LOGIN“ขึ้นไปนั่งบนโซฟาซะ!” เสียงเข้มออกคำสั่งจนร่างเล็กสะดุ้งโหยง เธอเดินหนีบขาด้วยความหวาดกลัวปนอับอายก่อนจะก้าวขาขึ้นนั่งบนโซฟาตัวสีเทาที่ตั้งเด่นกลางห้องน้ำหรู ต้นหยงก้มหน้าร้องไห้กระซิกแทบไม่กล้าสบตาพายัพ เกิดมาทั้งชีวิตนี้ไม่เคยต้องแก้ผ้าต่อหน้าผู้ชายคนไหนมาก่อน ร่างสูงเดินมาหยุดยืนด้านหน้าก่อนจะเชยคางมนขึ้นสบตา เขาแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียมมองคนตัวเล็กที่ร้องไห้จนจมูกแดงเรื่อ “กลัวเหรอต้นหยง” พายัพเอ่ยถามทั้งที่รู้คำตอบอยู่แล้ว ร่างเล็กค่อยๆ พยักหน้าให้เขา “แล้วทำไมตอนโกหกฉันไม่เห็นกลัวเลยล่ะ ถ้าจะมากลัวเอาตอนนี้คงไม่ทันแล้วมั้ง” แรงบีบแก้มจากมือสากทำเอาต้นหยงเจ็บแปลบ จากนั้นเขาก็ปล่อยมือออกจากใบหน้าเธอก่อนจะออกคำสั่งอย่างต่อไป “เลิกทำตัวน่าสงสารได้แล้ว สิ่งที่เธอควรจะทำในตอนนี้คือเอาร่างกายชดใช้หนี้ให้ฉัน รีบๆ จัดการกับมันซะ” เขาข่มขู่พร้อมส่งสายตาให้ต้นหยงมองสิ่งที่แข็งขึงใต้กางเกงหนา มันดุนดันเนื้อผ้าออกมาจนซิบใกล้ปริเต็มที เด็กสาวปาดน้ำตาก่อนจะค่อยๆ รวบรวมความกล้าเอื้อมมือไปรูดซิบกางเกงให้เขา แต่เธอก็ยังคงหวาดกลัวสิ่งที่ซุกซ่อนด้านในอยู่ดี “เอามันออกมาซะต้นหยง” “นะ…หนู
พายัพเดินทางมาถึงผับ พบว่าต้นหยงและเพื่อนที่มาด้วยกันเมาแอ๋จนสลบไปแล้ว เขาจึงสั่งให้ลูกน้องคนสนิทคือสิงหาและองอาจแบกร่างเล็กของทั้งคู่ขึ้นชั้นบน การปรากฏตัวของพายัพที่นี่ดึงดูดความสนใจไม่น้อย เพียงไม่นานคิเรย์เจ้าของผับก็ปรากฏตัวขึ้นหลังจากให้เขาทนนั่งรอหลายนาที “มาหากูถึงนี่มีไรวะ” หนุ่มลูกครึ่งไทยญี่ปุ่นหน้าตาหล่อเหลาเอ่ยถามพร้อมนั่งตรงข้ามเพื่อนสนิท หัวคิ้วขมวดมองด้วยความสงสัย ปกติพายัพเป็นคนติดงานและน้อยมากที่มันจะเป็นฝ่ายมาหาเพื่อนก่อน นอกจากเป็นเรื่องสำคัญจริงๆ “ผับของมึงไม่ได้คัดกรองแขกเลยเหรอวะ ทำไมปล่อยให้เด็กอายุไม่ถึงยี่สิบเข้ามาได้” น้ำเสียงฉุนและใบหน้าแสดงอาการไม่พอใจทำให้คิเรย์รู้ว่าเพื่อนกำลังจริงจังมากแค่ไหน แต่สิ่งที่พายัพพูดมากำลังทำให้เขางุนงง “เด็กที่ไหนของมึงวะ ผับกูการ์ดคุมเข้มทุกคน มันไม่มีใครรอดสายตากูไปได้หรอก” “เหรอ งั้นมึงมาดูนี่” พายัพพูดเสร็จก็ลุกขึ้นเดินนำเจ้าของผับมายังอีกห้องที่สามารถทะลุถึงกันได้ ปรากฏให้เห็นร่างเล็กของเด็กสาวสองคนที่นอนแก้มแดงบนเตียงด้วยความเมามาย “เฮ้ย! น้องเห็ด” คิเรย์ตาโตในทันทีเพราะเด็กสาวชุดสีชมพูคือหลานของตัวเอง ส่
“พอดีในครัวเด็กมันป่วยกันหลายคนเลยไม่ได้มาทำงาน ป้าขอแรงหนูต้นหยงยกน้ำกับขนมไปให้แขกคุณพายัพหน่อยสิลูก” “แต่เมื่อวานป้าบอกหนูเองนี่คะว่าถ้างานไหนที่คุณพายัพไม่ได้สั่งให้หนูทำ หนูก็ไม่ควรเข้าไปยุ่ง” ฉันยังจำได้เลยนะ ป้าแม่บ้านใหญ่ลืมไปแล้วเหรอ “ก็เมื่อวานมันไม่ใช่งานเร่งงานด่วนเหมือนในตอนนี้ อีกอย่างในครัวก็ขาดคนไปเยอะ แต่ถ้าหนูไม่เต็มใจจะช่วยป้าก็ไม่ว่าอะไรหรอก” ฉันดูเป็นคนใจร้ายไปเลย “ก็ได้ค่ะ หนูช่วยก็ได้” รับปากทั้งที่ไม่อยากเห็นหน้าคนใจร้าย เกิดฉันทำอะไรไม่เข้าท่าขึ้นมาอีกคงได้อับอายแขกเขากันพอดี ป้าแม่บ้านใหญ่ให้ฉันนำน้ำและขนมไปเสิร์ฟคู่กับสาวใช้อีกคนยังชั้นบนของบ้าน ภายในห้องมีคุณพายัพนั่งคุยบางอย่างด้วยสีหน้าจริงจัง ผู้รับฟังที่เหลือสี่คนคือเพื่อนของเขา ส่วนผู้หญิงหนึ่งเดียวคือคุณจุ๊บแจง ฉันไม่ได้มองพวกเขานานนักแต่รีบนำน้ำกับขนมไปเสิร์ฟตามหน้าที่ที่ได้รับสั่ง ไม่แน่ใจว่าคุณพายัพตั้งใจมองฉันหรือเปล่า แต่ตอนที่เงยหน้าขึ้นก็ดันสบตาเข้ากับเขาที่จ้องมองกันอยู่ก่อนแล้ว สีหน้าแววตาของเขาเต็มไปด้วยความเย็นชา แล้วคิดว่าเขาทำเป็นแค่คนเดียวเหรอไง ฉันก็ตีหน้านิ่งไร้อารมณ์กลับ เสมือนว่
เจ้าของคลับเอ่ยปากไล่ฉันเองว่าจะไปไหนก็ไป แต่พอฉันจะไปจริง เขาก็สั่งให้พี่ตะวันพาฉันไปรู้จักกับพี่ๆ ที่บาร์เหล้า แล้วอย่างนี้จะมีตัวเลือกให้ตั้งแต่แรกทำไม “นี่คือคุณต้นหยง ลูกหนี้ของคุณพายัพ” พี่ตะวันแนะนำตัวฉันได้ตรงไปตรงมา ไม่มีอ้อม ไม่มีเลี้ยวแม้แต่นิดเดียว ซึ่งเมื่อบอกไปแล้วฉันก็ได้แต่ยิ้มแหยพร้อมยกมือไหว้สวัสดีพวกพี่ๆ ที่จ้องมองมาเป็นตาเดียว “หนูชื่อต้นหยงค่ะ เรียกหยงเฉยๆ ก็ได้ ฝากตัวด้วยนะคะพี่ๆ” อ่อนน้อมถ่อมตนสุดๆ “พี่ชื่อคินทร์นะครับ โสด ยังไม่มีหวานใจ” พี่ผู้ชายคนแรกแนะนำตัวเองด้วยรอยยิ้มหวานแกมกะล่อน พร้อมยื่นมือมาทำความรู้จักกับฉัน แต่เขาก็โดนพี่ผู้หญิงอีกคนกระแทกตัวจนกระเด็นออกจากวงไปซะก่อน “น้อยๆ หน่อยไอ้คินทร์ แกไม่ได้ยินที่ตะวันบอกรึไงว่าน้องต้นหยงเป็นลูกหนี้คุณพายัพ ยังจะหน้าม่อไม่เลือกเดี๋ยวก็ได้หัวกุดหรอก” พี่สาวท่าทางใจดีคนนี้พูดจบก็หันมายิ้มแย้มกับฉัน “พี่ชื่อลิตานะคะ เป็นผู้ช่วยผู้จัดการ ถ้าน้องหยงต้องการอะไรเรียกใช้ได้ตลอดเลย” “โห หยงไม่กล้าหรอกค่ะพี่” ฉันรีบยกมือปฏิเสธเพราะว่าตัวเองไม่ได้ใหญ่โตมาจากไหน เป็นเพียงลูกหนี้เจ้าของคลับเท่านั้น “ไม่ต้องเกรงใจหรอก
“ว้ายยยย!” เสียงกรีดร้องของต้นหยงดังพร้อมกับเสียงน้ำในอ่างที่กระเพื่อมใส่ตัวจนเปียกโชกเพราะพายัพดึงร่างเด็กสาวลงมาจนตอนนี้เธอคร่อมตัวเปล่าเปลือยของเขา “คะ…คุณทำอะไรคะเนี่ย อื้อออ! อึก” ยังไม่ทันได้ส่งเสียงน่ารำคาญไปมากกว่านั้น ริมฝีปากอวบอิ่มโดนประกบจูบอย่างรวดเร็ว แม้จะขัดขืนตั้งใจดิ้นหนีขลุกขลักในอ้อมกอดแข็งแรงแต่กลับโดนมือหยาบจับรั้งไว้แน่น เขาล็อคศรีษะเธอให้เอียงรับจูบเร่าร้อน ฟันคมๆ ขบกัดกลีบปากจนเลือดซิบเพราะเห็นว่าต้นหยงไม่ให้ความร่วมมือ จนเมื่อเธอเผลออ้าปากเพราะความเจ็บ เขาจึงดันลิ้นร้อนเกี่ยวกระหวัด สำรวจทั่วโพรงปากอิ่ม จูบกระชากวิญญาณจนต้นหยงที่ไม่ประสีประสาและพึ่งถูกผู้ชายจูบครั้งแรกแทบขาดอากาศหายใจ “อึก…อื้อ” พายัพป้อนจูบรุนแรงหนักหน่วงใส่เด็กสาวมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งเป็นการลงโทษและความปรารถนาที่กำลังก่อตัว เขาคงเผลอใจไปมากกว่านี้หากต้นหยงไม่ทุบอกซ้ำๆ เรียกสติ “เฮือกกก! ฮึก” เมื่อหลุดจากพันธนาการริมฝีปากเดือดเร่า ต้นหยงที่ทั้งตกใจและเสียขวัญจนไม่อาจกลั้นน้ำตาไหว เธอทั้งเจ็บปากและเจ็บใจที่เขาทำราวกับเธอเป็นแค่ที่ระบายอารมณ์ “ร้องไห้ทำไมวะ!” พายัพถามเสียงหงุดหงิด ทั้งที่เข
หลังกลับจากภูเก็ต ต้นหยงยังต้องทำงานใช้หนี้ที่คฤหาสน์ตระกูลอัครเตโชภิวัฒน์ เพียงแต่งานของเธอไม่ได้มากมายร่ายยาวเป็นหางว่าวเหมือนครั้งแรกอีกแล้ว เด็กสาวรู้มาจากปากแม่นมถึงเรื่องครั้งก่อนที่เขาลงโทษเธอโดยการให้เป็นเหยื่อล่อเสือ เสือที่แปลว่าเสือจริงๆ สัตว์สี่ขาที่เลี้ยงไว้ในคฤหาสน์ของเขา แม่นมบอกว่าจริงๆ มันคือแผนลองใจ คุณพายัพก็แค่อยากรู้ว่าต้นหยงเป็นคนนิสัยใจคออย่างไร และสิ่งที่เห็นคือเด็กสาวออกหน้ารับผิดแทนทุกคน ไม่ได้โยนความผิดให้ใครเลย ตั้งแต่รู้เรื่องนี้เธอก็ระมัดระวังตัวเองเป็นอย่างดีเพราะกลัวเขามีแผนบ้าๆ พิสดารมาลองใจกันอีก ในทุกๆ วันต้นหยงจะรีบทำงานในส่วนของตัวเองให้เสร็จ ทำให้เธอมีเวลามากพอที่จะรับงานเสริมพิเศษเพื่อหารายได้อีกทาง นั่นก็คือเป็นพนักงานพาร์ทไทม์ร้านคาเฟ่ “สวัสดีค่ะคุณลูกค้า รับเมนูอะไรดีคะ” เด็กสาวใบหน้าสวยหวานเด่นสะดุดสายตาแขกหลายคน รอยยิ้มของต้นหยง เรียกได้ว่าทำให้พื้นที่โดยรอบสว่างสดใสขึ้นมาในทันที “พี่เอาชาส้ม ทีรามิสุและก็ชีสเค้กค่ะ” ระหว่างที่กำลังยืนจดเมนูอย่างตกอกตั้งใจ ต้นหยงไม่มีทางรู้เลยว่าการที่เธอหนีมาทำงานแบบนี้กำลังจะสร้างความเดือดร้อนแก่ตัวเอ







