกล้า ในจังหวะที่ไอ้เข้มเผลอหันไปมองดรัณ หญิงสาวก็ตัดสินใจกัดเข้าที่แขนของมันสุดแรงเกิด“โอ๊ย! อีสารเลว!” ไอ้เข้มร้องลั่น สะบัดแขนออกด้วยความเจ็บปวด ปรินดาฉวยโอกาสทองนั้นผลักตัวออกแล้วออกวิ่งทันที ชุดเจ้าสาวที่ยาวเป็นอุปสรรคใหญ่ต่อการวิ่งหนี แต่เธอก็ไม่ยอมหยุดปัง! ปัง! เสียงปืนจากดรัณดังก้องไปทั่วบริเวณ เขาไล่ยิงสกัดลูกน้องของไอ้เข้มไม่ให้ตามภรรยาของเขาไปได้ แต่ไอ้เข้มและสมุนร่างยักษ์อีกสองคนวันนี้มันกัดไม่ปล่อย พวกมันวิ่งตามจนทันปรินดาที่เสียหลักและเกือบจะล้ม“จับมันไว้!” ไอ้เข้มสั่งการ ลูกน้องคนแรกพุ่งเข้าหาแต่ปรินดาไม่ได้ยืนรอความตายเพียงอย่างเดียว เธอรวบรวมแรงเตะเข้าที่กลางกล่องดวงใจของมันอย่างแรง
ลินลี่จำต้องกล้ำกลืนฝืนทนรับสัมผัสที่น่ารังเกียจนั้นไว้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กลิ่นคาวกามและรสชาติแห่งความอัปยศแผ่ซ่านไปทั่วโพรงปาก ขณะที่นายตี้ยังคงกดทับและขยี้เน้นจังหวะสุดท้ายเพื่อให้หยาดหยดแห่งกามารมณ์ไหลลึกเข้าไปในกายหล่อนจนหมดสิ้นเมื่อพายุสวาทสงบลง นายตี้ผละออกพลางหอบหายใจอย่างสุขสมแล้วไปทิ้งตัวนอนแผ่หลาอยู่บนเตียง ทิ้งให้ลินลี่นอนหายใจโรยรินในสภาพห้อยหัว เส้นผมสยายระพื้น ใบหน้าแดงก่ำจากแรงดันเลือดและคราบน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม นางเอกสาวพลางยกหลังมือขึ้นปาดริมฝีปากอย่างช้าๆ แววตาที่เคยพร่าเบลอกลับมานิ่งสนิทและเย็นเยียบกว่าเดิมเธอเดินไปกระเป๋าสะพายที่วางอยู่ ก่อนจะล้วงเข้าไปหยิบขวดเล็ก ๆ ออกมาแล้วเทผงพิษสีขาวลงในแก้วน้ำเย็นจัด“ดื่มน้ำหน่อยนะคะพี่ตี้... จะได้มีแรง” เธอบอกอย่างออดอ้อนเอาใจ ตากล้องหนุ่มที่กำลังเหนื่อยหอบจากการหักโหมพละกำลัง คว้าแก้วมรณะมากระดกน้ำเย็นเฉียบจนหมดรวดเดียวโดยไม่เฉลียวใจ ทว่าเพียงอึดใจเดียว... ร่างที่เคยคร่อมทับอยู่ก็เริ่มเกร็งกระตุกอย่างรุนแรง ดวงตาของมันเบิกโพลง ลมหายใจติดขัด ดิ้นทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวดเจียนตาย ก่อนจะขาดใจตายคาอกของลินลี่ในสภาพเปลือยเปล่
กิตติกรหันมายิ้มอย่างผู้ชนะก่อนจะโน้มตัวลงสวมกอดร่างบางที่ยังคงสั่นเทา“พี่... ใจเย็นๆ นะคะ ของพี่ใหญ่ ลินลี่กลัวเจ็บ” เธอครางบอกเสียงสั่น ในขณะที่แววตาคนตรงหน้ามีแต่ความหื่นกระหายอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน มือหนาเอื้อมปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกอย่างรีบร้อน ลินลี่ มองภาพนั้นด้วยความรู้สึกสมเพชตัวเอง แต่เธอก็ไร้ซึ่งทางเลือก“ลินลี่ขอนะคะ พี่ห้ามเอาโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปหรืออัดคลิปเด็ดขาด ถ้าลินลี่เห็น ลินลี่จะหนีพี่ไปไกล ๆ จนไม่ให้พี่เห็นลินลี่ได้อีก” เธอสั่งเสียงแข็ง หวังปกป้องศักดิ์ศรีที่เหลือเพียงเศษเสี้ยว“โธ่!!... น้องลินลี่จ๋า ใครจะกล้าทำแบบนั้นกับนางเอกในดวงใจล่ะครับ พี่แค่ชอบเก็บความทรงจำไว้ในหัวเท่านั้นแหละ รูปถ่ายที่ได้มาก็ไม่เคยเผยแพร่ที่ไหน” เขาตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง ก่อนจะจัดการกับชุดของเธอที่เหลือออกอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้เรือนร่างขาวเนียนปราศจากอาภรณ์อยู่บนเตียงกว้าง“พี่ไม่ใส่ถุงนะ พี่อยากได้สดๆ อยากสัมผัสลินลี่จริงๆ เดี๋ยวพี่เพิ่มให้ลินลี่อีกแสนหนึ่ง!”อำนาจเงินตราทำให้ลินลี่ต้องเงียบเสียงลง เธอพยักหน้าช้าๆ ยอมแลกทุกอย่างเพื่อความอยู่รอด เขาไม่รอช้า พลิกร่างบางให้ดี
ภายในห้องโดยสารที่เงียบสงัด มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ทำงานแผ่วเบา ลินลี่จ้องมองสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาด้วยหัวใจที่เต็นรัวแรง ความใหญ่โตของ อาวุธร้ายของชายตรงหน้าทำให้เธอถึงกับลอบกลืนน้ำลาย ความยิ่งใหญ่ที่ผงาดง้ำสู้แสงไฟจากหน้าปัดรถดูน่าเกรงขามจนอดีตนางเอกสาวแทบหยุดหายใจ“ทำไมของพี่... มันใหญ่ขนาดนี้ล่ะคะ สงสัยลินลี่ต้องปวดกรามแน่ ๆ ” เธอเอ่ยเสียงพร่าพลางช้อนสายตามองคนที่กำลังขับรถด้วยแววตาที่สั่นระริก ทั้งหวาดหวั่นและท้าทายในคราวเดียวกัน“ไม่ชอบเหรอ ใหญ่ ๆ แบบนี้เสียวดีนะรู้มั้ย” หนุ่มใหญ่แค่นยิ้มเจ้าเล่ห์ แววตาที่เต็มไปด้วยประสบการณ์ก่อนจะจับจ้องไปที่ใบหน้าสวยหวานที่กำลังตื่นตระหนก“รับรองเลยลินลี่จะต้องมีความสุข เวลาที่โดนพี่จับกระแทกแรงๆ ”“จริงเหรอคะ...” คำถามสั้นๆ ของลินลี่แฝงไปด้วยจริตที่เริ่มก่อตัวขึ้นตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด แม้ในใจจะขยะแขยงเพียงใด แต่ภาพตัวเลขเงินหนึ่งแสนบาทที่เขาโอนให้นั้นกลับมีอำนาจเหนือกว่าศักดิ์ศรีที่ลินลี่ค่อยๆ โน้มตัวลงต่ำ หวีดหวิวไปกับลมหายใจร้อนผ่าวของชายหนุ่มที่รดรินอยู่เหนือศีรษะ เธอรวบผมยาวสลวยไปไว้ด้านหลัง ก่อนจะใช้ปลายนิ้วเรียวสวยลูบไล้ไปตามความยา
บรรยากาศรอบกายยามบ่ายที่น่าอึดอัดขณะที่วิกรมขับรถตามลินลี่มาอย่างห่าง ๆ ก่อนจะจอดซุ่มดูอยู่ฝั่งตรงข้ามของโรงแรมม่านรูดที่ห่างไกลผู้คน ดวงตาคมกริบที่ผ่านโลกมามากจับจ้องไปยังประตูห้องพักที่กำลังจะเปิดออก หัวใจของหนุ่มใหญ่กระตุกวูบเมื่อเห็นร่างคุ้นตาของนางเอกสาวที่เดินเคียงคู่มากับตากล้องอย่างสนิทสนมเกินควรผู้บริหารสูงวัยไม่รอช้ายังไงวันนี้เขาต้องกระชากหน้ากากจอมปลอมของนางเอกจอมลวงโลกออกมาให้ได้ วิกรมก้าวลงจากรถอย่างช้าๆ ด้วยท่วงท่าที่สุขุม“คุณวิกรม!” ลินลี่อุทานลั่น ใบหน้าสวยซีดเผือดลงทันควันราวกับคนจับไข้ สภาพของนางเอกสาวในดวงใจดูยับเยินจนน่าอดสู เส้นผมที่เคยจัดทรงสวยยุ่งเหยิงไม่เป็นระเบียบ เสื้อผ้ามีแต่รอยยับย่นฟ้องถึงกิจกรรมเร่าร้อนที่เพิ่งผ่านพ้นไปหมาด ๆ โดยเฉพาะรอยแดงจางๆ ที่ซอกคอขาวผ่องนั้น มันคือหลักฐานชั้นดีที่กระชากสติของวิกรมให้ขาดสะบั้น เธอรีบสะบัดมือออกจากแขนของนายตี้ทันที ส่วนตากล้องจอมหื่นพอเห็นนายจ้าง ก็ถึงกับหน้าถอดสี รีบก้มหน้าเดินหนีหายไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้นางเอกสาวเผชิญชะตากรรมอยู่เพียงลำพังเขาจ้องมองผู้หญิงที่เขาเคยรักและทะนุถนอมด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเหยียด
ทันทีที่จัดการเรื่องแม่เลี้ยงใจร้ายเสร็จสิ้น ดรัณก้าวเดินขึ้นไปยังชั้นบนของคฤหาสน์ด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง ทว่าความเหนื่อยล้าทั้งหมดกลับมลายหายไปเพียงแค่ผลักประตูห้องนอนเข้าไปแล้วพบกับปรินดาหญิงสาวอยู่ในชุดนอนสายเดี่ยวสีครีมสว่าง ผ้าซาตินเนื้อนุ่มทิ้งตัวลงมาเพียงครึ่งขาอ่อนเนียนละเอียด ผมยาวสลวยถูกปล่อยให้ทิ้งตัวลงเคลียไหล่มน เรียวปากอิ่มเคลือบด้วยลิปสติกสีชมพูระเรื่อแวววาวชวนให้ลิ้มลอง เธอส่งรอยยิ้มละมุนที่ทำให้โลกทั้งใบของเขาสว่างไสว“ใครมาหาพี่รัณหรือคะ?” เธอถามด้วยน้ำเสียงกังวานใส“เปล่าหรอกจ้ะ พี่แค่คุยงานกับนายสินนิดหน่อย” ชายหนุ่มปั้นคำโกหกเพื่อปกป้องความรู้สึกของคนรัก เขาจะไม่มีวันให้เรื่องเน่าเฟะของแม่เลี้ยงมาแผ้วพานความสุขของเธอเด็ดขาด “แก้มหิวอะไรไหม?”“ไม่ค่ะช่วงนี้แก้มต้องไดเอท”“ถ้าอย่างนั้นรอพี่ตรงนี้นะ พี่อาบน้ำเสร็จแล้วจะมาคุยด้วย”หลังจากชำระล้างร่างกายจนสดชื่น ดรัณเดินออกมาเห็นภรรยาสาวกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนเตียงกว้าง เขาไม่รอช้ารีบคว้าหนังสือเล่มนั้นออกห่างจากมือเธอ แล้วทิ้งตัวลงนอนหนุนตักนุ่มของหญิงสาวทันที“ทุกทีเลยพี่รัณเนี่ย เมื่อไหร่จะแก้นิสัยนี้สักทีคะ”“แก้







