Share

2

last update publish date: 2026-10-27 13:09:42

ดอกมะลิจำนวนมากตรงหน้า กำลังถูกลำเลียงเข้าไปสู่กรรมวิธีสกัดหัวน้ำหอม ด้วยวิธีแบบง่ายๆ คือสกัดตามแบบโบราณ มือเรียวค่อยบรรจงคีบดอกไม้เรียงไว้ในโหลแก้วขนาดใหญ่ ข้างตัวมีฟองน้ำที่เตรียมจะเอาจุ่มน้ำมันมะกอก เพื่อดูดซับเอาไอกลิ่นระเหยของดอกไม้ นัยน์ตางดงามสีน้ำตาลอ่อน เปล่งประกายอย่างมีความสุข ยามค่อยๆ ทำงานในมือ

​ช่อชนิดายืนกอดอก มองอาการของเพื่อนรัก ที่กำลังละเมียดทำงานตรงหน้าอย่างพิถีพิถัน เธอทรุดลงนั่งข้างๆ แล้วเอื้อมมือหยิบเอาดอกคัทลียามาดม เลยถูกมือเรียวที่กำลังทำงานอยู่จับหมับ แล้วก็ตีเพียะเข้าให้อย่างรวดเร็ว เธอคลำแขนป้อย ก่อนจะค้อนขวับให้กับเพื่อนสนิท

​“เจ็บนะ ยัยเบบี้ งกหรือยังไงกัน ขอดมนิดเดียว”

​“ดมไม่ได้ เดี๋ยวกลิ่นหาย ห้ามนะ เราได้มานิดเดียวเอง ดอกคัทลียานี่ เป็นพันธุ์ใหม่ จากสวนของพี่จันทร์”

​“อยากจะลองดมนิดๆ หน่อยเอง”

หญิงสาวตัดพ้อ เลยโดนค้อนให้อีกรอบ แต่ก็ส่งดอกคัทลียาสีชมพูอมม่วง ส่งให้แต่โดยดี

​“เอ้า...ให้ดอกหนึ่ง นี่เราได้มาแค่สิบห้าดอกเท่านั้น กว่าจะได้แค่นี้กินเวลานานโขเลย”

​“แล้วนี่จะมานั่งทำหัวน้ำหอมเองทำไมกันคะ คุณเบบี้ หรือจะเปลี่ยนอาชีพแล้ว จากนักปรุงน้ำหอม มาเป็นผลิตน้ำหอมขายเองหรือยังไงกันเจ้าคะ”

​“เราก็แค่อยากจะทดลองอะไรใหม่ๆ ดูเท่านั้นเอง แต่ก็เข้าท่านะ ผลิตเอง ขายเอง รวยเอง”

คนพูดยิ้มน้อยๆ แล้วค่อยๆ เรียงดอกไม้ต่อไปอย่างทะนุถนอม ช่อชนิดาย่นจมูกเล็กน้อย ก่อนจะพิศมองใบหน้าเนียนหวานของคนตรงหน้า ที่กำลังตั้งอกตั้งใจกับงานที่ทำ

​ใบหน้าเรียวรูปไข่ นัยน์ตากลมโตประดับด้วยขนตางอนหนา คิ้วโก่งเรียว จมูกโด่งสวย ริมฝีปากอิ่มสีชมพูจัด รวมกันเป็นใบหน้าหวานคม  เรือนผมดำยาวดุจนกกาน้ำ มัดไว้ง่ายๆ ด้วยผ้าผูกผมสีม่วงอ่อน เรือนร่างอรชรอยู่ในเดรสกางเกงขายาวสีครีมลายลูกกวาด นั่งพับเพียบทำงานบนเสื่อ กิริยาท่าทางนิ่มนวลแช่มช้อย ยามจะหยิบจะจับ หรือเดินเหิน มันทำให้ยอดชีวา ดูเป็นผู้หญิงไปเสียทั้งเนื้อทั้งตัว บอบบาง น่าทะนุถนอมราวกับตุ๊กตาแก้ว

​นิสัยใจคอของเพื่อนรักนั้น ก็เป็นคนอ่อนโยน อ่อนหวาน เวลาอยู่ใกล้ๆ แล้วช่อชนิดามักจะรู้สึกว่าตัวเองห้าวเกินไปเสียทุกครา เนื่องจากเพื่อนสาวเป็นคนเรียบร้อยน่ารักเหลือเกิน ส่วนเธอนั้นเหมือนกับคนละขั้วกับยอดชีวาก็ว่าได้ หญิงสาวย่นจมูกเล็กน้อย เมื่อคิดถึงตรงนี้ เธอค่อยๆ ไปนั่งข้างเพื่อนรัก มองยอดชีวาทำงาน สักพักก็เริ่มตาปรอย เพราะเมื่อคืนทำงานค่อนข้างดึก วันหยุดตั้งใจจะมาชวนเพื่อนรักไปแวะหาอะไรรับประทานอร่อยๆ เดินเล่นชิลๆ กันสองคน แต่ยอดชีวากำลังสนุกกับงานอดิเรก จนแทบจะลืมเธอไปแล้วแหงๆ

​“เดี๋ยวทำโหลนี้เสร็จแล้ว เราจะทำกลางวันเลี้ยงนะ พร้อมขนมด้วย มีตะโก้เผือกอยู่ในตู้เย็น ทำให้พ่อเมื่อเช้า เอ้า...อีฟ หลับไปแล้วเหรอนั่น”

ยอดชีวาหันมามองเพราะว่าอีกฝ่ายไม่ตอบโต้ จึงได้เห็นว่าเพื่อนสนิทของเธอตอนนี้ กำลังนอนหนุนแขน หลับไปอย่างง่ายๆ ทั้งที่ตัวอยู่บนเสื่อแค่ครึ่งเดียว ส่วนครึ่งล่างนอนบนพื้นหญ้า

​“สงสัยจะทำงานดึกๆ ดื่นๆ อีกแน่”

เธอมองเพื่อนรัก แล้วส่ายหน้าน้อยๆ มือปัดแมลงที่บินมาใกล้ให้กับช่อชนิดา หญิงสาวทำงานคนละอาชีพกัน แต่ก็ยังสนิทสนมกันเหมือนตอนสมัยเรียน ช่อชนิดาคือครีเอทีฟสาวของรายการโทรทัศน์แห่งหนึ่ง ที่มีเรตติ้งค่อนข้างดี เป็นรายการเกี่ยวกับการนัดบอด ส่วนเธอทำงานเป็นนักปรุงน้ำหอม ของบริษัทเครื่องสำอาง ซึ่งมีชื่อเสียงในเมืองไทยมาหลายสิบปี และกำลังเปิดตัวน้ำหอม ที่ตั้งใจจะให้ครองใจผู้บริโภค อยากให้ผลิตภัณฑ์ตัวนี้ออกไปจำหน่ายแล้ว เรียกสร้างชื่อเสียงให้กับบริษัท ตั้งจะพรีเซนต์แข่งกับแบรนด์น้ำหอมระดับโลก

​ยอดชีวาได้รับหน้าที่มาปรุงน้ำหอม ที่ให้กลิ่นของผู้ชาย บุคลิกเคร่งขรึม แต่ทว่ามีความอ่อนโยนในตนเอง และกลิ่นของหญิงสาว ที่สดใสเริงร่า เธอได้รับโจทย์นี้มาจากเจ้านาย กำลังคิดกลิ่นว่าจะใช้กลิ่นแบบไหนดี โจทย์ของสาวน้อยผู้สดใสนั้น คิดไม่ยาก แต่กลิ่นของชายหนุ่มนี่สิหนอ...เธอก็ไม่ใช่ผู้ชายเสียด้วย

​การร่ำเรียนจากสถาบันของเธอเกี่ยวกับการปรุงน้ำหอมนี้ ทำให้ยอดชีวากลายเป็นคนช่างจินตนาการ เพราะต้องดมกลิ่นและคัดสรร ปรุงแต่งออกมา ให้ได้ความหอมเฉพาะ เพื่อเวลาที่ผู้ได้กลิ่นหอมนี้แล้ว จะเกิดอารมณ์มีความสุข ชื่นชอบไปกับกลิ่นที่ได้รับ ยอดชีวาเรียนจบมาจากต่างประเทศ ในเมืองที่ได้ขึ้นชื่อว่าเมืองแห่งน้ำหอมอย่างฝรั่งเศส บิดาของเธอทนการตื๊อ ดื้อดึงจากลูกสาวยอดดวงใจเพียงคนเดียวอย่างเธอไม่ไหว จึงส่งเธอไปร่ำเรียนที่นั่น โดยยอดชีวาต้องฝึกงานกับทางบริษัทแล้วจึงได้เข้าร่ำเรียนวิชาการปรุงน้ำหอมจากบริษัทสอนการปรุงน้ำหอม หนึ่งในสองของฝรั่งเศส อย่าง IFF

​เธอทำผลงานได้ดี จนได้รับข้อเสนอให้จดเซ็นสัญญากับบริษัท แต่ยอดชีวามีเรื่องที่ต้องเร่งกลับเมืองไทย ทิ้งความฝันไว้ที่ปารีส แม้ว่าการทำงานที่โน่นจะได้รับเงินมากกว่า และเธออาจจะมีชื่อเสียงโด่งดัง ในฐานะนักปรุงน้ำหอมมือดี มีบริษัทแฟชั่น เครื่องสำอางทั้งหลายชิงแย่งตัว ความฝันที่จะได้ทำงานกับแบรนด์น้ำหอมระดับโลก ไม่สำคัญเท่ากับอาการป่วยของบุพการีที่ทำให้เธอต้องกลับมาดูแล

​ยอดชีวากำลังทดลองกลิ่นดอกไม้ไทยๆ ทำหัวน้ำหอมแบบง่ายๆ เพื่อนำไว้ใช้กับงานของเธอ ตอนนี้เธอกำลังคิดจะทำน้ำหอม มอบให้กับเพื่อนรักคนสนิทอย่างช่อชนิดาเป็นของขวัญวันเกิด อิมเมจสาวแกร่ง เก่งงาน ซุกซนนิดๆ เธอคิดจะใช้กลิ่นของดอกสายน้ำผึ้งเป็นกลิ่นหลัก ผสมด้วยกลิ่นมิ้นต์ และกลิ่นของไม้สน มันอาจจะเป็นน้ำหอมที่น่าสนใจขวดหนึ่งเลยก็ว่าได้นะ แต่เธอเก็บเป็นความลับไม่ให้เพื่อนสนิทรู้ เพราะอยากให้เซอร์ไพรส์

​จริงสิ...กลิ่นของไม้สน อืม...มันจะเข้ากันได้ดีไหมนะกับกลิ่นกุหลาบ บางทีผู้ชายบุคลิกเย็นชา แต่อบอุ่น ก็น่าจะทดลองใช้กลิ่นพวกนี้ผสมกันดูนะ

ยอดชีวาคิดไปถึงงานที่ตนเองกำลังทำค้างอยู่ โจทย์นี้มีเวลาให้เธอคิดทำไปจนถึงสิ้นเดือน มันจะเป็นผลงานชิ้นแรกของเธอกับการทำงานในบริษัทแห่งนี้ และแน่นอนว่าถ้าเปิดตัวออกมาแล้วฮิตเปรี้ยงปร้าง เธอก็จะได้เซ็นสัญญาในค่าว่าจ้างที่เป็นอัตราที่น่าพอใจ

​ถ้าเป็นเมื่อห้าปีก่อน เธออาจจะไม่คิดเรื่องเงินมากเท่ากับตอนนี้...

​หญิงสาวถอนใจน้อยๆ ค่อยเก็บขวดโหลที่ทำเสร็จเรียบร้อยแล้วลงตะกร้าใบใหญ่ ทำเบาๆ เพราะเกรงว่าเพื่อนรักจะตื่น นัยน์ตาสดใสมีแววหมองลง เมื่อนึกไปถึงบิดาของเธอ หัวเรี่ยวหัวแรงของบ้าน ตอนนี้ยอดชายกำลังเครียด และมีโรคประจำตัวเข้าแทรกแซง สุขภาพของท่านดูอ่อนแอลงไปมาก ยอดชีวาได้รับโทรศัพท์บอกเล่าอาการของท่านจากป้า นั่นทำให้เธอต้องเร่งกลับมา และรับรู้ว่าบิดานั้นกำลังมีปัญหาเรื่องภาระหนี้สิน

​หนี้...มากมายมหาศาล ขนาดที่ว่าท่านต้องทำงานชดใช้ให้กับที่บริษัท แบบไม่เอาเงินเดือนเลยสักบาท ท่านต้องใช้เงินเก็บมาดำรงชีพและส่งเสียเธอที่ยังเรียนไม่จบ ยอดชีวาไม่เข้าใจว่า ทำไมยอดหนี้ถึงเป็นจำนวนเงินมากขนาดนั้น แล้วท่านไปทำอะไรไว้ ทำไมยอดชายถึงต้องยอมให้กับเจ้านายหน้าเลือด ขูดเลือดขูดเนื้อขนาดนั้นก็ไม่ทราบได้ ดีที่ว่าเธอไม่ได้รบกวนท่านมากมายสักเท่าไหร่ ในการเรียนปีท้ายๆ เพราะสามารถทำงานหารายได้เล็กๆ น้อยๆ ได้เองบ้าง

​สักวันเธอสาบานกับตนเองไว้ ว่าจะช่วยปลดหนี้ทั้งหมดให้กับบิดา เวลาเธอถามถึงสาเหตุ ท่านก็ได้แต่อ้อมๆ แอ้มๆ ไม่เคยตอบข้อสงสัยได้สักที ว่าตกลงแล้วท่านมีเรื่องอะไรกับเจ้านายกันแน่ คำบอกเล่าของบิดามีเพียงอย่างเดียว ที่บอกกับเธอซ้ำๆ บ่อยๆ

​‘พ่อทำเรื่องไม่ดี พ่อทำความผิด ก็สมควรแล้วที่คุณทีปต์ลงโทษเอาแบบนี้’

​‘ทำไมพ่อต้องยอมให้เขาลงโทษด้วยล่ะคะ’

คำถามจากบุตรสาว ได้รับคำตอบกลับมาทุกครั้งเป็นรอยยิ้มเจื่อนๆ และนัยน์ตาสลดของบิดา 

​‘เอาเถอะ เอาเป็นว่าพ่อทำผิดพลาดไปก็แล้วกัน พ่อก็ต้องรับทุกอย่าง อย่างที่ลูกผู้ชายควรจะรับผิด พ่อต้องทำงานใช้หนี้ไปอีกนานนั่นละ เบบี้ ไม่มีหน้าไปเรียกร้องขอความกรุณาอะไร

​ยอดชีวาจึงดีใจนัก ที่เธอได้รับคำตอบรับจากบริษัทเครื่องสำอางที่ไปสมัครงานไว้ ประสบการณ์ของเธอ ทำให้ผู้จัดการรับเธอเข้าทำงานอย่างไม่ลังเล และคาดหวังว่าจะได้รับสิ่งมหัศจรรย์ตอบแทนจากเธอ ยอดชีวาตั้งใจจะทำงานแรกของเธอให้ดีที่สุด ค่าจ้างของเธอจะได้ช่วยจุนเจือบิดาได้ด้วย

​นึกๆ แล้วก็อยากเห็นหน้าเจ้านายของท่าน ทีปต์ ทีฆทัศน์ นัก ว่าจะหน้าตาเป็นอย่างไร คนอะไรใจจืดใจดำ บิดาเธอทำงานให้มาตั้งกี่ปีกันนะ แล้วทำผิดอะไรนักหนาถึงได้คิดค่าเสียหายเป็นยอดหนี้จำนวนเป็นล้านแบบนั้น คนบ้าที่ไหนจะยอมก้มหน้าอดทนทำงานให้เขาได้นานขนาดนั้นจนกว่าหนี้จะหมดกัน เฮ้อ...แต่ก็ว่าไม่ได้ เพราะบิดาของเธอ ก็กำลังก้มหน้าก้มตาทำงานโดยไม่เรียกร้องเงินทองสักบาท เพื่อเป็นการชดใช้หนี้สินระหว่างเขากับเจ้านาย

​“ยัยเบบี้ ไม่เรียกกันเลย ปล่อยให้เรานอนจนน้ำลายจะยืด ทำงานเสร็จแล้วเหรอ?”

เสียงใสๆ บ่นดังขึ้น ทำให้เธอสะดุ้ง ตื่นขึ้นจากภวังค์ส่วนตัว ยอดชีวาหันไปย่นจมูกให้กับเพื่อนสนิท ที่งัวเงียขยี้ตา อย่างคนเมาหลับ

​“เสร็จแล้วจ้ะ กำลังจะปลุกนี่แหละ หิวหรือยัง?”

​“ถามอะไรไม่น่าถาม หิวสิยะ นี่รอคุณนายจนหลับเลย นั่งประดิษฐ์ประดอยเรียงดอกไม้ในขวด เรามองเพลินเสียจนหลับ ฝันด้วยละขอบอก เราดันฝันว่าเบบี้กลายเป็นนางอัปสร นั่งทำดอกไม้ทองอยู่บนอุทยานสวรรค์”

​“แหม...ฝันดีจริงๆ”

ยอดชีวาหัวเราะคิก หน้าหวานแดงเรื่ออย่างเขินๆ เธออายได้น่ารักจนคนล้อเลียนอมยิ้ม เอื้อมมือหยิกแก้มเอาเบาๆ อย่างหมั่นไส้

​“นี่แนะ หมั่นไส้ มาทำบิดเสียน่ารัก บอกตรงๆ เลยนะเบบี้ ตั้งแต่เราเห็นคนทำท่าเขินมานี่ เบบี้ทำได้น่ารัก น่าหยิกที่สุดล่ะ เราทำทีไร เหมือนเราดัดจริตทุกที ไอ้ท่าอายจนเขินนี่”

​“หมดกัน อีฟ” ช่อชนิดาหัวเราะ ก่อนจะลุกขึ้นยืน พลางฉุดเพื่อนสาวให้ลุกตามเธอขึ้นมาด้วย

​“ไปๆ เราอยากกินปูนึ่งอร่อยๆ เดี๋ยวจะพาไป บรรยากาศดีด้วยละ เราเลี้ยงเองวันนี้ เงินเดือนเพิ่งออกละ”

​“นานๆ ทีอีฟเลี้ยง เราจะกินให้พุงกาง”

ช่อชนิดาเหลือบมองหน้าท้องของเพื่อน ที่แบนเรียบ ไร้ไขมัน ก่อนจะยักไหล่

​“เป็นกุ้งแห้งแบบเบบี้น่ะ กินได้ไม่เกินตัวหรอก ไม่เปลืองๆ”

​“ไม่เหมือนอีฟใช่ไหมล่ะ”

คนพูดลดสายตามองบริเวณหน้าอกของเพื่อนสนิท ที่ค่อนข้างจะล้ำหน้าอยู่สักหน่อย ช่อชนิดาเป็นสาวลูกครึ่ง ผสมระหว่างอังกฤษและไทย หุ่นค่อนข้างจะไปทางมาตรฐานสาวฝรั่ง ไม่ได้ตัวเล็กบอบบางแบบเธอ รวมถึงนิสัยและการแต่งเนื้อแต่งตัวระหว่างสองสาว ก็ค่อนข้างจะแตกต่างกันคนละขั้ว ยอดชีวาเป็นสาวหวาน ที่เป็นผู้หญิงไปทุกกระเบียด ส่วนช่อชนิดาเป็นหญิงสาวประเปรียว คล่องแคล่ว และบางทีค่อนข้างจะมีนิสัยผู้ชายในตัวค่อนข้างมาก ความห้าว ปากไว ทะลึ่งทะเล้น เจ้าหล่อนมีนิสัยพวกนี้อยู่ในตัวเต็มที่

​“แน่นอน ของมันใหญ่ สะดุดสายตาชาย อิอิ ไม่เหมือนของเบบี้หรอก นี่หันหลังหรือหันหน้าให้เราอะ”

คำปรามาสนั่นเล่นเอาหญิงสาวหน้าแดง แล้วถลึงตาใส่เพื่อนสนิท ที่กำลังหัวเราะคิกๆ

​“ใจร้าย”

​“เราขอไปล้างหน้าล้างตา แล้วก็ไปกันดีกว่า หิวมากๆ”

​“ช่วยเราเอาพวกโหลแก้วนี้ไปเก็บหน่อย เราจะเอาไว้แถวๆ ตู้เก็บของข้างครัว แถวๆ นั้นอุณหภูมิกำลังดีเพราะมีแดดส่อง”

​ช่อชนิดาช่วยเพื่อนรักหอบหิ้วเจ้าโหลแก้วบรรจุดอกไม้ เอาไปจัดเก็บเรียงไว้ให้เรียบร้อย เธอถามไปด้วยเพราะความอยากรู้ว่าต้องเก็บเจ้าดอกไม้พวกนี้ไว้นานสักเท่าไหร่ ถึงจะนำมาใช้ได้

​“ก็ประมาณสี่ถึงห้าวันจ้ะ ถึงจะซับกลิ่นไว้หมด”

​“หยดหนึ่งนี่คงมีค่ามากเลยเนาะ”

เธอมองโหลแก้วบรรจุเหล่าดอกไม้หอม “แล้วเบบี้จะเอาทำอะไรล่ะ ถ้าได้หัวน้ำหอมมาแล้ว”

​“เราจะลองเอามาปรุงเป็นน้ำหอมกลิ่นไทยๆ ดู อาจจะเอาลองผสมกับพวกกลิ่นอื่นดูด้วย ทำไว้เล่นๆ ระหว่างที่คิดโจทย์งานจากบอสน่ะ”

​“กลิ่นแบบไหนหรือ?”

​“กลิ่นแบบผู้ชายเย็นชา เคร่งขรึม แต่ทว่า อบอุ่น”

สีหน้าของยอดชีวาดูจะเคลิ้มนิดๆ เมื่อเอ่ยประโยคต่อมา

“ชายที่มีบุคคลิกขัดแย้งกันในตัว ความอ่อนโยนที่สวมทับด้วยความเคร่งขรึม สงบ เฮดโน้ส กับกลิ่นเบสโน้ส จะต้องแตกต่างกัน แต่ต้องเป็นความแตกต่างที่ลงตัว”

​“โอ...ดูจากหน้าของเบบี้แล้ว น้ำหอมกลิ่นนี้จะต้องคลาสสิคสุดๆ ไปเลยสิน่า แล้วผู้ชายที่ฉีดเจ้านี่เข้าไป จะต้องแบบว่า หล่อ ลึกลับ น่าค้นหา เพียงแค่ได้กลิ่น”

​“แต่เรายังตีโจทย์ไม่ออก ว่าจะใช้กลิ่นแบบไหนดี ผสมกันออกมาแล้วยังไม่ได้ดั่งใจเลย กำหนดส่งงานใกล้เข้ามาแล้วด้วย งานแรกเราต้องทำให้ดี ให้เกิดไปเลย เพื่อพ่อ”

​“อืม...”

มือของช่อชนิดา เอื้อมมาจับมือบางของเธอ ก่อนจะบีบเบาๆ รอยยิ้มให้กำลังใจที่ส่งมาจากเพื่อนสนิท ทำให้ยอดชีวาปลื้มเปรม กับความห่วงใยที่เธอสัมผัสได้จากรอยยิ้มและสายตาของเพื่อนรัก

​“สู้ๆ นะเบบี้ เอาน่า...คนเราไม่มีใครดวงซวยไปตลอดหรอก เหมือนเราไง เราคงจะไม่ขึ้นคานไปตลอด อิอิ”

​“ไหงวกมาเรื่องนี้ไปเสียละนั่น”

เธอย่นจมูกน้อยๆ ช่อชนิดาหัวเราะ พลางควงแขนเพื่อนสนิทเดินขึ้นไปยังชั้นสองของบ้าน เพื่อเข้าไปจัดการความเรียบร้อยของตนเอง ในห้องนอนของยอดชีวา ก่อนจะพากันออกไปหาอาหารอร่อยๆ รับประทานกัน

​เข้าห้องน้ำ หวีผม เติมหน้าอีกนิดหน่อย ก็พร้อมที่จะออกไปกันแล้ว ช่อชนิดาเหลือบมองหน้าใสๆ ของเพื่อนรัก ที่เพียงเติมแค่ลิปกลอสสีชมพูใส แล้วก็นึกคันมือคันไม้ อยากจะจับคนข้างๆ มาแต่งหน้าแบบจัดเต็มดูสักหน อยากจะรู้ว่าถ้าสาวหวานเหมือนน้ำตาลอย่างยอดชีวา จับมาแต่งหน้าแต่งตัวเปรี้ยวๆ จะเป็นอย่างไรบ้างนะ เธอนึกในใจอย่างสนุกสนาน หมายมาดว่าสักวัน จะต้องลองได้ทำแน่ๆ

​สองสาวเดินคุยกันกระหนุงกระหนิง ถึงเมนูอาหารที่ร้านโปรด และโทรศัพท์สั่งให้ทางนั้นจองโต๊ะพร้อมกับสั่งอาหารไปด้วย แถมยังคิดกันว่าจะไปแวะเดินเล่นที่ไหนสักพักก่อนจะกลับบ้าน วันพักผ่อนแบบนี้ ก็ต้องพักคลายร่างกายที่เครียดจากการทำงานมาตลอดอาทิตย์ ด้วยการเติมความสุขสดชื่นให้กับชีวิตกันบ้าง

​แต่ก่อนที่ยอดชีวาจะได้ทันขึ้นรถของเพื่อนรัก เธอก็ต้องลงมาเสียก่อน แล้วนัดรับประทานอาหารวันนี้กับช่อชนิดาต้องเป็นหมัน เมื่อบิดาเรียกเธอให้ไปคุยด้วย ท่านสวนกับลูกสาวและเพื่อนที่หน้าบ้านพอดีจึงเคาะกระจกและสั่งให้ลูกสาวลงมา สีหน้าของท่านช่างนิ่งขรึม ตึงเครียด เสียจนเธอนึกหวาดระแวงว่ามันจะเป็นเรื่องร้าย

​และอีกสิบนาทีต่อมา ยอดชีวาก็ได้รับรู้ว่า เธอสังหรณ์ไม่ผิดเลยสักนิด

​มันเป็นเรื่องร้าย ร้ายกาจจนเธออยากให้เป็นเพียงความฝัน และไม่ปรารถนาที่จะตื่นขึ้นมาเลย!

​น้ำตาหยดหนึ่ง ค่อยคลอขึ้น ก่อนจะรินไหลลงมาอาบแก้ม มือเรียวปาดไล่น้ำตา แต่แล้ว หยดที่สอง ที่สาม มันก็พรั่งพรูกันลงมาไม่ขาดสาย จนเปียกแขนของเธอไปหมด ยอดชีวาทุ่มตัวลงบนเตียง สะอื้นฮักออกมาจนหนำใจ สมองอื้ออึงไปหมด กับคำพูดซ้ำๆ จากบิดา

​‘พ่ออยากให้หนูลาออก เอ่อ...เบบี้ พ่อมีเรื่องอยากจะขอร้องหนู นี่คือการขอร้องเพียงครั้งเดียวในชีวิตของพ่อ’

สีหน้าของท่านช่างเคร่งเครียด มือของท่านทาบอยู่ตรงบริเวณหัวใจ เหมือนจะจับจังหวะว่า มันยังเต้นเป็นปรกติอยู่หรือเปล่า 

​‘อะไรนะคะ’

เธออุทานอย่างตกใจ ยอดชายกลืนน้ำลาย แล้วกัดริมฝีปาก ก่อนจะพยายามบังคับเสียงที่เปล่งออกมาไม่ให้มันสั่นระริก 

​‘พ่ออยากจะขอร้อง ให้หนูไปเป็นเจ้าสาวของเจ้านายพ่อ ได้ไหม? เบบี้ นี่คือสิ่งที่พ่อต้องการจากหนู หนี้สินทุกอย่าง ทั้งหมด เขาสัญญาว่าจะได้รับการชำระ แลกกับตัวหนู’

​‘อะไรนะคะ’

​คำถามเดิมถูกเอ่ยขึ้นมาอีกรอบ นัยน์ตามองบิดาด้วยความตื่นตะลึง กับสิ่งที่ท่านพูดออกมา ยอดชายเมินหน้าไปทางอื่นที่ไม่ใช่หน้าของบุตรสาว

​‘เขาไม่ให้ทางเลือกพ่อเลยเบบี้ นอกจากส่งหนูไป...ไปเป็นเจ้าสาวของเขา เขาต้องการ...ทายาท และเขาก็เลือก...หนู’

​ใครก็ได้ ปลุกเธอขึ้นจากฝันร้ายนี้ที...

​หญิงสาวได้แต่ร้องไห้กระซิก บิดาเหมือนกับคนหัวใจสลายไปแล้ว เมื่อเอ่ยบอกกับเธอ กิริยาอาการของท่าน บ่งบอกว่าท่านเองก็เจ็บปวด เมื่อเอ่ยขอร้องเธอเรื่องนี้ ไม่น้อยไปกว่าเธอ ยอดชายดึงบุตรสาวไปกอด เมื่อเอ่ยจบ แล้วเดินออกมาจากห้อง ปล่อยทิ้งเธอไว้เพียงลำพัง ท่านไม่ได้ฟังคำตอบ ว่าบุตรสาวตอบรับหรือปฏิเสธ

​ยอดชีวาเองเมื่อตั้งตัวได้ เธอก็วิ่งขึ้นมาบนชั้นสอง ตรงเข้าห้องนอนก่อนจะปิดประตูเงียบ และทุกอย่าง...ทุกสิ่งที่อัดอั้นไว้ในใจ ก็หลั่งไหลออกมาเป็นน้ำตา เธอร้องไห้จนน้ำตาเปียกหมอน ร้องไห้จนเหมือนว่าจะไม่มีน้ำตาต้องไหลอีกต่อไปแล้ว คำขอร้องของท่าน...ที่จะยกเธอให้กับชายแปลกหน้า เจ้าหนี้หน้าเลือด! เธอไม่เคยพบเจอใครจะใจร้ายแบบนี้ ทีปต์ ทีฆทัศน์ เขาช่างเป็นผู้ชายร้ายกาจเสียจริง

​ชีวิตของเธอทั้งชีวิต ถ้าเธอตกลง มันก็เหมือนกับเธอลงไปในอุโมงค์มืดมิด หาทางออกไม่เจอ เธอต้องลาออกจากงาน ไปแต่งงานเป็นเมียของใครก็ไม่รู้ ที่เพียงรู้แค่ชื่อ

​แต่ชีวิตนี้ทั้งชีวิตบิดาของเธอก็ให้มา...ทำไมเธอถึงจะตอบแทนให้คืนท่านไม่ได้

​‘เขาไม่ให้ทางเลือกพ่อเลย เบบี้’

​‘หนี้สินทั้งหมด จะได้รับการชำระ’

​นี่สินะ...สิ่งที่เธอจะตอบแทนบิดาได้

​ยอดชีวาตัดสินใจลุกขึ้นจากเตียงนอน ก่อนจะเดินเข้าไปล้างหน้าในห้องน้ำ ตาของเธอยังคงบวมช้ำ จมูกโด่งรั้นแดงเรื่อ หญิงสาวยิ้มให้กับเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก แล้วกำมือเข้าหากันแน่น เธอเดินช้าๆ ไปหาบิดา รู้ดีว่าเวลานี้ท่านควรจะอยู่ที่ไหน

​หญิงสาวเคาะประตูห้องทำงาน เสียงทุ้มเอ่ยอนุญาต ร่างเพรียวเดินก้าวเข้าไปด้านใน บิดาของเธอนั่งอยู่ตรงเก้าอี้นวมตัวโต ท่านหมุนปากกาในมือเล่นไปมา นัยน์ตาของท่านมองเหม่อ ใบหน้านั้นซีดเผือด เมื่อร่างของบุตรสาวทรุดลงนั่งตรงหน้า ยอดชายก็ถอนใจเฮือกใหญ่ เขามองไปทางอื่นที่ไม่ใช่ใบหน้าของบุตรสาว เพราะไม่อาจจะมองเธอได้เต็มตานัก ความเศร้า อาดูร เสียใจ ปรากฏอยู่บนใบหน้างดงามนั่น

​“พ่อ...”

​“หนูตกลงคะ”

​“หืม?”

ยอดชายมองคนตรงหน้าอย่างเต็มตา แม้ว่านัยน์ตาของเธอจะบวมแดง มีร่องรอยเศร้าหมองในนั้น แต่เธอก็ยังยิ้มกว้างให้กับเขา

​“หนูตกลง ทำตามเงื่อนไขของเจ้าหนี้ของพ่อ ถ้ามันจะทำให้พ่อหมดหนี้ เขาอยากจะได้หนูไป...ไปผลิตทายาทอย่างนั้นใช่ไหมคะ? จะเป็นอะไรไหม ถ้าหนูต้องการจะคุยตกลงกับเขาก่อน ก่อนที่จะแต่งงาน”

​“จะไม่มีงานแต่งงาน เบบี้” ยอดชายเอ่ยเสียงแห้ง

“แต่ถ้าลูกอยากจะคุยกับเขา พ่อก็จะลองติดต่อดู เขาน่าจะยอม”

​“ค่ะ...”

หัวใจเธอบอบช้ำอีกหนเมื่อได้ยินแบบนี้ จริงสินะ พ่อเธอพูดแต่เรื่องชำระหนี้ ทายาท ไม่ได้พูดถึงเรื่องพิธีการออกหน้าออกตาเสียหน่อย มันรู้นะ แต่มันก็เจ็บปวดพิกล ก็การแต่งงาน เป็นความฝันสูงสุดของผู้หญิงทุกคน เธอจะได้ไปเป็นเพียงเจ้าสาวขัดดอก เครื่องมือผลิตทายาท...เท่านั้น

​“พ่อติดต่อเขาให้ที หนูอยากจะคุยกับเขา”

​“ได้ พ่อจะจัดการให้”

ยอดชายเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือตรงหน้า ทางนั้นรับสาย เขาคุยเพียงสองสามคำ ก็กดวาง แล้วพยักหน้าให้กับบุตรสาว ที่กำลังมองเขานิ่งอยู่

​“ลูกจะได้พูดจา คุยกับคุณทีปต์ พรุ่งนี้เที่ยง เบบี้”

​“ค่ะ”

เธอเม้มริมฝีปาก ก่อนจะลุกขึ้นยืน น้ำตาที่แห้งทำท่าจะไหลอีกแล้ว ไม่สิ...เธอต้องเข้มแข็ง หญิงสาวร้องบอกตัวเอง มือของบิดาเอื้อมมาจับมือเธอไว้ แล้วบีบมัน มือของเธอเย็นและชื้นเหงื่อ จนท่านรู้สึกได้ ร่างสูงท้วมจึงลุกขึ้นยืน ก่อนจะดึงเธอไปกอด เมื่อได้สัมผัสกับอ้อมอกของบิดา ยอดชีวาก็ไม่อาจจะกลั้นน้ำตาไว้ได้ เธอร้องไห้กับอกเขา ยอดชายเองก็ถึงกับน้ำตาซึม มือหนาลูบไล้หลังไหล่ให้บุตรสาว แล้วพึมพำปลอบโยน

​ระยำ...ชีวิตเขาพังไม่พอ นี่เขาจะฉุดให้บุตรสาวต้องมีเหตุด่างพร้อยในชีวิตไปด้วยหรือ?

​ความผิดครั้งเดียวที่เผลอกระทำ จนกลายเป็นชนวนให้เกิดเรื่องราวทั้งหลายแหล่ และมันเกินกว่าที่ผู้ชายแก่ๆ อย่างเขาจะแบกรับไหวอีกต่อไปแล้ว ยอดชายได้แต่ครวญในอก เขากำลังคิดว่าถ้ายอดชีวาไม่ยอมตกลงกับกติกา เงื่อนไขที่ฝ่ายนั้นยื่นมา บางทีเขาอาจจะ...

​มันดีเหลือเกินที่มีบุตรีประเสริฐแบบนี้ ลูกสาวที่ยอมทำให้เขาได้แม้กระทั่งเสียสละสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เขาจนแต้ม หมดหนทางแล้วจริงๆ ถึงต้องเอ่ยปากคุยกับเธอ ทีปต์กดดัน บีบคั้นเขาอย่างหนักหนา คนมีอิทธิพลแบบนั้น จะอย่างไรก็ต้องทำตามที่ปากพูด ถ้าไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ

​ลูกสาวที่เปรียบดั่งแก้วตาดวงใจ กุหลาบงามแห่งกาญจน์วัฒนา กำลังจะเดินทางชีวิต เข้าไปสู่เงื้อมมือของผู้ชายอย่างทีปต์

​อดีตเทพบุตรผู้แสนดี ที่ตอ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หนี้อสูร   บทส่งท้าย โฉมงามในอ้อมกอดของ เจ้าชายอสูร

    หลังจากผ่านพ้นเรื่องราวร้ายๆ เสร็จสิ้นงานศพของหิรัญ ทีปต์ก็ทำบุญบ้านครั้งใหญ่ เหมือนจะขับไล่เสนียดจัญไรให้ไปให้ไกลเสียจากตระกูลทีฆทัศน์ เขาได้บทเรียนมากมาย จากเรื่องของหิรัญ เขาไล่ประภาออกเพราะหล่อนเหมือนงูพิษที่เลี้ยงไม่เชื่อง ประจักษ์ผู้เป็นลุงและรั้งตำแหน่งสำคัญของคฤหาสน์มันทนา เป็นคนบอกกล่าวกับเจ้านายด้วยตนเอง ว่าหลานสาวมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหลายอย่าง ทีปต์ทำตามคำแนะนำนั้น แม้ว่าจะสงสารประภาที่ร้องไห้ปิ่มว่าจะขาดใจ ก่อนจะก่นด่ามากมายเมื่อเห็นว่าเขาไล่เธอออกจริงๆ ​คุณอารยาอาการดีขึ้น แม้จะต้องไปทำกายภาพบำบัดบ้าง แต่เธอก็มีความสุข ยิ้มแย้มแจ่มใส ยาใจที่ทำให้เธอหายในเร็ววัน นั่นก็คือทายาททีฆทัศน์ตัวน้อยๆ ที่ตอนนี้กำลังน่ารักน่าชัง ด้วยวัยหกเดือน เจ้าหนูทีฆาเป็นขวัญใจของคนทั้งบ้าน คุณอารยาอยากจะเดินได้พร้อมๆ กับหลานชาย เลยขยันไปทำกายภาพ และดูแลรักษาตัวเองตามที่หมอสั่งอย่างเคร่งครัด​เรื่องของหิรัญเหมือนฝันร้ายของพวกเขา แต่คนตายไปแล้ว และทีปต์เองก็คิดว่าตนเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้หิรัญเกิดบาดแผลขึ้นในจิตใจ เขายังรักน้องชายนอกไส้ แม้ว่าหิรัญจะทำร้ายเขาอย่างแสนสาหัสก็ตามที ทีปต์อโหสิกรรม จัด

  • หนี้อสูร   39

    ยอดชีวามองเพื่อนด้วยสายตาชนิดหนึ่ง ที่ทำให้ช่อชนิดายิ้มแหยพลางเอื้อมมือจะไปบีบมือเธอ แต่เธอชักหนีเสียก่อน แล้วหันมองข้างหน้าต่างรถที่กำลังแล่นด้วยความเร็วสูง ท่าทีเย็นชาของเพื่อนสนิททำให้ช่อชนิดาอดรนทนไม่ไหว ต้องคว้าเจ้าหล่อนมากอด หากถูกปัดป้อง แล้วทำหน้าบึ้งใส่​“โธ่...เบบี้จ๋า หายโกรธนะ เราจะพาเบบี้ไปดูแลที่กรุงเทพฯ อยู่คนเดียวได้ยังไงกันนั่น”​“จะพาเราไปที่ไหน”เสียงหวานเอ่ยขึ้น พร้อมกับสายตาดุๆ ที่ตวัดมองไปยังด้านหลังของคนที่นั่งข้างคนขับ รัตนฤทธิ์หันมายิ้มให้กับเธอ เพราะเห็นหน้าเขานี่แหละ ยอดชีวาถึงได้รู้ว่ามันชักจะไม่ชอบมาพากล และรู้ว่าถูกเล่นตลกก็ตอนที่รถแล่นไกลออกมาเรื่อยๆ ไม่ได้พาเธอไปที่วัดซึ่งเพื่อนรักบอกไว้แต่แรกว่าจะพาเธอไปทำบุญ​“ไปที่บ้าน...”​“บ้านใคร” ยอดชีวาเอ่ยขัดก่อนที่เพื่อนรักจะพูดจบ หน้าหวานงอง้ำ แล้วเธอก็ไม่ยอมพูดจาอีกเลย ช่อชนิดาเอื้อมมือไปสะกิดรัตนฤทธิ์ ที่หันมายิ้มแหยส่งให้เธอ หญิงสาวไม่กล้าคุยอะไรอีก เพราะรู้ว่าเพื่อนรักกำลังโกรธจัดมาก เป็นแบบนี้แล้วถึงที่หมาย ยอดชีวาจะอาละวาดหรือเปล่าหนอ​คุณรับผิดชอบด้วย ยัยเบบี้โกรธฉันมาก...​เดี๋ยวผมจะให้กำลังใจ จุ๊บ..

  • หนี้อสูร   38

    หิรัญรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย แต่เปลี่ยนเป็นเอ่ยชื่นชม เมื่อเห็นพี่ชายของเขา ในสภาพที่มีใบหน้าหล่อเหลาดั่งเดิม เดินตรงเข้ามาหาเขาในห้องทำงาน ทีปต์ยิ้มตอบเล็กน้อย แต่นัยน์ของเขามันไม่ยิ้มด้วยเลยแม้แต่น้อย ก่อนจะทรุดลงนั่งตรงกันข้ามกันกับน้องชาย สายตาคมกล้าจ้องเขม็ง มองอาการของหิรัญ ที่ยังคงเอ่ยพร่ำชมเชยถึงความสมบูรณ์แบบของการผ่าตัดศัลยกรรม​“ไม่น่าเชื่อเลยครับพี่ทีปต์ หมอที่นั่นเก่งจริงๆ พี่ทีปต์ไม่ได้หน้าตาน่าเกลียดแบบเดิมแล้ว มันยอดมาก ไม่มีแม้แต่รอยสักรอย หมอเก่งมากๆ”​“พี่ลบรอยแผลเป็นนั่นไปแล้ว แผลเป็นที่ทำให้ชีวิตของพี่พลิกผันไปมากมาย แผลเป็นที่ทำร้ายพี่ได้อย่างหนักเหลือเกิน นิกซ์” คำพูดนั้นทำให้หิรัญเลิกคิ้วนิดหน่อย แต่ก็ยังยิ้มส่งให้กับทีปต์​“ดีแล้วครับ พี่จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ผมคิดว่ามันจะสดใสแน่นอน”​“พี่ยังเริ่มต้นใหม่ไม่ได้ นิกซ์ จนกว่าพี่จะจัดการกับแผลเป็นอีกแผลหนึ่งก่อน แผลนี้มันใหญ่มากเสียด้วย และที่สำคัญ พี่ต้องขอความร่วมมือจากนายในการกำจัด”​“เอ...ผมตามไม่ทัน พี่ทีปต์หมายความว่าอะไรหรือครับ”​“นายยังไงล่ะ นิกซ์ แผลเป็นของทีฆทัศน์ สิ่งที่นายทำ มันเป็นเหมือนแผลร้าย ที่ก

  • หนี้อสูร   37

    นัยน์ตาสีนิลคมกริบนั่น รูปหน้าเรียวได้ส่วน ริมฝีปากนั่น...​มันช่างเหมือนกันราวกับพิมพ์เดียว แม้กระทั่งกลิ่นน้ำหอม ถ้าเธอจมูกไม่เพี้ยน เขาก็ยังใช้กลิ่นเดียวกัน ต่างกันแค่คนตรงหน้าเธอ ดูเปิดเผย จริงใจ และอบอุ่นกว่าเขามากนัก เป็นส่วนที่แตกต่างกันมาก แต่เหตุไฉน ใจเธอกลับวนเวียนไปคิดถึงแต่อสูรใจร้ายอย่างทีปต์ มากกว่าคนตรงหน้าเธอ ที่รูปร่างหน้าตาเหมือนกับพิมพ์กันมา ทั้งที่เขาดูอ่อนโยนและเอาใจเธอนัก ไม่รังเกียจแม้รู้ว่าเธอตั้งครรภ์แบบไม่สามารถบอกได้ว่าพ่อของเด็กในท้องคือใคร ​“ผมซื้อมาฝาก ไปลองชิมมาแล้วอร่อยมาก เห็นคุณบอกว่าอยากกินขนมไทยๆ” เขายื่นถุงพลาสติกบรรจุขนมหน้าตาน่ากินส่งให้เธอ ยอดชีวายิ้มน้อยๆ แล้วเอื้อมมือรับ ชายหนุ่มชักมือกลับ ก่อนจะเอ่ยเสียงทุ้ม​“อุตส่าห์ซื้อของมาฝาก ใจคอจะไม่ต้อนรับแขกเลยหรือครับ”​“เชิญเข้ามาก่อนก็ได้ค่ะ” เธอไขกุญแจให้เขา พลางย่นจมูกอย่างลืมตัว ท่าทีน่ารักนั้นทำให้ธนัยมองเธอตาปรอย เขามองใบหน้าหวานนั่นอย่างชื่นชมเปิดเผย แทบจะช่วยประคองด้วยซ้ำ เมื่อยอดชีวาทำท่าจะสะดุดล้ม เธอต้องปัดมือของเขาที่ทำท่าจะเอื้อมมาจับเธอไว้ แล้วพึมพำบอกว่าไม่เป็นไร​หญิงสาวรับแขกของ

  • หนี้อสูร   36

    ช่อชนิดาเฝ้าแอบมองหญิงสาวในชุดกระโปรงสีหวาน ที่กำลังล็อกประตูรั้วบ้าน หันหลังให้กับเธออย่างไม่ทันระวังตัว ร่างบางจึงปราดจากที่ซ่อน แล้วตรงเข้าประชิดทันที มือบางรวบเอวเล็กของอีกฝ่ายไว้ ทางนั้นร้องอุทานอย่างตกใจ ​“ยัยเบบี้ โอย...ดีใจจริงๆ จับตัวได้แล้ว”​“อีฟ” ยอดชีวากะพริบตาปริบๆ หน้าแดงสลับซีดด้วยความรู้สึกหลากหลายปนเป ช่อชนิดารัดเธอไปกอดไว้แน่น ก่อนจะละล่ำละลัก อุทานซ้ำๆ ​“อย่าไปไหนอีกนะ อย่าไปไหนอีกเลย เพื่อนรัก เราดีใจเหลือเกิน โอย...เบบี้ ดีใจจริงๆ”​“เราก็ดีใจอีฟ ฮือๆ เราดีใจที่เจออีฟ”​“แล้วหนีมาทำไมถึงนี่ จะบ้าหรือยังไงกัน หนีมาไม่บอกไม่กล่าว หลังงานศพพ่อเธอ เธอก็หายไปเลย อะไรกันน่ะ เราทั้งงง ทั้งใจหาย จะเป็นบ้าที่เพื่อนรักหนีหายมา เกิดอะไรขึ้น”​“ไปคุยกันในบ้านดีกว่า เรื่องมันยาว แต่ว่าอีฟตามหาเราได้ยังไงกันนี่” ยอดชีวาปาดน้ำตาแห่งความดีใจที่รินไหลออกทิ้ง แล้วยิ้มกว้างให้กับเพื่อนรัก มือทั้งสองจับกันแน่น เหมือนกลัวว่าที่เห็นตรงหน้าจะเป็นภาพลวงตา​“เราตามเพจของเบบี้มายังไงล่ะ ดีนะที่เบบี้เปิดเพจไว้ เพจขายน้ำหอมของเบบี้น่ะ เราจำได้ว่าอีเมลนั้นเป็นอีเมลของเบบี้ ที่ติดต่อ ก็เร

  • หนี้อสูร   35

    ​ทีปต์อ่านจดหมายด้วยมือที่สั่นเทา เขานั่งทรุดลงอย่างหมดแรง ตู้ที่เปิดอ้าไว้ แง้มให้เห็นว่าของภายในถูกเก็บกวาดไปจนเกลี้ยง ของทุกสิ่งที่เป็นของยอดชีวาอันตธานออกไปจากห้องนี้ เหมือนที่เธอเดินไปจากชีวิตเขา หิรัญยืนพิงกรอบประตู มองดูพี่ชายของเขาที่นั่งนิ่งเหมือนหิน เขาเดินก้าวเข้าไปใกล้ แล้วตบบ่าของทีปต์เบาๆ ก่อนจะเอ่ยปลอบโยนด้วยน้ำเสียงทุ้ม​“ปล่อยเขาไปเถอะครับพี่ทีปต์”​“ยอดชีวาแท้งลูก พี่จะปล่อยเขาไปแบบนั้นได้ยังไงกัน” ชายหนุ่มเม้มปาก “แล้วเรื่องฤทธิ์มันอะไรกัน พี่งงไปหมดแล้ว”​“ถ้าไม่แท้ง พี่จะแน่ใจได้ยังไงกันว่าเป็นลูกของพี่ นังเด็กนั่นก็บอกแจงในจดหมายอยู่ ว่าเป็นลูกใครกันแน่ หึ!สันดานร่านนัก ไอ้เพื่อนเลวนั่นก็เหลือเกิน ผมมีพยานนะครับพี่ทีปต์ ประภาเด็กรับใช้เป็นพยานให้ได้ ว่าเคยเห็นพวกมัน...”​“พอเถอะ พอที พี่อยากอยู่คนเดียว” ทีปต์ปัดมือที่โอบไหล่เขาออก ก่อนจะเอ่ยเสียงเครียด หิรัญลุกขึ้น มองหน้าทีปต์ที่ตอนนี้อ่านความรู้สึกไม่ออก ว่ากำลังคิดอย่างไรกันแน่ จดหมายจากยอดชีวายับยู่ยี่อยู่ในมือเขา นัยน์ตาคมของเขาฉายแววเย็นชา ไม่แสดงความรู้สึก ทั้งที่ตอนแรกมันฉายแววเจ็บปวดอย่างเหลือแสน สิ่งท

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status