Share

3

last update publish date: 2026-10-27 13:10:49

คฤหาสน์ของทีปต์ ใช้ชื่อเรียกตามเจ้าของเดิม ว่าคฤหาสน์มันทนา เจ้าของเป็นชายผู้สูงศักดิ์ เจ้าชายจากแคว้นยุโรป ที่หลงรักสาวไทย แต่เป็นรักที่ไม่สมหวัง เพราะเนื่องด้วยฐานันดรที่ต่างกัน เขาจึงต้องกลับไปทำหน้าที่ของตนเอง แต่ก็ได้ทิ้งเงินทอง และคฤหาสน์หลังนี้ไว้เป็นอนุสรณ์แห่งความรัก ให้กับมันทนา สาวไทยผู้โชคดีที่ได้ความรักจากชายสูงศักดิ์ แต่ไม่สมหวัง เธอตรอมใจและสิ้นใจอย่างสงบ หลังจากได้ข่าวว่าเจ้าชายประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ที่บ้านหลังนี้นั่นเอง

​ประวัติของคฤหาสน์เศร้าหมองนัก เหมือนกับเจ้าของใหม่ ที่มีชีวิตอาภัพเรื่องความรักไม่แพ้กัน ทีปต์เองก็ถูกสลัดทิ้งอย่างไม่ไยดี จากคนที่เขารักแทบจะเปรียบเธอเป็นลมหายใจ เพียงเพราะกิจการของเขาเริ่มซวนเซ และหน้าตาของเขาที่เหมือนผี! ใครว่ารักแท้มีอยู่จริง...ก็คงจะมีอยู่หรอกมั้ง แต่แน่นอนว่าหัวใจของทีปต์ตอนนี้ มันไม่เชื่อในเรื่องความรักอีกต่อไปแล้ว

​คนที่บอกว่ารักเขาแทบเป็นแทบตายอย่างปริณาห์ ไฉนหัวใจจึงเปลี่ยนง่ายนัก เพียงแค่เห็นแผลเป็นของเขา และรู้ข่าวคราวเรื่องธุรกิจของเขา เหอะ! รักก็คือแบบนี้สินะ คำพูดจาพล่อยๆ ที่ทำให้รู้สึกดีและหลงโง่งมงาย นอกจากบาดแผลทางกายแล้ว บาดแผลทางใจของทีปต์ จากอุบัติเหตุครั้งนั้น มันก็ร้ายแรง และกลายเป็นแผลกลัดหนอง แม้แผลร่างกายจะหายไป แต่แผลใจมันยังไม่ยอมหาย มันกลายเป็นแผลเป็นอันแสนน่าเกลียด เสียยิ่งกว่าใบหน้าของเขา

​เขาเกลียดความรัก เกลียดผู้หญิงทุกคน ไม่คิดจะพบพานกับความรู้สึกแบบนี้อีกแล้ว ทีปต์ฝังตัวเองอยู่กับงาน จมอยู่กับการพยายามกอบกู้กิจการคืนมา จนไม่ได้สนใจอะไรทั้งสิ้น ความรู้สึกทางเพศของเขามีอยู่บ้าง แต่เขาก็เลือกวิธีที่จะบำบัดมันด้วยตนเองเสียมากกว่า

​มันร้ายกาจและฝังรากลึก จนเขาไม่สนใจจะมองผู้หญิงคนไหน ไม่ยินดียินร้าย กับความงดงามของเพศตรงข้ามมานานมาก มารดาของเขา คุณอารยากลับมาขอร้องเขาเรื่องแต่งงาน ท่านดูจริงจังมากมาย กับการจะจับคู่เขาให้กับคนนั้นคนนี้ ยื่นคำขาดมาด้วยซ้ำ ว่าต้องการให้เขาแต่งงานภายในสองปีนี้ เพื่อจะมีหลานให้นาง

​โอ...เขาไม่อยากถูกจับคู่ ไม่อยากมีชีวิตคู่กับใครหน้าไหน ไม่อยากให้ผู้หญิงที่เป็นลูกสาวผู้รากมากดีเหล่านั้น มองเขาด้วยสายตาสมเพช ยามที่มองใบหน้าเขา แต่ทีปต์ไม่อาจจะใช้ไม้แข็งกับมารดาได้ แม้จะเย็นชากับใครต่อใคร แต่กับท่าน เขาต้องยกไว้คนหนึ่ง และยังคงเป็นลูกชายแสนดีที่ขี้อ้อนคนเดิม

​มารดามีโรคประจำตัว ท่านมักจะมาบ่นรำพัน ว่ามันอาจจะคร่าชีวิตของท่านไปในสักวัน ท่านกลัวตะกูลจะสั้นกุดเพียงแค่นี้ อีกหลายเหตุผลที่ยกมาอ้าง ทั้งหมดทั้งมวลนั่นเขารู้ว่าลึกๆ แล้ว ท่านต้องการจับคู่ให้เขากับลูกสาวของเพื่อนท่าน ให้เข้าทำนองเรือล่มในหนองทองจะไปไหน การช่างตื๊อของท่านทำให้เขารำคาญ ท่านถึงกับลงทุนสร้างแผนการว่าป่วย จนเขาเกือบจะตามใจเข้าแล้ว แต่ดันแผนแตกเสียก่อน เขายังโกรธท่านอยู่ไม่หาย ที่คิดจะมัดมือชกเขาแบบนี้

​นั่นแหละ ทีปต์จึงเกิดความคิดหนึ่งขึ้นมา เมื่อบังเอิญได้เห็นรูปของลูกสาวลูกหนี้คนสำคัญของเขาเข้า

​มารดาอยากได้หลาน...

​เขาก็จะให้ท่านได้อุ้มหลาน

​ไม่ต้องมีเมียเป็นตัวเป็นตนให้น่ารำคาญใจ ไม่ต้องใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกันจนวันตาย เอาแค่มาผลิตลูกให้เขา แน่นอนว่าต้องได้ลูกชาย แล้วเขาก็จะปล่อยเจ้าหล่อนไป...

​รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นตรงริมฝีปากได้รูป เขายื่นข้อเสนอไปให้กับยอดชาย เมื่อบังเอิญได้เห็นว่าอีกฝ่ายมีบุตรสาวหน้าตาสวยน่ารัก กลับมาเมืองไทยแล้วเรียบร้อยหลังจากไปเรียนที่เมืองนอก แน่นอนว่าเจ้าหล่อนจะต้องอยากจะอยู่ใกล้ชิดบิดาหลังจากกันไปหลายปี และเขาก็ได้กระชากเธอออกมาเสียจากอกของยอดชาย มันก็สาสมแล้วนี่กับที่อีกฝ่ายทำชีวิตของเขาพัง

​ในเมื่อเขาอยากได้เพียงแค่ผู้หญิงที่มาเป็นแม่ของลูก ไม่ใช่เป็นเมีย เขาก็มีสิทธิ์สินะที่จะเลือกแม่พันธุ์ชั้นดี เขาสืบประวัติเจ้าหล่อนมาแล้วเรียบร้อย ยอดชีวา กาญจน์วัฒนา ลูกสาวสุดรักสุดหวงของยอดชาย หญิงสาวอายุยี่สิบห้าปี เรียนจบจากสถาบัน IFF ประเทศฝรั่งเศส ด้วยผลการเรียนระดับดีเยี่ยม จนมีดีไซน์เนอร์ และบริษัทหลายๆ บริษัทต้องการตัว แต่เจ้าหล่อนเลือกกลับมามีอนาคตที่เมืองไทย ท่าทางกำลังไปได้สวยเพราะได้งานทำที่บริษัทผลิตเครื่องสำอางระดับชั้นนำ

​รูปร่างหน้าตาของเธอก็จัดว่า...ไม่ได้ขี้ริ้ว สวย น่ารัก รอยยิ้มราวกับจะเปิดโลกให้สดใส นัยน์ตาระยับยามยิ้มนั้น เป็นภาพที่เขาเห็นจากที่มีนักสืบที่เขาให้ไปจัดการเรื่องของเธอส่งมาให้ โปรแกรมออนไลน์ยอดฮิตที่เธอใช้อยู่ มันทำให้เขาไปติดตาม สอดส่องพฤติกรรม ผู้หญิงที่ตั้งใจจะให้เป็นเครื่องผลิตลูกมาพักหนึ่งแล้ว

​รูปภาพหลายๆ รูป การโพสต์สถานะ บอกว่าเธอเป็นคนมองโลกแบบไหน ยิ้มหวานเห็นฟันเรียงเป็นระเบียบ นัยน์ตาเปล่งประกายระยับ จับตาคนมองนัก แบบนี้ยอดชายคงจะทั้งหวงและห่วง ไอ้แก่ร้ายกาจนั่นจะเต้นขนาดไหนนะ ถ้าเกิดว่าต้องส่งลูกสาวคนเดียวมาให้เป็นเมียเขา

​ข้อเสนอที่ไม่อาจจะปฎิเสธได้ซึ่งทีปต์มอบให้ฝ่ายนั้น ราวกับจะกลั่นแกล้ง และรวมผลประโยชน์ให้กับตนเองไปพร้อมๆ กัน เขาไม่ได้ตั้งใจจะร้ายกาจ แต่โลกนี้ร้ายกาจกับเขาก่อน เขาจึงต้องเล่นเกมชีวิตให้มันดำเนินไปในทิศทางที่เขาต้องการ และไม่อาจจะมีใครขัดขวางได้

​เขาต้องได้แม่นั่น ต้องได้ลูก และคาดว่าถ้าได้ตามนั้นแล้ว เขาก็จะเฉดหัวเจ้าหล่อนกลับบ้าน ให้บิดาของหล่อนหัวใจสลาย มันก็สาสมดีกับสิ่งที่เขาได้รับ ไม่มีการปราณี มีแต่คำว่าตาต่อตา ฟันต่อฟัน

​ทีปต์คิดอย่างหยันๆ นัยน์ตาเหลือบมองนาฬิกาหินอ่อนแกะสลักอย่างดี ที่วางประดับไว้ตรงมุมห้อง เกือบได้เวลา เขาจะได้เจอว่าที่เจ้าสาวตัวจริงแล้วสินะ เจ้าหล่อนขอนัดหมายพบปะเขา เพื่อทำข้อตกลง ก่อนจะก้าวเข้ามาเป็นเจ้าสาวของเขา ชายหนุ่มยิ้มน้อยๆ ออกมา อดหัวเราะไม่ได้ ว่าถ้าเธอเห็นเขาถนัดชัดตาแล้ว ยังจะกล้ารับข้อเสนอนี้อีกไหม กลัวแต่จะเผ่นรีบกลับบ้านไปมากกว่า

​ถ้าเกิดว่าเจ้าหล่อนไม่ตกลงขึ้นมาเล่า เขาจะทำอย่างไร? คำถามนี้ผุดขึ้นมาในสมอง นัยน์ตาของเขาฉายประกายวาวโรจน์ ก็ดีน่ะสิ! เขาจะได้มีข้ออ้าง ในการลงมือจัดการคนที่ล่มชีวิตเขาเสีย คนทรยศที่ทำให้เขาต้องเผชิญความเลวร้ายทุกอย่าง แค่ที่ชดใช้มาแค่นี้ มันยังน้อยเกินไปเสียด้วยซ้ำ

​ทีปต์ลงความโกรธ เสียใจ แค้นเคืองทุกอย่างไปที่ยอดชาย เขาเคยไว้ใจชายผู้นี้มาก และเมื่อไว้ใจ รัก มันก็แปรเปลี่ยนเป็นความแค้น เมื่ออีกฝ่ายทำลายความไว้วางใจนั้นจนย่อยยับ และพร้อมๆ กันนั้น ชีวิตของเขาก็มีอันต้องเปลี่ยนไปอย่างพลิกหน้ามือเป็นหลังเท้า! เขาไม่สมควรจะโกรธเกลียดอีกฝ่ายหนึ่งหรืออย่างไรกัน

​“คุณท่านคะ มีคนมาขอพบค่ะ เธอให้เรียนว่าชื่อ ยอดชีวา กาญจน์วัฒนา”

​สาวรับใช้เดินเข้ามารายงานอย่างนอบน้อม ชายหนุ่มพยักหน้ารับ เขาก้มลงมองตัวเอง ที่อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำ และกางเกงยีนขายาวสีเดียวกัน แล้วเสยผมลงปรกใบหน้าซีกที่มีแผลเป็นไว้ ดึงแว่นกันแดดสีดำอันใหญ่ที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อมาสวม ยิ้มราวกับจะเย้ยหยันตนเอง เมื่อนึกถึงภาพสีหน้าของว่าที่เจ้าสาว ถ้าเกิดว่าเห็นเขาเข้า

​หล่อนคงไม่ร้องกรี๊ด และวิ่งหนีไปเสียหรอกนะ ถ้าอย่างนั้น มันก็ไม่สนุกน่ะสิ!

​“รับรองหล่อนที่ห้องรับแขก บอกหล่อนว่าอีกยี่สิบนาที ฉันจะตามไป”

​เขาหยิบโทรศัพท์ กดออกหาหมายเลขที่ต้องการ เมื่อเจรจาแล้วเสร็จกับปลายสาย เขาก็นั่งอยู่กับที่ เอื้อมหยิบเอาหนังสืออ่านเล่นมาอ่าน ท่าทางไม่ได้รีบร้อนสักนิดที่จะไปพบกับแขก

​

​ยอดชีวาดื่มน้ำในแก้วจนหมด สาวใช้ที่นั่งอยู่ใกล้เธอ เห็นดังนั้นจึงขอแก้วน้ำไปเติมน้ำเพิ่ม เธอยิ้มให้แล้วพยักหน้ารับ พลางลอบถอนใจ ก่อนจะก้มลงมองเวลา บนนาฬิกาข้อมือเรือนเล็กที่ข้อมือ

​ครึ่งชั่วโมง...เธอรอเจ้าของบ้านนี้มาแล้วครึ่งชั่วโมง

​หญิงสาวกัดริมฝีปาก รู้สึกเครียดจนเส้นประสาทเต้นตุบๆ เขาจะเอาอย่างไรกันแน่ จะมาพบเธอไหมนะ ช่างเป็นคนลึกลับ เข้าใจยากเสียจริง เขาบอกว่ายินดีที่เธอมาพบ แต่กลับให้เธอต้องมารอ เขาส่งคนรถไปรับเธอเสียด้วยซ้ำแบบถึงบันไดบ้าน ยอดชีวามองไปรอบๆ ห้องรับแขกขนาดใหญ่ ประดับด้วยเฟอร์นิเจอร์ราคาแพง รู้สึกว่าตนเองตัวเล็กเพียงนิดเดียว ด้วยสถานที่ซึ่งข่มขวัญเธอ ยิ่งต้องรอคอยเจ้าของบ้านแบบนี้ด้วยแล้ว คำพูดต่างๆ ที่เตรียมมาไว้ต่อรองกับเขา ไม่รู้ว่าเธอจะเรียบเรียงได้ถูกต้องหรือเปล่าด้วยซ้ำ

​สาวใช้เอ่ยขออนุญาตเมื่อนำน้ำเย็นมาให้เธอ และถามไถ่ว่าต้องการของว่างรองท้องเพิ่มไหม ยอดชีวามองนาฬิกาอีกครั้งก่อนจะตัดสินใจเอ่ยถามถึงเจ้าของบ้าน

​“ไม่ทราบว่า คุณทีปต์ จะมาพบฉันเมื่อไหร่คะ”

​“คุณท่านบอกให้รออีกสักครู่น่ะค่ะ”

สาวใช้ตอบอ้อมแอ้ม แล้วยิ้มแหย เธอมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างคะเนไม่ถูกว่า ทีปต์มีธุระอะไรกับหญิงสาวผู้นี้ ตั้งแต่เธอมาทำงานที่นี่ ไม่เคยมีแขกผู้หญิงเลยแม้แต่คนเดียว ยอดชีวาเป็นคนแรกเลยก็ว่าได้ เพราะคุณท่านเจ้าของคฤหาสน์ไม่เคยต้อนรับใคร มีแขกเพียงคนเดียวซึ่งเธอเคยเห็นก็คือรัตนฤทธิ์

​“ขอบคุณมากค่ะ”

ยอดชีวารับแก้วน้ำมาแล้วจิบอย่างไม่รู้จะทำอะไรดี การรอคอยทำให้เธอยิ่งเครียด หญิงสาวมองไปยังทางเข้าห้องรับแขก แล้วก็ต้องเบิกตากว้าง เมื่อเห็นชายในชุดดำ ร่างกายสูงใหญ่ กำลังเดินก้าวเข้ามา สายตาของเธอไม่อาจจะละไปจากใบหน้าของเขาได้

​เจ้าของใบหน้าเรียวได้รูป ซึ่งมีรอยแผลเป็นใหญ่จนกินเนื้อที่ไปเกือบครึ่งหน้า แม้ว่าจะมีผมลงมาปรกไว้บางส่วน แต่มันก็เห็นได้ชัดเจน รอยแผลเป็นน่าเกลียดนั่น ดึงดูดสายตาของยอดชีวาให้มองมันอย่างตื่นตะลึง

​“อะแฮ่ม!”

เสียงกระแอมดังขึ้น เรียกฉุดสติให้กลับคืนมา เธอกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะกลืนน้ำลาย ฝ่ายนั้นเลิกคิ้วให้เธอ แล้วเอ่ยแนะนำตัวเองเสียงเรียบเย็น

​“ขอโทษที่ต้องให้รอนาน ผม ทีปต์ ทีฆทัศน์”

​“เอ่อ...”

ยอดชีวาเม้มริมฝีปากแน่น ขนพลันลุกเกรียวขึ้นมาอย่างระงับอาการไม่อยู่ เธอยังไม่อาจจะละสายตาจากรอยแผล และใบหน้าของเขาได้ นี่น่ะหรือ...ว่าที่เจ้าบ่าวของเธอ

​“สะ...สวัสดีค่ะ”

หญิงสาวยกมือไหว้ ทีปต์รับไหว้เธอ นัยน์ตาสีนิลหลังแว่นดำนั้น จับจ้องคนตรงหน้าอย่างไม่วางตา ตัวจริงของยอดชีวา กาญจน์วัฒนา ดูสวยน่ารัก งดงามเสียยิ่งกว่าในภาพที่เขาเคยเห็น นัยน์ตาคมกริบมองไล่ตั้งแต่หัวจรดเท้า ฝ่ายนั้นหลบตาเขา มีทีท่าอึกอักจนเห็นได้ชัด

​ใบหน้าเรียวรูปไข่ นัยน์ตาโตงดงาม จมูกโด่งได้ส่วนปลายรั้นน้อยๆ จุดดึงดูดของใบหน้านั้นอยู่ที่ริมฝีปากอิ่มย้อยสีเรื่อ เธอแต่งหน้ามาพอประมาณ ไม่เข้มจัด เน้นจุดเด่นของใบหน้านั้นได้อย่างพอเหมาะชวนมอง

​เรือนผมยาวเรี่ยเอวสีดำสนิท ปล่อยสยายตามธรรมชาติ มีเครื่องประดับเป็นโบว์ลายดอกไม้ ติดผมป้ายไว้ข้างหนึ่ง ชุดแซทคอวี แขนตุ๊กตา ลายดอกไม้สีเขียวอ่อน เป็นชุดกระโปรงยาวพอดีเข่า แซมด้วยลูกไม้และผ้าโปร่ง ผิวของเจ้าหล่อนขาวลออตา ดูน่ารักบอบบาง เหมือนดอกมะลิสีขาวหอมกรุ่น

​คงจะนึกลังเลอยู่สินะ แล้วก็คงจะตกใจมาก ที่จะได้เขาเป็นผัว...

​“คุณต้องการจะคุยกับผม ก่อนจะเข้ามาอยู่ที่นี่ใช่ไหม?”

เขาเปิดฉากเจรจาก่อนอย่างไม่อ้อมค้อม นัยน์ตานั้นมองใบหน้างามด้วยต้องการจะจับอาการของอีกฝ่าย ยอดชีวารู้สึกกลัวคนตรงหน้าจนเกือบจะสั่น มือเรียวบีบเข้าหากันแน่น บรรยากาศรอบตัวเขาช่างอึมครึม น่าหวาดระทึก อย่างบอกไม่ถูก

​“คือ...ค่ะ”

​“ดี เราจะได้เจรจาพูดคุยกันให้รู้เรื่องไปเลย พ่อของคุณคงจะบอกแล้วว่าอะไรเป็นอะไร ผมมีเงื่อนไขที่คุณจะต้องได้รับรู้ และได้ทำความเข้าใจไว้ กับการมาอยู่ที่นี่...ในฐานะ แม่ของลูกผมในอนาคต”

คำพูดนั้นเรียกสีเลือดให้แข่งกันแล่นซ่านขึ้นมาบนใบหน้านวล ทีปต์หรี่ตากับกิริยาเขินอายของอีกฝ่าย เธอเม้มริมฝีปาก แล้วพยักหน้ารับ อึกอัก ขัดเขินจนบอกไม่ถูก แต่ก็ต้องกล้าพูด เธอมาเพื่อจะเจรจาต่อรองกับเขานะ ยอดชีวา ไม่ใช่มาทำกลัวเขาจนลนลานแบบนี้

​“ขอโทษทีนายทีปต์ รถติดสุดๆ แต่ก็ทำเวลาไม่ขาดไม่เกินที่นายยื่นข้อเสนอให้นะโว้ย...เอ่อ...ขอโทษครับ ไม่รู้ว่านายมีแขก”

ชายร่างสูง หุ่นค่อนข้างโปร่ง เดินแกมวิ่งเข้ามาในห้องรับแขกแบบพรวดพราด เขาเอ่ยขอโทษ แล้วมองหญิงสาวหน้าหวาน ที่กำลังนั่งบนโซฟาหลุยส์ ตรงกันข้ามกับเพื่อนสนิท แล้วก็หันมามองทีปต์ด้วยสายตาเต็มไปด้วยคำถาม ฝ่ายนั้นผายมือให้เขานั่งลง แล้วเอ่ยสั่งให้เขาพิมพ์รายงาน

​“ฉันเรียกนายมา เพื่อให้มาเป็นสักขีพยาน และให้มาทำเอกสารให้เป็นหลักฐาน พิมพ์ตามที่ฉันบอกที”

​“คือ...”

รัตนฤทธิ์อ้าปากจะถาม แต่ทีปต์ยกนิ้วชี้ขึ้นโบกไปมา เป็นสัญญาณมือบอกให้เขาหุบปาก และทำงานตามที่สั่งไป ประโยคต่อไปจากริมฝีปากได้รูปของเพื่อนรัก ทำให้เขาคิ้วขมวด

​“นี่คือกติกา จากทางฝั่งของผม เริ่มลงมือพิมพ์ตามที่ฉันพูดได้เลย นายฤทธิ์ สัญญาระหว่างข้าพเจ้า นายทีปต์ ทีฆทัศน์ ในการทำข้อตกลง มีทายาทเพศชาย กับนางสาวยอดชีวา กาญจน์วัฒนา ข้อที่หนึ่ง...”

ฟังมาถึงตรงนี้ คนที่กำลังพิมพ์ตามเจ้านายสั่ง ก็เริ่มคิ้วพันเข้าหากันมากขึ้น ก่อนจะเหลือบมองหญิงสาวร่างบางที่กำลังนั่งหน้าแดง ก้มหน้าก้มตาบีบมือไม้ให้วุ่นอยู่ตรงหน้าเขา

​ไอ้ทีปต์ กำลังเล่นบ้าบออะไรกันวะ ให้เราติดต่อตกลงสัญญาลดหนี้กับคุณยอด คือข้อตกลง นี่น่ะหรือ ลดหนี้!

​“นางสาวยอดชีวา จะต้องมาอยู่กินกับนายทีปต์ ไปจนกว่าจะมีทายาทเพศชาย ข้อที่สอง ระหว่างที่อยู่กินกันนี้ ไม่สามารถเรียกร้องค่าใช้จ่ายอะไร จากนายทีปต์ได้ และข้อสุดท้าย ถ้านางสาวยอดชีวาได้ตั้งครรภ์ จนคลอดบุตรแล้ว อนุญาตให้อยู่ดูแลบุตรได้จนอายุหนึ่งปี และตั้งแต่นั้นสิทธิ์ขาดของบุตรจะต้องเป็นของนายทีปต์ แต่เพียงผู้เดียว”

​มือของคนพิมพ์ถึงกับสั่น คนฟังอีกคนหนึ่งก็ถึงกับน้ำตารื้น หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น พลางมองคนตรงหน้า นอกจากเขาจะมีหน้าตาน่าเกลียดแล้ว จิตใจก็ช่าง...ทำด้วยอะไรกันนะ ถึงได้ยื่นข้อเสนอแบบนี้มา และแน่นอนว่า ยอดชีวาต้องยอมทำตามอย่างไม่มีเงื่อนไขเพื่อช่วยเหลือบิดา

​“ไหนลองบอกกติกาของคุณมาบ้างสิ ยอดชีวา ผมจะได้ให้นายฤทธิ์พิมพ์ไว้เป็นสัญญา เป็นเอกสารไว้ ว่าเราได้ตกลงกันแล้วตามนี้”

​“ข้อตกลงระหว่างการที่รับงานนี้ของฉัน มีเพียงสองข้อค่ะ นั่นก็คือ หนี้สินทั้งหมดของคุณพ่อ ทางคุณจะต้องยกให้ และ...”

หญิงสาวบีบมือเข้าหากันจนแน่น งานนี้เธอต้องสูญเสียอะไรไปมากไม่ใช่น้อย และเธอก็จะต้องเรียกร้องสิทธิ์ของตนเองไว้บ้าง ในเมื่อเขารวยจนล้นฟ้า เธอก็จะเรียกร้องเงินจากเขานั่นแหละ มาเป็นค่าเยียวยาทุกสิ่งให้เธอกับบิดา

​“ฉันขอเรียกเงินหลังจากที่ส่งลูก...ให้กับคุณแล้ว สิบล้าน”

​จำนวนเงินนั้นทำให้ทีปต์หรี่ตาลง แต่ก็พยักหน้า เขาบอกให้รัตนฤทธิ์พิมพ์ตามนั้น และเมื่อพรินต์เอกสารมาให้กับเธอและเขาเป็นหลักฐานไว้แล้วเรียบร้อยทั้งสองฝ่าย ก็ลงลายเซ็นรับรอง และให้เลขานุการหนุ่มเซ็นรับรู้เป็นพยาน

​มือเรียวค่อยพับกระดาษเอกสารสำคัญ เก็บไว้ในกระเป๋าถือ ก่อนจะเอ่ยลาเจ้าของบ้าน ทีปต์ยืนยันที่จะให้คนรถไปส่งเธอ เมื่อยอดชีวากลับไปแล้ว รัตนฤทธิ์ที่เก็บปากเก็บคำอยู่นาน ก็โพล่งถามเพื่อนรักอย่างอัดอั้น

​“นี่มันเรื่องอะไรวะนายทีปต์ เรียกฉันมาทำสัญญาผลิต...เอ่อ...โอ๊ย...ให้ตายเถอะ นายกำลังทำอะไรวะ กำลังเล่นอะไร อยากมีลูกแต่ไม่อยากมีเมียขึ้นมาหรือยังไงกันวะ”

​“ใช่” คำตอบสั้นๆ เล่นเอารัตนฤทธิ์พูดไม่ออกไปเกือบนาที เขามองหน้าของเพื่อนสนิท ก่อนจะส่ายหน้าน้อยๆ

​“มัน...ไม่สมควรเลยนะทีปต์ คนทำนายมันพ่อเขา นายไม่ควรเอามาลงกับลูก”

​“ฉันไม่ได้ทำอะไร” ทีปต์ยักไหล่ แล้วทำหน้านิ่ง

“มันเป็นการตกลงธุรกิจระหว่างฉันกับผู้หญิงคนนั้น เขาเรียกเงินจากฉันสิบล้าน แลกกับเด็ก แฟร์ๆ กันแล้วนี่”​

​“เฮ้อ...”

รัตนฤทธิ์นวดขมับเบาๆ เขามองเห็นเค้าลางความยุ่งยากขึ้นมารำไร เรื่องระหว่างทีปต์กับยอดชายนั้น เขาก็รับรู้ และบางอย่างเห็นด้วย แต่บางอย่างก็ไม่เห็นด้วย จริงที่ว่าทีปต์โดนผลกระทบจากการกระทำของยอดชายค่อนข้างจะหนัก แต่บางที ความแค้น ก็ไม่ควรจะชำระด้วยความเลวหรือความสะใจไม่ใช่หรือ?

​“เรื่องงาน เรียบร้อยดีไหม”

คำถามต่อมาพาให้รัตนฤทธิ์ออกไกลไปจากเรื่องราวตรงหน้าก่อนชั่วคราว ตามแบบเลขานุการผู้ทรงประสิทธิภาพ

​“เรียบร้อยดี น้องชายนายทำได้เยี่ยมตามเคย ทางนั้นตกลงเซ็นสัญญากับเรา แต่หิรัญยื่นราคาลดลงมากกว่าที่นายบอกไว้อีกนิดหน่อย”

​“อ้อ...”

ทีปต์พยักหน้ารับรู้ รัตนฤทธิ์มองหน้าเพื่อนสนิท ก่อนจะเม้มริมฝีปาก เขาลองเกริ่นเกี่ยวกับน้องชายบุญธรรมของทีปต์ออกไปอีกรอบ

​“เหมือนว่าหิรัญจะมีโครงการใหม่ๆ นำเข้าเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้น โดยไม่ผ่านฉัน และแน่ใจว่ามันก็ไม่ผ่านนาย”

​“น้องอาจจะลืม เดี๋ยวฉันจะนัดคุยกับนายนิกซ์อีกทีหนึ่ง เขาคงจะบอกเรื่องนี้เองนั่นละ”

​“อ้อ...”

รัตนฤทธิ์ไม่พูดอะไรต่อเกี่ยวกับหิรัญ เขารายงานเรื่องของการทำงานสำคัญๆ ให้กับทีปต์ได้ทราบ ก่อนจะกลับไปออฟฟิศ ก็ยังไม่วาย พูดย้ำเรื่องเกี่ยวกับยอดชีวาอีกหน

​“นายเอาจริงหรือ? นายทีปต์ เรื่องของคุณยอดชีวา”

​“เอาจริงสิ แม่ฉันอยากได้หลาน หนนี้ก็จะได้หลานสมใจละ จะได้เลิกมายุ่งเรื่องฉันจะมีเมียหรือไม่เสียที”

​“นายทำไปเพราะอยากแก้แค้นคุณยอดชายหรือเปล่า?”

​“หึๆ” ทีปต์หัวเราะแทนคำตอบ แล้วโบกมือไล่เพื่อนรัก

“ไปทำงานได้แล้ว ไม่ต้องมาถามอะไรมากมาย หน้าที่ของนายทำอะไรก็ทำไป อย่ามายุ่งกับการตัดสินใจของฉันเลย”

​“โอเค แล้วนายอย่ามาเสียใจทีหลังกับการกระทำหนนี้ของนายนะ ทีปต์”

รัตนฤทธิ์กล่าวทิ้งท้าย ทีปต์หรี่ตาลงแล้วเอ่ยพึมพำกับตนเอง

​“ทุกสิ่งที่ฉันตัดสินใจไป ไม่มีวันเสียใจแน่นอน”

​ใช่...เขาจะไม่มีวันเสียใจ ที่แก้เผ็ดนายยอดชายด้วยวิธีนี้ เขาจะได้ทายาทให้กับมารดา เพื่อท่านจะได้เลิกเคี่ยวเข็ญจะเป็นจะตายเรื่องที่เขาไม่ยอมแต่งงาน และให้ลูกสาวของนายยอดชายทรมานเหมือนตายทั้งเป็น ที่ต้องอยู่กับผัวหน้าผีแบบเขา และแน่นอน ว่านายยอดชายก็ต้องทรมานเฉกเช่นเดียวกับบุตรสาวด้วย

​งานนี้ยิงปืนนัดเดียว เขาได้ประโยชน์ตั้งหลายอย่าง แม้จะต้องเสียเงินให้แม่นั่นไปนิดหน่อย หลังจากได้ลูกมาแล้วก็ตาม แต่ความสาสะใจของเขา มันมีค่ายิ่งกว่าเงินสิบล้านนัก

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หนี้อสูร   บทส่งท้าย โฉมงามในอ้อมกอดของ เจ้าชายอสูร

    หลังจากผ่านพ้นเรื่องราวร้ายๆ เสร็จสิ้นงานศพของหิรัญ ทีปต์ก็ทำบุญบ้านครั้งใหญ่ เหมือนจะขับไล่เสนียดจัญไรให้ไปให้ไกลเสียจากตระกูลทีฆทัศน์ เขาได้บทเรียนมากมาย จากเรื่องของหิรัญ เขาไล่ประภาออกเพราะหล่อนเหมือนงูพิษที่เลี้ยงไม่เชื่อง ประจักษ์ผู้เป็นลุงและรั้งตำแหน่งสำคัญของคฤหาสน์มันทนา เป็นคนบอกกล่าวกับเจ้านายด้วยตนเอง ว่าหลานสาวมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหลายอย่าง ทีปต์ทำตามคำแนะนำนั้น แม้ว่าจะสงสารประภาที่ร้องไห้ปิ่มว่าจะขาดใจ ก่อนจะก่นด่ามากมายเมื่อเห็นว่าเขาไล่เธอออกจริงๆ ​คุณอารยาอาการดีขึ้น แม้จะต้องไปทำกายภาพบำบัดบ้าง แต่เธอก็มีความสุข ยิ้มแย้มแจ่มใส ยาใจที่ทำให้เธอหายในเร็ววัน นั่นก็คือทายาททีฆทัศน์ตัวน้อยๆ ที่ตอนนี้กำลังน่ารักน่าชัง ด้วยวัยหกเดือน เจ้าหนูทีฆาเป็นขวัญใจของคนทั้งบ้าน คุณอารยาอยากจะเดินได้พร้อมๆ กับหลานชาย เลยขยันไปทำกายภาพ และดูแลรักษาตัวเองตามที่หมอสั่งอย่างเคร่งครัด​เรื่องของหิรัญเหมือนฝันร้ายของพวกเขา แต่คนตายไปแล้ว และทีปต์เองก็คิดว่าตนเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้หิรัญเกิดบาดแผลขึ้นในจิตใจ เขายังรักน้องชายนอกไส้ แม้ว่าหิรัญจะทำร้ายเขาอย่างแสนสาหัสก็ตามที ทีปต์อโหสิกรรม จัด

  • หนี้อสูร   39

    ยอดชีวามองเพื่อนด้วยสายตาชนิดหนึ่ง ที่ทำให้ช่อชนิดายิ้มแหยพลางเอื้อมมือจะไปบีบมือเธอ แต่เธอชักหนีเสียก่อน แล้วหันมองข้างหน้าต่างรถที่กำลังแล่นด้วยความเร็วสูง ท่าทีเย็นชาของเพื่อนสนิททำให้ช่อชนิดาอดรนทนไม่ไหว ต้องคว้าเจ้าหล่อนมากอด หากถูกปัดป้อง แล้วทำหน้าบึ้งใส่​“โธ่...เบบี้จ๋า หายโกรธนะ เราจะพาเบบี้ไปดูแลที่กรุงเทพฯ อยู่คนเดียวได้ยังไงกันนั่น”​“จะพาเราไปที่ไหน”เสียงหวานเอ่ยขึ้น พร้อมกับสายตาดุๆ ที่ตวัดมองไปยังด้านหลังของคนที่นั่งข้างคนขับ รัตนฤทธิ์หันมายิ้มให้กับเธอ เพราะเห็นหน้าเขานี่แหละ ยอดชีวาถึงได้รู้ว่ามันชักจะไม่ชอบมาพากล และรู้ว่าถูกเล่นตลกก็ตอนที่รถแล่นไกลออกมาเรื่อยๆ ไม่ได้พาเธอไปที่วัดซึ่งเพื่อนรักบอกไว้แต่แรกว่าจะพาเธอไปทำบุญ​“ไปที่บ้าน...”​“บ้านใคร” ยอดชีวาเอ่ยขัดก่อนที่เพื่อนรักจะพูดจบ หน้าหวานงอง้ำ แล้วเธอก็ไม่ยอมพูดจาอีกเลย ช่อชนิดาเอื้อมมือไปสะกิดรัตนฤทธิ์ ที่หันมายิ้มแหยส่งให้เธอ หญิงสาวไม่กล้าคุยอะไรอีก เพราะรู้ว่าเพื่อนรักกำลังโกรธจัดมาก เป็นแบบนี้แล้วถึงที่หมาย ยอดชีวาจะอาละวาดหรือเปล่าหนอ​คุณรับผิดชอบด้วย ยัยเบบี้โกรธฉันมาก...​เดี๋ยวผมจะให้กำลังใจ จุ๊บ..

  • หนี้อสูร   38

    หิรัญรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย แต่เปลี่ยนเป็นเอ่ยชื่นชม เมื่อเห็นพี่ชายของเขา ในสภาพที่มีใบหน้าหล่อเหลาดั่งเดิม เดินตรงเข้ามาหาเขาในห้องทำงาน ทีปต์ยิ้มตอบเล็กน้อย แต่นัยน์ของเขามันไม่ยิ้มด้วยเลยแม้แต่น้อย ก่อนจะทรุดลงนั่งตรงกันข้ามกันกับน้องชาย สายตาคมกล้าจ้องเขม็ง มองอาการของหิรัญ ที่ยังคงเอ่ยพร่ำชมเชยถึงความสมบูรณ์แบบของการผ่าตัดศัลยกรรม​“ไม่น่าเชื่อเลยครับพี่ทีปต์ หมอที่นั่นเก่งจริงๆ พี่ทีปต์ไม่ได้หน้าตาน่าเกลียดแบบเดิมแล้ว มันยอดมาก ไม่มีแม้แต่รอยสักรอย หมอเก่งมากๆ”​“พี่ลบรอยแผลเป็นนั่นไปแล้ว แผลเป็นที่ทำให้ชีวิตของพี่พลิกผันไปมากมาย แผลเป็นที่ทำร้ายพี่ได้อย่างหนักเหลือเกิน นิกซ์” คำพูดนั้นทำให้หิรัญเลิกคิ้วนิดหน่อย แต่ก็ยังยิ้มส่งให้กับทีปต์​“ดีแล้วครับ พี่จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ผมคิดว่ามันจะสดใสแน่นอน”​“พี่ยังเริ่มต้นใหม่ไม่ได้ นิกซ์ จนกว่าพี่จะจัดการกับแผลเป็นอีกแผลหนึ่งก่อน แผลนี้มันใหญ่มากเสียด้วย และที่สำคัญ พี่ต้องขอความร่วมมือจากนายในการกำจัด”​“เอ...ผมตามไม่ทัน พี่ทีปต์หมายความว่าอะไรหรือครับ”​“นายยังไงล่ะ นิกซ์ แผลเป็นของทีฆทัศน์ สิ่งที่นายทำ มันเป็นเหมือนแผลร้าย ที่ก

  • หนี้อสูร   37

    นัยน์ตาสีนิลคมกริบนั่น รูปหน้าเรียวได้ส่วน ริมฝีปากนั่น...​มันช่างเหมือนกันราวกับพิมพ์เดียว แม้กระทั่งกลิ่นน้ำหอม ถ้าเธอจมูกไม่เพี้ยน เขาก็ยังใช้กลิ่นเดียวกัน ต่างกันแค่คนตรงหน้าเธอ ดูเปิดเผย จริงใจ และอบอุ่นกว่าเขามากนัก เป็นส่วนที่แตกต่างกันมาก แต่เหตุไฉน ใจเธอกลับวนเวียนไปคิดถึงแต่อสูรใจร้ายอย่างทีปต์ มากกว่าคนตรงหน้าเธอ ที่รูปร่างหน้าตาเหมือนกับพิมพ์กันมา ทั้งที่เขาดูอ่อนโยนและเอาใจเธอนัก ไม่รังเกียจแม้รู้ว่าเธอตั้งครรภ์แบบไม่สามารถบอกได้ว่าพ่อของเด็กในท้องคือใคร ​“ผมซื้อมาฝาก ไปลองชิมมาแล้วอร่อยมาก เห็นคุณบอกว่าอยากกินขนมไทยๆ” เขายื่นถุงพลาสติกบรรจุขนมหน้าตาน่ากินส่งให้เธอ ยอดชีวายิ้มน้อยๆ แล้วเอื้อมมือรับ ชายหนุ่มชักมือกลับ ก่อนจะเอ่ยเสียงทุ้ม​“อุตส่าห์ซื้อของมาฝาก ใจคอจะไม่ต้อนรับแขกเลยหรือครับ”​“เชิญเข้ามาก่อนก็ได้ค่ะ” เธอไขกุญแจให้เขา พลางย่นจมูกอย่างลืมตัว ท่าทีน่ารักนั้นทำให้ธนัยมองเธอตาปรอย เขามองใบหน้าหวานนั่นอย่างชื่นชมเปิดเผย แทบจะช่วยประคองด้วยซ้ำ เมื่อยอดชีวาทำท่าจะสะดุดล้ม เธอต้องปัดมือของเขาที่ทำท่าจะเอื้อมมาจับเธอไว้ แล้วพึมพำบอกว่าไม่เป็นไร​หญิงสาวรับแขกของ

  • หนี้อสูร   36

    ช่อชนิดาเฝ้าแอบมองหญิงสาวในชุดกระโปรงสีหวาน ที่กำลังล็อกประตูรั้วบ้าน หันหลังให้กับเธออย่างไม่ทันระวังตัว ร่างบางจึงปราดจากที่ซ่อน แล้วตรงเข้าประชิดทันที มือบางรวบเอวเล็กของอีกฝ่ายไว้ ทางนั้นร้องอุทานอย่างตกใจ ​“ยัยเบบี้ โอย...ดีใจจริงๆ จับตัวได้แล้ว”​“อีฟ” ยอดชีวากะพริบตาปริบๆ หน้าแดงสลับซีดด้วยความรู้สึกหลากหลายปนเป ช่อชนิดารัดเธอไปกอดไว้แน่น ก่อนจะละล่ำละลัก อุทานซ้ำๆ ​“อย่าไปไหนอีกนะ อย่าไปไหนอีกเลย เพื่อนรัก เราดีใจเหลือเกิน โอย...เบบี้ ดีใจจริงๆ”​“เราก็ดีใจอีฟ ฮือๆ เราดีใจที่เจออีฟ”​“แล้วหนีมาทำไมถึงนี่ จะบ้าหรือยังไงกัน หนีมาไม่บอกไม่กล่าว หลังงานศพพ่อเธอ เธอก็หายไปเลย อะไรกันน่ะ เราทั้งงง ทั้งใจหาย จะเป็นบ้าที่เพื่อนรักหนีหายมา เกิดอะไรขึ้น”​“ไปคุยกันในบ้านดีกว่า เรื่องมันยาว แต่ว่าอีฟตามหาเราได้ยังไงกันนี่” ยอดชีวาปาดน้ำตาแห่งความดีใจที่รินไหลออกทิ้ง แล้วยิ้มกว้างให้กับเพื่อนรัก มือทั้งสองจับกันแน่น เหมือนกลัวว่าที่เห็นตรงหน้าจะเป็นภาพลวงตา​“เราตามเพจของเบบี้มายังไงล่ะ ดีนะที่เบบี้เปิดเพจไว้ เพจขายน้ำหอมของเบบี้น่ะ เราจำได้ว่าอีเมลนั้นเป็นอีเมลของเบบี้ ที่ติดต่อ ก็เร

  • หนี้อสูร   35

    ​ทีปต์อ่านจดหมายด้วยมือที่สั่นเทา เขานั่งทรุดลงอย่างหมดแรง ตู้ที่เปิดอ้าไว้ แง้มให้เห็นว่าของภายในถูกเก็บกวาดไปจนเกลี้ยง ของทุกสิ่งที่เป็นของยอดชีวาอันตธานออกไปจากห้องนี้ เหมือนที่เธอเดินไปจากชีวิตเขา หิรัญยืนพิงกรอบประตู มองดูพี่ชายของเขาที่นั่งนิ่งเหมือนหิน เขาเดินก้าวเข้าไปใกล้ แล้วตบบ่าของทีปต์เบาๆ ก่อนจะเอ่ยปลอบโยนด้วยน้ำเสียงทุ้ม​“ปล่อยเขาไปเถอะครับพี่ทีปต์”​“ยอดชีวาแท้งลูก พี่จะปล่อยเขาไปแบบนั้นได้ยังไงกัน” ชายหนุ่มเม้มปาก “แล้วเรื่องฤทธิ์มันอะไรกัน พี่งงไปหมดแล้ว”​“ถ้าไม่แท้ง พี่จะแน่ใจได้ยังไงกันว่าเป็นลูกของพี่ นังเด็กนั่นก็บอกแจงในจดหมายอยู่ ว่าเป็นลูกใครกันแน่ หึ!สันดานร่านนัก ไอ้เพื่อนเลวนั่นก็เหลือเกิน ผมมีพยานนะครับพี่ทีปต์ ประภาเด็กรับใช้เป็นพยานให้ได้ ว่าเคยเห็นพวกมัน...”​“พอเถอะ พอที พี่อยากอยู่คนเดียว” ทีปต์ปัดมือที่โอบไหล่เขาออก ก่อนจะเอ่ยเสียงเครียด หิรัญลุกขึ้น มองหน้าทีปต์ที่ตอนนี้อ่านความรู้สึกไม่ออก ว่ากำลังคิดอย่างไรกันแน่ จดหมายจากยอดชีวายับยู่ยี่อยู่ในมือเขา นัยน์ตาคมของเขาฉายแววเย็นชา ไม่แสดงความรู้สึก ทั้งที่ตอนแรกมันฉายแววเจ็บปวดอย่างเหลือแสน สิ่งท

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status