Masuk“เกี๊ยวจะไปอาบน้ำแล้วค่ะ” เกี๊ยวรีบตอบและรีบหมุนตัวเข้าห้องตัวเองและปิดประตูทันที เธอใช้มือบางวางที่อกด้านซ้ายของตัวเองพบว่ามันเต้นเร็วผิดปกติ
เกี๊ยวอาบน้ำเสร็จก็มานั่งที่โต๊ะเขียนหนังสือ เป็นอีกมุมเขียนหนังสือที่อยู่ห้องเดียวกันกับห้องนอนแต่แยกออกมาอย่างเป็นสัดส่วน ทุกอย่างในห้องนี้คือความหรูหราสวยงามที่เกี๊ยวไม่เคยได้รับ แต่เธอไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งเหล่านี้ เพราะเธอคิดว่ามันไม่ใช่ของเธอ และเธอก็ไม่ได้อยากได้ในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว และเกี๊ยวก็คิดว่าหมอพอร์ชก็ไม่ใช่ของเธอเหมือนกัน “เกี๊ยวว่าหมอพอร์ชแก่ไหม” คือคำถามของป้าพรที่ถามเธอ “ไม่หรอกป้าไม่แก่ และที่สำคัญหมอพอร์ชหล่อม้ากมาก” “แล้วเกี๊ยวคิดว่าคนที่อายุมากกว่ากับคนที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกันแบบไหนที่เกี๊ยวชอบ” “ป้าถามทำไมคะ” “ป้าก็อยากรู้ว่าเด็กสมัยนี้เขาคิดกันยังไงเห็นคบ ๆเลิก ๆก็กลัวว่าหลานสาวจะเป็นเหมือนเขา” “เกี๊ยวไม่เป็นแน่นอนป้าสบายใจได้เลยค่ะ” “มั่นใจขนาดนั้นเลย” “ก็ฟอแฟนตอนนี้ก็ยังไม่มีเลยป้าจะมารักจะมาเลิกได้ยังไง” “ยังไม่มีนะดีแล้วดูดี ๆดูนาน ๆ ว่าเขาจะเลี้ยงเราได้ไหม ความรักอย่างเดียวมันกินไม่ได้หรอก” ป้าพรอยากจะยกตัวอย่างเหมือนแม่ของเกี๊ยวแต่ก็เลือกที่จะเงียบ เพราะไม่รู้จะพูดรื้อฟื้นขึ้นมาทำไม “เกี๊ยวจะเกาะป้ากินอยู่นี่ล่ะไม่ไปไหนหรอก” “ป้าไม่อะไรให้เกี๊ยวเกาะหรอก เพราะเราก็อาศัยคุณหมอเขา” “หมอพอร์ชใจดีเนาะป้าหล่อด้วย ใจดีด้วย” “ป้าอยากให้แกอยู่ที่นี่ อยู่ดูแลหมอพอร์ช” “ป้ากลัวว่าเกี๊ยวเรียนจบแล้วจะหนีไปอยู่ที่อื่นเหรอจ๊ะ” “หมอพอร์ชจะดูแลแกได้” “เกี๊ยวจะดูแลหมอพอร์ชจนกว่าหมอพอร์ชจะไล่เกี๊ยวหนี” “ทำไมคิดว่าเขาจะไล่ล่ะ” “ไม่รู้สิ เกี๊ยวอาจจะดื้อชอบเถียงไม่เชื่อฟังมั้งเขาอาจจะไล่ก็ได้” “ชีวิตหมอพอร์ชนอกจากเงินทองที่มากมายแล้ว นอกนั้นก็ไม่มีอะไรหรอก มีแต่อยู่บ้านและทำงานเป็นชีวิตที่ไม่สีสันอะไรเลย เกี๊ยวอาจจะเป็นสีสันของหมอพอร์ชก็ได้” “สีสันเหรอคะ” “ก๊อก ๆ” “เข้ามาได้เลยค่า” เพราะเสียงเคาะประตูดังขึ้นเกี๊ยวจึงหยุดคิดถึงอดีตไว้แค่นั้น เกี๊ยวรู้ว่าใครที่เคาะประตูห้องของเธอ จึงรีบวิ่งไปเปิดประตูห้องทันที “เกี๊ยวรอหมอตั้งนาน นึกว่าหมอหลับแล้วสะอีก” เกี๊ยวเปิดประตูแล้วก็หมุนตัวกลับทันทีและบ่นอุบอิบนิดหน่อย เพราะเธอรอหมอพอร์ชนานและคิดว่าหมอคงไม่มาแล้ว “..” สิ่งที่หมอพอร์ชเห็นคือเกี๊ยวใส่ชุดนอนที่เป็นเดรสประโปรงสีขาว คอเสื้อเป็นแบบเหลี่ยม เป็นเสื้อแขนกุดแต่มีระบายปกต้นแขนนิดหน่อย สำหรับหมอเป็นภาพน่ามองมาก ๆ เป็นชุดที่ไม่บางและความยาวคลุมเข่าพอดีสวย ตรงส่วนปลายของกระโปรงจะมีระบายนิดหน่อย ในเวลาที่เกี๊ยวหมุนตัวกลับทำให้กระโปรงสะบัดพลิ้วน่ามองทีเดียว เกี๊ยวเดินไปที่โต๊ะเขียนหนังสือนั่งลงเก้าอี้และเปิดไฟล์งานในโน๊ตบุ๊คให้หมอพอร์ชดูทันที “เพื่อนเกี๊ยวทักมาแล้วค่ะ เขาบอกว่าไม่มีอะไรเพียงแต่อยากให้เกี๊ยวได้ดูก่อนเพื่อจะได้ซ้อมพรีเซ็น แล้วในวันพรุ่งนี้ทุกอย่างก็จะได้ปรู๊ดปร๊าดไปเลยค่ะ” “ตรงไหน” หมอพอร์ชเดินเข้ามาหยุดอยู่ด้านหลังของเกี๊ยว หมอโน้มตัวไปข้างหน้าเพื่อจะได้มองดูงานในจอโน๊ตบุ๊คชัด ๆ “ตรง..ตรงนี้ค่ะ..” เกี๊ยวชี้ไปที่จุดที่อยากให้หมอได้เห็นด้วยน้ำสียงตะกุกตะกัก เพราะเธอตกใจที่หมอพอร์ชโน้มตัวเข้ามาเพื่อจะดูจอโน้ตบุ๊คแต่มันชิดติดกับตัวเธอจนเกินไป “ตรงไหนฉันไม่เห็น” ยิ่งหมอบอกว่าไม่เห็น ก็ยิ่งโน้มตัวเข้ามาใกล้เธออีก “แก่แล้วสายตาก็ไม่ดีเนาะ” “ฉันแก่ขนาดนั้นเลยเหรอเกี๊ยว” “อุ้ย! ไม่ใช่แบบนั้นนะคะ” เกี๊ยวรีบลุกขึ้นและหมุนตัวเดินไปหาหมอพอร์ชทันที เพื่ออธิบายว่าเธอไม่ได้มีเจตนาจะพูดแบบนั้น เธอน่าจะปากเสียปากเร็วดื้อหัวรั้นเหมือนที่ป้าพรบอกจริง ๆ “ถึงจะแก่แต่ก็มีหัวใจนะเกี๊ยว” “หมอไม่แก่สะหน่อย ไม่แก่แล้วยังหล่อมากด้วย” “จริงเหรอ แต่ฉันได้ยินเต็มสองหูเลยเมื่อกี้” “เกี๊ยวขอโทษค่ะ เกี๊ยวปากไม่ดีเอง” “ฉันคงจะแก่จริง ๆนั่นแหละสายตาไม่ดี ขอดูใกล้ ๆหน่อยนะ” “ว้าย! หมอคะ” เกี๊ยวร้องตกใจที่หมอพอร์ชจับอุ้มเธอให้นั่งลงตักของเขา และเขาก็โอบกอดกักตัวเธอไว้ “ตรงไหนเกี๊ยวบอกฉันสิ” “ตรง..ตรงนี้ค่ะ” เกี๊ยวชี้ไปที่หน้าจอโน๊ตบุ๊คด้วยน้ำเสียงกระท่อนกระแท่น “ตรงนี้ต้องขยายความแบบนี้จะได้คะแนนเพิ่ม” หมอพอร์ชพิมพ์ข้อความในรายงานเพิ่มเติมอย่างคล่องแคล่ว เกี๊ยวแปลกใจจึงหันไปมองและลืมไปว่าเธอนั่งอยู่บนตักเขาตัวก็ติดกันและเมื่อหันไปก็พบว่าใบหน้าของเธอและหมอพอร์ชก็ใกล้ชิดกันอีก จนจมูกของเธอจะชนกับแก้มของหมอพอร์ชอยู่แล้ว เกี๊ยวเห็นว่าหมอพอร์ชยิ้มอย่างพอใจ แต่สายตาของเขามองที่จอโน๊ตบุ๊คโดยไม่สนใจว่าเธอแอบมองอยู่ “ช่วยงานต้องมีรางวัลให้นะ แต่ถ้ามองนาน ๆ ฉันขอคิดว่าเสียหาย” เกี๊ยวได้ยินอย่างนั้นก็รีบหันกลับไปหน้าจอโน๊ตบุ๊คอย่างรวดเร็ว “ให้เกี๊ยวลุกออกก่อนไหมคะ หมอจะได้ทำถนัด” “ท่านี้ฉันก็ไม่ได้ติดอะไร ฉันถนัดทุกท่าเกี๊ยวไม่ต้องห่วง” เมื่อนั่งไปนาน ๆ เกี๊ยวก็อดห่วงหมอพอร์ชไม่ได้เธอกลัวว่าเขาจะหนัก ถึงตัวเธอจะเล็กแต่ถ้านั่งนาน ๆ ก็อาจจะเป็นตะคริวได้ “เสร็จ เสร็จหรือยังค่ะ” ให้ตายเถอะเกี๊ยวไม่รู้จะใช้คำไหนถึงจะเหมาะ “ยังไม่เสร็จเลย..เกี๊ยว” หมอพอร์ชตอบเธอด้วยน้ำเสียงแหบพร่าชิดใบหูของเธอ “อุ้ย!” เกี๊ยวเผลอร้องอุทานเพราะหมอพอร์ชรวบผมสลวยยาวของเธอให้ไปอยู่ฝั่งเดียวกัน ทำให้ตอนนี้บ่าของเธอฝั่งที่มีหน้าหมอพอร์ชตั้งอยู่ว่างเปล่าไม่มีผมมาบดบังคอที่ขาวรหงษ์ และบดบังความอวบขาวของส่วนอื่นด้วย “ฉันเพิ่มเติมให้แล้วเกี๊ยวลองอ่านดูว่าโอเคไหม” “โอ โอเคค่ะ” “อ่านหรือยัง” หมอพอร์ชโน้มตัวไปข้างหน้าเพื่อดูสีหน้าคนตอบว่าทำไมถึงได้ตอบเร็วอย่างนี้ไม่รู้ว่าได้อ่านตามที่เขาบอกหรือยัง “เกี๊ยว เกี๊ยวอ่านแล้ว” เกี๊ยวรีบตอบอีกครั้งแบบเร็ว “เกี๊ยว..อืมม” หมอพอร์ชประทับริมฝีปากลงที่บ่าขาวนวลของเกี๊ยวอย่างแผ่วเบา บ่าที่เขาอยากสัมผัสมานานแล้ว “อุ้ย ! หมอน่ะ” “ขอเป็นรางวัลให้ฉันเถอะนะเกี๊ยว ส่วนค่าเสียหายฉันจะมาคิดวันหลัง” “ค่าเสียหายอะไรคะ” เกี๊ยวรีบถามออกไปทันทีด้วยความสงสัย “ก็ค่าเสียหายที่เธอจ้องมองฉันนานเกินไปไง” “ไม่จริง” “ฮ่าๆ” “หรือจะให้ฉันคิดค่าเสียหายวันนี้เลย” “คิดยังไงคะ” “อยากจะมีคนนอนข้าง ๆ เป็นเพื่อนไหม หมอกลัวว่าเกี๊ยวนอนห้องใหม่แล้วจะนอนไม่หลับ” “ไม่ค่ะ หมอเจ้าเล่ห์” “ฮ่า ๆ” หมอพอร์ชหัวเราะชอบใจในคำพูดของเกี๊ยว เขามีความสุขที่สุดที่วันนี้เธอไม่ผลักใสเขา แม้ในตอนนี้เธออาจจะยังไม่ยอมรับหรือเปิดใจก็ตาม และเขาก็มั่นใจว่าเกี๊ยวชอบในสิ่งที่เขาทำกับเธอในวันนี้และในห้องนี้ด้วยเพราะความรีบเร่งกลัวไม่ทันเพื่อน หลังจากที่เกี๊ยวอาบน้ำเสร็จ ก็เดินออกมา ร่างบอบบางมีเพียงชุดชั้นในสุดเซ็กซี่ตั้งแต่ความสัมพันธ์ของเธอกับหมอเปลี่ยนไป เกี๊ยวก็เลือกจะดูแลตัวเองมากขึ้น การเลือกชุดใส่ก็ดูพิถีพิถันเหมือนต้องการดูดีในสายตาหมอด้วย ชุดนี้ไม่โอเคเธอก็รีบถอดออกเพื่อหาชุดใหม่มาลอง แล้วเสียงประตูที่ถูกเปิดออก ทำให้เกี๊ยวต้องยืนตะลึงเพราะสิ่งที่เธอเห็นคือหมอพอร์ช จังหวะการเต้นของหัวใจแรงขึ้น ดวงตากลมของกวางน้อยเผลอสบตาคมนั้น แล้วเธอก็อดไม่ได้เมื่อหัวใจเต้นตามจังหวะการเดินของขายาวนั้น หมอพอร์ชกำลังก้าวเดินเข้ามาหาเธออย่างช้า ๆ “หมอ!” เสียงเรียกนั้นแผ่วเบา “หมออยากอรุณสวัสดิ์เกี๊ยวตั้งแต่ตอนเช้าแล้ว แต่หมอกลัวเกี๊ยวเพลีย” หมอพอร์ชเดินเข้ามาประชิดด้านหลังของตัวเกี๊ยว และใช้มือใหญ่ลูบวนอยู่หน้าอกดูมใหญ่ของเกี๊ยว และมืออีกข้างก็ลูบไล้ไปทุกส่วนทุกจุดที่ไวต่อความรู้สึก“หมอคะ” เหมือนเกี๊ยวจะตั้งสติได้จึงมองหาชุดที่เธอถอดทิ้งไว้“ยังไม่ต้องใส่ได้ไหม นะเกี๊ยว”“เกี๊ยวจะไปทำรายงานกับเพื่อนค่ะ”“เกี๊ยวนัดเพื่อนกี่โมง”ปากถามเกี๊ยวไปแต่มือก็ไม่ยอมหยุดสักนาทีเดียว“สิบโมงค่ะ”“หมอจะเร่งใ
เช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้น“มาอะไรแต่เช้า”“แหม นี่น้องสาวมาหาต้องดีใจสิคะ...อริสมาหาเกี๊ยวค่ะ อริสต้องการคุยกับเกี๊ยวไม่ใช่พี่พอร์ช” อริสนั่งจ้องหน้าที่ชายที่ตอนนี้นั่งทำหน้าเรียบตึงตามสไตส์เดิม“เราก็มาแต่เช้าเกินไป”“ปกติพี่พอร์ชก็ตื่นเช้าอยู่แล้วนี่คะ จะบ่นทำไม แล้วอีกอย่างอริสจะมาทานข้าวด้วย แล้วเกี๊ยวละคะ”“น่าจะยังไม่ตื่น พี่ให้ป้าหลิวไปตามให้แล้ว”“นอนดึกเหรอค่ะ”“พี่ไม่รู้ น่าจะทำรายงานดึก”“อริสเห็นมีคนงานอยู่บ้านหลังเล็กที่ริมสระ พี่พอร์ชจะทำอะไรกันค่ะ”“พี่จะทำเป็นศาลานั่งอ่านหนังสือไว้นั่งพักผ่อนเล่น ๆ”“อ่าว ปกติเกี๊ยวเขานอนบ้านหลังเล็กไม่ใช่เหรอคะ”“อื่อ หึ”“ตอนนี้”“นอนอยู่ข้างบน พี่ให้มาอยู่บ้านหลังใหญ่ด้วยกัน”“จะรอดไหมคะ”“อะไร”“เนื้อกวางหวานอยู่ใกล้ปากเสือ มีเหรอเสือจะไม่งับ”“พี่ไม่ได้แค่งับ แต่พี่กลืนกินทั้งตัว”“ว้าย!!หมอพอร์ช โอ้วพระเจ้า”“ปะ กินข้าวพี่ให้ป้าหลิวตั้งโต๊ะแล้ว”“เราไม่รอเกี๊ยวก่อนเหรอคะ”“เดี๋ยวก็ลงมา”เมื่อสองพี่น้องมานั่งกินข้าวร่วมโต๊ะกัน ก็มีเรื่องให้คุยมากมาย“เห็นว่าอาทิตย์หน้าพี่พอร์ชจะไปญี่ปุ่นใช่ไหมคะ”“ใครบอกเรา”“พี่นนท์ค่ะ” อริสหมายถ
“แล้วหมอก็.... หมอถอดได้ไหม ถอดตัวนี้ออกด้วย เกี๊ยวขอสั่งให้หมอถอดทุกชิ้นให้หมด” หมอพอร์ชดูแล้วเด็กดีของเขาน่าจะเมาจริง ๆเพราะตอนนี้เธอสั่งให้เขาถอดเสื้อผ้าทุกชิ้นออกให้หมด เป็นอาการเมาที่กร้าวใจหมอสุด ๆ “ครับ หมอจะถอดตามที่เกี๊ยวสั่ง ถอดให้หมดทุกชิ้นเลย”“หมอคะ”“หมอถอดแล้ว แล้วจะให้หมอทำอะไรอีก”“หมอ หมอดูดปากเกี๊ยวหน่อย”“เด็กน้อยขี้เมา” หมอพอร์ชก้มลงจูบที่ริมฝีปากบางที่ตอนนี้ยั่วยวนเขาอยู่“อื่ออ หมอ”“อ่าส์ เกี๊ยวยังไม่ถอดเลย ตอนนี้หมอถอดหมดแล้วเห็นไหม”“เห็น” เกี๊ยวเห็นมังกรยักษ์ของเขาตั้งผงาดตื่นตัวเต็มที่ และตอนนี้มันชี้โด่มาที่เธอแล้ว“อยากจับไหม”“เกี๊ยวอยากกัดเจ้ามังกรยักษ์ของหมอ”“แค่อมกับดูดหมอก็ใจจะขาดแล้ว เราไปข้างหลังรถกันดีกว่า หมออยากกร้าวใจกับเกี๊ยวตอนนี้เลย” หมอพอร์ชค่อยพยุงเด็กดีของเขาให้ไปอยู่โซนเบาะผู้โดยสาร เพื่อเขาและเธอจะได้มีพื้นที่ในการทำกิจกรรมอย่างเต็มที่“เกี๊ยวจะดูด แล้วก็...” หมอเพิ่งจะจัดท่านั่งของเขาและเธอ เกี๊ยวใจร้อนเธอรุกเขาก่อนทันที“โอ้วว เด็กน้อยของหมอ ใจร้อนแต่สุดยอดจริง ๆ” หมอพอร์ชนั่งอยู่เบาะต้องร้องครางออกมาเพราะคนที่นั่งข้างล่างเล่น
เสียงเกี๊ยวสะอึกกลั้นไห้จนต้องสูดน้ำมูก เพราะความน้อยอกน้อยใจในตัวหมอพอร์ช คำพูดของเธอทำให้หมอรู้ว่าสามวันที่ผ่านมา ไม่มีแค่เขาที่คิดถึงและถวิลหาเธอ และเขาก็รู้สึกเอ็นดูในคำพูดของเธอ “หมอไม่มาหาเกี๊ยว ทิ้งเกี๊ยวไปตั้งสามวัน”“กลับบ้านเรานะครับ” หมอพอร์ชเข้าประคองตัวเกี๊ยวที่ตอนนี้ยืนก็ยังไม่ตรง แต่เมื่อเกี๊ยวรู้ว่าหมอพอร์ชจะประคองตัวเธอ เกี๊ยวเองก็เข้าซบแนบอกโดยไม่สนสายตาของเพื่อน ๆที่มองออยู่“แต่เกี๊ยวเมา”“เฮ้ยรัญ” ออยร้องห้ามรัญ เพราะไม่อยากให้เพื่อนไปแสดงท่าทางไม่ดีกับหมอพอร์ชซึ่งเป็นผู้ปกครองของเกี๊ยว“ก็เกี๊ยวเมาอยู่แกก็เห็นน่ะออย แล้วจะให้ปล่อยเกี๊ยวไปกับผู้ชายสองต่อสองได้ยังไงวะ”“หมอพอร์ชเขาเป็นผู้ปกครองเกี๊ยว แกลืมไปแล้วเหรอ”“จะผู้ปกครองหรือใครก็ช่างกูไม่ไว้ใจ”“แล้วถ้าปล่อยให้เกี๊ยวไปกับคุณสองคนล่ะ คุณคิดว่าผู้ปกครองอย่างผมจะยอมไหม เพราะผมเองก็ไม่ไว้ใจคุณ” หมอพอร์ชตอบกลับทันที เมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มคนนี้แสดงออกว่าไม่ชอบเขาอย่างเห็นได้ชัด“ผมเป็นห่วงเกี๊ยว เพื่อน ๆก็เป็นห่วงเกี๊ยว”“แล้วถ้าผมเป็นแฟนเกี๊ยว พอจะไว้ใจได้ไหม”“คุณหมอ” ทุกคนพูดขึ้นพร้อมกันยกเว้นอรัญที่ทำสีหน
“ใช่เหรอ” คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน ก่อนจะยกยิ้มที่มุมปาก“พอดีมีโปรเจคจะโปรโมทคลินิก ก็เลยอยากมาปรึกษาคุณหมอพอร์ช สปอนเซอร์ใหญ่ค่ะ” อิรสเดินไปหยุดใกล้ ๆ ที่เจ้าของห้องนั่งอยู่“หึ ๆ เปิดให้แล้วลงทุนให้แล้ว ต่อไปก็เป็นหน้าที่ของเราต้องบริหารเอง ไม่ใช่จะให้พี่ไปช่วยทุกอย่าง”“ไม่ใช่แบบนั้นค่ะพี่พอร์ช”“พอดีจะทำสื่อโฆษณาโปรโมทคลินิค ก็ทีนี้มันเกี่ยวกับพรีเซนเตอร์แล้วก็”“พี่ไม่ชอบงานสังคมดารามันวุ่นวาย”“ไม่ใช่ ๆ ค่ะพี่พอร์ช”“พูดมาให้ตรงและชัดเจนพี่มีงานต้องทำ”“น้องอยากได้เกี๊ยวไปเป็นพรีเซนเตอร์ค่ะ”“เราไปสนิทกับเกี๊ยวตั้งแต่เมื่อไร”“ก็ไม่สนิทหรอกค่ะ”“แล้วทำไมต้องเป็นเกี๊ยว ดาราออกเยอะแยะ” “แหมพี่พอร์ชถามยังก็ไม่รู้ น้องเกี๊ยวเขาเดินไปไหน ไปตรงไหนความออร่าก็จับไปหมด มีคนไปติดต่อน้องเขาด้วยนะคะ แต่น้องเกี๊ยวปฏิเสธมาตลอด นี่ขนาดไม่ใช่ดารา ฟิวเตอร์ก็ไม่ได้ใช้ ฟิลเลอร์ก็ยังไม่เคยฉีด อริสต้องคว้าน้องเขาไว้ก่อนค่ะ”“เกี๊ยวเขาน่าจะติดเรียนเพราะใกล้จบแล้ว”“ก็เผื่อเกี๊ยวเขาอยากมีรายได้พิเศษ”“เกี๊ยวเขาไม่ได้ขาดเหลืออะไร”“พี่พอร์ชรู้ได้ไงค่ะ เด็กวัยรุ่นสมัยนี้เขาตามเทคโนโลยีทุกอย่าง และทุกอย
ณ มหาวิทยาลัย “แกเป็นอะไรยัยเกี๊ยว เหม่อเชียวนะ”“...” เมื่อเพื่อนไม่ตอบคนเป็นเพื่อนก็แซวต่อ“คิดถึงบทรักอันเร่าร้อนของหมอพอร์ชเหรอ” เก่งกาจกระซิบถามเกี๊ยวซึ่งนั่งอยู่ข้าง ๆ เห็นเพื่อเหม่อ ๆ ทั้งห่วงทั้งอดแซวไม่ได้“เปล่าส่ะหน่อย เก่งพูดอะไร” เกี๊ยวหลุดจากอาการเหม่อทำหน้าเลิ่กลั่กเปลี่ยนสีหน้าที่ขาวเนียนเป็นสีแดงระเรื่องขึ้นทันที เธอไม่ได้เหม่อเพราะคิดถึงบทรักของหมอ แต่ที่เหม่อและน้อยใจด้วยเพราะสามวันแล้วที่หมอไม่ยอมเข้าใกล้เธออีกตั้งแต่วันนั้น คำถามที่วนเวียอยู่ตลอดคือทำไมเขาไม่มา“อ่าวแล้วเป็นอะไรล่ะ ไหนลองบอกหมอเก่งหน่อยสิ” เก่งยังคงแซวต่อ“แกจะแซวอะไรมันหนักหนาเก่ง สนใจที่อาจารย์สอนด้วย” ออยได้ยินเสียงเพื่อนสองคนกระซิบกระซาบกันก็กลัวอาจารย์ได้ยิน และจะโดนตำหนิตามมา“ชะนีดุ เงียบค่ะ”“มันแซ่บขนาดนั้นเลยเหรอ เกี๊ยว” เก่งทำเหมือนจะเชื่อฟังที่ออยบอก แต่ก็อดไม่ได้ที่จะหันมาถามเกี๊ยว มันอาจจะเป็นนิสัยของกะเทย อีกอย่างที่เป็นเอกลักษณ์ไปแล้ว และด้วยความห่วงใยของเก่งที่มีต่อเกี๊ยวด้วย“เก่ง” เกี๊ยวก้มหน้าม้วนอายเพื่อนเล็กน้อย เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ตั้งใจว่าจะไม่ทำตัวมีพิรุธให้เก่งแซวอี







