ตอนที่7 🦋อาหมวยเล็กของบ้าน
หนึ่งอาทิตย์ต่อมา
"อาหมวย! อาหมวยลี่! ตื่นล่ายแล้วลูก ลงไปกินข้าว กินปลาล่ายแล้ว!"
"..."
เสียงแหบพร่าทว่าทรงพลังของ 'อาม่า' ดังทะลุผ่านบานประตูห้องนอนเข้ามา หมวยลี่ยังคงนอนซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา ดวงตาคู่สวยปิดสนิทไม่มีทีท่าว่าจะขยับเขยื้อน
เธอหลับลึกจนไม่รู้ตัวเลยว่าเผลอหลับไปตอนไหน รู้เพียงแค่ว่าเมื่อคืนนี้ร่างกายของเธอเพลียมาก จนแทบแหลกสลาย...
'แน่นอนว่าเธอต้องแอบอ้างในใจว่ามันเป็นเพราะการเร่งทำรายงานจนดึกดื่นต่างหาก!'
ก็วันจันทร์นี้มันครบกำหนดส่งรายงานให้อาจารย์แล้วน่ะสิ หลังจากที่เธอเอ้อระเหยลอยชาย เที่ยวเล่นมานานแสนนาน พอไฟลนก้นก็ต้องมานอนซมซานเป็นกวางป่วยแบบนี้!
แกร็ก...
ประตูห้องถูกผลักเข้ามาเบา ๆ พร้อมกับร่างท้วมของหญิงชราในชุดเสื้อคอกระเช้าและกางเกงแพรสีเข้ม
อาม่าในวัยเกือบเก้าสิบปี แต่ทว่าท่านก็ยังคงแข็งแรงกระฉับกระเฉงจนคนหนุ่มสาวบางคนยังต้องอาย แข็งแรงชนิดที่ว่าซักผ้า ทำกับข้าว ทำความสะอาดบ้านเองได้หมดโดยไม่ยอมให้ใครช่วย อาม่าเดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างเตียงหลานสาวคนเดียวของบ้าน
"อาหมวยลี่... ตื่น ๆ ๆ ลุกขึ้นล่ายแล้ว นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้วฮะ โตเป็นสาวเป็นนางนอนตื่นสายล่ายยังไงกัน" อาม่าก้มลงไปเขย่าตัวหลานสาวที่นอนม้วนเป็นเลขแปด
"งื้อออ... อาม่าขา~ หมวยขอนอนต่ออีกห้านาทีนะค่าา ง่วงมากเลย เมื่อคืนหมวยไม่ได้นอนเลยเนี่ย" หมวยลี่ส่งเสียงอู้อี้งัวเงียพลางดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปงหนี
"..."
เพียะ!
"โอ๊ย! อาม่าตีตูดหมวยทำไมเนี่ย"
เด็กสาวโผล่หน้าออกมาร้องประท้วงตาปรือ เมื่อถูกฝ่ามืออรหันต์ของหญิงชราตีเข้าที่สะโพกมนเต็มแรงรัก
"ยังจะมาพูดอีก! เวลามีตั้งเยอะแยะไม่รู้จักทำ เลือกไปเที่ยวลั้ลลา พองานไม่เสร็จมาเร่งเอาวันสุดท้าย อาหมวยนี่น่าตีตูดให้ลายจริง ๆ เลยน้า บ่นว่าไม่ได้นอน ๆ แล้วใครใช้ให้โต้รุ่งฮะ!"
อาม่าบ่นสำเนียงจีนปนไทยอันเป็นเอกลักษณ์ออกมาไม่หยุด มือเหี่ยวชี้หน้าหลานสาวดุ ๆ แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความเอ็นดู
หมวยลี่เห็นท่าไม่ดีรีบลุกขึ้นนั่ง อวดรอยยิ้มหวานส่งให้อาม่าทันที เธอขยับเข้าไปสวมกอดเอวหนาของหญิงชรา ซุกหน้าลงกับหน้าท้องอุ่น ๆ แล้วแหงนหน้าขึ้นอ้อนวอนตาใส
"โถ่... อาม่าขา อย่าดุหมวยเลยน้า หมวยผิดไปแล้วค่ะ ต่อไปนี้หมวยจะไม่เหลวไหลแล้ว วันเกิดหมวยแค่อยากฉลองให้เต็มที่ง่ะ... อาม่ารักหมวยที่สุดในโลกอยู่แล้วใช่ไหมคะ นะ ๆ ๆ ขอกอดหน่อยยย"
พูดจบก็ยืดตัวขึ้นไปหอมแก้มสากของอาม่าฟอดใหญ่ซ้ายขวาอย่างรักใคร่
"อีลุ่ยฉุยแฉกจริง ๆ เด็กคนนี้..."
"ฮือออ...อาม่า~ ขาาาา"
อาม่าถอนหายใจยาว แต่ก็ยอมยกมือขึ้นลูบหัวหลานสาวเบา ๆ ด้วยความรักสุดหัวใจ จะไม่ให้รักลึกซึ้งได้ยังไง ในเมื่อหมวยลี่เป็นหลานสาวคนเดียวและเป็นไข่ในหินของบ้านหลังนี้
ครอบครัวฝั่งพ่อของหมวยลี่เป็นคนจีนแท้ ส่วนแม่เป็นคนไทย ทว่าคุณแม่เสียชีวิตไปตั้งแต่หมวยลี่ยังจำความความไม่ได้ เด็กสาวจึงเติบโตมาด้วยการเลี้ยงดูของพ่อและอาม่ามาโดยตลอด
"ลื้อไม่ต้องมาอ้อนเลยอาหมวย ลุกไปอาบน้ำล้างหน้าล่ายแล้ว วันนี้อาม่าลงครัวทำของโปรดให้ อั๊วต้มเคาหยกไว้รอข้างล่างด้วยน้า"
อาม่าพูดพลางยิ้มภูมิใจ ยามนึกถึงเมนูหมูสามชั้นนึ่งผักกาดแห้งรสเค็มหวานกลมกล่อมที่ตุ๋นจนเนื้อละลายในปาก
"อุ๊ย! เคาหยกฝีมืออาม่าเหรอคะ!" หมวยลี่ตาโตขึ้นมาทันที เมนูนี้เป็นความทรงจำวัยเด็กที่เธอชอบที่สุด
"...จำล่ายไหม"
"ที่อาม่าเคยทำให้หมวยกินตอนเด็ก ๆ ใช่ไหมคะ จำได้สิ! หมวยชอบที่สุดในโลกเลย!"
"จำล่ายก็ดีแล้ว เมนูลื้อชอบ อาม่าตั้งใจต้มตั้งแต่เช้ามืดเลยนะ"
"ฮือออ อาม่าน่ารักที่สุดเลยยย" หมวยลี่ฝังจมูกลงบนแก้มอาม่าอีกรอบจนหญิงชราหัวเราะชอบใจ
"..."
"งั้นอาม่าลงไปรอข้างล่างก่อนเลยนะคะ หมวยขอล้างหน้าแปรงฟันแป๊บหนึ่ง เดี๋ยวหมวยรีบวิ่งตามลงไปกินให้เกลี้ยงจานเลยค่ะ!"
"โอเค ๆ ลื้อรีบตามลงไปล่ะ อย่าแอบนอนต่อเชียวนะอาหมวย!"
อาม่าชี้หน้าคาดโทษแบบไม่จริงจังนัก ก่อนจะหมุนตัวเดินหลังตรงออกจากห้องนอนไป ทิ้งให้หมวยลี่อมยิ้มแก้มปริรีบกระเด้งตัวออกจากเตียงวิ่งเข้าห้องน้ำไปจัดการตัวเองทันที
เวลา 07.45 น.
หลังจากจัดการแปรงฟันและล้างหน้าจนสดชื่น หมวยลี่ก็ไม่ได้คิดจะอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแต่อย่างใด ร่างเล็กยังคงอยู่ในชุดนอนกระโปรงผ้าซาตินสายเดี่ยวสีหวานตัวเดิม เส้นผมยาวสลวยถูกรวบขึ้นเป็นมวยอย่างลวก ๆ ก่อนที่เธอจะก้าวลงบันไดมายังห้องอาหารด้วยความหิวโซ
ที่โต๊ะอาหารไม้สักตัวยาว ปาสกาล คุณพ่อผู้มีใบหน้าใจดีอบอุ่น กำลังนั่งจิบกาแฟพลางอ่านแท็บเล็ตอยู่ เมื่อเห็นลูกสาวเดินเข้ามา เขาก็ละสายตาขึ้นมามองพร้อมรอยยิ้มละมุน
ปาสกาล เป็นคุณพ่อประเภทที่ตามใจลูกสาวที่สุดในโลก เข้าอกเข้าใจหมวยลี่ในทุก ๆ เรื่อง รู้ดีว่าลูกสาวชอบอะไรหรือไม่ชอบอะไร และสิ่งที่หมวยลี่เกลียดที่สุดก็คือการโดนบังคับ ซึ่งปาสกาลไม่เคยทำมันเลยสักครั้งตั้งเลี้ยงเธอมา
ทว่า ทันทีที่ร่างเล็กก้าวขาเข้าสู่ห้องอาหาร เสียงสวรรค์จากหญิงชราก็แผดลั่นขึ้นมาทันที
"ไอ้ย่าาา! ตายแล้ววว อาหมวยลี่! ทำไมลื้อยังไม่อาบน้ำอาบท่าฮะ!" อาม่าที่เพิ่งเดินถือโถข้าวสวยเข้ามาหันมาเจอหลานสาวในชุดนอนก็เบิกตากว้าง ร้องทักเสียงหลงจนตาโต
หมวยลี่ไม่ได้สลด เธอส่งยิ้มหวานตาหยิบตาหยัน วิ่งเข้าไปเกาะแขนอาม่าพลางให้เหตุผลหน้าตาย
"โถ่...อาม่าขา วันหยุดอยู่บ้านใครเขาอาบน้ำกันล่ะคะม่า แล้วชุดนอนเนี่ย ก็เป็นไอเทมอันดับหนึ่งเลยนะที่สาว ๆ ยุคนี้เขาเลือกใส่กันตอนอยู่บ้าน ทั้งนุ่ม ทั้งสบาย น่ารักน่าเอ็นดูจะตายไป อาม่าดูสิคะ"
พูดจบก็หมุนตัวอวดชุดนอนไปหนึ่งที แต่อาม่ากลับกุมขมับก่อนจะหันขวับไปหาลูกชายตัวดีที่นั่งยิ้มกริ่มอยู่
"อากาล! เป็นเพราะลื้อเลย! ตามใจอาหมวยจนเหลวไหลไปหมดแล้วว!"
ปาสกาลหลุดหัวเราะออกมาทันที หยิบแก้วกาแฟขึ้นจิบแล้วพูดสวนประชดปนเอ็นดู
"โถ่แม่ครับ... แม่นั่นแหละที่ตามใจอาหมวยเกินไป ใครเขาก็ดูออกกันทั้งบ้านแหละครับ"
คำพูดของปาสกาลทำเอาป้าแม่บ้านและสาวใช้ที่กำลังลำเลียงจานอาหารอยู่พากันอมยิ้ม หันมามองคุณหนูของบ้านด้วยความเอ็นดู คนงานในบ้านหลังนี้ต่างน่ารัก ซื่อสัตย์ และอยู่กันมานานจนรักหมวยลี่เหมือนลูกเหมือนหลานกันทุกคน
หมวยลี่หย่อนก้นลงนั่งบนเก้าอี้ข้างอาม่า เธอโน้มตัวลงไปทำท่าสูดดมเอากลิ่นหอมกรุ่นของอาหารจีนโบราณเข้าปอดฟอดใหญ่
"หูยยยย หอมทะลุจมูกมากเลยค่ะอาม่า! อาม่าของหมวยเนี่ย มีเสน่ห์ปลายจวักอันดับหนึ่งในใต้หล้าจริง ๆ เคาหยกน่ากินที่สุดในโลกเลย!"
"ปากหวานจริง ๆ ลื้อน่ะ กินเยอะ ๆ เลยอาหมวย"
อาม่าบ่นแกมยิ้มจนตาปิด ตักหมูสามชั้นนึ่งผักกาดแห้งชิ้นโตวางลงบนจานข้าวของหลานสาว หมวยลี่ตักเข้าปากเคี้ยวตุ้ย ๆ อย่างเอร็ดอร่อย ปากก็เอ่ยชมอาม่าไม่หยุดไม่หย่อน
ฝ่ายอาม่าปากก็บ่นว่าหลานเลอะเทอะ แต่มือเหี่ยวก็คอยหยิบทิชชูมาซับคราบน้ำซอสที่มุมปากให้หลานสาวอยู่ตลอดเวลา... สำหรับอาม่าแล้ว ถึงหมวยลี่จะโตจนเข้ามหาวิทยาลัย แต่อย่างไรเธอก็ยังคงเป็น อาหมวยเล็ก ตัวน้อยๆ ของบ้านอยู่ดี
ขณะที่บรรยากาศกำลังเต็มไปด้วยความอบอุ่น ปาสกาลก็เอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาด้วยเรื่องสำคัญ
"เออ อาหมวย... เรื่องคอนโดเตี่ยหาให้ได้แล้วนะ อยู่ใกล้มหาวิทยาลัยเลย ขับรถเข้าออกสะดวก ปลอดภัย นิติบุคคลดูแลดีมาก วันไหนลูกขี้เกียจขับรถก็มีรถไฟฟ้าผ่านหน้าโครงการเลยนะ"
พอปาสกาลพูดจบ ประโยคนั้นก็ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของอาม่าเจื่อนลงทันที หญิงชราหน้าบูดบึ้งขึ้นมาทันตาเห็น เพราะในใจไม่อยากให้หลานสาวคนเดียวต้องออกไปใช้ชีวิตอยู่ข้างนอกคนเดียว เนื่องจากที่ผ่านมาหมวยลี่ไม่เคยต้องห่างอาม่าเลย
"อาม่าไม่อยากให้ลื้อไปเลยอาหมวย... ออกไปอยู่คนเดียวทำอะไรก็ไม่เป็น กับข้าวกับปลาลื้อจะกินยังไงฮะ" อาม่าเริ่มตัดพ้อ ขัดขวางเต็มที่
"ก็ร้านสะดวกซื้อไงคะอาม่า มีทุกอย่างเลยยย อาหารเวฟอร่อย ๆ ทั้งนั้น" หมวยลี่ตอบเสียงใส
"ไอ้ย่าาา! อาหารกล่องแช่แข็งมันจะไปดีกว่าอาหารทำเองสด ๆ ล่ายยังไงกัน!" อาม่าร้องประท้วงตาโต ก่อนจะร่ายยาวสารพัดสิ่ง
"..."
"เสื้อผ้าลื้อก็ไม่เคยซัก เครื่องซักผ้ากดปุ่มไหนลื้อรู้เรื่องเร้อ? ล้างจานก็ล้างไม่เป็น สะอาดหรือเปล่าก็ม้ายรู้ แล้วเสื้อผ้าจะรีดยังไง ม่ายเอา ๆ อาม่าเป็นห่วง ยิ่งคิดยิ่งไม่ยากให้ไป"
เมื่อเห็นอาม่าขัดทุกสิ่งอย่างเพราะความรักและเป็นห่วง หมวยลี่จึงลุกจากเก้าอี้ของตัวเอง เดินเข้าไปสวมกอดแผ่นหลังท้วมของอาม่าจากทางด้านหลัง ซบหน้าลงกับไหล่หนาแล้วอธิบายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนลึกซึ้ง
"อาม่าขา... บ้านเราอยู่ไกลจากมหาวิทยาลัยตั้งเจ็ดสิบกิโลเลยนะคะ หมวยต้องนั่งรถไปกลับ ทุกวัน วันละร้อยกว่ากิโลเลยนะ หมวยเหนื่อยมากเลยค่ะอาม่า ยิ่งช่วงปีหนึ่งกิจกรรมรับน้องก็เยอะ ถ้าเกิดวันไหนหมวยเลิกดึก ๆ ดื่น ๆ ต้องขับรถกลับค่ำ ๆ อาม่าจะไม่ยิ่งเป็นห่วงหนักกว่าเดิมเหรอคะ ว่าหมวยจะเกิดอันตรายกลางทางน่ะ..."
คำพูดออดอ้อนแกมเหตุผลของหลานสาวทำเอาอาม่านิ่งอึ้งไป หญิงชราเริ่มคิดตามและฉายแววกังวลออกมาอย่างเห็นได้ชัด ปาสกาลเห็นจังหวะดีจึงรีบพูดเสริมขึ้นมาทันที
"จริงครับแม่ ถ้าแม่คิดถึงอาหมวยล่ะก็ เดี๋ยววันหยุดผมพาแม่ไปนอนค้างด้วยสักวันสองวันก็ได้ คอนโดที่ผมเลือกให้อาหมวยกว้างขวางมาก มีระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนา คีย์การ์ดล็อกชั้น ปลอดภัยต่อหลานสาวของแม่แน่นอนครับ"
ได้ยินทั้งลูกชายและหลานสาวช่วยกันหว่านล้อมบวกกับความเป็นห่วงเรื่องการเดินทาง สุดท้ายอาม่าก็เริ่มใจอ่อน หญิงชราถอนหายใจยาว ก่อนจะหันมามองหน้าหมวยลี่แล้วยื่นคำขาดเสียงสั่น
"งั้น... ลื้อต้องสัญญากับอาม่านะอาหมวย ว่าลื้อจะต้องกลับบ้านมาหาอาม่าทุกอาทิตย์ ห้ามขาดแม้แต่วันเดียว"
หมวยลี่คลี่ยิ้มกว้างจนตาหยีด้วยความดีใจ เธอฝังจมูกหอมแก้มสากของอาม่าฟอดใหญ่จนเกิดเสียง
"สัญญาค่ะ! หมวยจะกลับมาตักเคาหยกของอาม่ากินทุกอาทิตย์เลย ขอบคุณนะคะอาม่า ขอบคุณค่ะเตี่ย!" อาม่าตีแขนหลานสาวเบาๆ แก้เขิน ก่อนจะตักกับข้าวให้เธอต่อไม่หยุด