LOGIN“เอ่อ...เมียบอสน่ะสิคะ เดินเข้ามาต่อว่าเพลงซะยกใหญ่ แค่เพลงบอกว่าตอนนี้บอสกำลังยุ่งอยู่เข้าไปไม่ได้ ถึงขนาดกับโยนกล่องข้าวลงบนพื้นอย่างนี้” เพลงดาวตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ แถมยังควงแขนศรัณย์เย้ยอีกต่างหาก
“มันไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ คือฉันทำอาหารเที่ยงมาให้คุณ แต่เธอไม่ยอมให้ฉันเข้าไป”
“แล้วก็ทำลายข้าวของอย่างนี้น่ะเหรอ กลับไปซะแล้วก็ไม่ต้องเสนอหน้ามาที่นี่อีก” ศรัณย์เอ่ยอย่างใส่อารมณ์ แววตาคมที่มองมานั้นไม่มีความรู้สึกเห็นใจเลยสักนิด
เพลงดาวได้ยินอย่างนั้นก็แบะปากมองอย่างสะใจ นี่น่ะเหรอภรรยาของผู้ชายที่เธอรัก สวยซะเปล่าแต่งี่เง่าเต่าตุ่นเป็นไหน ๆ ใครจะอยากได้เป็นเมีย ถ้าไม่เสนอตัวมาให้ เจ้าหล่อนคิดในใจ
“ฮึก...คุณไม่มีเหตุผลเอาซะเลย” ความเสียใจทำให้ดวงตาคู่สวยเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา ยืนมองคนทั้งคู่ด้วยความรู้สึกสมเพช ก่อนจะรีบหมุนตัวเดินออกไปจากตรงนั้น
ศรัณย์มองตามหลังไปจนเธอพ้นระยะสายตา ก่อนจะดึงตัวเพลงดาวเข้าไปในห้อง
“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
“ก็ตามที่เพลงบอกบอสนั่นละค่ะ” เพลงดาวทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้
“พูดความจริงมา ฉันรู้ว่าเธอต้องเป็นฝ่ายเริ่มก่อน” เขารู้นิสัยของเพลงดาวดียิ่งกว่าภรรยาตนเองเสียอีก
“นี่บอสว่าเพลงเหรอคะ”
“ใช่! ผู้หญิงกี่คนแล้วที่เธอทำอย่างนี้ ทำไมฉันจะไม่รู้”
ในเมื่อโกหกไม่ได้เพลงดาวก็ต้องยอมรับความจริง “ก็เพลงหึงบอสนี่คะ” เธอเข้ามาออดอ้อนชายหนุ่มด้วยการซบแก้มที่ต้นแขนแน่น
“จะเป็นใครก็ได้ยกเว้นผู้หญิงคนนี้ ถึงยังไงเธอก็เป็นเมียที่ถูกต้องตามกฎหมายของฉัน ถ้าไม่ให้เกียรติเธอ ก็เท่ากับว่าไม่ให้เกียรติฉัน อีกอย่างคนจะได้ไม่มองเธอในแง่ลบด้วยยังไงล่ะ อย่าทำอย่างนี้อีกถ้าคิดจะเป็นผู้หญิงของฉัน” ศรัณย์คิดว่ามันน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้ว คนที่จะทำอะไรผู้หญิงคนนั้นได้มีแต่เขาคนเดียวเท่านั้น
“ก็ได้ค่ะ เพลงจะเชื่อบอส แต่บอสห้ามรักเธอมากกว่าเพลงนะคะ”
“โอเค ฉันไม่มีทางรักผู้หญิงคนนั้นหรอก”
“เพลงรักบอสที่สุดเลยค่ะ” ได้ยินอย่างนั้นเพลงดาวก็โผเข้ากอดเจ้านายหนุ่มรูปหล่อ แสยะยิ้มอย่างพอใจ ที่แม้ว่าลลิดาจะกอดทะเบียนสมรสไว้ แต่ถึงอย่างไรเธอก็เป็นที่หนึ่งอยู่ดี
...........
ลลิดาเดินร้องไห้ลงมาจากตึก ด้วยความเร่งรีบทำให้เธอไม่ได้มองทางให้ดี จึงชนกับแผงอกของใครบางคนเข้าอย่างจัง
“อุ๊ย! ขอโทษค่ะ”
“ไม่เป็นไรครับ ว่าแต่คุณเจ็บตรงไหนหรือเปล่า” ศรุตพยุงร่างบอบบางเอาไว้ จ้องมองที่ใบหน้าของเธอก็พบกับคราบน้ำตา
“มะ...ไม่เป็นไรค่ะ”
“คุณร้องไห้ มีอะไรเกิดขึ้นงั้นเหรอครับ ดูจากการแต่งตัวแล้วคุณไม่ใช่พนักงาน หรือเป็นลูกค้าของเราครับ มีพนักงานทำอะไรให้คุณไม่พอใจหรือเปล่า”
“ไม่มีค่ะ ฉันขอตัวก่อนนะคะ” ว่าแล้วลลิดาก็รีบวิ่งจากไป
ศรุตมองตามหลังด้วยความเป็นห่วง เธอคนนี้ดูอ่อนแอ น่าทะนุถนอม เห็นแค่ครั้งแรกก็รู้สึกถูกชะตาเสียแล้ว เขาได้แต่คิดว่าหากมีบุญสาวนาต่อกัน ขอให้ได้เจอกับเธออีกครั้ง
*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
ช่วงเย็นของวันนั้น...
หลังจากโดนทำร้ายจิตใจมาเมื่อช่วงเที่ยง ลลิดาก็กลับมานอนร้องไห้อยู่เกือบชั่วโมง หลังจากนั้นเธอก็ตั้งสติอีกครั้ง พยายามลืมเรื่องพวกนั้นออกไปจากสมอง แล้วทำหน้าที่ภรรยาที่ดีต่อไปให้ถึงที่สุด เพื่อความสุขของคนที่รักและเป็นห่วงเธอ
เจ้าหล่อนไม่รู้ว่าวันนี้ศรัณย์จะกลับมาที่บ้านไหม แต่ก็ได้เตรียมอาหารเย็นไว้รอ ตอนนี้ทั้งบ้านเหลือแค่เธอกับคนรับใช้ ส่วนพ่อกับแม่สามีเดินทางไปต่างจังหวัด จึงทำให้บรรยากาศเงียบเหงากว่าปกติ
“คุณดาทานก่อนก็ได้นะคะ วันนี้คุณศรัณย์คงไม่มาแล้วล่ะค่ะ” แม่บ้านที่ชื่อสมัยกล่าว เมื่อเห็นเจ้านายนั่งรออยู่เกือบชั่วโมงแล้ว
“ไม่เป็นไรค่ะพี่สมัย ดาจะรออีกสักพัก”
“ถ้างั้นสมัยขอตัวเข้าครัวก่อนนะคะ”
“ตามสบายเลยค่ะ”
เธอยิ้มให้คนรับใช้ ก่อนจะหันมามองเมนูอาหารตรงหน้าที่อุตส่าห์ทำด้วยตัวเอง มองอยู่อย่างนั้นสักพักน้ำตาก็ไหลลงมา นี่หรือชีวิตแต่งงานของเธอ มันช่างน่าสมเพชเสียจริง หากเลือกได้เธออยากจะอยู่ช่วยงานพ่อกับแม่ที่รีสอร์ต คงจะมีความสุขมากกว่านี้
ขณะกำลังอยู่ในห้วงแห่งความคิด ก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายมาจากนอกบ้าน เจ้าหล่อนรีบปาดน้ำตาแล้วลุกขึ้นเดินออกไปดูทันที
“ฉ้านเดินหวาย ม่ายต้องมาช่วย” เป็นศรัณย์นั่นเองที่ส่งเสียงโวยวาย เดินมาแทบจะไม่เป็นเส้นตรง แต่ยังอวดเก่งผลักคนขับรถให้ออกห่าง
“รีบพาเข้าบ้านก่อนเถอะค่ะ”
“ครับคุณดา”
ในขณะที่พ่อกับแม่กำลังจู๋จี๋กันอยู่นั้น เจ้าหนูศิรินที่นอนอยู่ตรงกลาง ก็มองหน้าคนทั้งสองสลับไปมาอยู่อย่างนั้น“แน่นอน เพราะฉันรู้ว่าในหัวคุณคิดแต่เรื่องใต้สะดือ ขนาดมีลูกแล้วยังหื่นไม่เลิก ทำตัวเหมือนเสือที่ตายอดตายอยากมาเป็นสิบ ๆ ชาติซะอย่างนั้น” ตอนนี้ลลิดาไม่ใช่คนที่เอาแต่เงียบ และยอมรับฟังสามีเพียงฝ่ายเดียว แต่เธอกล้าที่จะพูด กล้าที่จะแสดงความคิดเห็น กล้าที่ต่อล้อต่อเถียงกับเขา ทำให้ชีวิตคู่มีรสชาติมากขึ้น“ยังไม่ชินอีกเหรอ ก็เห็นให้ความร่วมมือด้วยตลอดนี่นา ครางเสียงดังจนนางเอกหนังเอวีต้องยอมแพ้” คนพูดหรี่ตามองอย่างมีเลศนัย ยิ้มมุมปากราวกับเป็นผู้กุมความลับเธอเอาไว้“หุบปากเดี๋ยวนี้เลยนะ เดี๋ยวใครก็มาได้ยินเข้าหรอก อย่างน้อยก็หัดอายลูกบ้าง” ลลิดาลุกขึ้นนั่งแล้วชี้หน้าผู้เป็นสามีอย่างเอาเรื่อง ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบตัว“จะอายใครครับ ที่นี่บ้านพักตากอากาศส่วนตัว ไม่มีใครเข้ามาได้ยินหรอก”“ก็คุณพ่อคุณแม่ยังไงล่ะ ถ้าท่านได้ยินฉันคงจะอายมาก”“แอ้!”ศรัณย์ได้แต่ยิ้มกวน ๆ แล้วหันไปสนใจลูกสาวที่กำลังส่งเสียงร้อง “ศิรินร้องทำไมคะ หนูเห็นด้วยกับพ่อใช่ไหมเอ่ย” ประจวบเหมาะกับที่เจ้าหนูน้อยยิ
ค่ำคืนแห่งแสงสีในย่านบันเทิงใจกลางเมืองหลวง นักท่องเที่ยวหลากหลายเชื้อชาติ ต่างก็ทยอยเข้ามาหาความสำราญในผับชื่อดัง ท่ามกลางแสงสีเสียงอันตื่นตา บรรดานักท่องราตรีต่างก็สนุกกันอย่างสุดเหวี่ยง โยกย้ายเข้ากับจังหวะเพลงสากลที่ดีเจกำลังเปิดแต่อีกมุมหนึ่ง...“ขอชนแก้วหน่อยได้ไหมครับคนสวย”“ได้สิคะ”แกร๊ง!เขาและเธอต่างก็จ้องตากันอย่างหวานซึ้ง ในขณะจิบไวน์สีเลือดนกอยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์บาร์ เรือนร่างอรชร ผิวขาวเนียนตัดกับชุดเดรสสั้นเกาะอกสีดำ ทำให้เธอดูมีเสน่ห์น่าค้นหาในสายตาชายหนุ่ม เป็นดาวเด่นที่ใคร ๆ ต่างก็อยากเข้ามาทำความรู้จัก“ไม่ทราบว่าคุณชื่ออะไรครับ ผมต่อ ยินดีที่ได้รู้จัก”“เพลงค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ”“แล้วนี่มาคนเดียวเหรอครับ”“ค่ะมาคนเดียว แล้วคุณล่ะ”“ผมก็มาคนเดียวเหมือนกันครับ สวย ๆ อย่างคุณมาคนเดียวอย่างนี้แฟนไม่หวงแย่เหรอครับ” เขาว่าพลางส่งสายตากรุ้มกริ่มมาให้เธอ“โทษทีนะคะ ฉันไม่มีแฟน โสดร้อยเปอร์เซ็นต์”“แสดงว่า...คืนนี้ผมชวนคุณดื่มได้ทั้งคืนเลยใช่ไหม” ชายหนุ่มเอื้อมมือมาลูบไล้ที่ต้นขาขาวเนียน ลองเสี่ยงดวงว่าอีกฝ่ายจะตอบรับอย่างไร“ได้สิคะถ้าเงินคุณหนาพอ พูดแค่นี้คุณ
ลลิดายอมเปลี่ยนอิริยาบถ เอียงหน้าซบแก้มขาวที่หมอนนุ่ม หลับตารอรับการสัมผัสจากชายหนุ่ม ชุดนอนที่เธอสวมใส่นั้นเป็นเดรสยาวสายเดี่ยวสีขาว เมื่อเนื้อผ้าบางแนบกับผิวกาย ทำให้มองเห็นเนื้อหนังมังสาได้อย่างถนัดตาเลยทีเดียวเห็นอย่างนั้นศรัณย์ก็กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ พยายามระงับอารมณ์หื่นของตัวเอง โดยการนับหนึ่งถึงสิบในใจ“จะเริ่มหรือยังคะ”“อ้อ ระ...เริ่มเดี๋ยวนี้ล่ะ” มืออันสั่นเทาเลื้อยลงไปสัมผัสที่แผ่นหลังผ่านเนื้อผ้าบางเบา ชายหนุ่มค่อย ๆ ออกแรงบีบนวดที่ผิวกายของเธอ“อืม คุณนี่ก็เก่งเหมือนกันนะ รู้สึกดีจังเลยค่ะ” เจ้าหล่อนหลับตาพริ้มอย่างรู้สึกผ่อนคลาย“เห็นไหมล่ะบอกแล้วว่าฉันนวดเก่ง”ศรัณย์พยายามห้ามความต้องการแต่กลับทำไม่ได้ เมื่อส่วนที่อยู่กลางกายเริ่มแข็งตัว จนบ๊อกเซอร์ตัวน้อยตุงขึ้นมา จนต้องละมือข้างหนึ่งมากุมเอาไว้“มึงจะมาแข็งอะไรตอนนี้วะ” ศรัณย์บ่นให้กับลูกชายเองเบา ๆ“อะไรนะคะ”“ปะ...เปล่าไม่มีอะไร เป็นไงโอเคไหม”“โอเคมากเลยค่ะ นวดให้ฉันอย่างนี้ทุกคืนเลยได้ไหม”“ได้สิถ้าเธอต้องการ เอาวะเป็นไงเป็นกัน” ในเมื่อห้ามความต้องการของตัวเองไม่ได้ ศรัณย์ตัดสินใจเผด็จศึก โน้มตัวลงไปทับทาบร่างบา
พักฟื้นที่โรงพยาบาลได้สักพัก ลลิดาก็ออกมาพักฟื้นต่อที่บ้าน คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ต่างก็ช่วยกันดูแลลูกน้อยอย่างแข็งขัน แม้ว่าการเลี้ยงดูเด็กทารกนั้นจะเหนื่อย แต่ทว่าทั้งสองกลับมีความสุขมาก มองข้ามความเหนื่อยล้านั้นไปได้ เมื่อเห็นความน่ารักสดใสของ ‘ศิริน’ ลูกสาวสุดที่รัก“อุแว๊ ๆ ๆ”“ทำไมปล่อยให้ลูกร้องเสียงดังขนาดนั้นคะคุณ” ลลิดาเอ่ยถามผู้เป็นสามี เมื่อเดินออกมาจากห้องน้ำ แล้วได้ยินเสียงลูกสาวร้อง“ไม่รู้เหมือนกันจู่ ๆ ก็ร้องอ่ะ” คนเป็นพ่อพยายามหยอกลูกสาวเพื่อให้หยุดร้อง แต่ทว่ากลับไม่ได้ผลเสียที“สงสัยคงจะหิวนมมั้ง เอาลูกมานี่” เจ้าหล่อนยื่นมือไปรับลูกสาวมาอุ้มไว้เอง“อุแว๊ ๆ ๆ”“โอ๋ ๆ ไม่ร้องนะหนูรินคนดีของแม่”ศรัณย์ได้แต่นั่งมองตาแป๋วอยู่ข้าง ๆ อย่างตั้งใจ ส่วนตอนนี้ลลิดาถลกเสื้อขึ้นไปกองไว้บนเนินอกเพื่อให้ลูกสาวดื่มนมได้สะดวก“สงสัยจะหิวนมแน่ ๆ ดูสิดูดใหญ่เชียว” ศรัณย์ว่าพลางจ้องมองอย่างตั้งใจลลิดาก้มมองลูกสาวดื่มนมอย่างเอ็นดู ทว่าในตอนนี้กลับไม่ได้ยินเสียงสามี จึงเงยหน้าขึ้นมามอง เห็นศรัณย์จ้องมองที่เนินอกตนเองอย่างตั้งใจ แถมยังกลืนน้ำลายตามไปด้วย แค่นั้นก็รู้แล้วว่าอีกฝ่ายกำลังคิด
7 เดือนต่อมา…“อุแว้ ๆ ๆ”“ยินดีด้วยนะคะคุณพ่อ ลูกสาวคุณน่ารักมากค่ะ” พยาบาลกล่าวแสดงความยินดี พร้อมทั้งอุ้มทารกตัวน้อยที่เพิ่งจะคลอด มาให้ผู้เป็นพ่อที่ยืนให้กำลังใจภรรยาอยู่ข้างเตียง“ขอบคุณครับ ลูกพ่อน่ารักน่าชังเหลือเกิน”ศรัณย์ยิ้มไม่หุบ รับลูกน้อยมาอุ้มไว้เอง เห็นความน่ารักของเจ้าตัวน้อยน้ำตาก็ไหล ในที่สุดวันที่เขารอคอยก็มาถึงเสียที“ลูกเราน่ารักมากเลยดาดูสิ” ชายหนุ่มอุ้มลูกสาวมาให้ภรรยาดูใกล้ ๆ“ลูกแม่ ฮึก น่ารักเหลือเกิน” ลลิดาน้ำตาไหลพราก ยิ้มอย่างมีความสุข เอื้อมมือไปสัมผัสที่แก้มอย่างทะนุถนอม มองหน้าลูกสาวสลับกับสามีด้วยความปลาบปลื้มใจ ก่อนที่ภาพทุกอย่างจะพร่ามัวขึ้นเรื่อย ๆ จนทุกอย่างดับลงไปในที่สุด...........เปลือกตาสวยขยับแล้วเปิดขึ้นช้า ๆ ทำให้ภาพของเพดานห้องที่ไม่คุ้นตาชัดขึ้นเรื่อย ๆ ลลิดาไม่รู้ว่าตัวเองหลับไปนานเท่าไหร่ แต่ก็พอจะรู้ว่าตอนนี้ตนเองอยู่ในห้องพักฟื้นในโรงพยาบาล เอียงหน้าไปทางซ้ายเล็กน้อย ก็เห็นใครบางคนนั่งฟุบหน้าหลับอยู่ข้างเตียง“คุณศรัณย์คะ”“...”เมื่อเรียกแล้วเขาไม่ยอมตื่น จึงปล่อยให้นอนหลับต่อไป เธอทำได้เพียงมองแล้วยิ้มให้กับความน่ารักของสามี เอื้อ
มือเรียวข้างหนึ่งถูกศรัณย์จับเอาไว้ ส่วนอีกข้างเธอลูบไล้ที่พวงแก้มเขาอย่างทะนุถนอม ส่งสายตาพร้อมกับรอยยิ้มหวาน ๆ ทำให้ภายในห้องอบอวลไปด้วยบรรยากาศที่สุดแสนจะโรแมนติก“ขอบคุณนะ ที่ดูแลฉันเป็นอย่างดีช่วงที่อยู่ในโรงพยาบาล”“ไม่เห็นจะต้องขอบใจ มันคือหน้าที่ของฉันอยู่แล้ว”“รู้ไหมว่าการที่ได้แกล้งนอนนิ่ง ๆ ฟังเธอบอกว่ารักทุกวัน มันมีความสุขมากแค่ไหน จนฉันไม่อยากจะลืมตาขึ้นมาเลยล่ะ”“คนบ้า ทำอะไรพิเรนทร์เสียจริง รู้ไหมว่าฉันเป็นห่วงคุณมากแค่ไหน”“รู้สิครับ ทำไมจะไม่รู้ล่ะ ก็มาเฝ้าไม่เคยห่างเลย แถมยังแอบจุ๊บเหม่งเค้าอีกด้วย แล้วตอนนี้ไม่ทำแล้วเหรอครับ” ศรัณย์ทำเสียงอ้อน“ไม่เอาหรอก น่าอายจะตาย ถ้ารู้ว่าคุณรู้สึกตัวฉันจะไม่มีวันทำอย่างนั้นเด็ดขาด”“นะครับ อยากให้ทำ”“โอเค ๆ ทำก็ได้ หลับตาก่อนสิคะ”ศรัณย์ยิ้มแล้วรีบหลับตาลง รออย่างใจจดใจจ่อ เห็นอย่างนั้นลลิดาก็ขำ โน้มใบหน้าลงไปจุมพิตที่กลางหน้าผาก แต่ทว่าในช่วงจังหวะนั้น ศรัณย์กลับไม่ยอมให้เธอละใบหน้าออกมา ยกมือขึ้นไปรั้งที่ต้นคอ บดจูบริมฝีปากบางอย่างดูดดื่ม ให้สมกับที่รอคอยมานาน ส่งปลายลิ้นเข้าไปสอดประสานกันอย่างสนุกนาน ได้ลิ้มลองรสชาติความห
“จะไปไหนก็ไป”ลลิดาเดินเข้าไปในห้องแต่งตัว ก่อนจะพยายามถอดชุดเจ้าสาว แต่ทว่าเธอกลับไม่สามารถรูดซิปด้านหลังได้ พยายามอยู่นานจนคิดว่าต้องมีใครสักคนช่วย“ทำไมมันถอดยากถอดเย็นอย่างนี้นะ เฮ้อ! คงไม่มีทางเลือกแล้วสินะ” ว่าแล้วก็เดินออกไปจากห้องแต่งตัว เพื่อให้เจ้าบ่าวช่วยรูดซิปลงให้เดินออกมาแล้วลลิดาก็เ
บ้านวรกิจโชติไพศาลงานเลี้ยงที่โรงแรมผ่านไปได้ด้วยดี ทุกคนจึงกลับมาที่บ้าน เพื่อทำการส่งเจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้าเรือนหอ ก่อนที่พ่อกับแม่ของลลิดาจะบินกลับไปยังเชียงใหม่ในคืนนี้เลย“รักษาเนื้อรักษาตัวให้ดีนะลูก เชื่อฟังคุณลุงคุณป้า อย่าทำให้ท่านทั้งสองต้องลำบากใจนะ” วรรณสาเอ่ยกับลูกสาวสุดที่รัก สีหน้าคนเป
ภายในห้องโถงที่ใหญ่ที่สุดของโรงแรม ตอนนี้มีงานวิวาห์ใหญ่เกิดขึ้น บรรดาแขกเหรื่อในแวดวงสังคมชั้นสูง ต่างก็ทยอยเข้าร่วมงานแต่งของลูกชายนักธุรกิจชื่อดัง ส่วนเจ้าสาวนั้นแทบจะไม่มีใครรู้จักความเป็นมาของเธอ นั่นเพราะเจ้าหล่อนเป็นเพียงลูกสาวเจ้าของรีสอร์ตโนเนม ในจังหวัดเชียงใหม่เพียงเท่านั้นคู่บ่าวสาวที่
“ถ้าอย่างนั้นฉันขอให้แกโชคดีนะ ขอให้พ่อกับแม่ยอมรับในตัวแกและแฟนของแกด้วย” ลลิดาส่งรอยยิ้มแห่งความปรารถนาดีให้ พร้อมกับตบไหล่เพื่อนเบา ๆ“ขอบใจมากเพื่อน ว่าแต่แกเถอะตอนนี้รู้สึกดีขึ้นหรือยัง”“ฉันไม่มีวันรู้สึกดีขึ้นหรอก จนกว่าคุณศรัณย์จะฟื้น” แววตาของเธอเศร้าลงทันที หันไปมองหน้าคนป่วยที่นอนหลับตาอ



![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



