Share

หมอขาอย่ากินดุ
หมอขาอย่ากินดุ
Penulis: เพลงมีนา

chapter 1. ได้ยินว่า...

last update Tanggal publikasi: 2025-01-02 06:31:53

            “ได้ยินว่าหมออิฐอกหักอีกแล้ว”

            “พูดเป็นเล่น เห็นหวานออกสื่อขนาดนั้น”

            “ก็ไม่รู้สินะ แต่ที่แน่ๆ หมออิฐอัพเดทสถานะโสดแล้วจ้า”

            “แต่เหมือนได้ยินว่าหมออิฐก็เพิ่งอกหักไม่ใช่เหรอ”

            “สี่ปีอกหักสามหนเลยนะ ธรรมดาที่ไหน”

            “หมออิฐก็เป็นคนดีอยู่นะ ทำไมอกหักบ่อยจัง”

            “อยากรู้ก็ไปดามอกให้หมออิฐดูสิ”

            บทสนาของบรรดาพยาบาลสาวดึงดูดความสนใจของเกวลิน  เธอไม่ได้ชอบสนใจเรื่องของคนอื่น  แต่ที่สนใจก็เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ ‘หมออิฐ’ หรือ ‘นายแพทย์อิทธิพล’  ผู้ชายที่เธอแอบรักข้างเดียวมานาน

            “อ้าว น้องกะทิมาส่งข้าวเองเลยเหรอ”  พยาบาลสาวคนหนึ่งเอ่ยทักเมื่อเห็นแม่ค้าหน้าหวานเข้ามาพร้อมถุงใส่กล่องอาหารนับสิบกล่อง

            “ค่ะ  วันนี้พี่ตะโก้ต้องเอารถไปซ่อมค่ะ”  หญิงสาวยิ้มกว้าง แม้มีหน้ากากอนามัยปิดครึ่งใบหน้าก็ตาม “มีน้ำใบเตยด้วยค่ะ อันนี้แถมฟรี”

            “น่ารักจังเลย ขอให้ขายดีนะจ๊ะ”  พยาบาลสาวรับถุงอาหารมาแล้วหยิบมือถือมาโอนค่าอาหารที่สั่งไว้

            “เอ่อ... หมออิฐกลับมาจากโรงพยาบาลสนามแล้วเหรอค่ะ”

            “อ้อ! ใช่จ๊ะ โรงพยาบาลสนามปิดแล้ว หมออิฐกลับมาประจำแผนกอายุรกรรม ลำบากกะทิแล้วนะ คนนี้กินยาก ถ้าวันไหนหมออิฐสั่งข้าวกล่อง พี่จะเขียนโน้ตไว้ให้เป็นพิเศษ”

            “ไม่ลำบากเลยค่ะ พี่ ๆ สั่งมาได้เลยค่ะ”

            หญิงสาวพยายามเก็บอาการตื่นเต้นดีใจไว้ใต้หน้ากากอนามัย แต่กระนั้น ดวงตากลมโตเป็นประกายรื่นเริง ‘หมออิฐกลับมาแล้ว’  เธอลอบมองไปด้านในของอาคารอีกครั้ง แม้ไม่เห็นอะไรเลย แต่หัวใจก็เต้นรัวด้วยความดีใจ

            เกวลินหมุนตัวเดินกลับมาที่รถมอเตอร์ไซค์คู่ใจซึ่งเวลานี้ด้านหลังดันแปลงให้วางลังพลาสติกใบใหญ่ใส่อาหารได้  เธอหยิบหมวกกันน็อคที่ห้อยอยู่มาสวมศีรษะแล้วขับรถออมาช้าๆ ด้วยความระมัดระวัง  เพราะต้องช่วย ‘การันต์หรือตะโก้’พี่ชายคนเดียวของเธอส่งอาหารตามในละแวกใกล้เคียง ถึงจะต้องฝ่าอากาศร้อน แต่หญิงสาวก็ไม่เคยบ่นเพราะเป็นกิจการของครอบครัว

            “ปั่นจักรยานได้ ขับรถยนต์เป็น มอเตอร์ไซค์ก็ไม่ยากหรอก”

            หญิงสาวนึกถึงตอนที่พี่ชายสอนเธอขับมอเตอร์ไซค์  จะว่าไปการันต์ไม่อยากให้เธอขับมอเตอร์ไซค์นักหรอก แต่เพราะความจำเป็น หลังจากแม่ตายจาก ก็เหลือกันเพียงสองคนพี่น้อง พี่ชายรับหน้าที่เป็นพ่อครัว ส่วนเธอประจำตำแหน่งแคชเชียร์  พี่ชายลองปรับปรุงร้านเป็น ร้านอาหารกึ่งผับ เพิ่มรายได้ด้วยการขายเครื่องดื่มยามค่ำคืน ซึ่งก็ได้รับผลตอบรับดีที่เดียว ทุกอย่างมันเหมือนจะไปได้ดีแล้วแท้ๆ แต่สถานการณ์โควิด-19ทำให้ผับของการันต์ต้องปิดร้านอย่างไม่มีกำหนด มาตราการของรัฐไม่ได้ช่วยอะไรคนทำงานกลางคืนนัก ไม่ว่าจะนักร้องนักดนตรี พนักงานในร้าน การันต์พยายามเต็มที่แล้ว แต่ไม่อาจช่วยทุกคนหรือแม้แต่ตัวเองได้ เงินเก็บร่อยหรอลงไปที่ละน้อย เพราะต้องลดต้นทุนลง ทำให้เหลือแค่พนักงานในร้านอีกสองคน และเธอเองก็มาช่วยงานในร้านด้วยเช่นกัน

            “ขอโทษนะ พี่ทำให้เราลำบากแล้ว”

            “ลำบากอะไรคะ เราพี่น้องกันนะ ถ้ากะทิไม่มีพี่ตะโก้ดูแล กะทิจะเป็นยังไง” 

            เกวลินจำได้ว่าตัวเองหัวเราะเสียงใส เธอรู้ดีว่าสถานการณ์อย่างนี้สิ่งที่การันต์ตัดสินใจนั้นดีที่สุดแล้ว เธอเองเพิ่งเรียนจบยังไม่มีงานประจำทำ ตอนนี้ทำได้แค่ช่วยงานพี่ชายไปก่อน  พ่อกับแม่แยกทางกันตั้งแต่เธอยังเด็ก  เธอจำหน้าพ่อไม่ได้ด้วยซ้ำและแม่ก็ไม่เก็บรูปพ่อไว้ให้ดู  แต่เท่าที่พี่ชายเล่าให้ฟัง พ่อเป็นผู้ชายที่ไม่มีความเป็นพ่อเอาเสียเลย  คงเพราะแบบนี้ การันต์จึงดูแลเธอราวกับเป็นพ่อคนที่สอง ส่วนแม่ก็หาเลี้ยงลูกสองคนด้วยการทำข้าวราดแกงขาย แม่เป็นคนขยันอดออมจนเก็บเงินซื้อบ้านและตึกแถวทำร้านอาหารได้ ในวันที่แม่ไม่อยู่จึงเป็นสมบัติอันมีค่าที่แม่ทิ้งไว้ให้ลูกทั้งสองคนได้ตั้งตัวได้

            เกวลินขับมอเตอร์ไซค์กลับมาที่ร้านอาหารที่เคยเป็นผับของนักท่องราตรีมาก่อน  หญิงสาวจอดรถเรียบร้อยแล้วเดินเข้ามาในร้าน ด้านหน้ามีลูกค้ามารอซื้ออาหารกลับบ้านอยู่สามสี่คน  เธอล้างมือแล้วยื่นหน้าไปในครัว

            “มีอะไรให้กะทิช่วยไหมคะ”

            “มาพอดีเลย เอาใส่กล่องให้ลูกค้าหน่อย”  

            “ได้ค่ะ”

            เกวลินช่วยจัดอาหารใส่กล่องลงถุงแล้วหิ้วไปหน้าร้าน

            “กะเพรากุ้งกับข้าวผัดปูค่ะ”  เธอร้องบอกรายการอาหาร ลูกค้าที่สั่งไว้ยื่นมือมารับแล้วแสกนคิวอาร์โค้ดจ่ายเงินให้

            เดิมทีการันต์ก็ชอบทำอาหารอยู่แล้ว แต่เพราะต้องดูแลกิจการจึงไม่ได้เข้าครัวเอง แต่เขาอดสงสารน้องสาวไม่ได้ เธอควรใช้ชีวิตวัยรุ่นสนุกสนานกลับมาต้องช่วยงานในร้าน เขาอยากให้น้องเรียนต่อระดับปริญญาโท แต่การเงินที่ติดขัดแบบนี้ เขาไม่กล้ารับปากน้อง งานในร้านเบาบางลงแล้ว การันต์เช็ดมือแล้วเดินมารินน้ำดื่ม เกวลินกำลังทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายประจำวัน  เขาเลิกคิ้วประหลาดใจที่ได้ยินเสียงน้องสาวกำลังร้องเพลงเบาๆ

            “อารมณ์ดีจัง”

            “อารมณ์ดีไม่ได้เหรอคะ”

            “ใครทำน้องสาวพี่อารมณ์ดีหนอ” เขาหยอกล้อแล้วลากเก้าอี้มานั่งใกล้ๆ “มีหนุ่มมาจีบเหรอ”

            “กะทิอายุยี่สิบสองแล้วก็ให้มีคนมาจีบหน่อยเถอะค่ะ”  เธอหัวเราะไม่ได้จริงจังนัก “ชอบเวลานับเงินจังเลย”

            “ไม่เหนื่อยเหรอ ตากแดดตัวดำแล้ว”

            “ไม่เห็นเป็นไรเลยค่ะ”  เกวลินรู้ว่าพี่ชายเป็นห่วง “ขับรถไปใกล้ๆนี่เอง แล้วทุกคนในร้านก็ยุ่งด้วย เราจะจ่ายเงินจ้างไรเดอร์ทุกครั้งก็ไม่ไหวนะคะ ให้กะทิช่วยเถอะค่ะ อีกอย่างแค่โรงพยาบาลใกล้ๆ นี่เอง”

            “อ้อ...ที่อารมณ์ดีเพราะได้เจอหมออิฐละสิ”

            “พี่ตะโก้”   เกวลินแสร้งแยกเขี้ยวใส่กลบเกลือนอาการเขินอายของตนเอง

            “ยังแอบชอบหมออิฐอยู่อีกเหรอเนี้ย”

            “แอบรักค่ะไม่ใช่แอบชอบ”

            เกวลินทำเป็นไม่สนใจ พี่ชายแค่ยื่นขยี้ผมน้องสาวเล่น แล้วลุกขึ้นไปทำงานอื่น  หญิงสาวถอนหายใจเบาๆ ก็แค่ ‘แอบรัก’ ก็เท่านั้น  เธอรู้จัก ‘หมออิฐ’ เพราะเขาเคยมาโรงเรียนในฐานะศิษย์เก่า มาพูดแนะนำเรื่องการสอบเข้าคณะแพทย์  สำหรับเกวลินที่ตอนนั้นเรียนอยู่แค่ ม.5รู้สึกประทับใจมาก จนแอบจดชื่อนามสกุลแล้วส่องตามโลกโซเซียล เธอไม่กล้าแสดงตัว ได้แต่แอบติดตามข่าวคราวของเขาเงียบๆ เธอไม่ใช่คนเรียนเก่ง แต่ก็สอบเข้ามหาวิทยาลัยของรัฐได้ เลือกเรียนคณะบริหารเพราะคิดว่าจบมาจะหางานทำได้ง่าย แต่ก็ดันมาเจอช่วงเศรษฐกิจย่ำแย่เอาอย่างนี้

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หมอขาอย่ากินดุ    ตอนที่89 ที่รัก

    “คุณหอมไปทั้งตัวเลย...ที่รัก” ‘ที่รัก’ ถ้อยคำของเขาทำให้ร่างกายของหญิงสาวแทบจะละลาย เธอสะดุ้งเมื่อใบหน้าของเขาเลื่อนลงไปที่กึ่งกลางความเป็นอิสตรี สิ่งที่ไม่เคยคาดคิดหรือจินตนาการได้เกิดขึ้น ชายหนุ่มแหวนเรียวขาแยกออกแล้วเขาก็ทำตัวเป็นผีเสื้อหนุ่มดูดกินน้ำหวานจากดอกไม้ ร่างกายดอกไม้พลิ้วไหวตามแรงปรารถนา ระลอกแล้วระลอกเล่าที่ผีเสื้อหนุ่มปรนเปรอดอกไม้จนเธอหวีดร้องออกมาอย่างไม่เคยเป็น หญิงสาวคิดว่านั่นคือจุดจบของอารมณ์หฤหรรษ์ ทว่าศิริชัชทำให้รู้ว่ามันเพิ่งเริ่มต้นต่างหาก เมื่อร่างใหญ่แทรกแก่นกายเข้ามาอย่างลึกล้ำและแนบสนิท เธอผวาเฮือกใหญ่กอดเขาไว้แน่น ชายหนุ่มจูบริมฝีปากหวานอย่างปลอบโยนและค่อยๆ เพิ่มความร้อนแรงให้เธอที่ละน้อย สะโพกของเขาทำงานอย่างรู้หน้าที่ให้ตายเถอะ! เขาไม่เคยรู้สึกดีอย่างนี้กับผู้หญิงคนไหนมาก่อน เขาปรารถนาจะครอบครองเธอไม่ให้ใครได้แนบชิดหญิงสาวอีก ต้องมีแต่เขาเท่านั้นที่ได้ครอบครองเธอเช่นนี้ ทุกขณะที่โหมร่างกระแทกใส่หญิงสาว เขาคิดได้แค่เพียงว่าจะไม่ให้ใครพรากเธอไปจากเขา ทางเดียวเท่านั้นคือ...“ไม่...ไม่ไหว...ไม่ไหวแล้ว”“ผมอยู่นี่

  • หมอขาอย่ากินดุ    ตอนที่88 อย่ากลัวผม

    เสียงหัวเราะของชายหนุ่มทำให้หญิงสาวหันกลับไปทันที แต่กลายเป็นว่าเขาเดินมาใกล้แล้วเท้าแขนคร่อมร่างเล็ก ทำให้เอวของเธออยู่ที่ราวระเบียงและไม่อาจหนีไปจากวงแขนของเขาได้ “แล้วพาฉันมาที่นี่ทำไม?” “ผมอยากคุยกันกับคุณ” “คุยกัน! เราก็คุยกันได้ไม่ต้องลักพาตัวแบบนี้” พอคิดแบบนี้แล้วเธอก็อดกังวลไม่ได้ เธอหายไปกี่วันแล้ว เปมิกา ช้องนาง พี่หม่อนและคนอื่นๆ ต้องเป็นห่วงหรือไม่ก็แจ้งความคนหายไปแล้วก็ได้ “ที่นี่เป็นรีสอร์ทของพ่อผมเอง” ศิริชัชเม้มริมฝีปาก ข่มใจไม่ให้ตัวเองชิมความหวานจากริมฝีปากที่เผยอขึ้นอย่างไม่รู้ตัวของอีกฝ่าย “ผมแค่อยากคุยเป็นการส่วนตัวกับคุณ” “รีสอร์ทของพ่อคุณ?” มาริสาทำหน้างุนงง “คุณเป็นใครกันแน่? คุณธนา” “ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าผมไม่ได้ชื่อธนา” “เป็นไปได้ไง” มาริสาส่ายหน้าไปมา “คุณโกหก” “ผมไม่เคยบอกสักคำว่าผมชื่อธนา” เขายักไหล่ “มีแต่คุณกับเพื่อนนั้นแหละที่เข้าใจผิดเรียกผมกับธนาสลับกัน” “เรียกสลับกัน?” มาริสาอ้าปากค้าง “ถ้าอย่างนั้น คุณก็คือคุณชายศิริชัช...” “คร

  • หมอขาอย่ากินดุ    ตอนที่87 คุณมาทำอะไรที่ห้องของฉัน

    ธนามองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความชื่นชม ระหว่างทีเขาค้นข้อมูลเพื่อสืบประวัติมาริสา มันทำให้เขาได้รู้จักเปมิกาไปด้วย เธอเป็นผู้หญิงเก่งและน่ารัก แม้ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากเช่นเมื่อครู่ที่ถูกเจ้านายเรียกมาสั่งเก็บรายการฯ ของเธอ หญิงสาวยังไม่โวยวายหรือกรีดร้องสักนิด แต่เขารู้ว่านั่นไม่ได้หมายความว่าเธอจะยอมเขาง่ายๆ เธอเหมือนคนที่พร้อมจะลุกขึ้นสู้ตลอดเวลาที่มีโอกาสเปมิกาไม่อยากยอมรับเลยว่า การเข้าใจผิดของเธอนั้นจะนำเรื่องยุ่งๆ กลับมาสู่ตัวเองได้มากมายขนาดนี้ และในขณะเดียวกันเธอกลับรู้สึกดีที่รู้ว่าเขาไม่ใช่ ‘คุณชายศิริชัช’ แต่เป็น ‘ธนา’ ผู้ติดตามและเป็นผู้ช่วยของคุณชายศิริชัช ธนาเปิดแนะนำตัวเองรวมทั้งประวัติที่แท้จริงอย่างไม่ปิดบัง ดูเขามั่นใจกับการเป็นลูกคนรับใช้ในบ้านที่มุ่งมั่นศึกษาจนสำเร็จในระดับปริญญาโทและเข้ามาช่วยงานในบริษัทของม.จ.ชัชวาล บิดาของคุณชายศิริชัช“คุณไม่ต้องกังวลหรอก ทางบริษัทฯ ไม่ไล่คุณออกแน่นอน” ธนาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทางสบายๆ “ข้อเสนอและข้อตอบแทนที่ทางเรามอบให้บริษัทฯของคุณเป็นที่น่าพอใจทั้งสองฝ่าย เจ้านายคุณดูท่าจะมีความสุขกับข้อเสนอของเราด้วยซ้ำ”

  • หมอขาอย่ากินดุ    ตอนที่86 วันเวลา

    ‘หนูนา’ ‘หนูนาไม่ได้บอกให้พี่นริศเลิกรอคนรักกลับมา’ น้ำตาใสๆ ไหลออกมาจากดวงตาอย่างที่หญิงสาวก็ไม่รู้ตัว ‘อย่ามาคิดแทนหนูนาเลยค่ะ หนูนายินดีที่จะเจ็บปวดกับการรอคอยครั้งนี้ ซึ่งมันคงไม่ต่างจากที่พี่นริศรอคนรักกลับมาหรอกค่ะ’ นริศก้มมองใบหน้าที่เปื้อนหยดน้ำตาด้วยความปวดร้าว เขายกมือขึ้นเกลี่ยน้ำตาบนใบหน้าหวานเบาๆ ช้องนางเงยหน้าขึ้นมาแล้วยิ้มให้ มันเป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความรักและความอาทรแม้ในใจจะปวดร้าวเท่าใดก็ตาม หญิงสาวเขย่งปลายเท้าขึ้นยื่นปากแตะริมฝีปากของชายหนุ่มเบาๆ ขณะที่เธอผละออกจากเขา สองแขนของชายหนุ่มก็โอบกอดหญิงสาวเข้ามาชิดใกล้ รสหวานและริมฝีปากนุ่มละมุนทำให้เขาไม่อยากผละจากไป ดวงตาของทั้งสองผสานกันราวกับจะค้นหาบางสิ่งที่หล่นหายไปในวันเวลา ราวกับโลกหยุดหมุนไปเมื่อนริศกดจุมพิตที่ริมฝีปากนุ่มอีกครั้ง การบุกรุกอย่างอ่อนโยนของชายหนุ่มทำให้หญิงสาวประหลาดใจแต่ก็เปิดใจรับด้วยการเปิดริมฝีปากให้ปลายลิ้นของอีกฝ่ายเข้ามาชิมความหวานในโพลงปาก มือใหญ่เลื่อนลูบไล้แผ่นหลังของหญิงสาวจนร่างกายเธอร้อนผ่าวไปหมด สองขาแทบไร้แรงทรงตัวจนต้องเอนตัวพิงอีกฝ่าย มือ

  • หมอขาอย่ากินดุ    ตอนที่85 ที่รัก

    มาริสาอ้าปากจะต่อว่าแต่จู่ๆ เธอก็รู้สึกว่ามีมือใครบางคนสอดมาด้านหลังรัดเอวบางของเธอไว้ ร่างบางผงะไปด้านหลังเล็กน้อยก็ปะทะกับแผงอกกว้าง ยังไม่ทันหันกลับไปมองเธอก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยดังอยู่เหนือศีรษะ “มาอยู่นี่เองหรือที่รัก” “!!!” มาริสาเบิกตาโตอย่างตกใจไม่คิดว่าจะได้เจอผู้ชายปากร้ายที่นี่ “อ้อ! มีคนมาด้วยก็ไม่บอก” เตชินท์ฝืนยิ้มแล้วยักไหล่เดินจากไปอย่างไม่สนใจหญิงสาวอีก “นายธนา!” มาริสาต่อว่าไม่ดังนักเพราะกลัวคนอื่นจะได้ยิน “นายมาทำอะไรที่นี่!!” “ผมก็ตามคุณชายมานะซิ” ศิริชัชยังคงสนุกที่สวมบทเป็นธนา เขายิ้มเจ้าเล่ห์แล้วกระชับเอวบางเข้ามาใกล้มากยิ่งขึ้น ทำให้สังเกตอะไรๆ ได้โดยที่หญิงสาวไม่รู้ตัว “คุณหนูมาริสามาคนเดียวได้ไง คนติดตามไม่มาด้วยเหรอครับ” เปมิกาที่ได้ยินสนทนาจากเครื่องสัญญาณสื่อสารถึงกับสะดุ้งแล้วแสร้งทำหน้าเคร่งขรึม แอบหวังในใจว่าจะได้เจอชายหนุ่มอีกคน “ฉันมาคนเดียวยะ” มาริสาพยายามแกะแขนที่รัดรอบเอวเธอออก “นายถือดียังไงมาทำแบบนี้ ปล่อยได้แล้วนะ” “แหม! ก็ผมไม่ค่อยได้มางานแบบ

  • หมอขาอย่ากินดุ    ตอนที่84 คิดถึง

    “ถ้าคุณหญิงทราบว่าท่านชายกลับมาแล้วผมไม่รายงานละก็...” ธนาไม่อยากจะพูดในสิ่งที่ตัวเองคิดในใจเลย “ชีวิตอิสระกำลังจะหมดแล้ว” ศิริชัชไหวไหล่เบาๆ “ได้เวลาเผชิญโลกแห่งความเป็นจริง” “ผมไม่เข้าใจคุณชายเลย” ธนาเอ่ยพลางมองเจ้านายผ่านกระจกส่งหลังรถ “คุณชายมีพร้อมทุกอย่าง” “แต่ขาดอิสรภาพไง” ศิริชัชหัวเราะขืนๆ “ฉันต่างหากที่อิจฉานาย” ธนาทำท่าจะเอ่ยอะไรต่อแต่ก็เปลี่ยนใจ เขานิ่งและปล่อยให้ความเงียบครอบงำ เผลอปล่อยใจให้คิดถึงหญิงสาวร่างเล็กแสนปราดเปรียว เธอดูเป็นสาวทำงานที่แสนจะมั่นใจทั้งที่ดูจากประวัติแล้วเพิ่งจะเรียนจบแท้ๆ หากว่าเขาได้พบเธอในสถานการณ์ปกติคงจะดีกว่านี้ไม่น้อย นี่เธอกลับเข้าใจว่าเขาเป็น “คุณชายศิริชัช” เสียนี่ ถ้าเธอรู้ความจริงว่าเขาไม่ใช่อย่างที่เธอคิด...เธอจะทำอย่างไรกัน “เปมิกา” ธนาเผลอรำพึงชื่อหญิงสาวที่คิดถึงออกมา พอรู้ตัวก็รู้สึกว่าคนขับรถเหลือบตามองนิดๆ ชายหนุ่มรีบปรับสีหน้าตนเองเป็นเคร่งขรึม ไม่นานนักรถเก๋งคันหรูก็มาถึงโรงแรมที่หมาย ธนาก้าวลงจากรถแต่ยังช้าไป คุณชายศิริชัชรีบเปิดประตูรถลงมาก่อนที่

  • หมอขาอย่ากินดุ    ตอนที่ 55 แผนลวงบ่วงเสน่หา

    บทนำ หญิงสาวรูปร่างเพรียวลมฮัมเพลงตามจังหวะที่ได้ยินจากเครื่องเล่น MP3 ที่เธอพกมันติดตัวจนแทบจะกลายเป็นอวัยวะชิ้นที่ 34 รองจากโทรศัพท์มือถือ ประตูลิฟต์เปิดออกเมื่อถึงชั้นที่ยี่สิบสองของคอนโดหรูกลางกรุง หญิงสาวหิ้วข้าวของพะรุงพะรังเข้าห้องพักของตัวเองด้วยใบหน้าเกลื่อนรอยยิ้ม ได้ไปเ

  • หมอขาอย่ากินดุ    ตอนที่49 ข้อความในมือถือ

    “พี่พลอยเป็นอย่างไรบ้าง อยากเจอหมอโชคไหมคะ”“ไม่เป็นไรแล้ว ขอโทษที่ทำให้วุ่นวาย” เธอพูดเสียงแผ่วแล้วยิ้มเจือนเหมือนคนสำนึกผิดให้อาพัทธ์ “ว่าแต่เราเถอะ ทำไมวันนี้กลับบ้านเร็วล่ะ” “อ้าว ก็เขียนโน้ตแปะตู้เย็นไว้แล้วไงคะ วันนี้โรงเรียนมีเรียนครึ่งวัน” อัญญาณีย่นจมูก “หิวจังพี่โอ๊ต อุ๋มหิ้วท้องกลับ

  • หมอขาอย่ากินดุ    ตอนที่40 อย่างที่บอก

    เสียงคนพูดสนทนาอยู่ไม่ไกลเกินที่นอนอยู่บนเตียงจะได้ยิน เพียงแต่หญิงสาวเลือกที่จะไม่ใส่ใจกับประโยคเหล่านั้น เธอลืมตามองเพดานที่มีพัดลมเก่าแก่ทำงานอย่างเกียจคร้าน หน้าต่างสองบานดูจะมากเกินไปสำหรับคนไม่ชอบแสงแดดอย่างเธอ แต่ยังดีที่ห้องนี้ผ้าม่านสีฟ้าซีดบังแสงที่สาดส่งเข้ามาในห้องที่มีเตียงไม้กว้าง

  • หมอขาอย่ากินดุ    chapter 27. จบ

    ไม่รู้ทำไม จู่ๆ น้ำตาก็ไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว เธอที่เฝ้ามองเขาอยู่ไกลๆ ค่อยติดตามข่าวของเขาเสมอ แม้มีโอกาสได้ใกล้ชิดก็ไม่เคยแสดงความรู้สึกข้างในออกไป จนวันนี้...เขาอยู่ตรงหน้าและบอกรักเธอ “คนดี ร้องไห้ทำไมครับ” เขายิ้มแล้วจูบซับหยดน้ำตาให้ “ไม่รู้ค่ะ สงสัยไม่สบาย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status