LOGIN“ว้ายยยย!” เสียงกรีดร้องของต้นหยงดังพร้อมกับเสียงน้ำในอ่างที่กระเพื่อมใส่ตัวจนเปียกโชกเพราะพายัพดึงร่างเด็กสาวลงมาจนตอนนี้เธอคร่อมตัวเปล่าเปลือยของเขา
“คะ…คุณทำอะไรคะเนี่ย อื้อออ! อึก” ยังไม่ทันได้ส่งเสียงน่ารำคาญไปมากกว่านั้น ริมฝีปากอวบอิ่มโดนประกบจูบอย่างรวดเร็ว แม้จะขัดขืนตั้งใจดิ้นหนีขลุกขลักในอ้อมกอดแข็งแรงแต่กลับโดนมือหยาบจับรั้งไว้แน่น เขาล็อคศรีษะเธอให้เอียงรับจูบเร่าร้อน ฟันคมๆ ขบกัดกลีบปากจนเลือดซิบเพราะเห็นว่าต้นหยงไม่ให้ความร่วมมือ จนเมื่อเธอเผลออ้าปากเพราะความเจ็บ เขาจึงดันลิ้นร้อนเกี่ยวกระหวัด สำรวจทั่วโพรงปากอิ่ม จูบกระชากวิญญาณจนต้นหยงที่ไม่ประสีประสาและพึ่งถูกผู้ชายจูบครั้งแรกแทบขาดอากาศหายใจ “อึก…อื้อ” พายัพป้อนจูบรุนแรงหนักหน่วงใส่เด็กสาวมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งเป็นการลงโทษและความปรารถนาที่กำลังก่อตัว เขาคงเผลอใจไปมากกว่านี้หากต้นหยงไม่ทุบอกซ้ำๆ เรียกสติ “เฮือกกก! ฮึก” เมื่อหลุดจากพันธนาการริมฝีปากเดือดเร่า ต้นหยงที่ทั้งตกใจและเสียขวัญจนไม่อาจกลั้นน้ำตาไหว เธอทั้งเจ็บปากและเจ็บใจที่เขาทำราวกับเธอเป็นแค่ที่ระบายอารมณ์ “ร้องไห้ทำไมวะ!” พายัพถามเสียงหงุดหงิด ทั้งที่เขาก็ตกใจตัวเองเช่นกันที่หักห้ามใจตัวเองไม่ได้และทำอย่างนั้นลงไป นี่เด็กสิบเจ็ดนะเว้ย! มีสติหน่อย “ฮึก..ฮือ หนูเจ็บ” ต้นหยงร้องไห้ มือก็แตะๆ ริมฝีปากที่เลือดไหลซิบๆ ทำไมเขารุนแรงกับเธอขนาดนี้ เธอก็คน มีหัวใจมีความรู้สึกเจ็บเป็นเหมือนกันนะ “สำออยจริงๆ ถ้าจะร้องก็ไปร้องข้างนอก” เขาเอ่ยไล่อย่างไม่ไยดี ต้นหยงจึงค่อยๆ พาร่างเปียกน้ำเหมือนลูกหมาขึ้นจากอ่าง ร้องไห้กระซิกๆ ไปรอคนใจร้ายด้านนอก “โธ่เว้ย! กูเป็นบ้าอะไรวะเนี่ย ไปจูบเด็กนั่นทำไมวะ” พายัพทุบกำปั้นลงอ่างจนน้ำกระจาย เขาด่าตัวเองที่ไม่รู้จักยับยั้งใจ ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ทั้งที่ตั้งใจนักหนาว่าจะไม่มีทางล่วงเกินเด็กกะโปโลแบบต้นหยงเด็ดขาดแต่วันนี้เขากลับกลืนน้ำลายตัวเอง ชายหนุ่มสงบสติอารมณ์จนใจเดือดปุดๆ ค่อยเย็นลงตามลำดับ เขาคว้าเสื้อคลุมอาบน้ำมาใส่ก่อนจะเดินออกจากห้องน้ำเพื่อมองหาร่างเล็กของต้นหยงที่ไม่รู้หลบไปนั่งร้องไห้ตรงไหน “พรมนี้ราคาเท่าไรเธอรู้ไหม” เขาเจอเธอแล้ว เด็กสาวนั่งขดข้างเตียง แถมยังนั่งบนพรมขนสัตว์ราคาแพงซะด้วย ต้นหยงส่ายหน้าทั้งที่ยังร้องไห้ตัวสะอื้น “ห้าล้าน แล้วตอนนี้เธอก็ทำมันเปียกไปหมด มูลค่าของมันลดลงแบบนี้ใครจะรับผิดชอบ” งกชิบเป๋ง ต้นหยงก่นด่าเขาอยู่ในใจที่ยังหน้าเลือดใส่เธอไม่หยุด เด็กสาวค่อยๆ ถดตัวออกมาจากพรมและนั่งแปะบนพื้นแทน เขาเห็นแล้วก็เวทนา “ลุกขึ้น” ถึงจะโกรธแต่เธอก็ยังทำตามคำสั่ง เมื่อต้นหยง ลุกขึ้นก็ถูกมือหนารวบกำพาเดินไปยังอีกฝั่งของห้อง เขากดตัวเธอให้นั่งลงก่อนจะหยิบทิชชู่ซับเลือดมุมปาก “ฮึก! เจ็บ” เต็มใจทำให้หรือเปล่าเถอะถึงได้ทำแรงขนาดนั้น เด็กสาวเงยหน้ามองคนตัวโตผ่านม่านน้ำตาขี้แย “คราวหน้าวอย่าดื้อ อย่าเถียง เข้าใจไหม” เห็นหน้าโง่ๆ ตอนร้องไห้แล้วก็สงสารนิดหน่อย พายัพเช็ดเลือดเสร็จก็เช็ดน้ำตาให้ต้นหยง ส่วนน้ำมูกเธอควรเช็ดเอง “คุณชอบดุหนูก่อน ฮึกๆ” “ก็เธอทำตัวน่าดุเอง” “หนูขอโทษ ต่อไปหนูจะไม่ดื้อกับคุณอีกแล้ว” ต้นหยงได้เรียนรู้ว่าเธอควรเชื่อฟังคำสั่งของพายัพมากกว่าทำตัวแข็งข้อมีปัญหากับเขา เพราะมันไม่คุ้มกับความเจ็บเลยสักนิด “ดีมาก เชื่อฟังอย่างนี้ค่อยน่าคุยด้วยหน่อย” มือสากลูบหัวเล็กพร้อมรอยยิ้มบางที่เด็กสาวมองเห็นเพียงครู่เดียวเท่านั้น ก่อนความเคร่งขรึมจะกลับมายึดครองใบหน้าหล่อของเขาเหมือนเดิม เดี๋ยวก็ดีเดี๋ยวก็ร้าย ชอบดุด่าให้เธอเสียใจแล้วก็มาทำเป็นพูดดี นิสัยตบหัวแล้วลูบหลังแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะ ต้นหยง | Part วันต่อมาฉันต้องไปลาออกจากร้านคาเฟ่ของแม่พี่บูม ถามว่าโดนอะไรบ้าง บอกได้หลายคำเลยว่าโดนไปเยอะ พี่บูมแทบจะฉีกอกฉันแล้วเฉดหัวออกจากการเป็นรุ่นพี่รุ่นน้อง ยังดีที่ความน่าสงสารพอเหลืออยู่ พอฉันส่งแววตาน่าเห็นใจ พี่บูมบอก ว่าโกรธไม่ลงและจากนี้คงไม่รับฉันทำงานอีกแล้ว แน่นอนว่ามันต้องเป็นอย่างนั้น เพราะฉันเองก็ตลบแตลงถึงสองครั้งทั้งที่พี่บูมช่วยคุยกับแม่และออกหน้ารับแทนตลอด ฮืออออ หยงขอโทษนะพี่บูมแต่หยงจำเป็นจริงๆ เมื่อฉันต้องทำงานที่คฤหาสน์อัครเตโชภิวัฒน์อย่างจริงๆ จังๆ พอทำงานของตัวเองเสร็จก็ดันเหงาเพราะไม่มีอะไรให้ทำอีก จะไปช่วยในครัวก็โดนป้าแม่บ้านใหญ่และพี่ๆ คนอื่นเชิญออกมา โดยให้เหตุผลว่าอะไรที่คุณพายัพไม่ได้สั่งฉันก็ไม่ควรเข้าไปยุ่ง จ๋อยเลยดิ เจื่อนเลยดิ เจอแบบนั้นฉันก็เร้นกายหนีมานั่งหลบแดดใต้ต้นไม้ใหญ่ในสวนหลังบ้านที่ตอนนี้ไม่ค่อยร้อนเท่าไรนัก กับมีลมพัดเบาๆ ชวนเคลิ้มหลับ “อยู่นี่เอง ผมหาตั้งนาน” “พี่ตะวันมีอะไรเหรอคะ” ฉันรีบลุกพร้อมปัดเศษใบไม้ที่ติดเกงกาง มองคนมาใหม่ที่ยืนหน้านิ่งรอคุยบางอย่าง “เจ้านายให้ผมมารับคุณต้นหยงไปที่คลับครับ” ฉันชี้นิ้วเข้าหาตัวเองเพื่อยืนยันคำพูดของพี่ตะวันเมื่อครู่ว่าตัวเองไม่ได้หูฝาดไป “ใช่ครับ เจ้านายสั่งผมมาอย่างนั้น รีบไปกันในตอนที่เจ้านายยังอารมณ์ดีเถอะครับ” ฉันถอนหายใจเบาๆ ให้กับคนตรงหน้าที่ถอดแบบเจ้านายมาเกือบหมด เมื่อมาถึงคลับ พี่ตะวันก็นำฉันไปยังชั้นบนสุด ห้องทำงานของคุณพายัพที่มีเจ้าตัวนั่งทำงานอยู่ในนั้น วันๆ ฉันเห็นเขายุ่งอยู่แต่กับงาน พวกเอกสารเป็นแฟ้มเรียงสูง “มานี่สิต้นหยง” คุณพายัพเงยหน้าขึ้นมองก่อนจะออกคำสั่งกับฉันในทันที “ส่วนมึงก็อยู่แถวๆ นี้ กูจะได้เรียกใช้สะดวก” และก็กำชับเสียงเข้มกับพี่ตะวันด้วย เมื่อลูกน้องเขาออกไปจากห้อง ทำให้เหลือแค่เราสองคน ฉันก็เดินไปหยุดๆ จ้องๆ ด้านหน้าคนตัวโตที่ยังคงวุ่นกับเอกสารมากมาย “เอ่อ…คุณให้พี่ตะวันพาหนูมาที่นี่ทำไมคะ” “ก็เธอเบื่อไม่ใช่เหรอ” “คุณรู้ได้ไง ติดกล้องวงจรปิดส่องหนูเหรอ” “หึ คนของฉันในคฤหาสน์นั่นแหละที่เป็นกล้องวงจรปิด” ฉันมองเขาตวัดลายเซ็นบนแผ่นกระดาษพลางพยักหน้าเข้าใจ คนของเขาเยอะแยะขนาดนั้นก็คงมีใครสักคนเอาเรื่องฉันนั่งหงอยๆ ใต้ต้นไม้ไปบอกล่ะมั้ง “เห็นเบื่อๆ เลยเรียกมาใช้งานสักหน่อย” “ไม่นะคะ! หนูไม่เสิร์ฟเหล้าให้ใครนะ” ฉันปากไวรีบปฏิเสธจนคนตัวโตชำเลืองสายตาคมกริบมองดุ “อย่าตีโพยตีพายไปก่อนได้มั้ย แค่เรียกให้มานวดไหล่ หัดฟังให้จบประโยคหน่อย” “ขอโทษค่ะ” ฉันยิ้มแหยในทันที คิดว่าจะถูกเขาส่งไปบริการเหล้าให้พวกวีไอพีเหมือนตอนนั้น “แล้วยื่นบื้ออะไรอีก มานวดดิ” “คะ? อ๋อค่ะๆ นวดค่ะ” โอ้ย แกจะลนลานอะไรนักหนานะต้นหยง ก็ไม่แปลกใจนักถ้าคุณพายัพจะชอบเรียกว่าเด็กโง่บ้าง ยัยบื้อบ้าง ยัยเซ่อบ้าง แล้วก็หลายสรรพนามที่เขาสรรหามาเรียกฉัน ระหว่างกำลังนวดไหล่คนตัวสูงอย่างเป็นการเป็นงาน ประตูห้องถูกเคาะจากบุคคลด้านนอก พอคุณพายัพกดกริ่งขวามือเพื่อเป็นสัญญาณอนุญาตให้เข้ามาได้ ประตูสีเข้มจึงถูกผลักเปิดเข้ามาด้วยเจ้าของร่างสวยสมส่วน หน้าตาดีคนหนึ่ง “บัญชีร้านของปีแล้วที่คุณพายัพสั่งค่ะ” เธอวางแฟ้มเอกสารปึกใหญ่ตรงหน้าเขา ก่อนดวงตากลมโตด้วยคอนแทคเลนส์จะมองฉันอย่างใคร่สงสัยว่านังเด็กนี่มันเป็นใคร ไม่รู้สิ ฉันแค่ไม่ชอบให้ใครมองแบบนั้น ใบหน้าพี่สาวท่านนี้พร้อมปะทะกับฉันสุดๆ “เรียบร้อยดีไหมคะ” น้ำเสียงหวาดหยดพร้อมสายตาหวานเยิ้มมองคุณพายัพแทบจะกลืนกินเขาเข้าไปทั้งตัว เห็นแล้วหงุดหงิดลูกกะตาชะมัด ซึ่งก็ไม่เข้าใจตัวเองว่าหงุดหงิดไปทำไม “อืม เรียบร้อยดีครับ ขอบคุณจุ๊บแจงมาก เดี๋ยวที่เหลือผมจัดการต่อเอง” เขาก็เหมือนกัน ทีคุยกับฉันเสียงนี่ดุเหมือนหมาว้อ แต่พอเป็นสาวสวยเข้าหน่อยก็เสียงอ่อนลงตั้งเยอะ แล้วแบบนี้เรียกสองมาตรฐานได้ไหม คุยงานเสร็จคุณจุ๊บแจง จุ๊บๆ อะไรนั่นก็เดินออกไป แต่ก่อนหน้านั้นฉันแอบเห็นนะว่าเธอทิ้งสายตาบางอย่างให้คุณพายัพและเขาก็ดันตอบรับด้วยการยิ้มมุมปาก เขาเจ้าเล่ห์มาก! และฉันก็มองเขาออก “โอ้ย! ต้นหยง นี่เธอแค้นอะไรฉันรึปล่าววะ อีกนิดจะบีบคออยู่แล้วเนี่ย” คนตัวสูงร้องเสียงหลงเพราะฉันเผลอใส่อารมณ์ลืมตัวไปหน่อย เกือบประทุษร้ายเจ้าของคลับโดยมิตั้งใจแล้วสิเรา “ขอโทษค่ะ หนูเห็นคุณทำงานหนักเลยตั้งใจนวดให้หายเหนื่อย” “ก่อนหายเหนื่อยฉันคงได้หายไปจากโลกนี้ก่อนน่ะสิ” เขาสะบัดตัวใส่ฉันอย่างหงุดหงิดแล้วก็เอ่ยไล่เหมือนเคย “นวดแค่นี้ก็ไม่ได้เรื่อง จะไปไหนก็ไปเลยไป” ดุเก่ง ไล่เก่ง แล้วใครเป็นคนให้พี่ตะวันไปรับฉันมาล่ะ ใครเป็นคนสั่งฉันให้นวด ใครกันล่ะโว้ยถ้าไม่ใช่เขา! จู่ๆ ก็หงุดหงิดจนอดไม่ได้ที่จะเดินลงส้นรองเท้าดังๆ อย่างตั้งใจกวนประสาท ต่อให้เขาดุว่าจะจับตีก้นให้เข็ดฉันก็ไอด้อนแคร์พายัพวางเค้กบนโต๊ะทรงกลมก่อนหยิบกล่องของขวัญห่อด้วยริบบิ้นสีแดงสดส่งยื่นให้คนน้อง “ของหนูค่ะ”“อะไรเหรอคะ”“ลองเปิดดูสิ” สีหน้ายิ้มภูมิใจของเขาทำให้เธอตื่นเต้นไปด้วยต้นหยงบรรจงแกะริบบิ้นและเปิดกล่องของขวัญอย่างทะนุถนอม ของด้านในไม่ใช่เครื่องประดับราคาสูงลิ่ว หากแต่มันคือน้ำหอมขวดหนึ่งเท่านั้น “กลิ่นหอมจังเลยค่ะ กลิ่นมันคุ้นๆ จัง” สีหน้าสงสัยพยายามครุ่นคิดอย่างหนัก “นี่มันกลิ่นเดียวกับเมื่อวานที่ติดเสื้อพี่นิคะ” “เก่งจริงๆ เลย เธอชอบไหมคะ พี่ทำเองเลยนะ”“ทำเอง?” เธอเบิกตามองแฟนหนุ่มอย่างประหลาดใจ “เอาเวลาที่ไหนไปทำคะ”“ก็หลังจากเลิกงาน ที่พี่กลับดึกก็เพราะแบบนี้แหละ พี่ลงคอร์สเรียนทำน้ำหอมค่ะ พี่ตั้งใจทำเพื่อเธอเลยนะ อุตส่าห์เลือกกลิ่นที่คิดว่าเข้ากับเธอที่สุดเพื่อจะเอามาเซอไพรส์วันนี้ แต่เมื่อวานเกือบแผนแตก” เขาหัวเราะร่า แต่ต้นหยงกำลังตื้นตันกับคำพูดของเขา“ที่รัก..” เรียกอีกคนเสียงแผ่วก่อนจะสวมกอดเขาทั้งน้ำตาอีกครั้ง “หนูขอโทษ ที่รักทำให้หนูตั้งขนาดนี้ แต่หนูคิดมากสารพัดเลย”“ไม่เอาน่า อย่าร้องไห้สิคะ”“ฮึก! เมื่อคืนหนูก็ไม่ได้ให้ที่รักกอด เพราะหนูน้อยใจคิดว่าที่รักไป
พักหลังๆ มานี้พายัพทำงานหามเช้าหามค่ำเป็นว่าเล่น ทั้งต้องดูแลกิจการที่มีอยู่ ไหนจะมีกิจการใหม่ที่ร่วมกับหุ้นส่วนอย่างพวกเพื่อนๆ แล้วก็ยังมีร้านขนมหวานของแม่ที่คืบหน้าไปได้ด้วยดี เขาจัดการทุกอย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง สมกับเป็นท่านประธานของแบล็คเรดแต่ก็เพราะหน้าที่การงานมันรัดตัวด้วยนี่ยังไงล่ะ เขาจึงไม่ค่อยมีเวลาให้แฟนสาวมากเท่าที่ควร ได้แต่หวังว่าเธอจะเข้าใจต้นหยงเปิดเทอมแล้ว เด็กสาวไปเรียนตามปกติพร้อมด้วยเพื่อนสนิททั้งสามคน ชีวิตของเธอมันควรเป็นไปอย่างเรียบเฉยเหมือนเมื่อก่อน หากไม่ใช่เพราะรูปบิกี่ที่เคยลงไปเมื่อสองเดือนที่แล้ว “ใช่น้องต้นหยงปะครับ”“คะ? อะ..เอ่อ ใช่ค่ะ”“พี่ชื่อแบงค์นะ ติดตามเราในไอจี น้องสนใจมาเป็นถ่ายแบบโฆษณามั้ยครับ”“เอ่อ คือว่าหนู..” มันกระอักกระอ่วนใจเหลือเกิน เพราะต้นหยงไม่ใช่แม่เน็ตไอดอลสาวอย่างเห็ดหอมเพื่อนสนิท เธอไม่รู้จะรับมือกับความโด่งดังชั่วข้ามคืนได้ยังไง ทั้งที่ลบรูปนั้นออกไปแล้ว ก็ไม่วายมีแมวมองและรุ่นพี่ชวนไปถ่ายแบบ เล่นโฆษณาอยู่เสมอ “หนูขอเก็บไปคิดดูก่อนได้มั้ยคะพี่”“ได้สิครับ ได้เลย พี่จะรอคำตอบนะ หวังว่าเราคงได้ร่วมงานกัน” รุนพี่คนนั้
ก่อนเรื่องมันจะบานปลายไปกันใหญ่ ฉันรีบดึงแขนคนตัวสูงที่กร่างจะเข้าไปหาเรื่องแม่เลี้ยง มันคงไม่ดีต่อภาพลักษณ์ของเขาแน่ ถึงแม้ว่าฝ่ายนั้นจะกวนโมโหกันอยู่มากก็ตาม “อย่าเอาพิมเสนไปแลกเกลือค่ะ” ฉันเตือนสติเขา พี่พายัพถอนหายใจเฮือกใหญ่ “หนูไม่แคร์ว่าพวกคุณจะมองพี่พายัพยังไง แต่สำหรับหนูเขาคือคนที่ดีที่สุด ถ้าพวกคุณคิดว่าเขาคือคนในครอบครัวก็คงไม่พูดจาทำร้ายจิตใจกันขนาดนี้หรอกค่ะ” ไม่อยากปล่อยให้พี่พายัพเสียสุขภาพจิตไปมากกว่านี้ ฉันดึงแขนลากคนตัวสูงมาด้วยกัน ปล่อยให้เสียงด่าหยาบคายไร้วุฒิภาวะดังไล่หลัง ภายในรถขับกลับคอนโดปกคลุมไปด้วยความอึมครึมและเงียบเชียบ “พี่โอเคไหมคะ” ฉันแตะแขนคนตัวสูงเบาๆ ส่งสายตาอ่อนโยนและปลอบใจไปในตัว “ไม่ค่อยโอเคเท่าไรหรอกค่ะ พี่ไม่อยากเจอหน้าพวกเขาเลย ไม่คิดว่าจะบังเอิญเจอเหมือนกัน” เสียงเหนื่อยอ่อนยิ่งทำให้ฉันเป็นห่วง ความสัมพันธ์ของเขาและทั้งสามคนคงไม่ดีเลยสินะ ไม่อย่างนั้นเขาก็คงพูดเรื่องที่บ้านให้ฉันฟังบ้างแล้วล่ะ “เธอไม่ต้องคิดมากนะคะ พี่ไม่เป็นอะไรหรอก แค่เซ็งเฉยๆ” ฉันยิ้มอ่อน มือที่เคลื่อนมาวางบนหน้าขาแข็งแรง บีบเบาๆ อย่างให้กำลังใจ “พี่มีเธออยู่
แม้งานประชุมจะสิ้นสุดลงแล้ว ทว่าพี่พายัพทำตามสัญญาที่ให้ไว้คืออยู่พักผ่อนตามลำพังสองคนต่ออีกสองคืนก่อนจะกลับไปทำงานเหมือนเดิม แม้เป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆ แต่ฉันก็มีความสุข ได้รับการเติมเต็มความรักจนอิ่มล้น เขาทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้หญิงที่โชคดีมากคนหนึ่ง “ตกลงลูกชอบเตียงแบบไหน” แม่หันมาถามฉันที่ยืนใจลอยคิดถึงแฟนหนุ่ม ขณะนี้เราอยู่กันที่ร้านเฟอร์นิเจอร์นำเข้าจากต่างประเทศชั้นนำโดยพี่คิเรย์เป็นคนพาเข้ามา แม่ได้บ้านแล้วเรียบร้อย เป็นบ้านจัดสรรในโครงการสุดหรูของย่านท่องเที่ยวแห่งนั้น ตัวหมู่บ้านอยู่ใกล้กับที่ดินซึ่งพี่พายัพจะทำร้านขนมให้ท่าน ตอนนี้ได้ดำเนินการลงเสาเข็มไปบ้างแล้ว “หรือถ้าหนูไม่ชอบเตียงที่นี่ ให้พี่สั่งนำเข้าดีไหมคะ” พี่คิเรย์ถามอย่างเอาใจเมื่อยังเห็นฉันนิ่งเฉยไม่ยอมตอบ “ไม่ต้องหรอกค่ะ หนูเอาเตียงนี้ก็ได้” ฉันชี้สุ่มไปยังเตียงคิงไซต์แต่ทว่าพอดูราคาชัดๆ อีกทีก็ต้องเบิกตากว้าง“ผมเอาเตียงนี้ด้วยนะครับ” พี่คิเรย์บอกกับพนักงานขายเฟอร์นิเจอร์อย่างรวดเร็ว “เปลี่ยนทันมั้ยคะ หนูลืมดูราคา” ฉันกระซิบเสียงแผ่วกับพี่ชาย“ทำไมคะ ราคามันยังไง”“มัน เอ่อ มันแพงค่ะ”“อ
ต้นหยง | Partฉันสูดลมหายใจเข้าออกสุดปอด ระงับความตื่นเต้นที่วิ่งจู่โจมหัวใจให้เต้นแรง ดวงตากลมโตจับจ้องบานประตูห้องน้ำด้วยความกลัวระคนกล้า ทั้งกลัวและกล้าก็ฉันนี่ไง…“เอาวะ แกทำได้ต้นหยง แกทำได้!” ฉันเรียกความมั่นใจกลับมา มองดูเสื้อคลุมอาบน้ำสีขาวที่สวมใส่ก่อนมือเรียวเอื้อมบิดที่จับประตูเปิดเข้าห้องน้ำซึ่งไม่ได้ล็อคราวกับรู้ว่ามีคนอยากเข้ามาหา ร่างสูงสง่าของพี่พายัพนอนแช่น้ำอุ่นอย่างสบายอารมณ์ มองเห็นกล้ามหน้าท้องเป็นลอนแข็งแรง เขารับรู้ถึงการมาของฉันเปลือกตาถึงได้ลืมขึ้นมามาเล็กน้อย ตามด้วยคิ้วเข้มเลิกสูงอย่างมีคำถามว่าเข้ามาทำไม “หนูขออาบน้ำด้วยคนนะคะ”เขาไม่ตอบและฉันก็ไม่รอ มือบางกระตุกเชือกรัดชุดคลุมจนคลายออกง่ายดายเห็นไปถึงไหนต่อไหน ฉันขยับแขนเพียงนิดเดียวชุดคลุมที่ว่าก็ไถลหลุดจากตัวลงไปกองที่ข้อเท้า เห็นได้ชัดว่าตอนนี้สายตาพี่พายัพเริ่มไม่มั่นคง เขามองฉันก่อนหันไปมองทางอื่นและหันมามองฉันอีกที อารมณ์ประมาณอยากมองตาไม่อยากเสียฟอร์มฉันยิ้มออกมาเล็กน้อย ขาเรียวสวยก้าวลงอ่างด้วยท่าทางมั่นใจ จนถึงตอนนี้พี่พายัพยังคงเมินเฉยไม่ยอมสบตาได้อย่างไรกัน “หนูถูสบู่ให้เอาไหมคะ”
การประชุมหารือสำคัญประจำปีกินเวลายาวนานกว่าสามชั่วโมง เสร็จจากประชุมคืองานเลี้ยงที่รวมเหล่าสมาชิกแก๊งแบล็คเรดและครอบครัวของแต่ละคนไว้อย่างคับคั่ง “โอ้โห! สุดจัด” เสียงมาร์ตินที่เดินตามหลังเพื่อนออกจากห้องประชุมร้องทึ่งกับบางอย่าง ดวงตาคมวาวจ้องมองบางสิ่งในสมาร์ตโฟนเครื่องหรู “รีบๆ เดินหน่อยไอ้นี่ ส่องสาวอยู่อีกล่ะสิ” คิเรย์หันไปเร่งเพื่อน แค่เห็นท่าทางของเขามันก็ดูออกหมดแล้ว “สาวที่กูส่องพวกมึงก็รู้จักกันดี” ทีแรกพายัพจะไม่สนใจด้วยซ้ำ ทว่ามาร์ตินเดินแทรกระหว่างกลางเขาและคิเรย์ มันส่งมือถือให้ดูจนทั้งสองคนหยุดเดินพร้อมกันขาแข็ง หัวใจเต้นเร็วขึ้น ใบหน้าเห่อร้อนพร้อมความโกรธที่ค่อยๆ ปกคลุมร่างกายที่เห็นนี่มันคืออะไร!เด็กสาวสองคนในชุดบิกินี่สีหวานหวาบหวิว โพสต์ท่าทางน่ารักโชว์เนื้อหนังมังสาให้คนติดตามนับแสนได้เชยชม ลำคอพายัพแห้งผาก เส้นเลือดตรงขมับเต้นตุบๆ เขาและคิเรย์เงยหน้ามองตากันอย่างไม่ต้องนัดหมาย ต่างรู้กันดีว่าครั้งนี้มันยอมตามใจไม่ได้จริงๆ ในส่วนของต้นหยงและเห็ดหอม พวกเธอได้รับข้อความให้มารอในงานเลี้ยงได้เลย สถานที่ในโรงแรมหรูซึ่งมีโดมกระจกกว้าง ทำให้บรรยากาศยามค่ำ
“หยง พวกพี่ๆ เขาคือใครเหรอ” เห็ดที่ยืนตาค้างอยู่นานสะกิดถามอย่างสงสัยใคร่รู้เต็มประดา“เอ่อ ลูกน้องของเจ้านายฉันเอง”“คนที่แกไปติวให้ลูกชายเขาน่ะเหรอ”“ใช่ๆ คนนั้นแหละ” ฉันแถไปเรื่อย พอได้รู้คำตอบ เห็ดที่ซื่ออยู่แล้วก็ไม่คิดจะถามอะไรต่อ“นายฝากมาบอกอีกว่าถ้าเสร็จงานที่โรงเรียนแล้วให้ผมรอรับคุณต้นหย
เด็กสาวเป็นลมหมดสติเพราะความกลัวที่กัดกินหัวใจ ร่างของเธอถูกเคลื่อนย้ายเข้าไปพักในตัวคฤหาสน์ ห้องส่วนตัวของนายใหญ่ จวบจนเวลาพลบค่ำจึงได้สติฟื้นคืนอีกครั้งพายัพสั่งให้คนนำตัวเธอลงมาและจัดการพาไปส่งบ้าน บรรยากาศภายในรถเงียบกริบไร้ซึ่งเสียงพูดคุย สายตาเขาคอยลอบมองเด็กสาวข้างตัวตลอด เธอนั่งตัวแทบติดไป
พี่ตะวันยังคงยืนกรานตามเดิม แถมยังยืนจังก้าราวหุ่นทหารนักรบเพื่อไม่ให้พี่สาลี่และพี่ส้มโอเข้ามาช่วยงานฉัน “ตะวัน อยากตกงานมากใช่ไหม” “ไม่ครับ” “แล้วทำไมถึงขัดคำสั่งฉัน” “สำหรับผม คำสั่งเจ้านายใหญ่สุดครับ” “ฉันบอกแล้วไงว่าจะคุยกับคุณหนูเอง แต่ถ้าตะวันยังทำแบบนี้ ฉันก็จะบอกคุณหนูให้ไล่ตะวันอ
มันคงไม่มีใครสุดจัดเท่าฉันแล้วล่ะ ทำงานที่คลับได้แค่คืนเดียวก็ถูกเจ้าของคลับอัญเชิญออก เหตุผลเพราะทำงานไม่ได้เรื่อง มีปัญหากับลูกค้า ทำร้ายลูกค้าและข้อสุดท้ายคือขาดคุณสมบัติของพนักงานที่ดี เยี่ยมไปเลยใช่ไหม…ถุย! ดูแต่ล่ะข้อหาที่เขามอบให้ฉันเถอะ ดีๆ ทั้งนั้น พอต่อไปฉันไม่ได้ทำงานที่คลับอีก เห็ดก็







