Partager

เกือบถึงฆาต

last update Date de publication: 2026-08-06 16:54:16

1

เกือบถึงฆาต

เพราะเบื่อจะฟังคำบ่นของแม่ ที่ไม่เห็นด้วยเรื่องที่เธออยากหย่า

นิสราจึงบึ่งรถกลับกรุงเทพฯ ก่อนเปิดเทอมถึงสองสัปดาห์

ดีที่ว่ารถไม่ติด จากเขาใหญ่มาถึงคอนโดฯ ที่พักแค่สองสามชั่วโมงเท่านั้น

นอกจากบอกเรื่องที่เขาพูดจาเหยียดเธอทางโทรศัพท์กับคนที่ชื่อลิลลี่

นิสราก็ไม่ได้บอกทางบ้านว่าเขามีแฟนแล้ว กลัวพี่ชายจะหัวเราะเยาะหนักกว่าเดิม แต่มันไม่ใช่ความผิดของเธอเสียหน่อย กรรณต่างหากที่ปกปิดเธอกับครอบครัว

เพราะก่อนจะมาถึงขั้นจดทะเบียนสมรสกันนั้น แม่ของเขาก็ยืนยันว่ากรรณไม่มีคนที่คบหากันจริงจัง ที่ผ่านมาก็ธรรมดาผู้ชายหน้าตาดี ก็มีหญิงสาวเข้าหามากหน้าหลายตา แต่กรรณไม่ได้คบใครจริงจัง และมารดาเขายังย้ำอีกว่ากรรณยินดีแต่งงานกับเธอ

เพราะความรัก ความหลงในรูปร่างหน้าตาของเขาแท้ๆ ทำให้เธอหลับหูหลับตาเชื่อ หรือถ้าอีกฝ่ายจะคบใครอยู่ ในตอนนั้นเธอก็ไม่แคร์ เพราะอยากได้เขามาเป็นผัวจริงๆ เพ้อฝันถึงความรักที่สมบูรณ์แบบ

แต่ตอนนี้ตาสว่างแล้ว เขายอมจดทะเบียนด้วยก็เพราะเงินอย่างเดียว ไม่ได้พิศวาสอะไรเธอ

ส่องกระจกแล้วพิจารณาตัวเองอย่างถี่ถ้วนแบบไม่เพ้อฝัน ก็พอเข้าใจได้

คนที่หน้าตารูปร่างเหมือนพระเจ้าสร้างขนาดนั้นจะมาตกลงปลงใจกับผู้หญิงบ้านๆ ที่หน้าตารูปร่างตรงกันข้ามกับเขาได้อย่างไร

แต่การหลอกลวงและคำเหยียดหยามพูดร้ายกาจนั้น เธอจะไม่มีวันให้อภัยเด็ดขาด!

คิดแล้วโมโหจริงๆ และการจะคลายความรู้สึกนั้นได้คือการกินของอร่อย จากนั้นเธอก็สั่งอาหารและเครื่องดื่มจากเดลิเวอร์ลี่มากินอย่างเต็มคราบ

ในตอนค่ำก่อนนอน ก็ยังกินขนมขบเคี้ยวและน้ำอัดลมขณะดูซีรีส์ กระทั่งหลับไปเหมือนทุกค่ำคืน

เพราะกลุ่มเพื่อนสนิทที่มีกันอยู่สามคน เกศสิริยังไม่กลับจากบ้านต่างจังหวัด ส่วนพีรพลหรือพีช หนุ่มหน้าสวยคนเดียวในกลุ่ม ก็ไปเที่ยวเมืองนอกกับครอบครัว

ห้องพักมีสองห้องนอน เธออยู่กับเพื่อนอีกคนชื่อ

เกศสิริ เป็นเพื่อนร่วมคณะ และเคยเป็นรูมเมทหอในตอนปีหนึ่ง พอขึ้นปีสองก็ย้ายออกมาเช่าคอนโดฯ ใกล้กับมหาวิทยาลัยด้วยกัน

นิสราจึงใช้ชีวิตคนเดียวอยู่ในคอนโดฯ ด้วยการกินกับนอนและดูซีรีส์ มีออกไปชอปปิงบ้าง แต่ส่วนใหญ่เข้าๆ ออกๆ อยู่กับชุปเปอร์มาร์เก็ตมากกว่า

กระทั่งคืนหนึ่งขณะที่กำลังหลับหน้าจอทีวีในห้องนั่งเล่น และซีรีส์เรื่องโปรดก็ยังเล่นอยู่ เธอก็สะดุ้งตื่นเพราะได้ยินเสียงกริ่งดังลั่นไปทั้งตึก พร้อมเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจของผู้คน รวมทั้งเสียงตะโกนโหวกเหวกว่าไฟไหม้

เธอนั่งงัวเงียอยู่ชั่วครู่ ก่อนได้สติรีบหยิบโทรศัพท์กับกระเป๋าสตางค์แล้ววิ่งออกจากห้องพัก

ผู้คนเต็มโถงทางเดิน เสียงร้องด้วยความตกใจ วิ่งไปที่ประตูหนีไฟ เธอก็วิ่งตาม เดินลงบันได ถูกเบียดจนล้มก็หลายครั้ง เพราะห้องพักอยู่ชั้นเก้า

ลงมาถึงแค่ไม่กี่ชั้นเดียว ขาก็ล้า เหนื่อยแทบจะขาดใจ แต่ก็ต้องเดินต่อไป กระทั่งร่างกายไม่ไหว ไหนจะถูกเบียด ถูกกระแทกจากคนที่วิ่งมาจากด้านหลัง

นิสราล้มลง และโลกเบื้องหน้าก็ดับวูบไปทันที

ในตอนที่รู้สึกตัวนั้น ร่างกายปวกเปียกจนขยับตัวไม่ได้ เปลือกตาก็หนักอึ้ง กว่าจะค่อยๆ เปิดตาขึ้นมาได้นั้นแสนลำบาก และภาพตรงหน้าพร่าเบลอ แต่กลิ่นบางอย่างทำให้เธอรับรู้ว่านี่คือโรงพยาบาล

ในหัวสมองที่หนักอึ้งก็พยายามทวนความจำ กับภาพสุดท้ายของตนเอง

ใช่แล้ว เธอเป็นลมหน้ามืดขณะวิ่งลงบันไดหนีไฟในคอนโดฯ ที่พัก จนถึงตอนนี้อาการเหนื่อยหอบเหมือนจะยังไม่หาย

เธอมองข้างเตียงเห็นเสาน้ำเกลือ ที่แขนมีเข็มน้ำเกลือปักอยู่ ก่อนค่อยๆ มองรอบห้อง เห็นแม่นั่งคู้ตัวอยู่บนโซฟายาว ท่าทางแม่เหนื่อยล้า เหมือนอดนอนมานาน ทำให้สงสัยว่าเธอหลับไปนานแค่ไหน

ทันใดแม่ก็ขยับตัว แล้วลืมตาขึ้นหันมามองเธอ

“นิส ลูกฟื้นแล้วเหรอ” น้ำเสียงตื่นเต้นดีใจนั้นดังขึ้น ก่อนร่างของผู้เป็นแม่จะรีบเดินมาเกาะขอบเตียง

“แม่ หนูขอน้ำหน่อย”

“ได้ลูก” เกสรเดินไปเทน้ำจากเหยือกใส่แก้ว พยุงลูกสาวให้ศีรษะยกสูง แล้วยกแก้วน้ำให้ดื่มจากหลอด

“เดี๋ยวแม่เรียกหมอมาดูอาการก่อนนะ” จากนั้นเกสรก็รีบเดินออกไปนอกห้อง เพื่อแจ้งพยาบาลหน้าเคาน์เตอร์

ไม่กี่นาทีต่อมาหมอพร้อมพยาบาลก็เข้ามาตรวจร่างกายของนิสราอีกครั้ง ก่อนจะแจ้งเรื่องสุขภาพของเธอ

ซึ่งพอฟังแพทย์เจ้าของไข้แจกแจงแล้ว เธอก็น้ำตาคลอเบ้า ไหนจะไขมัน น้ำตาลในเลือดสูง แนวโน้มโรคเบาหวาน ไต หัวใจล้มเหลว เพราะโรคหลอดเลือดต่างๆ และอีกสารพัดโรคที่มีความเสี่ยง

สรุปถ้าไม่อยากตายในเร็ววัน โปรดลดน้ำหนักตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

“อยากให้ดูแลเรื่องอาหารการกินเป็นหลัก แล้วออกกำลังกายให้ได้อาทิตย์ละสองสามวันก็ยังดี และห้ามเด็ดขาด อย่าใช้ยาลดความอ้วน”

นั่นคือประโยคหวังดีที่คุณหมดทิ้งท้ายไว้ให้ ก่อนจะเดินออกจากห้องพักฟื้นของเธอ

“นิส แม่ขอโทษนะที่เลี้ยงหนูให้อ้วน”

แม่พูดกับเธอเสียงสั่นเครือ ก่อนจะปล่อยโฮในเวลาต่อมา

“แม่ไม่ต้องร้องสิ และไม่ต้องขอโทษหนูหรอก หนูผิดเองที่ตะกละ”

“แต่แม่ก็ตามใจนิสไง โดยเฉพาะของทอดของมัน น้ำอัดลม แม่ก็ตามใจลูกตั้งแต่เด็ก ฮือๆ แม่ผิดเอง”

“แม่ พอแล้ว เอาเป็นว่า เรามาเริ่มเรื่องการกินใหม่”

“หมายความว่า” สีหน้าเกสรมีแววตื่นเต้น

“หนูจะลดน้ำหนัก และกินแต่ของที่ดีต่อสุขภาพ”

“นิสทำได้จริงๆ เหรอ หมูสามชั้นทอดน้ำปลา คอหมูย่าง ไก่ทอด น้ำอัดลม ขนมกรุบกรอบ เค้ก ครัวซองค์ช็อกโกแลต โรตีสายไหมสารพัดสี แล้วไหนจะ...”

“แม่ พอก่อน!” เพราะที่แม่พรรณนามานั้นทำให้น้ำลายสอขึ้นมาทันที

“ได้ๆ แต่แม่ว่ามันก็กินได้นะ แต่แค่ลดน้อยลง” แม่บอกให้มีความหวัง คงกลัวเธอตรอมใจตายก่อนผอม หากไม่ได้กินของโปรด

“ค่ะ หนูก็ว่างั้น” เธอก็รีบเออออทันที เพราะจู่ๆ จะมาให้เลิกกันของโปรดแบบฉับพลันทันใดนั้นมันยากเกินไป

 :::::::::::::::::::

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • หนี้วิวาห์ปรารถนา   เราจะสวยไปด้วยกัน 4

    “คืองี้นะ...” เกศสิริเล่าเรื่องของตัวเอง ตั้งแต่พ่อเป็นหนี้ กระทั่งมาถึงวิธีแก้ปัญหาที่ต้องแต่งงานกับนริศ โดยมีนิสราช่วยอธิบายเป็นบางครั้ง“โอ๊ย นี่ฉันอยู่ในโลกของความจริงใช่ไหม ไม่ได้ทะลุมิติเข้าไปในโลกนิยายของนักเขียนคนไหนอยู่”นั่นคือคำพูดของพีชหลังจากฟังเรื่องเล่าของเพื่อนทั้งสองจบแล้ว“แล้วคือยัยเกดอยากสวยเพื่อพิชิตใจผัวว่างั้นเถอะ”“แหม แกก็พูดเกินไป” เกศสิริตีแขนเพื่อนหนุ่มหน้าสวยเบาๆ ใบหน้าร้อนผ่าว“โห อาการออกขนาดนี้ ว่าแต่ตัวจริงพี่เนสหล่อมากไหม” พีชก็เคยเห็นแต่ภาพที่นิสราอวดว่ามีพี่ชายหล่อ“ก็หล่อกว่าในภาพอยู่นะ” เกศสิริว่าแล้วเอาอัลบั้มภาพคู่ในชุดบ่าวสาวให้พีชดู“เชี่ย ยัยเกด ชาติที่แล้วแกทำบุญมาดีมากนะ ผัวทั้งหล่อและรวยขนาดนี้ แล้ว...เออ ใหญ่ด้วยไหม” คำถามสุดท้ายทำเกศสิริตกใจแรง ก่อนโวยวาย“บ้าเหรอ ฉันจะไปรู้ไหมล่ะ!”“อีบ้า เขายังไม่ได้กัน เพิ่งแต่งเนาะ” นิสรานั่นเองที่เป็นคนตอบ“โอ๊ย หล่อขนาดนี้ แกรีบเข้าเลยนะยัยเกด หลุดมือไปละแย่เลย”“ฉันก็ว่าแบบนั้นแหละ งั้นแกอย่าช้ารีบมาสอนแต่งหน้าก่อนเหอะ” นิสราหยิบเครื่องสำอางที่ซื้อมาทั้งหมดวางตรงหน้าเพื่อนหนุ่ม“จริงๆ แล้วแกสองคนห

  • หนี้วิวาห์ปรารถนา   เราจะสวยไปด้วยกัน 3

    “เกิดอะไรขึ้นยะ จู่ๆ อยากมาแต่งหน้าแต่งตา” พีชที่เพิ่งกลับจากเที่ยวกับครอบครัว แล้วถูกสองสาวเรียกตัวด่วนมาสอนแต่งหน้า ก็ถามขึ้นด้วยความสงสัย“ก็อยากสวยมั้ง” นิสราเป็นคนบอก“จู่ๆ อยากสวยขึ้นมานี่นะ มีอะไรเป็นพิเศษ บอกมาไม่งั้นไม่สอนนะ” พีชตั้งเงื่อนไขทันที เพราะรู้สึกว่าเพื่อนทั้งสองมีเรื่องราวของการอยากสวยปัจจุบันทันด่วนแบบนี้ทำเอาเกศสิริกับนิสราหันไปมองหน้ากัน เหมือนปรึกษาทางสายตาว่าใครจะเริ่มต้นเล่าก่อน“ว่าไงๆ ไม่เล่าฉันจะกลับละ ฉันเพิ่งกลับอยากเจอหนุ่มกลัดมันมากกว่าพวกแกทั้งสองนะยะ”“เออๆ เล่าก็ได้” นิสราเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าจำยอม“งั้นก็เล่ามา”“คือเรื่องของฉัน มันเป็นแบบนี้นะ...” นิสราเริ่มต้นเล่าเรื่องการแต่งงานของตนเองกับกรรณ จบท้ายด้วยคำหยามเหยียดของเขาต่อรูปร่างหน้าตาของเธอ“เขาหล่อมากเหรอวะแก”“หล่อมาก เหมือนเทพบุตรลอยมาจากฟากฟ้า”“เว่อร์น่า หล่อขนาดนั้นทำไมไม่เป็นดาราให้รู้แล้วรู้รอด”“ก็เขาไม่อยากเป็นดาราไง”“อยากดูหน้าทันที”“ดูซะ” นิสราก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา หาภาพของกรรณให้เพื่อนดู“โอ้พระเจ้า พระเจ้าๆ นี่คนใช่ไหม” พีชถึงกับอุทานออกมาทันที หน้าตาดูตื่นเต้นอย่างชัดเจน“ก็บอ

  • หนี้วิวาห์ปรารถนา   เราจะสวยไปด้วยกัน 2

    “ไปแก ซื้อเสื้อผ้าเถอะ” หลังจากกินชาบูจนอิ่มตามด้วยไอศกรีม นิสราก็ลากแขนเกศสิริเข้าไปในร้านเสื้อผ้า แบรนด์ที่วัยรุ่นหนุ่มสาวนิยม เพราะราคาไม่แพงมาก แต่ก็มีดีไซน์สวยๆ ให้เลือกหลากหลาย แต่ไม่ได้มีเสื้อผ้าพลัสไซส์สำหรับนิสรา แต่เธอก็ตั้งใจอยากเลือกซื้อให้เกศสิริมากกว่าขณะที่ทั้งสองกำลังชุดอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงทักทายดังมาจากด้านหลัง“อ้วนผอมจอมเชยมาซื้อเสื้อผ้าเหรอจ๊ะ”เกศสิริกับนิสรามองหน้ากัน แล้วทำหน้าเบื่อหน่าย เพราะไม่คิดว่าโลกจะกลมขนาดนี้ ก่อนจะหันไปมองเจ้าของเสียงที่แสนคุ้นหูวันนี้สาวสวยคนดังประจำคณะอยู่ในชุดกระโปรงยีนส์สั้นแค่คืบ และใส่เสื้อครอปเลยฐานอกมาแค่ไม่กี่เซ็น แต่งหน้าสวยเฉี่ยว อายไลน์เนอร์คมกริบ ใส่รองเท้าผ้าใบสีขาว“มาซื้อแมวมั้ง” นิสราว่า“นี่ยัยอ้วน ฉันถามดีๆ นะ!” แหวใส่ทันที“ก็มาซื้อเสื้อผ้านั่นแหละ” เกศสิริตอบเสียงเรียบ แม้จะไม่อยากคุยกับอีกฝ่ายเท่าไรนัก เพราะเจอหน้าทีไร ไม่เคยเรียกชื่อจริงๆ เรียกแต่อ้วนผอมจอมเชย ทุกครั้ง ถึงแม้เธอจะผอม และนิสราจะอ้วน แต่ไม่อยากให้ใครมาตอกย้ำ และเรียกในเชิงบูลลี่แบบนี้“ให้ฉันช่วยเลือกให้ไหม แต่อือ น่าจะเลือกให้ได้แต่ยัยผอม เพราะ

  • หนี้วิวาห์ปรารถนา   เราจะสวยไปด้วยกัน 1

    5เราจะสวยไปด้วยกัน“เรียบร้อยไหม” นิสราถามขึ้น หลังจากทั้งสองได้ภาพถ่ายจากสตูดิโอแล้ว เกศสิริก็ส่งภาพถ่ายคู่กับนริศและภาพที่ถ่ายร่วมกับครอบครัวของเขา รวมทั้งทะเบียนสมรสให้พ่อดู พร้อมโอนเงินให้แสนหนึ่ง“เรียบร้อย พอบอกว่าได้ผัวรวย พร้อมโอนเงินให้แสนหนึ่ง พ่อก็โอเคอยู่แล้ว”พ่อเธอสนแค่เงิน เพราะฉะนั้นเมื่อบอกว่าได้ผัวรวย โอนเงินให้แสนหนึ่งไปใช้หนี้ห้าหมื่น ที่เหลือเก็บไว้ใช้ พ่อก็พอใจ แต่ก็มีโวยวายว่าแต่งงานทั้งทีทำไมไม่ให้พ่อไปร่วมงาน เธอจึงได้แต่บอกไปว่า‘มันแต่งเร่งด่วนน่ะพ่อ หนูก็ไม่คิดว่าเขาจะใจอยากแต่งปุบปับ’[มึงท้องเหรอ]‘เปล่า แต่แบบมีผู้หญิงจ้องจับเขาเยอะ เขารำคาญเลยแต่งกับหนู เพื่อไม่ให้ผู้หญิงพวกนั้นรู้ว่าเขามีเมียแล้ว’[ท่าทางผัวมึงนี่จะเนื้อหอมจริงๆ]‘ก็เขาทั้งหล่อ รวยไงพ่อ สเปกของผู้หญิงทั้งโลก’[ไหนว่าผัวรวย ทำไมให้เงินแกแค่นี้]‘ก็หนูขอแค่นี้ไง ถ้าขอเยอะ เขาจะคิดว่าเราหน้าเงิน แล้วเกิดเขาเบื่อขอเลิกน่ะสิ จริงๆ แล้วฐานะขนาดเขาหาเมียฐานะเท่าเทียมกันไม่ยากเลย แต่เขาก็เลือกหนู เพราะงั้นหนูก็อยากให้เขารักนานๆ หรือตลอดไป พ่อเข้าใจไหม’[เออๆ เข้าใจแล้ว แต่มึงต้องส่งเงินให้กู

  • หนี้วิวาห์ปรารถนา   จากเพื่อนสนิทเป็นพี่สะใภ้ 3

    “คุยกับสามีเป็นไงบ้างล่ะ” นิสราถามขึ้น เมื่อพ่อแม่และพี่ชายกลับบ้านไปแล้ว“ฉันเกือบเหวี่ยงหมอนอิงใส่หน้าพี่เขา” เกศสิริบอกเพื่อนไปตรงๆ“ฮ่าๆ” นิสราหัวเราะร่วนอย่างชอบใจ“หมอนอิงไม่พอแก ต้องเจอขวดเบียร์เท่านั้น กวนตีนใช่ไหม”“ไม่ขนาดนั้น แต่ก็แบบกวนประสาทบอกไม่ถูก”“เขาพูดอะไรให้อยากเหวี่ยงหมอนใส่เหรอ”“ก็แบบ...” เกศสิริเล่าบทสนทนาของเธอกับนริศให้เพื่อนรักฟังทุกถ้อยคำ โดยเฉพาะคำว่า ‘ไม่เป็นไร’ ของนริศ“แก นี่พี่เนสซอฟกับแกแล้วนะ โห ถ้าเป็นฉัน กวนยิ่งกว่านี้อีก”“นี่ซอฟแล้วเหรอ”“ใช่แล้ว แต่จะว่าไปคำว่า ‘ไม่เป็นไร’ ของพี่เนสนั้น มันก็อาจหมายถึงเขายอมรับการเป็นผัวของแก โดยไม่มีการโต้แย้งใดๆ”“เฮ้ย แกก็คิดไป”“อ้าวจริงๆ ฉันเป็นน้องพี่เนส ฉันรู้นิสัยเขา ถ้าพี่เนสไม่ชอบใจอะไรเขาก็พูดออกมาเลย การตอบรับคำของแกว่าไม่เป็นไร ก็คือไม่เป็นไรจริงๆ”“แกหยุดพูดคำนี้ก่อนเหอะ ขอร้อง”“เออๆ ลืมไป กินข้าวกันดีกว่า” พูดจบนิสราทำท่าจะเดินเข้าแพนทรี“หยุดเลย แกไม่ต้องทำไรทั้งนั้น ฉันจะอุ่นอาหารคลีนให้”“เฮ้ย วันนี้ขอฉลองที่แกได้ผัว ด้วยอาหารอย่างอื่นไม่ได้เหรอ”“แม่สั่งไว้ว่าต้องเข้มงวดเรื่องการกินของแก นะ

  • หนี้วิวาห์ปรารถนา   จากเพื่อนสนิทเป็นพี่สะใภ้ 2

    “หนูเกด อู้ย สวยมากจริงๆ เหมือนนางฟ้า” แม่ของเธอชมเกศสิริด้วยน้ำเสียงชื่นชมอย่างจริงใจ “ใช่แล้ว สวยมากๆ ว่าไหมเจ้าเนส” พาทิศกระทุ้งศอกใส่สีข้างลูกชายที่ยังไม่หายตะลึง “เออ ครับ สวย” เขาตอบรับด้วยสีหน้านิ่งๆ เหมือนได้สติ แล้วนริศคนเดิมก็กลับมา “สวัสดีค่ะคุณลุงคุณป้า เออ พี่เนส” เกศสิริเอ่ยขึ้นพร้อมยกมือไหว้ทุกคน “โอ๊ย เลิกเรียกคุณลุงคุณป้าได้แล้วนะ ต่อไปต้องเรียกพ่อกับแม่” เกสรบอกด้วยสีหน้ายิ้มกว้าง มองเกศสิริด้วยความรักเอ็นดูราวกับเหมือนลูกสาวที่คลอดมาเอง “พี่เนสไปแต่งตัวได้แล้ว” นิสราเดินมาจับแขนพี่ชายไปยังห้องแต่งตัว ซึ่งมีช่างแต่งหน้าทำผมรออยู่ “เป็นไงล่ะ หน้าตาธรรมดาทั่วไป ถึงกับตะลึง” นิสราถือโอกาสแซวพี่ชาย นริศไม่ตอบ เขานั่งนิ่งให้ช่างแต่งหน้าทำผมจัดการแต่งหล่อให้เขาตามสะดวก กระทั่งเขาอยู่ในสูทสีเทาเรียบร้อย “โห หล่อเหมือนกันนะเนี่ย” นิสราชมจากใจ “ก็หล่อทุกวันอยู่แล้วไหม” นริศตอบเสียงเรียบ “จ้ะ หล่อไม่เว้นวัน” “ไปที่สตูฯ เลยนะคะ” ทีมงานเดินมาถาม “ค่ะ ไปได้เลย” นิสราตอบรับ จากนั้นก็พาพี่ชายเดินลงไปชั้นล่าง ทุกคนก็พากันไปยังสตูดิโอถ่ายภาพ ซึ่งช่างภาพและที

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status