Masuk1
เกือบถึงฆาต
เพราะเบื่อจะฟังคำบ่นของแม่ ที่ไม่เห็นด้วยเรื่องที่เธออยากหย่า
นิสราจึงบึ่งรถกลับกรุงเทพฯ ก่อนเปิดเทอมถึงสองสัปดาห์
ดีที่ว่ารถไม่ติด จากเขาใหญ่มาถึงคอนโดฯ ที่พักแค่สองสามชั่วโมงเท่านั้น
นอกจากบอกเรื่องที่เขาพูดจาเหยียดเธอทางโทรศัพท์กับคนที่ชื่อลิลลี่
นิสราก็ไม่ได้บอกทางบ้านว่าเขามีแฟนแล้ว กลัวพี่ชายจะหัวเราะเยาะหนักกว่าเดิม แต่มันไม่ใช่ความผิดของเธอเสียหน่อย กรรณต่างหากที่ปกปิดเธอกับครอบครัว
เพราะก่อนจะมาถึงขั้นจดทะเบียนสมรสกันนั้น แม่ของเขาก็ยืนยันว่ากรรณไม่มีคนที่คบหากันจริงจัง ที่ผ่านมาก็ธรรมดาผู้ชายหน้าตาดี ก็มีหญิงสาวเข้าหามากหน้าหลายตา แต่กรรณไม่ได้คบใครจริงจัง และมารดาเขายังย้ำอีกว่ากรรณยินดีแต่งงานกับเธอ
เพราะความรัก ความหลงในรูปร่างหน้าตาของเขาแท้ๆ ทำให้เธอหลับหูหลับตาเชื่อ หรือถ้าอีกฝ่ายจะคบใครอยู่ ในตอนนั้นเธอก็ไม่แคร์ เพราะอยากได้เขามาเป็นผัวจริงๆ เพ้อฝันถึงความรักที่สมบูรณ์แบบ
แต่ตอนนี้ตาสว่างแล้ว เขายอมจดทะเบียนด้วยก็เพราะเงินอย่างเดียว ไม่ได้พิศวาสอะไรเธอ
ส่องกระจกแล้วพิจารณาตัวเองอย่างถี่ถ้วนแบบไม่เพ้อฝัน ก็พอเข้าใจได้
คนที่หน้าตารูปร่างเหมือนพระเจ้าสร้างขนาดนั้นจะมาตกลงปลงใจกับผู้หญิงบ้านๆ ที่หน้าตารูปร่างตรงกันข้ามกับเขาได้อย่างไร
แต่การหลอกลวงและคำเหยียดหยามพูดร้ายกาจนั้น เธอจะไม่มีวันให้อภัยเด็ดขาด!
คิดแล้วโมโหจริงๆ และการจะคลายความรู้สึกนั้นได้คือการกินของอร่อย จากนั้นเธอก็สั่งอาหารและเครื่องดื่มจากเดลิเวอร์ลี่มากินอย่างเต็มคราบ
ในตอนค่ำก่อนนอน ก็ยังกินขนมขบเคี้ยวและน้ำอัดลมขณะดูซีรีส์ กระทั่งหลับไปเหมือนทุกค่ำคืน
เพราะกลุ่มเพื่อนสนิทที่มีกันอยู่สามคน เกศสิริยังไม่กลับจากบ้านต่างจังหวัด ส่วนพีรพลหรือพีช หนุ่มหน้าสวยคนเดียวในกลุ่ม ก็ไปเที่ยวเมืองนอกกับครอบครัว
ห้องพักมีสองห้องนอน เธออยู่กับเพื่อนอีกคนชื่อ
เกศสิริ เป็นเพื่อนร่วมคณะ และเคยเป็นรูมเมทหอในตอนปีหนึ่ง พอขึ้นปีสองก็ย้ายออกมาเช่าคอนโดฯ ใกล้กับมหาวิทยาลัยด้วยกันนิสราจึงใช้ชีวิตคนเดียวอยู่ในคอนโดฯ ด้วยการกินกับนอนและดูซีรีส์ มีออกไปชอปปิงบ้าง แต่ส่วนใหญ่เข้าๆ ออกๆ อยู่กับชุปเปอร์มาร์เก็ตมากกว่า
กระทั่งคืนหนึ่งขณะที่กำลังหลับหน้าจอทีวีในห้องนั่งเล่น และซีรีส์เรื่องโปรดก็ยังเล่นอยู่ เธอก็สะดุ้งตื่นเพราะได้ยินเสียงกริ่งดังลั่นไปทั้งตึก พร้อมเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจของผู้คน รวมทั้งเสียงตะโกนโหวกเหวกว่าไฟไหม้
เธอนั่งงัวเงียอยู่ชั่วครู่ ก่อนได้สติรีบหยิบโทรศัพท์กับกระเป๋าสตางค์แล้ววิ่งออกจากห้องพัก
ผู้คนเต็มโถงทางเดิน เสียงร้องด้วยความตกใจ วิ่งไปที่ประตูหนีไฟ เธอก็วิ่งตาม เดินลงบันได ถูกเบียดจนล้มก็หลายครั้ง เพราะห้องพักอยู่ชั้นเก้า
ลงมาถึงแค่ไม่กี่ชั้นเดียว ขาก็ล้า เหนื่อยแทบจะขาดใจ แต่ก็ต้องเดินต่อไป กระทั่งร่างกายไม่ไหว ไหนจะถูกเบียด ถูกกระแทกจากคนที่วิ่งมาจากด้านหลัง
นิสราล้มลง และโลกเบื้องหน้าก็ดับวูบไปทันที
ในตอนที่รู้สึกตัวนั้น ร่างกายปวกเปียกจนขยับตัวไม่ได้ เปลือกตาก็หนักอึ้ง กว่าจะค่อยๆ เปิดตาขึ้นมาได้นั้นแสนลำบาก และภาพตรงหน้าพร่าเบลอ แต่กลิ่นบางอย่างทำให้เธอรับรู้ว่านี่คือโรงพยาบาล
ในหัวสมองที่หนักอึ้งก็พยายามทวนความจำ กับภาพสุดท้ายของตนเอง
ใช่แล้ว เธอเป็นลมหน้ามืดขณะวิ่งลงบันไดหนีไฟในคอนโดฯ ที่พัก จนถึงตอนนี้อาการเหนื่อยหอบเหมือนจะยังไม่หาย
เธอมองข้างเตียงเห็นเสาน้ำเกลือ ที่แขนมีเข็มน้ำเกลือปักอยู่ ก่อนค่อยๆ มองรอบห้อง เห็นแม่นั่งคู้ตัวอยู่บนโซฟายาว ท่าทางแม่เหนื่อยล้า เหมือนอดนอนมานาน ทำให้สงสัยว่าเธอหลับไปนานแค่ไหน
ทันใดแม่ก็ขยับตัว แล้วลืมตาขึ้นหันมามองเธอ
“นิส ลูกฟื้นแล้วเหรอ” น้ำเสียงตื่นเต้นดีใจนั้นดังขึ้น ก่อนร่างของผู้เป็นแม่จะรีบเดินมาเกาะขอบเตียง
“แม่ หนูขอน้ำหน่อย”
“ได้ลูก” เกสรเดินไปเทน้ำจากเหยือกใส่แก้ว พยุงลูกสาวให้ศีรษะยกสูง แล้วยกแก้วน้ำให้ดื่มจากหลอด
“เดี๋ยวแม่เรียกหมอมาดูอาการก่อนนะ” จากนั้นเกสรก็รีบเดินออกไปนอกห้อง เพื่อแจ้งพยาบาลหน้าเคาน์เตอร์
ไม่กี่นาทีต่อมาหมอพร้อมพยาบาลก็เข้ามาตรวจร่างกายของนิสราอีกครั้ง ก่อนจะแจ้งเรื่องสุขภาพของเธอ
ซึ่งพอฟังแพทย์เจ้าของไข้แจกแจงแล้ว เธอก็น้ำตาคลอเบ้า ไหนจะไขมัน น้ำตาลในเลือดสูง แนวโน้มโรคเบาหวาน ไต หัวใจล้มเหลว เพราะโรคหลอดเลือดต่างๆ และอีกสารพัดโรคที่มีความเสี่ยง
สรุปถ้าไม่อยากตายในเร็ววัน โปรดลดน้ำหนักตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
“อยากให้ดูแลเรื่องอาหารการกินเป็นหลัก แล้วออกกำลังกายให้ได้อาทิตย์ละสองสามวันก็ยังดี และห้ามเด็ดขาด อย่าใช้ยาลดความอ้วน”
นั่นคือประโยคหวังดีที่คุณหมดทิ้งท้ายไว้ให้ ก่อนจะเดินออกจากห้องพักฟื้นของเธอ
“นิส แม่ขอโทษนะที่เลี้ยงหนูให้อ้วน”
แม่พูดกับเธอเสียงสั่นเครือ ก่อนจะปล่อยโฮในเวลาต่อมา
“แม่ไม่ต้องร้องสิ และไม่ต้องขอโทษหนูหรอก หนูผิดเองที่ตะกละ”
“แต่แม่ก็ตามใจนิสไง โดยเฉพาะของทอดของมัน น้ำอัดลม แม่ก็ตามใจลูกตั้งแต่เด็ก ฮือๆ แม่ผิดเอง”
“แม่ พอแล้ว เอาเป็นว่า เรามาเริ่มเรื่องการกินใหม่”
“หมายความว่า” สีหน้าเกสรมีแววตื่นเต้น
“หนูจะลดน้ำหนัก และกินแต่ของที่ดีต่อสุขภาพ”
“นิสทำได้จริงๆ เหรอ หมูสามชั้นทอดน้ำปลา คอหมูย่าง ไก่ทอด น้ำอัดลม ขนมกรุบกรอบ เค้ก ครัวซองค์ช็อกโกแลต โรตีสายไหมสารพัดสี แล้วไหนจะ...”
“แม่ พอก่อน!” เพราะที่แม่พรรณนามานั้นทำให้น้ำลายสอขึ้นมาทันที
“ได้ๆ แต่แม่ว่ามันก็กินได้นะ แต่แค่ลดน้อยลง” แม่บอกให้มีความหวัง คงกลัวเธอตรอมใจตายก่อนผอม หากไม่ได้กินของโปรด
“ค่ะ หนูก็ว่างั้น” เธอก็รีบเออออทันที เพราะจู่ๆ จะมาให้เลิกกันของโปรดแบบฉับพลันทันใดนั้นมันยากเกินไป
:::::::::::::::::::
ตอนพิเศษ : ไปต่อ หรือพอแค่นี้สองปีต่อมา...มนธิสาเดินไปหาร่างสูงที่ยืนอยู่บนระเบียงห้องพักโรงแรมชื่อดังของจังหวัดที่เขามาดูงาน ซึ่งเธอเพิ่งเดินทางมาหาอีกฝ่าย เพราะอยากใช้เวลาร่วมกันในช่วงวันหยุด เพราะสองเดือนแล้วที่เธอกับพัทไม่ได้เจอกันพัทมาคุมงานโครงการใหญ่ที่จังหวัดทางภาคเหนือ นั่นคือเหตุผล แต่ก็โทร. คุยและส่งข้อความหากันทุกวัน มันก็ไม่ได้รู้สึกห่างหาย แต่มันก็มีช่องว่างสำหรับให้ครุ่นคิด ว่าความสัมพันธ์นี้มันจะยังไปต่อหรือเปล่า เพราะสองปีแล้วสำหรับการคบหา“อาบน้ำแล้วสดชื่นขึ้นหรือยัง” พัทหันมาถาม เพราะตอนมาถึงตอนเย็น เขาให้ลูกน้องไปรับเธอที่สนามบิน เพราะเขาติดนัดกับลูกค้ารายใหญ่ มนธิสาดูมีท่าทีเหนื่อยล้า เขาจึงสั่งไม่ได้พาเธอไปกินมื้อค่ำข้างนอก แต่สั่งขึ้นมาที่ห้องพัก ซึ่งตอนนี้อาหารยังไม่มาส่ง“ค่ะ ดีขึ้นแล้ว” เธอตอบ แต่ก็ยังยิ้มเนือยๆทั้งสองยังไม่ได้คุยอะไรกันต่อ อาหารก็มาส่งที่ห้องพอดี นั่งกินกันเงียบๆ บรรยากาศมันอึมครึม เพราะเหมือนต่างฝ่ายต่างตกอยู่ในห้วงคิดของตัวเองอิ่มแล้วก็มาจิบไวน์ต่อที่ระเบียงห้องพัก“คุณมีเรื่องจะคุยใช่ไหมครับ” พัทตัดสินใจเปิดเรื่องคุย เพราะนั่งเงียบกั
“ยิ้มอะไร” กริชถามภรรยาขณะที่เขากำลังขับรถกลับบ้าน หลังจากพากันไปดินเนอร์ที่โรงแรมชื่อดังแห่งหนึ่ง“ก็ขำยัยมนน่ะสิ ส่งรูปช่อดอกไม้มาอวด และคุยว่าอาพัทของคบด้วยแล้ว”“มนคิดว่าเธอไม่อยากได้เขาเป็นอาสะใภ้ แต่มนคิดผิดใช่ไหม”“ใช่ น้องคุณน่ะโง่ และฉันก็รู้อยู่แล้วว่าอาพัทจะไปขอคบมนวันนี้ เพราะอาพัทของที่อยู่ร้าน และถามเรื่องดอกไม้ที่ยัยมนชอบ”“ก็เธอพูดกับมนทำนองไม่เชียร์ แถมยังพูดเชิงให้มนตัดใจ ว่ายังไงคุณพัทก็ไม่สนใจมนหรอก”“ก็มนไม่ใช่สเปกอาพัทไง แต่ตอนหลังฉันก็รู้ว่าอาพัทหวั่นไหวอยู่บ้าง ฉันก็เชียร์อยู่เงียบๆ เชียร์ออกนอกหน้า ยัยมนก็ได้ใจ”“บางทีฉันก็งงความสัมพันธ์ของเธอกับมนนะ กัดกันแซะกันตลอด จนคิดว่าจะอยู่บ้านเดียวกันได้ไหม แต่พอดูๆ ไป เธอกับยัยมนก็หวังดีต่อกัน ดูแลกันแบบจิกๆ กัดๆ”“ความสัมพันธ์คนเราก็มีหลายรูปแบบ แตกต่างสไตล์”“ครับ เข้าใจแล้ว” กริชรับคำพร้อมกับยิ้มขำคำอธิบายของภรรยา สำหรับเขาขอให้คนในครอบครัวรักกัน ดูแล และหวังดีต่อกันก็เพียงพอแล้ว จะจิก จะกัด วีนหรือทะเลาะกันบ้างก็คงเป็นเรื่องธรรมดาเพราะระหว่างที่เติบโต เขากับน้องชาย น้องสาวก็มีทะเลาะเบาะแว้งตามประสาคนในครอบครัว ห
“คุณพัทขับรถมาเองหรือลุงมิตรขับให้คะ” เธอเอ่ยถึงคนขับรถของเขา“ขับมาเองครับ”“งั้นไม่เสิร์ฟไวน์”“ถ้าคุณมนอยากดื่มตามสบายนะครับ ผมจะไปส่งคุณเอง”พอได้ยินแบบนั้นแล้วมนธิสาไม่รอช้า หยิบไวน์มาเสิร์ฟตัวเองอย่างไม่ลังเล เพราะนี่ถือว่ามันคือโอกาสทองของเธอ“เบาๆ ครับ เดี๋ยวจะเมาก่อนจะคุยกันได้รู้เรื่อง” พัทแตะมือเธอไม่ให้รินแก้วที่สอง ส่วนคนที่ตั้งใจจะมอมไวน์ตัวเองถึงกับยิ้มเขิน“พอดีมนดีใจค่ะที่คุณพัทแวะมาหา เลยจะดื่มฉลองเสียหน่อย”“ดีใจขนาดนั้นเลยเหรอ” ไม่เชิงถาม แต่แค่สงสัยมากกว่าว่าการมาของเขาสำคัญกับมนธิสาขนาดนั้นเชียวหรือแน่นอนเขารู้ว่าเธอชอบเขามาตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน เพราะหญิงสาวที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับหลานสาว แสดงออกอย่างชัดเจน ทั้งสีหน้าแววตาและท่าทีกระตือรือร้นเวลาเจอเขา รวมทั้งค่ำคืนที่อีกฝ่ายเมามายในผับที่หัวหิน แล้วสารภาพความในใจพร้อมกับจูบเขาอย่างลืมตัวก่อนหน้านั้นเขาเคยคิดว่ามนธิสาก็คงเหมือนลูกสาวเศรษฐีทั่วไปที่เอาแต่ใจ ดื้อรั้น คงไม่เป็นโล้เป็นพาย และเขาก็ไม่อยากเสียเวลาด้วยทว่าระหว่างที่มนธิสาไปหาลีน่ากับหลานสาวที่บ้านของเขา ก็ได้เห็นความน่ารัก ซื่อตรงและจริงใจของอีก
ตอนพิเศษ : วาเลนไทน์นี้มีความหมาย“เมื่อไหร่จะเลิกทำหน้าบูดบึ้งเสียที แบบนี้แขกจะกล้าเข้าร้านไหม” พีชเอ่ยขึ้นอย่างเหลืออด เพราะตั้งแต่ก้าวเข้าร้านมาในร้าน มนธิสาก็ทำหน้าบูด ผ่านไปนับชั่วโมงก็ยังไม่เลิก“ก็คนมันเซ็งอะ”“โสดแล้วพาลเนาะ”“เออ หมั่นไส้คนมีคู่ว่ะ โดยเฉพาะพี่สะใภ้ตัวดีของฉัน โคตรน่าหมั่นไส้”“อิจฉาลีน่าทำไม กว่ายัยนั่นจะแฮปปี้มีความสุขได้ ปางตายน่ะ ยิ่งชีวิตวัยเด็กของลีน่า โอ๊ยน้ำเน่ายิ่งกว่าละครหลังข่าว”“ก็เข้าใจอยู่หรอก แต่แหม ตั้งแต่ดีกันกับพี่กริช หน้าตาระรื่นมาก วันๆ หัวเราะต่อกระซิกกันเหมือนคู่รักแรกรุ่น บางทีก็หมั่นไส้ไง”“เออ เห็นว่าเย็นนี้จะไปดินเนอร์กับพี่กริช ส่งชุดมาให้ฉันช่วยเลือกด้วยนะ” พีชตอกย้ำความหวานของลีน่ากับกริช“อือ เมื่อคืนก็ให้ฉันช่วยเลือก พอเลือกให้แล้วก็หาว่าชุดเรียบไป”“ฉันก็ช่วยเลือกไปแล้ว มันบอกโป๊ไป ไม่ผ่านว่างั้น”“นั่นแหละ ความลีน่า บางทีก็น่าโมโห”“ที่แกโมโหอยู่ตอนนี้เพราะโสดโว้ย ถามจริงคุณพัทไม่อะไรกับแกเลยเหรอ”“ก็อย่างที่เห็น เป็นผู้ใหญ่วางตัวดี น่านับถือ มีความสนิทสนมให้ แต่ในฐานะอาของน้องลัญจ์ และตั้งแต่ลีน่ากับน้องลัญจ์ย้ายกลับบ้านฉัน
“เดี๋ยวกินข้าวเสร็จก่อนค่อยว่ากัน” เธอตอบ เมื่อแม่บ้านกับเด็กรับใช้ยกอาหารเข้ามาวางบนโต๊ะพอดีหลังจากลูกหลับ ลีน่ากับกริชก็กลับห้องนอนตัวเอง ลีน่าแอบยิ้มขำเมื่อกริชใช้อาบน้ำค่อนข้างเร็ว ขณะที่เธออาบน้ำก่อน และคุยไลน์กับพีชและมนธิสาฆ่าเวลารออีกฝ่ายแต่ก็ไม่คิดว่าเขาจะอาบเร็วขนาดนี้“อาบเร็วไปนะ” ลีน่าว่า“ฉันกลัวเธอหลับก่อนน่ะสิ” เขาพูดแล้วทิ้งตัวลงนอนข้างเธอ ขณะที่ลีน่าวางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะ“ก็ไม่หลับหรอก คุยกันไว้แล้วนี่ ฉันไม่เบี้ยวหรอกน่า”“งั้น...เริ่มเลยไหม” คำพูดตรงไปตรงมาของเขาทำให้ลีน่าหัวเราะเบาๆ“คุณจะถามทุกอย่างไม่ได้นะ” เธอว่าแล้วยิ้มขำ“ก็ฉันชอบอะไรที่ชัดเจน และเธอก็ชอบอะไรที่ตรงไปตรงมานี่นา”“อือ แต่บางเรื่องก็ควรจะ...” ลีน่าพูดไม่ทันจบด้วยซ้ำ เขาก็ประคองใบหน้าสวยของเธอมารับจุมพิตอันดูดดื่มเสียก่อนจากนั้นเขาก็ไม่ได้ถามหรือขออนุญาตในเรื่องที่จะทำต่อไป เช่นถอดเสื้อชุดนอนเธอออกจากร่างอย่างรวดเร็ว หรือแม้แต่การเข้าไปในตัวเธออย่างเร่าร้อนมีแต่เสียงครวญครางหวานประสานเสียงพร่าต่ำของเขา ขณะโจนจ้วงเข้าหา จนเกิดเสียงเนื้อกระทบเนื้ออาจเพราะต่างคนต่างห่างหายจากเรื่องเซ็กซ์ไปนาน กร
บทส่งท้าย : สามีภรรยาเมื่อเด็กหญิงลัญจ์นาอายุครบหกเดือน กริชถูกลีน่าบังคับให้ไปตรวจดีเอ็นเอ แม้กริชจะยืนยันว่าเขามั่นใจว่าลูกของเขา แต่ลีน่าไม่ยอม สุดท้ายเขาก็ต้องไปตรวจ และผลตรวจก็ออกมาอย่างชัดเจนว่าเขากับเด็กหญิงลัญจ์นาเป็นพ่อลูกกันจริงๆลีน่าเลยพาพ่อลูกมาฉลองอายุครบหกเดือน ด้วยการพามาเที่ยวทะเลครั้งแรก ที่บ้านพักตากอากาศในหัวหินของตระกูลทิวากุลทรัพย์ซึ่งถือว่าเป็นการเที่ยวแบบจริงจังของลูกสาว เพราะตั้งแต่เกิดมา ลูกสาวออกนอกบ้านเฉพาะเวลาไปหาหมอเพื่อฉีดวัคซีนและตรวจสุขภาพเท่านั้นในตอนเย็นลีน่าจัดแจงแต่งตัวสวยให้ลูกสาว แล้วพาไปเดินเล่นชายหาด โดยมีกริชเป็นคนอุ้มลูกสาว“คุณอุ้มลูกมายืนตรงนี้ค่ะ เดี๋ยวฉันจะถ่ายรูปให้” ลีน่าชี้มือไปยังจุดที่มีคลื่นทยอยมาถึงกริชเดินไปยังจุดที่ลีน่าบอก และทำให้ลูกสาวยิ้มตามคำขอของลีน่าถ่ายไปหลายภาพ แต่ก็ยังไม่หยุด กระทั่งมีคนมามุง ลีน่าถึงรู้ตัว พร้อมกับเสียงซุบซิบที่ค่อนข้างดังแว่วเข้ามาในหู“พี่ผู้ชายเป็นดาราหรือเปล่า แต่กูไม่คุ้นหน้าเลยมึง แต่หล่อมากๆ”“อาจจะเป็นแค่คนหล่อมั้งมึง”“เสียดายมีลูกแล้ว”“มีเมียด้วยมึง”ลีน่าหยุดถ่ายรูป แล้วเดินไปหาสองพ่







