로그인หลังกลับจากภูเก็ต ต้นหยงยังต้องทำงานใช้หนี้ที่คฤหาสน์ตระกูลอัครเตโชภิวัฒน์ เพียงแต่งานของเธอไม่ได้มากมายร่ายยาวเป็นหางว่าวเหมือนครั้งแรกอีกแล้ว
เด็กสาวรู้มาจากปากแม่นมถึงเรื่องครั้งก่อนที่เขาลงโทษเธอโดยการให้เป็นเหยื่อล่อเสือ เสือที่แปลว่าเสือจริงๆ สัตว์สี่ขาที่เลี้ยงไว้ในคฤหาสน์ของเขา แม่นมบอกว่าจริงๆ มันคือแผนลองใจ คุณพายัพก็แค่อยากรู้ว่าต้นหยงเป็นคนนิสัยใจคออย่างไร และสิ่งที่เห็นคือเด็กสาวออกหน้ารับผิดแทนทุกคน ไม่ได้โยนความผิดให้ใครเลย ตั้งแต่รู้เรื่องนี้เธอก็ระมัดระวังตัวเองเป็นอย่างดีเพราะกลัวเขามีแผนบ้าๆ พิสดารมาลองใจกันอีก ในทุกๆ วันต้นหยงจะรีบทำงานในส่วนของตัวเองให้เสร็จ ทำให้เธอมีเวลามากพอที่จะรับงานเสริมพิเศษเพื่อหารายได้อีกทาง นั่นก็คือเป็นพนักงานพาร์ทไทม์ร้านคาเฟ่ “สวัสดีค่ะคุณลูกค้า รับเมนูอะไรดีคะ” เด็กสาวใบหน้าสวยหวานเด่นสะดุดสายตาแขกหลายคน รอยยิ้มของต้นหยง เรียกได้ว่าทำให้พื้นที่โดยรอบสว่างสดใสขึ้นมาในทันที “พี่เอาชาส้ม ทีรามิสุและก็ชีสเค้กค่ะ” ระหว่างที่กำลังยืนจดเมนูอย่างตกอกตั้งใจ ต้นหยงไม่มีทางรู้เลยว่าการที่เธอหนีมาทำงานแบบนี้กำลังจะสร้างความเดือดร้อนแก่ตัวเอง “ใช่ครับนาย คุณต้นหยงไม่ผิดแน่ครับ” ตะวันผู้ซึ่งได้รับคำสั่งให้มาซื้อกาแฟเจอเข้ากับลูกหนี้คนสวยของเจ้านายที่ตอนนี้เปลี่ยนจากงานสาวใช้เป็นพนักงานเสิร์ฟไปแล้ว ที่เขาต้องคอยโทรรายงานเจ้านายเพราะมันเป็นคำสั่ง อีกอย่างก็ไม่อยากให้มารู้ทีหลังเพราะไม่เช่นนั้นคนที่โดนหนักสุดก็คือคุณต้นหยง รีบบอกแต่เนิ่นๆ โทษหนักจะได้กลายเป็นเบา คาเฟ่ที่ต้นหยงมาทำพาร์ทไทม์ก็คือร้านแม่พี่บูม ซึ่งกว่าจะเว้าวอนให้ได้งานก็แทบซื้อดอกไม้มาขอขมาเลยล่ะ พี่บูมยังคงไม่ลืมว่าครั้งนั้นรุ่นน้องทั้งสองคนเทงานไปเสียเฉยๆ ทั้งที่ก่อนหน้าคุยตกลงรายละเอียดกันดีแล้ว เขาเห็นแก่ความขยันขันแข็งของต้นหยงหรอกนะถึงได้รับกลับเข้ามาอีกครั้ง “หยง มีสายเข้า ไปรับสายก่อน” พี่บูมสะกิดแขนเรียกตอนที่เดินสวนกันออกมาดูลูกค้าด้านนอก ซึ่งต้นหยงเห็นรายชื่อคนโทรเข้าก็แทบปามือถือทิ้งให้มันรู้แล้วรู้รอด “ฮัลโหลค่ะคุณพายัพ” เด็กสาวจำใจกรอกน้ำเสียงหวานคุยกับปลายสายที่ไม่อาจทราบได้ว่าวันนี้เขาผีเข้าหรือผีออก “ทำไมรับสายช้า” “นะ…หนูเข้าห้องน้ำน่ะค่ะ” “เหรอ แล้วทำไมดูเหนื่อยๆ เสียงสั่นจังเลยล่ะ” ไม่รู้ว่าจะจี้ถามอะไรนัก ต้นหยงลอบถอนหายใจแรง “คือหนูปวดอึก็เลยจัดชุดใหญ่ จะไม่ให้เหนื่อยได้ยังไงล่ะคะ” เธอโป้ปดคำโต ที่พูดไปล้วนเป็นการเอาตัวรอด ไม่ใช่ความจริงสักอย่าง พายัพมาดูแลงานที่คาสิโนตั้งแต่เช้ามืด เขาตั้งใจว่าวันนี้จะได้ทำงานให้เต็มที่แต่กลับต้องมาปวดหัวกับเด็กขี้ดื้ออย่างต้นหยงที่หาเรื่องขัดคำสั่งกันอีกแล้ว “เหรอ ก็คิดว่าไปทำอย่างอื่นมาซะอีก เธออยู่ที่คฤหาสน์ใช่มั้ย” ชายหนุ่มกรอกน้ำเสียงเย็นเยียบทรงอำนาจหยั่งเชิงถามคนตัวเล็กปลายสาย อยากรู้ว่าเธอจะแถแก้ตัวอย่างไรต่อ “ใช่ค่ะ หนูอยู่ที่คฤหาสน์ คุณมีอะไรเหรอคะ” กล้าโกหกคนอย่างเขางั้นเหรอ สงสัยเธอไม่อยากแก่ตายสินะ “มี ฉันกำลังจะกลับ เธอขึ้นไปเตรียมน้ำอุ่นบนห้องให้หน่อย” “ให้หนูทำเหรอคะ บนห้องคุณน่ะเหรอ” เด็กช่างถามเกิดอาการสงสัยอีกแล้ว ซึ่งพายัพรำคาญคนแบบต้นหยงมาก ก็ทั้งที่เขาสั่งอยู่ยังจะถามซ้ำรอบสองอีก “ก็ใช่ไง อีกสองชั่วโมงฉันจะกลับ หวังว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยนะ” เขาพูดแค่นั้นก่อนจะตัดสายทิ้ง ร่างสูงเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ เบนสายตาคมวาวไปนอกกระจกพลางนึกถึงสีหน้าเด็กสาวเมื่อโดนเขาดุ ต้นหยงเป็นคนประเภทหัวดื้อ เพราะฉะนั้นคนอย่างเธอต้องเจอคนอย่างเขา จะกำราบเด็กคนนี้ให้อยู่หมัดเลยล่ะ “ตาย! แล้วแบบนี้จะกลับทันไหมเนี่ย” ต้นหยงรีบกุลีกุจอเข้าไปในร้านเพื่อขอลางานกับพี่บูม ด้วยระยะทางที่มันไกลพอสมควรเกรงว่ากว่าจะถึงคฤหาสน์มันจะไม่ทันเอาได้ “เหลืออีกตั้งสองชั่วโมงนะหยง แกรีบไปไหน” “หนูมีธุระด่วนอะพี่ น้าๆ ขอลาแค่วันเดียวเอง” “เออๆ นี่ถ้าไม่เห็นว่าเป็นน้องนะ ฉันไม่รับแกทำงานเด็ดขาด” “แงง อย่าบ่นนักสิพี่ บ่นมากแก่เร็วนะ” ต้ยหยงแซวรุ่นพี่คนสนิทและรีบวิ่งแจ้นเข้าในร้านเพื่อผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนที่จะถูกฝ่ามืออรหันต์ให้พรสักป๊าบสองป๊าบ ต้นหยงมาถึงคฤหาสน์อัครเตโชภิวัฒน์ก่อนเวลาที่คุณพายัพจะกลับมาประมาณสี่สิบนาที เด็กสาวรีบไปรายงานป้าแม่บ้านใหญ่ผู้ที่มีอำนาจรองมาจากแม่นมถึงเรื่องที่เขาอนุญาตเธอให้ขึ้นไปเตรียมน้ำอุ่นให้ด้านบนห้องส่วนตัว เด็กสาวรู้ดีว่าไม่อาจผลีผลามเข้าไปเองตามอำเภอใจ หากไม่ได้รับคำอนุญาตเธอก็ไม่มีสิทธิ์ย่างกรายเข้าไปเด็ดขาด เพราะฉะนั้นจึงได้แต่ทำงานอยู่แค่ชั้นล่าง แต่วันนี้เธอกำลังได้รับสิทธิ์นั้น ซึ่งน้อยคนนักที่คุณพายีพจะให้ขึ้นไปชั้นบนและยิ่งห้องส่วนตัวของเขาด้วยแล้วยิ่งเป็นไปได้ยาก เมื่อป้าแม่บ้านใหญ่รับรู้ก็อนุญาตให้เธอขึ้นไปชั้นบนได้ โดยให้ลูกน้องคุณพายัพเป็นคนเดินนำ จากนั้นก็ถึงคราวเธอที่ต้องทำหน้าที่ต่อจากนี้เอง “ฟู่ว!” ลมร้อนพ่นเบาๆ จากริมฝีปากสวย ต้นหยงระงับอาการตื่นเต้นของตัวเองด้วยการใช้กำปั้นน้อยๆ ทุบหน้าอกเบาๆ ให้คลายอาการลง ครั้งแรกของการเข้ามาเหยียบห้องนอนคุณพายัพ มันอลังการสมกับเป็นห้องของเขาจริงๆ เฟอร์นิเจอร์เกือบทุกชิ้นค่อนไปทางโทนสีเข้มทั้งหมด แม้แต่เตียงนอนคิงไซต์ขนาดใหญ่ก็ยังเป็นสีดำ แชนเดอเลียประดับด้านบนหรูหราเข้ากันดี พรมขนสัตว์สีน้ำตาลอ่อนที่เธอเหยียบอยู่ก็นุ่มเท้าจนอยากกลิ้งตัวลงนอน ต้นหยงต้องเรียกสติของตัวเองกลับมาก่อนจะเดินหาห้องน้ำซึ่งพบว่ามันอยู่ใกล้ๆ กับ walk in closet ซึ่งเมื่อเธอผลักประตูเข้าไป หัวใจแทบหยุดเต้น ณ วินาทีนั้น ไม่ใช่เพราะความอลังการของห้องน้ำ แต่เป็นเพราะคนตัวสูงที่นอนเปลือยกายแช่น้ำอุ่น เมื่อรับรู้การมาของเธอเขาก็วางแก้วไวน์ที่ถือค้างในมือ สายตาคมกล้าสบมองกันจนต้นหยงแทบฉี่ราด “คะ…คุณ! คุณพายัพ ไหนบอกหนูว่าอีกสองชั่วโมงถึงจะกลับไงคะ” “แล้วเธอเชื่อเหรอ” น้ำเสียงราบเรียบชวนขนลุกถามกลับ “คุณโกหกหนูนี่” “เธอก็โกหกฉันเหมือนกันนั่นแหละ! ไหนบอกอยู่ที่นี่ แล้วทำไมตอนที่ฉันกลับมาถึงไม่เจอเธอเลยล่ะ” เมื่อเจอเขาตอกหน้าอย่างนั้นก็แทบไม่กล้าพูดอะไรอีก สีหน้าของต้นหยงเต็มไปด้วยความกลัวระคนตกใจ ปนเปมั่วไปหมด “ป้าใหญ่บอกว่าเธอมาขอลาไปเยี่ยมยายที่โรงบาล เป็นแบบนี้มาอาทิตย์แล้ว แต่จริงๆ เธอไม่ได้ไปเยี่ยมยายนี่ต้นหยง” แม้ท่าทางเขาที่พูดกับเธอจะดูสบายๆ แต่น้ำเสียงบวกแววตามันไม่ใช่เลย เขากำลังกดดันให้เธอยอมสารภาพความจริง “ถ้าฉันไม่โกหกเธอแล้วรีบกลับมาก่อน จะจับเด็กเลี้ยงแกะได้ไหมล่ะ ตอบสิ!” “คือว่าหนู นะ…หนูขอโทษค่ะ” เด็กสาวละล่ำละลักขอโทษขอโพย เธอก้มหน้ามองเล็บเท้าของตัวเองแทนที่จะสบสายตาน่ายำเกรงของเขา แบบนั้นคงได้ฉี่แตกจริงๆ “เธอไปทำอะไรมา! ถ้าไม่พูดความจริงได้เจอดีแน่” ขู่กันขนาดนั้นไม่บอกก็ตายหยั่งเขียดล่ะวะ “หนูไปรับงานเสริมข้างนอกค่ะ” “พูดกับฉันก็มองหน้า ไม่ใช่มองพื้น” “ขอโทษค่ะ” ต้นหยงรีบทำตามในทันที “งานอะไร” “พนักงานเสิร์ฟในคาเฟ่ของรุ่นพี่ที่สนิทกันค่ะ คือหนูแค่อยากหารายได้เพิ่ม หนูไม่…” “หุบปาก! ถ้าเรื่องไหนฉันไม่ถามก็ไม่ต้องสะเหล่อตอบ ฉันไม่อยากฟังเหตุผลของเธอ สิ่งที่เธอควรรู้คือต้องทำงานใช้หนี้ฉัน ไม่ใช่ไปรับงานอื่นเพิ่ม!” คนตัวโตที่อยู่ในอ่างแทบจะทำให้น้ำอุ่นกลายเป็นน้ำร้อนเพราะโทสะของตัวเอง “แต่ถ้าหนูเอาแต่ทำงานที่นี่เพื่อใช้หนี้ของคุณ แล้วเมื่อไรหนูจะหลุดพ้นล่ะคะ หนูก็อยากหมดหนี้เร็วๆ นะ” “กล้าเถียงฉันเหรอต้นหยง!” คนตัวสูงทำท่าจะลุกออกจากอ่างจนเด็กสาวกรีดร้องเสียงหลง “กรี๊ดดด คะ…คุณอย่าลุกนะคะ” พายัพที่เห็นดังนั้นแทบระเบิดลงอยู่ทุกๆ สิบวินาที ทำไมเด็กคนนี้ถึงต้องทำตัวน่ารำคาญให้เขาด่าว่าอยู่เรื่อย “งั้นเธอก็มานี่” น้ำเสียงทรงอำนาจเอ่ยสั่งเด็ดขาด ร่างเล็กจะขัดขืนก็ทำไม่ได้เพราะไม่เช่นนั้นเธออาจโดนมากกว่าที่เผชิญหน้าอยู่พายัพวางเค้กบนโต๊ะทรงกลมก่อนหยิบกล่องของขวัญห่อด้วยริบบิ้นสีแดงสดส่งยื่นให้คนน้อง “ของหนูค่ะ”“อะไรเหรอคะ”“ลองเปิดดูสิ” สีหน้ายิ้มภูมิใจของเขาทำให้เธอตื่นเต้นไปด้วยต้นหยงบรรจงแกะริบบิ้นและเปิดกล่องของขวัญอย่างทะนุถนอม ของด้านในไม่ใช่เครื่องประดับราคาสูงลิ่ว หากแต่มันคือน้ำหอมขวดหนึ่งเท่านั้น “กลิ่นหอมจังเลยค่ะ กลิ่นมันคุ้นๆ จัง” สีหน้าสงสัยพยายามครุ่นคิดอย่างหนัก “นี่มันกลิ่นเดียวกับเมื่อวานที่ติดเสื้อพี่นิคะ” “เก่งจริงๆ เลย เธอชอบไหมคะ พี่ทำเองเลยนะ”“ทำเอง?” เธอเบิกตามองแฟนหนุ่มอย่างประหลาดใจ “เอาเวลาที่ไหนไปทำคะ”“ก็หลังจากเลิกงาน ที่พี่กลับดึกก็เพราะแบบนี้แหละ พี่ลงคอร์สเรียนทำน้ำหอมค่ะ พี่ตั้งใจทำเพื่อเธอเลยนะ อุตส่าห์เลือกกลิ่นที่คิดว่าเข้ากับเธอที่สุดเพื่อจะเอามาเซอไพรส์วันนี้ แต่เมื่อวานเกือบแผนแตก” เขาหัวเราะร่า แต่ต้นหยงกำลังตื้นตันกับคำพูดของเขา“ที่รัก..” เรียกอีกคนเสียงแผ่วก่อนจะสวมกอดเขาทั้งน้ำตาอีกครั้ง “หนูขอโทษ ที่รักทำให้หนูตั้งขนาดนี้ แต่หนูคิดมากสารพัดเลย”“ไม่เอาน่า อย่าร้องไห้สิคะ”“ฮึก! เมื่อคืนหนูก็ไม่ได้ให้ที่รักกอด เพราะหนูน้อยใจคิดว่าที่รักไป
พักหลังๆ มานี้พายัพทำงานหามเช้าหามค่ำเป็นว่าเล่น ทั้งต้องดูแลกิจการที่มีอยู่ ไหนจะมีกิจการใหม่ที่ร่วมกับหุ้นส่วนอย่างพวกเพื่อนๆ แล้วก็ยังมีร้านขนมหวานของแม่ที่คืบหน้าไปได้ด้วยดี เขาจัดการทุกอย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง สมกับเป็นท่านประธานของแบล็คเรดแต่ก็เพราะหน้าที่การงานมันรัดตัวด้วยนี่ยังไงล่ะ เขาจึงไม่ค่อยมีเวลาให้แฟนสาวมากเท่าที่ควร ได้แต่หวังว่าเธอจะเข้าใจต้นหยงเปิดเทอมแล้ว เด็กสาวไปเรียนตามปกติพร้อมด้วยเพื่อนสนิททั้งสามคน ชีวิตของเธอมันควรเป็นไปอย่างเรียบเฉยเหมือนเมื่อก่อน หากไม่ใช่เพราะรูปบิกี่ที่เคยลงไปเมื่อสองเดือนที่แล้ว “ใช่น้องต้นหยงปะครับ”“คะ? อะ..เอ่อ ใช่ค่ะ”“พี่ชื่อแบงค์นะ ติดตามเราในไอจี น้องสนใจมาเป็นถ่ายแบบโฆษณามั้ยครับ”“เอ่อ คือว่าหนู..” มันกระอักกระอ่วนใจเหลือเกิน เพราะต้นหยงไม่ใช่แม่เน็ตไอดอลสาวอย่างเห็ดหอมเพื่อนสนิท เธอไม่รู้จะรับมือกับความโด่งดังชั่วข้ามคืนได้ยังไง ทั้งที่ลบรูปนั้นออกไปแล้ว ก็ไม่วายมีแมวมองและรุ่นพี่ชวนไปถ่ายแบบ เล่นโฆษณาอยู่เสมอ “หนูขอเก็บไปคิดดูก่อนได้มั้ยคะพี่”“ได้สิครับ ได้เลย พี่จะรอคำตอบนะ หวังว่าเราคงได้ร่วมงานกัน” รุนพี่คนนั้
ก่อนเรื่องมันจะบานปลายไปกันใหญ่ ฉันรีบดึงแขนคนตัวสูงที่กร่างจะเข้าไปหาเรื่องแม่เลี้ยง มันคงไม่ดีต่อภาพลักษณ์ของเขาแน่ ถึงแม้ว่าฝ่ายนั้นจะกวนโมโหกันอยู่มากก็ตาม “อย่าเอาพิมเสนไปแลกเกลือค่ะ” ฉันเตือนสติเขา พี่พายัพถอนหายใจเฮือกใหญ่ “หนูไม่แคร์ว่าพวกคุณจะมองพี่พายัพยังไง แต่สำหรับหนูเขาคือคนที่ดีที่สุด ถ้าพวกคุณคิดว่าเขาคือคนในครอบครัวก็คงไม่พูดจาทำร้ายจิตใจกันขนาดนี้หรอกค่ะ” ไม่อยากปล่อยให้พี่พายัพเสียสุขภาพจิตไปมากกว่านี้ ฉันดึงแขนลากคนตัวสูงมาด้วยกัน ปล่อยให้เสียงด่าหยาบคายไร้วุฒิภาวะดังไล่หลัง ภายในรถขับกลับคอนโดปกคลุมไปด้วยความอึมครึมและเงียบเชียบ “พี่โอเคไหมคะ” ฉันแตะแขนคนตัวสูงเบาๆ ส่งสายตาอ่อนโยนและปลอบใจไปในตัว “ไม่ค่อยโอเคเท่าไรหรอกค่ะ พี่ไม่อยากเจอหน้าพวกเขาเลย ไม่คิดว่าจะบังเอิญเจอเหมือนกัน” เสียงเหนื่อยอ่อนยิ่งทำให้ฉันเป็นห่วง ความสัมพันธ์ของเขาและทั้งสามคนคงไม่ดีเลยสินะ ไม่อย่างนั้นเขาก็คงพูดเรื่องที่บ้านให้ฉันฟังบ้างแล้วล่ะ “เธอไม่ต้องคิดมากนะคะ พี่ไม่เป็นอะไรหรอก แค่เซ็งเฉยๆ” ฉันยิ้มอ่อน มือที่เคลื่อนมาวางบนหน้าขาแข็งแรง บีบเบาๆ อย่างให้กำลังใจ “พี่มีเธออยู่
แม้งานประชุมจะสิ้นสุดลงแล้ว ทว่าพี่พายัพทำตามสัญญาที่ให้ไว้คืออยู่พักผ่อนตามลำพังสองคนต่ออีกสองคืนก่อนจะกลับไปทำงานเหมือนเดิม แม้เป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆ แต่ฉันก็มีความสุข ได้รับการเติมเต็มความรักจนอิ่มล้น เขาทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้หญิงที่โชคดีมากคนหนึ่ง “ตกลงลูกชอบเตียงแบบไหน” แม่หันมาถามฉันที่ยืนใจลอยคิดถึงแฟนหนุ่ม ขณะนี้เราอยู่กันที่ร้านเฟอร์นิเจอร์นำเข้าจากต่างประเทศชั้นนำโดยพี่คิเรย์เป็นคนพาเข้ามา แม่ได้บ้านแล้วเรียบร้อย เป็นบ้านจัดสรรในโครงการสุดหรูของย่านท่องเที่ยวแห่งนั้น ตัวหมู่บ้านอยู่ใกล้กับที่ดินซึ่งพี่พายัพจะทำร้านขนมให้ท่าน ตอนนี้ได้ดำเนินการลงเสาเข็มไปบ้างแล้ว “หรือถ้าหนูไม่ชอบเตียงที่นี่ ให้พี่สั่งนำเข้าดีไหมคะ” พี่คิเรย์ถามอย่างเอาใจเมื่อยังเห็นฉันนิ่งเฉยไม่ยอมตอบ “ไม่ต้องหรอกค่ะ หนูเอาเตียงนี้ก็ได้” ฉันชี้สุ่มไปยังเตียงคิงไซต์แต่ทว่าพอดูราคาชัดๆ อีกทีก็ต้องเบิกตากว้าง“ผมเอาเตียงนี้ด้วยนะครับ” พี่คิเรย์บอกกับพนักงานขายเฟอร์นิเจอร์อย่างรวดเร็ว “เปลี่ยนทันมั้ยคะ หนูลืมดูราคา” ฉันกระซิบเสียงแผ่วกับพี่ชาย“ทำไมคะ ราคามันยังไง”“มัน เอ่อ มันแพงค่ะ”“อ
ต้นหยง | Partฉันสูดลมหายใจเข้าออกสุดปอด ระงับความตื่นเต้นที่วิ่งจู่โจมหัวใจให้เต้นแรง ดวงตากลมโตจับจ้องบานประตูห้องน้ำด้วยความกลัวระคนกล้า ทั้งกลัวและกล้าก็ฉันนี่ไง…“เอาวะ แกทำได้ต้นหยง แกทำได้!” ฉันเรียกความมั่นใจกลับมา มองดูเสื้อคลุมอาบน้ำสีขาวที่สวมใส่ก่อนมือเรียวเอื้อมบิดที่จับประตูเปิดเข้าห้องน้ำซึ่งไม่ได้ล็อคราวกับรู้ว่ามีคนอยากเข้ามาหา ร่างสูงสง่าของพี่พายัพนอนแช่น้ำอุ่นอย่างสบายอารมณ์ มองเห็นกล้ามหน้าท้องเป็นลอนแข็งแรง เขารับรู้ถึงการมาของฉันเปลือกตาถึงได้ลืมขึ้นมามาเล็กน้อย ตามด้วยคิ้วเข้มเลิกสูงอย่างมีคำถามว่าเข้ามาทำไม “หนูขออาบน้ำด้วยคนนะคะ”เขาไม่ตอบและฉันก็ไม่รอ มือบางกระตุกเชือกรัดชุดคลุมจนคลายออกง่ายดายเห็นไปถึงไหนต่อไหน ฉันขยับแขนเพียงนิดเดียวชุดคลุมที่ว่าก็ไถลหลุดจากตัวลงไปกองที่ข้อเท้า เห็นได้ชัดว่าตอนนี้สายตาพี่พายัพเริ่มไม่มั่นคง เขามองฉันก่อนหันไปมองทางอื่นและหันมามองฉันอีกที อารมณ์ประมาณอยากมองตาไม่อยากเสียฟอร์มฉันยิ้มออกมาเล็กน้อย ขาเรียวสวยก้าวลงอ่างด้วยท่าทางมั่นใจ จนถึงตอนนี้พี่พายัพยังคงเมินเฉยไม่ยอมสบตาได้อย่างไรกัน “หนูถูสบู่ให้เอาไหมคะ”
การประชุมหารือสำคัญประจำปีกินเวลายาวนานกว่าสามชั่วโมง เสร็จจากประชุมคืองานเลี้ยงที่รวมเหล่าสมาชิกแก๊งแบล็คเรดและครอบครัวของแต่ละคนไว้อย่างคับคั่ง “โอ้โห! สุดจัด” เสียงมาร์ตินที่เดินตามหลังเพื่อนออกจากห้องประชุมร้องทึ่งกับบางอย่าง ดวงตาคมวาวจ้องมองบางสิ่งในสมาร์ตโฟนเครื่องหรู “รีบๆ เดินหน่อยไอ้นี่ ส่องสาวอยู่อีกล่ะสิ” คิเรย์หันไปเร่งเพื่อน แค่เห็นท่าทางของเขามันก็ดูออกหมดแล้ว “สาวที่กูส่องพวกมึงก็รู้จักกันดี” ทีแรกพายัพจะไม่สนใจด้วยซ้ำ ทว่ามาร์ตินเดินแทรกระหว่างกลางเขาและคิเรย์ มันส่งมือถือให้ดูจนทั้งสองคนหยุดเดินพร้อมกันขาแข็ง หัวใจเต้นเร็วขึ้น ใบหน้าเห่อร้อนพร้อมความโกรธที่ค่อยๆ ปกคลุมร่างกายที่เห็นนี่มันคืออะไร!เด็กสาวสองคนในชุดบิกินี่สีหวานหวาบหวิว โพสต์ท่าทางน่ารักโชว์เนื้อหนังมังสาให้คนติดตามนับแสนได้เชยชม ลำคอพายัพแห้งผาก เส้นเลือดตรงขมับเต้นตุบๆ เขาและคิเรย์เงยหน้ามองตากันอย่างไม่ต้องนัดหมาย ต่างรู้กันดีว่าครั้งนี้มันยอมตามใจไม่ได้จริงๆ ในส่วนของต้นหยงและเห็ดหอม พวกเธอได้รับข้อความให้มารอในงานเลี้ยงได้เลย สถานที่ในโรงแรมหรูซึ่งมีโดมกระจกกว้าง ทำให้บรรยากาศยามค่ำ
ต้นหยง | partแท็กซี่คันคุ้นตาของลุงประพจน์จอดเทียบหน้าบ้าน ฉันลงไปเปิดประตูรถให้ยายก่อนจะค่อยๆ พยุงท่านเข้ามานั่งพักด้านใน แม่และน้องชายที่เห็นว่าพวกเรากลับมาจากโรงพยาบาลแล้วต่างกุลีกุจอเข้ามาช่วยขนของ“เป็นยังไงบ้างจ๊ะแม่ หมอว่ายังไงบ้าง” แม่ถามไถ่การของยายอย่างเป็นห่วงเป็นใย ตอนที่ยายต้องแอดมิทน
บทนำห้างสรรพสินค้าชื่อดังใจกลางเมืองกลายเป็นแหล่งนัดเจอกันของต้นหยงและเพื่อนสนิทที่วันนี้ไม่ได้มาทานไอศกรีมหรือเดินเอ้อระเหยลอยชายตากแอร์เฉยๆ แต่พวกเธอนัดกับรุ่นพี่ที่สนิทมากๆ ไว้ต่างหาก“พี่บูมบอกว่ารอเราอยู่ที่ร้านซูชิ” คนพูดมองดูนาฬิกาข้อมือด้วยสีหน้าร้อนรน“งั้นก็รีบไปกันเถอะ เลทมาหลายนาทีแล้ว
พายัพเดินทางมาถึงผับ พบว่าต้นหยงและเพื่อนที่มาด้วยกันเมาแอ๋จนสลบไปแล้ว เขาจึงสั่งให้ลูกน้องคนสนิทคือสิงหาและองอาจแบกร่างเล็กของทั้งคู่ขึ้นชั้นบน การปรากฏตัวของพายัพที่นี่ดึงดูดความสนใจไม่น้อย เพียงไม่นานคิเรย์เจ้าของผับก็ปรากฏตัวขึ้นหลังจากให้เขาทนนั่งรอหลายนาที “มาหากูถึงนี่มีไรวะ” หนุ่มลูกครึ
“พอดีในครัวเด็กมันป่วยกันหลายคนเลยไม่ได้มาทำงาน ป้าขอแรงหนูต้นหยงยกน้ำกับขนมไปให้แขกคุณพายัพหน่อยสิลูก” “แต่เมื่อวานป้าบอกหนูเองนี่คะว่าถ้างานไหนที่คุณพายัพไม่ได้สั่งให้หนูทำ หนูก็ไม่ควรเข้าไปยุ่ง” ฉันยังจำได้เลยนะ ป้าแม่บ้านใหญ่ลืมไปแล้วเหรอ “ก็เมื่อวานมันไม่ใช่งานเร่งงานด่วนเหมือนในตอนนี้ อีกอย่







