หน้าหลัก / มาเฟีย / หนี้รักสยบมาเฟีย / ตอนที่ 7/2 คนไม่ใช่ทำอะไรก็ผิด

แชร์

ตอนที่ 7/2 คนไม่ใช่ทำอะไรก็ผิด

ผู้เขียน: Chacheese.
last update วันที่เผยแพร่: 2025-12-31 10:41:49

“พอดีในครัวเด็กมันป่วยกันหลายคนเลยไม่ได้มาทำงาน ป้าขอแรงหนูต้นหยงยกน้ำกับขนมไปให้แขกคุณพายัพหน่อยสิลูก”

“แต่เมื่อวานป้าบอกหนูเองนี่คะว่าถ้างานไหนที่คุณพายัพไม่ได้สั่งให้หนูทำ หนูก็ไม่ควรเข้าไปยุ่ง” ฉันยังจำได้เลยนะ ป้าแม่บ้านใหญ่ลืมไปแล้วเหรอ

“ก็เมื่อวานมันไม่ใช่งานเร่งงานด่วนเหมือนในตอนนี้ อีกอย่างในครัวก็ขาดคนไปเยอะ แต่ถ้าหนูไม่เต็มใจจะช่วยป้าก็ไม่ว่าอะไรหรอก” ฉันดูเป็นคนใจร้ายไปเลย

“ก็ได้ค่ะ หนูช่วยก็ได้” รับปากทั้งที่ไม่อยากเห็นหน้าคนใจร้าย เกิดฉันทำอะไรไม่เข้าท่าขึ้นมาอีกคงได้อับอายแขกเขากันพอดี

ป้าแม่บ้านใหญ่ให้ฉันนำน้ำและขนมไปเสิร์ฟคู่กับสาวใช้อีกคนยังชั้นบนของบ้าน ภายในห้องมีคุณพายัพนั่งคุยบางอย่างด้วยสีหน้าจริงจัง ผู้รับฟังที่เหลือสี่คนคือเพื่อนของเขา ส่วนผู้หญิงหนึ่งเดียวคือคุณจุ๊บแจง

ฉันไม่ได้มองพวกเขานานนักแต่รีบนำน้ำกับขนมไปเสิร์ฟตามหน้าที่ที่ได้รับสั่ง ไม่แน่ใจว่าคุณพายัพตั้งใจมองฉันหรือเปล่า แต่ตอนที่เงยหน้าขึ้นก็ดันสบตาเข้ากับเขาที่จ้องมองกันอยู่ก่อนแล้ว

สีหน้าแววตาของเขาเต็มไปด้วยความเย็นชา แล้วคิดว่าเขาทำเป็นแค่คนเดียวเหรอไง ฉันก็ตีหน้านิ่งไร้อารมณ์กลับ เสมือนว่าไม่ได้มองเห็นเขานั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้

“เฮ้ยไอ้พายัพ มึงซุกเด็กที่ไหนไว้เนี่ย โคตรน่ารักเลยว่ะ” คนพูดมองหน้าฉันก่อนจะหันไปถามเพื่อนเขา คุณพายัพก็แค่ตีสีหน้าเคร่งขรึมอย่างที่ชอบทำเป็นประจำ

“ลูกหนี้กู”

“ลูกหนี้? น้องเป็นหนี้ไอ้พายัพมันเท่าไรครับ เดี๋ยวพี่ชดใช้ให้เอง” พี่ก็ไวไฟเกินไปค่ะ ยังไม่รู้จักชื่อกันเลยจะจ่ายหนี้ให้ฉันซะแล้ว

“ไอ้มาร์ตินมึงอย่าเสือก!”

“เอ้า มันถามน้องไม่ได้ถามมึง ไม่ดีรึไงจะได้เงินคืนเร็วๆ” เพื่อนของเขาอีกคนเอ่ยแกมหัวเราะ ซึ่งคนนี้มีหน้าตาละม้ายคล้ายคลึงคนแรกอย่างกับร่างโคลนนิ่ง จะแตกต่างก็ตรงที่บุคลิกดูสุขุมมากกว่า ส่วนคนแรกนั้นออกแนวกะล่อนไปหน่อย

“พวกแฝดนรก กูรู้นะพวกมึงคิดอะไรอยู่”

“มึงคิดอะไรวะมาร์คัส”

“แล้วมึงคิดอะไรวะมาร์ติน” สองแฝดจงใจกวนประสาทเพื่อนสนิทตัวเองจนฉันเห็นแววคนหัวร้อนผ่าวๆ

“งั้นหนูขอตัวก่อนนะคะ” ฉันรีบก้มหัวก่อนและยิ้มตามมารยาทก่อนจะรีบออกมาจากห้องนั้น ไม่อยากอยู่นานๆ กลัวสูดอากาศเป็นมลพิษเข้าไป

เมื่อคุณพายัพและเพื่อนคุยธุระเสร็จก็พากันมาทานมื้อเที่ยงที่สวนกระจกชั้นสอง มองจากตรงนี้จะเห็นวิวเนินเขาเด่นชัด มีลมโกรกพัดเย็นสบาย

ฉันเองก็ยังต้องช่วยดูแลความเรียบร้อยเผื่อแขกขาดเหลือตรงไหนจะได้จัดการถูก กรรมหนอกรรม! อุตส่าห์คิดว่าจะหลบหน้าคุณพายัพได้แล้วแต่กลับต้องมาคอยบริการเขาเสียอย่างนั้น

“ขอไวน์หน่อยค่ะ” คุณจุ๊บแจงโบกแก้วและจงใจมองเจาะจงฉันให้เข้าไปทำหน้าที่ ถึงจะไม่ค่อยชอบสายตาของเธอแต่ฉันก็ขัดคำสั่งไม่ได้

ฉันตั้งใจรินไวน์เป็นอย่างดี แม้จะประหม่ากับสายตาเพื่อนคุณพายัพแต่ฉันก็ไม่ได้ลนลานจนทำอะไรพลาดแน่นอน

เว้นเสียแต่…

“ว้าย!” ฉันจะถูกคนอื่นเหม็นขี้หน้าและโดนแกล้งเสียเอง

“ขะ…ขอโทษค่ะ” ตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิด แต่สายตาคนทั้งโต๊ะกำลังเล็งมาทางฉันเป็นตาเดียว ไวน์ที่หกรดเสื้อคุณจุ๊บแจงคนต้องหาว่าเป็นฝีมือฉันแน่นอน ทั้งที่ความจริงแล้วเธอตั้งใจปัดมือใส่แก้วเองต่างหาก

“อีกแล้วนะต้นหยง”

“น้องไม่ได้ตั้งใจ มึงจะดุน้องทำไมวะ” เพื่อนเขาคนหนึ่งช่วยออกหน้ารับแทน ฉันที่ยืนตัวเล็กลีบแทบจะร้องไห้อยู่รอมร่อ

“เธอน่ะ พาคุณจุ๊บแจงไปล้างตัวหน่อย” คุณพายัพออกคำสั่งกับสาวใช้อีกคนจากนั้นก็ตวัดสายตากลับมาจ้องฉันตามเดิม “ส่วนเธอเช็ดตรงนั้นให้เรียบร้อย แล้วจะไปไหนก็ไป! รีบไสหัวไปก่อนที่ฉันจะโมโห”

ฮึก! แล้วนั่นเขาไม่โมโหอยู่เหรอไงถึงได้ขึ้นเสียงใส่ฉันต่อหน้าทุกคน ทำไมเขาต้องใจร้ายกับฉันตลอดด้วย

“ไอ้พายัพมึงหยุดดิ น้องกลัวจนจะร้องไห้แล้วไอ้ห่า”

“ก็ลองร้องไห้ดูดิกูตีซ้ำจริงๆ ด้วย” ฉันว่าเขาไม่ได้แค่ขู่อย่างเดียวแต่พร้อมทำอย่างที่พูดจริงๆ

เมื่อโดนดุซ้ำซ้อนอย่างนั้นฉันก็ต้องข่มความกลัวเอาไว้ แล้วรีบจัดการเช็ดไวน์ที่หกเปื้อนโต๊ะด้วยความเร่งรีบ อยากออกไปจากตรงนี้เต็มที ถ้าเกิดฉันเผลอร้องไห้น้ำตาหยดแหมะก็ต้องโดนคุณพายัพเล่นงานแน่

“มึงแม่งใจร้ายว่ะ”

“นั่นดิ น้องก็ตัวแค่นี้ ดุเป็นบ้าเลยนะมึง” ก่อนเดินออกมาจากห้อง ฉันก็ยังได้ยินเพื่อนๆ พูดประโยคพวกนั้นกับเขาแต่คนอย่างคุณพายัพนอกจากจะไม่แคร์อะไรแล้วก็ไม่มีวี่แววจะคิดได้ด้วย

พอออกมาพ้นรัศมีชวนอึดอัด ฉันก็หลบมานั่งร้องไห้คนเดียวตรงทางเดินเงียบๆ จะต้องเข็มแข็งแค่ไหนกันนะถึงได้โดนผู้ชายคนนั้นดุด่าแล้วไม่รู้สึกรู้สาอะไร ฉันก็อยากทำได้บ้างแต่ใจไม่เคยแข็งพอ ใจฉันบางยิ่งกว่ากระดาษ

เช้าของอีกวันฉันตัดสินใจไม่ไปทำงานและได้ทำการโทรบอกพี่ตะวันผู้เปรียบเสมือนคนคอยดูแล ให้เหตุผลไปว่าฉันลุกจากเตียงไม่ไหว เป็นไข้ตั้งแต่เมื่อวาน พี่ตะวันเลยไม่รบเร้าฉันอีกแต่บอกว่าจะไปรายงานเรื่องนี้กับคุณพายัพ เขาจะได้เข้าใจ

เขาน่ะเหรอจะเข้าใจ เผลอๆ จับไต๋ได้อีกว่าฉันโกหก และถ้าเขาถามว่าทำไมไม่ไปทำงาน ฉันก็จะบอกว่าเหม็นขี้หน้าคนถาม

เมื่อต้องอยู่บ้านก็ไม่อยากทำตัวให้คิดฟุ้งซ่าน ฉันเลยช่วยแม่และยายทำขนม ตั้งแต่ที่ต้องไปทำงานใช้หนี้คุณพายัพ ฉันก็แทบไม่ได้ช่วยแม่และยายขายขนมที่ตลาดเลย แม้แต่วันนี้ก็เช่นกัน

“ไปเถอะลูก ได้ลางานสักที ไปเที่ยวพักผ่อนบ้าง” ฉันไม่ไปทำงาน แม่เลยเข้าใจว่าฉันลาหยุดทั้งที่ใจจริงอยากลาออกด้วยซ้ำ

“ก็ได้ค่ะ หนูสัญญาว่าจะพยายามไม่กลับดึก”

“ถ้ากลับดึกก็ขอค้างบ้านหนูเห็ดไง” ยายว่าบ้าง

หลังช่วยทำขนม เห็ดก็โทรมาหาฉันพอดี รายนั้นจะกลับจากฮ่องกงเย็นนี้แล้วอยากชวนฉันไปผับกันสองคน แน่นอนว่าตอนแรกฉันเกือบปฏิเสธ แต่พอเจอลูกอ้อนเข้าไปบวกกับคิดถึงเพื่อนเหมือนกันก็เลยยอมตกลง แถมแม่กับยายก็ยังดันหลังให้ฉันออกไปใช้ชีวิตเต็มที่อีก

เห็ดให้คนขับรถมารับฉันถึงบ้าน ผับที่เราจะไปปล่อยจอยเป็นผับเปิดใหม่ในจังหวัดใกล้ๆ เราถึงได้ต้องเดินทางกันก่อน ครั้นเมื่อถึงผับที่ว่ามีการตรวจบัตรประชาชนก่อนเข้า

“อายุยังไม่ถึงยี่สิบทั้งสองคน พี่ให้เข้าไม่ได้นะน้อง”

“โห่ พี่ขา หยวนๆ ให้หน่อยไม่ได้เหรอ”

“ไม่ได้จริงๆ พี่ต้องทำตามกฎ” พี่การ์ดยืนยันหนักแน่น

“ก็ได้ หนูว่าจะไม่ใช่วิธีนี้แล้วนะ แต่พี่บีบหนูเอง” จู่ๆ เห็ดก็เข้าหมวดจริงจังจนฉันที่เกือบถอดใจพลอยสงสัยไปด้วย เห็ดโทรหาใครสักคนและคุยบางอย่างซึ่งดูเหมือนจะเป็นเจ้าของผับนี้ พอยื่นมือถือให้พี่การ์ดรู้ว่าคนปลายสายคือใคร เราสองคนก็ถูกอัญเชิญเข้าด้านในทันที

“บทจะง่ายก็ง่ายดีเนาะ”

“ไม่มีอะไรที่ฉันทำไม่ได้ พอดีว่าผับนี้ของคุณอาน่ะ”

“ถึงว่า แกนี่มันเส้นใหญ่จริงๆ”

จากนั้นเราก็หาโต๊ะปักหลักและสั่งเครื่องดื่มที่เห็ดออกตัวว่าจะเลี้ยงเอง ฉันเลยขอแบบแรงๆ เพราะอยากรู้ว่าเมาแล้วจะทำให้เราลืมความเครียดไปชั่วขณะได้ไหมหรือว่าลบใครสักคนออกไปจากใจสักชั่วครู่ชั่วยามได้หรือเปล่า

“แกเป็นอะไรหยง เหมือนคนอกหักเลย”

“ฉันเหรอ ฉันเนี่ยนะอกหัก เหอะๆ” เปิดปากหัวเราะให้กับความน่าสมเพชของตัวเอง ฉันจะอกหักได้ไงในเมื่อฉันไม่ได้เป็นอะไรกับเขาสักหน่อย

“แกมีอะไรระบายกับฉันได้นะหยง เผื่อฉันช่วยแกได้” เห็ดถามเพราะความเป็นห่วงแต่ฉันกลับส่ายหน้าพรืดให้แทน

“แกช่วยฉันไม่ได้หรอกเห็ด เรื่องนี้ไม่มีใครช่วยฉันได้ทั้งนั้น” แม้แต่ฉันก็ยังช่วยตัวเองไม่ได้เลย

ต้นหยง | Part Ended.

“ฮัลโหลครับนาย คุณต้นหยงกับเพื่อนเข้าไปในผับของคุณคิเรย์ครับ” ชายหนุ่มร่างสูงที่สะกดรอยตามเด็กสาวตั้งแต่ในซอยบ้านยันผับอีกจังหวัดคอยโทรรายงานให้ผู้เป็นนายรับทราบ

ตั้งแต่เด็กสาวโทรมาขอลางานและระบุเหตุผลว่าตัวเองป่วยอย่างนั้นอย่างนี้ ตะวันก็ต้องรายงานให้เจ้านายรับรู้ และนั่นทำให้เขาต้องคอยแอบดูแลเธอห่างๆ ตามคำสั่งของเจ้านาย ซึ่งสุดท้ายต้นหยงก็หาเรื่องเข้าตัวอีกตามเคย

พายัพเมื่อทราบเรื่องก็แทบระเบิดลงใส่คาสิโน เขาไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าจะมีสักวันไหมที่ต้นหยงทำตัวอยู่ในโอวาทไม่ฝ่าฝืนคำสั่ง

เด็กอะไรทั้งขี้โกหก ซุ่มซ่าม ร้องไห้เก่ง เถียงเก่ง แล้วแบบนี้จะไม่ให้เขาดุด่าเลยได้ยังไง

“ชอบทำให้ฉันปวดหัวอยู่เรื่อย ในเมื่ออยากลองดีนักเดี๋ยวเราก็จะได้รู้กัน” ร่างสูงขบกรามดังกรอดขณะนั่งสงบจิตสงบใจเมื่อรถกำลังแล่นไปยังสถานที่ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทาง

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หนี้รักสยบมาเฟีย    ตอนที่ 47/2 กันและกัน จบบริบูรณ์

    พายัพวางเค้กบนโต๊ะทรงกลมก่อนหยิบกล่องของขวัญห่อด้วยริบบิ้นสีแดงสดส่งยื่นให้คนน้อง “ของหนูค่ะ”“อะไรเหรอคะ”“ลองเปิดดูสิ” สีหน้ายิ้มภูมิใจของเขาทำให้เธอตื่นเต้นไปด้วยต้นหยงบรรจงแกะริบบิ้นและเปิดกล่องของขวัญอย่างทะนุถนอม ของด้านในไม่ใช่เครื่องประดับราคาสูงลิ่ว หากแต่มันคือน้ำหอมขวดหนึ่งเท่านั้น “กลิ่นหอมจังเลยค่ะ กลิ่นมันคุ้นๆ จัง” สีหน้าสงสัยพยายามครุ่นคิดอย่างหนัก “นี่มันกลิ่นเดียวกับเมื่อวานที่ติดเสื้อพี่นิคะ” “เก่งจริงๆ เลย เธอชอบไหมคะ พี่ทำเองเลยนะ”“ทำเอง?” เธอเบิกตามองแฟนหนุ่มอย่างประหลาดใจ “เอาเวลาที่ไหนไปทำคะ”“ก็หลังจากเลิกงาน ที่พี่กลับดึกก็เพราะแบบนี้แหละ พี่ลงคอร์สเรียนทำน้ำหอมค่ะ พี่ตั้งใจทำเพื่อเธอเลยนะ อุตส่าห์เลือกกลิ่นที่คิดว่าเข้ากับเธอที่สุดเพื่อจะเอามาเซอไพรส์วันนี้ แต่เมื่อวานเกือบแผนแตก” เขาหัวเราะร่า แต่ต้นหยงกำลังตื้นตันกับคำพูดของเขา“ที่รัก..” เรียกอีกคนเสียงแผ่วก่อนจะสวมกอดเขาทั้งน้ำตาอีกครั้ง “หนูขอโทษ ที่รักทำให้หนูตั้งขนาดนี้ แต่หนูคิดมากสารพัดเลย”“ไม่เอาน่า อย่าร้องไห้สิคะ”“ฮึก! เมื่อคืนหนูก็ไม่ได้ให้ที่รักกอด เพราะหนูน้อยใจคิดว่าที่รักไป

  • หนี้รักสยบมาเฟีย    ตอนที่ 47/1 กันและกัน

    พักหลังๆ มานี้พายัพทำงานหามเช้าหามค่ำเป็นว่าเล่น ทั้งต้องดูแลกิจการที่มีอยู่ ไหนจะมีกิจการใหม่ที่ร่วมกับหุ้นส่วนอย่างพวกเพื่อนๆ แล้วก็ยังมีร้านขนมหวานของแม่ที่คืบหน้าไปได้ด้วยดี เขาจัดการทุกอย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง สมกับเป็นท่านประธานของแบล็คเรดแต่ก็เพราะหน้าที่การงานมันรัดตัวด้วยนี่ยังไงล่ะ เขาจึงไม่ค่อยมีเวลาให้แฟนสาวมากเท่าที่ควร ได้แต่หวังว่าเธอจะเข้าใจต้นหยงเปิดเทอมแล้ว เด็กสาวไปเรียนตามปกติพร้อมด้วยเพื่อนสนิททั้งสามคน ชีวิตของเธอมันควรเป็นไปอย่างเรียบเฉยเหมือนเมื่อก่อน หากไม่ใช่เพราะรูปบิกี่ที่เคยลงไปเมื่อสองเดือนที่แล้ว “ใช่น้องต้นหยงปะครับ”“คะ? อะ..เอ่อ ใช่ค่ะ”“พี่ชื่อแบงค์นะ ติดตามเราในไอจี น้องสนใจมาเป็นถ่ายแบบโฆษณามั้ยครับ”“เอ่อ คือว่าหนู..” มันกระอักกระอ่วนใจเหลือเกิน เพราะต้นหยงไม่ใช่แม่เน็ตไอดอลสาวอย่างเห็ดหอมเพื่อนสนิท เธอไม่รู้จะรับมือกับความโด่งดังชั่วข้ามคืนได้ยังไง ทั้งที่ลบรูปนั้นออกไปแล้ว ก็ไม่วายมีแมวมองและรุ่นพี่ชวนไปถ่ายแบบ เล่นโฆษณาอยู่เสมอ “หนูขอเก็บไปคิดดูก่อนได้มั้ยคะพี่”“ได้สิครับ ได้เลย พี่จะรอคำตอบนะ หวังว่าเราคงได้ร่วมงานกัน” รุนพี่คนนั้

  • หนี้รักสยบมาเฟีย    ตอนที่ 46/2 ที่รักของหนู

    ก่อนเรื่องมันจะบานปลายไปกันใหญ่ ฉันรีบดึงแขนคนตัวสูงที่กร่างจะเข้าไปหาเรื่องแม่เลี้ยง มันคงไม่ดีต่อภาพลักษณ์ของเขาแน่ ถึงแม้ว่าฝ่ายนั้นจะกวนโมโหกันอยู่มากก็ตาม “อย่าเอาพิมเสนไปแลกเกลือค่ะ” ฉันเตือนสติเขา พี่พายัพถอนหายใจเฮือกใหญ่ “หนูไม่แคร์ว่าพวกคุณจะมองพี่พายัพยังไง แต่สำหรับหนูเขาคือคนที่ดีที่สุด ถ้าพวกคุณคิดว่าเขาคือคนในครอบครัวก็คงไม่พูดจาทำร้ายจิตใจกันขนาดนี้หรอกค่ะ” ไม่อยากปล่อยให้พี่พายัพเสียสุขภาพจิตไปมากกว่านี้ ฉันดึงแขนลากคนตัวสูงมาด้วยกัน ปล่อยให้เสียงด่าหยาบคายไร้วุฒิภาวะดังไล่หลัง ภายในรถขับกลับคอนโดปกคลุมไปด้วยความอึมครึมและเงียบเชียบ “พี่โอเคไหมคะ” ฉันแตะแขนคนตัวสูงเบาๆ ส่งสายตาอ่อนโยนและปลอบใจไปในตัว “ไม่ค่อยโอเคเท่าไรหรอกค่ะ พี่ไม่อยากเจอหน้าพวกเขาเลย ไม่คิดว่าจะบังเอิญเจอเหมือนกัน” เสียงเหนื่อยอ่อนยิ่งทำให้ฉันเป็นห่วง ความสัมพันธ์ของเขาและทั้งสามคนคงไม่ดีเลยสินะ ไม่อย่างนั้นเขาก็คงพูดเรื่องที่บ้านให้ฉันฟังบ้างแล้วล่ะ “เธอไม่ต้องคิดมากนะคะ พี่ไม่เป็นอะไรหรอก แค่เซ็งเฉยๆ” ฉันยิ้มอ่อน มือที่เคลื่อนมาวางบนหน้าขาแข็งแรง บีบเบาๆ อย่างให้กำลังใจ “พี่มีเธออยู่

  • หนี้รักสยบมาเฟีย    ตอนที่ 46/1 ที่รักของหนู

    แม้งานประชุมจะสิ้นสุดลงแล้ว ทว่าพี่พายัพทำตามสัญญาที่ให้ไว้คืออยู่พักผ่อนตามลำพังสองคนต่ออีกสองคืนก่อนจะกลับไปทำงานเหมือนเดิม แม้เป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆ แต่ฉันก็มีความสุข ได้รับการเติมเต็มความรักจนอิ่มล้น เขาทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้หญิงที่โชคดีมากคนหนึ่ง “ตกลงลูกชอบเตียงแบบไหน” แม่หันมาถามฉันที่ยืนใจลอยคิดถึงแฟนหนุ่ม ขณะนี้เราอยู่กันที่ร้านเฟอร์นิเจอร์นำเข้าจากต่างประเทศชั้นนำโดยพี่คิเรย์เป็นคนพาเข้ามา แม่ได้บ้านแล้วเรียบร้อย เป็นบ้านจัดสรรในโครงการสุดหรูของย่านท่องเที่ยวแห่งนั้น ตัวหมู่บ้านอยู่ใกล้กับที่ดินซึ่งพี่พายัพจะทำร้านขนมให้ท่าน ตอนนี้ได้ดำเนินการลงเสาเข็มไปบ้างแล้ว “หรือถ้าหนูไม่ชอบเตียงที่นี่ ให้พี่สั่งนำเข้าดีไหมคะ” พี่คิเรย์ถามอย่างเอาใจเมื่อยังเห็นฉันนิ่งเฉยไม่ยอมตอบ “ไม่ต้องหรอกค่ะ หนูเอาเตียงนี้ก็ได้” ฉันชี้สุ่มไปยังเตียงคิงไซต์แต่ทว่าพอดูราคาชัดๆ อีกทีก็ต้องเบิกตากว้าง“ผมเอาเตียงนี้ด้วยนะครับ” พี่คิเรย์บอกกับพนักงานขายเฟอร์นิเจอร์อย่างรวดเร็ว “เปลี่ยนทันมั้ยคะ หนูลืมดูราคา” ฉันกระซิบเสียงแผ่วกับพี่ชาย“ทำไมคะ ราคามันยังไง”“มัน เอ่อ มันแพงค่ะ”“อ

  • หนี้รักสยบมาเฟีย    ตอนที่ 45/2 เจ้าข้าวเจ้าของ (nc18+)

    ต้นหยง | Partฉันสูดลมหายใจเข้าออกสุดปอด ระงับความตื่นเต้นที่วิ่งจู่โจมหัวใจให้เต้นแรง ดวงตากลมโตจับจ้องบานประตูห้องน้ำด้วยความกลัวระคนกล้า ทั้งกลัวและกล้าก็ฉันนี่ไง…“เอาวะ แกทำได้ต้นหยง แกทำได้!” ฉันเรียกความมั่นใจกลับมา มองดูเสื้อคลุมอาบน้ำสีขาวที่สวมใส่ก่อนมือเรียวเอื้อมบิดที่จับประตูเปิดเข้าห้องน้ำซึ่งไม่ได้ล็อคราวกับรู้ว่ามีคนอยากเข้ามาหา ร่างสูงสง่าของพี่พายัพนอนแช่น้ำอุ่นอย่างสบายอารมณ์ มองเห็นกล้ามหน้าท้องเป็นลอนแข็งแรง เขารับรู้ถึงการมาของฉันเปลือกตาถึงได้ลืมขึ้นมามาเล็กน้อย ตามด้วยคิ้วเข้มเลิกสูงอย่างมีคำถามว่าเข้ามาทำไม “หนูขออาบน้ำด้วยคนนะคะ”เขาไม่ตอบและฉันก็ไม่รอ มือบางกระตุกเชือกรัดชุดคลุมจนคลายออกง่ายดายเห็นไปถึงไหนต่อไหน ฉันขยับแขนเพียงนิดเดียวชุดคลุมที่ว่าก็ไถลหลุดจากตัวลงไปกองที่ข้อเท้า เห็นได้ชัดว่าตอนนี้สายตาพี่พายัพเริ่มไม่มั่นคง เขามองฉันก่อนหันไปมองทางอื่นและหันมามองฉันอีกที อารมณ์ประมาณอยากมองตาไม่อยากเสียฟอร์มฉันยิ้มออกมาเล็กน้อย ขาเรียวสวยก้าวลงอ่างด้วยท่าทางมั่นใจ จนถึงตอนนี้พี่พายัพยังคงเมินเฉยไม่ยอมสบตาได้อย่างไรกัน “หนูถูสบู่ให้เอาไหมคะ”

  • หนี้รักสยบมาเฟีย    ตอนที่ 45/1 เจ้าข้าวเจ้าของ

    การประชุมหารือสำคัญประจำปีกินเวลายาวนานกว่าสามชั่วโมง เสร็จจากประชุมคืองานเลี้ยงที่รวมเหล่าสมาชิกแก๊งแบล็คเรดและครอบครัวของแต่ละคนไว้อย่างคับคั่ง “โอ้โห! สุดจัด” เสียงมาร์ตินที่เดินตามหลังเพื่อนออกจากห้องประชุมร้องทึ่งกับบางอย่าง ดวงตาคมวาวจ้องมองบางสิ่งในสมาร์ตโฟนเครื่องหรู “รีบๆ เดินหน่อยไอ้นี่ ส่องสาวอยู่อีกล่ะสิ” คิเรย์หันไปเร่งเพื่อน แค่เห็นท่าทางของเขามันก็ดูออกหมดแล้ว “สาวที่กูส่องพวกมึงก็รู้จักกันดี” ทีแรกพายัพจะไม่สนใจด้วยซ้ำ ทว่ามาร์ตินเดินแทรกระหว่างกลางเขาและคิเรย์ มันส่งมือถือให้ดูจนทั้งสองคนหยุดเดินพร้อมกันขาแข็ง หัวใจเต้นเร็วขึ้น ใบหน้าเห่อร้อนพร้อมความโกรธที่ค่อยๆ ปกคลุมร่างกายที่เห็นนี่มันคืออะไร!เด็กสาวสองคนในชุดบิกินี่สีหวานหวาบหวิว โพสต์ท่าทางน่ารักโชว์เนื้อหนังมังสาให้คนติดตามนับแสนได้เชยชม ลำคอพายัพแห้งผาก เส้นเลือดตรงขมับเต้นตุบๆ เขาและคิเรย์เงยหน้ามองตากันอย่างไม่ต้องนัดหมาย ต่างรู้กันดีว่าครั้งนี้มันยอมตามใจไม่ได้จริงๆ ในส่วนของต้นหยงและเห็ดหอม พวกเธอได้รับข้อความให้มารอในงานเลี้ยงได้เลย สถานที่ในโรงแรมหรูซึ่งมีโดมกระจกกว้าง ทำให้บรรยากาศยามค่ำ

  • หนี้รักสยบมาเฟีย    ตอนที่ 8/1 สั่งสอนเด็กโกหก (NC18+)

    พายัพเดินทางมาถึงผับ พบว่าต้นหยงและเพื่อนที่มาด้วยกันเมาแอ๋จนสลบไปแล้ว เขาจึงสั่งให้ลูกน้องคนสนิทคือสิงหาและองอาจแบกร่างเล็กของทั้งคู่ขึ้นชั้นบน การปรากฏตัวของพายัพที่นี่ดึงดูดความสนใจไม่น้อย เพียงไม่นานคิเรย์เจ้าของผับก็ปรากฏตัวขึ้นหลังจากให้เขาทนนั่งรอหลายนาที “มาหากูถึงนี่มีไรวะ” หนุ่มลูกครึ

  • หนี้รักสยบมาเฟีย    ตอนที่ 7/1 คนไม่ใช่ทำอะไรก็ผิด

    เจ้าของคลับเอ่ยปากไล่ฉันเองว่าจะไปไหนก็ไป แต่พอฉันจะไปจริง เขาก็สั่งให้พี่ตะวันพาฉันไปรู้จักกับพี่ๆ ที่บาร์เหล้า แล้วอย่างนี้จะมีตัวเลือกให้ตั้งแต่แรกทำไม “นี่คือคุณต้นหยง ลูกหนี้ของคุณพายัพ” พี่ตะวันแนะนำตัวฉันได้ตรงไปตรงมา ไม่มีอ้อม ไม่มีเลี้ยวแม้แต่นิดเดียว ซึ่งเมื่อบอกไปแล้วฉันก็ได้แต่ยิ้มแหยพร

  • หนี้รักสยบมาเฟีย    ตอนที่ 6/2 เหมือนจะมีใจ แต่ก็เปล่า

    “ว้ายยยย!” เสียงกรีดร้องของต้นหยงดังพร้อมกับเสียงน้ำในอ่างที่กระเพื่อมใส่ตัวจนเปียกโชกเพราะพายัพดึงร่างเด็กสาวลงมาจนตอนนี้เธอคร่อมตัวเปล่าเปลือยของเขา “คะ…คุณทำอะไรคะเนี่ย อื้อออ! อึก” ยังไม่ทันได้ส่งเสียงน่ารำคาญไปมากกว่านั้น ริมฝีปากอวบอิ่มโดนประกบจูบอย่างรวดเร็ว แม้จะขัดขืนตั้งใจดิ้นหนีขลุกขลัก

  • หนี้รักสยบมาเฟีย    ตอนที่ 6/1 เหมือนจะมีใจแต่ก็เปล่า

    หลังกลับจากภูเก็ต ต้นหยงยังต้องทำงานใช้หนี้ที่คฤหาสน์ตระกูลอัครเตโชภิวัฒน์ เพียงแต่งานของเธอไม่ได้มากมายร่ายยาวเป็นหางว่าวเหมือนครั้งแรกอีกแล้ว เด็กสาวรู้มาจากปากแม่นมถึงเรื่องครั้งก่อนที่เขาลงโทษเธอโดยการให้เป็นเหยื่อล่อเสือ เสือที่แปลว่าเสือจริงๆ สัตว์สี่ขาที่เลี้ยงไว้ในคฤหาสน์ของเขา แม่นมบอกว่า

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status